00:00:00 → 00:00:04ตาแฉะเกิดจากสาเหตุใดเป็นสัญญาณของโรคทาง
00:00:04 → 00:00:07ตาหรือไม่และจะต้องดูแลอย่างไรต่อไปนี้
00:00:07 → 00:00:10คือข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยว
00:00:10 → 00:00:13[เพลง]
00:00:13 → 00:00:17ชาญสูญชัวร์ก่อนแชร์สำนักข่าวไทยอสมทสอบ
00:00:17 → 00:00:19ถามกับประธานวิชาการราชวิทยาลัย
00:00:19 → 00:00:21จักษุแพทย์แห่งประเทศไทยภาวะตาแฉะก็คือ
00:00:21 → 00:00:25การที่เรารู้สึกว่าเหมือนมีน้ำหรือมี
00:00:25 → 00:00:28ดิสชาร์จออกมาจากดวงตาลจริงๆก็คือขี้ตา
00:00:28 → 00:00:30นั่นเองปกติแล้วเนี่ยสีหรือลักษณะของขี้
00:00:30 → 00:00:33ตาเนี่ยอาจจะบอกถึงโรคหรือสาเหตุที่ทำให้
00:00:33 → 00:00:35เกิดภาวะตาแฉะนั้นได้นะครับอาจารย์ยกตัว
00:00:35 → 00:00:38อย่างอาการตาแฉะที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ
00:00:38 → 00:00:42เริ่มจากสาเหตุภาวะตาแฉะสาเหตุแรกในคนที่
00:00:42 → 00:00:45เป็นตาแฉะที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือ
00:00:45 → 00:00:47ที่เราเรียกกันว่าตาแดงพวกเนี้ยจะเกิดจาก
00:00:47 → 00:00:50การระคายเคืองบริเวณดวงตาเพราะว่าไวรัส
00:00:50 → 00:00:52ที่ไปติดที่บริเวณเยื่อบุตาขาวจะทำให้
00:00:53 → 00:00:55เกิดการอักเสบแล้วก็มีน้ำตาใสๆออกมาค่อน
00:00:55 → 00:00:58ข้างเยอะสาเหตุภาวะตาแฉะสาเหตุที่ 2 คน
00:00:58 → 00:01:01ที่มีอาการตาแฉะและแล้วก็มีขี้ตาเป็นสี
00:01:01 → 00:01:04เขียวสีเหลืองหรือเป็นสีขาวข้นๆอันนี้
00:01:04 → 00:01:06เป็นลักษณะที่บอกถึงว่าเกิดการติดเชื้อ
00:01:06 → 00:01:09แบคทีเรียแล้วการติดเชื้อที่ดวงตาเกิดได้
00:01:09 → 00:01:12จากสาเหตุใดครับภาวะติดเชื้อบริเวณเยื่อ
00:01:12 → 00:01:15บุตาหรือตาแดงไม่ว่าจะเป็นจากเชื้อไวรัส
00:01:15 → 00:01:17หรือเชื้อแบคทีเรียอาจจะเกิดจากการสัมผัส
00:01:17 → 00:01:21โดยตรงจากการที่ไปถูกน้ำตาหรือขี้ตาของคน
00:01:21 → 00:01:23ที่ป่วยเป็นโรคมาก่อนหรือการใช้ผ้าเช็ด
00:01:23 → 00:01:25หน้าหรือผ้าชดตัวร่วมกันแล้วก็มาแตะโดน
00:01:25 → 00:01:28ที่ตาเราทำให้เกิดการติดเชื้อนอกจากนี้
00:01:28 → 00:01:30ยังมีอีกหนสาเหตุที่ทำให้ให้เกิดการติด
00:01:30 → 00:01:33เชื้อที่ดวงตาได้ในคนที่เป็นหวัดไม่ว่าจะ
00:01:33 → 00:01:35เป็นหวัดจากเชื้อไวรัสที่น้ำมูกยังเป็นใส
00:01:35 → 00:01:39ๆอยู่หรือในคนที่เป็นหวัดมีน้ำมูกเขียว
00:01:39 → 00:01:41เหลืองจากเชื้อแบคทีเรียของการเป็นหวัด
00:01:41 → 00:01:44นั้นเนี่ยเกิดการติดที่บริเวณดวงตาของผู้
00:01:44 → 00:01:46ป่วยคนนั้นเองก็จะทำให้เกิดเยื่อบุตา
00:01:46 → 00:01:49อักเสบไปพร้อมๆกับโรคหวัดร่วมกันได้ถัดมา
00:01:49 → 00:01:52สาเหตุภาวะตาแฉะสาเหตุที่ 3 ก็คือในคนที่
00:01:52 → 00:01:55มีภูมิแพ้ขึ้นตาน้ำตาหรือขี้ตาที่ออกมาก็
00:01:55 → 00:01:58จะเป็นลักษณะเหนียวๆใสๆเมื่อไหร่ที่ไปโดน
00:01:58 → 00:02:01สิ่งที่แพ้ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นเกสรดอกไม้ขน
00:02:01 → 00:02:04หมาขนแมวแล้วเกิดอาการแพ้พวกนี้ก็จะเป็น
00:02:04 → 00:02:07เป็นหายๆสาเหตุภาวะตาแฉะสาเหตุที่ 4
00:02:07 → 00:02:11ปัจจุบันในคนที่อายุเยอะขึ้นคนที่ทำงาน
00:02:11 → 00:02:13ใช้สายตาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ
00:02:13 → 00:02:16บ่อยๆหรือคนที่ทำงานอยู่ในกางแจ้งหรือ
00:02:16 → 00:02:19อากาศแห้งๆเนี่ยจะทำให้ตาแห้งแต่ผู้ป่วย
00:02:19 → 00:02:22มักจะรู้สึกว่าเหมือนตัวเองตาแฉะตลอดเวลา
00:02:22 → 00:02:24อาการตาแห้งทำให้เกิดภาวะตาแฉดได้ยังไง
00:02:24 → 00:02:27ครับโดยธรรมชาติจะมีน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา
00:02:27 → 00:02:30ฉาบอยู่บริเวณตาตลอดเวลาโดยนน้ำเนี่ยจะ
00:02:30 → 00:02:32ประกอบด้วยส่วนที่เป็นเมื่อและส่วนที่
00:02:32 → 00:02:35เป็นน้ำในคนกลุ่มนี้น้ำฉาบลูกตาส่วนที่
00:02:35 → 00:02:37เป็นน้ำแห้งหายไปก็จะเหลือแต่เมื่อเกาะตา
00:02:37 → 00:02:40ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนมีตาแฉะ
00:02:40 → 00:02:43ตลอดเวลาแต่ไม่มีน้ำตาหยดและสาเหตุภาวะตา
00:02:43 → 00:02:46แฉะสาเหตุที่ 5 ที่จะพบได้บ่อยๆก็คือใน
00:02:46 → 00:02:49เด็กช่วงอายุ 1 เดือนแรกอาจจะพบว่ามีตา
00:02:49 → 00:02:52แฉะมีขี้ตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2
00:02:52 → 00:02:55ข้างเกิดจากน้ำตาที่สร้างออกมายังระบาย
00:02:55 → 00:02:58ออกตามธรรมชาติไม่ได้แนะนำว่าคุณพ่อคุณ
00:02:58 → 00:03:00แม่ควรจะพาไปพบจักสุแพทย์แล้วอาการตาแฉะ
00:03:00 → 00:03:03ที่ตาข้างเดียวเกิดขึ้นได้ยังไงครับส่วน
00:03:03 → 00:03:05ใหญ่อาการตาแฉะหรือการติดเชื้อจะเริ่มที่
00:03:05 → 00:03:07ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อนถ้าคนนั้นมีการ
00:03:07 → 00:03:10รักษาความสะอาดที่ดีก็อาจจะหายอยู่ที่ตา
00:03:10 → 00:03:13ข้างนั้นแต่ว่าบ่อยครั้งเื่การเผลอไป
00:03:13 → 00:03:15สัมผัสขี้ตาของตาข้างที่เป็นมาโดนตาอีก
00:03:16 → 00:03:18ขั้งนึงก็มักจะทำให้กลายเป็นตาแฉะหรือ
00:03:18 → 00:03:21เป็นการติดเชื้อของ 2 ตาได้สำหรับการ
00:03:21 → 00:03:24รักษาภาวะตาแฉะอาจารย์แนะนำให้รักษาที่
00:03:24 → 00:03:27สาเหตุถ้าภาวะตาแฉะเกิดจากเมือกที่ไปเกาะ
00:03:27 → 00:03:29บริเวณดวงตาเพราะน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาแห้ง
00:03:29 → 00:03:32การรักษาที่ดีที่สุดเลยก็คือการหลีก
00:03:32 → 00:03:35เลี่ยงอากาศที่ร้อนที่แห้งหรือการใช้สาย
00:03:35 → 00:03:38ตาค้างอยู่เป็นระยะเวลานานๆร่วมกับการใช้
00:03:38 → 00:03:41น้ำตาเทียมหยอดตาก็จะช่วยทำให้อาการตาแฉะ
00:03:41 → 00:03:43จากเมือกที่เกาะตาเนี่ยดีขึ้นและการรักษา
00:03:43 → 00:03:46ภาวะตาแฉะจากการติดเชื้อไม่ว่าเชื้อจะ
00:03:46 → 00:03:49เป็นไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรียการหยอดยา
00:03:49 → 00:03:52ทั้งยาปฏิชีวนะ่าเชื้อแบคทีเรียหรือการ
00:03:52 → 00:03:55หยอดยาตั้นฮิสตามีนซึ่งแก้อาการเคืองตาก็
00:03:55 → 00:03:59จะทำให้อาการเคืองตาจากตาแฉะนั้นดีขึ้นแล
00:03:59 → 00:04:01ก็หายไปในที่สุดครับอาจารย์มีคำแนะนำใน
00:04:01 → 00:04:04การดูแลและสังเกตภาวะตาแฉะไว้ดังนี้อย่าง
00:04:04 → 00:04:06แรกเลยก็คงต้องปลูกฝังลักษณะนิสัยที่จะ
00:04:06 → 00:04:09ไม่เอามือที่ไม่สะอาดของเราเนี่ยไปจับ
00:04:09 → 00:04:11บริเวณดวงตาต้องล้างมือให้สะอาดแล้วก็หาก
00:04:11 → 00:04:14มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรังโดยเฉพาะอย่าง
00:04:14 → 00:04:16ยิ่งถ้าอาการตาแฉงอาจจะทำให้การมองเห็น
00:04:16 → 00:04:19ไม่ชัดอาจจะแสดงถึงโรคอื่นของดวงตาได้
00:04:19 → 00:04:21เพราะฉะนั้นแนะนำว่าให้รีบไปพบจากสู่
00:04:22 → 00:04:24แพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยหาสาเหตุที่
00:04:24 → 00:04:26ชัดเจนแล้วก็ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูก
00:04:26 → 00:04:29ต้องต่อไปครับอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับ
00:04:29 → 00:04:32ดวงตาเป็นสัญญาณให้เราต้องดูแลและรักษาดี
00:04:32 → 00:04:34กว่าปล่อยไว้ให้สายเกินไปนะครับยังมีอีก
00:04:34 → 00:04:37หลายเรื่องน่าสงสัยบนสังคมออนไลน์หากได้
00:04:37 → 00:04:39รับอะไรมาอย่าเพิ่งแชร์ต่อร่วมตรวจสอบไป
00:04:39 → 00:04:42ด้วยกันกับชัวร์ก่อน
00:04:42 → 00:04:46แชร์ชัวร์ก่อนแชร์อย่าลืมมิติทุกครั้ง
00:04:46 → 00:04:48ก่อนที่เราจะกดแชร์ไปนะ
00:04:48 → 00:04:53ครับสนับสนุนโดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย
00:04:53 → 00:04:56และสร้างสรรค์สื่อสร้างสรรค์เพื่อการ
00:04:56 → 00:04:58เปลี่ยนแปลง
00:04:58 → 00:05:02สังคม L