00:00:00 → 00:00:02This is Thai PBS podcast. Viel
00:00:03 → 00:00:06the world by the voice
00:00:06 → 00:00:09>> เวลาเราตรวจไขมันเนี่ยจะได้ผลตรวจออกมา 4
00:00:10 → 00:00:13ค่านะครับก็คือคอเลสเตอรอลรวมไตรกลิเซอรด
00:00:13 → 00:00:15นะครับ HDL
00:00:15 → 00:00:18จริงๆแล้วประเด็นความน่ากลัวคือมันเป็น
00:00:18 → 00:00:22ภัยเงียบไม่ได้มีอาการชัดเจนแต่ว่าไขมัน
00:00:22 → 00:00:24ในหลอดเลือดเราเนี่ยมันสามารถที่จะค่อยๆ
00:00:24 → 00:00:26เกาะผนังหลอดเลือดแล้วก็สุดท้ายเนี่ย
00:00:26 → 00:00:29ตะกรันไขมันต่างๆเนี่ยเมื่อมันไปเจอการ
00:00:29 → 00:00:31อักเสบเมื่อมันไปเจอปัจจัยกระตุ้นเนี่ย
00:00:31 → 00:00:34ตะกรันไขมันมันอาจจะแตกมันก็จะเรียกเหล็ด
00:00:34 → 00:00:36เลือดนะครับไปสร้างลิ่มเลือดแล้วก็อุดัน
00:00:36 → 00:00:39เส้นเลือดได้เป็นที่มาของการเกิดโรคหลอด
00:00:39 → 00:00:42เลือดหัวใจนะครับโรคหลอดเลือดสมองนะครับ
00:00:42 → 00:00:45โรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น
00:00:45 → 00:00:47ๆเลยด้วย
00:00:47 → 00:00:51>> ฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัยฟังราย
00:00:51 → 00:00:54การโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงษ์สถิตพรค่ะ
00:00:54 → 00:00:57>> This is Thai PBS Podcast
00:00:57 → 00:01:00>> คุณผู้ฟังคะเราจะมาคุยกันถึงเรื่องของไข
00:01:01 → 00:01:04มันในเลือดสูงสารตั้งต้นสู่โรคร้ายนะคะพอ
00:01:04 → 00:01:07พูดถึงเรื่องไขมันในเลือดสูงเนี่ยมันก็นำ
00:01:07 → 00:01:10มาซึ่งโรคอื่นๆตามมาอีกมากมายนะคะแล้วเรา
00:01:10 → 00:01:13จะทำยังไงให้ไม่สูงไปมากกว่าที่เป็นอยู่
00:01:13 → 00:01:16หรือใครที่เป็นอยู่ก็จะได้มาดูวิธีการกัน
00:01:16 → 00:01:18นะคะในการที่จะดูแลตัวเองด้วยวันนี้เราจะ
00:01:18 → 00:01:21คุยกับนายแพทย์นิธิวัฒน์ศรีกาญจนวัฒน์
00:01:21 → 00:01:24อายุรแพทย์ประจำศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาล
00:01:24 → 00:01:26World Medical ค่ะสวัสดีค่ะคุณหมอคะ
00:01:26 → 00:01:27>> สวัสดีครับ
00:01:27 → 00:01:30>> คุยกันเรื่องของไขมันในเลือดสูงโอ้โหก็
00:01:30 → 00:01:33เป็นอีกโรคโรคนึงด้วยมั้คะคุณหมอที่คน
00:01:33 → 00:01:35ค่อนข้างเป็นกันเยอะมากๆเลย
00:01:36 → 00:01:39>> ถูกต้องเลยครับเป็นภาวะที่เจอบ่อยมากๆใน
00:01:39 → 00:01:42เวลาที่คนมาตรวจสุขภาพประจำปีนะครับก่อน
00:01:42 → 00:01:46อื่นผมอาจจะขอแยก 2 คำก่อนเนาะว่าบางคนจะ
00:01:46 → 00:01:49แยกไม่ออกนะระหว่างคำว่าไขมันเนาะกับคำ
00:01:49 → 00:01:51ว่าคอเลสเตอรอลนะคำว่าไขมันในเลือดสูง
00:01:51 → 00:01:54เนาะอันเนี้มันจะเป็นคำรวมๆต้องบอกว่า
00:01:54 → 00:01:57เวลาเราตรวจไขมันเนี่ยนะครับเราจะได้ผล
00:01:57 → 00:02:00ตรวจออกมา 4 ค่านะครับก็คือคอเลสเตอรอล
00:02:00 → 00:02:04รวมนะครับไตรกลิเซอรดนะครับ HDL หรือว่า
00:02:04 → 00:02:08ภาษาไทยจะเรียกว่าไขมันดีนะครับ LDL หรือ
00:02:08 → 00:02:11ภาษาไทยเรียกว่าไขมันเลวเนาะนะครับ 4 ค่า
00:02:11 → 00:02:13เนี้ยนะครับรวมกันแล้วก็เรียกว่าเป็นผลไข
00:02:13 → 00:02:16มันนะครับแต่ว่าทั้ง 4 ค่าเนี้ยนะครับก็
00:02:16 → 00:02:18จะมีไตรกลิเซอไรด์ที่ไม่ใช่คอเลสเตอรอล
00:02:18 → 00:02:20เนาะนะครับเพราะฉะนั้นเนี่ยนะครับอ่า
00:02:21 → 00:02:23คอเลสเตอรอลก็เหมือนเป็นส่วนหนึ่งนะครับ
00:02:23 → 00:02:26ของผลไขมันทั้งหมดทีเนี้ยเวลาที่เราเจอไข
00:02:26 → 00:02:29มันในเลือดสูงนะครับจริงๆแล้วประเด็นความ
00:02:30 → 00:02:33น่ากลัวคือมันเป็นภัยเงียบครับผมคนส่วน
00:02:33 → 00:02:35ใหญ่เวลาเป็นไขมันในเลือดสูงเนี่ยไม่ได้
00:02:35 → 00:02:38มีอาการชัดเจนนะครับแต่ว่าไขมันในหลอด
00:02:38 → 00:02:41เลือดเราเนี่ยมันสามารถที่จะค่อยๆเกาะ
00:02:41 → 00:02:44ผนังหลอดเลือดนะครับแล้วก็สุดท้ายเนี่ยนะ
00:02:44 → 00:02:47ครับวันดีคืนดีนะครับตะกรันไขมันต่างๆ
00:02:47 → 00:02:50เนี่ยที่มันมาจากไขมันในเลือดที่สูงอยู่
00:02:50 → 00:02:51นานเรื้อรังเนี่ยนะครับ
00:02:51 → 00:02:51>> ค่ะ
00:02:51 → 00:02:53>> เมื่อมันไปเจอการอักเสบเมื่อมันไปเจอ
00:02:53 → 00:02:55ปัจจัยกระตุ้นเนี่ยวันดีคืนดีแต่กลางแขน
00:02:56 → 00:02:58มันก็อาจจะแตกกลายเป็นว่ามันก็จะเรียก
00:02:58 → 00:03:00ลิ่มเลือดนะครับเรียกเกล็ดเลือดนะครับไป
00:03:00 → 00:03:03สร้างลิ่มเลือดแล้วก็อุดตันเส้นเลือดได้
00:03:03 → 00:03:05ซึ่งเวลาที่ไปอุดันเส้นเลือดนี่แหละนะ
00:03:05 → 00:03:08ครับก็เป็นที่มาของการเกิดโรคหลักๆอย่าง
00:03:08 → 00:03:11เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจนะครับโรคหลอดเลือด
00:03:11 → 00:03:14สมองนะครับซึ่งบางคนเนี่ยนะฮะกว่าจะรู้
00:03:14 → 00:03:17ว่าเรามีภาวะไขมันในเลือดสูงนะโดยเฉพาะคน
00:03:17 → 00:03:20ที่ไม่ได้ตรวจสุขภาพประจำปีจนเรารู้ตัว
00:03:20 → 00:03:22เองอยู่แล้วเนี่ยนะครับกว่าจะไปเจอเนี่ย
00:03:22 → 00:03:25บางทีก็จะเป็นภาวะแทรกซ้อนของไขมันใน
00:03:25 → 00:03:28เลือดสูงไปแล้วก็คือไปเจอตอนที่เรากลาย
00:03:28 → 00:03:30เป็นโรคหัวใจหรือเรากลายเป็นโรคหลอดเลือ
00:03:30 → 00:03:33สมเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆเลย
00:03:34 → 00:03:34ด้วยครับผม
00:03:34 → 00:03:36>> อือถึงบอกว่ามันเป็นภัยเงียบเพราะว่ามัน
00:03:36 → 00:03:40ไม่บอกมันไม่กระตากมันไม่มีอาการมันไม่
00:03:40 → 00:03:42รู้อะไรเลยแล้วก็
00:03:42 → 00:03:43>> ใช่ครับผม
00:03:43 → 00:03:45>> ถ้าไม่ไปตรวจสุขภาพร่างกายจะไม่รู้เลย
00:03:45 → 00:03:46>> ใช่ครับ
00:03:46 → 00:03:50>> ในในแต่ละปีอ่ะค่ะเอ่อจริงๆคือคำแนะนำที่
00:03:50 → 00:03:53ได้ยินมาโดยตลอดว่าปีนึงควรตรวจสุขภาพ
00:03:53 → 00:03:56อย่างน้อยปีละครั้งดูค่าต่างๆซึ่งอ่าอัน
00:03:56 → 00:03:58นี้ตัวเองก็ตรวจเป็นประจำทุกปีเหมือนกัน
00:03:58 → 00:04:02ค่ะค่าที่เราแบบจะเห็นในสมุดที่รายงานผล
00:04:02 → 00:04:04กลับมาหรืออ่าบางคุณผู้ฟังบางท่านที่ไป
00:04:04 → 00:04:07ตรวจตามโรงพยาบาลต่างๆก็อาจจะเป็นข้อมูล
00:04:07 → 00:04:09ได้มาเนี่ยอย่างที่คุณหมอบอกเลยค่ะว่ามี
00:04:09 → 00:04:13คอเลสเตอรอล LDL HDL ไตรกีซนี่คือความ
00:04:13 → 00:04:16เข้าใจผิดมาโดยตลอดว่าพวกนี้คือแบบอ้ามัน
00:04:16 → 00:04:19คือคอเลสเตอรอลทั้งหมดแต่มีแยกย่อยอ่ะไม่
00:04:19 → 00:04:20ใช่ใช่มั้นั่นมันคือไขมัน
00:04:21 → 00:04:23>> อ่าเรียกรวมทั้งหมดก็เรียกว่าเป็นไขมัน
00:04:23 → 00:04:26ครับแต่ว่าทีนี้เราก็ต้องมาแยกตัวนะครับ
00:04:26 → 00:04:29แล้วก็ตัวคอเลสเตอรอลหลักๆเนาที่เป็นตัว
00:04:29 → 00:04:32ไม่ดีนะที่เราโฟกัสเป็นหลักก็คือตัว LDL
00:04:32 → 00:04:34>> ที่ต้องโฟกัสตัวนี้เพราะว่าอะไรคะ
00:04:34 → 00:04:36>> คือ LDL เนี่ยนะครับต้องบอกว่ามันคือ
00:04:36 → 00:04:40คอเลสเตอรอลที่จริงๆก็ร่างกายก็ต้องใช้
00:04:40 → 00:04:42ชื่อคำไทยเนี่ยเราอาจจะใช้คำว่า
00:04:42 → 00:04:45คอเลสเตอรอลตัวไม่ดีหรือไขมันเลวเนาะนะ
00:04:45 → 00:04:46ครับ
00:04:46 → 00:04:49>> แท้จริงแล้วเนี่ยจริงๆก็ต้องบอกว่า LDL
00:04:49 → 00:04:51เนี่ยไม่ใช่ทั้งหมดนะครับมันจะเป็นตัวไม่
00:04:51 → 00:04:54ดีไปทั้งหมดเพียงแต่ว่านะครับบางครั้ง
00:04:54 → 00:04:56เนี่ยเวลาที่เรามีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงๆ
00:04:56 → 00:04:59เนี่ยนะครับพร้อมกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆนะ
00:04:59 → 00:05:01ฮะเรามีการอักเสบในหลอดเลือดต่างๆเนี่ยนะ
00:05:01 → 00:05:04ครับคอเลสเตอรอลเหล่าเนี้ยมันก็จะไปพอก
00:05:04 → 00:05:07หลอดเลือดสุดท้ายเนี่ยถ้าเกิดว่าการ
00:05:07 → 00:05:09อักเสบเรื้อรังเป็นเยอะๆนะครับมีสิ่ง
00:05:09 → 00:05:12กระตุ้นต่างๆเนี่ยมันก็อาจจะทำให้สกรันไข
00:05:12 → 00:05:15มันเนี่ยมันแตกเนาะแล้วก็ทำให้เกิดการขุด
00:05:15 → 00:05:18ตันเส้นเลือดได้นะครับเพราะฉะนั้น LDL
00:05:18 → 00:05:21เนี่ยนะครับมันก็เลยจะมีเกณฑ์ของมันนะ
00:05:21 → 00:05:24ครับในการที่เราจะไม่ต้องการนะครับให้ LDL
00:05:24 → 00:05:28เราสูงจนเกินไปนะครับซึ่งแต่ละคนแต่แต่ละ
00:05:28 → 00:05:31ความเสี่ยงอาจจะมีเป้าหมายของ LDL ที่ไม่
00:05:31 → 00:05:33เหมือนกันโดยคนส่วนใหญ่นะครับถ้าเป็นคน
00:05:33 → 00:05:37สุขภาพดีนะครับเราจะต้องการให้ LDL นะ
00:05:37 → 00:05:41ครับไม่เกิน 100 แต่ว่าถ้าเกิดว่าคนที่มี
00:05:41 → 00:05:43ปัจจัยเสี่ยงนะครับอย่างเช่นเป็นโรคเบา
00:05:43 → 00:05:46หวานนะครับมีโรคหลอดเลือดหัวใจโรคหลอด
00:05:46 → 00:05:49เลือดสมองเนี่ยเราก็จะตั้งเป้าหมายให้ LDL
00:05:49 → 00:05:52ลดลงไปต่ำกว่านั้นอีกนะครับก็คืออาจจะ
00:05:52 → 00:05:55น้อยกว่า 70 นะครับหรือในคุณหมอบางท่านนะ
00:05:55 → 00:05:58ครับอาจจะต้องการให้ LDL ลดลงไปต่ำกว่า 55
00:05:58 → 00:06:01นะครับอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับต้นทุนสุขภาพ
00:06:01 → 00:06:03ของเราณขณะนั้นนะครับว่าเรามีภาวะแทรก
00:06:03 → 00:06:06ซ้อนมีโรคประจำตัวอะไรไปแล้วหรือยัง
00:06:06 → 00:06:09>> นะครับอ่าทีนี้ผลไขมันแต่ละตัวเนค่าปกติ
00:06:09 → 00:06:11ควรจะอยู่ที่เท่าไหร่บ้างนะครับอ่าเมื่อ
00:06:11 → 00:06:14กี้เราพูดถึง LDL ไปแล้วนะครับว่าถ้าเป็น
00:06:14 → 00:06:16ไปได้ก็ไม่อยากให้เกิน 100 นะครับยังไงก็
00:06:16 → 00:06:19ตามอันนี้ต้องบอกว่าในการตรวจสุขภาพประจำ
00:06:19 → 00:06:23ปีนะครับโดยคนส่วนมากเอาตรงๆก็เกิน 100
00:06:23 → 00:06:26กันเป็นส่วนใหญ่นะครับก็เกิน 100 กันเป็น
00:06:26 → 00:06:29ส่วนใหญ่แต่ทีเนี้ยครับไม่ได้แปลว่าใครก็
00:06:29 → 00:06:32ตามที่ตรวจ LDL ได้เกิน 100 จะต้องกินยา
00:06:32 → 00:06:34ลดไขมันทุกคนน่ะนะครับอันนี้ก็ต้อง
00:06:34 → 00:06:37ประเมินความเสี่ยงอื่นๆประกอบด้วยเนาะนะ
00:06:37 → 00:06:39ครับแต่ว่าเบื้องต้นถ้าเกิดว่าเราตั้ง
00:06:39 → 00:06:41เป้าหมายกันว่าเราอยากจะให้ LDL เท่าไหร่
00:06:41 → 00:06:44ที่เราจะสบายใจว่าโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
00:06:44 → 00:06:48เ่อมันค่อนข้างน้อยเนี่ยก็คือเอาเอาให้
00:06:48 → 00:06:50ต่ำกว่า 100 นะครับถ้าเป็นไปได้เนาะนะ
00:06:50 → 00:06:50ครับ
00:06:51 → 00:06:54>> ทีเนี้ยถ้าตามrepอร์นะฮะตามรายงานผลตรวจ
00:06:54 → 00:06:56สุขภาพเนี่ยนะครับเกณฑ์ปกติเนี่ยเนี่ย
00:06:56 → 00:06:58เค้าก็จะตั้งไว้อ่าในค่าต่างๆนะครับ
00:06:58 → 00:07:01ประมาณนี้นะครับก็คือคอเลสเตอรอลรวมนะ
00:07:01 → 00:07:04ครับเค้าก็จะไม่ให้เกิน 200 แล้วก็
00:07:04 → 00:07:07ไตรกลิเซอรดนะครับก็ไม่อยากให้เกิน 150
00:07:07 → 00:07:11ส่วน HDL นะครับในผู้ชายนะครับก็ควรจะมาก
00:07:11 → 00:07:14กว่า 40 และถ้าในผู้หญิงก็ควรจะเกิน 50
00:07:14 → 00:07:17ขึ้นไปอันเนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นเกณฑ์ตาม
00:07:17 → 00:07:19มาตรฐานก็คือถ้าเกิดว่าไม่ได้อยู่ในเกณฑ์
00:07:19 → 00:07:20เนี้ย
00:07:20 → 00:07:22>> ก็เหมือนเป็นการalิtเราแล้วว่าร่างกายเรา
00:07:22 → 00:07:26เนี่ยควรมีการพัฒนาเนาะนะครับให้สุขภาพไข
00:07:26 → 00:07:29มันในเลือดเราเนี่ยดีขึ้นเพื่อให้เราลด
00:07:29 → 00:07:31โอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนนะครับแต่ยัง
00:07:31 → 00:07:34ไงก็ตามนะครับค่านี้ก็เพียงเป็นแค่เกณฑ์
00:07:34 → 00:07:37มาตรฐานขั้นต่ำเนาะนะครับในความเป็นจริง
00:07:37 → 00:07:39นะครับถ้าเราต้องการให้มีสุขภาพที่ดี
00:07:39 → 00:07:42เนี่ยเราอาจจะตีความลึกลงไปอีกนะครับ
00:07:42 → 00:07:45อย่างเช่นนะครับ HDL นะครับเมื่อกี้หมอ
00:07:45 → 00:07:49บอกว่าถ้าเกิน 40 ในผู้ชายเกิน 50 ในผู้
00:07:49 → 00:07:51หญิงเถือว่าเป็นค่าปกตินะครับแต่ถ้าเรา
00:07:51 → 00:07:56อยากจะให้ไขมันดีเราเป็นปัจจัยที่ป้องกัน
00:07:56 → 00:07:59ได้นะครับเป็นผลเลือดของคนที่สุขภาพดีเลย
00:07:59 → 00:08:02นะครับผมก็จะแนะนำว่านะครับเราควรที่จะมี
00:08:02 → 00:08:05HDL เกิน 60 ครับไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้
00:08:05 → 00:08:05ชาย
00:08:05 → 00:08:08>> อ๋อแสดงว่าเราต้องใช้ตัวเกณฑ์ที่แบบว่า
00:08:08 → 00:08:11HDL ที่เรามองว่าเราอยากให้ HDL มัน
00:08:11 → 00:08:14เพิ่มขึ้นไขมันดีเรามากกว่าตัวไขมันไม่ดี
00:08:14 → 00:08:16อะไรพวกเนี้ยหรือว่าไตรกีเซลหรืออะไรก็
00:08:16 → 00:08:19แล้วแต่เราต้องมากกว่า 60 ขึ้นไปใช่มั้ย
00:08:19 → 00:08:20คะทั้งชายและหญิง
00:08:20 → 00:08:23>> อ่าถ้าเป็น HDL นะครับถ้าเราสามารถเพิ่ม
00:08:23 → 00:08:25HDL ให้เกิน 60 ขึ้นไปเนี่ย
00:08:25 → 00:08:28>> อืออก็จะเป็นผลดีครับจะเป็นปัจจัยป้องกัน
00:08:28 → 00:08:28ได้
00:08:28 → 00:08:30>> ถ้าเกิด HDL ยิ่งเยอะยิ่งดี
00:08:30 → 00:08:32>> เบื้องต้นถูกต้องครับเบื้องต้นเป็นอย่าง
00:08:32 → 00:08:33งั้นครับ
00:08:33 → 00:08:35>> แต่ว่าโอเคมันอาจจะมีข้อยกเว้นเล็กๆน้อยๆ
00:08:36 → 00:08:39เนาะอย่างเช่นบางคนเนี่ย HDL สูงมากจริงๆ
00:08:39 → 00:08:42มากผิดปกติเลยนะครับหรืออาจจะเป็นเกี่ยว
00:08:42 → 00:08:45กับพันธุกรรมของคนๆนั้นนะครับเช่นนะครับ
00:08:45 → 00:08:47บางคน HDL เกิน 100
00:08:47 → 00:08:50>> นะครับก็เจอเหมือนกันนะครับอาจจะเจอไม่
00:08:50 → 00:08:53บ่อยนะครับอ่าตรงเนี้ยก็ต้องมาพิจารณา
00:08:53 → 00:08:55อื่นๆประกอบด้วยนะครับในความเป็นจริงๆ
00:08:55 → 00:08:58แล้วเนี่ยก็ต้องบอกว่า HDL ที่เกิน 80
00:08:58 → 00:09:00ขึ้นไปนะครับมันอาจจะไม่ได้ตีความว่ายิ่ง
00:09:00 → 00:09:03เยอะยิ่งดีเสมอไปครับอาจจะไม่ได้หมายความ
00:09:03 → 00:09:07ว่า HDL ที่ 100 ดีกว่าคนที่ HDL 80
00:09:07 → 00:09:09หรือ 90 อะไรอย่างเงี้ยนะครับคือส่วนที่
00:09:09 → 00:09:12เกิน 80 เนี่ยประโยชน์ที่ได้จาก HDL ที่
00:09:12 → 00:09:14มากกว่านั้นขึ้นไปมันอาจจะไม่ได้ชัดเจน
00:09:14 → 00:09:17ว่ามันสามารถมาป้องกันเพิ่มเติมได้นะ
00:09:17 → 00:09:20เพราะฉะนั้นปกติถ้าเราแนะนำเนี่ยก็คือ HDL
00:09:20 → 00:09:23เนาะถ้าเกิน 60 ได้ก็ดีแต่ก็ไม่ได้จำเป็น
00:09:23 → 00:09:26ต้องเพิ่มไปจนเกินเกินนะครับอ่าแต่ต้อง
00:09:26 → 00:09:28บอกว่าคนส่วนใหญ่ก็มักจะไม่เกินอ่ะคนส่วน
00:09:28 → 00:09:31ใหญ่ไม่เกินอีกอย่างนึงนะครับก็คือว่า
00:09:31 → 00:09:33จริงๆแล้วเมื่อกี้นะครับเป็นแค่เกณฑ์ขั้น
00:09:33 → 00:09:37ต่ำเนตรไม่ควรเกิน 150 อันเนี้ยคือการมอง
00:09:37 → 00:09:40ในมุมของไตรนายอย่างเดียวเหมือนเวลาเรา
00:09:40 → 00:09:41มองเหมือนเลือดแล้วเรามองแค่บรรทัดเดียว
00:09:41 → 00:09:44อ่ะนะครับถ้าเราจำกัดว่าเรามองแค่ไทซล
00:09:44 → 00:09:47อย่างเดียวก็คือไม่เกิน 150 แต่จริงๆแล้ว
00:09:47 → 00:09:50เนี่ยนะครับการที่เราจะมีสุขภาพดีนะครับ
00:09:50 → 00:09:53สามารถควบคุมการอักเสบในหลอดเลือดได้
00:09:53 → 00:09:55สามารถป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลเราอุดตัน
00:09:55 → 00:09:57เส้นเลือดได้เนี่ยอย่างน้อยเนี่ยผมแนะนำ
00:09:57 → 00:10:00ว่าคนสุขภาพดีนะครับไตรกลิเซอรดไม่ควร
00:10:01 → 00:10:04เกิน 2 เท่าของ HDL ครับเพราะฉะนั้นผมยก
00:10:04 → 00:10:06ตัวอย่างสมมุติว่าถ้าเราเจาะเลือดออกมา
00:10:06 → 00:10:09ได้ HDL 50 ไตรกรซ์ดไม่ควรเกิน 2 เท่า
00:10:09 → 00:10:13ของ HDL ก็แปลว่าไตรกรซ์ถ้าเราต้องการ
00:10:13 → 00:10:15สุขภาพดีไตรกรซายเราก็ไม่ควรเกิน 100
00:10:15 → 00:10:18นั่นเองครับถ้าเรายิ่งทำให้ไตรซายเทียบ
00:10:18 → 00:10:21กับ HDL เนี่ยเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่า 2
00:10:21 → 00:10:24เท่าเท่าไหร่เนี่ยนะครับภาพรวมการควบคุม
00:10:24 → 00:10:27การอักเสบในหลอดเลือดการการที่จะเกิดภาวะ
00:10:27 → 00:10:30แทรกซ้อนต่างๆจากเอ่อการที่มีไขมันสูง
00:10:30 → 00:10:32เนี่ยก็จะยิ่งน้อยลงไปอีกนะครับเพราะ
00:10:32 → 00:10:36ฉะนั้นบางคนเนี่ย HDL 60 ไตรด์ 50 ผมยก
00:10:36 → 00:10:39ตัวอย่างนะครับอ่าอย่างเช่นกรณีเนี้ยยิ่ง
00:10:39 → 00:10:43ดีเลยนะครับก็คือไตรเกรซถ้าห่างจาก 2
00:10:43 → 00:10:45เท่าของ HDL เนี่ยนะครับแล้วก็น้อยลงมา
00:10:45 → 00:10:48เนี่ยนะครับยิ่งยิ่งน้อยสัดส่วนเนี้ยยิ่ง
00:10:48 → 00:10:50น้อยยิ่งดีเพราะฉะนั้นเนี่ยนะครับบางที
00:10:50 → 00:10:52เนี่ยผลตรวจสุขภาพเนี่ยถ้าเรามองเป็นราย
00:10:52 → 00:10:54บรรทัดอ่ะครับ
00:10:54 → 00:10:55>> บางทีเนี่ยเราเห็นเค้าเขียนว่าอยู่ใน
00:10:55 → 00:10:59เกณฑ์ปกติทั้งหมดแต่สัดส่วนเนี้ยบางทีมัน
00:10:59 → 00:11:02ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ของคนที่สุขภาพดีจริงๆ
00:11:02 → 00:11:04อ่ะนะครับอย่างเช่นที่เจอบ่อยๆเนาะอย่าง
00:11:04 → 00:11:07เช่นสมมุติคุณผู้ชายเนี่ยนะครับตรวจ HDL
00:11:07 → 00:11:10มาได้ 45 นะถ้าเราเข้าใจว่านะฮคนที่มี
00:11:10 → 00:11:13สุขภาพดีเนี่ยเราไม่อยากให้ไตรกลิเซอรด
00:11:13 → 00:11:16เกิน 2 เท่าของ HDL ก็คือไม่เกิน 90 ใช่
00:11:16 → 00:11:18มั้ยครับแต่กว่าเลือดออกมาเนี่ยไตรกฤษออก
00:11:18 → 00:11:21มาได้ 130 ซึ่งอันเนี้ยก็เกินไปอย่างชัด
00:11:21 → 00:11:24เจนถูกมั้ครับแต่ว่าเวลาในใบตรวจสุขภาพ
00:11:24 → 00:11:27เนี่ยเขาก็จะตีความเป็นรายบรรทัดของผล
00:11:27 → 00:11:29เลือดนั้นๆเท่านั้นน่ะเนาะเพราะฉะนั้น
00:11:29 → 00:11:33ไตรเลยพอได้ 130 มันยังไม่เกิน 150 ใบ
00:11:33 → 00:11:37ผ่อนเลือดก็จะอ่านว่าไตรเกลปกติครับ HL
00:11:37 → 00:11:41เราเกิน 40 แล้วในผู้ชายเราได้ 45 ในใบผล
00:11:41 → 00:11:45เลือดก็จะอ่านว่าปกติเช่นกันแต่ถ้าเราเอา
00:11:45 → 00:11:47ความสัมพันธ์ของสัดส่วนของทั้งคู่อ่ะครับ
00:11:47 → 00:11:50มาพิจารณาจริงๆเราก็พบว่าพอไตรกลิซราย
00:11:50 → 00:11:53เกิน 2 เข้าของ HDL เนี่ยนะครับมันจะ
00:11:53 → 00:11:55เพิ่มโอกาสที่จะมีการอักเสบในหลอดเลือด
00:11:55 → 00:11:58ได้เยอะนะครับอ่าซึ่งอย่างคนเนี้ยนะครับ
00:11:58 → 00:12:00ที่ไตรปีซรายต่อ HDL เนี่ยมันเกิน 2
00:12:00 → 00:12:03เนี่ยนะครับก็บอกว่าในหลอดเลือดก็จะมีการ
00:12:03 → 00:12:06อักเสบได้เยอะซึ่งการอักเสบเนี่ยมันทำให้
00:12:06 → 00:12:09เกิดอะไรจริงๆแล้ว LDL เนี่ยนะครับมันคือ
00:12:09 → 00:12:12ตัวพาคอเลสเตอรอลไปให้ร่างกายใช้นี่แหละ
00:12:12 → 00:12:14นะครับดังนั้นมันไม่ใช่ว่าเป็นผู้ร้ายไป
00:12:14 → 00:12:18ทั้งหมดแต่ว่าใน LDL เองเนี่ยนะครับมันก็
00:12:18 → 00:12:21จะมีส่วนที่มุดผนังเส้นเลือดได้ง่ายซึ่ง
00:12:21 → 00:12:23จริงๆเราจะเรียกว่าเป็น LDL ตัวเล็กอ่ะนะ
00:12:24 → 00:12:26ครับหรือ Small dense LDL เนาะนะครับ
00:12:26 → 00:12:29>> เป็น LDL ตัวเล็กก็จะเป็น LDL ที่ไม่ดี
00:12:29 → 00:12:32จริงๆเป็น LDL ที่พร้อมจะทำให้เกิดความ
00:12:32 → 00:12:35เสี่ยงเนอะนะทำให้เกิดโรคหัวใจต่างๆเนาะ
00:12:35 → 00:12:39แต่ว่า LDL ตัวที่ไม่ค่อยอันตรายแล้วกัน
00:12:39 → 00:12:42นะครับก็คือโอกาสที่จะตันเส้นเลือดวุด
00:12:42 → 00:12:44ผนังเส้นเลือดได้ค่อนข้างยากเนี่ยก็จะ
00:12:44 → 00:12:47เป็น LDL ตัวใหญ่นะครับเป็น large LDL
00:12:47 → 00:12:50>> ซึ่งในผลดเลือดการตรวจสุขภาพประจำปีเนี่ย
00:12:50 → 00:12:52เราเห็นเป็น LDL ค่าเดียวเนาะนะครับเรา
00:12:52 → 00:12:55เองเป็น LDL ค่าเดียวอ่าทำให้จริงๆแล้ว
00:12:55 → 00:12:58เราเองก็ไม่ได้รู้นะครับว่า
00:12:58 → 00:13:01>> ในใน LDL ค่านั้นน่ะที่เราได้รับผลตรวจ
00:13:01 → 00:13:04เลือดมาเนี่ยนะครับมันมีสัดส่วนของ LDL
00:13:05 → 00:13:08ตัวเล็กหรือ LDL ตัวใหญ่มากน้อยแค่ไหน
00:13:08 → 00:13:11เนาะเราเราก็จะไม่รู้จากการดูบรรทัด LDL
00:13:11 → 00:13:14ค่าเดียวนะครับจริงๆแล้วเนี่ยนะครับอ่าใน
00:13:14 → 00:13:18ทางการแพทย์เนาะอ่ามันมีการตรวจเชิงลึกลง
00:13:18 → 00:13:21ไปที่จะดูขนาดของ LDL ได้เหมือนกันว่า
00:13:21 → 00:13:24จริงๆเรามีขนาดเล็กขนาดใหญ่เท่าไหร่แต่
00:13:24 → 00:13:26เพียงแต่ว่านะครับขั้นตอนการตรวจหรือค่า
00:13:26 → 00:13:29ใช้จ่ายในการตรวจ LDL เชิงลึกแบบนั้น
00:13:29 → 00:13:32เนี่ยปัจจุบันก็ยังค่อนข้างสูงมากอยู่
00:13:32 → 00:13:35ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนะครับเราสามารถดู
00:13:35 → 00:13:38สัดส่วนไตรกลิซรายกับ HDL นี่แหละนะครับ
00:13:38 → 00:13:41สามารถพอจะบอกแนวโน้มได้โดยที่เราไม่ต้อง
00:13:41 → 00:13:44ไปตรวจเลือดเพิ่มเติมเพราะฉะนั้นคนที่มี
00:13:44 → 00:13:47ไตรกลซรายเกิน 2 เท่าของ HDL เนี่ยแนว
00:13:47 → 00:13:50โน้มนะครับ LDL ก็จะเป็นแพทเทิร์นที่เป็น
00:13:50 → 00:13:53ตัวเล็กและเป็นส่วนใหญ่ซึ่งอันเนี้ยเรา
00:13:53 → 00:13:54ต้องกังวลครับ
00:13:54 → 00:13:57>> อืเดี๋ยวต้องกลับไปเปิดสมุดดูแล้วค่ะคุณ
00:13:57 → 00:14:00หมอคุณหมออย่างงี้นิดนึงได้มั้คะว่าแบบ
00:14:00 → 00:14:02เวลาที่แบบเราจะไปตรวจร่างกายอย่างเงี้ย
00:14:02 → 00:14:05ค่ะอย่างเราก็จะรู้ล่วงหน้าบางทีใช่มั้คะ
00:14:05 → 00:14:08เราก็จะรู้ว่าอ้าเอ่อให้ไปตรวจสุขภาพช่วง
00:14:08 → 00:14:11ไหนวันไหนอะไรยังไงทีเนี้ยเราก่อนไป
00:14:11 → 00:14:11>> อ
00:14:11 → 00:14:14>> ช่วงนั้นอดเลยค่ะอะไรที่มันจะทำให้ไขมัน
00:14:14 → 00:14:17เพิ่มขึ้นอะไรที่มันจะทำให้เอ่อการตรวจ
00:14:17 → 00:14:19ของเรามันมีค่าที่มันแบบติดตัวแดงขึ้นมา
00:14:20 → 00:14:23ได้เนี่ยเราอู้หูอยู่ๆก็ดูแลสุขภาพดีมา
00:14:23 → 00:14:25เลยค่ะไม่ภายในระยะเวลาอาจจะแบบไม่ถึง
00:14:25 → 00:14:28เดือนหรือเดือนนึงหรืออะไรก็ว่าไปมันจะ
00:14:28 → 00:14:32ส่งผลต่อค่าพวกไขมันคอเลสเตอรอลอะไรพวก
00:14:32 → 00:14:35เนี้ยผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่เราโอ้โหกินมา
00:14:35 → 00:14:37เป็นทั้งปีแต่คุณเพิ่งมาหยุดได้แบบเดือน
00:14:37 → 00:14:39นึงหรืออาจจะเดือนไม่ถึงเดือนอะไรอย่าง
00:14:39 → 00:14:41เงี้ยมันช่วยได้มั้คะ
00:14:41 → 00:14:43>> ต้องบอกว่าถ้าเป็นกรณีของผลไขมันเนาะใน
00:14:43 → 00:14:45วันในวันนี้เราคุยเรื่องผลไขมันเนี่ยนะ
00:14:45 → 00:14:49ครับโดยปกติการปรับพฤติกรรมสุขภาพภาพระยะ
00:14:49 → 00:14:51สั้นนะครับเช่นหลักสัปดาห์นะครับหรือ
00:14:52 → 00:14:54ประมาณ 1 เดือนเนี่ยนะครับผลจะไม่เปลี่ยน
00:14:54 → 00:14:55แปลงมากนัก
00:14:55 → 00:14:56>> แ
00:14:56 → 00:14:58>> ผลจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนักนะครับมันคง
00:14:58 → 00:15:01เปลี่ยนบ้างแต่ว่าเปลี่ยนไม่มากนะครับโดย
00:15:01 → 00:15:03ปกติแล้วเนี่ยถ้าเราตั้งใจปรับพฤติกรรม
00:15:03 → 00:15:06สุขภาพอย่างจริงจังเนี่ยนะครับแล้วเราจะ
00:15:06 → 00:15:08ตรวจเพื่อดูผลลัพธ์จากการปรับพฤติกรรม
00:15:08 → 00:15:11สุขภาพเนี่ยเรามักจะต้องอ่าทิ้งระยะเวลา
00:15:11 → 00:15:12อย่างน้อย 3 เดือนครับ
00:15:12 → 00:15:15>> แสดงว่าค่าเลือดโกหกไม่ได้ว่าเราทำอะไร
00:15:15 → 00:15:18>> ไม่ได้ครับแล้วมันจะบอกถึงค่าเฉลี่ยที่
00:15:18 → 00:15:20ผ่านมาของเราครับอย่างน้อยก็เป็นค่า
00:15:20 → 00:15:21เฉลี่ย 3 เดือนที่ผ่านมาของเราว่าเราทำ
00:15:22 → 00:15:24ยังไงเราทำพฤติกรรมดี 1 เดือนแต่เรา
00:15:24 → 00:15:27สุขภาพแบบพฤติกรรมสุขภาพไม่ดี 2 เดือนภาพ
00:15:27 → 00:15:29มันก็จะไปในแนวโน้มของคนที่พฤติกรรม
00:15:29 → 00:15:31สุขภาพไม่ดีอยู่ดีครับ
00:15:31 → 00:15:34>> อจบกันเพราะฉะนั้นปีหน้าทำใหม่ 3 เดือน
00:15:34 → 00:15:35ก่อนล่วงหน้า 3 เดือน
00:15:35 → 00:15:37>> ไหนๆเราพูดเรื่องพฤติกรรมสุขภาพเนาะนะ
00:15:37 → 00:15:40ครับจริงๆก็ต้องบอกว่านะครับพฤติกรรม
00:15:40 → 00:15:43สุขภาพเนี่ยมันมีผลต่อผลไขมันพอสมควรแหละ
00:15:43 → 00:15:46นะครับอ่าแต่ว่าผลไขมันแต่ละตัวเนี่ยก็
00:15:46 → 00:15:49ตอบสนองต่อพฤติกรรมสุขภาพที่ต่างกันนะก็
00:15:49 → 00:15:52คือว่าสมมุติเวลาเราเห็นผลเลือดของเรา
00:15:52 → 00:15:55เนี่ยนะครับถ้ามันมีตัวไหนที่ผิดปกติเนาะ
00:15:55 → 00:15:58นะฮะถ้าไีซผิดปกติถ้า HDL ผิดปกติถ้า LDL
00:15:58 → 00:16:02ผิดปกติวิธีการในการดูแลตัวเองเพื่อแก้ไข
00:16:02 → 00:16:04ปัญหาที่เกิดจากขนเลือดผิดปกติอันนั้นน่ะ
00:16:04 → 00:16:07จริงๆก็ไม่ได้เหมือนกันคือสุดท้ายมันมัน
00:16:07 → 00:16:10มันกลับมาที่พฤติกรรมสุขภาพที่ดีเหมือน
00:16:10 → 00:16:12กันนั่นแหละนะครับแต่ว่าในแง่ของราย
00:16:12 → 00:16:14ละเอียดนะว่าอะไรที่ทำให้ไขมันแต่ละตัว
00:16:14 → 00:16:17มันขึ้นมาหรือมันยังต่ำหรือมันยังสูง
00:16:17 → 00:16:19เนี่ยเนี่ยนะครับก็อ่ามีดีเทลที่ต่างกัน
00:16:19 → 00:16:22เนาะนะครับอ่าเราเริ่มจาก LDL ก่อนซึ่ง
00:16:22 → 00:16:24เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ก็กังวลเนาะนะครับ
00:16:24 → 00:16:27แล้วก็หลายคนก็ต้องกินยาลดไขมันเวลาเรา
00:16:27 → 00:16:29กินยาลดไขมันเนี่ยจริงๆแล้วส่วนใหญ่เราก็
00:16:29 → 00:16:32ลดตั้งใจลด LDL นี่แหละ LDL เนี่ยนะครับ
00:16:32 → 00:16:36สิ่งที่ทำให้ค่า LDL ขึ้นเนื่อง
00:16:37 → 00:16:40เป็นหลักก็คือไขมันทรานแล้วก็ของทอดอ่าไข
00:16:40 → 00:16:43มันทรานมันคือไขมันแปลงรูปจริงๆมันเป็นไข
00:16:43 → 00:16:46มันที่เราใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเนาะนะครับ
00:16:46 → 00:16:49เทียมเนยเทียมมาการีนพวกนี้มันไปเจอในไหน
00:16:49 → 00:16:52ฮะdeกอี่นะครับอ่าเจอในกาแฟ in one เนาะ
00:16:52 → 00:16:55นะครับขนมในอุตสาหกรรมทั้งหลายเนาะพวกนี้
00:16:55 → 00:16:58จะมีผลที่ทำให้ LDL ขึ้นได้เยอะนะครับ
00:16:58 → 00:17:01แล้วก็รวมไปถึงการกินไขมันอิ่มตัวที่มาก
00:17:01 → 00:17:05เกินไปนะครับการกินไขมันสัตว์ที่มากเกิน
00:17:05 → 00:17:07ไปนะครับจริงๆอันเนี้ยผมจะใช้คำว่ามาก
00:17:07 → 00:17:09เกินไปเนาะจริงๆเราสามารถทานได้นะครับถ้า
00:17:09 → 00:17:12เป็นไขมันอิ่มตัวตามธรรมชาติแต่แค่ว่าควบ
00:17:12 → 00:17:14คุมปริมาณไม่ให้มากจนเกินไป
00:17:14 → 00:17:17>> แต่ถ้าเป็นไขมันทรานนะครับแผนมัน
00:17:17 → 00:17:19อุตสาหกรรมทั้งหลายเนี่ยนะครับถ้าเลี่ยง
00:17:19 → 00:17:21ได้นะฮะหรือตัดออกจากชีวิตได้ถ้าทำได้
00:17:22 → 00:17:24เนาะอ่าก็จะดีที่สุดเลยแต่ว่าต้องแจ้งคุณ
00:17:24 → 00:17:27ผู้ฟังอย่างนี้ว่าปัจจัยที่เพิ่ม LDL ของ
00:17:27 → 00:17:30เราเนี่ยมันดันไม่ได้มาจากแค่อาหารนะครับ
00:17:30 → 00:17:31>> ค่ะ
00:17:31 → 00:17:34>> อาหารเนี่ยมีผลประมาณ 30% เท่านั้นเอง
00:17:34 → 00:17:35ครับ
00:17:35 → 00:17:39>> หวายแค่ 30% แต่มันก็พาไปได้เยอะเหมือน
00:17:39 → 00:17:42กันนะในขณะที่อีก 70% เนี่ยร่างกายเรา
00:17:42 → 00:17:45สร้างขึ้นมาเองอ่ะเดี๋ยวผมจะอธิบายต่อว่า
00:17:45 → 00:17:47อะไรที่ทำให้ร่างกายเราสร้างขึ้นมาเองได้
00:17:47 → 00:17:49บ้างนะครับแต่ว่าอันเนี้คือเป็นสิ่งที่จะ
00:17:49 → 00:17:52แสดงให้เห็นว่าเนื่องจากอาหารมีผลเพียง
00:17:52 → 00:17:5530% นะครับบางคนที่ LDL สูงเนี่ยนะครับ
00:17:55 → 00:17:58เราได้รับคำแนะนำไปเนาะไปปรับอาหารอย่าง
00:17:58 → 00:18:01เต็มที่เลยหรือบางคนเนี่ยไปเข้าใจว่าต้อง
00:18:01 → 00:18:03ไปงดอาหารที่มีคอเลสเตอรอลตามธรรมชาติ
00:18:03 → 00:18:06เนาะแล้วก็ไปตัดไข่แดงออกไปงดอาหารทะเล
00:18:06 → 00:18:08ออกแบบไม่กินอาหารที่มีคอเลสเตอรอลเลย
00:18:08 → 00:18:10ผ่านไป 3 เดือน
00:18:10 → 00:18:12>> มาตรวจไขมันซ้ำอีกครั้งปรากฏ LDL อยู่ที่
00:18:13 → 00:18:13เดิมครับ
00:18:13 → 00:18:14>> เอ้า
00:18:14 → 00:18:17>> หรือลงน้อยมากอะไรอย่างเงี้ยนะครับลงไม่
00:18:17 → 00:18:19เป็นตามที่เราคาดหวังเลยนะครับอ่าก็เพราะ
00:18:19 → 00:18:23ว่าปัจจัยอาหารมันมีผลแค่ 30% เท่านั้น
00:18:23 → 00:18:26อีก 70% ที่ร่างกายเราสร้างเนี่ยทำไมเรา
00:18:26 → 00:18:28ถึงสร้างขึ้นมาต้องบอกก่อนว่าจริงๆร่าง
00:18:28 → 00:18:30กายเราสร้างคอเลสเตอรอลเป็นเรื่องปกติ
00:18:30 → 00:18:33อยู่แล้วนะครับเพราะว่าสารต่างๆในร่างกาย
00:18:33 → 00:18:36เราก็ต้องใช้คอเลสเตอรอลนะครับเยหุ้ม
00:18:36 → 00:18:38เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายเราก็มี
00:18:38 → 00:18:40คอเลสเตอรอลเป็นองค์ประกอบนะครับการสร้าง
00:18:40 → 00:18:43วิตามินดีการสร้างฮอร์โมนนะครับฮอร์โมน
00:18:43 → 00:18:45มากมายในร่างกายที่สารข้างต้นก็คือ
00:18:45 → 00:18:48คอเลสเตอรอลนี่แหละเพราะฉะนั้นร่างกายเรา
00:18:48 → 00:18:50ใช้คอเลสเตอรอลอยู่แล้วนะครับถ้าร่างกาย
00:18:50 → 00:18:52ไม่มีคอเลสเตอรอลเราจะไม่สามารถมีชีวิต
00:18:52 → 00:18:54อยู่ได้เนาเพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องปกติ
00:18:54 → 00:18:57ครับที่ร่างกายเรานะฮะแล้วก็ตับเราเนี่ย
00:18:57 → 00:18:59นะครับก็จะสร้างคอเลสเตอรอลขึ้นมาอยู่
00:18:59 → 00:19:02แล้วนะครับแต่ว่าปัจจัยที่ทำให้กระตุ้น
00:19:02 → 00:19:04ให้ร่างกายเราสร้างคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น
00:19:04 → 00:19:07เนี่ยนะครับมันก็มีตั้งแต่เอ่อไลฟ์สไตล์
00:19:07 → 00:19:09ของเราเองนี่แหละคนที่พฤติกรรมสุขภาพไม่
00:19:10 → 00:19:13ดีนะคนที่โภชนาการไม่ดีรวมถึงกินอาหารไม่
00:19:13 → 00:19:15ดีอย่างที่เมื่อกี้บอกด้วยเนาะแล้วก็คน
00:19:15 → 00:19:18ที่เครียดพักผ่อนน้อยมีความเครียดเรื้อ
00:19:18 → 00:19:21รังทั้งทางใจทางกายนะครับจนทำให้สมดุล
00:19:21 → 00:19:25ฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติอันนี้ก็มีผลเวลา
00:19:25 → 00:19:27สมดุลฮอร์โมนผิดปกติก็มีผลทำให้ตับเรา
00:19:27 → 00:19:30เนี่ยนะฮะสร้างคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้นมาได้
00:19:30 → 00:19:32อีกเหมือนกันแล้วก็ปลอบใจพันธุกรรมด้วย
00:19:32 → 00:19:35ครับแต่ละคนก็จะมีต้นทุนทางพันธุกรรม
00:19:35 → 00:19:36เกี่ยวกับเรื่องการสร้างคอเลสเตอรอลเนี่ย
00:19:36 → 00:19:39ที่แตกต่างกันบางคนมีปัจจัยทางพันธุกรรม
00:19:39 → 00:19:42เยอะก็อาจจะมีคอเลสเตอรอลสูงได้นะครับดัง
00:19:42 → 00:19:44นั้นเนี่ย 70% เนี่ยที่มาจากทั้งเรื่อง
00:19:45 → 00:19:47พันธุกรรมเรื่องไลฟ์สไตล์เรื่องของสมดุล
00:19:47 → 00:19:50ฮอร์โมนนะฮะพฤติกรรมสุขภาพต่างๆเนี่ยนะ
00:19:50 → 00:19:52ครับถ้าเราปรับได้ดีนะฮะเราจัดสมดุลร่าง
00:19:52 → 00:19:55กายให้ดีขึ้นเนี่ยมันพอจะช่วยลดการสร้าง
00:19:55 → 00:19:58คอเลสเตอรอลของร่างกายได้แต่ก็อย่างที่
00:19:58 → 00:20:00บอกก็คือว่ามันยังมีปัจจัยที่เราอาจจะแก้
00:20:00 → 00:20:02ไม่ได้ก็ได้อย่างเช่นพันธุกรรมเนาะนะครับ
00:20:02 → 00:20:04เพราะฉะนั้นเนี่ยเวลาเราคุมอาหารเนี่ยนะ
00:20:04 → 00:20:07ครับผลลัพธ์มันอาจจะไม่ได้เป็นตามที่เรา
00:20:07 → 00:20:09ต้องการก็ได้ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูว่า
00:20:09 → 00:20:11อาหารที่เราคุมเนี่ยถ้าเรามั่นใจว่านะ
00:20:11 → 00:20:13ครับหรือเราคุยกับคุณหมอแล้วว่าทุกอย่าง
00:20:13 → 00:20:16ที่เราปรับอาหารที่เรากินเนี่ยนะครับมัน
00:20:16 → 00:20:19อยู่ในจุดที่ดีและมันน่าจะช่วยลด LDL ได้
00:20:19 → 00:20:22แล้วแต่ LDL เรายังสูงส่วนนึงอาจจะมาจาก
00:20:22 → 00:20:23ปัจจัยพันธุกรรมของเราก็ได้
00:20:23 → 00:20:25>> แต่อันนั้นก็ต้องแบบตรวจละเอียดเลยใช่มั้
00:20:25 → 00:20:28คะว่าแบบมันจากพันธุกรรมด้วยมั้ย
00:20:28 → 00:20:32>> สามารถตรวจได้ครับอ่าหรือถ้าไม่ตรวจจริงๆ
00:20:32 → 00:20:34ก็คือเราก็ต้องมาดูอ่ะครับว่า LDL ตัว
00:20:34 → 00:20:37เนี้ยที่สูงเนี่ยมันถึงเกณฑ์ที่เราควร
00:20:37 → 00:20:39รักษาหรือเปล่าต้องกินยาหรือเปล่านะครับ
00:20:39 → 00:20:42คุณหมอบางท่านอาจจะมีการตรวจไขมันเชิงลึก
00:20:42 → 00:20:44ที่เป็นการตรวจไขมันชนิดพิเศษบางอย่างบาง
00:20:44 → 00:20:49ท่านก็อาจจะมีการตรวจรอยโรคก็คือเป็นหลัก
00:20:49 → 00:20:52ฐานที่มันสร้างปัญหาให้กับร่างกายเราและ
00:20:52 → 00:20:55อย่างเช่นนะครับบางคนที่เวลา LDL สูงนานๆ
00:20:55 → 00:20:57ยังไม่ได้เริ่มรักษายังไม่ได้กินยาเนี่ย
00:20:57 → 00:21:01นะครับบางคนก็จะมีการไปตรวจคราบหินปูนใน
00:21:01 → 00:21:03หลอดเลือดหัวใจที่เขาเรียกว่าแคลเซียม
00:21:03 → 00:21:06สกoreก็สามารถบอกได้ว่าการที่เรา LDL สูง
00:21:06 → 00:21:09ก่อนหน้าเนี้ยนะครับมันเริ่มสร้างความ
00:21:09 → 00:21:12เสียหายให้กับอวัยวะปลายทางของร่างกาย
00:21:12 → 00:21:14หรือว่าหลอดหลอดเลือดที่เป็นหลอดเลือด
00:21:14 → 00:21:16สำคัญเนี่ยแล้วหรือยังนะครับอันนี้ก็จะ
00:21:16 → 00:21:20เป็นข้อบ่งชี้ได้ว่าเราจำเป็นต้องเริ่มยา
00:21:20 → 00:21:23หรือเปล่าเบื้องต้นนะฮะอ่าเราอาจจะยังไม่
00:21:23 → 00:21:25ได้เคลียร์ว่ามันมาจากร่างกายสร้างเองมาก
00:21:25 → 00:21:28แค่ไหนหรือมาจากอาหารเป็นส่วนหลักแค่ไหน
00:21:28 → 00:21:3130% มาจากอาหารก็จริงแม้ว่ามันมีผลแค่
00:21:31 → 00:21:3530% แต่ว่าเราแก้ได้เลยวันนี้เลยเนาะนะ
00:21:35 → 00:21:37ครับถ้าเรารู้เราก็แก้ได้เลยดังนั้นเราก็
00:21:38 → 00:21:40แก้ปัจจัยที่เราแก้ได้ก่อนนะครับแล้วก็
00:21:40 → 00:21:43ตามดูกันไปอาจจะเจาะเลิศอีก 3 เดือน 4
00:21:43 → 00:21:45เดือนข้างหน้าก็ได้นะครับว่าผลลัพธ์จาก
00:21:45 → 00:21:47การที่เราไปแก้พฤติกรรมสุขภาพไปปรับ
00:21:47 → 00:21:51โภชนาการแล้วเนี่ย LDL ลงได้มากน้อยแค่
00:21:51 → 00:21:52ไหนนะครับ
00:21:52 → 00:21:55>> จะได้ไม่รู้สึกท้อใจว่าแบบ
00:21:55 → 00:21:57>> โอทำอ่ะอุตส่าห์อดอันนี้ไม่กินอันโอแทบ
00:21:57 → 00:22:00ตายสุดท้ายลงไปนิดเดียวเออ
00:22:00 → 00:22:02>> อ่ามันอาจจะเป็นผลจากอย่างอื่นอ่านะส่วน
00:22:02 → 00:22:05ไขมันไตรกลิเซอรดนะครับตัวนี้ก็เป็นตัว
00:22:05 → 00:22:07ไม่ดีเหมือนกันเนาะถ้ามันสูงเนี่ยนะครับ
00:22:07 → 00:22:09มันก็จะบ่งบอกถึงการอักเสบในหลอดเลือดนะ
00:22:09 → 00:22:11ครับแล้วมันก็ยังอุดตันเส้นเลือดได้อยู่
00:22:11 → 00:22:15เนาะไตรกรซ์เนี่ยมันเป็นไขมันก็จริงแต่
00:22:15 → 00:22:17ว่าจริงๆแล้วเนี่ยส่วนที่ทำให้ไตรกลีซ์ด
00:22:17 → 00:22:20ขึ้นเยอะเนี่ยนะครับมันมาจากคาร์โบไฮเดรต
00:22:20 → 00:22:21ครับ
00:22:21 → 00:22:24>> มันมาจากการกินข้าวแป้งน้ำตาลโดยเฉพาะ
00:22:24 → 00:22:26อาหารแปรรูปเนาะพวกคาร์โบไฮเดรตแปรรูป
00:22:26 → 00:22:30หรือกินน้ำตาลทั้งหลายของหวานขนมน้ำอัดลม
00:22:30 → 00:22:32เนี่ยแหละรวมทั้งแอลกอฮอล์ด้วยอาหารเหล่า
00:22:32 → 00:22:34เนี้ยนะครับคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินการกิน
00:22:34 → 00:22:38น้ำตาลนะครับมากจนเกินไปนะฮะแล้วก็การ
00:22:38 → 00:22:40ดื่มแอลกอฮอล์เยอะๆเนี่ยนะครับตรงเนี้ยทำ
00:22:40 → 00:22:42ให้ไตรกริยายขึ้นได้
00:22:42 → 00:22:44>> นะครับเพราะฉะนั้นบางคนเนี่ยเข้าใจผิดว่า
00:22:45 → 00:22:47ไตเกซรายคือไขมันวิธีแก้คือต้องไปลดของ
00:22:47 → 00:22:50มันแต่เรายังกินคาร์โบไฮเดรตจัดเต็มยัง
00:22:50 → 00:22:53กินน้ำตาลจัดเต็มของหวานจัดเต็มบางทีสิ่ง
00:22:53 → 00:22:55เหล่านั้นน่ะมันอาจจะแทบไม่มีไขมันเลยก็
00:22:55 → 00:22:57ได้นะอย่างเช่นเราดื่มน้ำหวานเข้าไปอย่าง
00:22:57 → 00:23:00เงี้ยนะครับรวมถึงน้ำผลไม้ด้วยนะนะครับ
00:23:00 → 00:23:02>> อ่าถ้าเรากินเข้าไปอย่างเงี้ยบางทีเอ๊ะ
00:23:02 → 00:23:05มันก็ไม่มีไขมันอยู่ในสิ่งที่เรากินเนาะ
00:23:05 → 00:23:07>> แต่ว่าคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินเหล่าเนี้ย
00:23:07 → 00:23:09ครับน้ำตาลส่วนเกินที่ร่างกายไม่ได้ใช้
00:23:09 → 00:23:12เนี่ยร่างกายก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันไตรกล
00:23:12 → 00:23:15นี่แหละเพราะฉะนั้นถ้าเราอยากลดไตรลีซาย
00:23:15 → 00:23:16เราก็ต้องไป
00:23:16 → 00:23:19>> ลดคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินนะครับอ่าแล้วก็
00:23:19 → 00:23:21>> ถ้าจะให้ดีนะครับเราควรออกกำลังกายเพิ่ม
00:23:22 → 00:23:24มวลกล้ามเนื้อด้วยนะครับเพราะมวลกล้าม
00:23:24 → 00:23:27เนื้อที่ดีนี่แหละคือเตาเผาพลังงานชั้นดี
00:23:27 → 00:23:29ของร่างกายเลยถ้าเรามีมวลกล้ามเนื้อดีเรา
00:23:29 → 00:23:32ไม่ได้กินคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินไตรจีซเรา
00:23:32 → 00:23:33ก็จะไม่สูง
00:23:33 → 00:23:35>> ดูเหมือนเป็นอะไรที่แบบว่าเป็นพฤติกรรม
00:23:35 → 00:23:38ที่เราทำได้ง่ายๆนะคะแต่ว่าการจะเอาตัว
00:23:38 → 00:23:42เองไปทำอ่ะมันก็ยากหาวินัยมันค่อนข้างจะ
00:23:42 → 00:23:42น้อย
00:23:42 → 00:23:44>> ผมมองว่าเราต้อง
00:23:44 → 00:23:47>> มองเห็นปลายทางว่าวัตถุประสงค์ในการทำคือ
00:23:47 → 00:23:50อะไรเนาะนะครับเราอยากจะมีสุขภาพที่ดีนะ
00:23:50 → 00:23:52ครับเราอยากจะมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมี
00:23:52 → 00:23:55คุณภาพเราไม่อยากเกิดภาวะแทรกซ้อนเนาะนะ
00:23:55 → 00:23:58ครับเพราะฉะนั้นเราก็ควรวางแผนดูแลสุขภาพ
00:23:58 → 00:24:01นี่แหละนะครับแล้วก็ผมมองว่าถ้าความยาก
00:24:01 → 00:24:05มันเกิดแค่ช่วงแรกๆที่เราไม่เคยชินนะฮะ
00:24:05 → 00:24:08กับพฤติกรรมสุขภาพที่เราตั้งใจจะปรับใหม่
00:24:08 → 00:24:09นะครับ
00:24:09 → 00:24:11>> แต่เชื่อมั้ครับว่าถ้าเราทำจนเป็นนิสัย
00:24:11 → 00:24:14ซึ่งจริงๆนะผมมองว่าใช้เวลาไม่ได้นานหลัก
00:24:14 → 00:24:16อาทิตย์เนี่ยแหละนะครับเราทำจนเราเคยชิน
00:24:16 → 00:24:19เนี่ยนะครับจริงๆแล้วถึงจุดนึงอ่ะนะครับ
00:24:19 → 00:24:23มันก็จะชินกับอาหารแบบใหม่อาหารสุขภาพดี
00:24:23 → 00:24:25เนาะนะครับแล้วก็เราจะปรับลิ้นเราได้เอง
00:24:25 → 00:24:28ครับให้เคยชินกับอาหารที่สุขภาพดีเนาะ
00:24:28 → 00:24:31เวลาเรากลับมากินของหวานแบบเดิมมากินของ
00:24:31 → 00:24:33ทอดมากินไขมันทานแบบเดิมเนี่ยมันจะไม่
00:24:33 → 00:24:35อร่อยแบบเดิมแล้วครับ
00:24:35 → 00:24:38>> ตอนนี้ยังอร่อยอยู่เลยค่ะ
00:24:38 → 00:24:41มาตั้งเป้าหมายใหม่นะคะคุณคุณผู้ฟังเรามา
00:24:41 → 00:24:42เริ่มกันใหม่ค่ะ
00:24:42 → 00:24:45>> ก็อยากจะบอกว่าอ่าเราควรตรวจสุขภาพประจำ
00:24:45 → 00:24:48ปีอย่างน้อยนะปีละ 1 ครั้งอ่ะนะครับในคน
00:24:48 → 00:24:51ที่ยังมีสุขภาพดีนะครับทั้งนี้ทั้งนั้น
00:24:51 → 00:24:54เนี่ยเราต้องการมาดูแหละว่าเรามีความ
00:24:54 → 00:24:56เสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่จะเป็นโรค
00:24:56 → 00:24:59หลักๆเนาะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1
00:24:59 → 00:25:01เลยครับโรคหัวใจและหลอดเลือดเนาะนะครับ
00:25:01 → 00:25:04โรคหลอดเลือดสมองเนี่ยนะครับซึ่งไขมันใน
00:25:04 → 00:25:06เลือดสูเนี่ยเป็นปัจจัยเสี่ยงอันนึงที่
00:25:06 → 00:25:08สำคัญมากและมันเป็นภัยเงียบการที่เราได้
00:25:08 → 00:25:11รู้นะครับว่าไขมันตัวไหนผิดปกติบ้างนะ
00:25:11 → 00:25:15ครับไกิซ HDL เนี่ยแล้วเราได้เรียนรู้ว่า
00:25:15 → 00:25:17แต่ละตัวมันมีที่มายังไงพฤติกรรมแบบไหน
00:25:18 → 00:25:21ที่พาเรามาถึงจุดที่ไขมันในเลือดผิดปกติ
00:25:21 → 00:25:23แล้วเราแก้ให้ตรงจุดนะครับแล้วเรามีการ
00:25:23 → 00:25:25ติดตามมอนิเตอร์เนี่ยอันเนี้มันสามารถ
00:25:25 → 00:25:28ป้องกันไม่ให้เราเกิดโรคเรื้อรำนะฮะที่
00:25:29 → 00:25:31มันเป็นโรคที่เป็นต้นเหตุการเสียชีวิต
00:25:31 → 00:25:34อันดับต้นๆได้นะครับเพราะฉะนั้นก็อยากจะ
00:25:34 → 00:25:36ฝากให้เห็นความสำคัญของผลไขมันนะครับเรา
00:25:36 → 00:25:39อย่าให้รอให้เกิดอาการอย่ารอให้เกิดโรค
00:25:39 → 00:25:41เรือรำที่เราแก้ไม่ได้ก่อนนะครับก็เพื่อ
00:25:41 → 00:25:44สุขภาพที่ดีในระยะยาวของคุณผู้ฟังทุกคนนะ
00:25:44 → 00:25:44ครับ
00:25:45 → 00:25:47>> ค่ะนี้ก็เป็นข้อมูลดีๆที่วันนี้คุณหมอมา
00:25:47 → 00:25:50ฝากให้นะคะแล้วก็ทำให้เราเข้าใจกับการที่
00:25:50 → 00:25:52จะอ่านค่าหรือว่าในการดูแลตัวเองได้มาก
00:25:52 → 00:25:55ยิ่งขึ้นมันไม่ใช่แค่เพียงว่าการอดอาหาร
00:25:55 → 00:25:58หรือการงดอาหารบางประเภทแต่ว่ามันเป็น
00:25:58 → 00:26:00สิ่งที่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันได้นั่น
00:26:00 → 00:26:02เองนะคะวันนี้ขอบคุณคุณหมอค่ะที่มาร่วม
00:26:02 → 00:26:04พูดคุยในรายการโรงหมอของเราด้วยนะคะ
00:26:04 → 00:26:05ขอบคุณค่ะ
00:26:05 → 00:26:07>> สวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ
00:26:07 → 00:26:09>> เอาล่ะค่ะคุณผู้ฟังหมดเวลาแล้วค่ะกับราย
00:26:09 → 00:26:11การโรงหมอทาง Thaai PBS Podcast นะคะ
00:26:11 → 00:26:14วันนี้ลาไปก่อนสวัสดีค่ะ
00:26:14 → 00:26:17>> This is Thai PBS Podcast
00:26:17 → 00:26:19>> นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากอะไรอาการปวดท้อง
00:26:19 → 00:26:22ที่เกิดจากนิ่วแตกต่างจากโรคกระเพาะอย่าง
00:26:22 → 00:26:24ไรเสี่ยงเสียชีวิตได้หรือไม่นายแพทย์
00:26:24 → 00:26:28ศิรสิทธิ์ลาวไทยจากโรงพยาบาลศิขินมาเล่า
00:26:28 → 00:26:29ให้ฟังครับ
00:26:29 → 00:26:32>> ตัวนิ่้วเนี่ยจริงๆแล้วมันก็คือก้อนหิน
00:26:32 → 00:26:34ปูนเนี่ยแหละครับทีเนี้ยก้อนหินปูนเนี่ย
00:26:34 → 00:26:36มันก็เกิดได้หลายตำแหน่งเลยไม่ว่าจะเป็น
00:26:36 → 00:26:38อ่านิ่วในถุงน้ำดี
00:26:38 → 00:26:38>> อืออื
00:26:38 → 00:26:42>> นิ่้วในไตเป็นนิ่วต่อมทอนซินแต่ทีเนี้ย
00:26:42 → 00:26:44นิ่้วในแต่ละที่เนี่ยมันก็จะทำให้มีอาการ
00:26:44 → 00:26:47เนี่ยแตกต่างกันไปโดยทั่วไปนะครับนิ่วใน
00:26:47 → 00:26:50ถุงน้ำดีขึ้นอยู่กับว่าอาการเป็นเยอะหรือ
00:26:50 → 00:26:52อาการเป็นน้อยถ้าเกิดว่าอาการเป็นน้อย
00:26:52 → 00:26:55ส่วนใหญ่ก็จะมีแค่จุกแน่นนิดหน่อยเป็น
00:26:55 → 00:26:58หลังอาหารบางคนเป็นเยอะมากขึ้นปวดร้าวไป
00:26:58 → 00:27:02หลังปวดร้าวไปไหลบ้างเป็นๆหายๆพอเป็นหนัก
00:27:02 → 00:27:04ขึ้นมากว่านี้อีกก็คือโอ้หบางทีปวดทั้ง
00:27:04 → 00:27:06วันกินก็ปวดไม่กินก็ปวดเป็นหนักกว่านี้
00:27:06 → 00:27:10อีกมีไข้ด้วยนะครับปวดรุนแรงละไม่ไหวละ
00:27:10 → 00:27:13ต้องไปโรงพยาบาลบางคนนิ่วมันมีภาวะแทรก
00:27:13 → 00:27:16ซ้อนที่เจอขึ้นมาได้คือหลุดลงไปในท่อน้ำ
00:27:16 → 00:27:19ดีอันนี้ก็จะเป็นท่อน้ำดีอุดตันพอท่อน้ำ
00:27:19 → 00:27:21ดีอุดตันปั๊บก็มีตัวเหลืองตาเหลืองตามมา
00:27:22 → 00:27:24อีกเพราะฉะนั้นเนี่ยเราจะเจอได้ตั้งแต่
00:27:24 → 00:27:26แรกเลยครับว่าตัวนิ่เนี่ยมันมีอาการเยอะ
00:27:26 → 00:27:29มากส่วนใหญ่อ่ะที่หมอเจอนะครับไปที่โรง
00:27:29 → 00:27:31พยาบาลบอกว่าอืดแน่นท้องจุกแน่นใต้ลิ้น
00:27:31 → 00:27:35ปี่พอผ่านไปสักพักนึงหมอเก็รักษาเป็นโรค
00:27:35 → 00:27:38กระเพาะซึ่งต้องบอกก่อนว่าคนไข้เนี่ย
00:27:38 → 00:27:40สมมุตินะครับไปโรงพยาบาลด้วยว่ามีอาการ
00:27:40 → 00:27:42จุกแน่นใต้ลิ้นปี่อื่นแน่นท้องประมาณ
00:27:42 → 00:27:4580-90% ก็จะเป็นตัวโรคกระเพาะเนี่ยแหละ
00:27:45 → 00:27:47ครับตัวโรคกระเพาะกับตัวนิ่เนี่ยมันก็จะ
00:27:47 → 00:27:50มีอาการที่แตกต่างกันบ้างนิดหน่อยนะครับ
00:27:50 → 00:27:52มักจะเป็นหลังอาหารโดยเฉพาะเวลาไปกิน
00:27:52 → 00:27:55บุฟเฟ่ต์แล้วอืดๆแน่นๆอ่าหรือว่าไปกิน
00:27:55 → 00:27:58อาหารมันแล้วมีอาการอืดๆแน่นๆอันเนี้ย
00:27:58 → 00:28:00>> ค่อนข้างที่จะชัดกับอีกเรื่องนึงนะครับก็
00:28:00 → 00:28:03คืออาการปวดร้าวถ้าเป็นโรคกระเพาะส่วน
00:28:03 → 00:28:05ใหญ่มันจะไม่ค่อยร้าวไปด้านขวาเท่าไหร่
00:28:05 → 00:28:07ไม่ค่อยจะร้าวไปหลังร้าวไปไหลเท่าไหร่แต่
00:28:07 → 00:28:10ถามว่ามีบ้างมมันคงอาจจะมีบ้างในบางคนแต่
00:28:10 → 00:28:12ส่วนใหญ่แล้วนิ่ในถุงน้ำดีเนี่ยถ้ามี
00:28:12 → 00:28:14อาการร้าวไปหลังร้าวไปไหลทางด้านขวาเมื่อ
00:28:14 → 00:28:17ไหร่นะค่อนข้างที่จะชัดครับเพราะว่า
00:28:17 → 00:28:19บริเวณน้ำดีเนี่ยอยู่ทางด้านขวาเพราะ
00:28:19 → 00:28:22ฉะนั้นอาการของนิ่วในถุงน้ำดีเลยปวดร้าว
00:28:22 → 00:28:25ไปหลังไปไหล่ทางด้านขวาครับหลักๆแล้วที่
00:28:25 → 00:28:27เจอกันได้บ่อยนะครับในปัจจุบันเนี่ยเราจะ
00:28:27 → 00:28:30เจอเป็นสีเหลืองๆขาวๆมากกว่าซึ่งไอ้นิ่ว
00:28:30 → 00:28:32ชนิดนี้เนี่ยมันเรียกว่าเป็นนิ่ว
00:28:32 → 00:28:36คอเลสเตอรอลครับก็มันเกิดจากในคนไข้ที่มี
00:28:36 → 00:28:38ไขมันในเลือดสูงอาหารการกินที่มันเปลี่ยน
00:28:38 → 00:28:42ไปมันเลยทำให้มีระดับความเข้มข้นของตัว
00:28:42 → 00:28:44คอเลสเตอรอลในน้ำดีเนี่ยมากกว่าปกติมัน
00:28:44 → 00:28:47เลยตกตะกอและกลายเป็นนิ่วในถุงน้ำดีชนิด
00:28:47 → 00:28:50คอเลสเตอรอลครับอีกชนิดนึงที่เห็นได้นะ
00:28:50 → 00:28:53ครับก็เป็นชนิดสีดำหรือสีน้ำตาลอะไรพวก
00:28:53 → 00:28:55นี้ครับเขาเรียกว่าเป็นpิmented stone นะ
00:28:55 → 00:28:58ครับเกิดจากน้ำดีเนี่ยมีองค์ประกอบของตัว
00:28:58 → 00:29:01แคลเซียมinateมากกว่าปกตินะครับส่วนใหญ่
00:29:01 → 00:29:04ก็จะเป็นก้อนเล็กๆดำๆซึ่งอาการเนี่ยจริงๆ
00:29:04 → 00:29:06นิ่้วแต่ละสีเนี่ยก็ไม่ได้แตกต่างกันครับ
00:29:06 → 00:29:09การรักษาก็จะเหมือนกันครับเป็นการผ่าตัด
00:29:09 → 00:29:11ถุงน้ำดีออกไปคือถ้าเราไม่รักษาเนี่ยนะ
00:29:11 → 00:29:14ครับเกิดว่าวันนึงโชคร้ายกลิ้งมาอุดละมัน
00:29:14 → 00:29:17ไม่กลิ้งกลับไปที่เดิมมันก็เริ่มอุดตัน
00:29:17 → 00:29:19ตัวถุงน้ำดีเนี่ยมันก็เกิดอาการอักเสบมาก
00:29:19 → 00:29:22ขึ้นสักพักมันเริ่มเน่ามันก็มีทะลุติด
00:29:22 → 00:29:25เชื้อรุนแรงมีโอกาสถึงขั้นเสียชีวิตได้
00:29:25 → 00:29:27เลยครับ
00:29:27 → 00:29:29[เพลง]
00:29:29 → 00:29:33>> This is Thai PBS Podcast
00:29:33 → 00:29:36ติดตามรายการของ Thai PBS Podcast ได้
00:29:36 → 00:29:38ทางเว็บไซต์ www.tppbspodcast.com
00:29:38 → 00:29:40thaippbspodcast.com
00:29:41 → 00:29:44แอปพลิเคช Thai PBBS Podcast รวมถึงฟัง
00:29:44 → 00:29:48ผ่านพcastช่องทางอื่นๆ Spotify YouTube
00:29:49 → 00:29:52Apple Podcast และ Soundcloud เ้า
00:29:52 → 00:29:55[เพลง]