- คำถาม:
- ถ้าลูกถูกล้อเลียนเพราะเป็น LGBTQ พ่อแม่ควรช่วยอย่างไร?
- คำตอบ:
- พ่อแม่ควรเข้าใจและยอมรับลูกก่อน จากนั้นสอนลูกทักษะการจัดการ เช่น ไม่แสดงอารมณ์โกรธเมื่อถูกล้อ เพราะจะเสริมแรงให้การล้อเลียนซ้ำ แนะนำให้ลูกใช้ท่าทีเฉย ๆ หรือพูดว่า “หนูไม่ชอบ” อย่างมั่นคง (Assertive skills) รวมถึงให้ลูกกล้าไปรายงานครูหรือผู้ใหญ่ หากสถานการณ์รุนแรง และต้องระวังไม่ไปแทรกแซงโดยตรงในวัยรุ่น เพราะอาจทำให้ปัญหาแย่ลง
[PODCAST] Re-Mind | EP.5 - เลี้ยงลูกอย่างไรเมื่อลูกเป็น LGBTQ+ | Mahidol Channel
จากช่อง:Mahidol Channel มหิดล แชนแนล
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:18:41ทีนี้นะครับในเด็กหรือวัยรุ่นที่เป็น LGBTQ
00:18:45บางทีก็จะถูกล้อเลียน
00:18:47เวลาที่ไปโรงเรียนหรือไปอยู่ในสังคม ของเด็กและวัยรุ่นด้วยกัน
00:18:51ก็ถูกล้อเลียน
00:18:52ดังนั้นวันนี้เราจะมาชวนกันฟังว่า
00:18:54เรามีวิธีการอย่างไรเวลาที่พ่อแม่จะช่วยลูก ที่ถูกล้อเลียนนะครับ
00:18:59ลูกที่เป็น LGBTQ
00:19:00อย่างแรกเลยนะครับ สำคัญที่สุดเลยนะครับ
00:19:02พ่อแม่ผู้ปกครองเข้าใจและยอมรับในตัวลูกก่อน
00:19:08ตรงนี้สำคัญนะ เน้นย้ำทุก ๆ จุดในพอดแคสต์นี้เลยว่า
00:19:12พ่อแม่ผู้ปกครองเข้าใจและยอมรับ ในสิ่งที่ลูกเป็นก่อน
00:19:15การเป็น LGBTQ ไม่ได้ผิดอะไร
00:19:19จริง ๆ ถ้าเกิดบอกว่า ชายหญิงคือความปกติ
00:19:22เขาก็อยากปกติเหมือนคนอื่นนี่แหละ
00:19:24แต่ใน EP นี้เราไม่ได้บอกว่า มีแค่ชายกับหญิง
00:19:28หมอยังเชื่อว่า จริง ๆ มันอาจจะมีอีกหลายเพศที่เราไม่รู้จัก
00:19:31แต่ว่าจริง ๆ แล้ว ถ้าเขาเป็นอย่างนั้นต่อ
00:19:32ก็คือเราเข้าใจ แล้วก็ยอมรับไง
00:19:34ว่าเรารักในตัวเขาเหมือนเดิม
00:19:36เขายังเป็นลูกของเราคนเดิม
00:19:37ยังเป็นคนดีที่อยู่ในสังคมนี้ได้เหมือนเดิม
00:19:40เราสามารถเลี้ยงดูเขาให้ปกติได้เหมือนเดิม
00:19:42เข้าใจและยอมรับก่อนเป็นอย่างแรก
00:19:44อย่างที่ 2 นะครับ
00:19:45เราเพิ่มความเข้าใจให้กับลูก
00:19:49ว่าพ่อแม่รักเขา
00:19:52พ่อแม่ยอมรับในตัวเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไรก็ตาม
00:19:55ไม่ว่าลูกเผชิญอะไรก็ตาม
00:19:57พ่อแม่พร้อมจะเป็นฐานที่มั่นทางใจ
00:19:59และพร้อมที่จะส่งเสริม ช่วยเหลือ ป้องกัน ผลักดันให้ลูกเสมอ
00:20:04โอ้โฮ คุณพ่อคุณแม่ครับ
00:20:05ถ้าลูกที่ได้ยินแบบนี้ เขาคงภูมิใจ
00:20:08แล้วเขาคงดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูก ของคุณพ่อคุณแม่นะครับ
00:20:10ไม่ว่าเขาเผชิญกับปัญหาอะไร เขาก็อยากที่จะกลับเข้ามาหาเรานะ
00:20:14อย่างที่ 3 ของการจัดการปัญหาคือ
00:20:17พ่อแม่สอนลูก ให้ไม่แสดงอารมณ์โกรธหรือหงุดหงิด
00:20:22เวลาที่ถูกล้อ
00:20:23ถ้าคนล้อ ล้อปุ๊บ ลูกโกรธ
00:20:27คนล้อเป็นไงครับ
00:20:28สนุกสิ
00:20:29โอ้โฮ เสียใจ
00:20:30คนล้อเป็นไง
00:20:31ก็สนุกเหมือนกันนะ
00:20:33เขาบอกว่าเวลาที่คนที่ถูกล้อ แสดงอารมณ์อะไรออกมาก็ตาม
00:20:38มันจะกลายเป็นว่าไปเสริมแรง ของการกระทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ
00:20:43เสริมพฤติกรรมเชิงลบคือ การล้อนั้นซ้ำเรื่อย ๆ
00:20:46ผู้กระทำก็จะกระทำซ้ำ
00:20:48อันนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการ bully นะครับ
00:20:50กระทำซ้ำ ๆ
00:20:51ดังนั้นต้องตัดวงจรด้วยการที่ ลูกที่ถูกล้อทำท่าเฉย ๆ
00:20:56แต่ไม่ต้องถึงขั้นทำท่าแบบเยาะเย้ย
00:21:00ทำท่าถึงขั้นแบบ… ขออนุญาตนะ เช่นแบบ...
00:21:03ดูไม่น่ารักหรือดูน่าหมั่นไส้
00:21:05แบบนั้นก็จะถูกล้ออีกเหมือนกันนะ
00:21:07เพราะว่ามันจะกลายเป็นว่า ได้รับความสนใจเชิงลบออกไปอีกนะครับ
00:21:11ข้อถัดมาคือ พ่อแม่สอนลูกที่จะมีทักษะ ในการบอกความต้องการที่แท้จริง
00:21:18หรือเราเรียกว่า Assertive skills
00:21:20Assertive skills หมายความว่า
00:21:21ลูกกล้าที่จะบอกว่าลูกไม่ชอบ
00:21:24ว่าผมไม่ชอบ หนูไม่ชอบที่เพื่อนมาทำแบบนี้
00:21:28โดยที่สื่อสารกับคนที่กระทำกับเขา
00:21:30ซึ่งบางทีเวลาสอน พูดน่ะพูดง่าย
00:21:33บางทีพ่อแม่อาจจะต้องซ้อมตั้งแต่อยู่ที่บ้าน
00:21:35ว่าถ้าหนูโดนกระทำ หนูจะตอบโต้อย่างไร
00:21:38Assertive อย่างไรนะ ไม่ใช่ตอบโต้ ตอบโต้มันดู Negative ไปหน่อย
00:21:41ลูกจะ Assertive อย่างไรกับผู้กระทำ
00:21:44จะมีวิธีการสื่อสารอย่างไร ทั้งวิธีการเพิกเฉย
00:21:46และวิธีการบอกว่าเราไม่ชอบ ไม่อยากให้ทำอีกนะครับ
00:21:49ในข้อที่ 4 คือ บางทีเพิกเฉยก็แล้ว Assertive ก็แล้ว
00:21:54หยุดไม่อยู่
00:21:55บางทีลูกอาจจะต้องไปบอกคุณครู
00:21:58ผู้ใหญ่ที่อยู่ในโรงเรียน อยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ ว่า
00:22:00ผมไม่โอเค หนูไม่โอเค โดนคนโน้นคนนี้กำลังกระทำ
00:22:04และข้อสุดท้ายคือ
00:22:05เน้นย้ำว่าถ้าลูกมีอะไร
00:22:08ให้ลูกกลับมาบอกพ่อแม่นะ
00:22:10พ่อแม่เป็นคนสำคัญที่สุด
00:22:12พ่อแม่เป็นคนที่พร้อมที่จะเข้าใจ
00:22:15พร้อมที่จะช่วยเหลือ
00:22:18แต่อย่างไรก็ตามนะครับ เราต้องปกป้องลูกให้ถูก
00:22:21เพราะบางทีก็จะมีคำแนะนำที่บอกว่า
00:22:23พ่อแม่บางทีอาจจะต้องไปสื่อสาร ไปคอยลงไปช่วยแก้ปัญหา
00:22:26แนะนำแบบนี้ครับว่า
00:22:28เราต้องดูตามช่วงวัยของเด็กด้วย
00:22:30เช่น ถ้าเขาเป็นวัยอนุบาลหรือเป็นวัยประถม
00:22:32การที่พ่อแม่ลงไปที่โรงเรียน ไปช่วยเหลือเวลาที่ลูกถูกล้อนี่
00:22:36ยังทำได้อยู่นะครับ
00:22:37หรือว่าไปสื่อสารกับพ่อแม่ ของคู่กรณีที่มาล้อมาแซว
00:22:41ยังทำได้อยู่
00:22:42แต่ถ้าเริ่มเป็นวัยรุ่นแล้วนี่
00:22:44ถ้าพ่อแม่ลงไปจัดการที่โรงเรียนนี่
00:22:47โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดผลลบ
00:22:49เพราะว่าวัยรุ่น มักจะไม่ชอบให้พ่อแม่เข้ามายุ่ง
00:22:52ไม่ชอบให้ผู้ใหญ่เข้ามายุ่ง ไม่ชอบให้ครูเข้ามายุ่ง
00:22:54ถ้าพ่อแม่ลงไป
00:22:55หลาย ๆ รายพบเจอว่า เรื่องยิ่งใหญ่มากขึ้นครับ
00:22:58เด็กคนนั้น วัยรุ่นคนนั้นยิ่งถูกล้อ
00:23:01ยิ่งถูกรังแกมากยิ่งขึ้น
00:23:03ดังนั้น รูปแบบจะต้องเปลี่ยนไป
00:23:05เช่น ติดต่อทางอ้อม สื่อสารกับครู
00:23:07แต่อย่างไรก็ตาม สื่อสารกับลูกเสมอว่า
00:23:09เมื่อไหร่ที่ลูกถูกล้อ ถูกแหย่ ถูกแกล้ง ถูกรังแกด้วยเรื่องเพศสภาพ
00:23:13ให้กลับมาบอก พ่อแม่พร้อมที่จะเป็นเพื่อนคู่คิด
00:23:15พ่อแม่พร้อมที่จะช่วยป้องกัน พ่อแม่พร้อมที่จะให้คำแนะนำ
00:23:19และสำคัญครับ เชื่อมั่นในศักยภาพของลูก ที่คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูเขามา
00:23:24เขามีความมั่นใจในตัวเอง ว่าเขามีความกล้า
00:23:27เขามีทักษะที่จะจัดการปัญหานั้น ๆ ได้
00:23:30แต่ถ้าไม่ไหวนะ พ่อแม่ก็ต้องช่วยเหลือ ในแบบที่เหมาะสมกับวัยเขา
00:23:34แต่ถ้าสุดท้ายแล้วไม่ไหวจริง ๆ
00:23:36ลูกเริ่มดูเหมือน ถูกกระทำซ้ำ ๆ จนมีความเครียด
00:23:40จนไม่แน่ใจว่า จะเกิดเหตุการณ์ในจิตใจเขารุนแรงไหม