00:00:00 → 00:00:07[เสียงดนตรี]
00:00:07 → 00:00:11เพื่อนเขาอยากจะไปร้องคาราโอเกะกัน แล้วเราไม่เคยไปเลย
00:00:11 → 00:00:13ชวน 10 รอบ ไม่เคยไป 10 รอบค่ะ
00:00:13 → 00:00:17ถึงขั้นแบบ...ยกมือแบบ...ขอร้อง เนตรไปเถอะนะอะไรอย่างนี้
00:00:17 → 00:00:21ผมมีเพื่อนเป็นคนที่มีชื่อเสียง ยืนพูดบนเวทีนี่ คนฟังเป็นหลักหมื่น
00:00:21 → 00:00:24แต่เขาบอกว่าจริง ๆ แล้วนี่เขาเป็น Introvert แล้วเขาเหนื่อย
00:00:24 → 00:00:26[เสียงดนตรี]
00:00:26 → 00:00:29แต่เราเวลาออกไปข้างนอกนี่ เราได้พลังเยอะกว่านั้น
00:00:29 → 00:00:33ได้ฟังเรื่องราวของเพื่อน เป็นประสบการณ์ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน
00:00:33 → 00:00:37ผมกลับรู้สึกว่านี่เป็นพลังที่กลับมา ให้ผมมีแรงมีไฟในการทำงานเยอะขึ้นอีก
00:00:37 → 00:00:41ตอนที่เราไปอยู่กับเพื่อนน่ะ เราก็สนุกเหมือนกันนะ
00:00:41 → 00:00:44แต่ว่าเรารู้สึกเหมือนมันถูกกดดันเนอะ
00:00:44 → 00:00:44ใช่
00:00:44 → 00:00:47ว่าเราต้องแบบ…สนุกให้เหมือนคนอื่น
00:00:47 → 00:00:50แล้วเราก็รู้สึกว่า เฮ้ย มันไม่ใช่เรา
00:00:50 → 00:00:52ยิ่งเหนื่อยเข้าไปใหญ่เลยคราวนี้
00:00:52 → 00:00:54ทำไมต้องพยายามด้วย
00:00:54 → 00:00:56ไปถึงมันไม่เห็นต้องพยายามอะไรเลย
00:00:56 → 00:01:02[เสียงดนตรี]
00:01:03 → 00:01:06วันนี้รายการดีต่อใจ พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุย
00:01:06 → 00:01:11EP นี้พวกเราจะมาคุยกันในเรื่องของความรู้สึก หรือนิสัยส่วนตัวกันครับ
00:01:11 → 00:01:14จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เกิดมานานแล้วในสังคมไทย
00:01:14 → 00:01:18แต่เราเรียกกันว่ารักสันโดษบ้าง โลกส่วนตัวสูงบ้าง
00:01:18 → 00:01:21แต่คำที่เรารู้จักกันโดยทั่วไปก็คือคำว่า “Introvert”
00:01:21 → 00:01:24จริง ๆ แล้วนิสัยส่วนตัว ก็ไม่น่าจะสร้างความทุกข์
00:01:24 → 00:01:26หรือความลำบากในการใช้ชีวิตใช่ไหมครับ
00:01:26 → 00:01:27แต่วันนี้ผมบอกเลยว่า
00:01:27 → 00:01:30เราจะได้รู้จักอีกแง่มุมหนึ่ง ของคนที่เป็น Introvert
00:01:30 → 00:01:35ว่าจริง ๆ แล้วนี่ เขามีความทุกข์ ความยากลำบากอะไรบ้างในการใช้ชีวิต
00:01:35 → 00:01:38และรายการดีต่อใจ จะช่วยปลดล็อกความรู้สึกพวกเขาได้อย่างไร
00:01:38 → 00:01:43ผ่านกิจกรรมที่เรียกว่า “คุยกับตัวเองระหว่างสองเสียงในใจ”
00:01:43 → 00:01:49[เสียงดนตรี]
00:01:49 → 00:01:51ผมมีเพื่อนหลาย ๆ คน
00:01:51 → 00:01:53บางคนนี่ เราเห็นเขานี่
00:01:53 → 00:01:56จริง ๆ เป็นคนที่มีชื่อเสียง ในวงการบันเทิงเลยนะ
00:01:56 → 00:01:59ยืนพูดบนเวทีนี่ คนฟังเป็นหลักหมื่น
00:01:59 → 00:02:01แต่พอคุยกับเขานี่ ด้วยความที่เป็นเพื่อนสนิท
00:02:01 → 00:02:03แต่เขาบอกว่าจริง ๆ แล้วนี่เขาเป็น Introvert
00:02:03 → 00:02:03อืม
00:02:03 → 00:02:05ผมมองหน้าเขา แล้วผมก็บอกว่า
00:02:05 → 00:02:08ถ้าคุณเป็น Introvert นี่ ผมก็เป็นฤาษีแล้วล่ะ
00:02:08 → 00:02:09[เสียงหัวเราะ]
00:02:09 → 00:02:14เออ...เพราะว่าเขาสามารถพูดคุย ดูเฟรนลี่ ดูแล้วลื่นไหลต่อเนื่อง
00:02:14 → 00:02:17ดูแล้วไม่ได้มีความรู้สึกว่า เขาเป็น Introvert แต่อย่างใด
00:02:17 → 00:02:17อืม
00:02:17 → 00:02:22ทุกครั้งที่เขาขึ้นไปทำงานนี่ คือเขารู้ว่ามันเป็นงาน เขาก็ต้องพยายามทำ
00:02:22 → 00:02:23แล้วเขาเหนื่อย
00:02:23 → 00:02:23ค่ะ
00:02:23 → 00:02:24อีกอันหนึ่งก็คือว่า
00:02:24 → 00:02:27เราเจอคนในครอบครัวเราเองนี่แหละ
00:02:27 → 00:02:30เขารู้สึกว่า เขานี่ต้องเข้าสังคม
00:02:30 → 00:02:31อืม
00:02:31 → 00:02:32เพราะเขาต้องการมีเพื่อน
00:02:32 → 00:02:35จริง ๆ เขาอยากอยู่บ้านเฉย ๆ เหนื่อยแล้ว
00:02:35 → 00:02:38แต่เป็นเพราะว่ากลัวว่าเขาจะถูก Left out
00:02:38 → 00:02:39อืม
00:02:39 → 00:02:42ไม่ถูกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมของเพื่อนฝูง
00:02:42 → 00:02:43เพราะฉะนั้น ไม่ได้ ต้องไป
00:02:43 → 00:02:44ค่ะ
00:02:44 → 00:02:47วันนี้ก็เลยเป็นหัวข้อ ที่อยากจะเอามาพูดคุยกันว่า
00:02:48 → 00:02:49เฮ้ย ถ้าเราเป็น Introvert นี่
00:02:49 → 00:02:51เท่าไหร่มันถึงจะเรียกว่าพอดี
00:02:51 → 00:02:51ค่ะ
00:02:52 → 00:02:54คุณหมอเจอลักษณะแบบนี้เยอะไหมครับ
00:02:54 → 00:02:55เจอเรื่อย ๆ ค่ะ
00:02:55 → 00:02:58แต่ว่าจริง ๆ อยากบอกว่า ความเป็น Extrovert, Introvert นี่
00:02:58 → 00:03:01จริง ๆ มันไม่ได้เป็น All or none ไม่ได้เป็นขาว-ดำ
00:03:01 → 00:03:02อืม
00:03:02 → 00:03:04แปลว่าคือเราก็มีบางส่วน
00:03:04 → 00:03:07อาจจะ Introvert มากหน่อย มี Extrovert
00:03:07 → 00:03:09เดี๋ยวนี้มีศัพท์ใหม่ด้วยซ้ำ ว่าเป็น Ambivert
00:03:09 → 00:03:10อา..อา..ใช่ เคยได้ยิน
00:03:10 → 00:03:14คือถ้าเป็นคนที่เราถูกคอ หรือคนแบบคอเดียวกันนี่
00:03:14 → 00:03:16เหมือน Extrovert เลย อะไรอย่างนี้
00:03:16 → 00:03:21หรือบางทีเป็นเรื่องของการทำงานก็ได้ ที่เขาสะสมมาเหมือนที่เพื่อน อ.จุ๊บแบบนี้ค่ะ
00:03:21 → 00:03:21ครับผม
00:03:22 → 00:03:26มีหลากหลายมาก แต่ว่าเราก็จะเจอ ความขัดแย้งภายในเนอะ
00:03:26 → 00:03:29ว่า เอ๊ะ เราจะออกไปหรือเราจะอยู่
00:03:29 → 00:03:32- ยังไงดีกว่า - จะไป จะอยู่แบบไหนดี
00:03:32 → 00:03:32ครับผม
00:03:32 → 00:03:35ค่ะ เพราะมนุษย์มีความต้องการทั้งหมดน่ะค่ะ
00:03:35 → 00:03:38ก็คือเราก็อยากมีเวลาเป็นของตัวเอง อยากได้เป็นตัวเอง
00:03:38 → 00:03:40แต่ในขณะเดียวกัน เราก็อยากเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
00:03:40 → 00:03:41อืม
00:03:41 → 00:03:43เพราะฉะนั้น ความขัดแย้งนี้จะมีตลอดเวลาเลย
00:03:43 → 00:03:44อืม ๆ
00:03:44 → 00:03:49เพราะฉะนั้น ในวันนี้ก็เลยมีแขกรับเชิญที่ ทั้ง 2 ท่านก็คือคุณเจมส์ สวัสดีนะครับ
00:03:49 → 00:03:51แล้วก็คุณเจนนะครับ
00:03:51 → 00:03:53เจมส์กับเจนนะครับ ชื่อคล้าย ๆ กันนะครับ
00:03:53 → 00:03:56แต่ทั้ง 2 ท่านเคลมว่าเป็น Introvert ทั้งคู่
00:03:56 → 00:03:59คือเริ่มต้นเลยครับ จากช่วงมหาวิทยาลัยครับ
00:03:59 → 00:04:01คือมีกลุ่มเพื่อน 3-4 คนนี่ล่ะครับ
00:04:01 → 00:04:05ชอบชวนผมไปตั้งวงกินเหล้า เล่นไพ่
00:04:05 → 00:04:08กินอยู่อย่างนี้ซ้ำ ๆ เป็นหลายปีแล้วครับ
00:04:08 → 00:04:10ทำให้หมด…เกือบหมดตัวครับ
00:04:10 → 00:04:12แล้วเรารู้สึกเราอยากจะหนีออกจากตรงนั้น
00:04:12 → 00:04:14แต่ตอนนั้นไป สนุกไหม
00:04:14 → 00:04:16ตอนแรกสนุก แต่หลัง ๆ มาเริ่มเครียดแล้ว
00:04:16 → 00:04:18ไม่มีตังค์ อยากจะออกจากตรงนั้น
00:04:18 → 00:04:22แล้วเริ่มไม่อยากจะมีเพื่อน ไม่อยากจะมีสังคมแล้วครับ
00:04:22 → 00:04:23ก็เลยออกมาอยู่คนเดียว
00:04:23 → 00:04:25พอออกมาอยู่คนเดียวได้ประมาณ 2-3 ปี
00:04:25 → 00:04:27กลับไปอยู่กับเพื่อนกลุ่มเดิมอีก
00:04:27 → 00:04:31ปรากฏว่าอยู่ได้ไม่ถึง 30 นาที ที่ผมเคยนับเวลา
00:04:31 → 00:04:33เบื่อ รู้สึกเซ็ง แล้วไม่อยากเข้าหาสังคมอีกแล้ว
00:04:33 → 00:04:36ทั้งที่เป็นเพื่อนเก่า ที่เราเคยรู้จักกันมานานมาก
00:04:36 → 00:04:37ใช่ครับ
00:04:37 → 00:04:42คือผมรู้สึกหงุดหงิดกับคำพูดของเพื่อน บางคำพูดอะไรอย่างนี้
00:04:43 → 00:04:46คือเรา…เราก็เลยแบบ... ลองอยู่คนเดียวดีไหม
00:04:46 → 00:04:49วิธีแก้ปัญหาก็คือ การไปเที่ยว
00:04:49 → 00:04:53อย่างเช่น เดือนนี้ผมก็จะไปกระบี่นี่ ประมาณ 3-4 วัน
00:04:53 → 00:04:55- ไปคนเดียว? - ไปคนเดียวครับ
00:04:55 → 00:04:58เราพยายามฝึกตัวเองให้อยู่คนเดียวให้เป็น ประมาณนั้นน่ะครับ
00:04:58 → 00:05:01จนผมอยู่มาประมาณ 3-4 ปี
00:05:01 → 00:05:02เหมือนจะเป็นหนักกว่าเดิมครับ
00:05:02 → 00:05:03อืม
00:05:03 → 00:05:05แล้วทีนี้ไม่อยากเข้าหาสังคมเลยครับ
00:05:05 → 00:05:08- สังคมเดิม ไม่อยากเข้าหาสังคมเดิมเลย - ใช่ครับ
00:05:08 → 00:05:10แต่สังคมใหม่นี่ก็ยังรู้สึกอยากจะไปอยู่
00:05:10 → 00:05:12อยากจะไปครับ ผมกำลังค้นหาครับ
00:05:12 → 00:05:15แต่ยังไม่พบ ณ ปัจจุบันนี่ครับ
00:05:15 → 00:05:16โดยการไปเที่ยวนี่ล่ะครับ
00:05:16 → 00:05:19คือในสังคมเพื่อนเก่า ที่เคยพาไปกินเหล้าอะไรอย่างนี้ครับ
00:05:19 → 00:05:21เรารู้สึกแล้ว ไม่สบายใจ
00:05:21 → 00:05:25แต่สังคมที่ทำงานนี่ ก็ยังเป็นแบบนั้นหรือครับ พาไปกินเหล้า
00:05:25 → 00:05:26- เหมือนเดิมครับ เหมือนเดิมครับ - เหมือนเดิมเลย อ๋อ
00:05:26 → 00:05:30มันเป็นเหมือนแบบ Copy กันมาอย่างนี้ครับ เซตเดียวกันเลย
00:05:30 → 00:05:32ต่างคน ต่างกรรม ต่างวาระ
00:05:32 → 00:05:37แต่ลักษณะของการไปสังสรรค์กัน ก็คือจะเป็นเหมือนเดิม กินเหล้า
00:05:37 → 00:05:39- เหมือนเป็นสิ่งที่เราไม่ได้ชอบ ไม่อยากทำ - ใช่ครับ
00:05:40 → 00:05:44จริง ๆ อันนี้ดูเหมือนเป็นสิ่งแวดล้อม มากกว่าเป็นความเป็นคุณเจมส์นะ
00:05:44 → 00:05:46เพราะดูเหมือนเขาก็อยากเข้าหาคน
00:05:46 → 00:05:50จะเข้าหา พยายามครับ เปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ว่าก็เลย...
00:05:50 → 00:05:53แต่จริง ๆ ยังไม่เจอคนคอเดียวกัน
00:05:53 → 00:05:54- ใช่ครับ ใช่ครับ - ครับผม
00:05:54 → 00:05:56[เสียงดนตรี]
00:05:56 → 00:05:59คุณเจมส์บอกว่าการที่พยายามเข้าสังคมใหม่นี่
00:05:59 → 00:05:59ครับ
00:05:59 → 00:06:04ถึงขั้นพยายามเลียนแบบบุคลิกคนอื่น เพราะอยากจะเข้าสังคมใหม่ให้ได้
00:06:04 → 00:06:05มันเป็นยังไงครับ
00:06:05 → 00:06:08ก็คือผมก็มีไอดอลอย่างนี้ครับ ที่จะเลียนแบบครับ
00:06:08 → 00:06:11- ก็พี่ตูนครับ - อ๋อ พี่ตูน แล้วเลียนแบบยังไง
00:06:11 → 00:06:12ก็ร้องเพลงครับ
00:06:12 → 00:06:13อ๋อ
00:06:13 → 00:06:17แล้วก็ยืนไกว่ขา แล้วก็เอาแขนไกว่หลังอย่างนี้
00:06:17 → 00:06:19อ๋อ ก็คือทำท่าเลยให้เหมือนเลย
00:06:19 → 00:06:21ครับ มือขวาถือไมค์ มือซ้ายไพล่หลัง
00:06:22 → 00:06:24- วิธีการพูดอะไรเลียนแบบด้วยไหม - ใช่ครับ
00:06:24 → 00:06:25อ๋อ
00:06:25 → 00:06:26เฉพาะบนเวทีไหมคะ
00:06:26 → 00:06:29แล้วถ้าเราออกมาเจอเพื่อนในเวลาทั่ว ๆ ไป
00:06:29 → 00:06:30ก็ทำเหมือนกันครับ
00:06:30 → 00:06:31อา...
00:06:31 → 00:06:33ทำแบบให้มันสนุก เพื่อนจะได้สนุกด้วย
00:06:33 → 00:06:34- อ๋อ เพื่อนจะได้สนุก - ใช่ครับ
00:06:34 → 00:06:37- อ๋อ เหมือนเล่นสนุกเท่านั้น
00:06:37 → 00:06:40แล้วเหนื่อยไหมครับ ตอนที่พยายามทำตัวเป็นพี่ตูน
00:06:40 → 00:06:41เหนื่อยมากครับ
00:06:41 → 00:06:43[เสียงดนตรี]
00:06:43 → 00:06:45ประมาณ ม.4 ม.5 ม.6
00:06:45 → 00:06:50คือ เพื่อนมักจะเรียกเราว่าแบบ... เนตรเป็นคนส่วนตัวสูงนะอะไรอย่างนี้
00:06:50 → 00:06:52ค่ะ ก็คือเวลาหลังเลิกเรียน
00:06:52 → 00:06:55เขาก็อาจจะมีแบบไปเที่ยว หรือไปไหนสักที่นึงอะไรอย่างนี้
00:06:55 → 00:06:57แต่เราก็ไม่อยากไป
00:06:57 → 00:07:02เราสโคปเวลาไว้แค่ว่าเราไปเรียนช่วงเช้า กลับช่วงเย็น แค่นั้นค่ะ
00:07:02 → 00:07:05แต่พอขึ้นมหาวิทยาลัย เราเริ่มรู้สึกว่า
00:07:05 → 00:07:08เพื่อนเขาอยากจะไปร้องคาราโอเกะกัน แล้วเราไม่เคยไปเลย
00:07:08 → 00:07:11ชวน 10 รอบ ไม่เคยไป 10 รอบค่ะ
00:07:11 → 00:07:12ทำไมถึงไม่ไปคะ
00:07:12 → 00:07:16เราไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะไปค่ะ
00:07:16 → 00:07:18เราอยากกลับไปพักผ่อนของเรามากกว่า
00:07:18 → 00:07:21อยากที่จะกลับไปในพื้นที่ของเราค่ะ
00:07:21 → 00:07:26แต่ว่าเราก็ยังรู้สึกว่าความสัมพันธ์ เราอยากรักษาไว้บ้างอะไรอย่างนี้ค่ะ
00:07:26 → 00:07:28คือมันก็มีครั้งหนึ่งค่ะที่ว่า
00:07:28 → 00:07:33เพื่อนแบบ…ถึงขั้นยกมือแบบ…ขอร้อง เนตรไปเถอะนะอะไรอย่างนี้
00:07:33 → 00:07:35เราก็ โอเคค่ะแบบ…เราก็ไป
00:07:35 → 00:07:40แต่มันก็เป็นฟีลแบบเหมือน.... อาจจะมีความสุขค่ะ
00:07:40 → 00:07:44แต่ว่ากลับมา เราก็รู้สึกว่า เราไม่ได้เป็นตัวเราเอง
00:07:44 → 00:07:45อืม
00:07:45 → 00:07:47เรารู้สึกว่ามันดาวน์ลงไปค่ะ
00:07:47 → 00:07:50แบบ...บางครั้งถึงขั้นที่ร้องไห้เลย
00:07:50 → 00:07:54เพราะรู้สึกว่า...เราไม่เป็นตัวเอง แล้วก็...
00:07:54 → 00:07:58อาจจะทำร้ายเขาด้วย ถ้าเราปฏิเสธที่จะไม่ไปหรือไม่ทำค่ะ
00:07:58 → 00:08:00แล้วถ้าไป แล้วเป็นตัวเอง มันจะเป็นยังไงคะ
00:08:00 → 00:08:02รู้สึกว่ามันโอเคค่ะ
00:08:02 → 00:08:05คือมันจะมีกลุ่มเพื่อนที่ คือเขาเข้าใจเรา
00:08:05 → 00:08:07ใช่ ๆ เขาจะไม่บังคับเราค่ะ
00:08:07 → 00:08:10เราอยากนั่งอยู่เฉย ๆ เขาก็จะปล่อย
00:08:10 → 00:08:13แต่ถ้าเราอยากร้องเพลง เขาก็จะเอาไมค์มาให้อะไรอย่างนี้
00:08:13 → 00:08:18คือเขาไม่ได้แบบ...เอาสิเนตร มาร้อง เอาสิ เพลงนี้อะไรอย่างนี้ค่ะ ใช่
00:08:18 → 00:08:19เป็นเพื่อนที่เราเซฟ
00:08:19 → 00:08:20ใช่ ใช่ค่ะ
00:08:20 → 00:08:22แต่ถ้าในทางกลับกัน ถ้ามีเพื่อนที่บอก
00:08:22 → 00:08:26เฮ้ย ทำไมนั่งเฉย ๆ ล่ะ มาร้องกันดีกว่า มาเต้นกันดีกว่าอย่างนี้
00:08:26 → 00:08:27เราก็จะพยายามเอาตัวเองออกไป
00:08:27 → 00:08:29- ใช่ค่ะ เราจะทำสิ่งนั้น - แต่เราจะรู้สึกว่ามันเหนื่อย
00:08:29 → 00:08:30- อา... - อืม...
00:08:31 → 00:08:33[เสียงดนตรี]
00:08:33 → 00:08:36กลุ่มเพื่อนที่เราอยากเจอนี่ ถ้าไม่ได้ไปกินเหล้า เล่นการพนันนี่
00:08:36 → 00:08:37เราอยากทำอะไร
00:08:37 → 00:08:39ผมอยากเที่ยวมากกว่าครับ
00:08:39 → 00:08:40ไปเที่ยว ไม่ใช่เที่ยวร้านเหล้า
00:08:40 → 00:08:42- เป็นลักษณะไปเที่ยว - ไปธรรมชาติ
00:08:42 → 00:08:44ใช่ครับ เที่ยวธรรมชาติมากกว่า
00:08:44 → 00:08:47ผมมีโรคส่วนตัว อย่างเช่นว่า เป็นโรคหอบหืดอย่างนี้ครับ
00:08:47 → 00:08:50คือถ้าโดนอากาศคือจะแพ้ แพ้ง่าย
00:08:50 → 00:08:51อืม
00:08:51 → 00:08:57ก็เลยอยากจะเอาตัวเองไปพบกับธรรมชาติ มากกว่าที่จะไปเที่ยวสังสรรค์ครับ
00:08:57 → 00:09:01เรามีความต้องการไหมครับ อยากให้แบบ มีเพื่อนเยอะ ๆ เราเลยต้องไปร่วมอะไรแบบนี้
00:09:01 → 00:09:03หรือเฉย ๆ ที่ไปเพราะว่าเกรงใจ
00:09:03 → 00:09:04ไปเพราะว่าเกรงใจค่ะ
00:09:04 → 00:09:07อ๋อ ไม่ได้มีความรู้สึกว่า ฉันต้องเป็นคนมีเพื่อนเยอะ ไม่ใช่เลย
00:09:07 → 00:09:09ไม่เคยเลยค่ะ
00:09:09 → 00:09:11รู้สึกว่าสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง
00:09:11 → 00:09:13แต่ว่าถ้าหากเรามีเพื่อนค่ะ
00:09:13 → 00:09:16แล้วเพื่อนเรา เขาเป็นคนที่ดีกับเรา
00:09:16 → 00:09:18เราอยากที่จะรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้
00:09:18 → 00:09:22เราก็เลยแบบ... ได้ค่ะ เราจะไปอะไรแบบนั้น
00:09:22 → 00:09:26คือถ้าเป็นเพื่อนที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว เราก็จะอยากแบบไปกับเขาอะไรอย่างนี้
00:09:26 → 00:09:26ใช่ค่ะ
00:09:27 → 00:09:30เพราะว่าเคยช่วยเหลือเรา เราก็อยากที่จะทำให้เขารับรู้ว่า
00:09:30 → 00:09:34เขาสำคัญกับชีวิตเรานะ สำคัญกับเรานะ อะไรแบบนั้น
00:09:34 → 00:09:36- ก็รักษาเขาไว้ในชีวิตใช่ไหมคะ - ใช่ค่ะ
00:09:36 → 00:09:38รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาไหมครับ
00:09:38 → 00:09:38อืม
00:09:38 → 00:09:44รู้สึกค่ะ เพราะว่าเรามีเพื่อน มีสังคม มีทุกอย่างเลย
00:09:44 → 00:09:50แต่เรากลับรู้สึกว่า บางครั้งเราต้องทำ เพื่อที่จะรักษาพวกเขาไว้
00:09:50 → 00:09:53แต่เราก็ทำร้ายตัวเองไปในตัวแบบนั้นค่ะ
00:09:53 → 00:09:57[เสียงดนตรี]
00:09:57 → 00:10:01กิจกรรมอันนี้ก็จะเป็นการสำรวจคู่ขัดแย้งในใจ
00:10:01 → 00:10:05เดี๋ยวเราจะสวมบทบาทเนอะ ทีนี้เราจะมี 2 ฝั่งของความขัดแย้ง
00:10:05 → 00:10:06ครับ
00:10:06 → 00:10:10ฝั่งหนึ่งนี่ อยากเข้าสังคม อยากเข้าไปหาคนอื่นจังเลย
00:10:10 → 00:10:10ครับ
00:10:10 → 00:10:15อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นฝั่งที่ ไม่อะ ฉันอยากอยู่ของฉันน่ะ ในพื้นที่ของฉัน
00:10:15 → 00:10:18อันนี้เป็นการสวมบทบาทคือเป็น Role Play
00:10:18 → 00:10:21สิ่งที่เราพูดออกมานี่ อาจจะเป็นความคิดของเราจริง ๆ ก็ได้
00:10:21 → 00:10:25หรือเราสวมบทบาทว่ามันมีความคิดนี้อยู่
00:10:25 → 00:10:29มันอาจจะ…เราเคยคิด หรือเพื่อนเราเคยคิด หรืออะไรอย่างนี้ก็ได้นะคะ
00:10:29 → 00:10:34วัตถุประสงค์นี่ก็คือ เพื่อให้เราเข้าใจทั้งสองฝั่งให้มากขึ้น
00:10:34 → 00:10:36- อันนี้ฝั่งอยากเข้าสังคม - ครับ
00:10:36 → 00:10:37อันนี้ฝั่งอยากกลับบ้าน
00:10:38 → 00:10:40- ไม่อยากเข้าสังคม
00:10:40 → 00:10:43ถ้าเป็นผมนะครับ ผมอยากเปลี่ยนแปลง อยากเข้าสังคม
00:10:43 → 00:10:46- ผมเลือกเป็นเข้าสังคม - อยากอยู่ตรงนี้ ดีเลยค่ะ
00:10:46 → 00:10:49ฝั่งนี้ ไม่อยาก เรารู้สึกเราไม่มีแรง
00:10:49 → 00:10:52พอเราออกไปทีไร มันเหนื่อยมากเลยนะ
00:10:52 → 00:10:54แล้วเราก็รู้สึกเราไม่เป็นตัวเองเลย
00:10:54 → 00:10:56อืม ผมนี่ไม่เหมือนเลย
00:10:56 → 00:10:59ออกไปเข้าสังคมนี่ เจอผู้คนนี่ ผมรู้สึกผมได้รับพลัง
00:10:59 → 00:11:02ผมได้รับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ
00:11:02 → 00:11:04การพูดคุยกับคนอื่น คนแปลกหน้านี่
00:11:04 → 00:11:06ทำให้ผมเห็นมุมมองที่มันไม่เหมือนเดิม
00:11:06 → 00:11:07เราเถียงเขาได้
00:11:07 → 00:11:10เอ่อ...เราอาจจะเห็นมุมมองที่ไม่เหมือนเดิม
00:11:11 → 00:11:12แต่ว่าสุดท้ายแล้วเรากลับมา
00:11:12 → 00:11:16พลังงานเราก็จะลดลง แล้วก็หมดไปในช่วงนั้นค่ะ
00:11:16 → 00:11:17อืม
00:11:17 → 00:11:22- เธอได้พลังน่ะ แต่ว่าเราอะหมดพลัง - ใช่ค่ะ เราใช้พลังไปกับสิ่งนั้นหมดแล้วค่ะ
00:11:22 → 00:11:27หมดพลัง เรามีความคิดในอนาคตไหม ว่าจะเติมพลังให้กับตัวเองครับ
00:11:27 → 00:11:29เออ…ไม่เคย ไม่เคยคิดเลย
00:11:29 → 00:11:31เราเติมพลังยังไงอะ
00:11:31 → 00:11:33ตอนเราอยู่คนเดียว เราเติมพลังเนอะ
00:11:33 → 00:11:37ใช่ค่ะ ปกติการเติมพลังก็คือ กลับไปอยู่กับตัวเอง อยู่ในห้อง
00:11:38 → 00:11:39ใช้ชีวิตแบบปกติเลยค่ะ
00:11:39 → 00:11:42อ่านหนังสือ ดูการ์ตูน ดูทีวี ฟังเพลง
00:11:42 → 00:11:45แต่ว่าเป็นตัวของเราเองที่อยู่แค่คนเดียวค่ะ
00:11:45 → 00:11:46อืม
00:11:46 → 00:11:49โอ๊ย แต่เราเวลาออกไปข้างนอกนี่ เราได้พลังเยอะกว่านะ
00:11:49 → 00:11:51มันได้เห็นอะไร โลกใหม่ ๆ
00:11:51 → 00:11:54เห็นอะไรที่มันแปลก ตื่นตาตื่นใจ
00:11:54 → 00:11:57ได้ฟังเรื่องราวของเพื่อน เป็นประสบการณ์ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน
00:11:57 → 00:11:59พอเราฟังแล้วเรารู้สึกสนุกไปกับเขา
00:11:59 → 00:12:04ผมกลับรู้สึกว่านี่เป็นพลังที่กลับมาให้ผม มีแรงมีไฟในการทำงานเยอะขึ้นอีก
00:12:04 → 00:12:07เออ…เราก็มีบางโมเมนต์ ตอนที่เราไปอยู่กับเพื่อนน่ะ
00:12:07 → 00:12:09เราก็สนุกเหมือนกันนะ
00:12:09 → 00:12:16แต่ว่าเรารู้สึกเหมือนมันถูกกดดันเนอะ ว่าเราต้องแบบ…สนุกให้เหมือนคนอื่น
00:12:16 → 00:12:19แล้วเราก็รู้สึกว่า เฮ้ย มันไม่ใช่เรา
00:12:19 → 00:12:21ยิ่งเหนื่อยเข้าไปใหญ่เลยคราวนี้
00:12:21 → 00:12:25ทำไมต้องพยายามด้วย ไปถึงมันไม่เห็นต้องพยายามอะไรเลย
00:12:25 → 00:12:28ก็ไปนั่ง เขาก็สนุก เราก็เฮฮาไปด้วย
00:12:28 → 00:12:31เขาอยาก เขาชวนเราร้องเพลง เขาร้องคาราโอเกะ เราก็ร้องคาราโอเกะไป
00:12:31 → 00:12:33มันไม่น่าจะเหนื่อยนะ
00:12:33 → 00:12:37เดี๋ยวตั้งแต่นี้ต่อไป โบว์จะเปิดโอกาสให้เราข้ามฝั่งได้นะคะ
00:12:37 → 00:12:38ครับ
00:12:38 → 00:12:41ตรงไหนที่เรารู้สึก เฮ้ย ซื้อ
00:12:41 → 00:12:44เราสามารถข้ามไป แล้วข้ามกลับได้เนอะ
00:12:44 → 00:12:47เดี๋ยวเมื่อกี้โบว์ฟังอาจารย์จุ๊บ แล้วโบว์ซื้อนะ
00:12:47 → 00:12:49โบว์ก็จะข้ามมาทางนี้ แล้วก็บอกว่า
00:12:49 → 00:12:55เออ…ก็เป็นไอเดียที่ดีนะ ถ้าเราจะไปกับเขา แล้วเราก็เป็นตัวเองด้วย
00:12:55 → 00:12:56เราไม่ได้ต้องพยายามมาก
00:12:56 → 00:12:57อืม
00:12:57 → 00:12:59เราก็ไป สนุกในแบบของเรา เราไม่ต้องแบบ...
00:12:59 → 00:13:03เออ…เฮฮาป่าเหมือนเพื่อนอะไร ไม่ต้องแบบนั้นน่ะ
00:13:03 → 00:13:04คุณเจมส์ครับ
00:13:04 → 00:13:07ถ้าจะให้ผมเปลี่ยน ณ ตอนนี้นะครับ ผมมีความเครียดสูง
00:13:07 → 00:13:08อืม
00:13:08 → 00:13:12ผมอยากจะเปลี่ยนให้กลายเป็น คนที่ความเครียดน้อยที่สุดนะครับ
00:13:12 → 00:13:14ผมอยากอยู่จุดเดิมดีกว่าครับ
00:13:14 → 00:13:16- คือจุดที่มีพลังเพิ่มขึ้น - อยู่ตรงนี้
00:13:16 → 00:13:19หมายถึงอยากอยู่กับผู้คนแล้วได้พลัง
00:13:19 → 00:13:21ใช่ครับ อยากเพิ่ม Energy ให้กับตัวเองครับ
00:13:21 → 00:13:23จะได้แบบ...มีการตื่นตัวมากขึ้น
00:13:23 → 00:13:25แต่ผมเริ่มเปลี่ยนใจ
00:13:25 → 00:13:27ผมอยากย้ายมาอยู่ฝั่งนี้บ้างเพราะว่า
00:13:28 → 00:13:33จริงอยู่ครับว่าการที่ผมไปเจอผู้คนใหม่ ๆ เจออะไรใหม่ ๆ ผมได้พลังงาน
00:13:33 → 00:13:36แต่ในขณะเดียวกัน เริ่มเห็นเหมือนเจนเหมือนกันว่า
00:13:36 → 00:13:39บางทีมันก็ดึงพลังงานเราออกไป
00:13:39 → 00:13:41เพราะบางครั้งนี่ มันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ
00:13:42 → 00:13:45สมมุติว่าจริง ๆ ผมอาจจะร้องเพลงได้ แต่ผมไม่ได้ชอบร้องเพลง
00:13:46 → 00:13:49แล้วการที่จะต้องไปเข้าสังคม แล้วมาเรียกว่า เฮ้ย จุ๊บ ขึ้นมาร้องเพลงสิ
00:13:49 → 00:13:53เราจะรู้สึกว่า เออ ขึ้นไปก็ได้ แต่มันเหนื่อยนะ
00:13:53 → 00:13:55เพราะฉะนั้น อยากนั่งอยู่เฉย ๆ มากกว่า
00:13:55 → 00:14:00เรารู้สึกว่า เฮ้ย เรามานั่งฟัง หรือฮึมเพลง หรือฮัมเพลง
00:14:00 → 00:14:02หรือไปยืนอยู่ข้างหลัง ให้คนอื่นเขาร้อง
00:14:02 → 00:14:04อย่างนั้นเรารู้สึกสบายใจกว่า ความเหนื่อยเราก็ลดลง
00:14:04 → 00:14:07เรายืนอยู่ฝั่งนี้เรารู้สึกว่า
00:14:07 → 00:14:10ดีจังเลยที่เราได้ยินฝั่งโน้นพูด
00:14:10 → 00:14:16เพราะว่าเราเป็นคนที่ได้พลัง จากการสนุกกับอยู่กับคนอื่นน่ะ
00:14:16 → 00:14:20เราไม่รู้ว่าเธอต้องพยายามขนาดนั้นน่ะ
00:14:20 → 00:14:22จริง ๆ ถ้าเรารู้ว่าเธอพยายามขนาดนั้น
00:14:22 → 00:14:26จริง ๆ เราเลยจะบอกว่าเราโอเคนะ คือแค่เธอมา
00:14:26 → 00:14:28เราก็รู้สึกดีมากแล้ว
00:14:28 → 00:14:32แล้วเธอนั่งอยู่ตรงนั้น เออ เรารู้สึกขอบคุณน่ะ
00:14:32 → 00:14:36ลึก ๆ บางทีเรารู้สึกว่า ไม่แน่ใจว่าเธออยากเป็นเพื่อนกับเราไหมไง
00:14:36 → 00:14:41แต่ถ้าเกิดเธอมา เราก็รู้สึกว่า เฮ้ย ความสัมพันธ์ของเรายังดีอยู่
00:14:41 → 00:14:43เออ...เราคิดแบบนั้นนะ
00:14:43 → 00:14:45ผมก็มีความคิดเหมือนกันนะครับว่า
00:14:46 → 00:14:50ถ้าวันไหนวันนึง ที่ผมเหนื่อยในการเพิ่ม Energy ให้กับตัวเอง
00:14:50 → 00:14:51ผมก็อยากจะพักบ้างครับ
00:14:51 → 00:14:52อืม
00:14:53 → 00:14:54ไม่อยาก...ไม่อยากพยายามแล้ว
00:14:54 → 00:14:56- สลับมาบ้างไหม - ข้ามไปไหม
00:14:56 → 00:14:57ผมว่าผมอยากลองเปลี่ยนดีกว่า
00:14:57 → 00:14:59- ลองข้ามไปดูไหม - ครับ
00:14:59 → 00:15:02- เจนอยากข้ามมาฝั่งนี้ไหม - ได้ค่ะ
00:15:02 → 00:15:04อย่างที่คุณหมอพูดไปเมื่อกี้เลยค่ะ
00:15:04 → 00:15:07ก็...แบบ…คือแค่เขาขอแค่ว่า
00:15:08 → 00:15:10เราไปอยู่ แล้วเขาก็ขอบคุณเราที่อยู่ตรงนั้น
00:15:10 → 00:15:13เราก็รู้สึกเห็นด้วยกับสิ่งนี้ค่ะ
00:15:13 → 00:15:15จริง ๆ เราอาจจะไม่ต้องพยายามขนาดนั้น
00:15:15 → 00:15:18คือแค่เขาเห็นเรา เขาก็มีความสุขแล้ว
00:15:18 → 00:15:21เราอาจจะไม่ต้องคิดเยอะ คิดมากขนาดนั้นก็ได้ค่ะ
00:15:21 → 00:15:25ไม่ต้องพยายามฝืนหัวเราะ หรือร้องเพลงไปกับเขา
00:15:25 → 00:15:28ขอแค่อยู่กับเขา เขาก็ขอบคุณเราแล้ว อย่างนี้ค่ะ
00:15:28 → 00:15:29ถ้าพูด ณ ปัจจุบันนี่ครับ
00:15:30 → 00:15:32ถ้าผมข้ามมา ในลักษณะเป็น Introvert แล้วนะครับ
00:15:32 → 00:15:35ไม่ต้องพยายามก็คือมันจะทำให้เราสบายใจ
00:15:35 → 00:15:37เราไม่ต้องเหนื่อยครับ
00:15:37 → 00:15:39ไม่ต้องดิ้นรนอะไรสักอย่างครับ
00:15:39 → 00:15:42คือปล่อยไปตามธรรมชาติ เป็น Natural ไปเลย
00:15:42 → 00:15:45จริง ๆ แล้วนี่ บางครั้งเราก็อยากจะไปอยู่ฝั่งโน้น
00:15:45 → 00:15:47บางครั้งเราก็อยากจะอยู่ฝั่งนี้
00:15:47 → 00:15:50แต่บางครั้ง พอตอนเราไปอยู่ฝั่งโน้น ถ้าเราไม่สบายใจ
00:15:50 → 00:15:51เราก็ถอยกลับมาอยู่ฝั่งนี้ก็ได้
00:15:52 → 00:15:53อย่างนั้นใช่ไหมครับคุณหมอ
00:15:53 → 00:15:56คือมันไม่จำเป็นก็ต้องอยู่ฝั่งโน้นตลอดเวลา หรืออยู่ฝั่งนี้ตลอดเวลา
00:15:57 → 00:16:00[เสียงดนตรี]
00:16:00 → 00:16:04ถัดไป เราจะหาโซลูชันหรือทางเลือกร่วมกัน
00:16:04 → 00:16:04ครับ
00:16:04 → 00:16:07เราจะคิดทางเลือกให้ได้มากที่สุดเลยค่ะ
00:16:07 → 00:16:08ยกตัวอย่างนะ
00:16:08 → 00:16:11เราไปแล้วหมดพลังเนอะ
00:16:11 → 00:16:13เพราะฉะนั้น เรากะว่าถ้าไปคาราโอเกะ
00:16:13 → 00:16:15ปกติเพื่อนเราอยู่ 5 ชั่วโมง
00:16:15 → 00:16:18เราจะไปชั่วโมงนึง แล้วเสร็จแล้วก็จะบอกเพื่อนว่า
00:16:18 → 00:16:21เฮ้ย ชั่วโมงนึงแล้ว ถึงโควต้าเราแล้ว แล้วเรากลับแล้ว
00:16:21 → 00:16:25แล้วใน 1 ชั่วโมงนั้นน่ะ เราก็จะแบบ…เต็มที่ในแบบของเรา
00:16:25 → 00:16:26แต่เราจะบอกเพื่อนไว้ก่อนไง
00:16:26 → 00:16:29มีไหมคะ คุณเจมส์กับเจนมีทางเลือก
00:16:29 → 00:16:33สำหรับผมนี่ ผมรู้สึกเหนื่อยอยู่นะครับ ถ้าสมมุติว่าบวกเป็น 5 ชั่วโมง
00:16:33 → 00:16:38แต่ว่าถ้า 1 ชั่วโมงนี่ มันยังพอ fixed เวลา ที่จะอยู่กับตัวเองได้ครับ
00:16:39 → 00:16:41เพราะกำหนดเวลาพื้นที่ส่วนตัวได้ครับ
00:16:41 → 00:16:41อืม
00:16:41 → 00:16:43ผมก็คิดว่า ไปดีกว่าครับ
00:16:43 → 00:16:43อืม
00:16:43 → 00:16:47ไปดีกว่า เพราะว่าอย่างน้อย ๆ เราก็ไปเติมพลังงานให้กับตัวเองครับ
00:16:47 → 00:16:48เจนมีไหม
00:16:48 → 00:16:51ก็...เหมือนกันค่ะ รู้สึกว่า
00:16:51 → 00:16:54ถ้าเขาชวน 10 ครั้ง เราก็อาจจะไป 1 ครั้ง
00:16:54 → 00:16:56- ก็จะ Enjoy เต็มที่ - 2 ครั้งได้ไหม
00:16:56 → 00:16:56[เสียงหัวเราะ]
00:16:56 → 00:16:59- ขอ 2 ครั้งได้ไหม
00:16:59 → 00:17:01อาจจะเป็นช่วงหน่อย ให้เราได้พักค่ะ
00:17:01 → 00:17:02ไปครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 6
00:17:02 → 00:17:05ประมาณนั้นค่ะ ใช่ ใช่
00:17:05 → 00:17:09โดยที่เราก็มีพื้นที่ของเรา แล้วก็ให้พื้นที่ของเขาด้วยเหมือนกัน
00:17:09 → 00:17:09อืม
00:17:10 → 00:17:10ใช่ค่ะ
00:17:10 → 00:17:15แล้วก็สมมุติว่าถ้าเขาอยากจะไปกินข้าวกับเรา ในทุก ๆ มื้อ
00:17:15 → 00:17:18แต่เราก็จะแบบ…ขอแบบ… เออ เป็นมื้อกลางวันด้วยกันแค่นั้นได้ไหม
00:17:19 → 00:17:21มื้อเช้าหรือมื้อเย็น เรากลับไปทำเอง อะไรอย่างนั้น
00:17:21 → 00:17:24อันนี้ดีมากเลย ขอเปลี่ยนกิจกรรมได้ไหม
00:17:24 → 00:17:25ใช่
00:17:25 → 00:17:30คือคาราโอเกะนี่ โอ้โห เราเหนื่อยมาก เราเหนื่อยมากเลย มันไม่เหมาะกับเรา
00:17:30 → 00:17:35ขอแบบ…ไปกินข้าว 2-3 คนได้ไหม ข้าวกลางวันได้หรือเปล่า
00:17:35 → 00:17:36ขอเปลี่ยนกิจกรรมก็ได้
00:17:36 → 00:17:40คือมันเหมือนเสียงที่อยู่ในหัวเราว่า ไปดี ไม่ไปดี ไปดี ไม่ไปดี
00:17:40 → 00:17:42เอามันออกมาอยู่ข้างนอก แล้วก็พูดออกมาเลย
00:17:42 → 00:17:44แล้วจริง ๆ มันมีทางเลือกอีกมากมายเลย
00:17:44 → 00:17:47เช่นบอกว่า เฮ้ย วันนี้ยังไม่ไปก็ได้
00:17:48 → 00:17:49แล้วเดี๋ยวโอกาสหน้านะ
00:17:49 → 00:17:52แต่เราขอบคุณนะที่ยังชวนเราอยู่
00:17:52 → 00:17:56ช่วยชวนเราต่อได้ไหม ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ไปก็เหอะ
00:17:56 → 00:17:58แต่เราชอบที่ได้ชวนน่ะ
00:17:58 → 00:18:00เพราะเรารู้สึกว่าเรายังเป็นส่วนหนึ่งอยู่
00:18:00 → 00:18:02อ้อ โอเค
00:18:02 → 00:18:05หรือไม่ก็เขาบอกว่า เราเป็นคนที่ต้องวางแผนล่วงหน้า
00:18:05 → 00:18:06ค่ะ
00:18:06 → 00:18:09เพราะฉะนั้น ถ้าชวนวันนี้แล้วให้ไปวันนี้ เรายังไม่ได้ทำใจ
00:18:09 → 00:18:12เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดว่า นัดแล้วมันเป็น 2 สัปดาห์นี่
00:18:12 → 00:18:15เราจะมีโอกาสเติมพลังไว้ก่อนเนอะ
00:18:15 → 00:18:17แล้วเราก็เตรียมตัวเต็มที่ใช่หรือเปล่า
00:18:17 → 00:18:22ใช่ค่ะ แบบ...ถ้าจะนัดอะไรอย่างนี้ ก็ขอเราแบบ...เตรียมตัวจริง ๆ ค่ะ
00:18:22 → 00:18:25เราจะได้เคลียร์คิววันนั้น เพราะเราทำได้วันละอย่าง
00:18:25 → 00:18:29อันนึงก็คือเราอยากจะเป็นตัวเอง เราอยากดูแลตัวเองใช่ไหมคะ
00:18:29 → 00:18:33แต่อีกเสียงหนึ่ง เราก็อยากมีความสัมพันธ์ที่ดี อยากดูแลเพื่อน
00:18:34 → 00:18:35มันอยู่ร่วมกันได้เนอะ
00:18:35 → 00:18:36อืม
00:18:36 → 00:18:41บางวันเสียงนึงอาจจะดังกว่า เสียงนึงเบากว่า สลับกันก็ได้
00:18:41 → 00:18:41ค่ะ
00:18:41 → 00:18:45เพราะฉะนั้น มันไม่ควรจะต้องมานั่งตีตราว่า คุณเป็น Extrovert หรือ Introvert
00:18:45 → 00:18:48คุณจะเป็นอะไร --vert ก็ได้
00:18:48 → 00:18:50แล้วถ้ามันเหนื่อยไปเหมือนที่คุณเจมส์บอกว่า
00:18:50 → 00:18:53มันเหมือนคุณเจมส์เขาพยายามมากเลยนะ
00:18:53 → 00:18:57เขาเอาตัวเข้าไปอยู่ในที่ลำบาก เพราะเขาอยากฝืนน่ะ ใช่ไหม
00:18:57 → 00:18:59แต่จริง ๆ ก็พักก็ได้นะ
00:18:59 → 00:19:01มันเหมือนถ้าเราไม่ตีกรอบความคิดตัวเราเอง
00:19:02 → 00:19:04เปิดอิสระให้ความคิดตัวเราเองได้เถียงกัน
00:19:04 → 00:19:06ได้หยิบออกมาแล้วทำให้มันเห็นภาพ
00:19:06 → 00:19:07ครับ
00:19:07 → 00:19:09ผมว่าเราสามารถหาจุดร่วมได้ อย่างที่คุณหมอพูดเลย
00:19:09 → 00:19:14แล้วจริงใจ เอาใจมาสัมผัสกับใจของเพื่อนเนอะ
00:19:14 → 00:19:16เชื่อว่าเราจะสัมผัสความเป็นมนุษย์กันได้
00:19:17 → 00:19:21อยากถามสองคนว่า พอทำไปแล้วเป็นยังไงบ้าง
00:19:21 → 00:19:24สำหรับเจมส์นะครับ ก็คือผมคิดว่า
00:19:24 → 00:19:28มุมมอง มันมีมุมมองที่หลากหลายแต่ละคนครับ ในโลกนี้ครับ
00:19:28 → 00:19:30ก็คือแต่ละคนอยากจะอยู่คนเดียว
00:19:30 → 00:19:35แต่ละคนก็อยากจะค้นพบสังคม ในรูปแบบที่ตัวเองอยากจะเจออยากจะพบครับ
00:19:35 → 00:19:37เช่นเดียวกับพี่เจมส์เลยค่ะ
00:19:37 → 00:19:40ขอแค่ว่าเราได้พูดคุยกัน แค่นั้นเลย
00:19:40 → 00:19:43แล้วถ้าหากว่าพูดคุยกันแล้ว ตกลงกันไม่ได้จริง ๆ
00:19:43 → 00:19:47แต่สุดท้ายถ้ามันเป็นความสัมพันธ์น่ะค่ะ ระหว่างเรากับเพื่อน
00:19:47 → 00:19:48หรือเรากับคนรู้จักอะไรอย่างนี้
00:19:48 → 00:19:52เจนมั่นใจค่ะว่าเขาจะต้องเข้าใจเรา แล้วเราก็เข้าใจเขา
00:19:52 → 00:19:54เพื่อที่จะหาตรงกลางกันให้ได้
00:19:54 → 00:19:57มันเป็นเรื่องที่ดูแล้ว จริง ๆ มันไม่น่าคิดว่ามันจะยาก
00:19:57 → 00:19:59หรืออะไรเลยในตอนแรกนะครับ
00:19:59 → 00:20:01แต่ว่าพอได้เอาแบบฝึกหัดออกมา
00:20:01 → 00:20:06เอาเสียงที่อยู่ในหัวสองเสียงที่มันตีกันนี่ เอาออกมา แล้วทำให้มันเห็นภาพ
00:20:06 → 00:20:08แล้วพยายามหาจุดร่วมอยู่ด้วยกัน
00:20:08 → 00:20:11มันไม่ใช่ความสำคัญว่า คุณเป็น Extrovert คุณเป็น Introvert
00:20:11 → 00:20:15แต่จุดร่วมที่จะทำให้เรารู้สึกสบายใจ และเข้าสังคมได้อยู่ด้วยกันนี่
00:20:15 → 00:20:18ทำให้มันเห็นเป็นภาพและนำออกมาใช้
00:20:18 → 00:20:22ผมเชื่อว่ามันน่าจะช่วยกับผู้ชมหลาย ๆ คน ที่อยู่ทางบ้าน
00:20:22 → 00:20:25ที่กำลังสงสัยตัวเองอยู่ว่า เท่าไหร่จึงจะพอดี
00:20:25 → 00:20:27เอาเสียงในหัวของท่านนี่ออกมาคุยกัน
00:20:27 → 00:20:29แล้วพยายามหาจุดที่มันเป็นตรงกลาง
00:20:30 → 00:20:35ผมเชื่อว่าน่าจะสามารถที่จะช่วยทุกท่านที่ มีความคิดหรือความสับสนแบบเดียวกันได้ครับ
00:20:35 → 00:20:41ไปมองดูฟ้ากว้างไกล ที่ฝันอาจได้เป็นจริง
00:20:41 → 00:20:47มีดาวมากมาย ที่ช่วยส่องแสงนำใจ
00:20:47 → 00:20:53แม้อาจต้องหลงทาง แม้อาจต้องล้มบ้าง
00:20:53 → 00:20:55แต่เธอจะเดินไม่เหงาเดียวดาย