จะตรวจหาการแพ้อาหารได้อย่างไร และควรสังเกตอะไรเมื่อมีอาการผิดปกติหลังกินอาหาร

คำถาม:
จะตรวจหาการแพ้อาหารได้อย่างไร และควรสังเกตอะไรเมื่อมีอาการผิดปกติหลังกินอาหาร?
คำตอบ:
การตรวจหาการแพ้อาหารสามารถทำได้โดยการตรวจเลือดเพื่อดูระดับแอนติบอดี IGE หรือ IGG ที่เกี่ยวข้องกับการแพ้ รวมถึงสังเกตอาการที่เกิดขึ้นหลังรับประทานอาหาร เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดข้อ หรือสิวขึ้นภายใน 2-3 ชั่วโมง ถ้าพบอาการเหล่านี้ควรหยุดทานอาหารชนิดนั้นและพิจารณาตรวจเพื่อยืนยันสาเหตุ

รายการคุยกับหมออัจจิมาช่วงหมอคุยข่าว ตอน เต้าหู้ไข่

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:05:32การแพ้อาหารแบบหลังที่เป็นการแพ้อาหารแบบแฝงเนี่ย
00:05:35เวลาที่ร่างกายมีการกระตุ้นภูมิต้านทานที่ผิดปกติคุณแนน
00:05:39มันจะทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย
00:05:41พอการอักเสบร่างกายมีมากขึ้นๆเลยเป็นเรื้อรัง
00:05:45มันจะทำให้เกิดภาวะภูมิเพี้ยนได้
00:05:47อย่างในโรคของคนไข้ที่เป็นภาวะภูมิเพี้ยนเนี่ย
00:05:51พบว่ามันมีต้นตอมาจากการกระตุ้นภูมิต้านทาน
00:05:55ที่ผิดปกติของร่างกายอยู่เรื่อยๆ
00:05:57คือเราต้องสังเกตว่าเรามีอาการอะไรที่ผิดปกติบ้าง
00:06:02บางทีเนี่ยเราไปทานส้มตำ
00:06:05ใส่ปลาร้า
00:06:07กลับมาวันนั้นปุ๊บมีปัญหาเลย
00:06:11ก็ต้องดูซิว่าอาจจะเป็นจากปลาร้าที่เราทานหรือเปล่า
00:06:14ก็ต้องสังเกตและก็ต้องพยายามอย่าไปสัมผัสสารพวกนี้
00:06:18หรือเป็นสิวเนี่ยพบบ่อยมาก
00:06:21ทานไปปุ๊บไม่เกิน 2 - 3 ชั่วโมงสิวอักเสบขึ้น
00:06:25อย่างงี้ก็แสดงว่าเราต้องกลับมาดูและว่า
00:06:28อาหารอะไรที่เป็นตัวกระตุ้น
00:06:30ต้องใช้วิธีตรวจเลือด
00:06:32เพราะฉะนั้นนี่ก็คือนอกจากที่เราจะสังเกตตัวเองแล้ว
00:06:35กับอาการที่เกิดขึ้นเวลาเรารับประทานอาหารบางอย่าง
00:06:38อีกหนึ่งวิธีก็คือไปตรวจหาก่อนเลยก็ได้
00:06:40ตรวจเลือดก็สามารถจะทราบได้ว่าเราแพ้อาหารอะไรบ้าง