- คำถาม:
- ความกลัวเกิดจากสมองส่วนใด และมีผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง?
- คำตอบ:
- ความกลัวเกิดจากสมองส่วนอะมิกดาล่า ซึ่งเป็นส่วนที่รวบรวมข้อมูลจากประสาทห้าชนิดแล้วแปลความหมายเป็นความกลัว โดยเมื่อเกิดความกลัว สมองจะส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนอื่น ๆ เช่น ส่วนหน้าสมอง (OFC และ ACC) ทำให้เกิดอาการกลัว สมองส่วนไฮโปทาลามัสและต่อมใต้สมองจะส่งฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนออกมา ทำให้เกิดอาการใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง หายใจเร็ว ตื้น หรือกล้ามเนื้อแข็งตัว ซึ่งถ้าเกิดความเครียดนาน ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง เบาหวาน และลดความสามารถในการจำของสมอง
วงจรของสมองกับความกลัว
จากช่อง:หมอเปรมใส่ไข่
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:00:00วงจรของสมองกับความกลัวนะครับก็ปกติความ
00:00:03กลัวมันจะรวบรวมที่สมองส่วนอเรียกว่า
00:00:05amิกาเป็นสมองส่วนอารมณ์นะครับสมองส่วน
00:00:09เนี่ยเป็นการรวบรวมระหว่างพวกประสาทสาั
00:00:11ทั้ง 5 ข้อมูลต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตรวบ
00:00:14รวมเข้ามาปั๊บแล้วก็รวมผลแปลความไปเป็น
00:00:17output ก็คือความกลัวนะครับซึ่งไอ้พวก
00:00:20การการทำงานของสมองเนี่ยเรารู้ไปทำไม
00:00:22เพราะว่ามันขึ้นกับว่ายาแต่ละตัวออกฤทธิ์
00:00:25ที่แต่ละจุดที่แตกต่างกันไปนะครับก็
00:00:27เดี๋ยวจะมารีซองว่าอิกล่าเนี่ยคุยกับของ
00:00:29ส่วนอื่นยังไงบ้างนะครับสมองส่วนแรกที่
00:00:32amid คุยก็คือสมองส่วนหน้าพวก Orbital
00:00:35Fontal Cortex คือ OFC กับ antilate
00:00:37simulate Cortex นะครับหรือ ACC นะครับ
00:00:40ตอนเเวลาที่มันคุยกับนะจะทำให้เกิดความ
00:00:42รู้สึกกลัวขึ้นมานะครับแล้วสมองส่วนที่ 2
00:00:46ที่มันคุยกันเนี่ยคือเวลาเรามีความกลัว
00:00:49เนาะเราก็จะมีการขยับร่างกายคือการหนีการ
00:00:52สู้หรือการฟรีซก็คือการแข็งตัวนะฮะ Flight
00:00:56or Fright or Freeze response นะ
00:00:58ครับโดยที่สมองส่วนเนี่ยก็จะคุยกับสมอง
00:01:01เรียกว่าperิ acquidal grยนะครับแล้วสมอง
00:01:04ส่วนที่ 3 ที่amิคุยกันก็คือว่าเวลาที่มี
00:01:07ความเครียดสูงๆเนาะนึกภาพเวลาความเครียด
00:01:10นะครับอิล่าคุยกับสมองส่วนไฮโปทาคุยกับ
00:01:14ต่อมใต้สมองส่วนหน้าแล้วก็ไปบอกที่ต่อม
00:01:17หมวกตายให้หลั่งฮอร์โมนอะไรบางฮอร์โมน
00:01:19คอิซอลนะครับซึ่งเป็นฮอร์โมนของความ
00:01:20เครียดฮอร์โมนAdรนาลีนนะครับก็ทำให้
00:01:23กระตุ้นสัญญาณของความเครียดขึ้นมานะครับ
00:01:25ก็จะแบบนอนหลับๆตื่นได้ปวดเมื่อยตามตัว
00:01:27ได้นะครับโดยที่ว่าความเครียดมันเป็นต่อ
00:01:30เนื่องนานๆนะครับก็มีผลทำให้เพิ่มความ
00:01:32เสี่ยงพวกอ่าหลอดเลือดสมองหลอดเลือดหัวใจ
00:01:35นะครับแล้วก็เพิ่มความเสี่ยงเบาหวานแล้ว
00:01:37ก็เพิ่มความเสี่ยงเรื่องของสมองส่วนความ
00:01:39จำมันฝอลงได้ถ้ามันเครียดไปนานๆนะครับอัน
00:01:43นี้ไปเรียกว่า HPA AIS นะครับแล้วก็วงจร
00:01:46ที่ 4 ที่เกี่ยวข้องนะครับก็คือสมองส่วน
00:01:49การหายใจเราเรียกว่าพาราบคalนิวเคลียส
00:01:52เวลาเราเครียดกังวลนะครับมันก็จะมีความ
00:01:54อ่าเวลากลัวนะโทษทีกลัวเนี่ยก็จะหายใจ
00:01:57เร็วขึ้นหายหายใจตื้นขึ้นนะครับมันก็เลย
00:02:00ทำให้สมองส่วนคุยกับสมองส่วนพาราเบรียลทำ
00:02:04ให้เราหายใจเร็วขึ้นแล้วก็ตื้นขึ้นนั่น
00:02:05เองนะครับแล้วก็อ่าอันที่ 5 ที่เกี่ยว
00:02:08ข้องกันก็คือสมองส่วนอิลคุยกับสมองส่วน
00:02:12เรียกว่าโลคัcellลูสทำให้เกิดอาการใจเต้น
00:02:15เร็วขึ้นความดันโลหิตสูงขึ้นนะครับเพราะ
00:02:17ว่าสมองส่วนโลคัสเซลียสเป็นต้นตอของสาร
00:02:21สืปศาสตร์พวกnopenฟนมาออกฤทธิ์ตรงนี้นะ
00:02:24ครับก็จะเป็นนานๆก็จะเพิ่มความเสี่ยงพวก
00:02:27หลอดเลือด
00:02:28ตีบในจุดต่างๆนะครับอ่าหัวใจขาดเลือดได้
00:02:31นะครับแล้วก็เราจะมีค่าค่านึงใน Smart
00:02:34Watch มันจะเรียกว่า hard rate
00:02:37Viability นะครับก็คือถ้าไปดูเนี่ยถ้า
00:02:39เวลาที่มันกลัวเยอะๆนะครับ Rate
00:02:42Viability มันจะต่ำลงนะครับเป็นสัญญาณ
00:02:44ว่าอาจจะมีความกลัวหรือความเครียดในช่วง
00:02:46นี้เพิ่มขึ้นก็อันนี้เป็น 5 วงจรนะครับที
00:02:49เนี้ยมันก็จะมียาทางจิตเวทที่ไปออกฤทธิ์