- คำถาม:
- จะฟื้นฟูผิวหน้าให้ใสและลดอาการหน้าหมองได้อย่างไร?
- คำตอบ:
- การฟื้นฟูผิวหน้าให้ใสต้องเริ่มจากการดูแลผิวอย่างเหมาะสม โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่นุ่มนวล เช่น ครีมล้างหน้าแบบเบาๆ หรือ Moisturizing Cleanser ที่มีส่วนผสมของน้ำมันธรรมชาติอย่าง Shea Butter หรือ Almond Oil เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว (skin barrier) หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนหรือโฟมแรงๆ ควรล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น Hyaluronic Acid และ Antioxidant เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการอักเสบ อาจใช้กรดผลไม้ เช่น Lactic acid, Alpha Hydroxy Acid หรือ Salicylic Acid อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน รวมถึงใช้ครีมกันแดดที่ป้องกันทั้ง UVA, UVB และ Blue Light โดยไม่มีน้ำหอมหรือสารกันบูด และพิจารณาใช้ผลิตภัณฑ์เสริมที่มี Growth Factor หรือ Peptide เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ หรือรับประทานวิตามินอาหารเสริมเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและลดความเสื่อมของผิว
หมอชวนคุย : กู้หน้าหมองคล้ำ ปรับผิวใส
จากช่อง:คุยกับหมออัจจิมา
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:08:10คราวนี้ถามว่าอ่ะ แก้แล้ว แล้วเราจะฟื้นฟูได้ยังไง ค่ะ
00:08:13จริงๆ ต้องบอกว่าการฟื้นฟูผิวก็คือการดูแลผิวให้มันมีความเสื่อมช้าที่สุด
00:08:19นั่นหมายความว่าเราก็จะต้องดูแลผิวให้มันถูกต้องเหมาะกับสภาพผิวของเรา สิ่งที่เราจะต้องทําอันแรกคือทําไรให้มันเบาๆ
00:08:28ค่ะ ให้มันนุ่มนวล คืออย่าไป ใช้อะไรที่มันแรงๆ กับหน้า
00:08:34ค่ะ อันนี้สําคัญมากๆ เลยนะคะ เพราะฉะนั้นเราก็อาจจะใช้เป็น oil
00:08:37ล้างเครื่องสําอาง ค่ะ แล้วก็ใช้ Cleansing เบาๆ นะคะ
00:08:42ที่จะล้างเอาพวกเคมีออกให้หมด ค่ะ
00:08:44ไม่ให้มีอะไรแบบไปอุดตันรูขุมขนอย่างเงี้ยคือทําอะไรที่มันเบาๆ
00:08:49แต่จะไม่ใช้พวกโทนเนอร์ อะไรที่แบบแรงๆ ทําความสะอาดล้ำลึกเข้าไปถึงรูขุมขนข้างในอะไรอย่างเงี้ย
00:08:56เราไม่ต้องการ ค่ะ เพราะเราต้องการ
00:08:58น้ำมันที่ผิวเราต้องการรักษาความชุ่มชื้นที่ผิว
00:09:01ค่ะ แล้วเราต้องการให้ความแข็งแรงของผิวหรือ
00:09:05skin barrier เนี่ยที่แข็งแรง ค่ะ การเลือกผลิตภัณฑ์เหล่านี้
00:09:09บางทีต้องอาศัยผู้รู้ที่ต้องอาศัยแพทย์ช่วยแนะนํา นะคะ
00:09:13เพื่อจะใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามที่มันทําความสะอาดผิวโดยที่ไม่ทําลายเกราะป้องกันหรือ skin barrier ของผิวและไม่ทําให้เกิดการอักเสบของผิว
00:09:23ค่ะ นอกจากนี้แล้วเนี่ย เวลาเราใช้น้ำทําความสะอาดผิว
00:09:27ไม่ควรจะใช้น้ำร้อน เราอาจจะแบบล้างหน้าก่อน ค่ะ
00:09:30แล้วค่อย ไปอาบน้ำล้างหน้าก็คือใช้น้ำเย็น
00:09:33เพราะว่าเวลาเราใช้น้ำร้อนเนี่ยคุณแนนอาจจะรู้สึกสบายจริง
00:09:37แต่ว่าน้ำร้อนบวกกับโฟมแรงๆ หรือบวกกับสบู่แรงๆ มันจะทําลายความแข็งแรงของผิวไปหมดเลย
00:09:44นั้นผิวบางทีก็อาจจะเกิดมีการอักเสบ อาจจะแดงหรืออาจจะเป็นขุยได้
00:09:49หรือแม้กระทั่งบางทีเนี่ยคุณแนนจะใช้cleanser เนี่ย มันมีนะ เขาเรียกว่า Moisturizing cleanser
00:09:55คือเป็นตัวล้างผิวที่บํารุงผิวไปด้วยซึ่ง
00:10:00จริงๆ แล้วเนี้ยมันคือ ideal เลย ค่ะ เราควรที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ทําความสะอาดผิว
00:10:04ค่ะ โดยที่มันสามารถที่จะบํารุงหรือดูแลผิวไปด้วยซึ่งบางทีพวกนี้เขาจะใส่พวก oil
00:10:09ค่ะ Shea Butter หรือพวก Almond Oil อะไรพวกเนี้ยเข้าไป
00:10:13เรารู้ว่าความหมองคล้ำเนี้ยส่วนหนึ่งมันมาจากการที่มันมีการผลัดเซลล์ไม่ดี ค่ะ การผลัดเซลล์ผิวมันจะรู้ว่าโอเคนะ
00:10:21ถึงจุดทุก14-28 วัน
00:10:24ผิวของเราจะต้องมีการผลัดออก เพราะถ้าไม่ผลัดมันก็จะหมองคล้ำ
00:10:28งั้นบางทีเนี่ย ไลฟ์สไตล์เราที่ไม่ดี
00:10:31เมตาบอลิซึมของเซลล์ไม่ดี น่ะ ฮอร์โมนที่มันเปลี่ยนไป
00:10:36มันก็จะทําให้การผลัดเซลล์ผิวเนี่ย ที่มันควรจะเกิดเนี่ย มันไม่เกิด
00:10:40แน่นอนเลยคนพวกเนี่ยก็จะมาด้วยหน้าหมอง
00:10:44ซึ่งถามว่าการรักษาของมันก็คือเราอาจจะมีการรักษาอะไรก็ตามที่ช่วยทําให้มีการผลัดเซลล์ผิว ค่ะ ในกลุ่มคนพวกนี้
00:10:51อาจจะเป็นเครื่องมือที่เราแบบหาซื้อมาที่ทํา นุ่มนวลกับผิว
00:10:55อะไรให้มีการ ขัดผิวพวกนวดหน้าไฟฟ้า
00:10:59หรือว่าใช้เป็นกรดผลไม้อะไรก็ได้ก็มีขาย ค่ะ
00:11:02พวก Lactic acid , Alpha Hydroxy Acid , Salicylic Acid
00:11:07กลุ่มพวกเนี่ยคือช่วยได้แต่ว่าเราต้องมีการใช้ให้ถูกวิธี ค่ะ อาจจะอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง
00:11:12อาทิตย์ละสองครั้ง ดูตามสภาพผิว คืออย่าทํามากเกินไป ค่ะ
00:11:18จนกระทั่งมันไปทําลายเกราะป้องกันของเรา พอเราทําให้ผิวมันมีการหลุดลอกออก
00:11:23ก็จะผิวมันก็จะเด้งใส เงาขึ้น ค่ะ
00:11:26ซึ่งอันเนี่ยเราสามารถจะทําเป็นประจําได้ ค่ะ เราอาจจะเลือก คู่กับ
00:11:31Maskหน้าจริงๆ ก็คือการทา Moisturizer ทิ้งเอาไว้ค่ะ
00:11:34ซึ่งกลุ่มพวกเนี่ยเขาก็จะมีพวก Antioxidant สารต้านอนุมูลอิสระนะ
00:11:37hyaluronic acid เพิ่มความชุ่มชื้น
00:11:40เนี่ยมันก็จะเป็นตัวที่ช่วยทําให้ การอักเสบของผิวลดลงและเพิ่มความชุ่มชื้นของผิว
00:11:45รวมไปถึงการป้องกันโดยการใช้พวกครีมกันแดดค่ะ
00:11:49ที่มันมีคุณสมบัติในการที่ป้องกันได้หลายๆ รังสี ค่ะ ทั้ง UVA ทั้ง UVB
00:11:56ทั้ง Blue Light ทั้ง visible light แล้วก็ต้อง
00:11:58ไม่มีส่วนประกอบของสารที่อาจจะเป็นสารกันบูดหรือสารน้ำหอม ซึ่งมันจะไปเพิ่มการ
00:12:05ทําลายของเซลล์ทําลาย DNA ของเซลล์ซึ่งเราไม่ต้องการ ค่ะ
00:12:09นอกจากนี้เขายังมีการแอดบางอย่างเข้าไปเขาเรียกว่าเป็นกลุ่มพวกเพิ่มการเจริญของเซลล์ อย่างเช่นพวก Growth Factor
00:12:16อย่างเช่นพวก peptide ค่ะ อันนี้ก็เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เขามีการใช้
00:12:20ค่ะ เพื่อที่จะทําให้มันมีการซ่อมเซลล์มากขึ้น
00:12:24ซึ่งในอเมริกาตอนนี้คือดังมาก ใช้ Growth Factor ค่ะ
00:12:29ใช้ stem cell ในอเมริกาดังมากๆเลยน่ะ
00:12:32เพราะว่ามันฟื้นฟูผิวอย่างหลายๆ อย่างเนี่ย
00:12:34เวลาเราทํา เราจะรู้ว่าจุดหนึ่งเนี่ย
00:12:38การตอบสนองต่อผิวของคนไข้ที่อายุหนึ่งมันไม่ค่อยดี ค่ะ
00:12:41มันไม่ค่อยดีเพราะว่าการซ่อมแซมเซลล์เขาไม่ดี หรือฮอร์โมนที่มันเปลี่ยนไปของคนไข้เนี่ยมันเป็นตัวที่ทําให้การสร้างคอลลาเจนใหม่มันน้อย
00:12:51ค่ะ งั้นวิธีที่ช่วยได้ก็คือคุณก็เอาวิธีที่ไป repair เซลล์
00:12:56ทําไงให้มันมีการสร้างเซลล์ใหม่ให้มันเยอะขึ้น
00:12:59ค่ะ นะคะแล้วก็อาจจะรวมกับกลุ่มของการใช้พวกเลเซอร์ต่างๆ
00:13:05พวกพลังงานต่างๆ ทั้งแสง ทั้งเสียง ทั้งคลื่นความถี่
00:13:10วิทยุ อะไรใช้ได้หมดเลย ค่ะ กลุ่มพวกพลังงานทั้งหมด
00:13:13หรือเราอาจจะรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมบางอย่างเข้าไป ค่ะ
00:13:16เพื่อจะช่วยทําให้เสริมภูมิต้านทานของร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงของผิว
00:13:21หรือวิตามินบางอย่างก็ไปทําให้ไบโอเคมีหรือพวกชีวเคมีในร่างกายทํางานดีขึ้น
00:13:27หรือเพิ่มพวกสารต้านอนุมูลอิสระเข้าไปมันก็จะเป็นตัวที่ช่วยทําให้ความเสื่อมของผิวในร่างกายของเรามันเกิดน้อยลง
00:13:36มีการกระตุ้นเซลล์ใหม่กระตุ้นคอลลาเจนกระตุ้น Elastin มากยิ่งขึ้น ค่ะ ทําให้สุขภาพเซลล์เราแข็งแรง
00:13:42สุขภาพเซลล์แข็งแรงเมื่อไหร่ผิวใสเอง เนี่ยค่ะ
00:13:46แบบที่คุณหมอพูดตั้งแต่ตอนเปิดรายการเลย ใช่