00:00:00 → 00:00:04healy Thai กด Subscribe กดกระดิ่งช่อง
00:00:04 → 00:00:06เราด้วยนะคะกด
00:00:07 → 00:00:11เลย 9 เคล็ดลับอาหารสุขภาพต้าน
00:00:11 → 00:00:16มะเร็งมะเร็งโรคร้ายที่่าชีวิตผู้คนไป
00:00:16 → 00:00:19เป็นจำนวนมากแต่รู้ไหมคะการเลือกรับ
00:00:19 → 00:00:23ประทานอาหารเลือกวิธีทำเลือกวัตถุดิบใน
00:00:23 → 00:00:26การทำอาหารสามารถป้องกันและต่อต้านโรค
00:00:26 → 00:00:30ร้ายอย่างมะเร็งได้อย่างไม่น่าเชื่อและ
00:00:30 → 00:00:32ประโยชน์ของการเลือกรับประทานอาหารเพื่อ
00:00:33 → 00:00:37ต่อต้านมะเร็งนั้นคือไม่มีผลข้างเคียงและ
00:00:37 → 00:00:41ราคาไม่แพงอีกด้วยโดยมี 99 เคล็ดลับดัง
00:00:41 → 00:00:47นี้ค่ะเคล็ดที่ 1 กินผักหลักสีทุกวันผัก
00:00:47 → 00:00:51แต่ละสีแต่ละชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกายและ
00:00:51 → 00:00:55ให้คุณค่าที่แตกต่างกันไปหากเราสามารถรับ
00:00:55 → 00:00:58ประทานผักหลากหลายหรือรับประทานผักให้ครบ
00:00:58 → 00:01:01ทั้ง 5 สีจะเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพอย่าง
00:01:01 → 00:01:06มากโดยสารสีต่างๆในผักมีประโยชน์ดังนี้
00:01:06 → 00:01:11ค่ะ 1 สารสีแดงได้แก่มะเขือเทศมีสารต้าน
00:01:11 → 00:01:15อนุมูลอิสระที่เรียกว่าไลโคปีนช่วยลดความ
00:01:15 → 00:01:18เสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากมะเร็ง
00:01:18 → 00:01:20กระเพาะอาหารและมะเร็ง
00:01:20 → 00:01:27ปอด 2 สารสีเหลืองส้มได้แก่ฟักทองแครอทมี
00:01:27 → 00:01:31สารแคโรทีนอยและอุดมไปด้วยวิตามิน
00:01:31 → 00:01:37เอ 3 สารสีเขียวได้แก่คะน้าบรอกโคลี่อุดม
00:01:37 → 00:01:40ไปด้วยวิตามิน C รวมถึงผักบุ้งกวางตุ้ง
00:01:40 → 00:01:44ตำลึงที่มีวิตามินเอและพิกเมนต์
00:01:44 → 00:01:494 สารสีม่วงได้แก่กะหล่ำสีม่วงชมพู่
00:01:49 → 00:01:54มะเหมี่ยวมะเขือม่วงสีม่วงในดอกอัญชันสาร
00:01:54 → 00:01:58สีม่วงเหล่านี้มีสารแอนโทไซยานินที่
00:01:58 → 00:02:01สามารถช่วยป้องกันโรค
00:02:01 → 00:02:06มะเร็ง 5 สารสีขาวได้แก่มะเขือขาวเปราะ
00:02:06 → 00:02:12ผักกาดขาวดอกแครโดยเฉพาะยอดแครมีเบต้า
00:02:12 → 00:02:14คาโรทีนสูง
00:02:14 → 00:02:19ค่ะข้อ 2 หมั่นทานผลไม้เป็นประจำผลไม้
00:02:19 → 00:02:22ประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลาย
00:02:22 → 00:02:25ชนิดที่เป็นประโยชน์รวมทั้งยังมีเส้นใย
00:02:25 → 00:02:29อาหารที่ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับ
00:02:29 → 00:02:32ถ่ายทำงานได้อย่างเป็นปกติอุดมไปด้วย
00:02:33 → 00:02:38วิตามินเช่นวิตามิน a c สารเบต้าแคโรทีน
00:02:38 → 00:02:42ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความ
00:02:42 → 00:02:44เสี่ยงในการเกิดโรค
00:02:45 → 00:02:49มะเร็งเคล็ดลับที่ 3 อาหารธัญพืชและเส้น
00:02:49 → 00:02:53ใญธัญพืชเต็มเมล็ดคือธัญพืชที่ไม่ผ่านการ
00:02:53 → 00:02:57ขัดสีหรือขัดสีน้อยที่สุดทำให้มีคุณค่า
00:02:57 → 00:03:03ทางโภชนาการสูงเช่นใยอาหารวิตามินแร่ธาตุ
00:03:03 → 00:03:08ไฟโตนิวเทรียนและสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ
00:03:08 → 00:03:12ตัวอย่างของธัญญพืชได้แก่ข้าวกล้องข้าว
00:03:13 → 00:03:19สาลีข้าวโพดข้าวโอ๊ตข้าวบาเล่ลูกเดือยนอก
00:03:19 → 00:03:23จากนี้ไฟเบอร์หรือใยอาหารในธัญญพืชยังทำ
00:03:23 → 00:03:27หน้าที่สำคัญในการผ่าสานต่างๆที่เป็นโทษ
00:03:27 → 00:03:30ต่อร่างกายซึ่งเกาะติดบริเวณลำไส้ให้ขับ
00:03:30 → 00:03:34ถ่ายออกไปจึงมีส่วนสำคัญในการลดความ
00:03:34 → 00:03:38เสี่ยงต่อโรคมะเร็งในทางเดินอาหารและ
00:03:38 → 00:03:41มะเร็งในลำไส้
00:03:41 → 00:03:45ใหญ่เคล็ดลับที่ 4 ใส่เครื่องเทศเสริมรส
00:03:45 → 00:03:49ชาติอาหารเครื่องเทศหมายถึงส่วนต่างๆของ
00:03:49 → 00:03:53พืชที่นำมาใช้เป็นเครื่องปรุงอาหารหรือ
00:03:53 → 00:03:56เพื่อให้อาหารมีกลิ่นหอมสารประกอบ
00:03:56 → 00:03:58อินทรีย์ที่เป็นกลิ่นหอมของเครื่องเทศ
00:03:58 → 00:04:02นั้นมาจากส่วนที่เป็นน้ำมันและน้ำมันหอม
00:04:02 → 00:04:06ระเหยส่วนรสชาติที่เผ็ดร้อนนั้นมาจากส่วน
00:04:06 → 00:04:11ที่เป็นยางนอกจากนี้ในเครื่องเทศยังมีสาร
00:04:11 → 00:04:16อื่นๆอีกเช่นแป้งน้ำตาลแร่ธาตุและวิตามิน
00:04:16 → 00:04:20บางชนิดเป็นต้นเครื่องเทศยังประกอบไปด้วย
00:04:20 → 00:04:23สารหลายชนิดซึ่งมีคุณสมบัติลดความเสี่ยง
00:04:23 → 00:04:27ในการเกิดมะเร็งรวมถึงการกระตุ้นระบบภูมิ
00:04:27 → 00:04:30คุ้มกันได้
00:04:30 → 00:04:35เคล็ดลับที่ 5 เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ
00:04:35 → 00:04:38อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเยอะมาก
00:04:38 → 00:04:43อย่างเช่นชาเขียวใบชาเขียวได้มาจากการนำ
00:04:43 → 00:04:47ยอดใบชาสดมาผ่านกระบวนการอบเพื่อลดความ
00:04:47 → 00:04:51ชื้นโดยไม่ผ่านการหมักชาเขียวมีสาร
00:04:51 → 00:04:55คาเทชินซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่
00:04:55 → 00:04:59สำคัญสารดังกล่าวสามารถป้องกันการเกิด
00:04:59 → 00:05:03มะเร็ลำไส้ใหญ่มะเร็งกระเพาะอาหารและ
00:05:03 → 00:05:07มะเร็งตับได้แต่การดื่มนี้ควรดื่มชาเขียว
00:05:08 → 00:05:11ทันทีหลังจากชงชาเสร็จเนื่องจากหากทิ้งชา
00:05:12 → 00:05:16เขียวไว้ชาเขียวจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจน
00:05:16 → 00:05:20ในอากาศทำให้สูญเสียคุณค่า
00:05:20 → 00:05:25ไปและน้ำดื่มน้ำดื่มที่สะอาดและบริสุทธิ์
00:05:25 → 00:05:29มีความสำคัญและจำเป็นต่อมนุษย์มากการดื่ม
00:05:29 → 00:05:33น้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวันทำ
00:05:33 → 00:05:36ให้ร่างกายเราได้รับการกระตุ้นระบบภูมิ
00:05:36 → 00:05:41คุ้มกันให้มีสุขภาพแข็งแรงน้ำเป็นสารตัว
00:05:41 → 00:05:45กลางสำคัญของร่างกายที่ใช้ในกระบวนการ
00:05:45 → 00:05:50ต่างๆของเซลล์เช่นควบคุมสมดุลกรดด่างและ
00:05:50 → 00:05:53ยังนำพาสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่
00:05:53 → 00:05:56เซลล์ตลอดจนนำของเสียหรือสารพิษออกจาก
00:05:56 → 00:05:59เซลล์
00:05:59 → 00:06:03เคล็ดลับข้อ 6 อย่าลืมปรุงอาหารถูก
00:06:03 → 00:06:07วิธีวิธีการปรุงอาหารที่ถูกต้องถือเป็น
00:06:07 → 00:06:10เรื่องที่มีความสำคัญสามารถช่วยลดความ
00:06:10 → 00:06:16เสี่ยงในการเกิดโรคได้ได้แก่ 1 ไม่ปิ้ง
00:06:16 → 00:06:19ย่างอาหารประเภทเนื้อสัตว์จนไม่
00:06:19 → 00:06:24เกรียม 2 ไม่รับประทานอาหารแบบสุขๆดิบๆ
00:06:24 → 00:06:29โดยเฉพาะปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด 3 ไม่ใช้น้ำ
00:06:29 → 00:06:32มันทอดซ้ำๆหลายๆ
00:06:32 → 00:06:38ครั้งเคล็ดลับข้อที่ 7 หลีกหนีอาหารไขมัน
00:06:38 → 00:06:42ไขมันในอาหารมีทั้งไขมันดีและไขมันเลวหาก
00:06:42 → 00:06:46ร่างกายมีไขมันเลวในปริมาณมากอาจก่อให้
00:06:46 → 00:06:50เกิดปัญหาสุขภาพได้ไขมันเลวได้แก่
00:06:50 → 00:06:52คอเลสเตอรอล
00:06:52 → 00:06:54ไตรกลีเซอไรด์
00:06:54 → 00:07:00ldl ไขมันอิ่มตัวซึ่งจะพบมากในพวกนม
00:07:00 → 00:07:05เนยชีสกะทิไขมันสัตว์น้ำมันมะพร้าวและน้ำ
00:07:05 → 00:07:09มันปาน้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการเติม
00:07:09 → 00:07:13ไฮโดรเจนและน้ำมันทอดซ้ำเป็น
00:07:13 → 00:07:19ต้นไขมันดีได้แก่ไขมันไม่อิ่มตัวเลซิติน
00:07:19 → 00:07:24hdl พบมากในน้ำมันถั่วเหลืองน้ำมันข้าว
00:07:24 → 00:07:29โพดน้ำมันดอกคำฝอยน้ำมันเมล็ดฝ้ายน้ำมัน
00:07:29 → 00:07:34ดอกทานตะวันและในปลาเช่นปลาซาดีนปลา
00:07:34 → 00:07:39แซลมอนปลาทูน่าปลาจาระเม็ดเป็น
00:07:39 → 00:07:44ต้นเคล็ดลับข้อที่ 8 มันลดการบริโภคเนื้อ
00:07:44 → 00:07:48แดงเราควรกำจัดการรับประทานเนื้อแดงให้
00:07:48 → 00:07:52เหลือเพียงสัปดาห์ละ 500 กรัมเพื่อลดความ
00:07:52 → 00:07:55เสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ผู้ที่
00:07:55 → 00:07:59บริโภคเนื้อแดงมากกว่า 160 กรัมต่อวันอาจ
00:07:59 → 00:08:03มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเพิ่ม
00:08:03 → 00:08:08ขึ้นเคล็ดลับข้อที่ 9 เกลือแกงอาหารหมก
00:08:08 → 00:08:13ดองต้องลดให้น้อยลงเราควรบริโภคเกลือไม่
00:08:13 → 00:08:17เกินวันละ 6 กรัมซึ่งมีโซเดียมอยู่ประมาณ
00:08:17 → 00:08:222,300 มิลกรัมการบริโภคเกลือในปริมาณสูง
00:08:23 → 00:08:25จะทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค
00:08:25 → 00:08:27มะเร็งกระเพาะ
00:08:27 → 00:08:31อาหารนอกจากนี้ควรหลีกเลียกอาหารแปรรูป
00:08:31 → 00:08:35หรืออาหารประเภทหมักดองโดยเฉพาะที่มีการ
00:08:35 → 00:08:39ถนอมอาหารหรือปรุงแต่งสีด้วยดินประสิว
00:08:40 → 00:08:46เช่นปลาร้าปลาส้มแหนมไส้กรอกกุนเชียง
00:08:46 → 00:08:49เนื้อเค็มปลาเค็มเนื่องจากอาหารเหล่านี้
00:08:49 → 00:08:54มีสารก่อมะเร็งไนโตรซามีนและควรหลีก
00:08:54 → 00:09:01เลี่ยงอาหารที่มีสีแดงผิดจากธรรมชาติ
00:09:01 → 00:09:04เห็นไหมคะอาหารแต่ละอย่างอยู่รอบตัวเรา
00:09:04 → 00:09:08ทั้งนั้นเพียงแต่เราต้องเลือกและปรับ
00:09:08 → 00:09:11เปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารและจะส่งผลให้
00:09:11 → 00:09:16มีสุขภาพดีตามมาค่ะเคล็ดลับทั้ง 9 ข้อ
00:09:16 → 00:09:19อย่าลืมนำไปปฏิบัตินะคะจะช่วยป้องกันให้
00:09:19 → 00:09:23คุณห่างไกลมะเร็งได้
00:09:23 → 00:09:27ค่ะกด Subscribe กดกระดิ่งช่องเราด้วยนะ
00:09:27 → 00:09:58คะกดเลย
00:09:58 → 00:10:02เ y