00:00:02 → 00:00:11[เพลง]
00:00:11 → 00:00:14สำหรับสัปดาห์นี้นะคะเราจะมารู้จักเรื่อง
00:00:14 → 00:00:17ของอาหารเป็นพิษค่ะอาหารเป็นพิษอันตราย
00:00:17 → 00:00:21กว่าที่คิดอาจช็อเสียชีวิตได้หลายคนค่ะ
00:00:21 → 00:00:24คิดว่าเรื่องของอาหารเป็นพิษก็แค่ขับทาย
00:00:24 → 00:00:26ท้องเสียแต่รู้หรือไม่คะว่าคนกลุ่มเสี่ยง
00:00:26 → 00:00:30อย่างเช่นเด็กน้อยรวมไปถึงผู้สูงอายุนะคะ
00:00:30 → 00:00:32ท่านเหล่านี้ค่ะมีความเสี่ยงอย่างยิ่งเลย
00:00:32 → 00:00:35ที่จะเสียชีวิตนะคะจากเรื่องของอาหารเป็น
00:00:35 → 00:00:38พิษได้เพราะเกิดการสูญเสียของสารน้ำและ
00:00:38 → 00:00:41เกลือแร่รวมไปถึงว่าถ้าไม่ได้รับการรักษา
00:00:41 → 00:00:44อย่างทุ่งทีค่ะอาจจะถึงกับการติดเชื้อใน
00:00:44 → 00:00:46กระแสเลือดได้เช่นเดียวกัน
00:00:46 → 00:00:50ค่ะซึ่งนั้นคือความน่ากลัวของอาหารเป็น
00:00:50 → 00:00:53พิษค่ะอาหารเป็นพิษอาจทำให้เราเสียชีวิต
00:00:53 → 00:00:56ได้จากภาวะแทรกซ้อนของมันเองโดยอาจทำให้
00:00:56 → 00:00:59เราอยู่ในภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ได้จนทำ
00:00:59 → 00:01:02ให้ร่างกายช็อกและแน่นอนว่าสิ่งนี้เป็น
00:01:02 → 00:01:05อันตรายต่อชีวิตได้สาเหตุปัจจัยเสี่ยงและ
00:01:06 → 00:01:10สภาวะต่างๆที่ส่งผลต่ออาหารเป็นพิษสาเหตุ
00:01:10 → 00:01:12ของการเกิดภาวะอาหารเป็นพิษนั้นเกิดจาก
00:01:13 → 00:01:15เชื้อโรคที่มีการปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำ
00:01:15 → 00:01:19ที่บริโภคโดยเชื้อสามารถผ่านมาทางผู้ป่วย
00:01:19 → 00:01:21ที่สามารถแพร่เชื้อได้เป็นผู้ปรุงอาหาร
00:01:21 → 00:01:24โดยไม่ได้ล้างมือทำให้มีการป่นเปื้อนของ
00:01:24 → 00:01:27เชื้อในอาหารหรือเชื้อที่มีอยู่ในอาหาร
00:01:27 → 00:01:30หรือน้ำที่ไม่ผ่านการทำความสะอาดหรือหรือ
00:01:30 → 00:01:32ความร้อนอย่างเพียงพอนอกจากนี้เชื้อยัง
00:01:32 → 00:01:35สามารถส่งผ่านจากอาหารชนิดหนึ่งไปยังอีก
00:01:35 → 00:01:38ชนิดหนึ่งผ่านทางอุปกรณ์ที่ใช้เช่นเขียง
00:01:39 → 00:01:41หรือมีดที่ใช้ร่วมกันในการเตรียมอาหารก็
00:01:41 → 00:01:44ได้รวมถึงการวางอาหารไว้ในอุณหภูมิที่
00:01:44 → 00:01:47เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อเป็นต้น
00:01:47 → 00:01:50เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษ
00:01:50 → 00:01:53เช่นแบคทีเรียที่เจริญเติบโตในอาหารก่อน
00:01:53 → 00:01:56การบริโภคหรือผลิตสารพิษในลำไส้เมื่อ
00:01:56 → 00:02:01บริโภคเข้าไปเชื้อไวรัสหรือพยาธเช่นอุจจา
00:02:01 → 00:02:05ร่วงจากสาหร่ายบางสายพันธุ์หรือจากพิษจาก
00:02:05 → 00:02:09สัตว์บางชนิดเช่นพิษจากปลาปักเป้าโดย
00:02:09 → 00:02:11ปัจจัยที่ทำให้เกิดหรือไม่เกิดการติด
00:02:11 → 00:02:14เชื้อหรือความรุนแรงของผู้ป่วยในแต่ละราย
00:02:14 → 00:02:18นั้นไม่เท่ากันเช่นอายุโรคประจำตัวและ
00:02:18 → 00:02:21เชื้อบางชนิดเช่นโรตาไวรัสชอบก่อโรคใน
00:02:21 → 00:02:23เด็กมากกว่าผู้ใหญ่โดยเชื่อว่าอาจมีความ
00:02:23 → 00:02:26สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของเยื่อเมือก
00:02:26 → 00:02:29ในลำไส้เล็กสำหรับโรคประจำตัวบางโรคก็มี
00:02:29 → 00:02:32ผลต่อภาวะภูมิต้านทานของร่างกายทำให้เกิด
00:02:32 → 00:02:36ความรุนแรงที่ไม่เท่ากันได้สุขอนามัยส่วน
00:02:36 → 00:02:39บุคคลเนื่องจากการมีสุขอนามัยที่ดีสามารถ
00:02:39 → 00:02:42จำกัดปริมาณเชื้อที่เข้าสู่ร่างกายไม่ให้
00:02:42 → 00:02:45ถึงระดับเชื้อที่สามารถก่อโรคได้ภาวะกรด
00:02:45 → 00:02:48ในกระเพาะอาหารและการเคลื่อนไหวของทาง
00:02:48 → 00:02:51เดินอาหารโดยทั่วไปกรดในกระเพาะอาหารจะ
00:02:51 → 00:02:54ทำลายเชื้อโรคที่รับประทานเข้าไปรวมถึง
00:02:54 → 00:02:57การเคลื่อนไหวของลำไส้ที่เป็นปกติจะทำให้
00:02:57 → 00:03:00กระบวนการกระจายของเชื้อประจำถิ่นในร่าง
00:03:00 → 00:03:03กายเป็นไปอย่างปกติรวมถึงส่งผลต่อการ
00:03:03 → 00:03:05ทำลายเชื้อโรคอีก
00:03:05 → 00:03:09ด้วยอาการของอาหารเป็นพิษผู้ป่วยส่วนใหญ่
00:03:09 → 00:03:11จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนนำมาก่อนและเด่น
00:03:11 → 00:03:15กว่าอาการท้องเสียอาการคลื่นไส้มีได้ทั้ง
00:03:15 → 00:03:18รุนแรงไม่มากจนถึงรุนแรงมากจนไม่สามารถ
00:03:18 → 00:03:21รับประทานอาหารได้ส่วนใหญ่มักมีอาการหลัง
00:03:21 → 00:03:25รับประทานอาหารที่สงสัยประมาณ 2-16 ชมง
00:03:25 → 00:03:27หลังจากนั้นก็จะมีอาการปวดท้องท้องเสีย
00:03:27 → 00:03:30ถ่ายเหลวเป็นน้ำตามมานอกจากนี้ยังอาจพบ
00:03:30 → 00:03:33ผู้ที่รับประทานอาหารร่วมกับผู้ป่วยก็อาจ
00:03:33 → 00:03:35จะมีอาการได้เช่นเดียวกันในระยะเวลาที่
00:03:35 → 00:03:39ไล่เลี่กันสำหรับอาการที่แสดงออกมาหลักๆ
00:03:39 → 00:03:42นะคะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทค่ะแบบแรกก็คือ
00:03:42 → 00:03:46อาการที่แสดงถึงความไม่รุนแรงค่ะรู้สึก
00:03:46 → 00:03:49ผอืดพะอมคลื่นไส้อาเจียนติดต่อกันหลาย
00:03:49 → 00:03:53ครั้งมีอาการปวดท้องแบบบิดเกร็งเป็นพักๆ
00:03:53 → 00:03:56เนื่องจากการบีบตัวของลำไส้ถ่ายท้องถ่าย
00:03:56 → 00:04:00มีมูกหรือเลือดป่นเบื่ออาหารไม่อยากอาหาร
00:04:00 → 00:04:03รู้สึกเหนื่อยง่ายอ่อนเพลียวิงเวียนศีรษะ
00:04:03 → 00:04:05หมดเรี่ยวแรงปากแห้งกระหายน้ำบ่อยและ
00:04:05 → 00:04:09ปัสสาวะน้อยมองเห็นไม่ชัดแขนเป็นเหน็บ
00:04:09 → 00:04:10หรือกล้ามเนื้ออ่อน
00:04:10 → 00:04:15แรงและอีกประเภทนึงก็คืออาการนะคะกรณีที่
00:04:15 → 00:04:17เราติดเชื้อแล้วก็มีอาการอาหารเป็นพิษ
00:04:17 → 00:04:21ชนิดรุนแรงค่ะซึ่งจะมีข้อสังเกตได้แก่มี
00:04:21 → 00:04:25ภาวะขาดน้ำเช่นปากแห้งกระหายน้ำอย่างมาก
00:04:25 → 00:04:28ปัสสาวะสีเข้มปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะ
00:04:28 → 00:04:31เกิน 6 ชมงหัวใจเต้นเร็วอ่อนเพลีย
00:04:31 → 00:04:35วิงเวียนศีรษะและหน้ามืด 2 ในผู้ใหญ่มี
00:04:35 → 00:04:38อาการท้องเสียติดต่อกัน 3 วันหรือถ่ายมาก
00:04:38 → 00:04:42ผิดปกติคือมากกว่า 8-10 ครั้งต่อวัน
00:04:42 → 00:04:45สำหรับนายเด็กอาจท้องเสียติดต่อกันตลอด 24
00:04:45 → 00:04:48ชั่วโมงโดยที่อาการไม่ดีขึ้นเลย 3
00:04:48 → 00:04:51อาเจียนถี่หรืออาเจียนอย่างต่อเนื่องนาน
00:04:51 → 00:04:54กว่า 12 ชมง 4 มีเลือดปนในอาเจียนหรือ
00:04:54 → 00:04:58อุจจาระ 5 ตามัวหรือมองเห็นภาพไม่ชัดหาก
00:04:58 → 00:05:00เป็นเด็กเล็กอาจมีอาการปากปากแห้งตาโหล
00:05:00 → 00:05:03ร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา 6 ปวดท้องอย่าง
00:05:03 → 00:05:07รุนแรงโดยที่อาการปวดท้องไม่ลดลงเลยหลัง
00:05:07 → 00:05:10จากอุจจระไปแล้วท้องเสียร่วมกับมีไข้สูง
00:05:10 → 00:05:13เกิน 38 องศ
00:05:13 → 00:05:17เซซขอบคุณนะคะสำหรับการรับชมรายการ TNN
00:05:17 → 00:05:20Health ค่ะและอย่าลืมค่ะกด Subscribe กด
00:05:20 → 00:05:23ไลคกดแชร์ในทุกช่องทางออนไลน์ของ TNN
00:05:23 → 00:05:27ช่อง 16 ค่ะเพื่อที่จะไม่พลาดการรับชมราย
00:05:27 → 00:05:31การสดคลิปวีดีโอที่น่าสนใจของทาง TNN นะ
00:05:31 → 00:05:34คะ