ทำไมการนั่งทำงานติดกันนาน ๆ ถึงทำให้เกิดอาการปวดหัวข้างเดียวและชาที่หน้าแก้ม

คำถาม:
ทำไมการนั่งทำงานติดกันนาน ๆ ถึงทำให้เกิดอาการปวดหัวข้างเดียวและชาที่หน้าแก้ม?
คำตอบ:
การนั่งทำงานติดกันนาน ๆ โดยไม่ขยับตัว จะทำให้การไหลเวียนเลือดในร่างกายไม่ดี ส่งผลให้สมองขาดออกซิเจนและเกิดความเครียดสะสม ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อตึงตัว เส้นเลือดหดตัว และกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวแบบไมเกรน โดยเฉพาะปวดข้างเดียวและอาจมีอาการชาที่หน้าแก้มได้

การ Work From Home ก็สามารถทำให้เรา Burnout ได้

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:01:03[เพลง]
00:01:24อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เบิ้ลเอาได้ในกรณีนะคะของคุณพิมพ์เนี่ยตอนนี้เนี่ยดูเหมือนความตึงเครียดออกมาทางร่างกายค่อนข้างชัดเจนนะคะคุณพิมภามองไม่แน่ใจนะคะว่าทำงานเนี่ยเราอยู่ที่โต๊ะนานแค่ไหนแต่ถ้าเป็นในกรณีนี้นะคะแนะนำว่าให้เราตั้งเวลาทุกครึ่งชั่วโมงการทำงานในท่าเดียวนะหรือว่าอยู่บนโต๊ะห้ามไหลเด็ดขาด
00:01:25Like
00:01:25เห้ยอีกนิดนึงยังไม่เสร็จอยู่อย่างนั้นมันจะทำให้เลือดนะคะในการไหลเวียนในร่างกายเราเนี่ยมันไหลเวียนไม่ดีแล้วก็ทำให้สมองเราเนี่ยล้างๆเพราะสมองลาแล้วเนี่ยมันก็ส่งสัญญาณของความเครียดไปอย่างร่างกายกล้ามเนื้อเกิดการตึงตัวเส้นเลือดเกิดการหดตัวดังนั้นคุณพิมพ์อาจจะต้องตั้งเวลาว่าทุกครึ่งชั่วโมงต้องขยับแล้วก็ชั่วโมงครึ่งอ่ะขยับบิดซ้ายบิดขวาบิดคอบิดหัวไหล่คือพยายามขยับนะอันที่สองคือถ้าสักประมาณชั่วโมงครึ่งเนี่ยพญา
00:01:36[เพลง]
00:02:00ให้ตื่นให้ร่างกายได้ได้ผ่อนคลายบางทีร่างกายเครียดเกินไปคือลักษณะอาการปวดที่ว่านะคะมันเกิดจากการที่ศาลความเครียดหลังแล้วปวดหัวข้างเดียวก็จะปวดแบบไมเกรนนะคะอ่ะ
00:02:14[เพลง]