00:00:00 → 00:00:04โรคท้องผูกเป็นปัญหาทางเดินอาหาร ที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็ก
00:00:04 → 00:00:08พบได้ในทุกช่วงวัย อาจไม่ได้เป็นโรคที่รุนแรง
00:00:08 → 00:00:13แต่ว่าหากไม่ได้รับการรักษา อาจจะส่งผลต่อทางร่างกาย
00:00:13 → 00:00:16และทางจิตใจของ ทั้งเด็กและทั้งผู้ปกครองนะครับ
00:00:17 → 00:00:22[เสียงดนตรี]
00:00:22 → 00:00:28ท้องผูกก็คือการที่เด็กมีการถ่ายอุจจาระ น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
00:00:28 → 00:00:32ร่วมกับลักษณะอุจจาระที่เป็นก้อนแข็ง
00:00:32 → 00:00:35เด็กบางรายอาจจะมีการถ่ายอุจจาระปริมาณมาก
00:00:35 → 00:00:38มีอาการเบ่งหรือกลั้นอุจจาระร่วมด้วย
00:00:38 → 00:00:41สาเหตุของอาการท้องผูก อาจจะเกิดได้จาก
00:00:41 → 00:00:45หนึ่งก็คือเป็นความผิดปกติ ของระบบทางเดินอาหารเอง
00:00:45 → 00:00:48เช่น ไม่มีปมประสาทในลำไส้
00:00:48 → 00:00:54หรือว่าการที่มีรูเปิดทวารผิดที่ หรือว่ารูเปิดทวารแคบ
00:00:54 → 00:00:59อย่างที่สองก็คือ เป็นความผิดปกตินอกระบบทางเดินอาหาร
00:00:59 → 00:01:04เช่น การมีภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ หรือการมีระดับแคลเซียมสูง
00:01:05 → 00:01:06การได้รับยาบางชนิด
00:01:06 → 00:01:10ข้อที่สามก็คือ ตรวจไม่พบสาเหตุใด ๆ
00:01:10 → 00:01:12ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในเด็ก
00:01:12 → 00:01:15อาจจะเกิดขึ้นจากเรื่องของปัญหาพฤติกรรม
00:01:15 → 00:01:17การขับถ่ายไม่เหมาะสม
00:01:17 → 00:01:22การบริโภคอาหารที่อาจจะมีปริมาณกากใยน้อย การดื่มน้ำน้อย
00:01:22 → 00:01:25ซึ่งเป็นสาเหตุร่วมด้วยนะครับ
00:01:25 → 00:01:28ส่วนใหญ่เด็กก็จะมาหาเรา ด้วยอาการปวดท้องเป็นหลัก
00:01:28 → 00:01:32ร่วมกับมีอาการถ่ายอุจจาระลำบาก อุจจาระก้อนแข็ง
00:01:32 → 00:01:35บางคนก็มีอาการเบ่งอุจจาระนาน
00:01:35 → 00:01:40ทำให้เกิดเลือดออกในขณะการขับถ่าย หรือว่าเจ็บบริเวณรูทวารได้
00:01:40 → 00:01:43เมื่อมีอาการสะสมของอุจจาระมากขึ้นเรื่อย ๆ
00:01:43 → 00:01:49อุจจาระบางส่วนจะมีการเล็ดลอด ออกมาเปื้อนกางเกงในโดยที่เด็กไม่รู้ตัว
00:01:49 → 00:01:55ลักษณะดังกล่าวอาจจะทำให้เกิด ความเข้าใจผิดว่าเป็นภาวะท้องเสีย
00:01:55 → 00:01:58แต่ที่จริงก็คือเป็นภาวะท้องผูกอย่างหนึ่ง
00:01:58 → 00:02:01เวลาถ่ายอุจจาระเขามีท่าเบ่งผิดปกติไหมครับ
00:02:01 → 00:02:05ก็มีนะคะ เขาก็จะเหมือนต้องใช้แรงเบ่งเยอะมาก
00:02:05 → 00:02:08และเขาจะบ่นว่าเจ็บ บางครั้งก็จะร้องไห้
00:02:08 → 00:02:10เขามีประวัติชอบกลั้นอุจจาระไหมครับ
00:02:10 → 00:02:11มีค่ะ
00:02:11 → 00:02:13เป็นอย่างไรบ้างครับคุณแม่เล่าให้ฟัง
00:02:13 → 00:02:17จะห่วงเล่นเกม ห่วงว่าตัวเองจะไม่ได้เล่นเกม
00:02:17 → 00:02:19คือปวดท้องก็จะเล่นเกมก่อน
00:02:19 → 00:02:25การตรวจร่างกาย อาจจะมีการตรวจ โดยการคลำก้อนอุจจาระผ่านทางหน้าท้อง
00:02:25 → 00:02:30การตรวจบริเวณรูทวาร อาจจะพบว่ามีรอยแผล รอยปริแยก
00:02:30 → 00:02:32และก็การใช้นิ้วตรวจอาจจะพบอุจจาระ
00:02:32 → 00:02:35ที่มีการคั่งค้างอยู่ที่ลำไส้ส่วนปลายครับ
00:02:35 → 00:02:39คุณแม่ครับ อันนี้เป็นลักษณะ ของอุจจาระในเด็กนะครับ
00:02:39 → 00:02:43จะมีทั้งหมด 7 แบบ เรียงตามตั้งแต่เลข 1 ถึงเลข 7
00:02:43 → 00:02:48คือท้องผูกมากจนถ่ายเหลว ตอนนี้อุจจาระน้องเป็นรูปแบบไหนนะครับ
00:02:48 → 00:02:50บางครั้งก็เป็นแบบนี้ค่ะ
00:02:50 → 00:02:55ลักษณะของอุจจาระ เราจะแบ่งออกมาเป็นทั้งหมด 7 รูปนะครับ
00:02:55 → 00:02:59ซึ่งเบอร์แรกก็คือ เป็นการถ่ายอุจจาระท้องผูกที่สุด
00:02:59 → 00:03:03ก็คือลักษณะอุจจาระจะเป็นเม็ดเล็ก ๆ คล้าย ๆ อุจจาระกระต่าย
00:03:03 → 00:03:08อย่างที่สองก็จะเป็นท้องผูกลดลงมา คล้าย ๆ เหมือนเป็นพวงองุ่น
00:03:08 → 00:03:12รูปที่สามก็จะเป็นอุจจาระ คล้าย ๆ เหมือนเป็นซังข้าวโพด
00:03:12 → 00:03:15รูปที่สี่เป็นอุจจาระปกติในเด็ก
00:03:15 → 00:03:19ก็คือจะนิ่ม ๆ คล้ายไส้กรอกหรือว่ายาสีฟัน
00:03:19 → 00:03:24ส่วนรูปอุจจาระเบอร์ 5 6 7 ก็จะเป็น เริ่มมีการถ่ายเหลวมากขึ้นตามลำดับครับ
00:03:24 → 00:03:28การรักษาจะแบ่งออกเป็นสามส่วนหลัก ๆ ด้วยกัน
00:03:28 → 00:03:31อย่างแรกก็คือการปรับพฤติกรรมการขับถ่าย
00:03:31 → 00:03:36เราจะแนะนำให้เด็กมีการขับถ่าย อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง
00:03:36 → 00:03:40เพื่อที่จะช่วยให้ลำไส้มีการบิดตัว ขับอุจจาระออก
00:03:40 → 00:03:45ระยะเวลาในการขับอุจจาระ ไม่ควรเกิน 10 – 15 นาทีต่อครั้ง
00:03:45 → 00:03:49ในเด็กเล็ก เราอาจจะมีการแนะนำให้ใช้เก้าอี้รองขา
00:03:49 → 00:03:52หรือว่าใช้ฝารองชักโครกที่เหมาะสม
00:03:52 → 00:03:54เพื่อเพิ่มแรงเบ่งในการขับอุจจาระ
00:03:54 → 00:03:58อย่างที่สองก็คือ การปรับพฤติกรรมเรื่องของการกิน
00:03:58 → 00:04:01ก็จะแนะนำให้มีการบริโภคอาหารที่มีกากใย
00:04:02 → 00:04:06เช่น ผักและผลไม้ ควรดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม
00:04:06 → 00:04:09ในเด็กบางรายที่มีการดื่มนมมากเกินไป
00:04:09 → 00:04:12จะแนะนำให้มีการลดปริมาณนมลง
00:04:12 → 00:04:14และเพิ่มอาหารตามวัยให้เหมาะสม
00:04:14 → 00:04:17ส่วนสุดท้ายก็คือการรักษาด้วยการใช้ยา
00:04:17 → 00:04:24ยาที่ใช้ในเด็กท้องผูก เป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยใช้แล้วไม่ติด
00:04:24 → 00:04:26สามารถใช้ติดต่อกันได้ยาวนาน
00:04:27 → 00:04:30บางรายอาจจะมีการรักษาอย่างน้อย 3-6 เดือน
00:04:30 → 00:04:35แต่ในผู้ป่วยบางราย อาจจะมีการรักษานานขึ้น 1-2 ปี
00:04:35 → 00:04:42ร่วมกับอาจจะมีการใช้การสวนอุจจาระ ในผู้ป่วยบางรายที่ไม่สามารถขับอุจจาระออกได้
00:04:42 → 00:04:46แต่ไม่แนะนำให้ใช้การสวนอุจจาระ เป็นการรักษาประจำครับ
00:04:46 → 00:04:54[เสียงดนตรี]
00:04:54 → 00:04:56หากบุตรหลานของท่านมีปัญหาสุขภาพ
00:04:56 → 00:04:59อย่าลืมพามาพบหมอกันนะครับ