- คำถาม:
- ทำไมแผลที่ลึกถึงชั้นหนังแท้จึงอาจไม่ฟื้นตัวกลับมาเหมือนเดิมได้?
- คำตอบ:
- เพราะเมื่อแผลลึกไปถึงชั้นหนังแท้ (dermis) ซึ่งประกอบด้วยหลอดเลือด ต่อมต่าง ๆ และปลายประสาท จะทำให้เกิดการเสียหายต่อโครงสร้างที่สำคัญในการทำงานของผิวหนัง เช่น การรับรู้ความร้อนเย็น การขับเหงื่อ และการสร้างขน แม้กระบวนการซ่อมแซมจะเกิดขึ้นในสี่ขั้นตอน ได้แก่ การห้ามเลือด การอักเสบ การเพิ่มจำนวนเซลล์ และการปรับโครงสร้างใหม่ แต่เนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นใหม่จากกระบวนการนี้มักมีประสิทธิภาพเพียง 50-80% ของผิวปกติ และอาจไม่สามารถฟื้นฟูคุณสมบัติทั้งหมดได้ตลอดไป
แผลรักษาตัวเองได้อย่างไร - Sarthak Sinha
จากช่อง:จงใฝ่รู้อยู่เสมอ — TED-Ed
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:00:22เช่น ขับเหงื่อ รับรู้สึกถึงความร้อนและเย็น และสร้างขน
00:00:26แต่หลังจากโดนบาดลึก หรือเป็นแผล
00:00:28ผิวหนังที่เพิ่งหายนั้น จะดูแตกต่างจากผิวบริเวณรอบ ๆ
00:00:31และอาจไม่ได้ฟื้นฟูความสามารถทุกอย่าง กลับมาสักช่วงระยะหนึ่ง หรือตลอดไป
00:00:36เพื่อที่จะเข้าใจว่าทำไมมันจึงเกิดขึ้น เราต้องมาดูที่โครงสร้างผิวหนังของมนุษย์
00:00:41ชั้นนอกสุด เรียกว่า ผิวชั้นหนังกำพร้า (epidermis)
00:00:43ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยเซลล์แข็ง ที่เรียกว่า คีราติโนไซต์ (keratinocytes)
00:00:47และมันทำหน้าที่ป้องกัน
00:00:49เนื่องจากชั้นนอกที่มีการผลัด และสร้างขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา
00:00:52มันค่อนที่จะซ่อมแซมได้โดยง่าย
00:00:54แต่บางครั้งแผลลึกไปถึงชั้นหนังแท้ (dermis)
00:00:57ที่ประกอบไปด้วยหลอดเลือด ต่อมต่าง ๆ และปลายประสาท
00:01:00ที่ช่วยทำให้ผิวหนังทำหน้าที่ต่าง ๆ
00:01:03และเมื่อมันเกิดขึ้น มันกระตุ้นให้เกิด สี่ขั้นตอนที่ทับซ้อนกัน
00:01:06ของกระบวนการสร้างใหม่
00:01:09ขั้นแรก การห้ามเลือดเป็นการตอบสนอง ของผิวต่อสองภัยคุกคามอย่างทันที
00:01:14คือ ตอนนี้คุณกำลังเสียเลือด
00:01:16และปราการกายภาพ ของชั้นผิวกำพร้าแท้ถูกทำลาย
00:01:20ขณะที่หลอดเลือดจะหดตัว เพื่อลดการเสียเลือด
00:01:23ในกระบวนการที่เรียกว่า หลอดเลือดหดตัว (vasoconstricion)
00:01:25ภัยคุกคามทั้งสองจะบรรเทาจาก การสร้างลิ่มเลือด
00:01:28โปรตีนชนิดพิเศษที่เรียกว่าไฟบริน สานเชื่อมโยงกันที่ด้านบนของผิว
00:01:33เป็นการป้องกันเลือดไม่ให้ไหลออก และไม่ให้แบคทีเรียหรือเชื้อโรคเข้ามา
00:01:38หลังจากนี้ไปประมาณสามชั่วโมง ผิวหนังจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง
00:01:41ส่งสัญญาณให้เกิดขั้นตอนต่อไป การอักเสบ (inflammation)
00:01:44เมื่อควบคุมการเสียเลือด และชั้นผิวนั้นปลอดภัยแล้ว
00:01:47ร่างกายจะส่งเซลล์พิเศษ เพื่อสู้กับเชื้อโรคที่ผ่านเข้ามา
00:01:52ในบรรดาเซลล์ที่สำคัญที่สุดคือ เซลล์เม็ดเลือดขาว
00:01:54ที่เรียกว่า มาโครฟาร์จ (macrophages)
00:01:56ที่จะจัดการแบคทีเรีย และเนื้อเยื่อที่เสียหาย ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า ฟาโกไซโตซิส
00:02:02นอกเหนือไปจากการสร้างโกรธเฟคเตอร์ เพื่อช่วยในการฟื้นฟู
00:02:05และเพราะว่าทหารตัวน้อยเหล่านี้ต้องเดินทาง
00:02:08ผ่านเลือดเพื่อไปบริเวณที่มีบาดแผล
00:02:10หลอดเลือดที่เคยหดตัว ตอนนี้กลับมาขยาย
00:02:13ในกระบวนการที่เรียกว่า การขยายหลอดเลือด (vasodilation)
00:02:16หลังจากเกิดแผลได้สองถึงสามวัน
00:02:18ระยะการเพิ่มจำนวน (proliferative) เกิดขึ้น เมื่อเซลล์ไฟโบรบลาสต์ เริ่มเข้าไปที่แผล
00:02:23ในกระบวนการสะสมคอลลาเจน
00:02:25พวกมันสร้างเส้นใยโปรตีน ที่เรียกว่าคอลลาเจน ในบริเวณที่เป็นแผล
00:02:29เพื่อสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน แทนที่ไฟบรินเดิม
00:02:33เมื่อเซลล์ชั้นหนังกำพร้าแบ่งตัว เพื่อที่จะสร้างผิวชั้นนอก
00:02:37ชั้นหนังแท้จะหดตัวเพื่อปิดแผล
00:02:40ในที่สุด ขั้นตอนที่สี่ของการเปลี่ยนแปลง
00:02:43แผลนั้นเกือบหายดีเมื่อคอลลาเจนที่ถูกสะสม ถูกจัดวางตัวใหม่และเปลี่ยน
00:02:47ไปเป็นรูปแบบเฉพาะ
00:02:49ด้วยกระบวนการนี้ ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่าหนึ่งปี
00:02:52ความต้านทานต่อแรงดึงของผิวใหม่นั้นดีขึ้น
00:02:55และหลอดเลือด และการเชื่อมโยงต่าง ๆ นั้น แข็งแรงขึ้น
00:02:58เมื่อเวลาผ่านไป เนื้อเยื่อใหม่นั้น อาจมีประสิทธิภาพการทำงานถึง 50-80%
00:03:02ของการทำงานของมันในภาวะปกติ
00:03:04ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผลในครั้งนั้น และการทำงานของตัวมันเอง
00:03:08แต่เพราะว่าผิวไม่ฟื้นตัวเต็มที่