00:00:15 → 00:00:20เป็นที่ทราบกันดีนะคะ ว่าในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน
00:00:20 → 00:00:23หรือว่าแม้แต่ในคนที่เป็นโรคเบาหวานแล้ว
00:00:23 → 00:00:25และต้องการที่จะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเนี่ย
00:00:25 → 00:00:30อาหารหลักๆที่จำเป็นที่จะต้องเลี่ยงเลยก็คืออาหารที่มีน้ำตาลสูงค่ะ
00:00:30 → 00:00:32ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม น้ำหวาน
00:00:32 → 00:00:35หรือว่าอาหารที่เป็นกลุ่มแป้งขัดขาวค่ะ
00:00:35 → 00:00:39ไม่ว่าจะเป็นข้าวขาว ขนมปัง เบเกอรี่
00:00:39 → 00:00:41รวมไปถึงอาหารพวกเส้นๆนะคะ
00:00:41 → 00:00:45ไม่ว่าจะเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นพาสต้า หรือว่าเส้นหมี่ค่ะ
00:00:45 → 00:00:49แต่นอกจากกลุ่มน้ำตาลแล้วก็แป้งขัดขาวแล้วเนี่ย
00:00:49 → 00:00:51ยังมีอาหารอีกบางกลุ่มอะค่ะ
00:00:51 → 00:00:55ที่ส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของคนไข้เบาหวาน
00:00:55 → 00:00:58ที่จำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงร่วมด้วยเช่นกันค่ะ
00:00:58 → 00:01:03อาหารเหล่านี้ก็เช่น 1. อาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนค่ะ
00:01:03 → 00:01:09ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ ที่ถึงแม้เราจะรับประทานแบบที่ไม่ใส่น้ำตาลเลยก็ตาม
00:01:09 → 00:01:12อาหารเหล่านี้ก็ยังมีคาเฟอีนอยู่นั่นเองค่ะ
00:01:12 → 00:01:16ตัวคาเฟอีนนี้ค่ะปกติจะออกฤทธิ์เป็นเหมือนสารกระตุ้นค่ะ
00:01:16 → 00:01:20ที่ช่วยทำให้เรารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าแล้วก็ไม่ง่วงนอน
00:01:20 → 00:01:25แต่ว่าข้อเสียในคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวานก็คือตัวคาเฟอีนเหล่านี้อะค่ะ
00:01:25 → 00:01:31เมื่อรับประทานเข้าไปเนี่ยจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนตัวนึงชื่อว่าคอร์ติซอลค่ะ
00:01:31 → 00:01:37ซึ่งฮอร์โมนคอร์ติซอลนี้เองค่ะที่เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำตาลในเลือดเนี่ยเพิ่มสูงขึ้นได้ค่ะ
00:01:37 → 00:01:41อาหารกลุ่มที่สองที่จำเป็นจะต้องหลีกเลี่ยงในคนไข้โรคเบาหวานนะคะ
00:01:41 → 00:01:45ก็คืออาหารที่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบค่ะ
00:01:45 → 00:01:48ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเจอในกลุ่มของอาหารแปรรูปค่ะ
00:01:48 → 00:01:52ไม่ว่าจะเป็นมาการีน ครีมเทียม เนยเทียม
00:01:52 → 00:01:56เบเกอรี่ เฟรนช์ฟรายส์ รวมไปถึงอาหารแช่เเข็งค่ะ
00:01:56 → 00:01:59อาหารที่มีไขมันทรานส์เหล่านี้นะคะ
00:01:59 → 00:02:02จะไปกระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกาย
00:02:02 → 00:02:05ไปกระตุ้นการสะสมไขมันในช่องท้องอะค่ะ่
00:02:05 → 00:02:09ซึ่งสิ่งเหล่านี้อะค่ะจะทำให้เซลล์ต่างๆในร่างกายเนี่ย
00:02:09 → 00:02:12เกิดการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลินค่ะ
00:02:12 → 00:02:14หรือที่เรียกว่าภาวะ Insulin Ressistance
00:02:14 → 00:02:19ในภาวะนี้อะค่ะ เซลล์ในร่างกายเนี่ยจะไม่ดึงน้ำตาลจากในเลือดเข้าเซลล์
00:02:19 → 00:02:23ส่งผลทำให้น้ำตาลในเลือดเนี่ยเพิ่มสูงขึ้นได้ในที่สุดค่ะ
00:02:23 → 00:02:27อาหารกลุ่มที่สามก็คือน้ำผลไม้ค่ะ
00:02:27 → 00:02:31ปริมาณผลไม้ที่ใช้ในการคั้นเป็นน้ำผลไม้ 1 แก้วเนี่ย
00:02:31 → 00:02:33ก็จะต้องใช้เป็นปริมาณมาก
00:02:33 → 00:02:39ซึ่งบางทีเนี่ยอาจจะมากกว่าปริมาณผลไม้สดที่เรารับประทานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ใน 1 วันนะคะ
00:02:39 → 00:02:45ทำให้ปริมาณของน้ำตาล โดยเฉพาะน้ำตาล Fructose ในน้ำผลไม้ 1 แก้วเนี่ย
00:02:45 → 00:02:47มีปริมาณที่มากเกินไป
00:02:47 → 00:02:53น้ำตาล Fructose เป็นน้ำตาลตัวนึงที่ถ้าร่างกายได้รับเป็นปริมาณมากเกินไปเนี่ย
00:02:53 → 00:02:57จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะไขมันพอกตับ
00:02:57 → 00:03:02ภาวะอ้วนลงพุง แล้วก็ภาวะที่เซลล์ในร่างกายเนี่ยดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน
00:03:02 → 00:03:05แบบที่เจอในไขมันทรานส์ได้ค่ะ
00:03:05 → 00:03:08แล้วก็ส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเนี่ยเพิ่มสูงตามมา
00:03:08 → 00:03:12ดังนั้นหมอแนะนำว่าในกรณีของผลไม้เนี่ยค่ะ
00:03:12 → 00:03:15ควรที่จะทานเป็นผลไม้สดจะดีที่สุดค่ะ
00:03:15 → 00:03:19แล้วก็ควรจะเป็นผลไม้สดที่มีรสชาติไม่หวานจนเกินไป
00:03:19 → 00:03:24อย่างเช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ล มะม่วงดิบหรือว่าแก้วมังกรค่ะ
00:03:24 → 00:03:27นอกจากการควบคุมอาหารแล้วเนี่ย
00:03:27 → 00:03:30สิ่งสำคัญในคนไข้โรคเบาหวานก็คือการออกกำลังกายนะคะ
00:03:30 → 00:03:33ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง การว่ายน้ำ
00:03:33 → 00:03:35หรือแม้แต่การแกว่งแขนก็ตาม
00:03:35 → 00:03:41เพราะการออกกำลังกายเหล่าเนี้ยค่ะจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ร่างกายเนี่ยเผาผลาญน้ำตาลได้ดีขึ้น
00:03:41 → 00:03:44แล้วสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ค่ะ