00:00:00 → 00:00:03ทำไมคนไทยจะต้องกลัวฝนตากฝนหัวเปียกต้อง
00:00:03 → 00:00:07สระผมด้วยไม่สะผมก็ปวด
00:00:07 → 00:00:10แต่ถ้าลุยน้ำเยอะๆจริงๆก็อาจจะเป็นฮ่องกง
00:00:10 → 00:00:13ฟูสก็คือติดเชื้อราในกรุงเทพฯนี่ไม่ค่อย
00:00:13 → 00:00:16จะเจอเท่าไหร่ถุงแตกมีความคิดแว้บนึงอ่ะ
00:00:16 → 00:00:19ว่าแบบหรือมันเป็นคนไปเชื้อวะ
00:00:19 → 00:00:24>> บังเอิญแบบมันไปพลาดบอกดีไม่บอกดีถ้าบอก
00:00:24 → 00:00:26แฟนก็จับได้สิ
00:00:26 → 00:00:28>> ที่แบบปวดหัวใจสุดอ่ะคือเากำลังจะเป็นแฟน
00:00:28 → 00:00:32กัน 1 คนเนี่ยมีประวัติเริมกลัวว่าเฮ้ย
00:00:32 → 00:00:38บอกไปแล้วเ้าไม่เอาเราทำไง
00:00:38 → 00:00:40ห้องน้ำที่ญี่ปุ่นทุกครั้งก่อนที่มันจะ
00:00:40 → 00:00:42โผล่มาแล้วก็ตอนที่มันเก็บอ่ะมันจะมีการ
00:00:42 → 00:00:45ล้างด้วยมันพ่นเป็นแบบสปริกleแล้วมันมี
00:00:45 → 00:00:46การกระเด็น
00:00:46 → 00:00:51[เพลง]
00:00:51 → 00:00:53อฟิศsyrมกับกระดูกคอเสื่อม
00:00:53 → 00:00:55>> โรคพวกนี้เนี่ยมันเป็นโรคความเสื่อมมัน
00:00:55 → 00:00:57ร้าวลงแขนปวดเหมือนไฟช็อต
00:00:57 → 00:01:00>> มีทั้งผ่าตัดแล้วก็ยังไม่หายหรือผ่าตัด
00:01:00 → 00:01:03แล้วได้ของแถม
00:01:03 → 00:01:06>> เวลาเราไปนวดอ่ะมันไม่ได้มีแค่การบีบการ
00:01:06 → 00:01:09นวดอย่างเดียวมันจะมีการดัดด้วยบิดมีการ
00:01:09 → 00:01:13ดัดมีการ manipulate
00:01:13 → 00:01:15>> เวลาเรานอนเนี่ยหมอน
00:01:15 → 00:01:17>> คำถามที่คนไข้ชอบถามมากเลยเรื่องหมอน
00:01:18 → 00:01:19เรื่องเก้าอี้พวกเก้าอี้ eromic
00:01:19 → 00:01:24>> อ่าแสดงว่าควรลงทุนรึเปล่าคะ
00:01:24 → 00:01:26>> หมอผิวหนังวิตามินดีน่าจะต่ำมั้ยให้ผม
00:01:26 → 00:01:27>> ต่ำ 100%
00:01:27 → 00:01:30>> เพราะว่าหมอผิวหนังเดินออกปุ๊บกลางทุกคน
00:01:30 → 00:01:33เลย
00:01:33 → 00:01:34>> แล้วไข้หวัดใหญ่ล่ะ
00:01:34 → 00:01:36>> ช่วงนี้ก็เห็นเป็นเยอะนะอยู่ดีๆก็เป็น
00:01:36 → 00:01:37ช่วงนี้
00:01:37 → 00:01:39>> ถ้าดูตามแบบอ่าในช่วงที่ผ่านมาค่ะไข้
00:01:39 → 00:01:42หวัดดใหญ่จะมาก่อนโควิดนิดนึงช่วงต้นปี
00:01:42 → 00:01:44เนี่ยเยอะมากทั้ง A ทั้ง B
00:01:44 → 00:01:45>> ใช่ใช่มันจะมาช่วงฤดูหนาว
00:01:45 → 00:01:48>> ใช่คือมันเป็นธรรมชาติของไวรัสอยู่แล้ว
00:01:48 → 00:01:52ว่ามันมีการอ่าเติบโตหรือว่ามีการแบ่งตัว
00:01:52 → 00:01:55แล้วก็อยู่ในอุณหภูมิที่มันค่อนข้างเย็น
00:01:55 → 00:01:58ไวรัสชอบอากาศเย็นพูดง่ายๆค่ะเพราะฉะนั้น
00:01:58 → 00:02:00เนี่ยเวลาที่จะมีการระบาดเนี่ยก็จะพบว่า
00:02:00 → 00:02:04ฤดูกาลไหนที่มันเย็นลงหน่อยมีความชื้นก็
00:02:04 → 00:02:06จะมีการเพิ่มของปริมาณไวรัสได้ง่ายคือ
00:02:06 → 00:02:09ประเทศไทยนี่บางทีมันไม่ต้องถามหาว่าอัน
00:02:09 → 00:02:10ไหนคือหน้าหนาวแต่ว่า
00:02:10 → 00:02:11>> นั่นน่ะจริง
00:02:11 → 00:02:14>> ใช่คือมันก็จะมีพีคช่วงที่อ่าอาจจะปลายปี
00:02:15 → 00:02:18ที่อากาศปีที่ผ่านมามันเย็นลงนานนิดนึง
00:02:18 → 00:02:21กับอีกช่วงนึงจริงๆหลังจากเนี้ยค่ะคืออ่ะ
00:02:21 → 00:02:24ถ้ามันฝนตกน้ำบ่อยๆแล้วอากาศมันจะเย็นลง
00:02:24 → 00:02:27นิดนึงมันมีความชื้นพวกไวรัสทั้งโควิด
00:02:27 → 00:02:29ทั้งพวกไข้ปัดใหญ่มันก็อาจจะเพิ่มปริมาณ
00:02:29 → 00:02:30ขึ้นมาใช่
00:02:30 → 00:02:33>> แล้วงี้ไข้หวัดใหญ่ตอนนี้กับตอนช่วงฤดู
00:02:33 → 00:02:35หนาวที่ผ่านมาสายพันธุ์เดียวกันมั้คะ
00:02:35 → 00:02:37>> ก็จะเป็นสายพันธุ์ก็คือใกล้เคียงกันอยู่
00:02:37 → 00:02:40แล้วค่ะเวลาที่มันมีการระบาดของไข้หวัดด
00:02:40 → 00:02:43ใหญ่ในแต่ละปีมันจะมีการเปลี่ยนสายพันธุ์
00:02:43 → 00:02:46อ่ามันมีการpredิctโดยทาง WHO เขาก็จะทำ
00:02:46 → 00:02:50การสำรวจว่าอ่าปีนี้จะมีสายพันธุ์ไหนที่
00:02:50 → 00:02:52คาดว่ามีการระบาดบ้างแล้วเขาก็จะดึงเข้า
00:02:53 → 00:02:54มาอยู่ในวัคซีน
00:02:54 → 00:02:57>> มีความคิดแว๊บนึงอ่ะว่าแบบหรือมันเป็นคน
00:02:57 → 00:03:00ปล่อยเชื้อวะ
00:03:00 → 00:03:02>> มันมีการเปลี่ยนสายพันธุ์นิดๆหน่อยๆอยู่
00:03:02 → 00:03:05แล้วทุกปีในตัวของไอ้ตัวไวรัสไข้หวัดใหญ่
00:03:05 → 00:03:08แต่ถ้ามันเปลี่ยนเยอะๆอันนั้นก็คือจะเกิด
00:03:08 → 00:03:11ระบาดใหญ่เหมือนตอนสมัย 2009
00:03:11 → 00:03:12>> อ๋อ
00:03:12 → 00:03:14>> อ่าระบาดใหญ่คือทั่วโลกตอนนี้ก็ยัง
00:03:14 → 00:03:16เปลี่ยนเล็กๆน้อยๆเพราะฉะนั้นมันก็จะ
00:03:16 → 00:03:19เปลี่ยนทุกปีทุกปีนี่ทรงแบบอ่ะบางคนก็ไข้
00:03:19 → 00:03:21สูงบางคนก็อาจจะไม่ได้ไข้สูงมาก
00:03:21 → 00:03:25>> ทำไมเวลาที่เราโดนฝนโดนไอฝนแล้วเราจะต้อง
00:03:25 → 00:03:26ไม่สบาย
00:03:26 → 00:03:28>> มันตั้งต้นคือเกิดจากการติดเชื้อไวรัส
00:03:28 → 00:03:30ซึ่งมันได้เยอะไม่ว่าจะเป็นพวก
00:03:30 → 00:03:32ไโนไวรัสดิโนไวรัส
00:03:32 → 00:03:34ทั้งหลายทั้งแหล่พวกนี้เนี่ยเราต้องมีการ
00:03:34 → 00:03:37ได้รับ particle ของไวรัสสูดเข้าไปในทาง
00:03:37 → 00:03:40เดินหายใจแล้วถึงมีการติดเชื้อขึ้นมาคือ
00:03:40 → 00:03:42จริงๆมันดูไม่น่าจะเกี่ยวกับน้ำฝนอาจจะมี
00:03:42 → 00:03:45คำอธิบายก็คือว่าอย่างเช่นเอาเวลาที่มัน
00:03:45 → 00:03:48ฝนมันลงมันอาจจะมีพวก particle ของไวรัส
00:03:48 → 00:03:51เนี่ยที่มันกระจายตัวแล้วก็ลอยฟุ้งขึ้นมา
00:03:51 → 00:03:54ก็ได้อันที่ 1 เดือนที่ 2 เนี่ยอากาศมัน
00:03:54 → 00:03:56ก็ดรอปลงในช่วงที่เป็นหน้าฝนเช่นเดียวกัน
00:03:57 → 00:04:00คือไวรัสมันอาจจะอยู่ได้นานขึ้นในสภาวะ
00:04:00 → 00:04:03แวดล้อมที่มีความชื้นและอากาศที่มันเย็นๆ
00:04:03 → 00:04:06ลงหน่อยอย่างเช่นเวลาฝนตกอ่ะมันมีพวกิล
00:04:06 → 00:04:08ของไวรัสลอยอยู่ในอากาศแล้วมาแปะที่พวก
00:04:08 → 00:04:12เสื้อผ่งเสื้อผ้าแล้วเราก็เอาไปเช็ดจมูก
00:04:12 → 00:04:14แล้วก็หายใจมันก็สูดเข้าไป
00:04:14 → 00:04:17>> อ๋อมันเป็นหลักการนี้หรอ
00:04:17 → 00:04:20>> คิดว่านะคะ
00:04:21 → 00:04:22>> คิดว่าคิดว่า
00:04:22 → 00:04:24>> อ๋อก็คือมันพาพาร์ทิเคิลที่เราอยู่ใน
00:04:24 → 00:04:26อากาศเนี่ยมาเกาะเราเยอะขึ้น
00:04:26 → 00:04:30>> ใช่ปกติน้ำฝนมันก็คือน้ำอ่ะ H2O มันไม่
00:04:30 → 00:04:33ได้มีไวรัสเนาะสงสัยมากโดยเฉพาะมีคุณ
00:04:33 → 00:04:36ฝรั่งมาบอกว่าไอไม่เข้าใจเลยทำไมคนไทยจะ
00:04:36 → 00:04:38ต้องกลัวฝนรู้มั้ยประเทศไอเนี่ยพอฝนตก
00:04:38 → 00:04:41ปุ๊บจะไล่เด็กๆออกไปตากฝนพี่เดาว่าอย่าง
00:04:41 → 00:04:43งี้มันมันเป็นลักษณะแบบอย่างตอนอยู่ที่
00:04:43 → 00:04:45อังกฤษอ่ะมันเป็นแบบดริสโซ่อ่ะคือเม็ดมัน
00:04:45 → 00:04:46เล็กมันก็ตก
00:04:46 → 00:04:48>> ออมันก็ตกท่วมแบบเรา
00:04:48 → 00:04:50>> ใช่แล้วมันก็หายมันก็หยุดแล้วก็แปะๆๆลงมา
00:04:50 → 00:04:52ใหม่แล้วก็หยุดแต่ว่าเมืองไทยอ่ะมันจริง
00:04:52 → 00:04:56จังมันคือฝนแบบเม็ดใหญ่
00:04:56 → 00:04:58คุณเข้าใจนิดนึง
00:04:58 → 00:05:00>> ใช่คืออันเนี้ยก็แอบเห็นด้วยกับฝรั่ง
00:05:00 → 00:05:02เพราะว่าตอนอยู่ที่นู่นไม่เคยกางร่มไม่
00:05:02 → 00:05:05เคยเลยแค่ใส่หมวกหรือไม่ก็แค่แบบเสื้อที่
00:05:06 → 00:05:09มันมีฮู้ดเราไม่เคยเป็นหวัดเลยตลอดระยะ
00:05:09 → 00:05:10เวลาแบบ
00:05:10 → 00:05:12>> เกือบปีที่อยู่อะไรอย่างเงี้ยค่ะแต่เมือง
00:05:12 → 00:05:15ไทยไม่ได้เลยนะแป๊บเดียวแล้วบางทีแยกไม่
00:05:15 → 00:05:18ออกระหว่างเป็นหวัดกับเป็นภูมิแพ้ที่เกิด
00:05:18 → 00:05:20จากฝุ่น PM 2.5 5 แยกไม่ออก
00:05:20 → 00:05:21>> ตีกันอีลงตรงนั้น
00:05:21 → 00:05:22>> ใช่
00:05:22 → 00:05:23>> เออย่างงาม
00:05:23 → 00:05:25>> ทางผิวหนังนี่เป็นโรคอะไรได้บ้างอันนี้
00:05:25 → 00:05:27เป็นฝ่ายถามละ
00:05:27 → 00:05:30>> ถามคุณหมอผิวหนังถ้าเดินลุยน้ำมันก็ต้อง
00:05:30 → 00:05:33บอกว่าปกติแล้วส่วนใหญ่ 80% น่ะไม่ได้
00:05:33 → 00:05:36เป็นเชื้อราแต่เป็นแค่การระคายเคืองเฉยๆ
00:05:36 → 00:05:38แต่ว่าการระคายเคืองนั้นเนี่ยถ้าสมมุติ
00:05:38 → 00:05:40ว่าเรื้อรังเราไปเกาเยอะหรือว่าอะไรเงี้ย
00:05:40 → 00:05:43ค่ะมันก็อาจจะติดเชื้อตามมาแต่ถ้าลุยน้ำ
00:05:43 → 00:05:45เยอะๆจริงๆแล้วก็มีความอับชื้นมากๆเนี่ย
00:05:45 → 00:05:48ก็อาจจะเป็นฮ่องกงฟูสก็คือติดเชื้อราคน
00:05:48 → 00:05:50ส่วนใหญ่ก็เลยเป็นแค่แค่น้ำกัดเท้า
00:05:50 → 00:05:50>> อ่าฮะ
00:05:50 → 00:05:51>> ไม่ได้เป็นเชื้อรา
00:05:51 → 00:05:54>> แต่ถ้าเกิดว่าในในของหมอโรคติดเชื้อเนี่ย
00:05:54 → 00:05:56สมมุติว่าอ่ะเราลุยน้ำเนี่ยคนจะคิดออกโรค
00:05:56 → 00:05:57แรกเลย
00:05:57 → 00:05:57>> ฉีหนู
00:05:57 → 00:06:00>> ฉี่หนูมาก่อนเลยคือฉี่หนูมันมันคือเป็น
00:06:00 → 00:06:03โรคที่ติดเชื้อคือแบคทีเรียชนิดหนึ่งนี่
00:06:03 → 00:06:06แหละมันพูดง่ายๆว่ามันอาจจะอยู่ในน้ำใน
00:06:06 → 00:06:09น้ำที่มีความสกปรกคือปกติมันก็ไม่ได้เข้า
00:06:09 → 00:06:12มาสู่ร่างกายเงยง่ายนักแต่ว่าถ้าเมื่อ
00:06:12 → 00:06:14ไหร่ก็ตามอ่ะอย่างเช่นว่าอาจจะมีรอยถลอก
00:06:14 → 00:06:17รอยแครกของตัวผิวหนังเนี่ยมันก็อาจจะเข้า
00:06:17 → 00:06:20มาแล้วทำให้เกิดโรคฉีดหนูคือนอกจากโรคฉี่
00:06:20 → 00:06:23หนูเนี่ยถ้าสมมุติว่าน้ำหรือว่ามีการเป็น
00:06:23 → 00:06:26ปนเปื้อนดินที่สกปรกอีกอันนึงที่อาจจะเจอ
00:06:26 → 00:06:28ได้บ้างก็คือพวกกลุ่มพวกเมลิอโดosิสพวก
00:06:28 → 00:06:29นี้ก็เป็นได้
00:06:30 → 00:06:30>> อ๋อ
00:06:30 → 00:06:33>> คือมันมัน expose กับเรื่องของพวกดินอะไร
00:06:33 → 00:06:35พวกเนี้ยค่ะซึ่งมันอยู่ในดินใน
00:06:35 → 00:06:36environment ทำเล
00:06:36 → 00:06:38>> ทำเลจริงๆแล้วอ่ะกรุงเทพฯอ่ะเป็นได้มั้ย
00:06:39 → 00:06:41ฉี่หนูเป็นได้มั้เมรีออยอ่าในอดีตเราก็จะ
00:06:41 → 00:06:44คิดว่าโอ้เมริออยโดisเนี่ย
00:06:44 → 00:06:44>> อีสาน
00:06:44 → 00:06:47>> ต้องอีสานละคีย์เวิร์ดคืออีสานแต่จริงๆ
00:06:47 → 00:06:50แล้วอ่ะมันก็มีหลายภูมิภาคคือทั่วๆประเทศ
00:06:50 → 00:06:53อ่ะมีได้หมดส่วนใหญ่อ่ะมันจะซนอยู่แบบ
00:06:53 → 00:06:55เหมือนกับชานเมืองนิดนึงเหมือนไข้ฉี่หนู
00:06:55 → 00:06:58อ่ะค่ะส่วนใหญ่มันก็จะออกแบบออกไปทางนอก
00:06:58 → 00:07:00เมืองมากกว่าแต่พวกนี้มันก็อาจจะมีว่าอ่ะ
00:07:01 → 00:07:03บางตำแหน่งที่มีเ้าเรียกว่าอัตราการติด
00:07:03 → 00:07:06เชื้อความชุกของโรคอาจจะสูงกว่าในเอเรีย
00:07:06 → 00:07:08อื่นๆก็คือแล้วแต่ใช่
00:07:08 → 00:07:09>> อ๋อน้ำท่วมทองหลอนนี่ไม่เป็นฉีด
00:07:10 → 00:07:11>> น้ำท่วมทองหล่อก็ไม่ค่อยเจอนะคะเอเอาจริง
00:07:12 → 00:07:15ๆในในกรุงเทพฯนี่ไม่ค่อยจะเจอเท่าไหร่
00:07:15 → 00:07:17>> ไม่ค่อยจะเจอเท่าไหร่ชีแต่ว่ามันก็อ้าแต่
00:07:18 → 00:07:21มันก็มีหนูอยู่เนาะก็ต้องระวังนิดนึงใช่
00:07:21 → 00:07:23อยู่ในกรุงเทพฯเนี่ยที่ทำงานมาเนี่ยเรา
00:07:23 → 00:07:25คือเราเจอไม่เยอะไม่เหมือนตอนสมัยอ้าหู
00:07:25 → 00:07:28ย้อนไปซะไม่บอกจำนวนปีแล้วกันค่ะตอนสมัย
00:07:28 → 00:07:29ใช้ทุนอยู่เชียงราย
00:07:30 → 00:07:33>> เจอคือเจอบ่อยมากมาแล้วคีย์เวิร์ดชาวนา
00:07:33 → 00:07:36น้ำแช่เนี่ยเท้าเนี่ยแช่ในน้ำเวลาเขาต้อง
00:07:36 → 00:07:39ดำนาใช่มั้ยคะมาเรื่อยเลยเป็นไข้ฉี่หนู
00:07:39 → 00:07:40อ่ะเจอตลอด
00:07:40 → 00:07:43>> แล้วถ้าเป็นแบบบ้านมีสนามหญ้าล่ะต้องกลัว
00:07:43 → 00:07:43มั้ย
00:07:43 → 00:07:44>> บ้านมีสนามหญ้า
00:07:44 → 00:07:46>> แล้วก็น้ำท่วมสนามหญ้าขึ้นมาแล้วก็ต้องไป
00:07:46 → 00:07:49เดินลุยคือแล้วแต่มันก็ต้องมีพาหะด้วยใช่
00:07:49 → 00:07:51มั้คะซึ่งพวกนี้มันก็ต้องระวังบ้างแต่ก็
00:07:51 → 00:07:54คิดว่าถ้าเป็นareเรียคือคือมันต้องดู
00:07:54 → 00:07:56areเรียอย่างในกรุงเทพฯเองเนี่ยอาจจะไม่
00:07:56 → 00:07:59ได้เจอเยอะขนาดนั้นก็ไม่ต้องกังวลมาก
00:07:59 → 00:08:01>> อเพราะฉะนั้นผู้ว่าก็ไม่ค่อยเดือดร้อน
00:08:01 → 00:08:04เท่าไหร่
00:08:04 → 00:08:04>> อื
00:08:04 → 00:08:06>> อีกอันนึงที่เจอได้ก็อย่างเช่นพวกกลุ่ม
00:08:06 → 00:08:08มณโรคเทียม
00:08:08 → 00:08:09>> อ๋อ
00:08:09 → 00:08:12>> ก็อาจจะเป็นไปได้นะคะบางสายพันธุ์บางสาย
00:08:12 → 00:08:14พันธุ์ที่อ่ะอยู่ในน้ำฮีโมฟิลุ่มอย่าง
00:08:14 → 00:08:17เงี้ยไมโครคทีเรียมฮีโมอฟิก็จะอยู่ในน้ำ
00:08:17 → 00:08:17ได้
00:08:17 → 00:08:19>> ไม่เจออ่ะไม่ค่อยเจอเท่าไหร่
00:08:19 → 00:08:22>> ส่วนใหญ่คือเขาจะแบบลักษณะว่า expose แบบ
00:08:22 → 00:08:26อ่ะอย่างเช่นทำชอบไปลงไปปลูกต้นไม้ทำส่ง
00:08:26 → 00:08:29ทำสวนอะไรพวกเทือกๆนั้นมากกว่าที่ประวัติ
00:08:29 → 00:08:29>> ที่จะเจอ
00:08:29 → 00:08:32>> อ๋อมีอีกประวัตินึงด้วยนะเอาไปทำสปา
00:08:32 → 00:08:33>> อ่า
00:08:33 → 00:08:34>> สปาปลา
00:08:34 → 00:08:35>> อ่าใช่ๆ
00:08:35 → 00:08:37>> อ่าอันเนี้ยติดเชื้อเยอะ
00:08:37 → 00:08:40>> ใช่ก็จะเป็นอ่าชื่ออีกชื่อนึง
00:08:40 → 00:08:43ไมโครบคทีเรียม
00:08:43 → 00:08:44>> มีหลายชื่อเนาะ
00:08:44 → 00:08:46>> ใช่เวลาผู้หญิงเราเข้าห้องน้ำอ่ะเรา
00:08:46 → 00:08:50สามารถติดเชื้ออะไรมาได้มย HPV หรือเริม
00:08:50 → 00:08:52>> จริงๆมันเป็นคาบเกี่ยวระหว่างโรคติดเชื้อ
00:08:52 → 00:08:54แล้วของทางคุณหมอผิวหนังเหมือนกันมันอาจ
00:08:54 → 00:08:58จะต้องไปตั้งต้นก่อนว่ามันติดต่อ
00:08:58 → 00:09:00>> โดยส่วนใหญ่มันก็น่าจะต้องเป็นทางคอนแทค
00:09:01 → 00:09:01>> สัมผัส
00:09:01 → 00:09:04>> สัมผัสสมมุติว่าคนที่เขาเข้าก่อนหน้าเรา
00:09:04 → 00:09:07เามีเชื้อนั้นอยู่ไปนั่งบนโถชักโครกเขา
00:09:07 → 00:09:10ไม่ได้ทำความสะอาดแล้วเขาก็ออกไปคนถัดไป
00:09:10 → 00:09:12นั่งต่อมันก็มีโอกาสที่จะสัมผัสแล้วก็ได้
00:09:12 → 00:09:14รับเชื้อได้ง่าย
00:09:14 → 00:09:16>> เพื่อนหนุ่มอ่ะชอบถามเยอะเยอะมากเลยแก
00:09:16 → 00:09:19เข้าห้องน้ำท่าไหนฉันก็เปิดประตูเข้าไปไง
00:09:19 → 00:09:22>> มันมีมันมีหลายท่าใช่มั้ยคะ
00:09:22 → 00:09:24>> มันมีหลายท่าใช่
00:09:25 → 00:09:27>> คือถ้าเราถ้าเราเป็นคนที่แข็งแกร่งเรา
00:09:27 → 00:09:30เป็นนักกีฬาเนี่ยเราก็อาจจะสquอได้โดยที่
00:09:30 → 00:09:33โดยที่ไม่มีการสัมผัส
00:09:33 → 00:09:35>> แต่ว่าคือหลายๆที่เนี่ยเขาก็พยายามจะ
00:09:35 → 00:09:36เตรียมพวกอะไรนะคะพวก
00:09:36 → 00:09:37>> แผ่นรอง
00:09:37 → 00:09:41>> ใช่แผ่นรองให้หรือว่าเป็นพวกน้ำยาเช็ดทำ
00:09:41 → 00:09:43ความสะอาดอ่าใช่ๆ
00:09:43 → 00:09:44>> แต่เราก็ยังมีความรู้สึกว่าอึ
00:09:44 → 00:09:46>> ไม่ๆฉันจะไม่ขอคอนแทaคเลย
00:09:46 → 00:09:49>> ขอไม่คอนแทaคดีกว่าเราก็จะต้องฝึกสquอ
00:09:49 → 00:09:49ก่อน
00:09:49 → 00:09:50>> ใช่ฝึกสquอ
00:09:50 → 00:09:51>> ให้แข็งแรง
00:09:51 → 00:09:54>> แต่วันนี้ก็เพิ่งมานึกได้ว่าอีสายฉีดอ่ะ
00:09:54 → 00:09:55นั่นก็คืออีกหนึ่งคอนแทค
00:09:55 → 00:09:56>> อก็จริงๆ
00:09:56 → 00:09:58>> ลืม
00:09:58 → 00:09:59>> อ่า
00:09:59 → 00:10:01>> อันนี้ลืมไปเลยจริงๆ
00:10:01 → 00:10:03>> ไม่รู้หรือเป็นคนไทยไม่รู้รู้สึกติดจะ
00:10:03 → 00:10:05ต้องใช้สายชำระ
00:10:05 → 00:10:07>> ถ้าที่ไหนมีนี่คือแบบ
00:10:07 → 00:10:10>> เมืองนอกไม่มีถ้าไม่ใช่โซนเอเชียทางยุโรป
00:10:10 → 00:10:11ไม่มีเลย
00:10:11 → 00:10:13>> ไม่มีเลยอันนั้นก็ดีก็เหมือนกระดาษทิชชู่
00:10:13 → 00:10:16นี่คือรอดแน่นอนจริรอดอ่ะมีคำถามเพิ่มอีก
00:10:16 → 00:10:19ห้องน้ำที่ญี่ปุ่นกดตุ่มแล้วมันก็มี
00:10:19 → 00:10:22>> อ่าอันนี้ก็ดูแอบดูน่ากลัว
00:10:22 → 00:10:23>> เอออันนี้น่ากลัวใช่มั้ย
00:10:23 → 00:10:25>> น่าแอบดูน่ากลัวเหมือนกันนะคะคือเราไม่
00:10:25 → 00:10:26รู้ว่าม
00:10:26 → 00:10:28>> ทำความสะอาดบ่อยแค่ไหนด้วยอ่ะ
00:10:28 → 00:10:32>> กูก็ไปดูในรายละเอียดด้วยนะแบบว่า
00:10:32 → 00:10:35กลไกของเครื่องนั้นน่ะจริงๆแล้วอ่ะทุก
00:10:35 → 00:10:38ครั้งก่อนที่มันจะโผล่มาแล้วก็ตอนที่มัน
00:10:38 → 00:10:39เก็บอ่ะมันจะมีการล้างด้วย
00:10:39 → 00:10:40>> อ่า
00:10:40 → 00:10:41>> มันเพียงพอมย
00:10:41 → 00:10:43>> ก็แอบพูดยากเหมือนกันเนาะบอกยาก
00:10:43 → 00:10:46>> บอกยากมากเลยอ่ะไม่กล้าใช้หลังจากที่แบบ
00:10:46 → 00:10:48คิดไปคิดมาคิดหน้าคิด
00:10:48 → 00:10:50>> แต่แต่โดยปกติอ่ะถ้าเราดูกลไกมันน่ะมัน
00:10:50 → 00:10:52ไม่ได้มีการมาสัมผัส
00:10:52 → 00:10:52>> ใช่
00:10:52 → 00:10:54>> โดยตรงมันแค่พ่นน้ำแล้วมันกลับ
00:10:54 → 00:10:57>> แต่ว่าแบบอันนี้ก็คือคิดจินตนาการไปเลยนะ
00:10:57 → 00:11:00คือแบบว่าอีตอนพ่นน้ำภาวะของผู้หญิงแต่ละ
00:11:00 → 00:11:01คนก็ไม่เหมือนกัน
00:11:01 → 00:11:04>> บางคนมีประจำเดือนหรืออะไรอย่างเงี้ยอยู่
00:11:04 → 00:11:07มันแบบคือมันพ่นเป็นแบบสปริกleแล้วมันมี
00:11:07 → 00:11:09การกระเด็นแล้วมันไม่รู้มันมีการกระเด็น
00:11:09 → 00:11:11แล้วกลับมาโดนบริเวณตรงหัวรือเปล่า
00:11:11 → 00:11:12>> อ๋อหมายถึงว่าชิ่ง
00:11:12 → 00:11:13>> อันนี้คิดเยอะไปมั้ย
00:11:13 → 00:11:16>> มีการชิ่งใช่
00:11:16 → 00:11:18นี่ละเอียดมากคือ anal ละเอียดก็เลยรู้
00:11:18 → 00:11:21สึกว่าสวขนาดทิชชู่นี่คือจบหรือมันก็
00:11:22 → 00:11:22>> น่าจะเซฟละ
00:11:22 → 00:11:24>> พกที่ทำความสะอาดส่วนตัวไป
00:11:24 → 00:11:25>> ใช่ใช่
00:11:25 → 00:11:27>> เราไม่ควรใช้ทิชชู่เปียกนะในการทำความ
00:11:27 → 00:11:27สะอาด
00:11:27 → 00:11:29>> โอ๊ยอันนี้ต้องถามหมอผิวหนัง
00:11:29 → 00:11:32>> โออันนี้เพิ่งได้รับความรู้จากพcสคราวที่
00:11:32 → 00:11:34แล้วจุดซ่อนเร้นของเราเนี่ยไม่ควรใช้
00:11:34 → 00:11:37ทิชชู่เปียกไม่ว่าจะเป็นสำหรับเด็กๆก็ตาม
00:11:37 → 00:11:38ใช้ทิชชู่แห้งไป
00:11:38 → 00:11:43>> ออแล้วถ้าเอาทิชชู่อ่ะไปชุบน้ำหรอคะได้
00:11:43 → 00:11:47ใช่กังวเรื่องสารกันปูหรืออะไรเงี้ในนั้น
00:11:47 → 00:11:49หรือสารอื่นๆที่อาจจะระคายเคืองได้
00:11:49 → 00:11:51>> เพราะว่าตอนหลานเล็กๆนี่ก็อ้าเห็นแม่มัน
00:11:51 → 00:11:52เช็ดใหญ่เลย
00:11:52 → 00:11:55>> โอที่ชุบเปียกใช่มั้ยความจริงไม่เราควรจะ
00:11:55 → 00:11:57เอาแบบสำลีชุบน้ำเช็ดเด็กๆอันนี้คือแบบดี
00:11:57 → 00:12:00ที่สุดแล้วสมัยพ่อแม่เราการดื่มน้ำแก้ว
00:12:00 → 00:12:02เดียวกันเนี่ยมีโอกาสเสี่ยงที่จะติดโรค
00:12:02 → 00:12:06อะไรบ้างมยโรคที่ติดต่อโดยการสัมผัสทั้ง
00:12:06 → 00:12:10หลายก็คือพวกใครวัดย้ายโควิดอะไรก็ว่าไป
00:12:10 → 00:12:12ใช่มั้คะแล้วก็อีกอันนึงก็คือที่มันติด
00:12:12 → 00:12:15ต่อโดยทางการกินที่มันจะขึ้นมาเป็นอย่าง
00:12:15 → 00:12:18แรกที่คิดถึงคือไวรัสตับอักเสบต้องเป็น A
00:12:18 → 00:12:19ด้วย
00:12:19 → 00:12:19>> อ้อ
00:12:19 → 00:12:22>> ชนิดมันมีหลายชนิดคนทั่วไปดีกว่าจะรู้จัก
00:12:22 → 00:12:24ก็คือมี A มี B มี C ใช่มั้ยคะ
00:12:24 → 00:12:25>> ใช่
00:12:25 → 00:12:28>> ง่ายๆคือ A ติดทางการกินเนาะ FCAL oral
00:12:28 → 00:12:30Road B กับ C คือติดเหมือนกันเลยติด
00:12:30 → 00:12:33เหมือน HIV ด้วยแล้วติดง่ายกว่า HIV ก็
00:12:33 → 00:12:37คือทางเพศสัมพันธ์แล้วก็ทางเลือดแม่สู่
00:12:37 → 00:12:39ลูกก็ได้ A มีวัคซีนมั้ย
00:12:39 → 00:12:43>> A มีวัคซีน B มีวัคซีนแต่ C ไม่มีวัคซีน
00:12:43 → 00:12:44วัคซีน
00:12:44 → 00:12:47>> ใช่ถาม B กับ C ไหนน่ากลัวกว่า C ติดง่าย
00:12:47 → 00:12:50กว่าและไม่มีวัคซีนด้วย
00:12:50 → 00:12:52>> อ๋อมันติดทางเลือดกับทางเพศสัมพันธ์
00:12:52 → 00:12:52>> ใช่ค่ะ
00:12:53 → 00:12:55>> โหมเคยมีสตอี่ของครอบครัวครอบครัวนึงแต่
00:12:55 → 00:12:57ว่าเป็นชาวต่างชาติเนาะลูกชายเนี่ยเป็น
00:12:57 → 00:13:01สิวแบบเยนมากทั้งหน้าทั้งตัวหน้าอกหลัง
00:13:01 → 00:13:03คือแบบต้องกินยาคุณต้องกินยาเท่านั้นคือ
00:13:03 → 00:13:06ทางออกแต่แม่หัวชนฝายังไงก็ไม่ให้กิน
00:13:06 → 00:13:09เพราะเขาคิดว่าการกินยากลุ่มไอโซตติโนอิน
00:13:09 → 00:13:12เนี่ยมันจะทำให้เกิดตับอักเสบแล้วสุดท้าย
00:13:12 → 00:13:15เนี่ยคือเชิญคุณแม่มาคุยอมใช้เวลาเป็น
00:13:15 → 00:13:17ชั่วโมงในการคุยกับเขาเลยนะแล้วก็เอา
00:13:17 → 00:13:20เปเปอร์มานั่งให้คุณแม่ค่อยๆอ่านอ่านไป
00:13:20 → 00:13:22ด้วยกันสรุปสุดท้ายสุดท้ายที่คุณแม่เปิด
00:13:22 → 00:13:25ให้อุมอ่ะก็คือว่าพ่อของเขาอ่ะติดเชื้อ
00:13:25 → 00:13:28ไวรัสตับอักเสบ C จาก Blood Transfer ก็
00:13:28 → 00:13:29คือการถ่ายเลือด
00:13:29 → 00:13:29>> อ๋อ
00:13:29 → 00:13:31>> แล้วหลังจากนั้นเนี่ยพ่อเขาอ่ะไม่สามารถ
00:13:31 → 00:13:33มีเพศสัมพันธ์กับแม่ได้อีกเลย
00:13:33 → 00:13:33>> อ
00:13:34 → 00:13:36>> เขาก็กลัวว่าลูกชายเขาถ้าเกิดตับอักเสบ
00:13:36 → 00:13:38อย่างเงี้ยมันจะไม่สามารถมีเพศสัมพันธกับ
00:13:38 → 00:13:40คนอื่นได้อีกเลยมันก็เลยอ๋อไม่ใช่ถ้าเกิด
00:13:40 → 00:13:42ตับอักเสบมันตับอักเสบ
00:13:42 → 00:13:46หายอ่าไม่ใช่แล้วถ้าเกิดบังเอิญ
00:13:46 → 00:13:49>> ว่าเราหรือว่าคนรักของเราอ่ะเป็นไวรัส
00:13:49 → 00:13:51อักเสบซ
00:13:51 → 00:13:54>> โอ้โหนี่ยากเลย
00:13:54 → 00:13:57ยากจริงๆคือ B อ่ะมันยังป้องกันได้
00:13:57 → 00:13:59>> ป้องกันโดยการฉีดวัคซีน
00:13:59 → 00:14:02>> ใช่ C กับ HIV เนี่ยอ่ะถ้า HIV ณปัจจุบัน
00:14:02 → 00:14:04น่ะเรามียาป้องกันละ
00:14:04 → 00:14:05>> ออมียาป้องกันแล้ว
00:14:05 → 00:14:08>> ใช่ก็คือเหมือนกับมันก็คือยายาต้านไวรัส
00:14:08 → 00:14:10นี่แหละค่ะแต่ว่าเราก็สามารถใช้ป้องกันใน
00:14:10 → 00:14:11กลุ่มที่
00:14:11 → 00:14:11>> เราก็กิน
00:14:11 → 00:14:13>> ใช่คือในกลุ่มอ่ะอย่างง่ายๆอย่างเช่นชาย
00:14:13 → 00:14:18รักชายเขาก็จะมีเค้าเรียกเนาะยา
00:14:18 → 00:14:18>> อ๋อ
00:14:18 → 00:14:21>> อ่าอันนี้คือเขาก็จะสามารถที่จะกินเพื่อ
00:14:21 → 00:14:23ป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ
00:14:23 → 00:14:24>> ก่อนไปมีเพศสัมพันธ์
00:14:24 → 00:14:27>> ใช่หรือว่ากินคือกินต่อเนื่องก็ได้
00:14:27 → 00:14:27>> กินเลย
00:14:27 → 00:14:30>> กินเลยต่อเนื่องแต่ว่าคือตัวยามันจะไม่
00:14:30 → 00:14:33ได้เท่ากับคนที่ติดเชื้อแล้วรักษา
00:14:33 → 00:14:37>> อ๋อคือโดสต่ำกว่าเพื่อป้องกัน
00:14:37 → 00:14:39>> แบบใช่ค่ะอ่ะสมมุติว่าอย่างรักษาเนี่ยใช้
00:14:39 → 00:14:42ยาจะเป็น comination ถ้ากินเพื่อป้องกัน
00:14:42 → 00:14:44เป็นเนี่ยก็อาจจะลดลงหน่อย
00:14:44 → 00:14:46>> มันป้องกันได้กี่เปอร์เซ็นต์มันไม่ไม่มี
00:14:46 → 00:14:48อะไรที่ป้องกันได้ 100% แต่ก็คือได้เยอะ
00:14:48 → 00:14:49มากๆจริงๆ
00:14:49 → 00:14:50>> 90
00:14:50 → 00:14:52>> ใช่อะไรประมาณนั้นเลย
00:14:52 → 00:14:55>> ป้องกัน HIV ได้แต่อาจจะต้องระวังติดต่อ
00:14:55 → 00:14:57STD อื่นๆอยู่ดีใช่ค่ะทีนี้พวก STD อื่น
00:14:57 → 00:15:00ๆน่ะมันก็ต้องป้องกันโดยการใช้คอนดomเนาะ
00:15:00 → 00:15:02แต่ไวรัสตับอักเสบ C เนี่ยไม่มีวัคซีน
00:15:03 → 00:15:05ด้วยแถมไม่ได้แบบมีบอกให้กินยาเพื่อป้อง
00:15:05 → 00:15:07กันเพราะฉะนั้นน่ะมัน
00:15:07 → 00:15:08>> ยาช่วยมั้ยอ่ะ
00:15:08 → 00:15:09>> ก็ช่วยนะคะช่วย
00:15:09 → 00:15:12>> ถ้าเกิดจะมีลูกนี่คือต้องทำอย่างเดียว
00:15:13 → 00:15:13อย่างเดียว
00:15:13 → 00:15:16>> ลำบากลำบากจริงอันนี้เป็นคำถามที่แบบเออ
00:15:16 → 00:15:19ถ้ามานั่งคิดเรื่องกลไกเรื่องของโอกาสการ
00:15:19 → 00:15:22ติดเชื้อนี่ก็เป็นเรื่องที่หนักอกหนักใจ
00:15:22 → 00:15:23ใช่ถ้าจะมีบุตร
00:15:23 → 00:15:26>> เหมือนสมัยก่อนที่แบบคนไข้ HIV ตอนแรกๆ
00:15:26 → 00:15:27อ่ะค่ะ
00:15:27 → 00:15:27>> ออ
00:15:27 → 00:15:29>> ถ้าจะตั้งครรภ์ทำยังไง
00:15:29 → 00:15:32>> คือตามรายงานของประเทศไทยดีกว่าเนาะ STD
00:15:32 → 00:15:35เพิ่มขึ้นที่ไม่ใช่ HIV เพราะว่ารู้ที่
00:15:35 → 00:15:36หันมาเนี่ยมา
00:15:36 → 00:15:39>> เพราะว่าอีเพนี่นี่เองอ่ะเลยทำให้ HIV
00:15:39 → 00:15:39มันดรอป
00:15:39 → 00:15:42>> คือแต่จริงๆอ่ะช่วงช่วงเที่ผ่านมาก็มี
00:15:42 → 00:15:44กระแสอยู่นะคะเพราะว่า HIV กับ CFIL
00:15:44 → 00:15:47เนี่ยเริ่มเจอเยอะก็เลยไม่รู้ว่าแบบเอ๊ะ
00:15:47 → 00:15:50ทำไมช่วงนี้มันถึงดูมันเป็นกระแสมากขึ้น
00:15:50 → 00:15:53หรือว่าพฤติกรรมของคนมันเปลี่ยนหรือเปล่า
00:15:53 → 00:15:56ช่วงหลังเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝันอุบัติเหตุ
00:15:56 → 00:15:59เวลาไปเที่ยวแล้วถุงแตกทำยังไงสิ่งที่
00:15:59 → 00:16:02สำคัญที่สุดคือมันมี Golden period อยู่
00:16:02 → 00:16:06>> 72 ชมเหตุปุ๊บอย่าคิดเยอะไม่ต้องไปวนคิด
00:16:06 → 00:16:09อยู่กลับไปบ้านไปเครียดจะติดไม่ติดไม่ติด
00:16:09 → 00:16:12มาโรงพยาบาลก่อนจะดึกจะดื่นแค่ไหนก็ยังมี
00:16:12 → 00:16:14อย่างน้อยมีคุณหมอเวรคุณหมอห้องฉุกเฉิน
00:16:15 → 00:16:18อะไรพวกนี้เขาก็ยังดูให้เบื้องต้นก่อนได้
00:16:18 → 00:16:21>> หรือว่าอ่ะถ้าโอเคพอรอได้มาตอนเช้าแล้ว
00:16:21 → 00:16:24เจอคุณหมอเฉพาะทางก็ส่วนใหญ่ก็จะแนะนำเจอ
00:16:24 → 00:16:27คุณหมอโรคติดเชื้อเพื่อจะได้ให้คำแนะนำ
00:16:27 → 00:16:30ที่สำคัญที่สุดก็คือว่าถ้ามีความเสี่ยง
00:16:30 → 00:16:33สูงอย่างเช่นว่าโอ้ประวัติชัดเจนเลยไป
00:16:33 → 00:16:35เที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวผู้หญิงกลุ่ม
00:16:35 → 00:16:38เสี่ยงหรือว่าอ่าเป็นเป็น LG ผู้ชายผู้
00:16:38 → 00:16:41ชายอันนี้จะเสี่ยงมากนะคะแล้วก็แบบเพศ one
00:16:41 → 00:16:43night stand น่ะไม่รู้ไม่เจอกันแล้วใน
00:16:43 → 00:16:45ชาตินี้คือเมื่อคืนแทง out กันแถวทองหล่อ
00:16:45 → 00:16:48แนะนำว่าให้ทานยาต้านไวรัสเพื่อป้องกัน
00:16:48 → 00:16:51การติดเชื้อแล้วก็ควรจะเริ่มภายใน 72 ชมง
00:16:51 → 00:16:55มีคนไข้ถามว่าทำไมต้อง 72 ชมงเพราะว่า
00:16:55 → 00:16:58เวลาสมมุติมันมีการที่ติดเชื้อ HIV จริงๆ
00:16:58 → 00:17:02อ่ะเชื้อมันก็เข้าไปตามรอยชั
00:17:02 → 00:17:05ฉีกขาดใช่มั้ยคะแล้วก็เข้าไปปุ๊บมันก็จะ
00:17:05 → 00:17:09โดนดักจับด้วยไอ้ตัวต่อมน้ำเหลืองก่อนพวก
00:17:09 → 00:17:11นี้มันก็คือจะจับเชื้อโรคก่อนภายใน 72
00:17:11 → 00:17:13ชั่วโมงเนี่ยร่างกายมันยังจัดการได้ก่อน
00:17:13 → 00:17:16ที่จะเข้าสู่ circulation เข้ากระแสเลือด
00:17:16 → 00:17:18ก็ถือเป็น golden period เอาง่ายๆว่า
00:17:18 → 00:17:19ยิ่งเร็วยิ่งดี
00:17:19 → 00:17:22>> เรามักจะพูดว่าเอ้ยชายรักชายจะเพิ่มโอกาส
00:17:22 → 00:17:24เสี่ยงแต่ความจริงปัจจุบันไม่ใช่นะต้อง
00:17:24 → 00:17:28บอกว่าเป็นช่องทางการร่วมเพศต่างหากที่
00:17:28 → 00:17:30มันเพิ่มโอกาสความเสี่ยงเพราะปัจจุบัน
00:17:30 → 00:17:32เนี่ยจะหญิงผู้ชายผู้ชายผู้ชายหรืออะไร
00:17:32 → 00:17:36อย่างเงี้ยก็จะมีทางทวารหนักได้ทั้งนั้น
00:17:36 → 00:17:36>> อ่าอ่าใช่
00:17:36 → 00:17:39>> ช่องทางทวหนักคือช่องทางที่เสี่ยงที่สุด
00:17:39 → 00:17:41เพราะมีโอกาสที่จะเกิดการฉีกขาดเป็นแผล
00:17:41 → 00:17:44และเป็นทางเข้าของชีวิตจะเสี่ยงกว่าทาง
00:17:44 → 00:17:45คลอดปกติ
00:17:45 → 00:17:46>> ใช่
00:17:46 → 00:17:49>> โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็น
00:17:49 → 00:17:50ก็คือเป็นฝ่ายรับ
00:17:50 → 00:17:51>> เป็นฝับคือผู้หญิงก็จะเสี่ยงกว่าผู้ชาย
00:17:51 → 00:17:54ฝ่ายรับก็จะเป็นคนเสี่ยงกว่า
00:17:54 → 00:17:54>> ใช่
00:17:54 → 00:17:56>> พูดถึงเรื่องนี้ทีไรแล้วแบบการแนะนำเนี่ย
00:17:56 → 00:18:00เป็นเรื่องหนักใจตลอดเลยอะไรอย่างเงี้ย
00:18:00 → 00:18:01แต่ก็
00:18:01 → 00:18:03>> เวลาคนที่มาปรึกษาเราจะได้รับเอเนerร์จี
00:18:04 → 00:18:07ถึงความกังวลโอมากๆค่ะถ้าไม่ได้มี
00:18:07 → 00:18:09ครอบครัวหรือว่าเป็นโสดเงี้ยมันไม่ค่อยมี
00:18:09 → 00:18:10ปัญหา
00:18:10 → 00:18:11>> อ๋อไม่กังวลมาก
00:18:11 → 00:18:13>> ไม่กังวลมากแต่ก็กังวลอยู่มันขึ้นกับพื้น
00:18:13 → 00:18:14ฐานความกังวล
00:18:14 → 00:18:16>> ก็คือกังวลของตัวเองอย่างเดียวจะไม่ได้
00:18:16 → 00:18:17กังวลพาร์ทเนอร์ที่บ้าน
00:18:17 → 00:18:21>> ใช่แต่แบบประเภทมีคู่ครองแล้วแล้วบังเอิญ
00:18:21 → 00:18:23แบบมันไปพลาดกลุ่มเนี้ยเขาก็จะมีความแบบ
00:18:23 → 00:18:26กังวลมากว่าแล้วจะทำยังไงล่ะคุณหมอแล้ว
00:18:26 → 00:18:29แล้วอย่างี้คนที่บ้านจะยังไงเราก็ต้องแนะ
00:18:29 → 00:18:32นำไปก็ต้องหาวิธีนะคือความเสี่ยงมันยัง
00:18:32 → 00:18:34อยู่ในช่วง 3 เดือนคือคนที่บ้านก็ต้องอาจ
00:18:34 → 00:18:37จะต้องมีความเอ๊ะทำไมมีความสงสัยทำไม
00:18:37 → 00:18:40พฤติกรรมเปลี่ยนก็คือต้องแนะนำว่าไม่ควร
00:18:40 → 00:18:42จะไปมีความเสี่ยงกับคนที่บ้านไปเพิ่มความ
00:18:42 → 00:18:45เสี่ยงให้คนที่บ้านโดยการต้องใช้คอนมใช่
00:18:45 → 00:18:48บางคนก็จะบอกว่าแต่คุณหมอก่อนหน้าเนี่ไม่
00:18:48 → 00:18:49เคยใช้เลยนะไม่เคยใช้
00:18:49 → 00:18:52>> ปกติไม่เคยใช้แล้วใช้ลุกขึ้นมาใช้ล่ะทำ
00:18:53 → 00:18:56ยังไงเป็นเรื่องที่ยากอันนี้ก็ต้องพยายาม
00:18:56 → 00:19:01ไปหาวิธีเอานะหมอเอาใจช่วย
00:19:01 → 00:19:03>> แมวเลียน่าเฉี่ยงติดเชื้อมั้ย
00:19:03 → 00:19:05>> แมวเนี่ยมาเรื่อยๆค่ะ
00:19:05 → 00:19:06>> อะไรนะ
00:19:06 → 00:19:11>> มีๆมีน้ำเชื้อนะเชื้อหมายถึงว่าก็คือคุณ
00:19:11 → 00:19:14แม่แมวเนาะเป็นมนุษย์รักแมวคุณแม่คุณพ่อ
00:19:14 → 00:19:16แมวทั้งหลายอะไรอย่างเงี้ยก็มานะมาเจอ
00:19:16 → 00:19:20จริงๆมาเจอทางผิวหนังช่วงก่อนน่ะจะมี
00:19:20 → 00:19:24>> ใช่สปอโรทริโคosisก็เจอแล้วก็เจอเรื่อยๆ
00:19:24 → 00:19:26>> ใช่แล้วก็พวกแบคทีเรียเราก็มี
00:19:26 → 00:19:28ทอกโซพลาสโมิเจอบ่อยมั้ย
00:19:29 → 00:19:31>> อุ๊ยไม่โออันนั้นเนี่ยส่วนใหญ่อ่ะมันไม่
00:19:31 → 00:19:34ได้แสดงอาการในทันทีแต่ว่ามันจะไปเจอในคน
00:19:34 → 00:19:37ไข้ที่ภูมิต่ำอย่างเช่นในกลุ่ม HIV
00:19:37 → 00:19:39>> ทอกโซพลาสโมisเท่าที่จำได้นี่คือคนท้อง
00:19:39 → 00:19:42ไม่ควรอยู่กับแมวอะไรเงี้ยเพราะว่าลูก
00:19:42 → 00:19:43พิการได้เลย
00:19:43 → 00:19:45>> อใช่ๆเออใช่คนที่ต้องคอนเซิร์นคือเรื่อง
00:19:45 → 00:19:49คนท้องถ้าอย่างแมวอ่ะแมวเขาก็เลียพวกเล็บ
00:19:49 → 00:19:51เขาด้วยบางทีคือไม่ต้องมาเเลียหน้าเราก็
00:19:51 → 00:19:53ได้แต่แบบโดนแมวขวนก็มีติดเชื้อได้
00:19:53 → 00:19:56แบคทีเรียที่มันอยู่ตามเล็บแมวมันก็จะ
00:19:56 → 00:19:59เข้าไปตามรอยถลอกของผิวหนังแล้วก็ทำให้
00:19:59 → 00:20:02เกิดไข้เกิดต่อมน้ำเหลืองโตอะไรพวกนี้ได้
00:20:02 → 00:20:02ค่ะ
00:20:02 → 00:20:04>> อ๋ออันนี้ไม่ได้มาผิวหนังมาผิวหนังก็
00:20:04 → 00:20:05เชื้อรานั่นแหละ
00:20:05 → 00:20:08>> ถ้ามาผิวหนังเลยเป็นแผลก็คือเชื้อราเชื้อ
00:20:08 → 00:20:11แต่ถ้าไปทางติดเชื้อนี่คือเป็นแบบไข้
00:20:11 → 00:20:12>> อ่าน้ำโต
00:20:12 → 00:20:13>> ไข้น้ำเหลืองโต
00:20:13 → 00:20:15>> อ่าแต่ก็เป็นเชื้อแบคทีเรียธรรมดาได้ยาไป
00:20:15 → 00:20:19ก็ง่ายหายแต่เชื้อราเนี่ยโอ้โหหลายเดือน
00:20:19 → 00:20:21เหมือนกันนะคะโอใช่เป็นอย่างน้อยต้องกิน
00:20:21 → 00:20:22ยากัน 1 เดือนเป็นอย่างเงี้
00:20:22 → 00:20:28>> ใช่แม่หมาก็มีเหมือนกันถ้าเป็นติดเชื้ออ
00:20:28 → 00:20:31>> แบคทีเรียบางอย่างก็เข้ากระแสเลือดได้
00:20:31 → 00:20:33หรือว่าอ่ะถ้าแบบไม่ได้ซีเรียสมาก็อาจจะ
00:20:33 → 00:20:36มีแค่แผลที่มันอักเสบเฉยๆใช่มั้คะ
00:20:36 → 00:20:37>> ออใช่ก็แค่โลคalอย่างเดียว
00:20:37 → 00:20:40>> ใช่แค่โลคalบางทีก็มีติดเชื้อในกระแส
00:20:40 → 00:20:41เลือดได้เหมือนกัน
00:20:41 → 00:20:43>> ในฐานะแม่หมานอนด้วยกัน
00:20:43 → 00:20:46>> แม่หมาแม่หมาแม่แมว
00:20:46 → 00:20:49>> โอใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกันสิ่งที่เรากังวลก็
00:20:49 → 00:20:53คือโรคติดต่อที่ไปจากผิวหนังคนนึงสู่ไป
00:20:53 → 00:20:55สู่อีกคนนึงเชื้อราก็ได้เชื่อมั้คะ
00:20:55 → 00:20:56>> เริ่มก็ได้
00:20:56 → 00:20:58>> ถ้าคุณเรียนหมอผิวหนังเนี่ยคุณจะไม่กล้า
00:20:58 → 00:21:01นอนโรงแรมต่ำกว่า 4 ดาวอีกเลยคือต้องนอน 4
00:21:01 → 00:21:04ดาวขึ้นไปเพราะว่าถ้าคุณจะได้ 4 ดาวคุณ
00:21:04 → 00:21:06ต้องอบผ้าด้วยความร้อน
00:21:06 → 00:21:06>> อ
00:21:06 → 00:21:09>> ซึ่งอบผ้าด้วยความร้อนมันจะฆ่าหลายตัว
00:21:09 → 00:21:12ทั้งแมลงทั้งเชื้อเพราะฉะนั้นถ้า 3 ดาว
00:21:12 → 00:21:13อะไรเงี้ยมันจะไม่มีข้อบังคับแต่บางโรง
00:21:13 → 00:21:16แรมเอาจจะมีอบนะก็แล้วแต่โรงแรมไป
00:21:16 → 00:21:18>> แต่ว่าถ้าเอาชัวร์ก็ต้อง 4 ดาวขึ้นไป
00:21:18 → 00:21:20>> อถ้าอย่างที่น้องอุ๋มบอกอ่ะพวกไวรัสพวก
00:21:20 → 00:21:23เริมถ้ามันโดนความร้อนที่อุณหภูมิสูง
00:21:23 → 00:21:26ประมาณนึงเนี่ยมันสามารถที่จะฆ่าเชื้อได้
00:21:26 → 00:21:28>> ต้องเอาผ้าเช็ดตัวไปเองอะไรอย่างงี้หรือ
00:21:28 → 00:21:29เปล่าเอาผ้าเช็ดตัว
00:21:29 → 00:21:30>> ยังไม่รอด
00:21:30 → 00:21:31>> ยังไม่รอดผ้าผ้าปู
00:21:31 → 00:21:34>> อ๋อผ้าปูจริงดมันก็สำคัญเนาะ
00:21:34 → 00:21:35>> เบดบั
00:21:35 → 00:21:36>> อื
00:21:36 → 00:21:39>> ก็คือถ้าเกิดนอนสีดาวขึ้นไปก็จะสบายใจตรง
00:21:39 → 00:21:42ที่ว่าเขาอบเบดบักตายหมดก็ไม่ไม่มีปัญหา
00:21:42 → 00:21:45>> โอเคค่ะต่อไปนี้ 4 ดาวอัพ
00:21:45 → 00:21:49>> อ๋ออาหารค้างคืนอาหารค้างคืนค้างได้กี่
00:21:49 → 00:21:49วัน
00:21:49 → 00:21:52>> เป็นหัวข้อที่แบบว่าเราเจอได้บ่อยใช่มั้
00:21:52 → 00:21:52คะ
00:21:52 → 00:21:53>> ใช่ในชีวิตประจำวันเลย
00:21:53 → 00:21:56>> ใช่เพราะว่าคนไข้เนี่ยท้องเสียเยอะมากๆ
00:21:56 → 00:21:59อาหารเป็นพิษเยอะมากคือเวลาที่อาหารเนี่ย
00:21:59 → 00:22:01มันค้างคืนปุ๊บเนี่ยจะทำให้เกิดการเจริญ
00:22:01 → 00:22:05เติบโตของแบคทีเรียคือbบท growth มันง่าย
00:22:05 → 00:22:08มากๆแล้วก็มันมีหลายตัวแต่ละตัวเนี่ยแสดง
00:22:08 → 00:22:10อาการที่อาจจะต่างกันเ้าเรียกว่าระยะฟัก
00:22:10 → 00:22:11ตัว
00:22:11 → 00:22:11>> ไม่เหมือนกัน
00:22:12 → 00:22:14>> ไม่เหมือนกันบางตัวก็เร็วหลักแบบว่าไม่
00:22:14 → 00:22:16กี่ชั่วโมงก็เกิดเรื่องละคืออากาศของ
00:22:17 → 00:22:19ประเทศไทยเนี่ยมันร้อนแล้วก็ทำให้พวก
00:22:19 → 00:22:21แบคทีเรียมันโตเร็วมากสมมุติไปซื้อข้าว
00:22:22 → 00:22:24แกงข้าวแกงเขาก็ทำมาตั้งแต่ 4:00 5:00
00:22:24 → 00:22:26น.เสร็จเอามาวางขายกว่าจะได้ขายคือกลาง
00:22:26 → 00:22:29วันคือไม่รู้ว่าแบคทีเรียมันโตไปถึงไหน
00:22:29 → 00:22:31ตอนไหนแล้วค่ะแล้วพอไปซื้อเสร็จปุ๊บอ่ะ
00:22:31 → 00:22:34เอากลับมาใส่ถุงกลับบ้านกินที่บ้านอีก
00:22:34 → 00:22:37หรือถ้ายังไม่กินแท้เย็นทั้งคืนไว้อีก
00:22:37 → 00:22:39เพราะฉะนั้นเนี่ยพวกนี้มันก็จะมันมีการ
00:22:39 → 00:22:42สะสมของปริมาณของแบคทีเรียที่เยอะอยู่
00:22:42 → 00:22:42แล้วค่ะ
00:22:42 → 00:22:45>> อ้าแล้วในกรณีที่แบบว่าเออเราก็ออกมาแล้ว
00:22:45 → 00:22:47ก็อุ่นให้ร้อนใหม่อีกทีนึงมันปลอดภัยมั้
00:22:47 → 00:22:49คะมันอาจจะไม่พอค่ะความร้อนมันอาจจะไม่
00:22:49 → 00:22:52ถึงทำให้ทำให้แบบแบคทีเรียมันแบบอาจจะตาย
00:22:52 → 00:22:55ไม่หมดได้คือนิสัยของคนในยายยุคปัจจุบัน
00:22:55 → 00:22:57คืออุ่นด้วยไมโครเวฟบางคนไม่ได้เอาไปแบบ
00:22:57 → 00:23:00ไปต้มไปผัดไปทำให้มันเดือดใหม่เดือด
00:23:00 → 00:23:01>> ใช่เพราะฉะนั้นเนี่ยมันอาจจะ
00:23:01 → 00:23:02>> ไม่พอ
00:23:02 → 00:23:04>> ไม่พอมันไม่ตายถ้าเอาไม่หมดพออ่ะฉันตั้ง
00:23:05 → 00:23:06หม้อต้มเลยมันต้องต้มเดือดกี่นาที
00:23:07 → 00:23:09>> ถ้าเอาเป็นแบบเดือดนี่คืออุณหภูมิ 100
00:23:09 → 00:23:09องศ
00:23:09 → 00:23:10>> ใช่ๆ
00:23:10 → 00:23:10>> จริงๆก็
00:23:10 → 00:23:11>> ยังไม่พออีก
00:23:11 → 00:23:15>> ก็น่าจะพอแล้วนะคะ
00:23:15 → 00:23:16น่าจะตายหมดละ
00:23:16 → 00:23:17>> มาสักแบบ 3 นาที 5 นาที
00:23:18 → 00:23:20>> 3 นาที 5 นาทีอ่ะก็คือน่าจะรอดแล้วรอด
00:23:20 → 00:23:23>> แต่โดยส่วนใหญ่อ่ะบางทีก็แบบอาหารกล่อง
00:23:23 → 00:23:26ของอุ่นไมโครเวฟง่ายๆง่ายๆจบขั้นตอนการ
00:23:26 → 00:23:29เตรียมอาหารพวกนี้ไม่ดีมันก็มีแบคทีเรีย
00:23:29 → 00:23:31ที่มันคอนทaminateปนเปื้อนอยู่ในอาหารได้
00:23:31 → 00:23:34มันก็จะเกิดเรื่องแต่ว่าคิดว่าโดยส่วน
00:23:34 → 00:23:37ใหญ่อ่ะอย่างอาหารที่เขาแบบขายตามพวกร้าน
00:23:37 → 00:23:39สะดวกซื้ออ่ะเขาก็มีมาตรฐานประมาณนึงอยู่
00:23:39 → 00:23:42แล้วเพียงแต่บางทีเราเจออ่ะมันไม่ได้เป็น
00:23:42 → 00:23:45จากพวกพวกในตู้พวกหรือแม้ซื้อเราทำเองอ่ะ
00:23:45 → 00:23:46>> อื
00:23:46 → 00:23:46>> เออก็
00:23:47 → 00:23:49>> ส่วนใหญ่จะเจอตามแบบอ่ะมันไปซื้อข้างทาง
00:23:49 → 00:23:51หรือว่าไปซื้อในโรงอาหารอะไรพวกนั้นมาก
00:23:51 → 00:23:55กว่าหรือทำเองก็ก็เก็บไม่ดีมันก็เกิด
00:23:55 → 00:23:55อาการบูดค่ะ
00:23:55 → 00:23:57>> แล้วท้องเสียแบบไหนถึงควรไปหาหมอ
00:23:58 → 00:24:00>> ถ้าถ่ายเนี่ยมันไม่ได้ถ่ายถี่มากๆอ่ะ
00:24:00 → 00:24:03ครั้ง 2 ครั้งแล้วมันดูปริมาณมันลดลงยัง
00:24:03 → 00:24:06พอทานได้คือไม่ได้คลื่นไส้เยอะยังพอแบบ
00:24:06 → 00:24:09ทานพวกน้ำเกลือแร่หรือว่าพวกสันน้ำที่มัน
00:24:10 → 00:24:12แบบเอาไปทดแทนส่วนที่เราเสียไปยังได้อยู่
00:24:12 → 00:24:14ถ้าเป็นไม่มากก็อาจจะไม่ต้องมาก็ได้ค่ะ
00:24:14 → 00:24:16ถ้าอาการไม่เยอะแต่ถ้าเกิดว่าเริ่มรู้สึก
00:24:16 → 00:24:20ว่าถ่ายแบบติดๆกันหลายๆครั้งคลื่นไส้
00:24:20 → 00:24:24อาเจียนมากๆจนทานอะไรลงไปแล้วก็ออกตลอด
00:24:24 → 00:24:27คือไม่สามารถที่จะดื่มน้ำเข้าไปทดแทนใน
00:24:27 → 00:24:30ส่วนที่มันเราสูญเสียไปได้หรือว่าไข้ขึ้น
00:24:30 → 00:24:32สูงหรือว่าบางคนเนี่ยคือมันเสียน้ำเยอะ
00:24:32 → 00:24:34มากๆจนเกิดภาวะเหมือนพวก postural
00:24:34 → 00:24:35hypertension
00:24:35 → 00:24:36>> หน้ามืด
00:24:36 → 00:24:38>> หน้ามืดพวกนี้แสดงว่ามันขาดน้ำและชิปจร
00:24:38 → 00:24:39เต้นไว
00:24:39 → 00:24:40>> ควรมา
00:24:40 → 00:24:43>> ควรมาละน้ำแข็งคิดว่าบางทีมันปนเปื้อนจาก
00:24:43 → 00:24:47น้ำแข็งค่ะแล้วเวลาที่ในการที่ขนส่งมาแต่
00:24:47 → 00:24:49ละที่อ่ะมาถึงแต่ละร้านอ่ะบางร้านเขาก็
00:24:49 → 00:24:53ใช้เคยเห็นเนาะที่แบบเขาใช้ธงใช้เท้าอะไร
00:24:53 → 00:24:56กันไปน่าจะปนเปื้อนตั้งแต่ตรงนั้นมากกว่า
00:24:56 → 00:24:58>> ปวดคอบ่าไหล่เนี่ยที่เราคิดว่ามันเป็น
00:24:58 → 00:25:01อฟิศsyนrมอ่ะจริงๆแล้วมันคือแค่อฟice
00:25:01 → 00:25:05syนrมหรือมันกำลังเป็นสัญญาณบอกว่านี่คือ
00:25:05 → 00:25:06กระดูกคอเสื่อม
00:25:06 → 00:25:08>> นี้ประเด็นแรกก่อนนะครับคำว่าอฟice
00:25:08 → 00:25:11syndrome หลักๆก็คือเป็นกลุ่มของโลกที่
00:25:11 → 00:25:15เกิดจากการทำงานออฟฟิศก็อย่างเช่นปวดคอ
00:25:15 → 00:25:17บ่าไหลแต่จริงๆคำว่าออฟฟิศsyนrมมันอาจจะ
00:25:17 → 00:25:20มีอย่างอื่นร่วมด้วยเช่นมือชาผังผืดทับ
00:25:20 → 00:25:23เส้นประสาทที่ฝ่ามือนิ้วล็อคปวดหลังปวด
00:25:23 → 00:25:26เอวเมื่อไหร่ก็ตามถ้ามันเกิดจากการเอ่อทำ
00:25:26 → 00:25:30งานออฟฟิศนานๆโพสเจอร์ที่มันนั่งผิดปกติ
00:25:30 → 00:25:33นานๆเกิดจากการใช้คอมนานๆเราก็จะมัดรวม
00:25:34 → 00:25:35กลุ่มนี้ว่าเป็นกลุ่มอฟิศ syndrome
00:25:35 → 00:25:37>> ไม่ใช่แค่ปวดข้อบาลัย
00:25:37 → 00:25:37>> ใช่ๆ
00:25:37 → 00:25:38>> อ๋อเป็นหมด
00:25:38 → 00:25:41>> จริงๆสาเหตุของมันมักจะเกิดจากรีเฟอร์ไป
00:25:42 → 00:25:44ถึงกล้ามเนื้อกล้ามเนื้อคอกล้ามเนื้อ
00:25:44 → 00:25:46สะบักกล้ามเนื้อบ่าเพราะฉะนั้นคำว่าอฟิศ
00:25:46 → 00:25:49syndrome เราอาจจะตีว่าสาเหตุส่วนใหญ่
00:25:49 → 00:25:51เกิดจากกล้ามเนื้อเมื่อมีอาการการปวดคอบา
00:25:51 → 00:25:54ไหลในกรณีกระดูกคอเสื่อมเรากำลังพูดถึง
00:25:55 → 00:25:58ข้อกระดูกคอเสื่อมเมื่อเราแบ่งอาการแสดง
00:25:58 → 00:26:01จะแบ่งออกทั้งหมด 3 กลุ่มกลุ่มแรกก็คือ
00:26:01 → 00:26:04กลุ่มที่เกิดจากความผิดปกติของตัวข้อ
00:26:04 → 00:26:08กระดูกคออาจจะข้อทรุดข้อหลวมข้อศึกข้อ
00:26:09 → 00:26:12กล่อนกลุ่มนี้จะส่งผลให้เกิดอาการปวดแกน
00:26:13 → 00:26:16กลางคอบ่าจริงๆตรงนี้เนี่ยมันขึ้นกับว่า
00:26:16 → 00:26:19มันเกิดจากพญาธิสภาพของข้อไหนอ่ะอย่าง
00:26:19 → 00:26:22สมมุติว่ามีพยาธิที่สภาพของข้อกระดูกคอ
00:26:22 → 00:26:25ข้อข้างบนกระดูกคอมี C1-47
00:26:25 → 00:26:29ReฟerPนของข้อคอที่เสื่อมบางคนเพนมาที่ไท
00:26:29 → 00:26:32toอยบางคนรฟอร์มาที่ตรงบริเวณออกซิปุตรง
00:26:32 → 00:26:36บริเวณแถวนี้บางคนมาที่หัวได้ในกรณีที่ C
00:26:36 → 00:26:41กลางอย่างเช่น C45 C56 ปวดลงมาที่ต้นคอ
00:26:41 → 00:26:45แล้วก็สบักในกรณีที่ C ต่ำๆ C67 ReฟerPน
00:26:45 → 00:26:48ของคอที่เสื่อมก็จะลงมาตรงด้านล่างของตัว
00:26:48 → 00:26:49สบักได้เลย
00:26:49 → 00:26:51>> ด้านล่างนั่นคือตรงปีกด้านล่าง
00:26:51 → 00:26:53>> ใช่ครับเพราะฉะนั้นจะเห็นว่ารีเฟอร์เพน
00:26:53 → 00:26:56มันค่อนข้างไปขึ้นบนลงล่างได้
00:26:56 → 00:26:59>> ก็แปลว่าพญาธิภาพถ้าคอเสื่อมเนี่ยขึ้น
00:26:59 → 00:27:00ข้างบนก็ได้
00:27:00 → 00:27:01>> ลงข้างล่างก็ได้
00:27:01 → 00:27:03>> ลงข้างล่างไปเลยออันนี้คือกลุ่มแรกที่เรา
00:27:03 → 00:27:06ใช้คำว่าเป็น Aial Pin กลุ่มเนี้ยมันจะ
00:27:06 → 00:27:09ไปซ้ำกับปวดจากกล้ามเนื้อที่ตะกี้เราพูด
00:27:09 → 00:27:12เรื่อง Office Syนrก็คือจะปวดคอปวดบ่าปวด
00:27:12 → 00:27:16ไหล่กลุ่มนี้คนไข้จะมาพรีเซนด้วยอาการที่
00:27:16 → 00:27:19เหมือนกันปวดคอบาหลเมื่อไหร่ก็ตามที่มี
00:27:19 → 00:27:21กระดูกคอเสื่อมเนี่ยมันจะมีอีก 2 กลุ่ม
00:27:21 → 00:27:25อาการเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการกดทับ
00:27:25 → 00:27:28ตัวเส้นประสาท Office Syนrมไม่เคยมีอาการ
00:27:28 → 00:27:30แบบนี้เมื่อไหร่ก็ตามที่มีอาการทางระบบ
00:27:30 → 00:27:32ประสาทไม่ใช่อฟิศSyนrมละ
00:27:32 → 00:27:34>> จริงๆแล้วเราอ่ะแยกไม่ได้ระหว่างอฟิศ
00:27:34 → 00:27:36Syนrมกับกระดูกคอเสื่อมเริ่มต้น
00:27:36 → 00:27:37>> 100% แยกไม่ได้
00:27:37 → 00:27:40>> แต่เมื่อไหร่ที่เริ่มมีอาการทางด้านเส้น
00:27:40 → 00:27:43ประสาทก็จะเริ่มบอกได้ะว่ามันไม่ใช่
00:27:43 → 00:27:44>> อฟฟิศ Syndrom
00:27:44 → 00:27:47>> ใช่ครับกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่เกิดจากการกด
00:27:47 → 00:27:51ทับตัวรากประสาทเเรียกว่าเป็น Ricular
00:27:51 → 00:27:54Party คนไข้ก็จะมาด้วยเนี่ยแหละปวดคอ
00:27:54 → 00:27:55ร้าวลงแขนเคยเป็นมั้ย
00:27:55 → 00:27:56>> เป็นมานานมาก
00:27:56 → 00:27:59>> อ้าวหรอ
00:27:59 → 00:28:01>> ทำไมไม่เคยมีใครบอกเลย
00:28:01 → 00:28:04>> อาการเน่าจะเป็นตั้งแต่ 20 ปลาย 30
00:28:04 → 00:28:06>> แต่เมื่อไหร่ก็ตามถ้ามันเป็นปวดจากเส้น
00:28:06 → 00:28:11ประสาทมันร้าวลงแขนปวดเหมือนไฟช็อตปวดชา
00:28:11 → 00:28:15บางคนบอกปวดเหมือนมีมดไต่ปวดเหมือนมีพริก
00:28:15 → 00:28:19>> ไงก็ไม่ใช่มันก็คือปวดรู้สึกปวดเมื่อยอ่า
00:28:19 → 00:28:22ปวดเมื่อยปวดเมื่อยก็อาจจะอยู่ในแต่มันลง
00:28:22 → 00:28:23แขนถูกมย
00:28:23 → 00:28:23>> ใช่
00:28:23 → 00:28:26>> อนอกจากอาการปวดร้าวลงแขนแล้วมันก็จะยัง
00:28:26 → 00:28:29มีอาการชาบางคนมาด้วยอาการอ่อนแรงอันนี้
00:28:29 → 00:28:32ก็จะเป็นกลุ่มที่กดทับตัวรากประสาทเพราะ
00:28:32 → 00:28:35งั้นถ้ามีอาการอันนี้ก็แปลว่ามันมีอาการ
00:28:35 → 00:28:38ของเส้นประสาทละส่วนอันสุดท้ายที่คนไข้จะ
00:28:38 → 00:28:41มาแสดงเรื่องของกระดูกคอทับมันไม่ได้ทับ
00:28:41 → 00:28:43เส้นประสาทแล้วแต่มันไปทับไขสันหลัง
00:28:43 → 00:28:46>> โอ้โหอันนี้อันนี้คืออาการแย่สุด
00:28:47 → 00:28:49>> อันเนี้ยหนักบางทีเข้ามาด้วยอาการทางเส้น
00:28:49 → 00:28:52ประสาทอย่างเดียวเดินเกร็งอุจจรปัสสาวะมี
00:28:52 → 00:28:54ปัญหาการใช้งานมือมีปัญหา
00:28:54 → 00:28:56>> แล้วแล้วเจอแบบไหนบ่อยสุด
00:28:56 → 00:28:59>> ส่วนใหญ่เริ่มจากอาการเริ่มมีปัญหาที่มือ
00:28:59 → 00:29:02เช่นการทำงานพวกไฟล์ movement มันจะเสีย
00:29:02 → 00:29:05ลายมือเปลี่ยนลายเซ็นเปลี่ยน
00:29:05 → 00:29:07>> เปลี่ยนเพราะว่ารู้สึกว่าควบคุมมือไม่ได้
00:29:07 → 00:29:08>> ถูกต้องเป็นอาการเริ่ม
00:29:08 → 00:29:09>> ที่เจอบ่อย
00:29:09 → 00:29:10>> ใช่ครับ
00:29:10 → 00:29:12>> แล้วถ้าปัสสาวะอุจจาระเนี่ยคือที่มีปัญหา
00:29:12 → 00:29:13คือยังไงคะ
00:29:13 → 00:29:16>> เช่นควบคุมการขับถ่ายไม่ได้เช่นสมมุติว่า
00:29:16 → 00:29:19เ่อเราปวดจะเข้าห้องน้ำแล้วเราไปถึงเรา
00:29:19 → 00:29:22กั้นไม่ได้ราดออกมาเลยปวดมากๆเราพยายามจะ
00:29:22 → 00:29:25เบ่งแต่มันไม่ออกเป็นได้ทั้ง 2 แบบเลยก็
00:29:25 → 00:29:27แนะนำให้รีบไปแยกแยกมันออก
00:29:27 → 00:29:30>> รีบไปหาสาเหตุว่าอะไรยังไงในคนที่เป็นทำ
00:29:31 → 00:29:33งานออฟฟิศธรรมดาแล้วก็เริ่มมีอาการปวด
00:29:33 → 00:29:35เนี่ยแต่ยังไม่มีร้าวลงแขนอะไรเงี้ยควรจะ
00:29:35 → 00:29:37เริ่มไปตรวจอะไรงี้มั้ยคะ
00:29:37 → 00:29:40>> แนะนำว่าควรครับตรวจร่างกายเพื่อแยกรอย
00:29:40 → 00:29:43โรคทางระบบประสาทควรจะไปตรวจเซrเรยเช็ค
00:29:43 → 00:29:45เบื้องต้นแต่ต้องบอกก่อนว่าโรคพวกนี้
00:29:45 → 00:29:48เนี่ยมันก็เหมือนหัวข้อที่ตั้งก็คือมัน
00:29:48 → 00:29:51เป็นโรคความเสื่อมมันจะมี 2 ปัจจัยก็คือ
00:29:51 → 00:29:55อายุกับการใช้งานอายุก็จะเป็นปัจจัยที่
00:29:55 → 00:29:59เราแก้ไม่ได้
00:29:59 → 00:30:01แต่การใช้งานมันเป็นปัจจัยที่เราคุมได้ไง
00:30:01 → 00:30:03เพราะฉะนั้น activity ที่มันมักจะส่งผล
00:30:03 → 00:30:06ให้โรคพวกนี้มันแย่ลงก็เช่นการเล่นกีฬา
00:30:06 → 00:30:10โลดโผนที่มีการสะบัดคอแรงๆหรือว่านักกีฬา
00:30:10 → 00:30:11ฟุตบอลที่โหม่งฟุตบอลบ่อยๆ
00:30:12 → 00:30:12>> อ๋อ
00:30:12 → 00:30:16>> หรือว่านักกีฬาที่สะบัดคอบ่อยๆนักเต้นพวก
00:30:16 → 00:30:19นี้จะเป็นการใช้งานที่เร่งให้มันเสื่อม
00:30:19 → 00:30:22เร็วกว่าคนอื่นคนที่ใช้งานแล้วคอมันอยู่
00:30:22 → 00:30:24ในโปสเจอร์ที่มันผิดปกติอ่ะ
00:30:24 → 00:30:25>> ก็คือไม่ได้ตั้งตรง
00:30:25 → 00:30:28>> ใช่ๆสมมุติเวลาพี่ผ่าตัดบางทีก็ต้องก้ม
00:30:28 → 00:30:30อยู่อย่างเงี้ยก็เป็นหรือว่าหมอฟันก็จะ
00:30:30 → 00:30:32เจอบ่อยที่ก้มคออ
00:30:32 → 00:30:33>> อืหมอฟันเก้มจริง
00:30:33 → 00:30:35>> อุมันก็ก้มคอเยอะใช่มั้ทำ
00:30:35 → 00:30:36>> ใช่
00:30:36 → 00:30:39>> ทำคอมพิวเตอร์โพสเจอร์มันไม่ดีเช่นคอก้ม
00:30:39 → 00:30:43อยู่อย่างงี้หรือบางทีจอมันสูงไปคอก็จะทำ
00:30:43 → 00:30:46ให้มันเสื่อมเร็วกว่าคนอื่นๆ
00:30:46 → 00:30:47>> แล้วมีวิธีป้องกันมั้ค่ะ
00:30:47 → 00:30:51>> ต้องไปปรับต้นต่อการนั่งก็ควรจะต้องนั่ง
00:30:51 → 00:30:54ให้ตรงให้ระดับสายตาตรงกับระดับจอ
00:30:54 → 00:30:56คอมพิวเตอร์เรื่องเก้าอี้พวกเก้าอี้
00:30:56 → 00:30:56erคonomic
00:30:56 → 00:30:58>> แสดงว่าควรลงทุนหรือเปล่า
00:30:58 → 00:31:01>> ก็ถ้าไอ้ที่มีอยู่มันไม่ดีก็ควรลงทุนแล้ว
00:31:01 → 00:31:03หลังๆก็จะมีโต๊ะที่ปรับขึ้นลงได้
00:31:03 → 00:31:06>> ใช่หรือว่าเราอาจจะต้องเอาอะไรมาลอง
00:31:06 → 00:31:07คอมพิวเตอร์มั้ย
00:31:07 → 00:31:08>> ใช่
00:31:08 → 00:31:10>> หรืออะไรอย่างงี้ให้มันอยู่ในระดับสายตา
00:31:10 → 00:31:13พอดีเวลาเรานอนเนี่ยหมอนมีความสำคัญมั้ย
00:31:13 → 00:31:15มันจะแบบเป็นปัจจัยให้กระดูกคอเสื่อมมั้ย
00:31:15 → 00:31:17>> เรื่องหมอนเนี่ยพี่คิดว่าหลักๆมีอยู่ 2
00:31:17 → 00:31:20ปัจจัยก็คือ 1 material ของหมอนซึ่ง
00:31:20 → 00:31:22material ของหมอนสิ่งที่มีผลก็คือความ
00:31:22 → 00:31:26นุ่มพอไปดูในรีวิว literature อ่ะไม่ว่า
00:31:26 → 00:31:28จะเป็น material เป็นlทexเป็น rubber
00:31:28 → 00:31:31เป็นโฟมหรือว่าเป็นพวกคัอนเนี่ยมันไม่ได้
00:31:31 → 00:31:35มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญที่ส่ง
00:31:35 → 00:31:39ผลต่อความปวดของคนไข้แต่อีกปัจจัยนึงที่
00:31:39 → 00:31:41คิดว่ามีผลก็คือความสูงเพราะฉะนั้นหมอนจะ
00:31:41 → 00:31:44มีแค่ 2 อันนี้แหละคือ material กับความ
00:31:44 → 00:31:47สูงความสูงของหมอนเนี่ยมันส่งผลต่อคอ
00:31:47 → 00:31:50อย่างเช่นถ้าเรานอนหมอนที่สูงเกินไปจะ
00:31:50 → 00:31:52เห็นว่าคอจะอยู่ในท่าก้ม
00:31:52 → 00:31:52>> ก้ม
00:31:52 → 00:31:55>> นอนหมอนที่เตี้ยเกินไปคอมันก็อยู่ในท่า
00:31:55 → 00:31:58แอดก้มกะหงายมากเกินไปมันก็ไม่ค่อยดี
00:31:58 → 00:32:00เพราะฉะนั้นหมอนมันก็ควรจะอยู่ในระดับที่
00:32:00 → 00:32:03เราหนุนแล้วคอมันอยู่ในท่าneutทรัล
00:32:03 → 00:32:06material คงขึ้นกับตัวบุคคลว่าแต่ละ
00:32:06 → 00:32:09บุคคลชอบอะไรแต่เรื่องของเขาเรียกว่าทาง
00:32:09 → 00:32:11evidence base อะไรอย่างเงี้ยมันไม่แตก
00:32:11 → 00:32:11ต่างกัน
00:32:11 → 00:32:14>> เค้ามีงานวิจัยทางการแพทย์บอกเลยมั้ว่า
00:32:14 → 00:32:16ความสุขของหมอนไม่เหมาะสมเนี่ยมันถือว่า
00:32:16 → 00:32:18เป็นปัจจัยนึงของกระดูกคอเสื่อมได้มั้ย
00:32:18 → 00:32:20>> มีงานวิจัยที่บอกว่าความสูงของหมอนมีผล
00:32:20 → 00:32:24ต่อการปวดคอแต่คงไม่ได้ follow up ไปยาว
00:32:24 → 00:32:26จนกระทั่งว่ามีผลกับความเสื่อมขนาดนั้น
00:32:26 → 00:32:30แต่มีผลกับพวกเนมีผลกับเรื่องของการรบกวน
00:32:30 → 00:32:33คุณภาพชีวิตคงไม่ขึ้นกับราคาเนาะขึ้นกับ
00:32:33 → 00:32:36ความชอบมากกว่าหมอนที่แพงมากๆก็อาจจะไม่
00:32:37 → 00:32:39ได้เป็นหมอนที่เหมาะกับเราคงต้องไปลองนอน
00:32:40 → 00:32:40ดู
00:32:40 → 00:32:43>> ปวดข้อบ่าไหล่เนี่ยเราสามารถไปนวดลดอาการ
00:32:43 → 00:32:43ได้มั้คะ
00:32:43 → 00:32:45>> บอกก่อนว่าจริงๆการนวดเนี่ยมันเป็นสิ่ง
00:32:45 → 00:32:48ที่คู่กับคนไทยมานานมากแล้วก็การนวดก็จะ
00:32:48 → 00:32:51โอ้โหเปิดตามร้านข้างถนนไปหมดไทยมศาสต
00:32:52 → 00:32:54อะไรก็เป็นเป็นวัฒนธรรมของคนไทยแลการนวด
00:32:54 → 00:32:59เนี่ยมันจะมีข้อดีก็คือว่ามันช่วยให้
00:32:59 → 00:33:01กล้ามเนื้อมันคลายตัวเวลาเราไปนวดมีการ
00:33:01 → 00:33:04บีบคลายบีบคลายเนี่ยมันก็จะช่วยเพิ่ม
00:33:04 → 00:33:07เลือดไปเลี้ยงเพิ่มบั circulation เพิ่ม
00:33:07 → 00:33:10บัตร flow ไปบริเวณตรงที่เรานวดได้พอเรา
00:33:10 → 00:33:13ไปนวดในเคสที่มันไม่ควรนวดหรือว่าพอเราไป
00:33:13 → 00:33:16ดัดในเคสที่มันไม่ควรดัดมันก็เกิดปัญหา
00:33:16 → 00:33:17ตามมาได้
00:33:17 → 00:33:20>> การนวดเนี่ยจริงๆแล้วอันตรายไหมในคนที่
00:33:20 → 00:33:22แบบปลดคอบาหล่แล้วก็ยังไม่ได้รับการ
00:33:22 → 00:33:25วินิจฉัยว่าเป็นอะไรคนที่มีอาการทางเส้น
00:33:25 → 00:33:28ประสาทอาการชาอาการอ่อนแรงอาการปวดร้าวลง
00:33:28 → 00:33:31แขนไม่แนะนำให้นวดแปลว่ามันมีอาการของการ
00:33:31 → 00:33:34กดทับเส้นประสาทแล้วเวลาเราไปนวดอ่ะมัน
00:33:34 → 00:33:37ไม่ได้มีแค่การบีบการนวดอย่างเดียวมันจะ
00:33:37 → 00:33:40มีการดัดด้วยบิดมีการดัดมีการ manipulate
00:33:40 → 00:33:43ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าแต่ละครั้งแต่ละท่า
00:33:43 → 00:33:47ที่นวดหมอนวดแต่ละคนเนี่ยเวลาทำมันทำท่า
00:33:47 → 00:33:51ไหนแล้วเกิดอะไรกับกระดูกคอเราบ้างเคสที่
00:33:51 → 00:33:54ยกตัวอย่างเช่นคนไข้เป็นหมอนองกระดูกคอ
00:33:54 → 00:33:57ทับไขสันหลังไม่เยอะแต่พอไม่ได้detทคตรง
00:33:57 → 00:34:01นี้แล้วมีการไปนวดมีการไปดัดอย่างรุนแรง
00:34:01 → 00:34:04บางคนนวดเสร็จก็แขนขาอ่อนแรงไป
00:34:04 → 00:34:10>> ใช่ก็ก็เคยเจอตอนนวดก็ไม่รู้ว่ามีการทำ
00:34:10 → 00:34:13ท่าดัดท่าหักหรือว่ามีการบิดอะไรรุนแรง
00:34:13 → 00:34:15แค่ไหนแต่คนไข้ก็มามาด้วยประวัติว่านวด
00:34:15 → 00:34:16เสร็จก็แขนขาวอ่อนแรงก็
00:34:16 → 00:34:19>> แล้วข่าวที่เขาบอกว่านวดแล้วเสียชีวิตมัน
00:34:19 → 00:34:20คือยังไงอ่ะคะ
00:34:20 → 00:34:24>> คือเคยมีข่าวนี้เมื่อกปลายปีที่แล้วส่วน
00:34:24 → 00:34:28ตัวพี่ก็ไม่ได้ไปลงดีเทลในเคสจริงๆการนวด
00:34:28 → 00:34:31คงไม่ได้ทำให้คนไข้เสียชีวิตโดยตรงแต่การ
00:34:31 → 00:34:35นวดอาจจะส่งผลร้ายบางอย่างเช่นส่งผลร้าย
00:34:35 → 00:34:38ต่อระบบหลอดเลือดเวลาเรานวดเรามีการบีบ
00:34:38 → 00:34:41เรามีการกดจุดอยกตัวอย่างคนไข้ที่มีเส้น
00:34:41 → 00:34:44เลือดที่คอตีบนะเป็นคารติติด artery
00:34:44 → 00:34:46stenosis เวลาเราไปบีบนวดมันก็อาจจะส่ง
00:34:46 → 00:34:49ผลให้เกิดโรคเกิดอัมพาตได้เพราะฉะนั้นคน
00:34:49 → 00:34:52ไข้ที่มีประวัติพวกเ่อ 1 ก็คือเรื่องของ
00:34:52 → 00:34:55โรคทางเส้นเลือดตีบหรือว่าเส้นเลือด
00:34:55 → 00:34:59อุดตันไม่ควรนวดคนไข้ที่มีประวัติโรคทาง
00:34:59 → 00:35:01กระดูกต้องระวังคนไข้ที่วินิจฉัยอยู่แล้ว
00:35:01 → 00:35:04ว่าเป็นกระดูกพรุนเวลาไปนวดต้องระวังอ่ะ
00:35:04 → 00:35:06ใช่เพราะว่ากระดูกพรุนเนี่ยในกรณีที่นวด
00:35:06 → 00:35:09รุนแรงหรือว่ามีการบิดมีการดัดเนี่ยบางที
00:35:09 → 00:35:12เกิดการที่กระดูกมันยุบตัวลงได้เพราะว่า
00:35:12 → 00:35:13กระดูกพวกนี้
00:35:13 → 00:35:17รองรับได้ทนต่อแรงได้ไม่เท่ากระดูกปกติ
00:35:17 → 00:35:21บีบเบาๆเบาๆแต่การดัดการหักรุนแรงอาจจะ
00:35:21 → 00:35:24ต้องมีความระมัดระวังโรคบางโรคก็ต้อง
00:35:24 → 00:35:27ระวังมากๆเช่นไขที่เป็นพวกโรคกระดูก
00:35:27 → 00:35:30อักเสบแล้วกระดูกมันยึดติดเป็นanคosing
00:35:30 → 00:35:32sponditis พวกนี้กระดูกมันไม่ขยับแล้ว
00:35:32 → 00:35:35เวลาไปนวดเราเหมือนการพยายามให้มันขยับ
00:35:35 → 00:35:38กลับกลายเป็นเกิดกระดูกหักขึ้นมาแทนบางที
00:35:38 → 00:35:41กระดูกหักปุ๊บแล้วมันไปทิ่มไขสันหลังแล้ว
00:35:41 → 00:35:44ที่บอกว่านวดแล้วเสียชิชีวิต 1 มีการดัด
00:35:44 → 00:35:47หรือว่ามีการหักรุนแรงคนไข้กระดูกไม่ดี
00:35:47 → 00:35:50อยู่แล้วคนไข้กระดูกเชื่อมกันแล้วไปหักจน
00:35:50 → 00:35:53เกิดกระดูกหักแล้วไปกดทับไข่สันหลังคนไข้
00:35:53 → 00:35:55หายใจไม่ได้ก็เสียชีวิต
00:35:55 → 00:35:58>> แล้วในกรณีของไคโรแพคิอ่ะคะที่เขาแบบจัด
00:35:58 → 00:35:59กระดูกก๊อกๆๆเงี้ย
00:36:00 → 00:36:03>> มันก็จะเป็นการกระดัดการ manipulate
00:36:03 → 00:36:06กระดูกคอเหมือนกันข้อควรระวังก็คิดว่าจะ
00:36:06 → 00:36:09เป็นข้อควรระวังเดียวกับคนไข้ที่ไปนวดแผน
00:36:09 → 00:36:12ไทยแล้วมีการดัดการบีบคลึงเบาๆอะไรพวกนี้
00:36:12 → 00:36:13ผมคิดว่าทำได้
00:36:13 → 00:36:17>> นวดน้ำมันได้แต่นวดที่มีการดัดในคนไข้ที่
00:36:17 → 00:36:20มีกระดูกพรุนในคนไข้ที่เป็นโรคกระดูกคอ
00:36:20 → 00:36:23ทับเส้นประสาทควรจะต้องระมัดระวัง
00:36:23 → 00:36:25>> โอแล้วที่แบบว่าหมอนวดขึ้นเหยียบ
00:36:25 → 00:36:27>> คงต้องระวังครับไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไร
00:36:27 → 00:36:29ขึ้นตอนจังหวะนั้นบ้าง
00:36:29 → 00:36:31>> อาหารเสริมช่วยกระดูกคอบ้างมั้คะ
00:36:31 → 00:36:33>> ไม่ช่วยเลยใช่มั้ยไม่มีอะไรช่วยเลยกิน
00:36:33 → 00:36:35แคลเซียมวิตามินดี
00:36:35 → 00:36:38>> แคลเซียมกับวิตามินดีเนี่ยมันจะไปช่วย
00:36:38 → 00:36:42ป้องกันภาวะกระดูกพรุนแต่ต้องแยกก่อนว่า
00:36:42 → 00:36:45กระดูกพรุนกับข้อกระดูกเสื่อมมันมันคนละ
00:36:45 → 00:36:48อันกันเอ่อภาวะกระดูกพรุนเนี่ยก็คือตัว
00:36:48 → 00:36:52ภายในเนื้อกระดูกมันเปราะบางรับแรงได้
00:36:52 → 00:36:54น้อยเป็นที่แนะนำอยู่แล้วว่าผู้หญิงพอ
00:36:55 → 00:36:57อายุเยอะวัยเริ่มหมดประจำเดือนอย่างเงี้ย
00:36:57 → 00:37:00ก็ควรจะต้องทานแคลเซียมกับวิตามินดีเป็น
00:37:00 → 00:37:01supัลนอยู่แล้ว
00:37:01 → 00:37:03>> วัยหมดประจำเดือนนี่คือต้องเรียกว่าต้อง
00:37:03 → 00:37:05กินแล้วถ้าควรกินล่ะ
00:37:05 → 00:37:09>> วัยอย่างเราถ้าทานอาหารครบมันก็อาจจะไม่
00:37:09 → 00:37:12จำเป็นต้องกินเสริมถ้าเราทานอาหารครบถ้า
00:37:12 → 00:37:15เราโดนแสงแดดก็จะมีการสร้างวิตามินดีมัน
00:37:15 → 00:37:17ก็อาจจะไม่ได้จำเป็นเสริมแต่จะเห็นว่าไอ้
00:37:17 → 00:37:20แคลเซียมวิตามินดีมันไม่ได้ช่วยเรื่องข้อ
00:37:20 → 00:37:20กระดูกเสื่อม
00:37:20 → 00:37:24>> มันจะมีอีกอันนึงเนาะที่เป็นซองชง
00:37:24 → 00:37:27>> อันนั้นจะเป็นกลุ่มกลูโคซามีนอันนั้นจะ
00:37:27 → 00:37:30ช่วยเรื่องข้อเข่าเป็นหลักงานวิจัยก็จะ
00:37:30 → 00:37:33ช่วยเรื่องข้อนิ้วมือได้ข้อนิ้วมือเสื่อม
00:37:33 → 00:37:36ข้อเข่าเสื่อมช่วยได้แต่งานวิจัยเรื่อง
00:37:36 → 00:37:39ข้อกระดูกเอวกับข้อกระดูกคอยังไม่ช่วย
00:37:39 → 00:37:42>> อยากจะบอกว่าอันนั้นน่ะอ่ะกินแล้วกระตุ้น
00:37:42 → 00:37:45การสร้างไฮaluronicacซิดที่ผิวด้วยนะคะ
00:37:45 → 00:37:47ผิวชุ่มชื้นใช่
00:37:47 → 00:37:49>> เผื่อคุณลุงคุณป้าแบบเป็น inspiration ใน
00:37:49 → 00:37:50การกิน
00:37:50 → 00:37:51>> เข่าหายปวดผิวใส
00:37:51 → 00:37:52>> ถูกต้อง
00:37:52 → 00:37:54>> ว้าว
00:37:54 → 00:37:56>> ต้องบอกว่าเรื่องของวิตามินดีอ่ะมันจะ
00:37:56 → 00:37:58คร่อมกับหมอผิวหนังเหมือนกัน
00:37:58 → 00:37:59>> อือๆ
00:37:59 → 00:38:00>> เพราะว่าเราก็เป็นคนดูแลเรื่องผิวเรื่อง
00:38:00 → 00:38:01แสงแดดอะไรอย่างงี้
00:38:01 → 00:38:02>> อือฮึ
00:38:02 → 00:38:05>> แต่เขาก็มีจริงๆแล้วเป็นงานวิจัยตอนที่ผม
00:38:05 → 00:38:06เรียนresidน
00:38:06 → 00:38:06>> อือๆ
00:38:06 → 00:38:09>> เ้าเอาหมอผิวหนังก็หมอผิวหนังด้วยที่
00:38:09 → 00:38:12เรียนผิวหนังอ
00:38:12 → 00:38:14>> หมอผิวหนังวิตามินดีน่าจะต่ำมั้ให้ผมได้
00:38:14 → 00:38:15>> ต่ำ 100%
00:38:15 → 00:38:18>> เพราะว่าหมอผิวหนังเดินออกปุ๊บกลางลมทุก
00:38:18 → 00:38:20คนเลย
00:38:20 → 00:38:22>> ผมเห็นหมอผิวหนังเดินกลางแจ้งปุ๊บจะทุกคน
00:38:22 → 00:38:23จะมีร่ม
00:38:23 → 00:38:24>> ทุกคนจะมีร่ม
00:38:24 → 00:38:26>> ใช่ม
00:38:26 → 00:38:29>> ถ้าให้supัลเมนในตระกูลแคลเซียมแนะนำเป็น
00:38:29 → 00:38:30แคลเซียมฟอร์มไหนมีมั้คะ
00:38:30 → 00:38:33>> ฟอร์มทิศทานแล้วเบิกจริงๆอาจจะมีผลกับ
00:38:33 → 00:38:34เรื่องของสิทธิ์เบิก
00:38:34 → 00:38:35>> อือ
00:38:35 → 00:38:37>> นะครับตัวที่เบิกได้ก็จะเป็นตัวแคลเซียม
00:38:37 → 00:38:38คาร์บอเนต
00:38:38 → 00:38:40>> และถ้าสมมุติว่าเงินไม่ใช่ปัญหา
00:38:40 → 00:38:43>> จริงๆแคลเซียมคาร์บอเนตมันมีข้อเสียก็คือ
00:38:43 → 00:38:45ทานแล้วอาจจะมีอาการท้องผูกส่วนใหญ่ก็จะ
00:38:45 → 00:38:47แนะนำเป็นตัวนี้ก่อนเพราะว่ามันทานง่าย
00:38:47 → 00:38:50แต่ถ้าสมมุติว่าทานแล้วมีอาการท้องผูกเรา
00:38:50 → 00:38:53ปรับโดสกินน้ำตามเยอะๆแล้วมันก็ยังมี
00:38:53 → 00:38:55อาการท้องผูกก็จะเป็นตัวอื่นเช่นแคลเซียม
00:38:55 → 00:38:59ซิสเตรตก็จะช่วยลดในเรื่องของอาการท้อง
00:38:59 → 00:39:01ผูกได้ถ้าเป็นผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
00:39:01 → 00:39:04ก่อนควรจะทานวันนึงอย่างน้อย 1,000-1,500
00:39:04 → 00:39:05มลกรั
00:39:05 → 00:39:07>> อื
00:39:07 → 00:39:10>> วันนี้ก็ขอบคุณพี่กุ้งมากๆนะคะที่มาร่วม
00:39:10 → 00:39:12รายการของเราแล้วก็ให้ความรู้ดีๆผมเชื่อ
00:39:12 → 00:39:14ว่าเป็นประโยชน์มากๆเลยกับ
00:39:14 → 00:39:16>> ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่พนักงานออฟฟิศเนาะ
00:39:16 → 00:39:20หลายๆอาชีพที่มีปัญหานี้แล้วคนที่ปวดคอ
00:39:20 → 00:39:21บ่าเนี่ย
00:39:21 → 00:39:24>> มหาศาลก็วันนี้ขอบคุณพี่กุ้งมากๆค่ะที่มา
00:39:24 → 00:39:25เยี่ยมเยือนกันสวัสดี
00:39:25 → 00:39:26>> ขอบคุณ
00:39:26 → 00:39:29อ
00:39:29 → 00:39:42[เพลง]