ควรดื่มกาแฟกี่แก้วต่อวันจึงปลอดภัย

คำถาม:
ควรดื่มกาแฟกี่แก้วต่อวันจึงปลอดภัย?
คำตอบ:
ไม่ควรดื่มเกิน 400 มิลลิกรัมของคาเฟอีนต่อวัน ซึ่งเทียบได้กับประมาณ 4 แก้วกาแฟปกติ แต่แนะนำให้ดื่มแค่ 1-2 แก้วต่อวันเพื่อได้ประโยชน์สูงสุดโดยไม่เกิดผลข้างเคียง และควรเลือกดื่มกาแฟดริปที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือไซรัป เพื่อให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระอย่างแท้จริง

"ความลับของกาแฟ" : หมอชวนคุย :【คุยกับหมออัจจิมา】

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:08:22แล้วมันไม่ควรที่จะดื่มเกิน 400mg ของ caffeine
00:08:27ต้องบอกว่าในหนึ่งแก้วเนี่ย ประมาณนะคุณแนน ในหนึ่งแก้วปกติของที่เราดื่มกาแฟเนี่ย
00:08:32ก็จะไม่เกิด 100mg งั้นในวันนึงไม่ควรจะเกิน 4 แก้ว/วัน
00:08:37อันนี้คือmaxสุดเเล้ว / จริงๆแก้วsizeปกตินะคะคุณผู้ชม
00:08:40เพราะว่าไม่งั้นเนี่ยมันจะเกิดอาการปัญหาของการได้รับกาแฟมากเกินไป
00:08:44หรือว่ามีอาการติดแล้วมันมีอาการขาด / อืมมม
00:08:47เหมือนกับมีอาการขาดพวกยาหรือขาด caffeine พวกนี้
00:08:51งั้นพวกนี้ก็แทนที่จะดีกลายเป็นไม่ดีละ
00:08:54กลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย / ค่ะ
00:08:56เมื่อกี้เราบอก Alert ตรงข้ามเลย / ค่ะ
00:08:58ง่วง / อืมมม
00:09:00ช่วยเรื่องลดซึมเศร้า อันนี้ตรงข้ามเหมือนกัน
00:09:03กลายเป็นวิตกกังวล และเราก็จะรู้สึกเหนื่อยเพลีย
00:09:07หรืออาจจะมีอาการปวดหัว หรือถ้าเราดื่มมากๆเนี่ยคุณแนนมันจะงงๆแบบเบลอๆ
00:09:13บางคนเนี่ยดื่ม sensitive ต่อกาแฟมากมีคลื่นไส้
00:09:17มีงงๆ มีคลื่นไส้ มือสั่น แล้วก็จะมีอาการเหมือนกับประสาทหลอน
00:09:23เกิดในคนที่มากๆจริงๆ
00:09:25งั้นต้องลิมิตปริมาณของการได้รับกาแฟต่อวัน
00:09:29และอีกอันนึง caffeine มันคล้ายๆกับกลุ่มของยาเสพติดที่
00:09:33เมื่อคุณได้รับแล้วร่างกายของคุณจะทน แล้วคุณจะต้องได้รับปริมาณมากขึ้นๆ
00:09:37เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
00:09:39ถ้าดื่มแบบนี้มันไม่ใช่ละ ผิด
00:09:42เพราะจริงๆเราต้องการฤทธิ์ที่มันเป็น Antioxidant
00:09:46หรือฤทธิ์ต้านการอักเสบ หรือฤทธิ์ลดสารอนุมูลอิสระของกาแฟ
00:09:50และช่วยให้มีการทำงานของสมองดีขึ้น
00:09:53ในระดับนึงนิดหน่อย แต่ไม่ใช่โอเวอร์ถ้าโอเวอร์ปุ๊บเนี่ยกลายเป็นผลเสียทันทีเลย
00:09:58ตอนต้นรายการเนี่ยเราพูดถึงว่าเห้ยย..ตัวcaffeineเนี่ย
00:10:02มันช่วยในเรื่องของการลดอัตราการเกิดเป็น Stroke ในบางการศึกษา
00:10:07แต่พอมาดูเนี่ยจริงๆแล้วที่เราดื่มกาแฟเข้าไป
00:10:11ดูดซึมจากกระเพาะอาหารเข้าไป เข้าไปอยู่ในหลอดเลือดของเรา
00:10:15ตัว caffeine เองเนี่ย ทำให้มีการเพิ่มของความดันโลหิต
00:10:18ซึ่งมันมาจากการที่มันไปเพิ่มพวกสารสื่อประสาท
00:10:21บางตัว อย่างเช่น ตัว Adrenaline
00:10:23ซึ่งจริงๆแล้วตัวเนี่ยมันเหมือนเป็น SKATE HORMONE ที่หลั่งมาเวลาที่ร่างกายเรามีความเครียด
00:10:28แต่ว่าอันเนี่ยสั้นๆดี มันเหมือนกับความเครียดคุณแนนน้อยๆดี
00:10:33นานๆมากๆเรื้อรังเนี่ยต้องมีความระมัดระวัง
00:10:37กลายเป็นว่าหัวใจเราทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม
00:10:39เพราะฉะนั้นคนที่เขามีความเสี่ยงอยู่แล้วเขาอาจจะมีเกิดภาวะใจสั่น
00:10:43ไปกระตุ้นทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
00:10:45อันนี้เราก็ต้องมีความระมัดระวังแล้วว่าถ้าสมมุติว่าเราดื่มกาแฟในปริมาณมากเกินไป
00:10:50เราได้ caffeine มากเกินไป แทนที่มันจะเป็นผลดี มันเกิดเป็นผลเสีย
00:10:54ต่อการทำงานของร่างกาย ต่อการเต้นของหัวใจ
00:10:57ต่อการหายใจ และอาจจะส่งผลทำให้เกิดมีเรื่องปัญหาของการชัก
00:11:02หัวใจเต้นผิดจังหวะ เสียชีวิตได้เหมือนกัน
00:11:06มันจะเกิดในคนที่ใช้ caffeine ในการลดความอ้วน
00:11:10เพราะว่ามันไม่ได้ใช้ในปริมาณที่ปกติ / ค่ะ
00:11:13คุณแนนนึกออกไหม มันกลายเป็นว่า caffeine ที่เข้าไปเนี่ย
00:11:15มัน overdose คือมันสูงเกิน
00:11:17แทนที่มันจะกลายเป็นผลดีต่อร่างกาย มันไปเพิ่มความดันโลหิตสูง
00:11:20มันไปเพิ่มการทำงานของหัวใจ กลายเป็นว่าคุณเกิดปัญหา
00:11:24นอกจากนี้เนี่ย ตัวของ caffeine เองเนี่ย
00:11:27บางคนที่ทาน caffeine เขาบอกว่า ในคนที่เป็นพวกกรดไหลย้อนเขาห้าม
00:11:31อาหารอันนึงที่หมอสั่งห้ามเลยคือกาแฟ / ค่ะ
00:11:34เพราะว่ากาแฟมันจะไปเพิ่มความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร
00:11:37มันก็จะทำให้ปัญหาของกรดไหลย้อนของเราเนี่ยเป็นมากขึ้นกว่าเดิม
00:11:44ตอนแรกแนนก็เป็นโรคกรดไหลย้อน แนนก้เอ๊..ทำไมคุณหมอห้ามทานกาแฟ
00:11:47ตอนแรกคิดว่านม ปรากฏไม่ใช่เป็นตัวกาแฟนี่เอง / ใช่
00:11:51และนอกจากนี้แล้วเนี่ยถ้าเราดื่มกาแฟในปริมาณมาก
00:11:54พวกนี้จะส่งผลต่อการดูดซึมเเคลเซียม
00:11:57งั้นถ้าคุณมีภาวะกระดูกพรุนอยู่แล้ว อันนี้มันมีปัญหาแน่นอน
00:12:03แล้วก็บางทีเนี่ย คนดื่มกาแฟจะดื่มแล้วรู้สึกแบบแรงมันเยอะ ฉันมีแรงจะทำนู่นทำนี่
00:12:12อาการปวดหายไป
00:12:14คุณแนนรู้ไหมไอตัว caffeine เนี่ยมันอยู่ในยาแก้ปวด
00:12:18ซึ่งเขาใช้ในการรักษาไมเกรน
00:12:20และก็บางคนเขาก็เอามาใช้ในการรักษาอาการปวดอื่นๆทุกอย่างเลย
00:12:24เพราะว่าประโยชน์ของมันคือมันช่วยลดไออาการปวดตามกล้ามเนื้อด้วย
00:12:29แต่ว่าจริงๆแล้วเนี่ยถ้ามากเกินไปก็อย่างที่บอกมันก็จะส่งผลแบบอื่น
00:12:35บางทีแบบเราไม่ไปแก้ที่ต้นเหตุของการปวด เราไปใช้ยาแก้ปวดที่ผสม caffeine เยอะๆ
00:12:40มันก็อาจจะส่งผลต่อการทำงานของหลอดเลือดหรือส่งผลต่อการทำงานของจิตใจได้
00:12:44คุณแนนรู้ไหมตัว caffeine เนี่ยอย่างที่บอกว่ามันดูดซึมจากกระเพาะอาหาร
00:12:49เวลาที่เราดื่มเข้าไปสู่กระเเสเลือด / ค่ะ
00:12:53เข้าไปสู่รกในกรณีของคนท้อง
00:12:55อ๋อออ / อ่าาา
00:12:57มันก็ไปส่งผลถึงเบบี๋ในท้องได้ Metabolism ของเบบี๋ก็จะเปลี่ยนไป
00:13:02การทำงานการเต้นของหัวใจเบบี๋ก็จะเปลี่ยนไปนะคะ
00:13:05คนที่ยังไม่ท้องเนี่ยการดื่มกาแฟมันทำให้การปฏิสนธิน้อยลง / ค่ะ
00:13:11ทำให้การปฏิสนธิน้อยลง ทำให้การเจริญเติบโตของเด็กในครรภ์เนี่ยมีปัญหา
00:13:17แล้วก็เพิ่มอัตราการแท้งด้วย
00:13:18โอโห...ฟังแล้วเเบบน่ากลัวนะคะเนี่ย
00:13:21คนท้องเขาถึงไม่ให้ดื่มไง / ค่ะ
00:13:23แล้วก็คนที่ให้นมบุตรให้ใช้ความระมัดระวังในการดื่ม / ค่ะ
00:13:28โอ้โหหห
00:13:29อันนี้คือข้อเสียของมันเราต้องพูดให้เห็นว่าเอ้ยมันไม่ได้มีแต่ข้อดีอย่างเดียว
00:13:32มันมีข้อเสียด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเราจะดื่มเพื่อที่จะช่วยในการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ
00:13:38คุณต้องดื่ม..ดื่มน้อย ไม่เกินวันละ 400mg ก็คือไม่เกินวันละ4แก้ว
00:13:45จริงๆแล้วpreferก็คือ1-2แก้วไม่เกิน / พอออ
00:13:48พอแล้ว และก็ต้องดื่มกาแฟที่เป็นกาแฟสด
00:13:52เป็นกาแฟที่ไม่ใส่ไม่ปรุงแต่งทั้งสิ้นเหมือนคลีนคอฟฟี่นะคะ
00:13:58วันนี้ทราบไปแล้วว่าต้องดื่มกาแฟแบบไหนในปริมาณเท่าไหร่