00:00:00 → 00:00:023 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องของวัย
00:00:02 → 00:00:04ทองนะครับ
00:00:04 → 00:00:07ข้อที่ 1 เราอยากจะบอกว่าจริงๆแล้วเรื่อง
00:00:07 → 00:00:10ของเวลาที่เราเป็นวัยทองเราหมดประจำเดือน
00:00:10 → 00:00:12ไปแล้วจริงๆแล้วสิ่งที่หมดมันไม่ใช่ประจำ
00:00:12 → 00:00:15เดือนนะมันคือฮอร์โมนต่างๆของเรานี่แหละ
00:00:15 → 00:00:18ที่มันลดระดับลงไปฮอร์โมนในกลุ่มนี้ก็คือ
00:00:18 → 00:00:20ฮอร์โมนเพศซึ่งฮอร์โมนเพศหญิงเนี่ยตัว
00:00:20 → 00:00:23หลักๆที่ทำให้เรามีประจำเดือนนะมีอยู่ 2
00:00:23 → 00:00:26ตัวก็คือมีเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนและ
00:00:26 → 00:00:28หมออยากจะบอกว่าฮอร์โมนเพศมีความสำคัญกับ
00:00:28 → 00:00:32สุขภาพของคนเราอย่างมากๆเลยถ้าหมอให้พูด
00:00:32 → 00:00:35ถึงแบบปัจจัยคร่าวๆนะในการที่จะทำให้เรา
00:00:35 → 00:00:38เนี่ยเป็นคนที่มีสุขภาพดีอายุยืนยาว 3
00:00:38 → 00:00:41ปัจจัยหลักๆสำคัญอันที่ 1 คือเรามี
00:00:41 → 00:00:44ไลฟ์สไตล์ยังไงเราใช้ชีวิตยังไงกินอยู่
00:00:44 → 00:00:47หลับนอนยังไงส่งผลกับสุขภาพเราแน่นอนนะ
00:00:47 → 00:00:49ครับอย่างที่ 2 เนี่ยก็คือเรื่องของสาร
00:00:49 → 00:00:52อาหารสารอาหารเนี่ยมันมีผลต่อสุขภาพของคน
00:00:52 → 00:00:54เราอย่างมากแล้วก็อันที่ 3 เลยที่มีผลสุด
00:00:54 → 00:00:58ๆเลยคือฮอร์โมนเนี่ยมันสำคัญมากนะครับคน
00:00:58 → 00:01:01ที่หมดประจำเดือนไปแล้วจะแก่ลงอย่างมากนะ
00:01:01 → 00:01:03ครับเพราะว่าฮอร์โมนมันหายไปข้อที่ 2
00:01:03 → 00:01:06ฮอร์โมนเนี่ยมันสำคัญยังไงบ้างล่ะหลายๆคน
00:01:06 → 00:01:09เนี่ยจะคิดแค่ว่าการที่เราเป็นวัยทองก็มี
00:01:09 → 00:01:11เรื่องของร้อนวูบวาบไงถ้าเกิดไม่มีร้อน
00:01:11 → 00:01:13วูบวาบคือไม่ใช่วัยทองอันนี้ไม่ใช่นะ
00:01:13 → 00:01:15เรื่องของการร้อนวูบวาบเนี่ยเป็นเพียงแค่
00:01:15 → 00:01:18อาการอาการหนึ่งของการเกิดวัยทองเท่านั้น
00:01:18 → 00:01:21เองนะครับถ้าเราจะพูดกันถึงว่าฮอร์โมนเพศ
00:01:21 → 00:01:23มันช่วยอะไรเราล่ะในโซเชียลเนี่ยมีหน้า
00:01:23 → 00:01:26ที่ในร่างกายมากกว่า 400 หน้าที่พอหายไป
00:01:27 → 00:01:29เนี่ยมันกระทบเยอะทีนี้หน้าที่หนึ่งที่
00:01:29 → 00:01:31หลายคนอาจจะไม่รู้จริงๆแล้วตัวฮอร์โมน
00:01:31 → 00:01:33เอสโตรเจนเนี่ยช่วยในเรื่องของภูมิคุ้ม
00:01:33 → 00:01:35กันของเราด้วยนะทำให้ภูมิคุ้มกันเรา
00:01:35 → 00:01:38ดีเอสโตรเจนมีส่วนช่วยในการป้องกันมะเร็ง
00:01:38 → 00:01:41ด้วยได้หน้าที่หลักๆเนาะเอาตัวเด่นๆเลย
00:01:41 → 00:01:43เนาะของฮอร์โมนเพศมีอยู่อีก 5 อย่างที่
00:01:43 → 00:01:45ช่วยเราเนาะที่เป็นประโยชน์อันที่ 1 เลย
00:01:45 → 00:01:48การที่เรามีฮอร์โมนมันช่วยป้องกันไม่ให้
00:01:48 → 00:01:50เกิดอาการวัยทองอาการอย่างนึงนะที่เจอกัน
00:01:50 → 00:01:53บ่อยแล้วหลายคนไม่รู้ว่าเป็นจากวัยทองคือ
00:01:53 → 00:01:56เรื่องของการนอนนอนไม่หลับนอนไม่ดีหลับ
00:01:56 → 00:01:58แล้วตื่นง่ายพวกเนี้ยเป็นอาการวัยทอง
00:01:58 → 00:02:01อย่างนึงอย่างที่ 2 ฮอร์โมนเนี่ยช่วยป้อง
00:02:01 → 00:02:02กันสมองเสื่อมอัลไซเมอร์เนี่ยเป็นโรคที่
00:02:02 → 00:02:05หลายๆคนไม่อยากเป็นการให้ฮอร์โมนเสริมที่
00:02:05 → 00:02:08หมอพูดถึงในวันนี้นะหมอพูดถึงเฉพาะ
00:02:08 → 00:02:11ไบโอไอเด็นติคอลฮอร์โมนคือฮอร์โมนที่มี
00:02:11 → 00:02:14โครงสร้างเหมือนตามธรรมชาติของร่างกายเรา
00:02:14 → 00:02:17มันเป็นตัวที่ดีที่สุดแล้วก็ปลอดภัยที่
00:02:17 → 00:02:19สุดในการใช้ฮอร์โมนเสริมในเรื่องของการ
00:02:19 → 00:02:22ป้องกันสมองเสื่อมนะฮอร์โมนสังเคราะห์ไม่
00:02:22 → 00:02:24ช่วยนะแต่ว่า Bio identical Hormone
00:02:24 → 00:02:26ช่วยเรื่องของการป้องกันสมองเสื่อม
00:02:26 → 00:02:28ฮอร์โมนสังเคราะห์เช่นอะไรเราเจอในท้อง
00:02:28 → 00:02:30ตลาดได้เยอะที่สุดเลยคือยาคุมกำเนิดซึ่ง
00:02:30 → 00:02:34มีความแรงกว่าฮอร์โมนตามธรรมชาติเนี่ยมาก
00:02:34 → 00:02:36ประมาณ 200 เท่าเพราะฉะนั้นเนี่ยในเรื่อง
00:02:36 → 00:02:38ของการเกิดมะเร็งเนี่ยเกิดจากฮอร์โมน
00:02:38 → 00:02:40สังเคราะห์ที่มีความแรงมากๆร่วมกับมัน
00:02:40 → 00:02:43อยู่ในร่างกายค่อนข้างยาวมันส่งผลในระยะ
00:02:43 → 00:02:45ยาวต่อร่างกายเกิดมะเร็งแน่นอนสำหรับ
00:02:45 → 00:02:48ฮอร์โมนสังเคราะห์นะครับต่อมาข้อที่ 3
00:02:48 → 00:02:51เขาช่วยเรื่องของหัวใจป้องกันโรคหัวใจขาด
00:02:51 → 00:02:54เลือดแต่ทีนี้อีกเช่นกันฮอร์โมน
00:02:54 → 00:02:56สังเคราะห์ไม่ช่วยป้องกันหัวใจขาดเลือด
00:02:56 → 00:02:59การใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์ปรับเพิ่มความ
00:02:59 → 00:03:01เสี่ยงเข้าใจการเกิดหัวใจขาดเลือดด้วยซ้ำ
00:03:01 → 00:03:03เพราะฉะนั้นในผู้หญิงที่ทานยาคุมเป็น
00:03:03 → 00:03:06เอสโตรเจนสังเคราะห์เพิ่มความเสี่ยงในการ
00:03:06 → 00:03:08เกิดโรคหัวใจแล้วจริงๆแล้วเนี่ยฮอร์โมน
00:03:08 → 00:03:10เพศตามธรรมชาติของเรามีส่วนในการช่วย
00:03:10 → 00:03:14เพิ่ม hdl เพิ่มไขมันดีแล้วก็ช่วยลด ldl
00:03:14 → 00:03:16ทำให้คอเลสเตอรอลตัวเร็วของเรามีลดน้อยลง
00:03:16 → 00:03:20นะครับผู้หญิงหลายๆคนนะถ้าลองสังเกตดูสัก
00:03:20 → 00:03:2345 ไปเนี่ยตรวจสุขภาพประจำปีเนอะแต่ละปี
00:03:23 → 00:03:25แต่ละปีแต่ละปีเนี่ยหลายๆคนเนอะระดับ
00:03:25 → 00:03:27คอเลสเตอรอลระดับ ldl จะเพิ่มขึ้นเพิ่ม
00:03:27 → 00:03:29ขึ้นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพราะ
00:03:29 → 00:03:32ฮอร์โมนเพศคุณลดลงไงล่ะออกหมดเพชรลดลงจาก
00:03:32 → 00:03:34เดิมที่เขามีประโยชน์ในการช่วยเพิ่ม hdl
00:03:34 → 00:03:37ช่วยลด ldl ประโยชน์ตรงนี้มันหายไปข้อที่
00:03:37 → 00:03:394 เป็นตัวที่ป้องกันกระดูกบางกระดูกพรุน
00:03:39 → 00:03:42ในคนที่ยังไม่หมดประจำเดือนโดยมากแล้วไม่
00:03:42 → 00:03:44ค่อยเป็นหรอกเรื่องของกระดูกบางกระดูก
00:03:44 → 00:03:47พรุนเวลาที่พอหมดประจำเดือนไปเนาะโดยมาก
00:03:47 → 00:03:49แล้วเนี่ยสิ่งหนึ่งที่เรามักทานกันคือ
00:03:49 → 00:03:52แคลเซียมเพื่อป้องกันกระดูกบางกระดูกพรุน
00:03:52 → 00:03:54แต่หมออยากจะบอกว่าถ้าเราจะป้องกันกระดูก
00:03:54 → 00:03:56บางกระดูกพรุนนะเราไปทานวิตามินซียังได้
00:03:56 → 00:03:58ประโยชน์มากกว่าแคลเซียมเลยแล้วแคลเซียม
00:03:58 → 00:04:00เนี่ยถ้าเราทานผิด platform เนอะทานใน
00:04:00 → 00:04:03ฟอร์มที่เป็นแคลเซียมคาร์บอเนตมันเป็น
00:04:03 → 00:04:05ฟอร์มที่เป็นหินปูนเนาะแล้วหินปูนเหล่า
00:04:05 → 00:04:07นี้มันจะไปเกาะหลอดเลือดได้ทำให้เป็นหิน
00:04:07 → 00:04:10ปูนในหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดแข็งตัวนะ
00:04:10 → 00:04:12ครับเวลาเราเลือกทานแคลเซียมเนาะหมอชอบ
00:04:12 → 00:04:14ให้ทานอยู่ 2 ฟองที่ 1 คือคีย์เลส
00:04:14 → 00:04:16แคลเซียมอีกฟอร์มนึงแคลเซียมไฮดรอกซี่
00:04:16 → 00:04:19แอพพลายซึ่งเรื่องของกระดูกบางกระดูกพรุน
00:04:19 → 00:04:22จริงๆแล้วเนี่ยการทานวิตามินดีวิตามินเค
00:04:22 → 00:04:24vitamin c เนี่ยรวมถึงแมกนีเซียมด้วย
00:04:24 → 00:04:26หมอมองว่าได้ประโยชน์มากกว่าการทาน
00:04:26 → 00:04:29แคลเซียมซะอีกตัวที่ช่วยรักษากระดูกบาง
00:04:29 → 00:04:32กระดูกพรุนได้มากที่สุดคือฮอร์โมนสูงกว่า
00:04:32 → 00:04:34วิตามินดีสูงกว่าวิตามินเคสูงกว่าวิตามิน
00:04:34 → 00:04:37ซีสูงกว่าแมกนีเซียมสูงกว่าแคลเซียมทั้ง
00:04:37 → 00:04:40หมดเลยคือฮอร์โมนนะครับทีนี้ต่อมาเนาะ
00:04:40 → 00:04:42ประโยชน์อื่นๆก็ยังมีอีกในเรื่องของการ
00:04:42 → 00:04:45ซ่อมแซมร่างกายฮอร์โมนเนี่ยมีส่วนช่วยตรง
00:04:45 → 00:04:47นี้เนาะเพราะฉะนั้นเนี่ยบางทีพอหมดประจำ
00:04:47 → 00:04:49เดือนเป็นการมันจะทรุดโทรมลงอย่างเยอะนะ
00:04:49 → 00:04:51ครับเพราะว่าการซ่อมแซมร่างกายมันทำได้
00:04:51 → 00:04:54ไม่ดีต่อมาข้อที่ 3 คือเรื่องของมะเร็งพอ
00:04:54 → 00:04:57เวลาพูดถึงฮอร์โมนปึ๊บในคนไทยเนาะมะเร็ง
00:04:57 → 00:04:59มาเลยภายในเป็นความเข้าใจผิดมากๆที่บอก
00:05:00 → 00:05:02ว่าฮอร์โมนเพศหญิงตัวหลักๆเด่นๆมีอยู่ 2
00:05:02 → 00:05:05ตัวเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนฮอร์โมน
00:05:05 → 00:05:08โปรเจสเตอโรนเป็นฮอร์โมนที่ป้องกันการ
00:05:08 → 00:05:11เกิดมะเร็งนะจริงๆแล้วเนี่ยถ้าเราพูดถึง
00:05:11 → 00:05:13ฮอร์โมนสังเคราะห์เลยเนอะกระตุ้นมะเร็ง
00:05:13 → 00:05:15มะเร็งอะไรบ้างมีอยู่ 2 อย่างที่เป็น
00:05:15 → 00:05:17มะเร็งที่เกิดจากการใช้ฮอร์โมนอันที่ 1
00:05:17 → 00:05:20มะเร็งที่มดลูกอันที่ 2 เต้านมปากมดลูก
00:05:20 → 00:05:22ยังไม่เกี่ยวเลยมีแค่ 2 อันเองนะครับที่
00:05:22 → 00:05:24เกี่ยวกับฮอร์โมนเพศเนอะส่วนอื่นยังไม่
00:05:24 → 00:05:27เกี่ยวอยู่ดีเป็นมะเร็งตับมะเร็งปอดใดๆ
00:05:27 → 00:05:29เนี่ยไม่เกี่ยวนะครับแล้วทีนี้หมอจะบอก
00:05:30 → 00:05:33ว่าตัวฮอร์โมนที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงใน
00:05:33 → 00:05:35การเกิดมะเร็งมดลูกแล้วก็เต้านมเนี่ยคือ
00:05:35 → 00:05:37ฮอร์โมนเอสโตรเจนสังเคราะห์เพราะฉะนั้นคน
00:05:37 → 00:05:40ทานยาคุมเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไม่ได้
00:05:40 → 00:05:42บอกว่าทานยาคุมแล้วจะต้องเป็นนะแต่จะ
00:05:42 → 00:05:44เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม
00:05:44 → 00:05:47แล้วก็มะเร็งหมดรู้นะครับทีนี้ฮอร์โมน
00:05:47 → 00:05:49เสริมเนี่ยแบ่งกันยังไงเนาะถ้าเกิดเป็น
00:05:49 → 00:05:51ฮอร์โมนสังเคราะห์จะเป็นรูปแบบรับประทาน
00:05:51 → 00:05:53เห็นมั้ยยาคุมจะเป็นรูปแบบรับประทานแต่
00:05:53 → 00:05:55ถ้าเป็นไบโอเดดิคอลฮอร์โมนมันจะเป็นครีม
00:05:55 → 00:05:58ทาหรือเป็นแผ่นให้แปะรูปแบบมันจะต่างกัน
00:05:58 → 00:06:01แล้วถ้าถามว่าตัวฮอร์โมนตามธรรมชาติมัน
00:06:01 → 00:06:04กระตุ้นมะเร็งเต้านมกระตุ้นมะเร็งมดลูก
00:06:04 → 00:06:06หรือเปล่าจะต้องเจาะลึกลงไปเอสโตรเจน
00:06:06 → 00:06:09เนี่ยแบ่งเป็น 3 ตัวมีเอสโตรเจน 1
00:06:09 → 00:06:11เอสโตรเจน 2 เอสโตรเจน 3 เอสโตรเจน 1
00:06:11 → 00:06:13เนี่ยกระตุ้นมะเร็งได้กระตุ้นมะเร็งเต้า
00:06:13 → 00:06:16นมและมะเร็งมดลูกได้นะครับเพราะฉะนั้น
00:06:16 → 00:06:18เอสโตรเจน 1 ไม่ได้มีประโยชน์ใดๆเลยเพราะ
00:06:18 → 00:06:20ฉะนั้นเวลาใช้ฮอร์โมนเสริมเราจะไม่ใส่
00:06:20 → 00:06:22เอสโตรเจน 1 ลงไปเอสโตรเจน 1 เนี่ยเป็น
00:06:22 → 00:06:25เอสโตรเจนที่ในผู้หญิงทั่วๆไปก็สร้าง
00:06:25 → 00:06:27เอสโตรเจน 1 ขึ้นมาได้นะโดยเฉพาะผู้หญิง
00:06:27 → 00:06:29ที่อ้วนเพราะว่าตัวเอสโตรเจนหนึ่งเนี่ย
00:06:29 → 00:06:32โดยมากแล้วสร้างจากเซลล์ไขมันคนไหนยิ่ง
00:06:32 → 00:06:34อ้วนเยอะมีเซลล์ไขมันเยอะยิ่งสร้าง
00:06:34 → 00:06:36เอสโตรเจน 1 เยอะเพราะฉะนั้นเนี่ยในผู้
00:06:36 → 00:06:39หญิงที่อ้วนจะมีความเสี่ยงในการเกิด
00:06:39 → 00:06:42มะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูกที่สูงกว่า
00:06:42 → 00:06:45เอสโตรเจน 2 ล่ะควรใช้ไหมเอสโตรเจน 2
00:06:45 → 00:06:47เนี่ยควรใช้เพราะว่าป้องกันสมองเสื่อม
00:06:47 → 00:06:49ป้องกันหัวใจขาดเลือดป้องกันกระดูกบาง
00:06:49 → 00:06:52กระดูกพรุนอะไรต่างๆเนี่ยเป็นศักยภาพของ
00:06:52 → 00:06:54ASUS ทั้ง 2 accession 2 เนี่ยเป็น
00:06:54 → 00:06:56เอสโตรเจนที่มีประโยชน์สูงสุดแต่
00:06:56 → 00:06:58เอสโตรเจน 2 เนี่ยกระตุ้นเรื่องของมะเร็ง
00:06:58 → 00:07:02ได้อีกเช่นกันถ้ามันมีมากเกินปกติซึ่งหมอ
00:07:02 → 00:07:05จะบอกว่า Excel 2 เป็นเอสโตรเจนที่มี
00:07:05 → 00:07:07อยู่แล้วในร่างกายเรานะเพราะฉะนั้นถึงแม้
00:07:07 → 00:07:10คุณไม่ใช้ฮอร์โมนเสริมรังไข่คุณสร้าง
00:07:10 → 00:07:12เอสโตรเจน 2 ขึ้นมาอยู่แล้วเอสโตรเจน 3
00:07:12 → 00:07:15ล่ะเป็นเอสโตรเจนที่ป้องกันมะเร็งเพราะ
00:07:15 → 00:07:17ฉะนั้นเนี่ยถ้าเกิดในฮอร์โมนเสริมเราให้
00:07:17 → 00:07:19ใช้เอสโตรเจน 3 ความเสี่ยงมะเร็งคุณจะ
00:07:19 → 00:07:22ยิ่งลดลงไงซึ่งปกติแล้วเนี่ยเอสโตรเจน 3
00:07:22 → 00:07:25เนี่ยในผู้หญิงปกติทั่วๆไปไม่มีจะมีเฉพาะ
00:07:25 → 00:07:28ในคนท้องธรรมชาติเนี่ยสร้างเอสโตรเจน 3
00:07:28 → 00:07:31มาในผู้หญิงคนท้องเนี่ยเพื่อปกป้องแม่และ
00:07:31 → 00:07:34เด็กทีนี้บอกว่าให้ใช้ Excel 2 กับ Asus
00:07:34 → 00:07:373 เวลาใช้เนี่ยต้องใช้สัดส่วนยังไงโดย
00:07:37 → 00:07:39ทั่วไปแล้วเนี่ยต้องใช้ในสัดส่วน
00:07:39 → 00:07:42เอสโตรเจน 3 ที่มากกว่า Asus 2 แต่โดย
00:07:42 → 00:07:44ทั่วๆไปเวลาหมอให้ใช้เนาะหมอให้ใช้
00:07:44 → 00:07:48เอสโตรเจน 3 4 ส่วนไฮโตรเจน 2 ส่วนเดียว
00:07:48 → 00:07:50ต่อมาพูดถึงโปรเจสเตอโรนต้องบอกเลยว่า
00:07:51 → 00:07:54เป็นฮอร์โมนที่ช่วยป้องกันและก็ลดความ
00:07:54 → 00:07:57เสี่ยงมะเร็งเต้านมแล้วก็รู้ในคุณผู้หญิง
00:07:57 → 00:08:00ที่อายุ 40 กว่าถ้าเกิดฮอร์โมนเพศคุณไม่
00:08:00 → 00:08:03สมดุลคุณมีเอสโตรเจนเยอะมีโปรเจสเตอโรน
00:08:03 → 00:08:06น้อยคุณจะเกิดพวกเนื้องอกในมดลูกมีซีสต์
00:08:06 → 00:08:08ที่เต้านมการไม่มีฮอร์โมนโปรเจสโลนจะ
00:08:08 → 00:08:09เพิ่มความเสี่ยงเหล่านี้ขึ้นมาเพราะ
00:08:09 → 00:08:12ฉะนั้นเวลาเราใช้ฮอร์โมนเราควรที่จะใช้
00:08:12 → 00:08:15เอสโตรเจน 3 มากกว่าเอสโตรเจน 2 แล้วให้
00:08:15 → 00:08:17ใช้ร่วมกับโปรเจสเตอโรนอีกเวลาที่
00:08:17 → 00:08:19เอสโตรเจนเข้าไปในร่างกายพอเราใช้งาน
00:08:19 → 00:08:21เอสโตรเจนเสร็จเรียบร้อยแล้วเนี่ยมันจะมี
00:08:21 → 00:08:24การเปลี่ยนรูปไปเป็นฟอร์ม 2 ฟอร์ม 4
00:08:24 → 00:08:26ฟอร์ม 16 ฟอร์ม 2 เป็นฟอร์มที่ดีเป็น
00:08:26 → 00:08:28ฟอร์มที่ป้องกันมะเร็งฟอร์ม 4 เนี่ยไม่ดี
00:08:28 → 00:08:32กระตุ้นมะเร็งได้ฟอร์ม 16 ไม่ดีกระตุ้น
00:08:32 → 00:08:34มะเร็งได้แรงที่สุดนะครับทีเนี้ยตัวที่
00:08:34 → 00:08:38คอยล็อก 4 และ 16 คือ Din มันเป็นพวกสาร
00:08:38 → 00:08:41สกัดจากบล็อกโคลี่เนาะถ้าเราใช้ฮอร์โมน
00:08:41 → 00:08:43เสริมเนอะมีเอสโตรเจน 3 แล้วเอสโตรเจน 2
00:08:43 → 00:08:46แล้ว Project slow แล้วคู่กับดิมไปอีกจะ
00:08:46 → 00:08:48ลดความเสี่ยงมะเร็งได้แล้วก็ได้ประโยชน์
00:08:48 → 00:08:52จากการใช้ฮอร์โมนนะครับผมโอเคจบประมาณนี้
00:08:52 → 00:08:55เลยนะครับสุดท้ายฝากไว้เหมือนเดิมเดี๋ยว
00:08:55 → 00:09:01ฝากชีวิตไว้กับหมอนะครับ
00:09:01 → 00:09:08[เพลง]