ตาเลือดออกได้จริงหรือไม่ และเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง

คำถาม:
ตาเลือดออกได้จริงหรือไม่ และเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง?
คำตอบ:
ตาสามารถเลือดออกได้จริง โดยเฉพาะเมื่อมีการเพิ่มแรงดันในเส้นเลือดฝอยของลูกตา เช่น จากการเบ่งแรง ไอจามแรงๆ ยกของหนัก หรือการใช้มือถือและคอมพิวเตอร์นานเกินไปจนทำให้แรงดันในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เส้นเลือดฝอยแตกและเกิดก้อนเลือดในตาได้ ทั้งนี้อาการนี้มักไม่ส่งผลต่อการมองเห็น และจะค่อยๆ หายเองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่อาจมีอาการระคายเคืองได้ จึงควรพักสายตาตามหลัก 20-20-20 เพื่อลดความเสี่ยง

"จ้องมือถือนานๆ ระวังเป้นโรคนี้ !!" : หมอคุยข่าว :【คุยกับหมออัจจิมา】

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:01:22ลูกก็จัดเต็ม
00:01:24ถูกต้องจนวันนึงค่ะ
00:01:25น้องเนี้ยมีเลือด
00:01:27ออก
00:01:28จากตาก็รีบพาไปหาหมอแล้วคุณหมอก็บอกว่า
00:01:31เส้นเลือดในตาน้องผิดปกติ
00:01:33ก็เลยทำให้อุดตันแล้วก็เกิดเป็นก้อนเลือดขึ้นในตา
00:01:36ผลมาจากการจ้องหรือว่าใช้โทรศัพท์มากเกินไป
00:01:39เล่นมือถือมาก
00:01:40ตาเลือดออกได้เลยหรอคะคุณหมอ
00:01:41คือต้องบอกว่าไอภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกอะ
00:01:44จริงๆคุณแนนมันสาเหตุมันเยอะนะ
00:01:46แต่ถามว่ามันอันตรายไหมมันก็ไม่ได้อันตรายอะไร
00:01:49แต่ว่ามันก็จะมีอย่างเช่น
00:01:50อะไรที่ไปทำให้มันเกิด
00:01:52การเพิ่มแรงดันในเส้นเลือด
00:01:54เส้นเลือดลูกตาอย่างเช่น
00:01:56คุณ
00:01:57ไอ เบ่ง
00:01:58แรงๆ
00:01:59แล้วก็มีการเพิ่มแรงดัน
00:02:01ไอพวกแรงดันในร่างกายที่สูงขึ้นกระทันหันพวกเนี้ยมันก็อาจจะ
00:02:05ส่งผลทำให้เกิดมีการแตกของเส้นเลือดได้หรือว่า
00:02:07ในกลุ่มคนที่เขามีการแข็งตัวของหลอดเลือด
00:02:10คือเราอาจจะไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไรรุนแรงแต่ว่า
00:02:14พอเวลาเรามองปุ๊บก็โห
00:02:16บางทีก็แดงเต็มลูกตาเลย
00:02:18อาจจะทำให้เกิดระคายเคืองได้ในคนไข้บางราย
00:02:21แล้วจริงๆ
00:02:22ทิ้งเอาไว้ก็หายได้เอง
00:02:24ก็คือไม่ส่งผลต่อการมองเห็น
00:02:25ไม่ส่งผลเพราะมันก็เหมือนกับห้อเลือดอะ
00:02:27แต่ไปห้อเลือดตรงตำแหน่งของเยื่อบุตา
00:02:30ซึ่งอันนี้จริงๆแล้วมันใช้เวลา
00:02:32ก็คืออาจะประมาณซักอาทิตย์
00:02:33ถึงสองอาทิตย์มันจะค่อยๆดีขึ้นแต่ในราย
00:02:36ที่เขามีระคายเคืองร่วมด้วยเราก็หยอดตาได้
00:02:38ให้น้ำตาเทียมอะไรพวกเนี้ยไปหยอดได้
00:02:41มันก็จะทำให้รู้สึกแบบระคายเคืองน้อยลง
00:02:43แต่พวกเนี้ยมันเป็นเรื่องของความดันโลหิต
00:02:45ของหลอดเลือด
00:02:46หรืออย่างในเคสน้องในข่าวนี้คืออาจจะ
00:02:49ใช้ดวงตามากจนเกินไปจนแบบแรงดันมันเพิ่มขึ้นใช่ไหมคะ
00:02:53การที่จะป้องกันเนี่ยเราอาจจะต้องดูแลนิดนึงอย่าไปขยี้
00:02:57ตา อย่าไปไอจามแรงๆ
00:02:59หรือไปยกของหนักเป็นประจำที่มัน
00:03:00ต้องเพิ่มพวกแรงดันในร่างกาย ในหลอดเลือด
00:03:04หรือในกรณีที่ใส่คอนแทค
00:03:05เลนส์เนี่ยก็ควรที่จะล้างทำความสะอาดถ้าสมมุติเราต้องทำงานอะไรที่
00:03:09อาจจะมีการกระทบกระเทือนดวงตาอาจจะต้องมีใส่แบบชุด
00:03:12ป้องกัน ป้องกันด้วย
00:03:14แล้วก็จริงๆแล้วเนี้ย
00:03:16การออกกำลังกายเนี่ยก็เป็นตัวนึงที่ช่วยในการลด
00:03:19ปัญหาไอพวกหลอดเลือดแข็งตัว
00:03:21หรือปัญหาเรื่องของความดันโลหิตสูง
00:03:23คนสูงอายุอย่างเงี้ยเราต้องดู
00:03:25ว่ามันมาจากภาวะความดันโลหิตสูงมั้ย
00:03:28อันนี้ก็กระตุ้นทำให้เกิดได้ง่ายหรือ
00:03:30ถ้าอย่างเด็กเนี้ยบางทีมาจากการ
00:03:32จ้องคอมพิวเตอร์นาน จ้องมือถือนานๆ ก็ต้องมีวิธี
00:03:35หมั่นพักสายตา
00:03:37อย่างที่เราเคยคุยกันในรายการคือ
00:03:39ใช้ rules of twenty
00:03:4120 20 20
00:03:43พักสายตาทุก20วินาที
00:03:45ทุก20นาทีคุณจะต้องมองออกไปไกลๆ
00:03:4920มองไปไกล20ฟุตอย่างเงี้ยเป็นต้น
00:03:52มันก็ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า อ่อนล้าของดวงตา
00:03:55กระตุ้นทำให้มีการกระพริบตาบ่อยขึ้น
00:03:58ถ้าเรารู้ว่าอะไรที่มันจะทำให้เกิดวามเสี่ยงให้
00:04:01เส้นเลือดฝอยตาแตกก็อย่าไปทำนะ หลีกเลี่ยงนะคะแล้วก็
00:04:04เอาสูตรคุณหมอไปนะคะ
00:04:06พักสายตา20วินาที
00:04:09ทุก20นาที มองออกไปไกล20ฟุต
00:04:13ท่องสูตรนี้ไว้เลย