00:00:00 → 00:00:03สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาพูดคุยเกี่ยวกับ
00:00:03 → 00:00:06หัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับความรู้สึกโดด
00:00:06 → 00:00:09เดี่ยวที่สัมพันธ์กับช่วงวัยโดยอาศัยผล
00:00:09 → 00:00:11การศึกษาจาก northwestern Medicine ที่
00:00:11 → 00:00:14วิเคราะห์ข้อมูลจากหลายประเทศทั่วโลกซึ่ง
00:00:14 → 00:00:17งานวิจัยได้ข้อสรุปว่าความโดดเดี่ยวในวัย
00:00:17 → 00:00:20ผู้ใหญ่มีลักษณะกราฟเป็นรูปตัว U นะครับ
00:00:20 → 00:00:23หมายความว่าในช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นและตอน
00:00:23 → 00:00:26ปลายจะมีความรู้สึกโดดเดี่ยวมากกว่าแต่ใน
00:00:26 → 00:00:29ช่วงวัยกลางคนจะรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยที่
00:00:29 → 00:00:32สุดนะครับผลการศึกษายังชี้ให้เห็นถึง
00:00:32 → 00:00:34ปัจจัยเสี่ยงต่อความรู้สึกตัวเดียวที่
00:00:34 → 00:00:36เพิ่มขึ้นตลอดช่วงชีวิตของเราอีกด้วยนะ
00:00:36 → 00:00:40ครับซึ่งได้แก่ 1 ภาวะแยกตัวทางสังคมคือ
00:00:40 → 00:00:43การขาดการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมนะ
00:00:43 → 00:00:46ครับทั้งกับเพื่อนและครอบครัว 2 คือเพศผล
00:00:46 → 00:00:49การศึกษาเนี่ยพบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะ
00:00:49 → 00:00:52รู้สึกตัวเดียวมากกว่าผู้ชายนะครับ 3 การ
00:00:52 → 00:00:56ศึกษาคนที่มีการศึกษาระดับต่ำเนี่ยมีความ
00:00:56 → 00:00:59เสี่ยงต่อภาวะความโดดเดี่ยวสูงนะครับและ 4
00:00:59 → 00:01:02ความบกพร่องทางร่างกายที่จะไปส่งผลต่อการ
00:01:02 → 00:01:05ใช้ชีวิตประจำวันของเราสำหรับสาเหตุที่
00:01:05 → 00:01:07วัยกลางคนเนี่ยรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยที่สุด
00:01:07 → 00:01:10นะครับคาดว่าอาจจะเป็นเพราะช่วงวัยนี้
00:01:10 → 00:01:13เนี่ยมักมีภาระหน้าที่และบทบาททางสังคม
00:01:13 → 00:01:17มากมายนะครับเช่นการแต่งงานการทำงานการ
00:01:17 → 00:01:19เลี้ยงลูกสิ่งเหล่านี้เนี่ยล้วนเกี่ยว
00:01:19 → 00:01:22ข้องกับการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมนั่นเอง
00:01:22 → 00:01:25นะครับอย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่าง
00:01:25 → 00:01:27ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับความรู้สึกโดด
00:01:27 → 00:01:29เหนี่ยวนั้นมีความซับซ้อนมากกว่านั้นนะ
00:01:29 → 00:01:32ครับครับหมายความว่าถึงแม้เราจะมี
00:01:32 → 00:01:35ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมากมายแต่ก็ยังอาจรู้
00:01:35 → 00:01:37สึกโดดเดี่ยวได้นะครับเช่นเดียวกับการที่
00:01:37 → 00:01:40บางคนเนี่ยอาจจะใช้ชีวิตโดดเดี่ยวแต่ก็
00:01:40 → 00:01:42ไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวเสมอไปนั่นเอง
00:01:42 → 00:01:45สำหรับช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นมักมีความรู้
00:01:45 → 00:01:47สึกโดดเดี่ยวมากกว่าเพราะเป็นช่วงที่ต้อง
00:01:47 → 00:01:50เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต
00:01:50 → 00:01:54นะครับเช่นการศึกษาอาชีพกลุ่มเพื่อนคู่
00:01:54 → 00:01:57รักและครอบครัวที่เราเนี่ยต้องไปพบเจอกับ
00:01:57 → 00:02:00ผู้คนใหม่ๆหรือต้องแยกกันอยู่กับคนรักและ
00:02:00 → 00:02:02ครอบครัวที่มันต้องออกไปตามเส้นทางชีวิต
00:02:02 → 00:02:05ของแต่ละคนนั่นเองนะครับและเมื่อเข้าสู่
00:02:05 → 00:02:08วัยกลางคนเนี่ยคนส่วนใหญ่จะเริ่มวางลฐาน
00:02:08 → 00:02:11ชีวิตสร้างความมั่นคงเสริมสร้างกลุ่ม
00:02:11 → 00:02:14เพื่อนสังคมและคู่ชีวิตซึ่งทำให้ลดความ
00:02:14 → 00:02:16เสี่ยงต่อการเกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้
00:02:16 → 00:02:18นั่นเองนะครับงานวิจัยชิ้นนี้ยังชี้ให้
00:02:18 → 00:02:21เห็นว่าคนที่แต่งงานแล้วมักจะรู้สึกโดด
00:02:21 → 00:02:23เดี่ยวน้อยกว่าดังนั้นสำหรับผู้สูงอายุ
00:02:24 → 00:02:26ที่ไม่ได้แต่งงานเนี่ยการหากิจกรรมที่ทำ
00:02:26 → 00:02:29ให้มีการมีส่วนร่วมทางสังคมที่สม่ำเสมอ
00:02:29 → 00:02:31และมีความหมายต่อชีวิตเนี่ยน่าจะเป็นการ
00:02:32 → 00:02:34ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะความรู้สึกโดด
00:02:34 → 00:02:37เดี่ยวที่รุนแรงและอยู่ได้เป็นเวลานานนะ
00:02:37 → 00:02:39ครับสุดท้ายนี้หวังว่าข้อมูลเหล่านี้
00:02:39 → 00:02:42เนี่ยจะช่วยให้ทุกคนเข้าใจความสัมพันธ์
00:02:42 → 00:02:44ระหว่างความรู้สึกตัวเดี่ยวกับช่วงวัยมาก
00:02:44 → 00:02:47ขึ้นและอาจนำไปสู่แนวทางในการลดความ
00:02:47 → 00:02:50เสี่ยงต่อภาวะโดดเดี่ยวในอนาคตได้นะครับ
00:02:50 → 00:02:53ขอบคุณที่ติดตามรับฟังแล้วเจอกันใน
00:02:53 → 00:02:57Episode ต่อไปครับ