- คำถาม:
- ควรทำอย่างไรเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ?
- คำตอบ:
- ควรนอนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และฝึกนั่งสมาธิหรือกำหนดลมหายใจเพื่อควบคุมอารมณ์ รวมถึงปล่อยวางความคิดที่ก่อให้เกิดความทุกข์
รักษาโรคทุกข์ด้วยธรรมะ แก้โรคกรรมทำได้จริงไหม? | เกลาแก้โรค EP.16 @DoctorNearU
จากช่อง:Klaoshow
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:24:43ก็เลยอยากรู้ว่าแล้วเราจะมีวิธีสร้างภูมิ
00:24:45คุ้มกันทางใจให้ตัวเองได้ยังไงบ้างถ้าคุณ
00:24:47หมอแบบอยากจะแนะนำคนทางบ้านอะไรเงี้ยค่ะ
00:24:49เรื่องหลักๆเลยนะเรื่องการนอนเออการนอน
00:24:52เนี่ยเป็นอะไรที่สำคัญมากๆบอกได้เลยสำคัญ
00:24:56กว่าอาหารซะอีกนะอันนี้ในมุมมองของหมอนะ
00:24:59แล้วต้องนอนยังไงให้มีคุณภาพค่ะอันที่ 1
00:25:01เลยนอนอย่างไรให้ครบชั่วโมงก่อนหนูนอนเว
00:25:04ละกี่ชั่วโมง 7-8 ประมาณนั้นเฮ้ยเยอะกว่ะ
00:25:08ตื่นสายโดยปกติถ้านอนได้วันละ 8 ชั่วโมง
00:25:11มันดีอยู่แล้วแต่อย่างที่บอกว่า 6-8 ก็พอ
00:25:14โอเคคือการนอนเนี่ยมีงานวิจัยอยู่แล้วล่ะ
00:25:16ว่าสมองมันรีเซตร่างกายรีเซตสิ่งต่างๆที่
00:25:19ผ่านมาร่างกายเราก็อย่างที่บอกว่าก็หมอ
00:25:22มักจะเปรียบเทียบเหมือนรถอ่ะถ้าหนูสตาร์ท
00:25:24รถอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงก็พังหนูก็ต้องหยุด
00:25:27พักบ้างพักเครื่องบ้างนะร่างกายเราก็จะ
00:25:31ได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหลอภูมิคุ้มกันของ
00:25:34เราเม็ดเลือดขาวของเรามันก็จะได้ทำงานได้
00:25:37ตามปกติอันเนี้ยคือช่วงเวลาการนอนมันมี
00:25:41ความสำคัญแล้วการนอนที่สำคัญหรือนนอนตรง
00:25:45เวลาเนี่ยมันจะเข้ากับระบบที่ชื่อว่า
00:25:48circadian System ก็คือว่าแต่ละเวลาแต่
00:25:51ละชั่วโมงเวลานั้นเวลานี้ฮอร์โมนตัวนั้น
00:25:54ออกตัวนั้นตัวนี้นึออกมันก็จะแบ่งเป็น
00:25:56เช้ากับเย็นอะไรอย่างเงี้ยอ่ะเพราะฉะนั้น
00:25:58นั้นถ้าเรานอนตรงเวลาในช่วงที่ฮอร์โมนมัน
00:26:01ออกฤทธิ์เอาง่ายๆเลยสมมุติเด็กน้อยถ้า
00:26:03อยากจะให้ลูกสูงคุณอย่าให้ลูกคุณน่ะนอน
00:26:06เกิน 22:00 นอืเพราะในช่วง 22:00 นถึง
00:26:10เที่ยงคืนเนี่ยมันเป็นช่วงที่โกทฮอร์โมน
00:26:13หลมันหลั่งออกมาถ้าเด็กมันนอนดึกไปกว่า
00:26:15นั้นเนี่ยกว่ามันจะหลับสนิทเนี่ยโรส
00:26:17ฮอร์โมนมันก็ไม่ออกมาแล้วเด็กคนนั้นก็อาจ
00:26:20จะเตี้ยไม่สูงก็ได้นี่คือเรื่องของการนอน
00:26:23เป็นอันดับต้นๆที่สำคัญมากที่สำคัญมาก
00:26:26แล้วก็เห็นหลายคนเลยว่าว่าใช้ชีวิตการนอน
00:26:29ที่ผิดปกติอืบางคนทำงานกะกลางคืนทำงานไม่
00:26:32เป็นเวลาเงี้ยเออใช่ๆอย่าอาชีพนึงที่ใกล้
00:26:37ชิดแพทย์ที่สุดก็คือพยาบาลพยาบาลจะมีกัก
00:26:40ดึกอืกับกักกลางวันใช่มั้ยเจะอยู่ทุก 8
00:26:43ช่วโมง 8 88 เงี้ย 8:00 นถึง 16:00 น
00:26:471600 นถึงเที่ยงเที่ยงถึง 8:00 นพยาบาล
00:26:51สาวๆอืมักจะได้อยู่กับดึกกับกลางคืนเพราะ
00:26:55ว่าผีบานอายุมากฉันก็อยู่กับกลางวันะไม่
00:26:57หวร่างกายเนี่ยทำงานหนักมากคือคุณนอนไม่
00:27:02เป็นเวลาคุณตื่นในเวลาที่คนอื่นเขานอน
00:27:05แล้วคุณนอนในเวลาที่คนอื่นเขาตื่นแล้วคุณ
00:27:08ก็ไม่ได้นอนค่ะแสงเสริงอะไรต่างๆมันก็
00:27:11เข้ามาก็รบกวนการนอนตอนเช้าคุณต้องไปเข้า
00:27:14เวรบ่ายอีกเวรบ่ายคือ 16:00 นถึง 2300 น
00:27:18ถึงที่กลงคืนเงี้ยชีวิตพวกเนี้ยก็จะมี
00:27:20ปัญหาเพราะฉะนั้นพยาบาลก็เป็นอาชีพที่
00:27:23หนักหน่วงมากในช่วงวัยที่จบมาแรกๆแล้วก็
00:27:28ทำให้พยาบาลหลายคนเนี่ยท้อแท้ลาออกหรือ
00:27:31บางคนป่วยไข้เป็นโรคที่โรคแปลกๆที่เป็น
00:27:35โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันนี่แหละเพราะ
00:27:37ฉะนั้นก็อย่างที่บอกว่าเมื่อเราดำรงชีวิต
00:27:39แบบนี้แล้วเราภูมิคุ้มกันเราเริ่มไม่ดี
00:27:41เราก็จะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับโรค
00:27:43ออโตอิมมูนโรคภูมิคุ้มกันที่มาในหลากหลาย
00:27:46รูปแบบอันนี้คือพยาบาลที่เราขอมองเห็น
00:27:50ดาราออ่าดาราหรือนักร้องเใช้เวลาใช้ชีวิต
00:27:54แบบอาจจะไม่เป็นเวลาคือพวกเนี้ยได้เงิน
00:27:56ทองเยอะอแต่เต้องสูญเสียหลายอย่างในเวลา
00:28:00กินไม่ได้กินเวลานอนไม่ได้นอนนอนต้องไป
00:28:03นอนบนรถเพราะต้องขับไปอีกที่นึงะแล้วก็ไป
00:28:06ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตต้องเอาพาเวอร์ของตัว
00:28:09เองออกมาเพื่อที่จะส่งความสุขพิคนอื่นอ
00:28:13มันหมดพลังโรคภัยก็จะถามหาอย่างถ้าเรา
00:28:16เป็นระดับโลกก็เป็นิอใช่มั้ยโรค stiffness
00:28:20Person คือโรคคนตัวแข็งเกิดจากภาวะ
00:28:23autoimmune disease ก็คือเป็นโรคภูมิ
00:28:26คุ้มกันเมันทำลายตัวเองมันก็เลยทำให้ร่าง
00:28:29กายเกิดสภาวะดังกล่าวนี่คือระดับโลกนะถ้า
00:28:33บอกว่าทัวร์คอนเสิร์ต World Tour เนี่ย
00:28:36จะได้นอนที่ไหนคุณไปตื่นอีกประเทศนึง
00:28:38เนี่ยคุณก็เจ็ทแแล้วนี่คือเรื่องของการ
00:28:41นอนก็เหมือนเป็นสิ่งที่ต้องแลกใช่เป็น
00:28:43สิ่งที่ต้องแลกแล้วก็อย่างที่บอกว่าการ
00:28:45นอนน่าจะเป็นอันดับต้นๆเลยในเรื่องของการ
00:28:48ดูแลสุขภาพค่ะอันดับถัดไปก็จะเป็นเรื่อง
00:28:51ของการกินซึ่งการกินน่ะท่านพอรู้อยู่แล้ว
00:28:54ล่ะกินผักให้มากๆกินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง
00:28:57กินดรตให้พอสมควรไม่ได้มากจนเกินไปกิน
00:29:01เนื้อสัตว์ก็กินเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพกิน
00:29:03เนื้อปลากินเนื้ออะไรพวกนี้เงี้อแล้ว
00:29:05เมื่อกี้ที่คำถามถามว่าวิธีสร้างภูมิคุ้ม
00:29:07กันทางใจคุณหมอก็แนะนำมาว่าโอเคเราต้อง
00:29:09นอนให้พอแล้วก็เราต้องกินอาหารให้ดีแล้ว
00:29:12อย่างเงี้ยว่าอันนี้คือในด้านของิิอถ้า
00:29:14ใจ่กว่าในด้านของพวก mental Health พวก
00:29:16อะไรเงี้ยค่ะการที่เรานั่งสมาธิหรือเจริญ
00:29:18สติอะไรเงี้ยมันมันช่วยได้มากน้อยขนาดไหน
00:29:20ต้องพูดว่าเรานั่งสมาธิเนี่ยเป้าหมายคือ
00:29:23อะไรการนั่งสมาธิของคนหลายคนอืมีจุดมุ่ง
00:29:27หมายไม่เหมือนกันเอาเอาคนในประเทศไทยนะ
00:29:30ถ้าต่างประเทศอยากจะนั่งสมาธิกำหนดลมหาย
00:29:34ใจเนี่ยเพื่อคลายกังวลผ่อนคลายความเครียด
00:29:37อันนี้คือนั่งแบบโดยทั่วๆไปเขาก็จะมองแค่
00:29:41จุดนี้ยกตัวอย่างเช่น Angle management
00:29:44คนโกรธอือๆๆเขาบอกว่าหายใจเข้าลึกๆช้าๆ
00:29:48อันนี้คือการกำหนดลมหายใจละแล้วเดี๋ยวมัน
00:29:51ก็จะค่อยๆเบาลงเพราะอะไรมันถึงเบาลงคะอ
00:29:54เพราะว่าความคิดของเรานั้นไม่ได้ไปโฟกัส
00:29:57ตรงนเหมือนเราย้ายโฟกัสมาไว้ที่ลมหายใจ
00:30:00ของเราแทนอ่าใช่เคสที่พบบ่อยในห้อง
00:30:02ฉุกเฉินคือเคส
00:30:04hyperventilation Syndrome คือภาวะหาย
00:30:08ใจเครียดมือจีบมือจีบเลยเกร็งตัวเข้ามา
00:30:13พ่อแม่เห็นแล้วตกใจพาลูกจากที่บ้านเนี่ย
00:30:16มาโรงพยาบาลหายใจหายใจอันเนี้ยหมอก็จะเจอ
00:30:19บ่อยเพราะว่าหมอเนี่ยยเป็นหมอห้องฉุกเฉิน
00:30:22คือเป็นศัลแพทย์ที่ชอบอยู่ห้องฉุกเฉินน่ะ
00:30:24มันจะมีความสนุกของมันหายใจมาอย่างงี้เลย
00:30:27พพ่อแม่อุ้มมาเราเห็นละเด็กวัยรุ่นอายุ
00:30:311516 ปีซักประวัติพ่อแม่ก่อนทะเลาะอะไร
00:30:34กันมาอปป่าไม่ได้ทะเลาะนู่นนี่นั่นซักไป
00:30:39ซักมาก็ได้เรื่องว่าไปพูดอะไรบางอย่างที่
00:30:43ทำร้ายจิตใจก็แล้วกันเกิดความเครียดยกตัว
00:30:46อย่างเด็กเล่นมือถืออยู่ใช่มยพ่อโกรธจัด
00:30:49เล่นมาตั้งแต่เช้าแล้วแย่งมือถือออกไป
00:30:51ทะเลาะกันว่ากันตอนนี้อยู่ดีๆลูกสาวเริ่ม
00:30:56หายใจเร็วเฮ้ยพ่อตกใจลูกไม่ได้แกล้งไม่
00:30:59เคยมีหนีมาก่อนพามาโรงพยาบาลสิ่งแรกที่
00:31:02หมอเห็นหมอก็รู้ะ hyperventilation
00:31:04Syndrome เพราะมาบ่อยเหลือเกินสิ่งแรก
00:31:06ที่เขาบอกคนไข้คืออะไรือเปล่าค่ะเขาบอก
00:31:09ว่าเอามือไปจับปึ๊บใจเย็นๆฟังหมอนะได้ยิน
00:31:12หมอมให้ไม่ยักหน้าได้ยินกำหนดลมหายใจฝัง
00:31:17เสียงหมอหายใจเข้าออกอืพยายามกำหนดตามนะ
00:31:23ค่อยๆหายใจเข้าลึกนะออกอย่างเงี้ยนะเพื่อ
00:31:27ให้เขาแบบแบบว่าย้ายโฟกัสจากเรื่องที่
00:31:29เครียดมาอยู่ที่เสียหมอแทนะคะการหายใจที่
00:31:32สั้นและตื้นของเขามันจะเริ่มค่อยๆลึกขึ้น
00:31:36เพราะเฟังะเมียังหูยังได้ยินอยู่เออหายใจ
00:31:40แทนที่จะตึดๆๆเไปโฟกัสในเรื่องของการ
00:31:44กำหนดลมหายใจตามเสียงของแพทย์ที่เป็นคน
00:31:47บอกความคิดอื่นๆมันก็จะหายไปอ่าแต่คราว
00:31:52นี้กลับบ้านไปใหม่ก็อาจจะเป็นแบบเดิมอีกบ
00:31:55ว่าบางทีพ่อแม่เขาไม่รู้ว่าไอ้วิธีนั้น
00:31:56น่ะที่เขาทำมันทำให้ลูกเป็นแบบนั้นส่วน
00:31:59ใหญ่ไปครั้งแรกเนี่ยหมอรู้แล้วว่าเป็นหมอ
00:32:01ก็จะบอกพ่อแม่แหละว่าลูกอ่ะเป็นนะอย่าไป
00:32:05ขัดใจคำถามคือหมอไม่อ่านหนังสือจะสอบอยู่
00:32:08แล้วไม่ให้ผมเตือนได้ยังไงหมอแล้วจะไม่
00:32:11ให้ผมขัดใจได้ไงอ่ะลูกผมไม่อ่านหนังสือ
00:32:13เลยากจะเล่นติตอกอ่ะดูทั้งวันเลยเนี่ยหมู
00:32:16เด้งเดึ้งเด้งๆขึ้นมาเห็นมยมุมมองแตกต่าง
00:32:20กันส่วนใหญ่เนี่ยโลกไฮเป ventilation
00:32:22Syndrome เนี่ยค่ะอย่างที่บอกก็คือว่า
00:32:24เกิดในเด็กหญิงมากกว่าเด็กผู้ชายหรอคะมาก
00:32:27กว่ามากกว่าเด็กผู้ชายเนี่ยหลายเท่ามากๆ
00:32:30เพราะอะไรคะเพราะเรื่องของพื้นฐานจิตใจ
00:32:34เอาง่ายๆผู้ชายมักจะมีแนวโน้มที่มีจิตใจ
00:32:38เข้มแข็งกว่าเขขผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนโยน
00:32:41นะออเคมีความ sensitive มากกว่าเ
00:32:43sensitive มากกว่าดังนั้นเนี่ยอย่างที่
00:32:45บอกว่าเราด่าคำเดียวกันยกตัวอย่างยกตัว
00:32:48อย่างทำไมกินหญ้าล่ะทำไมไม่กินข้าว
00:32:52อสมมุติเราด่าคำเดียวกันคนที่เด็กเด็กผู้
00:32:55ชายอาจจะแบบอืได้ครับเดี๋ยวผมจะออกไปหา
00:32:59หญ้า
00:33:00กินแต่พอเป็นเด็กผู้หญิงพอฟังเฮ้ยอาจารย์
00:33:05ด่าฉันเป็นสัตว์สีเท้าหรือเปล่าที่กินยาก
00:33:09อันนี้คือสิ่งภายนอกแต่ที่พบเยอะเลยก็คือ
00:33:12ทะเลาะกับแฟนอืแฟนเนี่ยคือบุคคลใกล้ชิด
00:33:17ที่ทำให้เกิด hyperventilation Syndrome
00:33:20เป็นอันดับ 2 มากกว่าพ่อแม่หรือบางทีอ่ะ
00:33:24มันคือเรื่องเดียวกันยกตัวอย่างเช่นว่า
00:33:27เด็กอายุ 1516 ใช่มยมีแฟนพ่อแม่ก็บอกว่า
00:33:31มันเร็วไปลูกคุยโทรศัพท์น้อยลงหน่อยนู่น
00:33:34นี่นั่นแย่งโทรศัพท์หรือไปทะเลาะกับแฟน
00:33:36เกิดภาวะเครียด hyperventilation
00:33:39Syndrome เหมือนกันมันมีวิธีป้องกันมคะ
00:33:42คนที่เป็น hyperventilation syndome
00:33:44เนี่ยนะอือเไม่ได้เป็นไปตลอดชีวิตเเป็น
00:33:46แค่บางช่วงเจะเป็นช่วงวัยรุ่นนี่แหละเรา
00:33:48จะเห็นถึงได้บอกว่ามาอายุเท่าเนี้ยก็เป็น
00:33:51แต่พอโตขึ้นน่ะจิตใจเรามันก็จะเข้มแข็ง
00:33:54ขึ้นมันมีเกราะป้องกันคุ้มครองเรามากขึ้น
00:33:59เราอาจจะก้านโลกขึ้นทำให้สิ่งต่างๆที่มัน
00:34:03กระทบเราเนี่ยไม่สามารถทำร้ายจิตใจเราได้
00:34:05หมอถึงได้พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับขันธ์ 5
00:34:08ขันธ์ 5 เนี่ยโดยรวมก็คือว่าเมื่อมีทุกข์
00:34:11ท่านอย่าไปถือทุกข์นั้นไว้เมื่อมีอะไรมา
00:34:13กระทบจิตใจอให้ปล่อยผ่านตัวไปมันก็แบบ
00:34:17เดียวกันยกตัวอย่างเช่นสมมุติว่าการที่
00:34:19เราจะทะเลาะกับใครบางคนได้นะมันอยู่ที่
00:34:22ว่าใจของเราพร้อมที่จะทะเลาะหรรือเปล่า
00:34:24ถ้าเราคิดว่าจุดจบของการทะเลาะนั้นยังยัง
00:34:27ไงเราต้องไปง้อเอยู่ดียกตัวอย่างเช่นว่า
00:34:31สามีภรรยาลิ้นกับฟันอยู่ด้วยกันต้องมี
00:34:33เรื่องหบัดหมากันทะเลาะกันบ้างบางอย่าง
00:34:35พูดไม่เข้าหูประเด็นก็คือพอพูดไม่เข้าหู
00:34:38เราจะปล่อยให้มันทะลุผ่านไปหรือเราจะเอา
00:34:41ไอ้ที่เข้าหูเรามาแล้วเนี่ยมันเก็บไว้ใน
00:34:44ใจแล้วกลั่นมันออกมาแล้วระเบิดใส่เพื่อ
00:34:47ทะเลาะเกิดขึ้นเพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าสมมุติ
00:34:50ว่าเราคิดได้แล้วว่าเดี๋ยวทะเลาะก็ต้อง
00:34:53กลับมาคืนดีกันเดี๋ยวทะเลาะก็ต้องไปง้อ
00:34:56แล้วคนที่ต้องง้อก็เป็นงั้นก็อย่าไป
00:34:58ทะเลาะเลยปล่อยมันผ่านไปดีกว่าบางครั้ง
00:35:01การที่ปล่อยผ่านไปมันก็ผ่านไปแล้วเราไม่
00:35:04ต้องเก็บมาในใจก็เหมือนเป็นวิธีปล่อยวาง
00:35:07อย่างหนึงใช่โดยที่เมื่อเก็บวางในใจเราก็
00:35:10เกิดทุกข์ออใช่คุณหมอกำลังจะบอกว่าเวลา
00:35:12เรามีทุกข์ให้เราแยกความทุกข์กับตัวเรา
00:35:14ออกจากกันใช่หรือให้ความทุกข์นั้นผ่านตัว
00:35:17เราออกไปแล้วมันก็จะมีสิ่งดีเกิดขึ้น
00:35:20ชีวิตของมนุษย์เปรียบเสมือนคลื่นขึ้นลง
00:35:24อ้าจะมีทั้งดีและแย่สลับกันไม่มีใครมี
00:35:28ความสุขตลอดและก็ไม่มีใครที่มีความทุกข์
00:35:31ตลอดดังนั้นเมื่อมีความทุกข์ให้มองไว้ว่า
00:35:35สุดท้ายมันก็จะมีความสุขตามมาแต่ในช่วง
00:35:39ที่มีทุกข์นั้นอย่าจมอยู่กับทุกข์เหตุผล
00:35:43ก็คือว่าเราเคยดูนาฬิกาใช่มยค่ะ 1 นาที
00:35:46ยาวนานมยถ้าเราจ้องมันก็นานถูกต้องถ้าเรา
00:35:50ไปโฟกัสกับทุกข์มันก็จะยิ่งทุกข์หนักมัน
00:35:53ก็จะขยายทุกข์เวเออทุกข์นั้นกว่าจะผ่าน
00:35:56ทำไมนานจังอ่ะค่ะแต่ถ้ามุตเราไม่โฟกัสกับ
00:35:58ทุกข์ทุกข์นั้นก็จะหายไปเหมือนเวลาแค่ 1
00:36:01นาทีอือันนี้ในกรณีเคสที่คุณหมอเล่าให้
00:36:04ฟังคือเรื่องการกำหนดลมหายใจแล้วถ้าเป็น
00:36:07แบบเรื่องสมาธิอค่ะที่เราคุยกันค้างไว้ใช
00:36:10คือการกำหนดลมหายใจกับสมาธิเนี่ยในมุมมอง
00:36:13ของหมองมันคือเรื่องเดียวกันมั้ยมันคือ
00:36:14เรื่องเดียวกันคือมันเป็นเรื่องที่ใกล้
00:36:17เคียงกันคือใช้คำพูดว่านั่งสมาธิโดยทั่ว
00:36:20ไปอืก็คือกำหนดลมหายใจเข้าออกนึกถึงลมหาย
00:36:24ใจเข้าออกที่ผ่านรูจมูกท่านไม่ต้องไปนึก
00:36:27ถึงอย่างอื่นนะก็นึกถึงแค่อยู่ที่ปลาย
00:36:30จมูกแต่ในกรณีที่ท่านอั Level ขึ้นไปท่าน
00:36:33ก็อาจจะกำหนดให้มันย้ายไปตรงไหนก็ได้ไป
00:36:36ระหว่างกึ่งกลางหน้าผากก็ได้หรือมันย้าย
00:36:39มาตรงอกก็ได้ย้ายลงมาช่องท้องตอนนี้อยู่
00:36:42บนมือของท่านแล้วตัวท่านหายไปอะไรอย่าง
00:36:44เงี้ยมันก็จะเป็นอีกเลเวลนึงแต่ว่าเอาแค่
00:36:49ควบคุมอารมณ์เอาแค่จิตใจเนี่ยหายใจประมาณ
00:36:52นี้กำหนดลมหายใจซึ่งไอ้วิธีการกำหนดลมหาย
00:36:55ใจเนี่ยก็มีหลากหลายรูปแบบมากเป็นจักรวาล
00:36:59Marvel เลยเพราะแต่ละคนแต่ละสำนักมีวิธี
00:37:03การกำหนดลมหายใจที่แตกต่างกันแล้วเว้ย
00:37:07เฮ้ยนึกออกไม่เหมือนกันอีกเอาจริงๆนี่คือ
00:37:10เรื่องจริงนะถ้าสมมุติว่าหนูไปศึกษา
00:37:12เรื่องเกี่ยวกับการกำหนดลมหายใจเพื่อ
00:37:15วัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งยกตัว
00:37:17อย่างกำหนดลมหายใจเพื่อแก้ความเครียดอหมอ
00:37:21จิตเวชก็จะมีสูตร 478 อ๋อแบบหายใจ 1 2 3
00:37:254 หายใจเข้านะ 1 2 2 3 4 นะกั้นไว้ 7
00:37:29ใช่มั้อ่าแล้วค่อยปล่อยทางริมฝีปาก 8 นี้
00:37:34คือ 4 7 8 ทำไปกี่รอบเเงี้ย 4 รอบหรือ
00:37:37อะไรก็แล้วแต่เขาบอกว่าอาจจะทำให้จิตใจ
00:37:40สบายคายเครียบมันก็คือสูตรหนึอืบางคนบอก
00:37:43ว่าเป็น blx beading อ cccc อะไรอย่าง
00:37:47เงี้ยก็มีเพราะฉะนั้นเนี่ยเดี๋ยวไอ้
00:37:49เรื่องการหายใจเนี่ยจะเป็นจักรวาลการหาย
00:37:52ใจเลยซึ่งจริงๆต้องบอกว่าต้องหาข้อ
00:37:55พิสูจน์ว่าการหายใจในแต่ละรูปแบบนั้น
00:37:57เนี่ยมันดีจริงหรือเปล่าบางคนบอกว่าหายใจ
00:38:00แบบเนี้ยลดความอ้วนหมีอ่าหนูไม่รู้สิหาย
00:38:05ใจวัตถุประสงค์เพื่อลดความอ้วนจะต้อง
00:38:07กำหนดลมหายใจแบบนี้โดยเขาบอกว่าร่างกาย
00:38:10เราก็เหมือนเตาพลังงานไงเราหายใจเอา
00:38:13ออกซิเจนเข้าไปอ่ะมันจะได้ไปเผาผลาญไขมัน
00:38:16เมีวิธีการคิดอย่างนั้นจริงๆนะสิ่งที่บอก
00:38:19ว่าอย่างงี้ไม่ต้องออกกำลังกายแล้วมันไม่
00:38:21ใช่การที่คุณสามารถควบคุมลมหายใจของคุณ
00:38:24ได้เนี่ยคุณใช้กล้ามเนื้อทุกมัดเลยในการ
00:38:28ที่เผาผลาญพลังงานเก็มีมุมมองของเขาแบบ
00:38:33นี้เหมือนกันอุ้ยอันนี้คนดูน่าจะไปเซิละ
00:38:35หายใจลดความอ้วนมีมีจริงๆอย่างที่บอกมี
00:38:38จริงๆหรือแม้แต่การนั่งสมาธิเพื่อไป
00:38:42กระตุ้นภูมิคุ้มกันบางทีที่หนูบอกว่าเอ๊ะ
00:38:45หายใจกับรดความอ้วนมันไม่น่าเกี่ยวกันนะ
00:38:48หมอแต่พอบอกหายใจเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้ม
00:38:51กันหนูยังพยักหน้า
00:38:53บอกในเมื่อมันเป็นเซลล์เหมือนกันนะอก็มี
00:38:56การกำหนดจิตต้องสร้างภาพขึ้นมาให้ได้
00:39:00สมมุติว่าเราฝึกสมาธิเรากำหนดลมหายใจแล้ว
00:39:03เราจะต้องสร้างจินตภาพขึ้นมาบนหัวเรา
00:39:06เหมือนเราทำอ่อเขคเรียกว่าอะไรมันนี้เป็น
00:39:08เเลทสมองตัวเองป่ะคะใช่ยกตัวอย่างเช่นว่า
00:39:11เราอยากจะให้ภูมิคุ้มกันเราแข็งแรงใช่มอื
00:39:14เราก็นึกถึงเม็ดเลือดขาวโอ้โหยากเลยทีนี้
00:39:18เม็ดเลือดขาวในร่างกายเราที่มันวิ่งอยู่
00:39:20เงี้ยแล้วเราไปบอกมันอืว่าให้มันไป
00:39:24ตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้อันนี้ที่พูดเนี่ย
00:39:27ใช่แบบคิดขึ้นมาเองนะเดี๋ยวคนหาว่าบ้าไอ้
00:39:30ที่พูดเนี่ยทางการแพทย์ว medical School
00:39:33เนี่ยเขาพูดเลยว่า mediation เนี่ยสามารถ
00:39:36ช่วยในเรื่องของการรักษามะเร็งได้ถ้าคุณ
00:39:40ทำถูกต้องโดยอย่างที่บอกก็คือคุณต้อง
00:39:43กำหนดคิดพิจารณาสร้างจินตภาพของตัวเม็ด
00:39:47เลือดขาวให้ไปโฟกัสในตำแหน่งที่คุณเป็น
00:39:49มะเร็งวันละกี่นาทีกี่ชั่วโมงเบอกอย่าง
00:39:52งี้เลยนะเอแทนที่ว่าคุณจะนั่งนอนไปเฉยๆ
00:39:55เนี่ยคุณนั่งสมาดีกว่าวันละสสมมุติเอ่อ
00:39:59ครึ่งชั่วโมงก็ได้แล้วคุณก็นั่งโฟกัสว่า
00:40:02เมเลือขาวคุณเนี่ยไปช่วยกำจัดเซลล์มเร็ง
00:40:05เท่าที่หนูฟังอ่ะหนูคิดว่างั้นเราพอจะพูด
00:40:08ได้มว่าเอองั้นการคิดบวกมันก็ช่วยให้
00:40:10ชีวิตเราดีขึ้นจริงๆทั้งในแง่ของอารมณ์
00:40:12และสุขภาพใช่ใช่ก็ก็อย่างที่บอกว่าการที่
00:40:15เรารับรู้ว่าเป็นมะเร็งค่ะมันก็มีทั้งผู้
00:40:18ที่ชนะและผู้ที่ผู้ที่แพ้ไม่อยากเลพแพ้
00:40:22เลยอ่ะบางคนเสู้แล้วแต่เบงเป็นคนคิดบวกก็
00:40:24จริงแต่ยังแพ้ก็มีอืงบางคนเป็นคนคิดลบ
00:40:29โอกาสที่ชนะมันก็จะน้อยลงงั้นก็นะคะวัน
00:40:32นี้ก็คุยกันมาได้ประโยชน์สาระมากมายเลย
00:40:34จากคุณหมอนะคะแล้วก็ได้มุมมองใหม่ๆด้วย
00:40:36ไม่ใช่แค่ในเรื่องการแพทย์แต่เป็นรวมถึง
00:40:38ในเรื่องของการใช้ชีวิตทั่วไปในประจำวัน
00:40:40ด้วยนะคะคืออย่างที่บอกหัวข้อมันคือแก้
00:40:43โรคกรรมทำได้จริงมยคือเราก็ไม่รู้หรอกว่า
00:40:45มันจะทำได้หรือเปล่าก็คือให้เราโฟกัสใน
00:40:47สิ่งที่เราควบคุมได้พยายามรักษาจิตใจตัว
00:40:49เองให้มันอยู่ในแบบว่า Positive Thinking
00:40:51Positive Wife นะคะซึ่งวันนี้ขอบคุณคุณ
00:40:53หมอมาก ep นี้คุยกันแบบเต็มอิ่มยาวนานมาก
00:40:56นะคะค่ะเดี๋ยววันนี้นะคะทางเกาก็จะมีของ
00:40:58ขวัญเล็กๆน้อยๆมามอบให้คุณหมอด้วยค่ะนี่
00:41:00ค่ะเสื้อเกานะคะถ้าใครสนใจนะคะสั่งซื้อ