00:00:00 → 00:00:03ขอต้อนรับสู่หมอพัทรพcast Talk ความรู้
00:00:03 → 00:00:06สุขภาพลึกและฟรีมีที่นี่
00:00:06 → 00:00:08>> สวัสดีครับวันนี้เรามาคุยกันในเรื่องที่
00:00:08 → 00:00:11หลายคนสงสัยแล้วก็งงกันมากๆเลยนะฮะกับ
00:00:11 → 00:00:15ปรากฏการณ์ที่ว่าตั้งใจกินโลคอย่างดีแต่
00:00:15 → 00:00:18ทำไมค่าไขมันเร็วหรือ LDL มันถึงพุ่งสูง
00:00:18 → 00:00:21ปรี๊ดขึ้นมาได้เอมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
00:00:21 → 00:00:24เดี๋ยววันนี้เรามาหาคำตอบกันครับเคยเจอ
00:00:24 → 00:00:27ปัญหานี้กันมั้ครับคือแบบตั้งใจกินโลค
00:00:27 → 00:00:31เต็มที่เลยนะเพื่อสุขภาพของเราแท้ๆแต่พอ
00:00:31 → 00:00:34ไปตรวจเลือดเท่านั้นแหละโอ้โหผลมันฟ้อง
00:00:34 → 00:00:36ว่าค่า LDL ที่เขา้าว่าเป็นคอเลสเตอรอล
00:00:36 → 00:00:40ตัวร้ายเนี่ยมันกลับพุ่งสูงขึ้นซะงั้นเอา
00:00:40 → 00:00:43ล่ะครับงั้นเรามาเริ่มเจาะลึกกันเลยใน
00:00:43 → 00:00:46ส่วนแรกกับปริศนานี้นี่แหละครับว่าทำไมนะ
00:00:46 → 00:00:49ค่า LDL มันถึงส่วนทางกับการกินโลคาบของ
00:00:49 → 00:00:53เราได้คือตามความเข้าใจทั่วไปเลยใช่มั้ย
00:00:53 → 00:00:56ครับว่าถ้าเรากินอาหารดีๆเพื่อสุขภาพ
00:00:56 → 00:00:59เนี่ยมันก็ควรจะช่วยลดคอเลสเตอรอลก็ตัว
00:00:59 → 00:01:02ร้ายลงสิแต่เคสนี้มันกลับตรงกันข้ามเลยนะ
00:01:02 → 00:01:06ฮะจนหลายคนก็เริ่มแบบเอ๊ะที่เราทำอยู่นี่
00:01:06 → 00:01:09มันมาถูกทางจริงหรือเปล่าเนี่ยโอเคในส่วน
00:01:09 → 00:01:12นี้นะครับเราจะมาดูกันเลยว่าอะไรคือ 3
00:01:12 → 00:01:16ตัวกระตุ้นที่บอกเลยว่าหลายคนคาดไม่ถึง
00:01:16 → 00:01:19จริงๆที่มันทำให้ LDL สูงขึ้นได้ทั้งๆที่
00:01:19 → 00:01:22เราก็กินโลคาบอยู่นะนี่แหละครับ 3 ตัวการ
00:01:22 → 00:01:25หลักที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปเลยนะฮะข้อ
00:01:25 → 00:01:28แรกเลยคือร่างกายได้รับพลังงานไม่พอ 2
00:01:29 → 00:01:32คือออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหนักเกินไปและ
00:01:32 → 00:01:35ข้อสุดท้ายคือการอดอาหารที่นานเกินไปฟัง
00:01:35 → 00:01:37ดูแล้วแต่ละข้อก็น่าแปลกใจทั้งนั้นเลยใช่
00:01:37 → 00:01:40มั้ยครับเดี๋ยวเราจะมาเจาะลึกกันทีละข้อ
00:01:40 → 00:01:43เลยจริงๆแล้วหัวใจของทั้ง 3 ข้อนี้มัน
00:01:43 → 00:01:46เหมือนกันเลยครับคือมันกำลังส่งสัญญาณ
00:01:46 → 00:01:49วิกฤตพลังงานไปให้ร่างกายของเรานั่นเอง
00:01:49 → 00:01:52ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดเลยนะฮะคือการ
00:01:52 → 00:01:56กินแบบโลคาบแต่ก็ยังกลัวไขมันอยู่ดีพอมัน
00:01:56 → 00:01:59เป็นแบบนี้ปุ๊บพลังงานรวมที่ร่างกายได้
00:01:59 → 00:02:02รับมันเลยต่ำเกินไปไงครับซึ่งมันก็เหมือน
00:02:02 → 00:02:05กับการคาร์ดิโอหนักไปหรืออดอาหารนานเกิน
00:02:05 → 00:02:08ไปนั่นแหละร่างกายเราฉลาดครับมันจะมองว่า
00:02:08 → 00:02:11เฮ้ยตอนนี้ขาดแคลนพลังงานแล้วนะตับก็เลย
00:02:11 → 00:02:14ต้องรีบตอบสนองด้วยการผลิต LDL เพิ่มขึ้น
00:02:14 → 00:02:16ซึ่ง LDL เนี่ยมันก็เปรียบเสมือนรสขนส่ง
00:02:16 → 00:02:19พลังงานน่ะครับผลิตออกมาเยอะๆเพื่อส่ง
00:02:19 → 00:02:22พลังงานไปเลี้ยงทั่วร่างกายนั่นเองเอาล่ะ
00:02:22 → 00:02:25ครับและนี่คือไฮไลท์สำคัญที่สุดของเรื่อง
00:02:25 → 00:02:29นี้เลยก็ว่าได้การค้นพบพบกลุ่มคนพิเศษ
00:02:29 → 00:02:32กลุ่มนึงที่เขาเรียกว่า Hyper Responder
00:02:32 → 00:02:35ซึ่งมันมีงานวิจัยล่าสุดออกมาเลยนะฮะที่
00:02:35 → 00:02:37อาจจะเปลี่ยนความเข้าใจเรื่อง LDL ของเรา
00:02:37 → 00:02:41ไปตลอดกาลเลยทีเดียวลองนึกภาพตามนะครับคน
00:02:41 → 00:02:45กลุ่มนี้เนี่ยคือคนที่สุขภาพดีมากๆเลยนะ
00:02:45 → 00:02:48รูปร่างก็ดีสมส่วนแต่พอลองมากินคีโตปุ๊บ
00:02:48 → 00:02:52โอ้โหค่า LDL กับพุ่งสูงปรี๊ดซึ่ง
00:02:52 → 00:02:54ปรากฏการณ์นี้มันเป็นผลมาจากลักษณะทาง
00:02:54 → 00:02:56พันธุกรรมที่ค่อนข้างเฉพาะตัวของพวกเขา
00:02:56 → 00:03:00เลยครับที่มันน่าทึ่งไปกว่านั้นอีกก็คือ
00:03:00 → 00:03:03มันมีงานวิจัยชิ้นใหม่ล่าสุดเลยครับที่
00:03:03 → 00:03:05เขาไปติดตามกลุ่ม Hyper responder เหล่า
00:03:05 → 00:03:07นี้นี่แหละที่กินคีโตต่อเนื่องกันเป็น
00:03:07 → 00:03:11เวลาเกือบ 5 ปีเต็มๆเพื่อจะดูผลกระทบกับ
00:03:11 → 00:03:14หลอดเลือดของพวกเขากันแบบจะไปเลยสไลด์นี้
00:03:14 → 00:03:18โชว์ให้เห็นภาพชัดเจนมากเลยครับดูนะครับ
00:03:18 → 00:03:21กลุ่มที่กินคีโตเนี่ยมี LDL เฉลี่ยสูง
00:03:21 → 00:03:25เกิน 190 เลยนะในขณะที่กลุ่มควบคุมมีค่า
00:03:25 → 00:03:27ต่ำกว่า 130
00:03:27 → 00:03:30ต่างกันเยอะมากแต่จุดที่สำคัญที่สุดคือ
00:03:30 → 00:03:33อะไรทราบไหมครับคือตัวชี้วัดสุขภาพด้าน
00:03:33 → 00:03:36อื่นๆของทั้ง 2 กลุ่มเนี่ยมันปกติดี
00:03:36 → 00:03:38เยี่ยมเหมือนกันเป๊ะเลยแล้วผลลัพธ์คือ
00:03:38 → 00:03:42อะไรนี่คือตัวเลขที่น่าตกใจที่สุดแล้ว
00:03:42 → 00:03:46ครับคือ 0 ใช่ครับ 0 หลังจากผ่านไปเกือบ 5
00:03:46 → 00:03:49ปีเต็มๆนะครับอัตราการเกิดคราบหินปูนใน
00:03:49 → 00:03:52หลอดเลือดของกลุ่มที่ LDL สูงปรี๊ดเนี่ย
00:03:52 → 00:03:54กลับไม่มีการเพิ่มขึ้นเลยไม่เพิ่มขึ้นเลย
00:03:54 → 00:03:57แม้แต่น้อยและนี่คือข้อสรุปที่สำคัญที่
00:03:58 → 00:04:01สุดจากงานวิจัยชิ้นนี้ครับเขาบอกว่าใน
00:04:01 → 00:04:05บริบทนี้ย้ำนะครับว่าในบริบทนี้ค่า LDL
00:04:05 → 00:04:07ที่สูงไม่ได้มีความสัมพันธ์กับการเกิด
00:04:07 → 00:04:10พลักในหลอดเลือดหัวใจเลยแม้แต่น้อยซึ่ง
00:04:10 → 00:04:12มันชี้ให้เราเห็นชัดๆเลยว่าบริบทของร่าง
00:04:12 → 00:04:15กายโดยรวมเนี่ยมันสำคัญกว่าการดูแค่ตัว
00:04:15 → 00:04:18เลข LDL เพียงอย่างเดียวพอเรารู้แล้วว่า
00:04:18 → 00:04:21แค่ตัวเลข LDL อย่างเดียวมันอาจจะไม่ได้
00:04:21 → 00:04:24บอกทุกอย่างคำถามต่อไปก็คือแล้วอะไรล่ะ
00:04:24 → 00:04:27คือกุญแจที่แท้จริงที่เราควรจะหันมาให้
00:04:27 → 00:04:31ความสำคัญมาดูกันต่อเลยครับกุญแจดอกแรก
00:04:31 → 00:04:34ที่สำคัญมากๆเลยก็คือความไวต่ออินซูลิน
00:04:34 → 00:04:38ครับพูดง่ายๆก็คือยิ่งเซลล์ของเราตอบสนอง
00:04:38 → 00:04:41ต่ออินซูลินได้ดีเท่าไหร่ตัวรับ LDL ใน
00:04:41 → 00:04:44ร่างกายก็จะยิ่งทำงานได้ดีขึ้นเท่านั้นทำ
00:04:44 → 00:04:47ให้ร่างกายเราสามารถนำ LDL ไปใช้แล้วก็
00:04:47 → 00:04:49กำจัดออกจากกระแสเลือดได้อย่างมี
00:04:49 → 00:04:51ประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองซึ่งวิธีที่ดี
00:04:52 → 00:04:54ที่สุดวิธีหนึ่งเลยนะฮะในการเพิ่มความไว
00:04:54 → 00:04:56ต่ออินซูลินก็คือการออกกำลังกายเพื่อ
00:04:56 → 00:04:59สร้างกล้ามเนื้อนี่แหละครับต่อมาคือ
00:04:59 → 00:05:02แอร์โปบีครับตัวนี้อาจจะฟังดูยากนิดนึงนะ
00:05:02 → 00:05:05ฮะแต่ลองนึกภาพแบบนี้ครับว่ามันคือโปรตีน
00:05:05 → 00:05:08ที่เป็นเหมือนคนขับรถที่คอยขนส่ง LDL แต่
00:05:08 → 00:05:11ละอนุภาคในปัจจุบันเนี่ยเขาเริ่มมองกัน
00:05:11 → 00:05:15แล้วว่าการนับจำนวนรถหรือจำนวน AirP
00:05:15 → 00:05:17เนี่ยอาจจะเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงที่
00:05:17 → 00:05:20แม่นยำกว่าการดูแค่ปริมาณผู้โดยสารหรือ
00:05:20 → 00:05:23ค่า LDL รวมๆซะอีกเพราะเป้าหมายของเราคือ
00:05:23 → 00:05:26การมีจำนวนรดให้น้อยลงซึ่งมันมักจะหมาย
00:05:26 → 00:05:29ถึงรถคันใหญ่ขึ้นและหนาแน่นน้อยลงซึ่ง
00:05:29 → 00:05:32นั่นเป็นผลดีต่อร่างกายครับแล้วก็อีก
00:05:33 → 00:05:35เรื่องนึงครับตับของเราเนี่ยมีหน้าที่
00:05:35 → 00:05:38กำจัดคอเลสเตอรอลส่วนเกินโดยการเปลี่ยน
00:05:38 → 00:05:41มันไปเป็นน้ำดีทีนี้ใยอาหารชนิดที่ละลาย
00:05:41 → 00:05:44น้ำได้จากพวกพืชผักนี้แหละครับคือฮีโร่
00:05:44 → 00:05:46ตัวจริงเลยที่จะมาช่วยดักจับน้ำดีพวกนี้
00:05:46 → 00:05:49ไว้ในลำไส้เพื่อไม่ให้คอเลสเตอรอลถูกดูด
00:05:49 → 00:05:52ซึมกับเข้าร่างกายไปอีกรอบนึงครับโอเคจาก
00:05:52 → 00:05:55ข้อมูลทั้งหมดที่เราคุยกันมานี่นะครับเรา
00:05:55 → 00:05:58จะเริ่มเห็นภาพกลยุทธ์การดูแล LDL ที่มัน
00:05:58 → 00:06:00ครอบคลุมแล้วก็ลึกซึ้งกว่าเดิมเยอะเลย
00:06:00 → 00:06:04ครับสรุปเป็นกลยุทธ์ง่ายๆที่เราควรเอาไป
00:06:04 → 00:06:07ปรับใช้กันนะครับอย่างแรกเลยคือเน้นไขมัน
00:06:07 → 00:06:10ดีจากพืชเป็นหลักเช่นน้ำมันมะกอกอะโวคาโด
00:06:10 → 00:06:14ถั่วต่างๆ 2 คือกินใยอาหารจากผักให้เพียง
00:06:14 → 00:06:18พอ 3 ลองเสริมโปรตีนจากพืชดูบ้างอย่างเทม
00:06:18 → 00:06:21หรือนัโตะและข้อที่สำคัญมากๆเลยก็คือออก
00:06:21 → 00:06:23กำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่ม
00:06:23 → 00:06:26ความไวต่ออินซูลินของเราครับสุดท้ายนี้นะ
00:06:26 → 00:06:28ครับคำถามที่อยากจะทิ้งท้ายไว้ให้เรากลับ
00:06:28 → 00:06:32ไปคิดกันก็คือแท้จริงแล้วเนี่ย LDL คือ
00:06:32 → 00:06:35ผู้ร้ายตัวจริงหรือว่ามันเป็นเพียงแค่ผู้
00:06:35 → 00:06:38สงสารที่กำลังพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง
00:06:38 → 00:06:42เกี่ยวกับสุขภาพโดยรวมของเรากันแน่บางที
00:06:42 → 00:06:44คำตอบของเรื่องนี้มันอาจจะซับซ้อนกว่าที่
00:06:44 → 00:06:49เราเคยเข้าใจกันมาทั้งหมดก็ได้นะครับ
00:06:49 → 00:06:51>> สวัสดีครับขอต้อนรับสู่การเจาะลึกข้อมูล
00:06:51 → 00:06:54กันอีกครั้งนะครับวันนี้เราจะมาคุยกัน
00:06:54 → 00:06:57เรื่องที่หลายคนเอ่อสนใจกันมากก็คือ
00:06:57 → 00:07:00คอเลสเตอรอลชนิด LDL หรือที่เรียกกันติด
00:07:00 → 00:07:03ปากว่าไขมันเลวนั่นเองข้อมูลที่เราจะมาดู
00:07:03 → 00:07:07กันวันนี้มาจากบทความควบคุม LDL ด้วยไข
00:07:07 → 00:07:10มันดีและการออกกำลังกายครับซึ่งมีมุมมอง
00:07:10 → 00:07:13ที่น่าสนใจมากๆเป้าหมายของเราวันนี้ก็คือ
00:07:13 → 00:07:17มาดูกันว่าทำไม LDL มันถึงสูงขึ้นได้จาก
00:07:17 → 00:07:20สาเหตุที่เราอาจจะคาดไม่ถึงเลยแล้วการจัด
00:07:20 → 00:07:22การมันจริงๆแล้วเนี่ยอาจจะซับซ้อนร้อน
00:07:22 → 00:07:25กว่าแค่เอ่อเลี่ยงไขมันในอาหารนะครับเรา
00:07:25 → 00:07:29จะมาดูว่าเรื่องพลังงานการออกกำลังกาย
00:07:29 → 00:07:31หรือเมจพันธุกรรมแล้วก็งานวิจัยใหม่ๆ
00:07:31 → 00:07:34เนี่ยมันบอกอะไรเราบ้างพร้อมแล้วมาเริ่ม
00:07:34 → 00:07:35กันเลยครับ
00:07:35 → 00:07:40>> สวัสดีค่ะใช่เลยค่ะเรื่อง LDL นี่เอิ่มมี
00:07:40 → 00:07:41ความเข้าใจที่อาจจะคลาดเคลื่อนกันอยู่
00:07:42 → 00:07:45เยอะนะคะหรือบางทีเราก็มองแค่ตัวเลขแต่
00:07:45 → 00:07:48ไม่ได้ดูภาพรวมทั้งหมดซึ่งข้อมูลที่เราจะ
00:07:48 → 00:07:50คุยกันวันนี้ก็น่าจะช่วยเปิดมุมมองให้
00:07:50 → 00:07:53เห็นอะไรที่เอ่อต่างออกไปได้ค่ะ
00:07:53 → 00:07:56>> โอเคครับมาเริ่มที่ประเด็นแรกเลยที่ผมว่า
00:07:56 → 00:08:00น่าสนใจมากคือจากข้อมูลเนี่ยบอกว่ามีความ
00:08:00 → 00:08:02เข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินแบบ low ที่บาง
00:08:02 → 00:08:06ทีอาจทำให้ LDL สูงขึ้นได้มันเป็นไปได้
00:08:06 → 00:08:08ยังไงครับฟังดูขัดๆกันนิดหน่อยนะครับ
00:08:08 → 00:08:12>> อ๋อค่ะเป็นคำถามที่ดีเลยค่ะคืออย่างี้ค่ะ
00:08:12 → 00:08:15หลายคนพอคิดจะกินโลคขาบใช่มั้ยคะก็มักจะ
00:08:15 → 00:08:19เอ่อกลัวไขมันไปด้วยเลยกลายเป็นการกินแบบ
00:08:19 → 00:08:21โลขาบแล้วก็ low แฟลชไปด้วยกันเลย
00:08:21 → 00:08:22>> อืมครับ
00:08:22 → 00:08:25>> ปัญหาคือพอร่างกายเราได้รับพลังงานรวมไม่
00:08:25 → 00:08:29พอค่ะไม่พอกับที่ต้องใช้ในแต่ละวันน่ะค่ะ
00:08:29 → 00:08:32ตับซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญเลยในการสร้างพลัง
00:08:32 → 00:08:35งานเขาก็จะปรับตัวค่ะโดยการสร้าง LDL ออก
00:08:36 → 00:08:36มาขึ้น
00:08:36 → 00:08:38>> สร้างเพิ่มเหรอครับ
00:08:38 → 00:08:41>> ใช่ค่ะสร้างเพิ่มเหมือนเป็นพลังงานสำรอง
00:08:41 → 00:08:43หรือเป็นเชื้อเพลิงส่งไปให้เซลล์ต่างๆใช้
00:08:43 → 00:08:46คล้ายๆกับว่าร่างกายเตรียมพร้อมรับมือ
00:08:46 → 00:08:47ภาวะขาดแคลนพลังงานน่ะค่ะ
00:08:47 → 00:08:51>> อ๋อเข้าใจแล้วครับคือร่างกายตีความว่า
00:08:51 → 00:08:53เอ่อพลังงานกำลังจะขาดเลยต้องผลิต LDL
00:08:53 → 00:08:56ซึ่งเป็นตัวขนส่งพลังงานหรือไขมันเนี่ย
00:08:56 → 00:08:59ออกมาเยอะขึ้นเผื่อไว้แบบนั้นถูกต้องเลย
00:08:59 → 00:09:03ค่ะประมาณนั้นเลยนอกจากนี้นะคะถ้าการกิน
00:09:03 → 00:09:06โลคาฟนั้นน่ะเลี่ยงคาบก็จริงแต่ดันไปกิน
00:09:06 → 00:09:09คาร์โบไฮเดรตที่ไม่ค่อยดีแทน
00:09:09 → 00:09:10>> ชิ้นอะไรบ้างครับ
00:09:10 → 00:09:13>> ก็เช่นพวกแป้งขัดขาวหรือน้ำตาลแฝงในอาหาร
00:09:13 → 00:09:16แปรรูปเยอะๆน่ะค่ะแล้วก็กินคู่ไปกับการ
00:09:16 → 00:09:20กินโปรตีนที่แบบไขมันต่ำมากๆอันเนี้ยก็
00:09:20 → 00:09:22ยิ่งเหมือนส่งสัญญาณให้ตับสร้าง LDL
00:09:22 → 00:09:25เพิ่มขึ้นไปอีกค่ะเพราะร่างกายยังรู้สึก
00:09:25 → 00:09:27ว่าแบบว่ายังไม่ได้พลังงานที่ใช่แล้วก็
00:09:27 → 00:09:29ยังไม่พออยู่ดี
00:09:29 → 00:09:32>> แสดงว่าการพยายามลดคราบอย่างเดียวแต่ถ้า
00:09:32 → 00:09:34ไม่ใส่ใจเรื่องพลังงานรวมหรือประเภทอาหาร
00:09:34 → 00:09:38ที่กินดีๆก็อาจจะส่งผลตรงข้ามได้เลยทีนี้
00:09:38 → 00:09:41พอพูดถึงเรื่องพลังงานการออกกำลังกายหนัก
00:09:41 → 00:09:44ๆล่ะครับที่ใช้พลังงานเยอะๆมีผลต่อ LDL
00:09:44 → 00:09:45ด้วยไหมครับ
00:09:45 → 00:09:47>> มีส่วนเกี่ยวข้องกันค่ะโดยเฉพาะในกลุ่ม
00:09:47 → 00:09:51ที่ชอบออกกำลังกายแบบคดีโอโซน 3 นะค่ะคือ
00:09:51 → 00:09:53ความหนักปานกลางค่อนข้างสูงแล้วทำเป็น
00:09:53 → 00:09:54ประจำทุกวัน
00:09:54 → 00:09:55>> ครับ
00:09:55 → 00:09:57>> การออกกำลังกายแบบเนี้ยร่างกายจะดึง
00:09:57 → 00:09:59ไกลโคเจนหรือพลังงานสำรองในกล้ามเนื้อกับ
00:09:59 → 00:10:02ตับออกมาใช้เยอะเลยค่ะแล้วก็มีการกระตุ้น
00:10:02 → 00:10:05การสร้างน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้นด้วย
00:10:05 → 00:10:07>> อ๋อเพื่อเป็นพลังงานเร่งด่วน
00:10:07 → 00:10:11>> ซ้ำบ่อยๆโดยที่เอ่อการจัดการด้านพลังงาน
00:10:11 → 00:10:14ที่เรากินเข้าไปหรือสารอาหารอื่นๆมันไม่
00:10:14 → 00:10:17สมดุลกันก็อาจจะเป็นอีกปัจจัยนึงค่ะที่ไป
00:10:17 → 00:10:19กระตุ้นให้ตับสร้าง LDL เพิ่มขึ้นมาเพื่อ
00:10:19 → 00:10:22ชดเชยพลังงานที่ถูกใช้ไปอย่างต่อเนื่อง
00:10:22 → 00:10:22อ่ะค่ะ
00:10:22 → 00:10:25>> โหฟังดูแล้วขนาดออกกำลังกายที่คิดว่าดี
00:10:25 → 00:10:28ต่อสุขภาพเนี่ยก็ยังต้องดูเรื่องสมดุล
00:10:28 → 00:10:31พลังงานประกอบด้วยไม่งั้นอาจจะส่งผลต่อ
00:10:31 → 00:10:34LDL โดยไม่รู้ตัวได้เหมือนกันแล้วเรื่อง
00:10:34 → 00:10:37การอดอาหารหรือ fasting ที่ฮิตๆกันล่ะ
00:10:37 → 00:10:38ครับอันนี้เกี่ยวมั้ครับ
00:10:38 → 00:10:41>> เกี่ยวค่ะการอดอาหารหรือทำ IF น่ะค่ะถ้า
00:10:41 → 00:10:45ทำในช่วงเวลาที่นานเกินไปเช่นเกิน 16 ชมง
00:10:45 → 00:10:47ขึ้นไปร่างกายก็จะเข้าโหมดที่ต้องดึงไข
00:10:47 → 00:10:50มันสะสมออกมาใช้เป็นพลังงานหลัก
00:10:50 → 00:10:53>> ครับซึ่งอันนี้ดีต่อการลดไขมันสะสม
00:10:53 → 00:10:56>> ใช่ค่ะเป็นกลไกที่ดีแต่ก็มีข้อควรระวัง
00:10:56 → 00:10:58คือถ้าในช่วงที่เรากลับมากินได้หรือ
00:10:59 → 00:11:01feeding window นะค่ะเราดันกินพลังงาน
00:11:01 → 00:11:04หรือสารอาหารที่จำเป็นกลับเข้าไปไม่พออีก
00:11:04 → 00:11:04>> อ้าว
00:11:04 → 00:11:08>> ตับก็จะตีความซ้ำๆค่ะว่าร่างตายังขาดพลัง
00:11:08 → 00:11:11งานอยู่ก็เลยต้องผลิต LDL ออกมาเพิ่มอีก
00:11:11 → 00:11:14เพื่อเป็นพลังงานสำรองให้เซลล์แล้วก็มี
00:11:14 → 00:11:16อีกประเด็นนึงคือในช่วงที่น้ำหนักลดเร็วๆ
00:11:17 → 00:11:19จากการเผ่าผลานไขมันตัวเองอ่ะค่ะไขมันที่
00:11:19 → 00:11:22ถูกปล่อยออกมาจากเซลล์ไขมันก็จะเข้าสู่
00:11:22 → 00:11:26กระแสเลือดทำให้ค่า LDL ที่เราวัดได้อาจ
00:11:26 → 00:11:29จะสูงขึ้นชั่วคราวได้ค่ะเพราะไขมันที่
00:11:29 → 00:11:31เก็บในร่างกายเราแม้ส่วนใหญ่เป็นไขมันไม่
00:11:31 → 00:11:33อิ่มตัวแต่ก็มีไขมันอิ่มตัวปนอยู่เหมือน
00:11:33 → 00:11:36กันประมาณ 30% ซึ่งมันก็จะถูกปล่อยออกมา
00:11:36 → 00:11:37ด้วย
00:11:37 → 00:11:42>> ฟังดูเหมือนว่าคีย์เวิร์ดคือการรับรู้ถึง
00:11:42 → 00:11:45ภาวะขาดพลังงานของร่างกายนะครับไม่ว่าจะ
00:11:45 → 00:11:48มาจากการกินน้อยไปการใช้พลังงานเยอะ
00:11:48 → 00:11:51หรือการอดนานๆร่างกายก็มีแนวโน้มจะตอบ
00:11:51 → 00:11:54สนองด้วยการสร้าง LDL เพิ่มขึ้นเหมือน
00:11:54 → 00:11:56เป็นกลไกการเอาตัวรอดอย่างหนึ่ง
00:11:56 → 00:11:59>> ใช่ค่ะมองในมุมนั้นได้เลยค่ะเป็นกลไกการ
00:11:59 → 00:12:01ปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของร่างกายนั่น
00:12:01 → 00:12:03เองค่ะ
00:12:03 → 00:12:05>> นอกจากเรื่องอาหารการออกกำลังกายการอด
00:12:05 → 00:12:08อาหารที่ส่งผลต่อสมดุลพลังงานพวกนี้แล้ว
00:12:08 → 00:12:11มีปัจจัยอื่นๆอีกมั้ยครับที่ทำให้ค่า LDL
00:12:11 → 00:12:13สูงได้แม้ว่าจะดูแลเรื่องพวกนี้ดีแล้วก็
00:12:13 → 00:12:14ตาม
00:12:14 → 00:12:17>> มีค่ะซึ่งเป็นเรื่องที่เอ่อน่าสนใจมากมาก
00:12:17 → 00:12:21เลยคือมันมีคนกลุ่มนึงค่ะที่เรียกว่า Lean
00:12:21 → 00:12:23Mass Hyper Responder หรือเรียกสั้นๆ
00:12:23 → 00:12:26ว่า Hyper Responder Hyper Responder
00:12:26 → 00:12:30>> ค่ะซึ่งพบได้ประมาณซัก 25-30%
00:12:30 → 00:12:33ของประชากรทั่วไปนะคะคนกลุ่มนี้เนี่ยเขา
00:12:33 → 00:12:35จะมีลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างที่ส่งผล
00:12:35 → 00:12:39ต่อกลไกการขนส่งไขมันหรือการทำงานของตัว
00:12:39 → 00:12:43รับ LDL ที่ผิวเซลล์ตับนะคะทำให้การนำ LDL
00:12:43 → 00:12:46กลับเข้าเซลล์ตับเพื่อไปจัดการต่อเนี่ยทำ
00:12:46 → 00:12:47ได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพภาพเท่าคนส่วน
00:12:47 → 00:12:48ใหญ่
00:12:48 → 00:12:51>> หมายความว่ายังไงครับคือ LDL มันลอยอยู่
00:12:51 → 00:12:54ในเลือดเยอะขึ้นเพราะตับเก็บกลับไปได้ไม่
00:12:54 → 00:12:56ดีเท่าที่ควรเหมือนรถติดเก็บกลับเข้าอู่
00:12:56 → 00:12:57ไม่ได้
00:12:57 → 00:13:00>> อธิบายได้เห็นภาพเลยค่ะประมาณนั้นเลยค่ะ
00:13:00 → 00:13:03ผลก็คือทำให้มีระดับ LDL ค้างอยู่ในกระแส
00:13:03 → 00:13:06เลือดสูงกว่าปกติแม้ว่าคนกลุ่มนี้จะกิน
00:13:06 → 00:13:09อาหารแบบ LCHF คือ Low Carb High Fat
00:13:09 → 00:13:13อย่างถูกหลักเบ๊ได้รับพลังงานเพียงพอมี
00:13:13 → 00:13:16รูปร่างดีแข็งแรงออกกำลังกายสม่ำเสมอ
00:13:16 → 00:13:18สุขภาพภาพโดยรวมดีมากๆก็ตามนะคะ
00:13:18 → 00:13:20>> คือทำทุกอย่างถูกต้องหมดเลย
00:13:20 → 00:13:24>> ใช่ค่ะทำทุกอย่างถูกต้องตามคำแนะนำแต่พอ
00:13:24 → 00:13:27ไปตรวจเลือดค่า LDL กลับสูงขึ้นอย่างน่า
00:13:27 → 00:13:28ตกใจเลยค่ะ
00:13:28 → 00:13:32>> กลุ่มนี้น่าสนใจจริงๆครับคือสุขภาพดีทำ
00:13:32 → 00:13:37ตาม LCHF เป๊ๆแต่วัดเลือดมาเจอ LDL สูง
00:13:37 → 00:13:40ิ่วแบบนี้มันมีความเสี่ยงอะไรมั้ยครับ
00:13:40 → 00:13:42แล้วมีงานวิจัยเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้โดย
00:13:42 → 00:13:44เฉพาะเลยหรือเปล่าครับ
00:13:44 → 00:13:47>> มีค่ะมีงานวิจัยชิ้นสำคัญเลยที่เพิ่งนำ
00:13:47 → 00:13:50เสนอผลไปไม่นานนี้ที่ไอามี่ค่ะเขาศึกษาคน
00:13:50 → 00:13:53กลุ่ม Hyper Responder กลุ่มนี้โดยตรง
00:13:53 → 00:13:57เลยจำนวน 80 คนที่กินอาหารแบบ LCHF หรือ
00:13:57 → 00:14:02คีโตแล้วมีค่า LDL สูงมากๆคือสูงกว่า 190
00:14:02 → 00:14:03mgdl
00:14:03 → 00:14:05>> สูงมากนะครับนั่น
00:14:05 → 00:14:08>> ใช่ค่ะแต่ในขณะเดียวกันนะคะคนกลุ่มนี้ก็
00:14:08 → 00:14:12มีค่า HDL หรือไขมันดีสูงกว่า 60 แล้วก็
00:14:12 → 00:14:15มีค่าไตรกลิเซอไรด์ต่ำมากๆคือต่ำกว่า 80
00:14:15 → 00:14:19>> อ๋ออ๋อโปรไฟล์ไขมันแบบ High LDL High
00:14:19 → 00:14:21HDL low trlyer
00:14:21 → 00:14:24>> ถูกต้องค่ะซึ่งโปรไฟล์แบบนี้มักจะพบในคน
00:14:24 → 00:14:27ที่ดูแลสุขภาพดีแล้วก็ไวต่ออินเซลินด้วย
00:14:27 → 00:14:30นะคะนอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างก็เป็นคน
00:14:30 → 00:14:34สุขภาพดีโดยรวมอายุเฉลี่ย 40-60 ปีออก
00:14:34 → 00:14:36กำลังกายไม่สูบบุหรี่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย
00:14:36 → 00:14:37ค่ะ
00:14:37 → 00:14:39>> แล้วเขาศึกษาอะไรในคนกลุ่มนี้ครับเพื่อจะ
00:14:39 → 00:14:42ดูว่า LDL สูงๆแบบนี้มันอันตรายจริงมั้ย
00:14:42 → 00:14:46>> เขาติดตามดูการเปลี่ยนแปลงของค่าพลั๊ก
00:14:46 → 00:14:49หรือตะกอนไขมันในหลอดเลือดหัวใจค่ะโดยใช้
00:14:49 → 00:14:52การทำ CT SCแกนเพื่อวัดค่าแคลเซียมสกore
00:14:52 → 00:14:54>> เออแคลเซียมสกอร
00:14:54 → 00:14:57>> ค่ะซึ่งเป็นการตรวจดูปริมาณแคลเซียมที่
00:14:57 → 00:14:59พอกอยู่กับคราบพลักในผนังหลอดเลือดเป็น
00:14:59 → 00:15:03ตัวบ่งชี้ว่ามีพลักอยู่มากน้อยแค่ไหนแล้ว
00:15:03 → 00:15:06เขาก็นำผลไปเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมอีก
00:15:06 → 00:15:09กลุ่มนึงที่มีลักษณะสุขภาพดีคล้ายๆกันแต่
00:15:09 → 00:15:13มีค่า LDL อยู่ในระดับต่ำคือไม่ถึง 130
00:15:13 → 00:15:16การติดตามผลนี่ทำต่อเนื่องนานพอสมควรเลย
00:15:16 → 00:15:18ค่ะเฉลี่ยประมาณ 4.3-5 3-5 ปี
00:15:18 → 00:15:22>> โอเคครับนี่คือจุดที่น่าจะทำให้หลายคน
00:15:22 → 00:15:25ประหลาดใจหรืออาจจะต้องตั้งคำถามกับความ
00:15:25 → 00:15:29เชื่อเดิมๆเลยผลการศึกษาออกมาเป็นยังไง
00:15:29 → 00:15:29ครับ
00:15:29 → 00:15:31>> ผลการศึกษาที่ออกมานี่แหละค่ะที่น่าทึ่ง
00:15:31 → 00:15:35มากๆคือตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ปีที่ติดตาม
00:15:35 → 00:15:39ผลนะคะทั้งกลุ่ม Hyperonder ที่ LDL สูง
00:15:39 → 00:15:42ิ่วเลยเฉลี่ยเกิน 200 ไปอีกนะคะกับกลุ่ม
00:15:42 → 00:15:46ควบคุมที่มี LDL ต่ำไม่มีการเพิ่มขึ้นของ
00:15:46 → 00:15:48คราบพลักในหลอดเลือดหัวใจเลยแม้แต่น้อย
00:15:48 → 00:15:49ค่ะ
00:15:49 → 00:15:52>> เดี๋ยวๆนะครับไม่มีเลยเหรอครับ
00:15:52 → 00:15:55>> ใช่ค่ะคือค่าแคลเซียมสกอร์ยังคงเป็นศูนย์
00:15:55 → 00:15:57เหมือนเดิมตั้งแต่ต้นจนจบการศึกษาในทั้ง 2
00:15:57 → 00:15:58กลุ่มเลยค่ะ
00:15:58 → 00:16:02>> หมายความว่ากลุ่มที่ LDL สูงมากๆกับกลุ่ม
00:16:02 → 00:16:06ที่ LDL ต่ำในงานวิจัยนี้พอเวลาผ่านไป
00:16:06 → 00:16:10เกือบ 5 ปีกลุ่ม LDL สูงไม่ได้มีคราบคลัก
00:16:10 → 00:16:12ในหลอดเลือดเพิ่มขึ้นเลยเมื่อเทียบกับ
00:16:13 → 00:16:17กลุ่ม LDL ต่ำโอ้โหนี่มันค่อนข้างข้างจะ
00:16:17 → 00:16:19พลิกความเข้าใจเรื่อง LDL แบบเดิมๆเลยนะ
00:16:19 → 00:16:20ครับเนี่ย
00:16:20 → 00:16:23>> ใช่ค่ะผลออกมาเป็นแบบนั้นจริงๆงานวิจัย
00:16:23 → 00:16:26นี้จึงมีข้อสรุปที่ค่อนข้างชัดเจนว่าใน
00:16:26 → 00:16:29กลุ่มคนที่มีลักษณะเฉพาะแบบนี้นะคะคือ
00:16:29 → 00:16:32เป็น Hyper responder ที่สุขภาพโดยรวมดี
00:16:32 → 00:16:36มี HDL สูงมีไตรกีซอไรด์ต่ำแม้จะมี LDL
00:16:36 → 00:16:39สูงมากก็ตามแต่ปริมาณ LDL ที่สูงเพียง
00:16:39 → 00:16:42อย่างเดียวไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับ
00:16:42 → 00:16:45การเกิดหรือการสะสมเพิ่มขึ้นของตะกอนหรือ
00:16:45 → 00:16:47คราบพลักในหลอดเลือดหัวใจค่ะ
00:16:47 → 00:16:50>> แสดงว่าที่เราเคยได้ยินกันมาตลอดว่า LDL
00:16:50 → 00:16:54สูงปุ๊บเท่ากับหลอดเลือดอุตันแน่ๆมันอาจ
00:16:54 → 00:16:56จะไม่จริงเสมอไปมันต้องดูปัจจัยอื่น
00:16:56 → 00:16:58ประกอบด้วยมากๆเลย
00:16:58 → 00:17:00>> ถูกต้องเลยค่ะมันขึ้นอยู่กับบริบทหรือ
00:17:00 → 00:17:03คทexอื่นๆประกอบกันเยอะมากจริงๆทั้ง
00:17:03 → 00:17:06สุขภาพพื้นฐานโดยรวมการใช้ชีวิตมีภาวะ
00:17:06 → 00:17:09อักเสบเรื้อรำในร่างกายซ่อนอยู่หรือเปล่า
00:17:09 → 00:17:12ระดับ HDL และไตรกลีซอไรด์เป็นยังไงแล้ว
00:17:12 → 00:17:14ก็อาจจะรวมถึงชนิดและขนาดของอนุภาค LDL
00:17:14 → 00:17:17ด้วยค่ะซึ่งมีทั้งชนิดใหญ่ที่เรียกว่า
00:17:17 → 00:17:20type A ที่อาจจะไม่ได้ร้ายเท่าไหร่กับ
00:17:20 → 00:17:22ชนิดเล็กหรือ Type B เชื่อว่าอันตราย
00:17:22 → 00:17:23กว่า
00:17:23 → 00:17:26>> อ๋อเพราะมันเล็กๆแทรกเข้าผนังหลอดเลือด
00:17:26 → 00:17:27ได้ง่ายกว่า
00:17:27 → 00:17:30>> ประมาณนั้นค่ะแม้ว่างานวิจัยชิ้นนี้จะไม่
00:17:30 → 00:17:33ได้ลงลึกไปถึงการวัดค่าโปรตีน AB โดยตรง
00:17:33 → 00:17:34ก็ตามนะคะ
00:17:34 → 00:17:36>> AOB นี่ก็เริ่มได้ยินกันเยอะขึ้นนะครับ
00:17:36 → 00:17:38>> ใช่ค่ะ AB นี่สำคัญนะคะเพราะมันเหมือน
00:17:38 → 00:17:42ช่วยนับจำนวนอนุภาคหรือพาหนะ LDL จริงๆ
00:17:42 → 00:17:45ว่ามีกี่คันที่วิ่งขนไขมันอยู่ปัจจุบัน
00:17:45 → 00:17:48หลายคนก็มองว่าการนับจำนวน AOB อาจจะบอก
00:17:48 → 00:17:50ความเสี่ยงได้ดีกว่ากันดูแค่ปริมาณ
00:17:50 → 00:17:53คอเลสเตอรอลใน LDL หรือ LDLC ที่เราวัด
00:17:53 → 00:17:56กันทั่วไปแต่ถึงอย่างนั้นผลจากงานวิจัย
00:17:56 → 00:17:59ที่ไอามี่ก็เป็นหลักฐานสำคัญค่ะที่ชี้ว่า
00:17:59 → 00:18:01เราไม่ควรมองหรือตัดสินความเสี่ยงจากแค่
00:18:01 → 00:18:04ตัวเลข LDLC เพียงอย่างเดียวจริงๆค่ะ
00:18:04 → 00:18:07>> เข้าใจแล้วครับคือ LDL สูงอาจไม่ใช่ปัญหา
00:18:07 → 00:18:11เสมอไปถ้าปัจจัยอื่นดีหมดเช่น HDL สูง TG
00:18:12 → 00:18:15ต่ำไม่มีอักเสบแล้วก็อาจจะเกี่ยวกับชนิด
00:18:15 → 00:18:18ของ LDL หรือจำนวน B ด้วยซึ่งอันนี้คง
00:18:18 → 00:18:21ต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมกันต่อไปแต่งาน
00:18:21 → 00:18:24วิจัยนี้ก็เปิดประเด็นสำคัญมากๆเลยครับ
00:18:24 → 00:18:26ถ้าอย่างนั้นจากข้อมูลทั้งหมดที่เราคุย
00:18:26 → 00:18:29กันมาทั้งเรื่องสาเหตุที่ซับซ้อนผลวิจัย
00:18:29 → 00:18:33ที่น่าสนใจมากๆแล้วอะไรคือหัวใจสำคัญหรือ
00:18:33 → 00:18:36แนวทางที่เราควรจะโฟกัสจริงๆในการดูแล
00:18:36 → 00:18:38ระดับ LDL อย่างเข้าใจล่ะครับไม่ใช่แค่
00:18:38 → 00:18:41พยายามกดตัวเลขให้ต่อมลงอย่างเดียว
00:18:41 → 00:18:44>> ค่ะจากข้อมูลและการวิเคราะห์ทั้งหมดนะคะ
00:18:44 → 00:18:46พอจะสรุปเป็นแกนหลักๆได้ประมาณ 3 กลุ่ม
00:18:46 → 00:18:49ปัจจัยสำคัญเลยค่ะที่มันทำงานเชื่อมโยง
00:18:49 → 00:18:52กันเป็นระบบไม่ใช่แยกส่วนกันกลุ่มแรกเลย
00:18:52 → 00:18:55นะคะคือเรื่องสมดุลพลังงานและระบบเผาผลาญ
00:18:55 → 00:18:57ค่ะอันเนี้ยจะครอบคลุมหลายประเด็นที่เรา
00:18:57 → 00:18:59คุยกันตอนต้นเลย
00:18:59 → 00:18:59>> ครับ
00:18:59 → 00:19:02>> กับที่ร่างกายใช้ไปในแต่ละวันไม่ใช่กิน
00:19:02 → 00:19:05น้อยเกินไปจนร่างกายรู้สึกขาดแคลนแล้ว
00:19:05 → 00:19:09ต้องสร้าง LDL ออกมาเพิ่มอีกข้อ 2 ความไว
00:19:09 → 00:19:12ของอินซูลินหรือ insulin sensitivity
00:19:12 → 00:19:14อันนี้คือหัวใจสำคัญเลยค่ะไม่ใช่ใช่แค่
00:19:14 → 00:19:18พยายามกดระดับอินซูลินให้ต่ำตลอดเวลาแต่
00:19:18 → 00:19:20ต้องเน้นที่การเพิ่มความไวหรือ
00:19:20 → 00:19:23ประสิทธิภาพการทำงานของอินซูลินให้ดีขึ้น
00:19:23 → 00:19:24>> เพิ่มความไว
00:19:24 → 00:19:27>> ใช่ค่ะลองนึกภาพอินซูลินเหมือนกุญแจเปิด
00:19:27 → 00:19:31ประตูเซลล์นะคะถ้ากุญแจทำงานได้ดีคือไว
00:19:31 → 00:19:33ต่ออินซูลินมันจะช่วยให้เซลล์ต่างๆรวมถึง
00:19:33 → 00:19:37เซลล์ตับเปิดประตูรับ LDL หรือ LDL
00:19:37 → 00:19:40receptตอรได้ดีขึ้นทำให้ตับสามารถเก็บ LDL
00:19:40 → 00:19:42กลับเข้าไปจัดการและกำจัดออกจากกระแส
00:19:42 → 00:19:45เลือดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นลดการคั่ง
00:19:45 → 00:19:46ค้างในเลือดค่ะ
00:19:46 → 00:19:48>> แล้วจะเพิ่มความไหวอินซูลินได้ยังไงบ้าง
00:19:48 → 00:19:48ครับ
00:19:48 → 00:19:52>> ก็เช่นการออกกำลังกายที่เหมาะสมการนอน
00:19:52 → 00:19:56หลับเพียงพอการจัดการความเครียดแล้วก็การ
00:19:56 → 00:20:00กินโปรตีนคุณภาพดีให้พอค่ะโดยเฉพาะจากพืช
00:20:00 → 00:20:03อย่างเช่นถั่วดาวอินคาสาหร่ายนัตโตะ
00:20:03 → 00:20:08เทมเพาร์โบไฮเดรต
00:20:08 → 00:20:11ที่เหมาะสมอันนี้ก็ไม่ใช่การตัดขาดไปเลย
00:20:11 → 00:20:14นะคะแต่เป็นการเลือกกินคาร์โบไฮไฮเดรต
00:20:14 → 00:20:17เชิงซ้อนที่มีกากใยสูงเช่นผักใบเขียวผัก
00:20:17 → 00:20:21หัวต่างๆธัญพืชไม่ขัดสีในปริมาณและช่วง
00:20:21 → 00:20:24เวลาที่สอดคล้องกับกิจกรรมและความต้องการ
00:20:24 → 00:20:27ของร่างกายแต่ละคนขาบที่ดีในปริมาณที่
00:20:27 → 00:20:29เหมาะสมก็ช่วยสนับสนุนการทำงานของ
00:20:30 → 00:20:32อินซูลินให้ดีขึ้นได้เหมือนกันค่ะ
00:20:32 → 00:20:34>> กลุ่มแรกนี่เน้นเรื่องการปรับระบบเผาผลาญ
00:20:34 → 00:20:38ให้สมดุลเลยทั้งพลังงานเข้าออกและการทำ
00:20:38 → 00:20:40งานของฮอร์โมนสำคัญอย่างอินซูลินแล้ว
00:20:40 → 00:20:41กลุ่มที่ 2 ล่ะครับ
00:20:41 → 00:20:44>> กลุ่มที่ 2 คือคุณภาพภาพสารอาหารที่เรา
00:20:44 → 00:20:48เลือกค่ะอันนี้จะเน้นไปที่ชนิดของไขมัน
00:20:48 → 00:20:51คอเลสเตอรอลแล้วก็ใยอาหารข้อ 4 คุณภาพไข
00:20:51 → 00:20:55มันควรเน้นไขมันดีจากพืชเป็นหลักค่ะเช่น
00:20:55 → 00:20:59น้ำมันมะกอกสกัดเย็นน้ำมันมะพร้าวmctอil
00:20:59 → 00:21:03น้ำมันงาอะโวคาโดถั่วเปลือกแข็งเมล็ดแฟลก
00:21:03 → 00:21:05เมล็ดเจียร์อะไรพวกเนี้ยค่ะส่วนไขมันจาก
00:21:06 → 00:21:09สัตว์อย่าง 3 ชั้นเบคอนชีสก็ทานได้นะคะ
00:21:09 → 00:21:12ไม่ได้ห้ามแต่ควรอยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะ
00:21:12 → 00:21:15อาจจะเร็วๆสัก 10% หรือน้อยกว่านั้นของ
00:21:15 → 00:21:16พลังงานรวม
00:21:16 → 00:21:18>> ทำไมล่ะครับ
00:21:18 → 00:21:21>> เพราะมีข้อมูลค่ะว่าไขมันอิ่มตัวจากสัตว์
00:21:21 → 00:21:24ที่มากเกินไปอาจจะสัมพันธ์กับการเพิ่ม
00:21:24 → 00:21:27ขึ้นของโปรตีนอาโปบีหรือจำนวนอนุภาค LDL
00:21:27 → 00:21:30ได้การเน้นไขมันดีจากพืชจะช่วยส่งเสริม
00:21:30 → 00:21:33ให้มี LDL ชนิดใหญ่หรือ Type A ที่ดู
00:21:33 → 00:21:36เหมือนจะไม่อันตรายเท่าชนิดเล็กหรือ Type
00:21:36 → 00:21:39B แล้วก็อาจจะช่วยลด LDL ชนิดเล็กหรือ
00:21:39 → 00:21:41Type B ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนทำให้เกิด
00:21:41 → 00:21:44พลักได้ง่ายกว่าด้วยค่ะข้อ 5 คอเลสเตอรอล
00:21:44 → 00:21:47จากอาหารเรื่องนี้ก็มีความเข้าใจผิดกัน
00:21:47 → 00:21:50เยอะเหมือนกันข้อมูลชี้ว่าร่างกายเรา
00:21:50 → 00:21:53สร้างคอเลสเตอรอลเองเป็นส่วนใหญ่เลยค่ะ
00:21:53 → 00:21:56ประมาณ 75% เพื่อใช้ในกระบวนการสำคัญ
00:21:56 → 00:21:57สำคัญเยอะมาก
00:21:57 → 00:22:00>> อ๋อร่างกายสร้างเองเป็นหลัก
00:22:00 → 00:22:02>> ใช่ค่ะดังนั้นการกินอาหารที่มี
00:22:02 → 00:22:05คอเลสเตอรอลตามธรรมชาติอยู่บ้างเช่นไข่
00:22:05 → 00:22:08แดงเครื่องในหรืออาหารทะเลในปริมาณที่
00:22:08 → 00:22:11เหมาะสมกับความต้องการโปรตีนโดยรวมก็อาจ
00:22:11 → 00:22:14จะจำเป็นนะคะเพื่อให้ร่างกายรักษาสมดุล
00:22:14 → 00:22:16ได้ไม่จำเป็นต้องงดไปเลยเพราะถ้าร่างกาย
00:22:16 → 00:22:19ได้รับจากอาหารน้อยเกินไปตับก็อาจจะต้อง
00:22:19 → 00:22:21ทำงานหนักขึ้นเพื่อสร้างเองให้เพียงพอ
00:22:21 → 00:22:22อยู่ดีค่ะ
00:22:22 → 00:22:23>> เข้าใจแล้วครับ
00:22:23 → 00:22:27>> ข้อ 6 ใยอาหารและไฟโตสเตรอลใยอาหารโดย
00:22:27 → 00:22:30เฉพาะชนิดละลายน้ำเช่นที่พบในข้าวโอ๊ต
00:22:30 → 00:22:33ถั่วต่างๆผลไม้บางชนิดจะช่วยดักจับ
00:22:33 → 00:22:36คอเลสเตอรอลและน้ำดีในลำไส้ลดการดูดซึม
00:22:37 → 00:22:40กลับเข้าร่างกายค่ะส่วนไฟโตสเตรอลซึ่ง
00:22:40 → 00:22:42เป็นสารจากพืชมีโครงสร้างให้คล้าย
00:22:42 → 00:22:45คอเลสเตอรอลก็จะช่วยเอ่อแข่งขันการดูดซึม
00:22:45 → 00:22:48คอเลสเตอรอลจากอาหารได้ทำให้ร่างกายดูด
00:22:48 → 00:22:50ซึมคอเลสเตอรอลโดยรวมน้อยลงค่ะ
00:22:50 → 00:22:52>> กลุ่มที่ 2 นี่คือการเลือกกินของดีมี
00:22:52 → 00:22:56คุณภาพทั้งไขมันขาบโปรตีนและใยอาหารเลยนะ
00:22:56 → 00:22:59ครับครุบเลยแล้วกลุ่มสุดท้ายแล้วครับ
00:22:59 → 00:23:01>> ตัวละเนื้อเยื่อ
00:23:01 → 00:23:04>> ระบบน้ำเหลืองนี่เกี่ยวกับไขมันโดยตรงเลย
00:23:04 → 00:23:05หรอครับ
00:23:05 → 00:23:08>> ใช่ค่ะการไหลเวียนของน้ำเหลืองที่ดีซึ่ง
00:23:08 → 00:23:11มันสัมพันธ์กับการกินอาหารที่ดีการดื่ม
00:23:11 → 00:23:13น้ำเพียงพอพอการหายใจลึกๆแล้วก็การ
00:23:13 → 00:23:17เคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอมีส่วนสำคัญมาก
00:23:17 → 00:23:19หากระบบนี้ติดขัดน้ำเหลืองไหลเวียนไม่
00:23:19 → 00:23:22สะดวกหรือมีความหนืดสูงก็อาจทำให้ไขมัน
00:23:23 → 00:23:25คอเลสเตอรอลหรือของเสียต่างๆตกค้างใน
00:23:25 → 00:23:27เนื้อเยื่อและผนังหลอดเลือดได้ง่ายขึ้น
00:23:27 → 00:23:30ค่ะการดูแลให้ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนดีจึง
00:23:30 → 00:23:33เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพหลอด
00:23:33 → 00:23:35เลือดและระดับไขมันโดยรวมได้ค่ะ
00:23:35 → 00:23:38>> โอ้โหอันนี้เป็นมุมที่น่าสนใจมากเลยครับ
00:23:38 → 00:23:40เพิ่งเคยได้ยินเรื่องความสำคัญของระบบน้ำ
00:23:40 → 00:23:43เหลืองกับเรื่องไขมันนี่แหละสรุปคือการ
00:23:43 → 00:23:47จัดการ LDL ไม่ใช่แค่เรื่องอาหารไขมันต่ำ
00:23:47 → 00:23:50หรือกินยาแต่เป็นการดูแลระบบร่างกายแบบ
00:23:50 → 00:23:53องค์รวมจริงๆทั้งสมดุลพลังงานฮอร์โมน
00:23:53 → 00:23:56คุณภาพอาหารและแม้กระทั่งระบบไหลเวียนของ
00:23:56 → 00:23:59เสียอย่างระบบน้ำเหลืองเลยนะครับเนี่ยวัน
00:23:59 → 00:24:01นี้เราได้เจาะลึกเรื่อง LDL กันในหลาย
00:24:01 → 00:24:04มิติมากๆเลยนะครับชัดเจนเลยว่ามันซับซ้อน
00:24:04 → 00:24:07กว่าที่เราเคยคิดกันไว้เยอะเลยการที่ LDL
00:24:07 → 00:24:09สูงอาจไม่ได้มาจากแค่การกินไขมันเยอะๆ
00:24:09 → 00:24:12เสมอไปแต่อาจจะเกิดได้จากการกินพลังงาน
00:24:12 → 00:24:15ไม่พอการออกกำลังกายบางรูปแบบการอดอาหาร
00:24:15 → 00:24:18นานไปหรือแม้แต่ลักษณะทางพันธุกรรมเฉพาะ
00:24:18 → 00:24:20ตัวอย่างกลุ่ม Hyper Responder ก็เป็นไป
00:24:20 → 00:24:21ได้ทั้งนั้นเลย
00:24:21 → 00:24:24>> และจุดสำคัญมากๆที่ได้จากงานวิจัยนะคะก็
00:24:24 → 00:24:27คือค่า LDL ที่สูงไม่ได้แปลว่าความเสี่ยง
00:24:27 → 00:24:29โรคหลอดเลือดหัวใจจะสูงตามไปเสมอในทุกคน
00:24:29 → 00:24:33นะคะต้องพิจารณาบริบทอื่นๆประกอบเสมอทั้ง
00:24:33 → 00:24:37สุขภาพโดยรวมภาวะการอักเสบระดับ HDL และ
00:24:37 → 00:24:40ไตรกรซรายรวมถึงอาจจะต้องดูไปถึงชนิดของ
00:24:40 → 00:24:44LDL และระดับ A4B ด้วยดังนั้นแนวทางการ
00:24:44 → 00:24:47จัดการจึงควรเน้นไปที่การปรับปรุงความไว
00:24:47 → 00:24:51ของอินซูลินให้ดีการเลือกกินไขมันดีในสัด
00:24:51 → 00:24:53ส่วนที่เหมาะสมการได้รับพลังงานรวมให้
00:24:53 → 00:24:57เพียงพอการกินใยอาหารสม่ำเสมอและการดูแล
00:24:57 → 00:24:59ระบบไหลเวียนภายในอย่างระบบน้ำเหลืองให้
00:24:59 → 00:25:00ทำงานได้ดีค่ะ
00:25:00 → 00:25:03>> เป็นมุมมองที่เน้นสุขภาพองค์รวมและกลไก
00:25:03 → 00:25:06การทำงานของร่างกายจริงๆนะครับไม่ใช่แค่
00:25:07 → 00:25:10การจ้องที่ตัวเลข LDL เพียงอย่างเดียว
00:25:10 → 00:25:13สำหรับใครที่กำลังกังวลเรื่อง LDL อยู่
00:25:13 → 00:25:15การทำความเข้าใจกลไกเหล่านี้ในร่างกายตัว
00:25:15 → 00:25:18เองและก็อาจจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อ
00:25:18 → 00:25:21ปรับแนวทางส่วนบุคคลก็น่าจะเป็นประโยชน์
00:25:21 → 00:25:24มากๆเลยครับและก่อนจะจากกันวันนี้ผมมีคำ
00:25:24 → 00:25:27ถามทิ้งท้ายให้ลองเก็บไปคิดกันดูเล่นๆนะ
00:25:27 → 00:25:30ครับในเมื่อร่างกายเรามันซับซ้อนขนาดนี้
00:25:31 → 00:25:34แล้วแต่ละคนก็ตอบสนองต่างกันไปบางทีสิ่ง
00:25:34 → 00:25:37ที่เราควรให้ความสำคัญอาจจะไม่ใช่แค่การ
00:25:37 → 00:25:40พยายามควบคุมตัวเลขที่วัดได้จากผลเลิศ
00:25:40 → 00:25:43อย่างเดียวแต่อาจจะเป็นการหัดอ่านและเข้า
00:25:43 → 00:25:46ใจสัญญาณต่างๆที่ร่างกายและระบบเผาผลาญ
00:25:46 → 00:25:48ของเรากำลังส่งออกมาแล้วก็เรียนรู้ที่จะ
00:25:48 → 00:25:51ปรับวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับสัญญาณเหล่า
00:25:51 → 00:25:54นั้นลองคิดดูนะครับว่ามีกระบวนการหรือ
00:25:54 → 00:25:57สัญญาณอะไรในร่างกายเราอีกบ้างที่มันส่ง
00:25:57 → 00:26:00ผลต่อสุขภาพอย่างมหาศาลเลยแต่เราอาจจะยัง
00:26:00 → 00:26:03มองไม่เห็นหรือได้วัดค่ามันจากผลเลือด
00:26:03 → 00:26:06ทั่วๆไปเลยก็ได้วันนี้ขอบคุณสำหรับข้อมูล
00:26:06 → 00:26:09เชิงลึกมากๆนะครับแล้วพบกันใหม่ในการเจาะ
00:26:09 → 00:26:11ลึกครั้งหน้าสวัสดีครับ
00:26:11 → 00:26:13>> ยินดีค่ะสวัสดีค่ะ
00:26:13 → 00:26:31[เพลง]