00:00:00 → 00:00:02สวัสดีค่ะทุกคนกลับมาพบกับฟ้าแล้วก็ช่อง
00:00:02 → 00:00:04บู Zone Thailand เหมือนเช่นเคยนะคะก็
00:00:04 → 00:00:08สัปดาห์นี้ค่ะเราจะมาพูดกันเรื่องของไขหม
00:00:08 → 00:00:10พอกตับนั่นเองค่ะอันดับแรกนะคะขออนุญาต
00:00:11 → 00:00:12อัปเดตก่อนค่ะจากสัปดาห์ที่แล้วที่สัญญา
00:00:12 → 00:00:15ไปว่าที่หูดับไปเดี๋ยวสัปดาห์นี้ฟ้าจะมา
00:00:15 → 00:00:19อัปเดตให้ฟังก็วันนี้นะคะก็เป็นวันที่ 14
00:00:19 → 00:00:23ค่ะหลังจากที่หูดับไปเมื่อครั้งแรกเนาะก็
00:00:23 → 00:00:26หลังจากเข้าให้เบก Chamber มาเกือบจะ 10
00:00:26 → 00:00:29ครั้งะก็พบว่าการได้ยินดีขึ้นแต่ว่าตอน
00:00:29 → 00:00:31นี้ที่ที่มีปัญหาเนี่ยก็คือมันก็ยังมี
00:00:31 → 00:00:33เหลือหูอื้อๆอยู่บ้างแล้วก็ยังมีุสอยู่
00:00:33 → 00:00:35นิดหน่อยแต่ว่าค่อยๆดีขึ้นค่ะก็หวังว่า
00:00:35 → 00:00:38เทปหน้าน่าจะหายแน่นอนนะคะนี้กลับมาเข้า
00:00:38 → 00:00:40เรื่องของเราค่ะสัปดาห์เนี้ยเผอิญว่าใน
00:00:40 → 00:00:43ช่วงที่ป่วยก็มีโอกาสได้อ่านงานวิจัยไป
00:00:43 → 00:00:45เรื่อยๆก็ไปสะดุดตากับงานวิจัยชิ้นนึงค่ะ
00:00:45 → 00:00:47ก็เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของไขมัน
00:00:47 → 00:00:49พอกตับไขมันพอกตับเนี่ยภาษาอังกฤษเนี่ย
00:00:49 → 00:00:52เราเรียกว่า fatty liv ซึ่งเจ้า fatty
00:00:52 → 00:00:54liv เนี่ยค่ะหรือว่าไขมันเนี่ยทำไมมัน
00:00:54 → 00:00:56ถึงไปพอกที่ตับเนี่ยเจอบ่อยที่สุดเลยก็
00:00:56 → 00:01:00คือเป็นพวกแอลกอฮอลิค fatty R คือมาจาก
00:01:00 → 00:01:03เรื่องของการดื่มแอลกอฮอล์นะคะส่วนอีก
00:01:03 → 00:01:04กลุ่มนึงเป็นกลุ่มที่เมื่อก่อนเนี่ยเรา
00:01:05 → 00:01:08เรียกว่า non alcoholic fy liver ซึ่ง
00:01:08 → 00:01:10กลุ่มนี้เนี่ยณปัจจุบันเนี่ยจากงานประชุม
00:01:10 → 00:01:13ครั้งล่าสุดเลยเนี่ยทีมผู้ชำนาญการต่างๆ
00:01:13 → 00:01:15ก็ลงความเห็นว่าเราน่าจะเปลี่ยนชื่อจาก
00:01:15 → 00:01:17นัน alcoholic fatty Li อ่ะเป็นอย่าง
00:01:17 → 00:01:20อื่นได้แล้วนะเป็น metabolic associate
00:01:20 → 00:01:23ซึ่งหมายความว่าไอ้ภาวะไขมันพอกตับเนี่ย
00:01:23 → 00:01:25ก็น่าจะเกี่ยวกับเรื่องของพวกกลุ่ม
00:01:25 → 00:01:27metabolic Syndrome นั่นเองค่ะถ้าเป็น
00:01:27 → 00:01:29เมื่อก่อนเนี่ยเราไปดูเนี่ยเราจะพบว่า
00:01:29 → 00:01:31กลุ่มไขมันพอกตับในคนที่ไม่ได้ดื่ม
00:01:31 → 00:01:34แอลกอฮอล์ค่ะมักจะมีความสัมพันธ์กับกลุ่ม
00:01:34 → 00:01:36คนที่มีภาวะอ้วนแล้วก็น้ำหนักเกินเนาะ
00:01:36 → 00:01:39เพราะงั้นวิจัยผ่านไปเรื่อยๆๆๆๆๆเนี่ยเรา
00:01:39 → 00:01:41ก็เลยพบว่าจริงๆแล้วเนี่ยอาจจะไม่ได้
00:01:41 → 00:01:44จำเป็นที่สาเหตุเนี่ยมาจากเรื่องของโรค
00:01:44 → 00:01:47อ้วนกับน้ำหนักเกินเท่านั้นที่ทำให้เกิด
00:01:47 → 00:01:50เจอภาวะไขมันนพอกตับได้อีกปัจจัยนึงที่ทำ
00:01:50 → 00:01:52ให้เกิดภาวะไขมันนพอกตับเพิ่มขึ้นลองเดา
00:01:52 → 00:01:56สิคะว่าคืออะไรคือความชราค่ะคือ aging
00:01:56 → 00:01:59นั่นเองเค้าไปเจอได้ยังไงว่าความชราหรือ
00:01:59 → 00:02:01ว่า aging เนี่ยมีความสัมพันธ์กับเรื่อง
00:02:01 → 00:02:03ของไขมันพอกตับอันนี้น่าสนใจมากก็คือเค้า
00:02:03 → 00:02:06ก็ไปดูว่าอ่ะในไขมันพอกตับเนี่ยมันมีความ
00:02:06 → 00:02:08ผิดปกติอะไรเกิดขึ้นเรารู้แหละว่ามันก็จะ
00:02:08 → 00:02:11มีไขมันมาพอกที่ตับเยอะขึ้นถูกมั้คะที
00:02:11 → 00:02:14เนี้ยไอ้การที่ไขมันมันไปพอกสะสมที่ตับ
00:02:14 → 00:02:16เยอะขึ้นเนี่ยเพบว่ามันมีความสัมพันธ์กับ
00:02:16 → 00:02:20เอนไซม์ตัวนึงค่ะชื่อ Short chain form
00:02:20 → 00:02:21ของ
00:02:21 → 00:02:25ซิติ co a ดีไฮโดรจีเนสฟังยากมั้ยคะตัว
00:02:25 → 00:02:28ย่อก็คือ HC a ค่ะซึ่งไอ้เจ้าเอนไซมตัว
00:02:28 → 00:02:31เนี้ยค่ะยิ่งมันเยอมันก็ยิ่งทำให้เกิด
00:02:31 → 00:02:33ภาวะมีความสัมพันธ์กับภาวะไขมันพอกตับพอเ
00:02:33 → 00:02:36ไปเจอแบบนี้ปุ๊บค่ะเขาคก็เลยมีไปวัดเนาะ
00:02:36 → 00:02:38ไปวัดก็ไปวัดเจอว่าในกลุ่มคนที่อายุเกิน
00:02:38 → 00:02:4174 ปีขึ้นไปเทียบกับกลุ่มคนที่อายุ 18-25
00:02:41 → 00:02:44ปีก็เจอว่าในกลุ่มคนที่อายุเกิน 74 ปี
00:02:44 → 00:02:46ขึ้นไปเนี่ยโดยที่ไม่ได้มีโรบประจำตัว
00:02:46 → 00:02:49อย่างอื่นนะเทียบกับ 18-25 ปีเนี่ยมี
00:02:49 → 00:02:52ปริมาณของไอ้ตัวเอนไซม์ตัวเนี้ยคือเจ้า SC
00:02:52 → 00:02:56AD เนี่ยเยอะกว่าอย่างมีนัยยะสำคัญค่ะพอ
00:02:56 → 00:02:58เจอแบบนี้แล้วนะคะเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา
00:02:58 → 00:03:02ก็มีคนทำงานวิจัยค่ะว่าเอ้ยถ้างั้นน่ะถ้า
00:03:02 → 00:03:05เราสามารถจะลดเอนไซม์ไอ้เจ้า scad ตัว
00:03:05 → 00:03:08เนี้ยให้มันหายไปเลยได้อ่ะมันจะช่วยรักษา
00:03:08 → 00:03:11โรคไขมันพอกตับให้พวกเราได้มยอ่าทีนี่จะ
00:03:11 → 00:03:14ทำในคนได้มั้ยคะก็ทำไม่ได้ถูกมั้ยคะเพราะ
00:03:14 → 00:03:16ว่าก็อาจจะผิดจริยธรรมงานวิจัยเค้าก็เลย
00:03:16 → 00:03:19ไปทำในสายทดลองค่ะก็เลยไปทำในน้องหนูนะคะ
00:03:19 → 00:03:22ไปทำในน้องหนูโทำยังไงคะก็ไปดูว่าไอ้เจ้า
00:03:22 → 00:03:25เอนไซม scad เนี่ยมันถูกผลิตมาจากยีนตัว
00:03:25 → 00:03:29ไหนซึ่งตัวยีนนะคะที่ผลิตไอ้ตัว scad
00:03:29 → 00:03:31อย่างที่บอกเนี่ยก็ชื่อก็บอกอยู่แล้วค่ะ
00:03:32 → 00:03:35ก็คือตัวกลุ่มยีน ail ซม a dehydrogenase
00:03:35 → 00:03:38หรือว่า acad นั่นเองค่ะซึ่งไอ้เจ้าตัว
00:03:38 → 00:03:41ยีนตัวนี้นะคะเขาคก็คือไปน็อคเลยค่ะน็อค
00:03:41 → 00:03:43ยีนตัวนี้เลยอ่ะค่ะในน้องหนูเพื่อที่ว่า
00:03:43 → 00:03:46พอไม่มียีนตัวนี้ใช่ไหมมคะหนูตัวนั้นก็จะ
00:03:46 → 00:03:49ไม่สามารถผลิตเอนไซม์ไอ้ตัวชอ chain ail
00:03:49 → 00:03:53เอ่อดีไฮโดรจีเนสตัวเนี้ยได้แล้วก็ตามดู
00:03:53 → 00:03:56ไปค่ะระหว่างในหนูที่ถูกน็อ Out ยีนตัว
00:03:56 → 00:03:58นี้ไปกับหนูที่มันไม่ถูกน็อก Out ยีนตัว
00:03:58 → 00:03:59นี้น็อก out หมายความว่าอะไรหมายความว่า
00:03:59 → 00:04:02ตัดตัดมันออกไปเลยก็คือจะไม่มียีนตัวนี้
00:04:02 → 00:04:05อยู่เลยพอตามไปค่ะจนหนูแก่เพราะว่าหนูอ่ะ
00:04:05 → 00:04:06ไม่ได้อายุเป็น 80 ปีเหมือนคนเนเพราะ
00:04:06 → 00:04:09ฉะนั้นถ้างานทดลองมันต้องตาม 80 ปีก็นัก
00:04:09 → 00:04:12ทำวิจัยต้องจนแน่นอนนะคะก็ตามไปค่ะจน
00:04:12 → 00:04:15กระทั่งหนูมันแก่ก็พบว่าในกลุ่มของไอ้
00:04:15 → 00:04:18เจ้าน้องหนูเนี่ยที่มันถูกน็อ Out ไอ้ยีน
00:04:18 → 00:04:20ที่ผลิตเอนไซม์ตัวนี้ไปอ่ะเออไม่มีไขมัน
00:04:20 → 00:04:23พอกตับจริงด้วยในขณะที่ไอ้ตัวหนูวายไทก็
00:04:24 → 00:04:26คือหนูที่ยังมียินตัวนี้อยู่เนี่ยก็พบ
00:04:26 → 00:04:28อุบัติการณ์ของภาวะไขมันนพอกเต่าเยอะขึ้น
00:04:28 → 00:04:31ก็แสดงว่าถ้าเราน็อทไอ้ยีนที่ผลิตเอนไซม์
00:04:31 → 00:04:33ตัวนี้ได้ก็น่าจะเป็นวิธีนึงที่ช่วยรักษา
00:04:33 → 00:04:36โรคไขมันพอกตับได้ค่ะแต่ทีนี้เนี่ยถ้าจะ
00:04:36 → 00:04:39มาใช้กับคนถามว่าใช้ได้เลยมยคำตอบคือต้อง
00:04:39 → 00:04:41ยังไม่ได้แน่นอนนะคะเพราะเขาคก็เจอด้วย
00:04:41 → 00:04:44ค่ะว่าข้อเสียเนี่ยของการที่เราเอายีนตัว
00:04:44 → 00:04:46เนี้ยออกไปจากน้องหนูสิ่งที่เกิดขึ้นคือ
00:04:46 → 00:04:51อะไรคือความสามารถในการผลิตพลังงานให้กับ
00:04:51 → 00:04:54ไอ้ตัวน้องหนูเองเนี่ยมันลดลงค่ะไอ้แหล่ง
00:04:55 → 00:04:57พลังงานที่ว่าเนี่ยบางท่านอาจจะเคยได้ยิน
00:04:57 → 00:04:59มาแล้วบ้างนะพอฟ้ามีพูดถึงบ่อยๆก็คือตัว
00:04:59 → 00:05:02ตัวที่เรียกว่า ATP ATP นี่มันเป็น
00:05:02 → 00:05:04โมเลกุลที่ผลิตพลังงานนะคะให้พลังงาน
00:05:04 → 00:05:07เนี่ยในระดับเซลล์ของร่างกายเราเลยเพราะ
00:05:07 → 00:05:09ฉะนั้นพอถ้าเกิดร่างกายไม่มี ATP ก็
00:05:09 → 00:05:11เหมือนกับรสที่ไม่มีน้ำมันค่ะก็คือไม่มี
00:05:11 → 00:05:14พลังงานเนี่ยต่อให้ไม่เป็นไขมันพอกตาบแต่
00:05:14 → 00:05:17คุณภาพชีวิตเนี่ยก็ย่อมน้อยกว่าคนที่เา้า
00:05:17 → 00:05:19เรียกว่ามีเรี่ยวมีแรงทำนู่นทำนี้ได้
00:05:19 → 00:05:21อย่างปกติแน่นอนนะคะเพราะฉะนั้นถ้าถามว่า
00:05:21 → 00:05:23ฟ้าเอางานวิจัยอันเนี้ยมาเล่าให้ทุกคนฟัง
00:05:23 → 00:05:26ทำไมก็อยากจะให้เป็นกำลังใจกับทุกคนค่ะ
00:05:26 → 00:05:28ว่าในเชิงของ longevity Medicine เนาะ
00:05:29 → 00:05:31หรือว่าในกลุ่มที่เรามองว่า aging หรือ
00:05:31 → 00:05:34ว่าความชราเนี่ยเป็นโรคนะเป็นสาเหตุของ
00:05:34 → 00:05:36โรคเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังหลายอย่างเลย
00:05:36 → 00:05:39ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรคหัวใจโรคมะเร็ง
00:05:39 → 00:05:41โรคความจำเสื่อมหรือแม้แต่เนี่ยโรคไขมัน
00:05:41 → 00:05:44พอกตับเนี่ยถ้าเกิดว่าเราดูแลสุขภาพตัว
00:05:44 → 00:05:47เองนะคะให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเนี่ยอย่าง
00:05:47 → 00:05:50ยาวนานพอเนี่ยด้วยความก้าวหน้าทาง
00:05:50 → 00:05:53วิทยาศาสตร์กับงานวิจัยนะต่างๆที่มันเกิด
00:05:53 → 00:05:56ขึ้นในตอนนี้เนี่ยฟ้ามั่นใจว่าจะมียาที่
00:05:56 → 00:05:59ออกมารักษาพวกเราโดยที่ไม่ได้รับผลข้าง
00:05:59 → 00:06:02เคียงในอนาคตได้อย่างแน่นอนค่ะทีนี่กลับ
00:06:02 → 00:06:05มาย้อนกลับมาอันนั้นเป็นความหวังในอนาคต
00:06:05 → 00:06:07นะนที่เล่าให้ฟังงานวิจัยมีแบบนี้แต่ย้อน
00:06:07 → 00:06:11กลับมาณ 2024 ที่เทปนี้ออกอากาศเนี่ยถาม
00:06:11 → 00:06:13ว่าเราจะดูแลตัวเองได้ยังไงการที่เราจะดู
00:06:13 → 00:06:16แลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคไขมันพอกตับเรา
00:06:16 → 00:06:19รู้อยู่แล้ว 1 แอลกอฮอล์ค่ะแอลกอฮอล์
00:06:19 → 00:06:22เนี่ยเป็นตัวที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงของ
00:06:22 → 00:06:25ไขมันพอกตับแน่นอนถ้าเราเนี่ยไม่ได้มีโรค
00:06:25 → 00:06:27ประจำตัวอะไรอยู่แล้วมีความจำเป็นจะต้อง
00:06:27 → 00:06:30ดื่มแอลกอฮอล์สิ่งที่เราควรจะต้องรู้นั่น
00:06:30 → 00:06:34ก็คือจำนวนแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมซึ่งเหมาะ
00:06:35 → 00:06:38สมในที่เยก็อิงจากงานวิจัยก็ค่อนข้างเก่า
00:06:38 → 00:06:40และที่ Who หรือว่าองค์การอนามัยโลกเนี่ย
00:06:40 → 00:06:45เขาแนะนำว่าปริมาณเท่านี้น่าจะโอเคน่าจะ
00:06:45 → 00:06:49ปลอดภัยน่าจะไม่มีปัญหาซึ่งก็แบ่งออกเป็น
00:06:49 → 00:06:51ระหว่างจำนวนสำหรับเพศชายแล้วก็จำนวน
00:06:51 → 00:06:54สำหรับเพศหญิงก็คือ XY กับ xx ด้วยนะคะ
00:06:54 → 00:06:57เพราะเราพบว่าในเพชรชายเจะมีเอนไซม์ที่
00:06:57 → 00:07:00ขจัดแอลกอฮอล์ออกจากรร่างกายได้ดีกว่าผู้
00:07:00 → 00:07:02หญิงนั้นเองเพราะฉะนั้นเนี่ยในผู้ชาย
00:07:02 → 00:07:04เนี่ยจำนวนแอลกอฮอล์ที่ Who เนี่ยบอกว่า
00:07:04 → 00:07:07อ่ะดื่มได้น่าจะไม่มีปัญหาเนี่ยก็เลยมี
00:07:07 → 00:07:10ปริมาณเยอะกว่าผู้หญิงค่ะซึ่งในผู้ชาย
00:07:10 → 00:07:13เนี่ยเราจะแนะนำ 1 สัปดาห์ไม่เกิน 14
00:07:13 → 00:07:16Standard drink นะคะและถ้าสมมุติว่า
00:07:16 → 00:07:18ดื่มโอ้ Enjoy ปาร์ตี้กับเพื่อนๆเลยใน 1
00:07:19 → 00:07:22วันเนี่ยไม่ควรเกิน 4 ริงค่ะในขณะที่ผู้
00:07:22 → 00:07:26หญิงเนี่ย 1 สัปดาห์ไม่ควรเกิน 7 ิงเนาะ
00:07:26 → 00:07:29แล้วก็ต่อวันเนี้ยไม่ควรเกิน 1-2
00:07:29 → 00:07:33Standard drink ค่ะโดย 1-2 Standard
00:07:33 → 00:07:35ดิงเนี่ย 1 ดริงเนี่ยนะคะปริมาณเนี่ยก็
00:07:35 → 00:07:39คือมีแอลกอฮอล์อยู่ทั้งหมด 10 กรัมค่ะโดย
00:07:39 → 00:07:41ไม่ได้แบ่งแยกว่าอุ๊ยเป็นไววายแดงมันดี
00:07:41 → 00:07:43กว่าไววายขาวดีกว่าเบียร์ไม่นะคะขึ้นอยู่
00:07:43 → 00:07:45กับปริมาณแอลกอฮอล์เลยว่าไม่ควรเกิน 10
00:07:45 → 00:07:48กรัมเพราะฉะนั้นถ้าเทียบค่ะดูในรูปใน
00:07:48 → 00:07:51ตารางได้นะคะก็จะประมาณเอ่อเบียร์ 1
00:07:51 → 00:07:54กระป๋องนะคะ Y 1 แก้วแก้วปกตินะคะไม่ใช่
00:07:54 → 00:07:57แก้วใหญ่โอ้โหมาึมาเป็นแบบบิ๊กไซส์แบบ
00:07:57 → 00:07:59แก้วบิ๊กกัอย่างงั้นก็อันนั้นก็จะเกิดไป
00:07:59 → 00:08:02ก็ให้ดูปริมาณแอลกอฮอล์เป็นหลักค่ะและถ้า
00:08:02 → 00:08:04จะให้ดีที่สุดนะคะเค้ามีติ่งแนะนำมาด้วย
00:08:05 → 00:08:08ว่าทุกๆ 1 สนารดริงเนี่ยควรค่อยๆทยอยจิบ
00:08:08 → 00:08:10ใน 1 ชั่วโมงค่ะก็นับว่าท้าทายทีเดียวอัน
00:08:10 → 00:08:13นี้ก็คือปริมาณแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมที่น่า
00:08:13 → 00:08:16จะปลอดภัยกับสุขภาพของเราค่ะต่อมาค่ะเรา
00:08:16 → 00:08:19รู้อีกอย่างว่าภาวะน้ำหนักเกินหรือว่าโรค
00:08:19 → 00:08:21อ้วนเนี่ยมีความสัมพันธ์กับเรื่องของไข
00:08:21 → 00:08:23มันพอกตับแน่นอนเพราะฉะนั้นสิ่งที่เรา
00:08:23 → 00:08:26ต้องทำก็คือพยายามคุมน้ำหนักตัวเองให้
00:08:26 → 00:08:29อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพราะฉะนั้นอย่าลืม
00:08:29 → 00:08:32นะคะการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายตลอด
00:08:32 → 00:08:35เวลาเนี่ยเป็นปัจจัยสำคัญที่เราควรจะต้อง
00:08:35 → 00:08:38ทำค่ะโดยที่เราเนี่ยถ้าสมมุติว่านั่งฟัง
00:08:38 → 00:08:41อยู่โอ๊ยคุณหมอฟ้าพี่มาฟังตอนพี่ 60 แล้ว
00:08:41 → 00:08:43พี่มีปวดเข่าปวดหลังนู่นด้วยพี่จะไปออก
00:08:43 → 00:08:47กำลังกายแบบทีนึง 1 ชั่วโมงเลยอย่างงั้น
00:08:47 → 00:08:49ไม่ได้นะคะเดี๋ยวโอ้โหสมมุติไม่เคยออกเลย
00:08:49 → 00:08:51อยู่ดีๆลุกขึ้นไปออกเลย 1 ช่มเนี่ยรับรอง
00:08:51 → 00:08:53ว่ากลับมาปวดนู่นปวดนี่แน่นอนก็จะกลาย
00:08:53 → 00:08:56เป็นว่าทำให้ไม่อยากออกกำลังกายอีกถ้า
00:08:56 → 00:08:59เป็นในกลุ่มคนที่อายุเนี่ยเยอะแล้วแล้วมี
00:08:59 → 00:09:03ปวดนู่นปวดนี่นะคะแฟว่าสิ่งที่สามารถ
00:09:03 → 00:09:05เพิ่มเข้ามาได้เนาะที่ทำให้ร่างกายเรา
00:09:05 → 00:09:07ขยับเอ่อเค้าเรียกว่าเคลื่อนไหวได้มาก
00:09:07 → 00:09:10ขึ้นง่ายๆอันดับแรกเลยถ้าเราต้องนั่งโต๊ะ
00:09:10 → 00:09:13เราก็พยายามเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 1
00:09:13 → 00:09:15ชั่วโมงสมมุติเรานั่งดูซีรีย์อยู่อ่า 1
00:09:15 → 00:09:19ชมปุ๊บเบรคติดอิริยาบทขยับเขยื้อนเคลื่อน
00:09:19 → 00:09:22ไหวร่างกายโอ้โหยืดเส้นบ้างแล้วก็สัก 1
00:09:22 → 00:09:24นาทีแล้วก็ค่อยมานั่งดูต่อก็คือทุก 1
00:09:24 → 00:09:27ชั่วโมงเพยายามให้ลุกขึ้นมาขยับเขยื้อน
00:09:27 → 00:09:30ตัวเองได้นะคะแล้วก็หลังมื้ออาหารค่ะถ้า
00:09:30 → 00:09:33เป็นไปได้กินอาหารเสร็จอย่าเพิ่งรีบนั่ง
00:09:33 → 00:09:36โต๊ะนั่งเม้ามอยเนาะทานอาหารเสร็จลองชวน
00:09:36 → 00:09:38กันไปเดินย่อยอาหารเริ่มจากครั้งละ 10
00:09:38 → 00:09:41นาทีสิสมมุติว่าวันนึงเรากิน 2 มื้อเราก็
00:09:41 → 00:09:44เก็บแต้มได้และวันละ 20 นาทีแล้วเราก็
00:09:44 → 00:09:46ค่อยๆหาเวลาให้ตัวเองนะคะแล้วก็อาจจะ
00:09:46 → 00:09:49เพิ่มจากวันละ 10 นาทีเป็น 15 นาทีเป็น 20
00:09:49 → 00:09:52นาทีเดี๋ยวเราก็จะสามารถทำได้ถึง 30 นาที
00:09:52 → 00:09:55เองค่ะแล้วก็ที่สำคัญนะคะพยายามเลี่ยงพวก
00:09:55 → 00:09:57อาหารแปรรูปแล้วก็อาหารที่โอ้โหมันใส่น้ำ
00:09:57 → 00:09:59ตาลน้ำหวานน้ำเชื่อมอะไรเยอะๆค่ะเพราะพวก
00:09:59 → 00:10:02นี้เนี่ยก็จะเป็นตัวที่เร่งทำให้สมมุติมี
00:10:02 → 00:10:04ไขมันพอกตับอยู่แล้วก็ยิ่งแย่กว่าเดิม
00:10:04 → 00:10:06หรือว่าเพิ่มความเสี่ยงให้เป็นไขมันพอก
00:10:06 → 00:10:09ตับได้ยังไงก็อย่าลืมนะคะ 6 pill ของไสล
00:10:09 → 00:10:12Medicine ค่ะเป็นพื้นฐานการดูแลตัวเอง
00:10:12 → 00:10:14ของพวกเราทุกคนที่จะทำให้พวกเราเนี่ยไม่
00:10:14 → 00:10:17ต้องไปรับประทานยาจากแพทย์โดยไม่จำเป็น
00:10:17 → 00:10:20ค่ะก็สำหรับสัปดาห์นี้ก็เอาเรื่องสนุกๆมา
00:10:20 → 00:10:22เล่าให้ฟังแต่เพียงเท่านี้นะคะสัปดาห์
00:10:22 → 00:10:24หน้าจะมีเรื่องราวน่าสนใจอะไรเกี่ยวกับ
00:10:24 → 00:10:27สุขภาพก็อย่าลืมติดตามกันค่ะกด Subscribe
00:10:27 → 00:10:32ด้วยนะคะอ