00:00:00 → 00:00:03วันนี้ผมได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญ 2
00:00:03 → 00:00:06ท่านซึ่งโด่งดังในพื้นที่ออนไลน์เราเรียก
00:00:06 → 00:00:08บัดดี้
00:00:08 → 00:00:11ผ่าตัดหัวใจนะครับเป็นหมอคู่ที่เราเห็น
00:00:11 → 00:00:16กันเยอะในสื่อออนไลน์ทำรูปแบบการนำเสนอ
00:00:16 → 00:00:19ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการผ่าตัดทรงอกไม่
00:00:19 → 00:00:22ว่าจะเป็นผ่าตัดหัวใจลิ้นหัวใจผ่าตัดปอด
00:00:22 → 00:00:26ผ่าตัดในช่องอก
00:00:26 → 00:00:29หมอผ่าตัดทรงอกหรือหมอผ่าตัดหัวใจจะต่าง
00:00:29 → 00:00:32จากหมอหัวใจนะครับวันนี้ผมได้พยายามตั้ง
00:00:32 → 00:00:36คำถามเพื่อไขความเชื่อผิดๆตั้งแต่
00:00:36 → 00:00:37ปัจจุบัน
00:00:37 → 00:00:40โจทย์ที่มักจะถกเถียงกันคือไข่ต้มหรือไข่
00:00:40 → 00:00:44วันนึงควรจะกินกี่ฟองนะครับการผ่าตัดหัว
00:00:44 → 00:00:47ใจเป็นการผ่าตัดที่ไม่เหมาะสำหรับผู้สูง
00:00:47 → 00:00:51อายุผ่าแล้วจะทำให้เสียชีวิตผ่าแล้วทำให้
00:00:51 → 00:00:55คนแย่ทำงานไม่ได้เหนื่อยมากกว่าเดิม
00:00:55 → 00:00:59อาหารแบบไหนที่ปัจจุบันมีข้อมูลน้ำมันตับ
00:00:59 → 00:01:02ปลาสรุปแล้วในปี 2025 มีข้อมูลอย่างไร
00:01:02 → 00:01:06บ้างนะครับการผ่าตัดแล้วทำให้สมรรถภาพทาง
00:01:06 → 00:01:11เพศลดลงนะความเชื่อผิดๆว่าผ่าตัดหัวใจจะ
00:01:11 → 00:01:15เป็นเรื่องของคนรวยเท่านั้นคนจนผ่าไม่ได้
00:01:15 → 00:01:19และอีกสารพัดความเชื่อผิดๆนะครับนอกเหนือ
00:01:19 → 00:01:21จากนี้ผมได้มีโอกาสได้คุยเพิ่มเติมเกี่ยว
00:01:21 → 00:01:26กับที่มาที่ไปของคู่บัดี้นะครับว่าอะไร
00:01:26 → 00:01:29เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เค้ามาอยู่ในฟi
00:01:29 → 00:01:33ที่มีแรงกดดันสูงเวลาน้อยเงินน้อยสุขภาพ
00:01:33 → 00:01:35น้อยความสัมพันธ์น้อยอะไรเป็นเหตุที่ทำ
00:01:35 → 00:01:39ให้เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาเดินหน้าต่อและ
00:01:39 → 00:01:42เมื่อเกิดเหตุการณ์ล้มเหลวผ่าไปแล้วคนไข้
00:01:42 → 00:01:46ไม่ประสบความสำเร็จเมีวิธีการดูแลความล้ม
00:01:46 → 00:01:49เหลวอย่างไรนะครับ
00:01:49 → 00:01:53ข้อน่าสังเกตคือหมอผ่าตัดหัวใจส่วนใหญ่
00:01:53 → 00:01:56ที่ผ่านมาจะเป็นหมอที่เครียดตัวผอมผมขาว
00:01:56 → 00:02:01เวลาน้อยแต่คู่นี้ได้แหวกแนวผมขอใช้คำว่า
00:02:01 → 00:02:04ยกระดับภาพพจน์ใหม่ของหมอผ่าตัดหัวใจคือ
00:02:04 → 00:02:08เป็นหมอที่ยิ้มเก่งคุยง่ายเข้าถึงได้และ
00:02:08 → 00:02:18ยังมีกล้ามใหญ่
00:02:19 → 00:02:21>> ก่อนจะเริ่มรายการต้องขอขอบคุณบริษัท
00:02:21 → 00:02:24เอราวันtextไทลผู้สนับสนุนรายการนี้อย่าง
00:02:24 → 00:02:26เป็นทางการเอรวันเทคไทลในปัจจุบันหันมา
00:02:27 → 00:02:31ช่วยผลักดันส่งเสริมความรู้สุขภาพและข้อ
00:02:31 → 00:02:35มูลอย่างถูกต้องให้กับประชาชนไทยเอราวัน
00:02:35 → 00:02:38เทคไทลอยู่คู่เมืองไทยมากว่า 60 ปี
00:02:38 → 00:02:41ปัจจุบันหันมาทำชุดสกัให้กับวงการแพทย์
00:02:41 → 00:02:46หลากหลายสีใส่สบายสามารถติดตามสั่งซื้อ
00:02:46 → 00:02:49ได้ในช่องทาง Official ของเอรวันเทคไซล
00:02:49 → 00:02:51>> หมอต้อมนะครับนายแพทย์ปฐมผลเอกลักษณ์
00:02:51 → 00:02:53สัญญแพทย์หัวใจและส่งอกครับผม
00:02:53 → 00:02:56>> ผมหมอบอสนะครับนายแพทย์ชินภูมิมุธิวนิตนะ
00:02:56 → 00:02:58ครับเป็นสัญญแพทย์หัวหัวใจและทรงอกครับ
00:02:58 → 00:03:02>> สัญแพทย์หัวใจและทรงอกเนี่ยประชาชนฟังก็
00:03:02 → 00:03:05แบบว่ามันคืออะไรแล้วก็มันต่างจากหมอหัว
00:03:05 → 00:03:06ใจยังไงฮะ
00:03:06 → 00:03:09>> เอ่อปกติเนี่ยประชาชนก็จะเข้าใจว่าหมอหัว
00:03:09 → 00:03:12ใจใช่มั้ยครับเอ่อเป็นหมอที่ทำงานเกี่ยว
00:03:12 → 00:03:16กับอะไรก็ถ้าอธิบายง่ายๆเนี่ยมันก็จะมี
00:03:16 → 00:03:18การแบ่งเป็น 2 แผนกก็คืออายุรกรรมกับ
00:03:18 → 00:03:19ศัลยกรรม
00:03:19 → 00:03:19>> อื
00:03:19 → 00:03:22>> หมอหัวใจก็จะแบ่งออกเป็นอายุรกรรมหัวใจ
00:03:22 → 00:03:25กับศัลยกรรมหัวใจของพวกผมเนี่ย 2 ท่านก็
00:03:25 → 00:03:26คือเป็นหมอศัลยกรรมหัวใจ
00:03:26 → 00:03:26>> อือ
00:03:26 → 00:03:28>> คราวนี้คำว่าศัลยกรรมหัวใจก็คือเป็นหมอ
00:03:28 → 00:03:31ที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของการผ่าตัดหัวใจ
00:03:31 → 00:03:34ไม่ว่าจะเป็นการทำไพส
00:03:34 → 00:03:36>> เปลี่ยนเอ่อลิ้นหัวใจหรือว่าหลอดเลือดหัว
00:03:37 → 00:03:39ใจซึ่งก็จะต่างกับหมออยุรกรรมที่จะเป็น
00:03:39 → 00:03:42หมอที่เป็นหมอที่ไม่ได้ทำการผ่าตัดเนาะเ
00:03:42 → 00:03:45ก็จะวินิจฉัยตรวจโรคเกี่ยวกับหัวใจและถ้า
00:03:45 → 00:03:48มีประเด็นที่ต้องผ่าตัดหรือต้องแก้ไขก็จะ
00:03:48 → 00:03:51ส่งทางผมเพราะงั้นพวกเราคือหมอศัลยกรรม
00:03:51 → 00:03:53เกี่ยวกับหัวใจ
00:03:53 → 00:03:55>> การผ่าตัดส่วนใหญ่นะครับของสายอาชีพผม
00:03:55 → 00:03:59เนี่ย 70-80% เลยคือการผ่าตัด bypass
00:03:59 → 00:04:00หลอดเลือดหัวใจครับ
00:04:00 → 00:04:01>> อื
00:04:01 → 00:04:03>> เพราะว่าโรคเส้นเลือดหัวใจตีบในปัจจุบัน
00:04:03 → 00:04:06เนี้ยมันมีความรุนแรงความซับซ้อนของร้อย
00:04:06 → 00:04:08โรคอ่ะหลายระดับ
00:04:08 → 00:04:08>> อื
00:04:08 → 00:04:12>> บางกลุ่มก็สามารถใส่หดลวดได้หรือว่าบางคน
00:04:12 → 00:04:14ที่เรียกว่าบลูนหรือใส่สตนเนี่ยบางคนทำ
00:04:14 → 00:04:17ได้ก็เป็นเรื่องดีครับไม่ต้องเจ็บตัวมาก
00:04:17 → 00:04:20>> แต่ในบางรอยโรคเนี่ยมันทำผ่านการเจ็บตัว
00:04:20 → 00:04:23น้อยหรือผ่านบอลรูนหรือคนลวดไม่ได้ก็ต้อง
00:04:23 → 00:04:25มาจบที่การผ่าตัด by
00:04:25 → 00:04:29>> หลอเลือดหัวไปก็ยังเป็นกลุ่มหการที่ผมทำ
00:04:29 → 00:04:30เยอะที่สุดอยู่ครับ
00:04:30 → 00:04:31>> อ
00:04:31 → 00:04:33>> แล้วก็ผมคิดว่ามันตั้งแต่อดีตจนถึง
00:04:33 → 00:04:37ปัจจุบันก็ยังเป็นสถานการณ์ยอดฮิตหรือว่า
00:04:37 → 00:04:40ท็อปแรงค์ที่ที่หมอด้านเนี้ยทำ
00:04:40 → 00:04:40>> อื
00:04:41 → 00:04:43>> อยู่ตลอดกาลครับเพราะว่าคนไข้ช่วงนี้มัน
00:04:43 → 00:04:45เยอะจริงๆในกลุ่มโลกนี้ครับ
00:04:45 → 00:04:48>> อผ่าตัด
00:04:48 → 00:04:52หัวใจก็คือเอาเส้นเลือดหัวใจมาต่อต่างจาก
00:04:52 → 00:04:57บัลูนนะที่เราใส่ขดลวดไปถ่าง
00:04:57 → 00:05:00อธิบายพาให้เราเห็นภาพหน่อยได้มั้ครับว่า
00:05:00 → 00:05:04ในห้องผ่าตัดมันเป็นยังไงใช้เวลานานมั้ย
00:05:04 → 00:05:08นะครับแล้วหมอผ่าตัดมันผมเคยเข้าฟิลสมัย
00:05:08 → 00:05:10เป็นนสพ.มันเครียดมากนะแล้วมันเป็นอะไร
00:05:10 → 00:05:13ที่แบบกดดันมากนะเพราะเวลาจำกัด
00:05:13 → 00:05:16>> การผ่าตัดหัวใจจริงๆก็เหมือนกับการผ่าตัด
00:05:16 → 00:05:19ในฟิลอื่นนะครับเพียงแค่ว่าสิ่งที่หมอผ่า
00:05:19 → 00:05:21ตัดหรือศัลยกรรมหัวใจเราอาจจะมีเพิ่มเติม
00:05:21 → 00:05:24มาก็คือเครื่องปอดแล้วก็หัวใจเทียมเอ่อ
00:05:24 → 00:05:27พูดได้เลยว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การผ่า
00:05:27 → 00:05:29ตัดหัวใจทำได้ง่ายขึ้นและประสบความสำเร็จ
00:05:29 → 00:05:32มากขึ้นเพราะงั้นในห้องผ่าตัดก็จะเข้าไป
00:05:32 → 00:05:36แล้วก็มีการผ่าตัดมีทีมคุณหมอดมยามีทีม
00:05:36 → 00:05:38หมอแพทย์ผ่าตัดซึ่งโดยปกติก็จะเป็นแพทย
00:05:38 → 00:05:40ตัดหัวใจเข้าคู่กัน 2 ท่าน
00:05:40 → 00:05:40>> อื
00:05:40 → 00:05:43>> แล้วก็มีพนักเอ่อเป็นพยาบาลส่งเครื่องมือ
00:05:43 → 00:05:45นะครับแล้วก็สิ่งสำคัญที่ผมพูดไปเมื่อ
00:05:45 → 00:05:47ข้างต้นก็คือมีเจ้าหน้าที่เราเรียกว่า
00:05:47 → 00:05:49perusionist หรือว่าเป็นนักเทคโนโลยี
00:05:49 → 00:05:51บอร์ดและหัวใจสำหรับคุมเครื่องนี้
00:05:51 → 00:05:51>> อ
00:05:51 → 00:05:53>> คำถามเครื่องนี้พิเศษยังไงก็คือเวลาการ
00:05:53 → 00:05:56ผ่าตัดหัวใจก็จะมีการหยุดหัวใจ
00:05:56 → 00:05:57>> อือ
00:05:57 → 00:05:59>> นะครับในบางเทคนิคซึ่งเอ่อบางอย่างเราก็
00:05:59 → 00:06:01ไม่หยุดแต่เอาเป็นว่าโดยมาตรฐานส่วนใหญ่
00:06:01 → 00:06:03ก็จะมีการหยุดหัวใจเพราะงั้นตอนหัวใจหยุด
00:06:03 → 00:06:05เต้นเนี่ยเครื่องนี้ก็เป็นเครื่องสำคัญ
00:06:05 → 00:06:08ที่จะต้องช่วยให้เลือดไหลเวียนรวมถึงทำ
00:06:08 → 00:06:11งานทดแทนหัวใจและปอดระหว่างการที่ผ่าตัด
00:06:11 → 00:06:14>> เพราะงั้นในห้องผ่าตัดก็เลยดูว่ามีคนที่
00:06:14 → 00:06:17จะต้องมาช่วยให้เกิดความสำเร็จในการผ่า
00:06:17 → 00:06:21ตัดเยอะขึ้นก็เลยเป็นงานที่จะดูเครียดดู
00:06:21 → 00:06:24>> เอ่อเค้าเรียกว่ากดดันรวมถึงที่อาจารย์
00:06:24 → 00:06:26บิ๊กพูดถูกต้องเลยครับมันมีระยะเวลาที่
00:06:26 → 00:06:29หัวใจหยุดเต้นซึ่งระหว่างที่หัวใจหยุด
00:06:29 → 00:06:32เต้นเนี่ยเราก็ควรจะต้องรีบทำการผ่าตัด
00:06:32 → 00:06:35ให้เสร็จตามที่เราได้วางแผนไว้เพราะว่า
00:06:35 → 00:06:35>> อ
00:06:35 → 00:06:39>> ยิ่งหัวใจหยุดเต้นนานมากขึ้นผลเสียก็จะตก
00:06:39 → 00:06:42แก่คนไข้เพราะว่าระยะเวลาในการขาดเลือดก็
00:06:42 → 00:06:44จะนานขึ้นการฟื้นตัวคนไข้ก็จะอ
00:06:44 → 00:06:47>> เอ่อลำบากมากขึ้นเลยมีเทคโนโลยีใหม่ๆซึ่ง
00:06:47 → 00:06:49จะกล่าวต่อไปเกี่ยวกับการผ่าตัดแบบไม่
00:06:49 → 00:06:50หยุดหัวใจ
00:06:50 → 00:06:52>> แต่เอาเป็นว่าก็เป็นสิ่งพิเศษที่ทำให้
00:06:52 → 00:06:54ห้องผ่าตัดหัวใจและส่งอบดูมีความกดดันมาก
00:06:54 → 00:06:57กว่าปกติเพราะมีระยะเวลาและมีสิ่งที่เรา
00:06:57 → 00:06:59เรียกว่าเราต้องแข่งกับเวลาอยู่
00:06:59 → 00:07:03>> บุคลิกหมอผ่าตัดหัวใจจะตึงๆเครียดๆนะดุนะ
00:07:03 → 00:07:07แต่ว่า 2 คู่บอดี้คือดูรีแลก
00:07:07 → 00:07:09หมอบอสเอาเวลาไหนไปเล่นกล้ามอ่ะครับ
00:07:09 → 00:07:11>> อ้าอาจารย์ดูออกด้วยครับอาจารย์
00:07:11 → 00:07:14>> ครับตัวใหญ่ตัวบึกมากเลยนะ
00:07:14 → 00:07:17>> คือโดยปกติเนี่ยเราจะมี time หรือว่าเวลา
00:07:18 → 00:07:19ในการทำงานที่ชัดเจน
00:07:19 → 00:07:19>> อื
00:07:19 → 00:07:23>> วันไหนที่เรา day off เนี่ยหรือว่าเรา 2
00:07:23 → 00:07:26คนน่ะสลับกันเข้าไปดูคนไข้หมายถึงว่าเรา
00:07:26 → 00:07:29ทำงานเป็นทีมครับอาจารย์หมอบางแผนกหรือ
00:07:29 → 00:07:32หมอบางคนเขาจะมีความเป็นเจ้าของไข้หมาย
00:07:32 → 00:07:33ความว่า
00:07:33 → 00:07:35>> ทุกวันเนี่ยฉันต้องไปดูคนไข้ของฉัน
00:07:35 → 00:07:35>> อื
00:07:35 → 00:07:38>> คนไข้จะต้องเห็นหน้าเราทุกวันตลอดระยะ
00:07:38 → 00:07:39เวลาการนอนโรงพยาบาล
00:07:39 → 00:07:39>> อ
00:07:40 → 00:07:42>> แต่การทำงานแบบที่ผมทำณปัจจุบันเนี้ยคือ
00:07:42 → 00:07:46มันเป็นการที่ใครก็ได้ 1 ใน 2 คนเนี้ยไป
00:07:46 → 00:07:48เยี่ยมไข้ไปดูแลแทนกัน
00:07:48 → 00:07:52>> มันก็จะทำให้เรามีเวลาในการที่เราไปใช้ทำ
00:07:52 → 00:07:54กิจกรรมอย่างอื่นที่เราเห็นว่าเป็น
00:07:54 → 00:07:58ประโยชน์อย่างเช่นไปวิ่งไปออกกำลังกาย
00:07:58 → 00:08:00หรือว่าไปเที่ยวอะไรแบบเนี้ยครับเพื่อให้
00:08:00 → 00:08:02เรารู้สึกว่า
00:08:02 → 00:08:04>> ทำงานเหนื่อยแล้วเราได้พักผ่อนเรามี
00:08:04 → 00:08:06กิจกรรมอย่างอื่นเราจะได้มีแรงกลับมาทำ
00:08:06 → 00:08:10งานต่อหรือแม้แต่การไปทานอาหารอร่อยๆหา
00:08:10 → 00:08:11ร้านอาหารที่น่ากินอะไรแบบเนี้ยครับ
00:08:11 → 00:08:12อาจารย์
00:08:12 → 00:08:13>> อื
00:08:13 → 00:08:17>> เราก็จัดสรรเวลากันแบบนี้ให้เพื่อที่จะ
00:08:17 → 00:08:19ให้ประโยชน์แก่งานเราด้วยแล้วก็
00:08:19 → 00:08:21mindfulness
00:08:21 → 00:08:21>> อื
00:08:21 → 00:08:23>> ความ healthy หรือว่าประเด็นอื่นๆในชีวิต
00:08:23 → 00:08:26ของเราด้วยมันก็จะได้ดีไปพร้อมๆกันครับ
00:08:26 → 00:08:29>> ผมว่าหมอนี่เซตค่านิยม
00:08:29 → 00:08:32หรือเซต BenchMK อีกเลเวลนึงนะเพราะว่า
00:08:32 → 00:08:35ฟิลของหมอผ่าตัดหัวใจเนี่ยส่วนใหญ่ขอบตา
00:08:35 → 00:08:40ดำตัวผอมดูเหนื่อยผมขาวเนอะกินก็วันนึง
00:08:40 → 00:08:44กินแป๊บเดียวแต่มาเจอคู่นี้คือยิ้มเท่า
00:08:44 → 00:08:47ที่เราคุยกันนะเป็นชั่วโมงนะเราพวกเราดู
00:08:47 → 00:08:49รีแลกนะผมว่าแล้วดูhealthตี้ขอบตาไม่ดำ
00:08:49 → 00:08:53หัวเราะง่ายยิ้มง่ายผมว่ามันก็เป็นเป็น
00:08:53 → 00:08:55ภาพที่ดีนะและเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคน
00:08:55 → 00:08:59รุ่นใหม่ว่าหมอที่ทำสายโหดๆอ่ะไม่จำเป็น
00:08:59 → 00:09:03ต้องร่างกายหนักก็ได้นะถ้าเราวางแผนดีๆดี
00:09:03 → 00:09:05นะครับชื่นชมถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีแล้ว
00:09:05 → 00:09:08ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ได้เห็นหมอหัวใจยิ้ม
00:09:08 → 00:09:11เป็นแล้วก็หัวเราะรีแลกอย่างนี้นะครับก็
00:09:11 → 00:09:13ขอบคุณครับที่เป็นตัวอย่างให้กับหมอรุ่น
00:09:13 → 00:09:16ใหม่ๆนี่เราก็ผมเชื่อว่าน่าจะจบมาก็เกือบ
00:09:16 → 00:09:1910 ปีกันแล้วมั้งครับผ่ากันมา
00:09:19 → 00:09:23>> ผมประมาณ 4-5 ปีแล้วครับส่วนพี่ปฐมพลนี่
00:09:23 → 00:09:25>> น่าจะ 8 ปี 9 ปีแล้วครับ
00:09:25 → 00:09:29>> อแต่ว่าฟิลของคุณหมอเนี่ยกว่าจะจบก็สาย
00:09:29 → 00:09:31แล้วใช่มั้ยเพราะว่ามันเทรนยากเนอะ
00:09:32 → 00:09:35>> ใช่ครับคือการเรียนต่อศัลยกรรมหัวใจและ
00:09:35 → 00:09:38ทรวงอกเนี่ยจริงๆมีได้ 2 ทางเลือกหลังจาก
00:09:38 → 00:09:41จบแพทย์ทยศาสตร์บัณฑิตนะครับมันก็จะมีทาง
00:09:41 → 00:09:44เลือกแรกคือเรียนศัลยกรรมทั่วไปก่อนอย่าง
00:09:44 → 00:09:47เช่นพี่ต้อมเนี้ยเรียนศัลยกรรมทั่วไป 4
00:09:47 → 00:09:47ปี
00:09:47 → 00:09:48>> โอ้โห
00:09:48 → 00:09:51>> เสร็จปุ๊บมาเรียนด้านเกี่ยวกับผ่าตัดหัว
00:09:51 → 00:09:52ใจและทรวงอกเนี่ยอีก 2 ปี
00:09:52 → 00:09:53>> อื
00:09:53 → 00:09:55>> รวมเป็น 6 ปีก็เรียกง่ายๆว่าเหมือนกลับไป
00:09:55 → 00:09:57เรียนหมอใหม่อีกรอบนึง
00:09:57 → 00:09:57>> ใช่
00:09:57 → 00:09:58>> 6 ปี
00:09:58 → 00:10:01>> แต่ของผมเนี่ยผมต่อสายศัลยกรรมหัวใจและ
00:10:01 → 00:10:05ทร่งอกเลยเป็นสายตรงก็คือใช้เวลา 5 ปีก็
00:10:05 → 00:10:07เรียนรวดเดียวเลยจะต่างกัน 1 ปีครับใช่
00:10:07 → 00:10:10ครับส่วนข้อแตกต่างก็จะมีวุฒิบัตร
00:10:10 → 00:10:12สัญศาสตร์ทั่วไปอีก 1 บอดแล้วก็สัญศาสตร์
00:10:12 → 00:10:15หัวใจและทรงอกอีก 1 ก็จะเป็น 2 วุฒิบัตร
00:10:15 → 00:10:18แต่ว่าเอาว่าเอ่อก็เป็นความหลากหลายแล้ว
00:10:18 → 00:10:20แต่ว่าจะเรียนแบบตรงหรือว่าผ่านมาก่อน
00:10:20 → 00:10:22ซึ่งพอจบมาทำงานก็
00:10:22 → 00:10:23>> ทำได้เหมือนกัน
00:10:23 → 00:10:25>> ครับ
00:10:25 → 00:10:28>> เอ่อส่วนนึงที่เป็นงานที่ท้าทายของหมอหัว
00:10:28 → 00:10:31ใจและส่งอบเนาะก็ต้องเป็นเคสผ่าตัดแบบที่
00:10:31 → 00:10:32ฉุกเฉิน
00:10:32 → 00:10:34>> คือหมายความว่าคนไข้มาโดยที่เค้าก็มี
00:10:34 → 00:10:38อาการฉุกเฉินแล้วก็รีบส่งตัวมาด่วนๆซึ่ง
00:10:38 → 00:10:40ถ้าเคสที่เป็นแบบนี้ถ้าพูดไม่ได้ก็คือ
00:10:40 → 00:10:42เป็นพวกหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองแล้วก็ฉีก
00:10:42 → 00:10:43ขาด
00:10:43 → 00:10:44>> โอ้อันนี้อันนี้เคสยาก
00:10:44 → 00:10:46>> เอ่อจริงๆคนไข้ปัจจุบันเนี่ยผมพูดเลยว่า
00:10:46 → 00:10:50เราเราเจอเคสพวกนี้บ่อยแล้วก็โรงพยาบาล
00:10:50 → 00:10:53ที่จะรักษาเนี่ยต้องมีศักยภาพแล้วก็มี
00:10:53 → 00:10:54ความชำนาญประมาณนึงเพราะว่าเรื่องหลอด
00:10:54 → 00:10:57เลือดแดงใหญ่ต้องใช้เอ่อความชำนาญรวมถึง
00:10:57 → 00:11:00เครื่องมือที่จะผ่าตัดเยอะ 2 การวินิจฉัย
00:11:00 → 00:11:03และการส่งตัวปัจจุบันโรงพยาบาลในในรอบ
00:11:03 → 00:11:05เนี่ยก็มีจำกัดแล้วกันครับที่จะรับเคสพวก
00:11:05 → 00:11:08นี้ที่ประทับใจเลยก็คือเป็นเคสกลุ่มนี้
00:11:08 → 00:11:11เนาะเพราะว่า 1 ฉุกเฉิน 2 เอากันตรงๆถ้า
00:11:11 → 00:11:14ผ่าไม่ทันหรือว่าส่งตัวมาช้าเนี่ยคนไข้
00:11:14 → 00:11:15เสียชีวิตนะ
00:11:15 → 00:11:18>> โอกาสตาย 90 หรือ 100% เลย
00:11:18 → 00:11:20>> เพราะงั้นที่เพิ่งทำไปก็จะเป็นเคสกลุ่ม
00:11:20 → 00:11:23ประมาณนี้ที่มีคนไข้เอ่อเป็นหลอดเลือดแดง
00:11:23 → 00:11:26ฉีดขาดแล้วก็เราก็รับมาผ่านซึ่งก็จะได้
00:11:26 → 00:11:29รับการคาดหวังจากญาติเยอะมากเนาะทุกคนก็
00:11:29 → 00:11:33จะฝากความหวังไว้รวมถึงอยากจะให้คนไข้หาย
00:11:33 → 00:11:33ป่วย
00:11:33 → 00:11:34>> อือ
00:11:34 → 00:11:37>> ซึ่งเอาเป็นว่าทำได้สำเร็จแล้วก็คนไข้
00:11:37 → 00:11:40กลับมามีชีวิตได้ก็เป็นสิ่งที่เราภูมิใจ
00:11:40 → 00:11:43เนาะถือว่าเราช่วยเค้าได้แล้วก็ทำให้เค้า
00:11:43 → 00:11:45กลับไปหาคนที่เขารักได้
00:11:45 → 00:11:49>> คืออาชีพคุณหมอเนี่ยงานหนัก
00:11:49 → 00:11:53ห้องผ่าตัดก็ยืนนาน 3-4 ช่มง 5 ช่โมงถ้า
00:11:53 → 00:11:55หนักหน่อยก็ 6 ช่โมง
00:11:55 → 00:11:59เวลาส่วนตัวก็มีน้อยยิ่งอยู่รัฐบาลผมว่า
00:11:59 → 00:12:02เงินไม่ต้องพูดถึงเลยเงินน่าจะน้อยมาก
00:12:02 → 00:12:05อะไรเป็นคุณค่าที่ทำให้เราแบบ
00:12:05 → 00:12:08ตื่นขึ้นไปอยากทำงาน
00:12:08 → 00:12:12แบบนี้อยู่ทุกๆวันทั้งๆที่
00:12:12 → 00:12:14เอาจริงๆรู้สึกว่ามันไม่เหลืออะไรกับ
00:12:14 → 00:12:17ชีวิตเลยเวลาเงินสุขภาพไม่เหลือเลยอะไร
00:12:17 → 00:12:19เป็นคุณค่าที่ทำให้เรายังอยากตื่นไปทำ
00:12:19 → 00:12:19อยู่
00:12:19 → 00:12:22>> ผมเชื่อว่าหมอผ่าตัดหลายๆคนหรือว่าแทบจะ
00:12:22 → 00:12:2590- 100% น่ะชอบผ่าตัดถึงมาเรียนสายนี้
00:12:25 → 00:12:27เพราะฉะนั้นความสนุกหรือความแฮปปี้กับการ
00:12:27 → 00:12:31ทำงาน่ะมันจะเกิดในวันที่เราทำการผ่าตัด
00:12:31 → 00:12:31อื
00:12:31 → 00:12:35>> แต่สำหรับผมแล้วนั้นความสุขอีกอย่างนึง
00:12:35 → 00:12:37ที่มันเติมเต็มชีวิตเรามากๆเลยคือวันออก
00:12:37 → 00:12:40ตรวจผู้ป่วยนอกซึ่งเป็นวันที่หมอภาตาส่วน
00:12:40 → 00:12:42ใหญ่ไม่อยากออกไปตรวจเพราะว่าเขาชอบผ่า
00:12:42 → 00:12:44ตัดไงเขาไม่อยากออกตรวจคนไข้
00:12:44 → 00:12:45>> เออๆ
00:12:45 → 00:12:47>> ไม่อยากไปสั่งยาอะไรแบบเนี้ยไม่อยากไปฟัง
00:12:47 → 00:12:48คนไข้บ่นอ
00:12:48 → 00:12:48>> เออ
00:12:48 → 00:12:51>> แต่ในกลุ่มผ่าตัดหัวใจและทรงอกเนี้ยคุณ
00:12:51 → 00:12:54เชื่อมั้ยว่าคนไข้ที่ถูกผ่าตัดเสร็จแล้ว
00:12:54 → 00:12:57อาการเค้าดีขึ้นน่ะมันเปลี่ยนชีวิตเค้า
00:12:57 → 00:12:58เลย
00:12:58 → 00:12:58>> อื
00:12:58 → 00:13:01>> ก่อนผ่าเนี่ยเหนื่อยเหนื่อยเดินใกล้ๆไม่
00:13:01 → 00:13:04ไหวขึ้นบันไดไม่ไหวอย่างเงี้ย
00:13:04 → 00:13:04>> อือ
00:13:04 → 00:13:07>> พอผ่าเสร็จอาการดีขึ้นเขาจะกลับมาแล้วมัน
00:13:07 → 00:13:11จะเป็นพลังให้ผมผมไม่รู้กับคนอื่นแต่
00:13:11 → 00:13:14สำหรับผมอ่ะมันจะเป็นพลังให้ผมมีแรงผ่า
00:13:14 → 00:13:17ตัดในวันต่อๆไปหรือสัปดาห์ต่อๆไป
00:13:17 → 00:13:18>> อื
00:13:18 → 00:13:21>> มันมีบ้างครับเคสที่มันไม่ดีเคสที่มันแย่
00:13:21 → 00:13:23มันก็เป็นกลุ่มการผ่าตัดความเสี่ยงสูง
00:13:23 → 00:13:27อยู่แล้วอันนั้นเข้าใจแต่ในส่วนใหญ่อ่ะคน
00:13:27 → 00:13:30ไข้ดีแล้วก็เห็นพัฒนาการอ่ะการผ่าตัดมัน
00:13:30 → 00:13:33ก็จะเหมือนเป็นเชื้อไฟให้คุณหมอผ่าตัดทุก
00:13:33 → 00:13:34ๆท่านอ
00:13:34 → 00:13:37>> ผมมองว่าแบบนั้นนะครับมันก็เลยจุดนี้แหละ
00:13:37 → 00:13:42เป็นจุดที่ยังเป็นพลังแล้วก็ทำให้ผมผ่า
00:13:42 → 00:13:44ตัดไปได้เรื่อยๆอยู่แล้วยังมีความสุขกับ
00:13:44 → 00:13:45มัน
00:13:45 → 00:13:48>> อืผมเชื่อว่าผ่าก็มีกลุ่มคนไข้ที่ประสบ
00:13:49 → 00:13:52ความสำเร็จแต่ก็ไม่น้อยที่อาจจะมีการเฟล
00:13:52 → 00:13:55หรือเสียชีวิตได้เพราะว่ามันเป็นฟielที่
00:13:55 → 00:13:58ยากมากจะอยู่หรือจะไปเนี่ยมันมีหลาย
00:13:58 → 00:14:00ปัจจัย
00:14:00 → 00:14:04เคสที่เรารู้สึกผ่าแล้วแบบคนไข้ไม่ไหวคือ
00:14:04 → 00:14:08เราทำเต็มที่ละเราดีลกับความล้มเหลวยังไง
00:14:08 → 00:14:10อ่ะเพราะว่าเราต้องอยู่กับมันทุกวัน
00:14:10 → 00:14:13>> จริงๆแล้วเนี่ยต่อให้เราคุยกับญาติด้วย
00:14:13 → 00:14:15ความเสี่ยงยังไงก็ตามญาติ except ทุกคน
00:14:15 → 00:14:18except อ่ะสุดท้ายเราก็มีความเสียใจนะ
00:14:18 → 00:14:21ครับเวลาที่คนไข้แย่เนี่ยคนที่แย่กว่า
00:14:22 → 00:14:25จริงๆคือหมอผ่าไม่ว่าเราจะพยายามทำดีที่
00:14:25 → 00:14:29สุดยังไงเราก็เค้าเรียกว่าก็ก็ก็เสียใจ
00:14:29 → 00:14:33กับความสูญเสียที่ที่เราได้ไปแต่ในความ
00:14:33 → 00:14:36หมายที่ผมต้องการสื่อคือทุกครั้งของการ
00:14:36 → 00:14:39ที่เราทำแล้วไม่สำเร็จสิ่งที่ผมกับบอสเรา
00:14:39 → 00:14:42จะกลับมาคุยกันเสมอเลยว่าเคสเนี้ยเราพลาด
00:14:42 → 00:14:45ตรงไหนมีอะไรที่เราทำได้ดีกว่านี้อีกมย
00:14:46 → 00:14:49ซึ่งในความหมายจริงๆมันจะมีอะไรที่จะสอน
00:14:49 → 00:14:51เราได้ตลอดเพราะงั้นสิ่งที่เป็นจุดที่ทำ
00:14:51 → 00:14:55ให้ผมรู้สึกคือเราจะทำให้ดีขึ้นไปอีกและ
00:14:55 → 00:14:58เราคงไม่ได้มองเป็นช็อตว่าเราอยู่แค่นี้
00:14:58 → 00:15:01เรายังทำงานนี้ต่อไปอีกเพราะงั้นหลังจาก
00:15:01 → 00:15:04นี้จะมีคนไข้ที่เราจะช่วยได้อีกเพราะงั้น
00:15:04 → 00:15:06ต่อให้เราช่วยรายนี้ไม่สำเร็จรายนี้คือ
00:15:06 → 00:15:10ครูอาจารย์คือคนที่ทำให้เราพัฒนาต่อแล้ว
00:15:10 → 00:15:12เราก็จะคุยกันว่าเราทำอะไรได้ดีกว่านี้
00:15:12 → 00:15:16เพื่อให้เราช่วยลายอื่นๆได้ต่อไปอีก
00:15:16 → 00:15:16>> อื
00:15:16 → 00:15:19>> ผมว่าจุดนี้เป็นจุดที่ 1 เรามีโฮปครับว่า
00:15:19 → 00:15:22เราจะพัฒนาตัวเองได้ 2 พัฒนาเพื่อคนไข้
00:15:22 → 00:15:26ร้ายต่อๆไปโดยที่ยังไงก็ตามเราจะไม่หยุด
00:15:26 → 00:15:29ทำแล้วเราก็จะอยู่ในงานสายนี้ตลอดเพราะ
00:15:29 → 00:15:31งั้นคงเป็นปัจจัยที่ทำให้เราก้าวไปข้าง
00:15:31 → 00:15:33หน้าได้ครับ
00:15:33 → 00:15:37>> อืมขอบคุณครับขอบคุณคือหลายคนอาจจะไม่รู้
00:15:37 → 00:15:41นะว่าทุกคนอาจจะดูทีวีดูซีรียส์นะว่าเข้า
00:15:41 → 00:15:45ห้องผ่าตัดมันดูเท่มันดูดีนะผ่าตัดเย็บคน
00:15:45 → 00:15:49ไข้ดูดีแต่จริงๆหลังบ้านน่ะความสูญเสียก็
00:15:49 → 00:15:54ทำให้หมอเนี่ยจิตใจหรือความไฟในตัวเขาลด
00:15:54 → 00:15:59ลงในหลายคนนะบางคนเฟลหนักหนักเลิกเลยไม่
00:15:59 → 00:16:02เป็นหมอก็มีนะครับเพราะงั้นการบริหารความ
00:16:02 → 00:16:05ล้มเหลวเนี่ยมันไม่ง่ายแต่มันก็เป็นศิลปะ
00:16:05 → 00:16:07อันนึงซึ่งดีครับคุณหมอขอบคุณมากที่แบ่ง
00:16:07 → 00:16:11ปันทีนี้การผ่าตัดนานๆอย่างเงี้ยผมเชื่อ
00:16:11 → 00:16:15ว่าหลังคอน่าจะไปหมดแล้วมั้งครับจะผ่า
00:16:15 → 00:16:18อย่างนี้ได้กี่ปีครับหมอผ่าตัดหัวใจเพราะ
00:16:18 → 00:16:21มันแต่ละครั้งยืนก็ก้มเครียดสงโอ้โหมัน
00:16:21 → 00:16:24มันจะมันจะไปได้กี่ปีฮะระยะเวลาการผ่าน
00:16:24 → 00:16:26อย่างี้มันอยู่ผู้ใหญ่อาจารย์ผู้ใหญ่ผู้
00:16:26 → 00:16:30ใหญ่ท่านยังผ่าได้ถึงกี่ปีอ่ะอายุ
00:16:30 → 00:16:33>> อาจารย์ผู้ใหญ่เนี่ยแล้วแต่สภาพร่างกาย
00:16:33 → 00:16:34เลยครับ
00:16:34 → 00:16:34>> อื
00:16:34 → 00:16:36>> คือเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับแหละครับว่างาน
00:16:36 → 00:16:40สายเนี้ยมันใช้เวลาผ่าตัดนานกว่าสายอื่นๆ
00:16:40 → 00:16:42เพราะฉะนั้นน่ะสภาพร่างกายก็จะถูกใช้งาน
00:16:42 → 00:16:45มากตามกันไปตามเนื้องานครับบางคนก็จะมี
00:16:45 → 00:16:49ปัญหาเรื่องกระดูกพอกระดูกหลังเข่าเริ่ม
00:16:49 → 00:16:53เสื่อมยืนนานไม่ไหวแบบเนี้ยครับก็จะต้อง
00:16:53 → 00:16:57ลดงานหรือว่าหันตัวไปผ่าตัดปอดแทนแก็จะ
00:16:57 → 00:17:01ใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยลงไปผ่าตัดหาที่
00:17:01 → 00:17:03ไม่ได้ใช้เวลานานมากแบบนี้ครับ
00:17:03 → 00:17:07>> แต่ว่าบางคนที่ 70 80 ยังผ่าตัดอยู่
00:17:07 → 00:17:08>> มีเหรอ
00:17:08 → 00:17:09>> มีครับอาจารย์
00:17:09 → 00:17:10>> โอเหรอ
00:17:10 → 00:17:11>> มีครับ
00:17:11 → 00:17:11>> สุดยอด
00:17:11 → 00:17:14>> อาการผมที่แข็งแรงๆแรงเนี่ย 60- 70 ก็
00:17:14 → 00:17:15ยังผ่าไหวครับ
00:17:15 → 00:17:16>> ออ
00:17:16 → 00:17:17>> ใช่ครับ
00:17:17 → 00:17:19>> แล้วมันมีปกติโทษทีนะสายศัลยกรรมเรามันมี
00:17:19 → 00:17:21อายุมั้ยคือหลังจากนี้ไม่ควรผ่านแล้ว
00:17:21 → 00:17:24เพราะว่ามือสั่นตาไม่ดีอะไรอย่างเงี้ย
00:17:24 → 00:17:26>> เอ่อผมว่าเป็น individual
00:17:26 → 00:17:28ของแต่ละท่านแล้วกันถ้าคิดว่าตัวเองยัง
00:17:28 → 00:17:32ให้ที่ดีกับคนไข้อยู่แล้วก็ยังสามารถได้
00:17:32 → 00:17:35จริงๆแบบที่น้องบอสพูดถูกเลยครับเรามีหมอ
00:17:35 → 00:17:37ศัลยกรรมหัวใจและสงบซึ่งปัจจุบันยังทำงาน
00:17:37 → 00:17:40อยู่แล้วผมยังรู้จักอายุท่านก็
00:17:40 → 00:17:41>> 80 กว่า
00:17:41 → 00:17:45>> 70 ก็ก็ยังทำอยู่บนพื้นฐานของการรักษา
00:17:45 → 00:17:48ที่ให้มาตรฐานเอาเป็นว่าคงเป็นจุดที่หมอ
00:17:48 → 00:17:49ผ่าตัดเป็นคนตัดสินใจเองแล้วครับวันนึง
00:17:49 → 00:17:52ถ้าเราทำไม่ไหวจริงๆแล้วก็เราไม่สามารถ
00:17:52 → 00:17:54ให้การรักษาที่โอเคกับคนไข้ได้ก็คงเป็น
00:17:54 → 00:17:57จุดที่เราจะเลือกทำแต่เอ่อคิดว่างานสาย
00:17:57 → 00:17:59นี้ก็ก็
00:17:59 → 00:17:59>> เน
00:17:59 → 00:18:02>> resีอceของเราพอสมควรประมาณนึงแต่ว่าสิ่ง
00:18:02 → 00:18:04ที่หมอบอสพูดไว้ตั้งแต่ต้นชั่วโมงการ
00:18:04 → 00:18:06บริหารจัดการเป็นสิ่งที่ดีถ้าเรามีเ
00:18:06 → 00:18:08balance ที่ดีมีคู่บัดี้เหมือนที่ผมมี
00:18:08 → 00:18:10กับหมอบอเนี่ยครับมันก็จะมีเวลาที่เราจะ
00:18:10 → 00:18:13แบ่งไปใช้เวลาส่วนตัวรวมถึงทำงานที่เรา
00:18:14 → 00:18:16ที่เรารักได้โดยที่ทุกอย่างก็จะเมนเทน
00:18:16 → 00:18:18อย่างนี้ต่อไปได้
00:18:18 → 00:18:22>> แล้วเคยทะเลาะกันในห้องผ่าตัดมั้เฮ้ยมึง
00:18:22 → 00:18:24ขอโทษนะมึงทำอย่างงี้ดิเฮ้ยมึงส่งมาดิ
00:18:24 → 00:18:26เฮ้ยมึงช้าจังวะอย่างเงี้ย
00:18:26 → 00:18:31>> ก็มีบ้างครับอาจารย์ส่วนใหญ่อ่ะก็จะเป็น
00:18:31 → 00:18:33เซอร์เจี้ยนหรือหมอพาตันเนี่ย
00:18:33 → 00:18:36>> ก็จะเป็นเบรมคนช่วยแล้วกัน
00:18:36 → 00:18:38>> บางทีช่วยไม่ถูกใจ
00:18:38 → 00:18:39>> อือ
00:18:39 → 00:18:40>> ช่วยไม่ทัน
00:18:40 → 00:18:42>> จังหวะที่มันวิกฤตแล้วเราแบบ
00:18:42 → 00:18:43>> เออส่งผิด
00:18:43 → 00:18:46>> ช้าอะไรแบบนี้ครับอาจารย์เพราะว่าก็ต้อง
00:18:46 → 00:18:48เข้าใจคนที่กุมบางเหียนแล้วกันคนที่
00:18:48 → 00:18:51เหมือนเป็นกัปตันของห้องผ่าตัดหรือเป็น
00:18:51 → 00:18:53คุณหมอผ่าตัดคนนำทีมเนี่ย
00:18:53 → 00:18:56>> เค้าก็อยากให้คนไข้ที่อยู่ต่อหน้ามันดี
00:18:56 → 00:18:58มันรอดทุกคนแหละผมเข้าใจ
00:18:58 → 00:19:01>> บางทีคนช่วยไม่ถูกใจส่งช้าพยาบาลเครื่อง
00:19:01 → 00:19:02มือส่งช้าอ
00:19:02 → 00:19:06>> นักเทคโนโลยีหัวใจและทรงอกเอ้ยทำไม่ถูกใจ
00:19:06 → 00:19:09ไม่เหมือนที่คุยไว้ก็มีอารมณ์บ้างครับมี
00:19:09 → 00:19:09อารมณ์บ้าง
00:19:09 → 00:19:10>> อ
00:19:10 → 00:19:13>> แต่ว่ากับกับพี่ต้อมอย่างเงี้ยแกไม่ใช่คน
00:19:13 → 00:19:18ที่จะแบบด่าหรือว่าทำให้ทุกคนแบบรู้สึก
00:19:18 → 00:19:19หลน
00:19:19 → 00:19:19>> ครับ
00:19:19 → 00:19:22>> ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการแบบเฮ้ยช่วยเรื่องตรง
00:19:22 → 00:19:24นี้หน่อยเฮ้ยทำอย่างงี้สิ
00:19:24 → 00:19:24>> เออเออ
00:19:24 → 00:19:28>> คือบางทีการทุมให้ทุกคนมีอีโมชัที่ไม่ได้
00:19:28 → 00:19:30ตื่นตระหนกในห้องผ่าตัดอ่ะ
00:19:30 → 00:19:33>> เป็นสิ่งที่หมอผ่าตัดต้องฝึก
00:19:33 → 00:19:34>> อื
00:19:34 → 00:19:35>> และทำให้ได้ดี
00:19:35 → 00:19:35>> อือ
00:19:35 → 00:19:37>> ไม่งั้นทุกคนในทีมจะรวนไปหมดอ่ะครับ
00:19:37 → 00:19:38>> อือๆ
00:19:38 → 00:19:41>> บางคนโมโหปาอุปกรณ์ออกจาก
00:19:41 → 00:19:42>> ใช่ๆ
00:19:42 → 00:19:43>> ฟิลผ่าตัดอะไรแบบเนี้ย
00:19:43 → 00:19:46>> ทุกคนก็จะแบบแทนที่เนื้องานเครียดอยู่
00:19:46 → 00:19:47แล้ว
00:19:47 → 00:19:50>> เจอคนทำให้เครียดอีกอันนี้มันจะทำให้ผล
00:19:50 → 00:19:52การรักษาไม่ดีเท่าที่ควรผมมองว่าอย่าง
00:19:53 → 00:19:53งั้นครับ
00:19:53 → 00:19:56>> คือส่วนนึงผมอาจจะบอกว่าเป็นยุคสมัยก็ได้
00:19:56 → 00:19:57ครับอาจารย์บิกคือ
00:19:57 → 00:19:58>> เอ
00:19:58 → 00:20:00>> เราจะมองเห็นไอ้นี่จะพูดแล้วเดี๋ยวละคร
00:20:00 → 00:20:03หรือซีรียส์หรืออะไรที่คนนำเสนอให้พวกเรา
00:20:03 → 00:20:05แล้วกันผมว่าในยุคสักประมาณ 5-10 ปีที่
00:20:05 → 00:20:08ผ่านมาหมอผ่าตัดรุ่นใหม่ๆเนาะ
00:20:08 → 00:20:08>> อือ
00:20:08 → 00:20:11>> เราค่อนข้างจะมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ประมาณ
00:20:11 → 00:20:13นึงแล้วก็ทำงานได้ค่อนข้างโอเคกับในหลายๆ
00:20:13 → 00:20:16แผนกรวมถึงแผนกผมที่มีความเครียดเยอะที่
00:20:16 → 00:20:19สุดจริงๆเราเราเลิกกันแล้วนะเราไม่ได้
00:20:19 → 00:20:22สะบดคำหยาบคายหรือว่าไม่ได้แบบเอ่อปา
00:20:22 → 00:20:25อุปกรณ์หรือทำอะไรในลักษณะนั้นถ้าเป็น
00:20:25 → 00:20:27ส่วนใหญ่ล่ะครับอยากได้อะไรก็คงพูดแต่ก็
00:20:27 → 00:20:28คงต้องพูดในเชิงนี้ว่ามันจะมีสิ่งที่
00:20:28 → 00:20:31เรียกว่าผิดแผนบ้างซึ่งเราไม่ชอบครับเรา
00:20:31 → 00:20:33เป็นคนหนักดาที่อยากจะให้ทุกอย่างเป็นไป
00:20:33 → 00:20:35ตาม 1 2 3 4 พอมีอะไรที่เป็นจุดที่ผิด
00:20:35 → 00:20:38แผนเราก็คงอยู่ในจุดที่ต้องมีการ man
00:20:38 → 00:20:40เนageทางอารมณ์บ้างแต่ว่าคงไม่ได้อยู่ใน
00:20:40 → 00:20:43จุดที่ไปบ่นหรือไปว่าอะไรแล้วอย่างงั้นใน
00:20:43 → 00:20:46ช่วงหลังๆซึ่งฟีดแบคของห้องผ่าตัดก็ดูดี
00:20:46 → 00:20:47ขึ้นเพราะงั้นพอทำอย่างนี้บรรยากาศในห้อง
00:20:48 → 00:20:50ก็จะไม่ได้เครียดมากขึ้นเนาะอันนี้คือ
00:20:50 → 00:20:52แพ็คที่เรา 2 คนทำงานกันอยู่ส่วนความขัด
00:20:52 → 00:20:55แย้งมีบ้างครับเป็นเรื่องปกติแต่สุดท้าย
00:20:55 → 00:20:58ก็จะคุยกันเอาคนที่นอนบนโต๊ะนี่แหละนะบน
00:20:58 → 00:21:01เตียงเป็นสำคัญว่าเอายังไงแบบไหนก็ไม่ไม่
00:21:01 → 00:21:03ได้รุนแรงมากครับ
00:21:03 → 00:21:07>> ที่ถามเพราะว่าผมอ่ะสมัยเป็นนสพ.มั้งเข้า
00:21:07 → 00:21:10เคส CVT กับอาจารย์ท่านนึงท่านเก่งมาก
00:21:10 → 00:21:14อาวุโสล่ะแต่ว่าพอผ่าตัดลิ้นน่ะนะเราก็
00:21:14 → 00:21:16ยืนไกลๆเราไม่คาดเก้าใกล้อยู่แล้วนะเราก็
00:21:16 → 00:21:19ยืนดูในทีวีนะที่เค้าขึ้น
00:21:19 → 00:21:22>> อาจารย์ท่านเก่งมากแต่ว่าโอ้โหสวนสัตว์
00:21:22 → 00:21:25เต็มห้องผัดตัดเลย
00:21:25 → 00:21:29มีดมิดอะไรนี่โหไปใเข้าใจผมเข้าใจทุกคนก็
00:21:29 → 00:21:31เข้าใจอาจารย์แหละเพราะทุกอย่างมันเป็น
00:21:31 → 00:21:33เวลานะเพราะเราหยุดหัวใจคนไข้แล้วมันต้อง
00:21:33 → 00:21:37แบบคนส่งก็ต้องเป๊ะพูดปุ๊บอุ๊บๆๆๆๆ
00:21:38 → 00:21:41แล้วครั้งนึงผมว่าผู้ช่วยมั้งส่งผิดแผน
00:21:41 → 00:21:44โอ้โหแล้วอาจารย์เฟี้ยงโอ้โหแล้วก็สวน
00:21:44 → 00:21:47สัตว์ตามมาเต็มเลยนะหลังจากนั้นนะแต่ว่า
00:21:47 → 00:21:49ก็แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครถืออาจารย์นะเพราะ
00:21:49 → 00:21:51ทุกคนเรักอาจารย์แล้วก็รู้ว่าอาจารย์หวัง
00:21:51 → 00:21:55ดีแล้วก็บางคนมันเนาะผมว่านะผมก็เป็นนะ
00:21:55 → 00:21:59บางที 2 กล้องเนี่ยโดยเฉพาะในในโมเมนต์
00:21:59 → 00:22:02ที่เลือดกำลังออกเยอะอ่ะเลือดที่มันปุกๆๆ
00:22:02 → 00:22:05แล้วแบบคนส่งผมยื่นมือไปแล้วคนส่งยังส่ง
00:22:05 → 00:22:07ไว้ทันอะไรอย่างเงี้ย
00:22:07 → 00:22:10>> ช่วงนึงผมก็อาจจะมีบ้างหลุดเฮ้ยเร็วดิ
00:22:10 → 00:22:13แล้วแบบอาจจะมีบ้างเฮ้ยมึงเร็วตั้งสติ
00:22:13 → 00:22:16ตั้งสติมึงอย่างเงี้ยแต่ว่าหลังๆก็บางที
00:22:16 → 00:22:19น้องใหม่นะเค้าก็อ่าตั้งสติไม่ต้องรีบไม่
00:22:19 → 00:22:23ต้องตกใจค่อยๆนะเราก็เรียนรู้ไปนะแต่ว่า
00:22:23 → 00:22:28เนอะบางทีอารมณ์นะเวลามันเร่งเยอะๆนะ
00:22:28 → 00:22:31แล้วปัจจุบันการผ่าตัดหัวใจเนี่ยเดิมที
00:22:31 → 00:22:34เราลงมีดนะเดี๋ยวนี้เราเห็นเทคโนโลยีใหม่
00:22:34 → 00:22:37ๆคุณหมอพอแบ่งปั่นนิดนึงได้มั้ครับว่าตอน
00:22:37 → 00:22:41นี้ผ่าตัดหัวใจเนี่ยยุค 2025 เราไปถึงไหน
00:22:41 → 00:22:44ละมีอะไรใหม่ๆให้ประชาชนรับทราบเอ่อจริงๆ
00:22:44 → 00:22:47ศาสตร์ของการขาตัดหัวใจและส่งอกเนี่ยเกิด
00:22:47 → 00:22:49ขึ้นครั้งแรกเนี่ยผมเข้าใจว่าไม่รู้ทุก
00:22:49 → 00:22:52ท่านทราบม
00:22:52 → 00:22:55เคสที่สำเร็จเคสแรกที่จอห์กิบอนใช้
00:22:55 → 00:22:58เครื่องฮาร์มาในการทำผ่าตัดเนี่ยประมาณ
00:22:58 → 00:23:01เมื่อ 70 ปีที่ผ่านมาเองครับเพราะงั้นการ
00:23:01 → 00:23:03ผ่าตัดหัวใจเลือดสหกเนี่ยเป็นอะไรที่ใหม่
00:23:03 → 00:23:06มากคือยังไม่ถึง 100 ปีเลยในปัจจุบัน
00:23:06 → 00:23:08เนี่ยการผ่าตัดหัวใจและทรงอกเรามีการ
00:23:08 → 00:23:10พัฒนาไปเยอะมากเพราะว่าเค้าเรียกว่าคุณ
00:23:10 → 00:23:13หมอท่านใหม่ๆก็พยายามจะหาวิธีที่ดีที่สุด
00:23:13 → 00:23:15รวมถึงเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วยก็ต้อง
00:23:15 → 00:23:18เรียนว่าปัจจุบันเนี่ยการผ่าตัดหัวใจโดย
00:23:18 → 00:23:21โดยที่พัฒนาไปเรามีเหมือนการผ่าตัดรูปแบบ
00:23:21 → 00:23:24อื่นเลยก็คือการผ่าตัดแผลเล็กคำว่าแผล
00:23:24 → 00:23:26เล็กเนี่ยคือหมายความว่าเป็นการผ่าตัดที่
00:23:26 → 00:23:28avoid ก็คือหลีกเลี่ยงการเลื่อนเลื่อย
00:23:28 → 00:23:31กระดูกหน้าอกกระดูกปกติหัวใจเนี่ยจะตั้ง
00:23:32 → 00:23:34อยู่ในทรงอกแล้วจะมีเหมือนเป็นชิลเป็นโล่
00:23:34 → 00:23:37ป้องกันก็คือกระดูกสเตอร์นัมนะครับกระดูก
00:23:37 → 00:23:39แหงหน้าอกซึ่งการผ่าตัดมาตรฐานปกติเราจะ
00:23:39 → 00:23:41เลื่อยกระดูกตรงนี้เพื่อที่จะเข้าไปผ่า
00:23:41 → 00:23:44ตัดหัวใจปัจจุบันก็จะมีการเทคนิคการทำผ่า
00:23:44 → 00:23:46ตัดหัวใจแบบแผนเล็กก็คือไม่เลื่อยตรงนี้
00:23:46 → 00:23:50ครับเลี่ยงเป็นการเข้าทางช่องอกหรือช่อง
00:23:50 → 00:23:53ปอดด้านขวาหรือด้านซ้ายแทนซึ่งถามว่าเป็น
00:23:53 → 00:23:56ประโยชน์ไหมดีในผู้ป่วยบางกลุ่มเช่นอนุ
00:23:56 → 00:23:58น้อยๆหรือคนไข้ที่มีความจำเป็นที่จะต้อง
00:23:58 → 00:24:01แบบมีเรื่องคอสติกเป็นหลักเพราะว่าการ
00:24:01 → 00:24:03เลื่อยกระดูกหน้าอกก็ให้แผลที่ค่อนข้างจะ
00:24:03 → 00:24:05ใหญ่กว่าซึ่งเอาเป็นว่าตรงเนี้ยเป็นจุด
00:24:05 → 00:24:08ที่ปัจจุบันเราสามารถทำได้เหมือนการผ่า
00:24:08 → 00:24:10ตัดทางศัลยกรรมเอ่อแผนกอื่นก็คือมีการผ่า
00:24:11 → 00:24:15ตัดทางทรงอบแผลเล็กรวมถึงอีกเอ่อวิธีนึง
00:24:15 → 00:24:17ที่แจ้งไปก็คือเราก็เรียนรู้ว่าการหยุด
00:24:17 → 00:24:20หัวใจเนี่ยก็จะมีผลเสียหรืออะไรตามมาใน
00:24:20 → 00:24:24ผู้ป่วยบางกลุ่มในปัจจุบันการผ่าตัดบาง
00:24:24 → 00:24:26อย่างเราไม่สามารถเราไม่จำเป็นที่จะต้อง
00:24:26 → 00:24:29หยุดหัวใจก็ได้นะครับก็คือการผ่าตัดโดย
00:24:29 → 00:24:31ที่มันหัวใจยังเต้นอยู่
00:24:31 → 00:24:31>> อื
00:24:32 → 00:24:34>> ก็คือให้หัวใจเต้นกันเลย
00:24:34 → 00:24:36บีบไปเลยแล้วเราก็ทำผ่าตัดโดยใช้เครื่อง
00:24:36 → 00:24:39มือหรืออุปกรณ์ยึดพิเศษเช่นการผ่าตัด by
00:24:39 → 00:24:41หัวใจแบบที่ไม่หยุดแล้วก็ไม่ใช้เครื่อง
00:24:41 → 00:24:43ปอดและหัวใจเทียมหรืออc
00:24:43 → 00:24:46>> ซึ่งปัจจุบันทั้งหมดที่เล่ามาก็ถือว่า
00:24:46 → 00:24:50เป็นเทคโนโลยีที่มาแล้วก็ใช้ในผู้ป่วยที่
00:24:50 → 00:24:52รับการถ่ายตัดหัวใจสง
00:24:52 → 00:24:56>> อืเดี๋ยวนี้เรามีปลูกถ่ายหัวใจเอาหัวใจคน
00:24:56 → 00:25:00หัวใจลิงหัวใจหมูมั้ยครับ
00:25:00 → 00:25:02>> เรื่องนั้นเนี่ยเป็นเรื่องที่ยังอยู่ใน
00:25:02 → 00:25:04ขั้นตอนการวิจัยแล้วก็ยังไม่ได้เป็น
00:25:04 → 00:25:06มาตรฐานการรักษาครับ
00:25:06 → 00:25:06>> อื
00:25:06 → 00:25:09>> สิ่งที่เป็นมาตรฐานการรักษามานานแล้ว
00:25:09 → 00:25:12เนี่ยคือการปลูกถ่ายหัวใจจากคนสู่คนนี่
00:25:12 → 00:25:15แหละครับแต่จากคนไม่ใช่จากคนที่มีชีวิต
00:25:15 → 00:25:16สู่คนที่มีชีวิตอีกคนนึงนะครับ
00:25:16 → 00:25:18>> อื
00:25:18 → 00:25:19>> การ
00:25:19 → 00:25:22เก็บหัวใจเนี่ยโดยทางทีมงานของสภากาชาติ
00:25:22 → 00:25:23จะเป็นคนจัดสรร
00:25:23 → 00:25:24>> อื
00:25:24 → 00:25:28>> ก็จะทำในกลุ่มคนไข้ที่ประสบอุบัติเหตุ
00:25:28 → 00:25:30อายุน้อยๆไม่มีโรคประจำตัวไม่ได้เสีย
00:25:30 → 00:25:33ชีวิตจากโรคหัวใจหรือการติดเชื้อต่างๆพวก
00:25:33 → 00:25:36เนี้ยครับแล้วสภาพหัวใจมันยังทำงานได้ดี
00:25:36 → 00:25:39ก่อนเก็บนี่ก็คือมีการประเมินอย่างดีมี
00:25:39 → 00:25:43การเอคโคเพื่อดูว่าไม่มีลิ้นหัวใจรั่วการ
00:25:43 → 00:25:45บีบตัวของหัวใจเนี่ยดีทุกห้อง
00:25:45 → 00:25:45>> อือ
00:25:45 → 00:25:50>> เราก็จะไปเก็บอวัยวะนั้นมาแล้วก็ทำการเอา
00:25:50 → 00:25:54มาให้กับผู้ป่วยที่รอรับการผ่าตัดปลูก
00:25:54 → 00:25:55ถ่ายหัวใจ
00:25:55 → 00:25:55>> อื
00:25:55 → 00:25:57>> ซึ่งผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายหัวใจ
00:25:57 → 00:25:59เนี่ยก็จะต้องมีการตรวจประเมินหลายอย่าง
00:25:59 → 00:26:02มากๆครับเพื่อจะดูความพร้อมและดูความเข้า
00:26:02 → 00:26:07กันได้กับอวัยวะที่ทางทีมจะไปรับหัวใจ
00:26:07 → 00:26:08เนี่ยไปรับมา
00:26:08 → 00:26:08>> อื
00:26:08 → 00:26:11>> ไม่ใช่ขั้นตอนง่ายๆแล้วก็ไม่ใช่ขั้นตอน
00:26:11 → 00:26:13ที่จะทำได้แบบฉุกเฉินนะครับ
00:26:13 → 00:26:13>> อือ
00:26:13 → 00:26:16>> ต้องมีการตรวจประเมินอย่างละเอียดเลยนะ
00:26:16 → 00:26:19ครับซึ่งสถานที่ที่ทำได้เนี่ยปัจจุบันมี
00:26:19 → 00:26:22หลายที่ในประเทศไทยนะครับเป็นตามโรง
00:26:22 → 00:26:24พยาบาลใหญ่ๆเช่นโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์โรง
00:26:24 → 00:26:28พยาบาลศิริล่าโรงพยาบาลรามาที่เพิ่งเริ่ม
00:26:28 → 00:26:31ทำมาหลังๆเนี้ยก็คือโรงพยาบาลธรรมศาสตร์
00:26:31 → 00:26:35แล้วก็โรงพยาบาลมอ.สงขานครินทร์ทางภาคใต้
00:26:35 → 00:26:39ก็เริ่มทำแล้วครับก็เชื่อว่าในอนาคตก็จะ
00:26:39 → 00:26:42มีศูนย์ที่สามารถผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจให้
00:26:42 → 00:26:44ผู้ป่วยได้มากขึ้นเรื่อยๆในประเทศไทยครับ
00:26:44 → 00:26:48>> อืแปลว่าตอนนี้ถ้าเราอยากบริจาคหัวใจเรา
00:26:48 → 00:26:50ติดต่อที่ไหนได้ฮะ
00:26:50 → 00:26:52>> การบริจาคหัวใจเนี่ยเริ่มต้นจากคุณน่ะ
00:26:52 → 00:26:56ต้องแสดงความจำนงก่อนว่าหากคุณเสียชีวิต
00:26:56 → 00:27:00แล้วเนี่ยคุณจะเป็นผู้บริจาคอวัยวะ
00:27:00 → 00:27:00>> อื
00:27:00 → 00:27:03>> อ่าอันนี้เราสามารถติดต่อได้ที่โรงพยาบาล
00:27:03 → 00:27:05การจุฬาลงกรณ์สภาการชาติไทยนะครับเขาจะมี
00:27:05 → 00:27:09ศูนย์ที่ให้เราไปยื่นแสดงความจำนงครับว่า
00:27:09 → 00:27:13เรายินยอมนะถ้าเกิดเราประสบอุบัติเหตุ
00:27:13 → 00:27:16เสียชีวิตไปเราอยากจะบริจาคอวัยวะเราที่
00:27:16 → 00:27:19ใช้งานได้เนี่ยให้ผู้ป่วยท่านอื่นต่อไป
00:27:19 → 00:27:20เพื่อเป็นประโยชน์ครับ
00:27:20 → 00:27:20>> อือ
00:27:20 → 00:27:24>> เวลาที่มีผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็น
00:27:24 → 00:27:28เอ่อสมองตายเป็นคนไข้ทางระบบประสาทแต่มี
00:27:28 → 00:27:31อวัยวะอื่นที่ยังผมใช้คำว่าบริจาคแล้วก็
00:27:31 → 00:27:33เป็นประโยชน์กับเพื่อนมนุษย์เราก็จะมีแบบ
00:27:33 → 00:27:36เป็นแทรกของทางโรงพยาบาลนะครับจะมีแบบ
00:27:36 → 00:27:39เป็นเนสพยาบาลผู้ประสานเข้าไปคุยก็อาจจะ
00:27:39 → 00:27:42แบบขออนุญาตว่าเออเผื่อท่านสามารถช่วยคน
00:27:42 → 00:27:44อื่นได้ตรงนี้ก็เป็นอีกช่องทางนึงที่
00:27:44 → 00:27:47สามารถจะบริจาคไม่ว่าจะเป็นคอเนียเป็น
00:27:47 → 00:27:49เป็นกระจกตาเป็นอวัยวะแบบตับหรืออะไร
00:27:49 → 00:27:53อย่างเงี้ยก็อยากให้ทุกท่านช่วยกันบ
00:27:53 → 00:27:55บริจาคตรงนี้เพื่อเอาแบบว่าให้ต่อชีวิต
00:27:55 → 00:27:57กับคนไข้ร่ายอื่นได้นี่ก็เป็นอีกแท็กนึง
00:27:57 → 00:28:00นอกเหนือจากการบริจาคแบบที่บอสพูดไป
00:28:00 → 00:28:03>> ครับอ่ะนี้สำหรับประชาชนเขาจะงงหัวใจมัน
00:28:03 → 00:28:06อยู่ข้างในติดเชื้อได้ด้วยเหรอ
00:28:06 → 00:28:10>> คือต้องพูดอย่างี้ครับว่าอย่าลืมนะครับ
00:28:10 → 00:28:13ว่าหัวใจอ่ะมันเป็นอวัยวะที่เลือดผ่าน
00:28:13 → 00:28:16ตลอดเลือดผ่านตลอดเพราะฉะนั้นเนี่ยหากมี
00:28:16 → 00:28:19การติดเชื้อในส่วนใดๆของร่างกายเนี่ยแล้ว
00:28:19 → 00:28:22มันเข้าไปอยู่ในกระแสเลือดเนี่ยมันก็คือ
00:28:23 → 00:28:24มีการติดเชื้อภายในหัวใจนั่นแหละครับ
00:28:24 → 00:28:27เพราะในหัวใจมันเต็มไปด้วยเลือดตลอดเวลา
00:28:27 → 00:28:29เลยเพราะฉะนั้นน่ะถ้าเกิดว่าผู้ป่วยเนี่ย
00:28:29 → 00:28:31มีการเสียชีวิตจากการติดเชื้อเชื้ออย่าง
00:28:31 → 00:28:35เงี้ยก็จะไม่เหมาะไม่เหมาะที่จะเอาหัวใจ
00:28:35 → 00:28:37จากผู้ป่วยท่านนั้นมาบริจาคให้ผู้ป่วย
00:28:37 → 00:28:40ท่านอื่นต่อเพราะมันก็จะทำให้ผู้ป่วยที่
00:28:40 → 00:28:43รับหัวใจนั้นไปอ่ะมีการติดเชื้อตามไปด้วย
00:28:43 → 00:28:48ครับอันนี้ก็คือเป็นข้อห้ามในการที่จะเอา
00:28:48 → 00:28:51ผู้ป่วยมารับการปลูกถ่ายหัวใจครับ
00:28:51 → 00:28:55>> ปัญหาลิ้นหัวใจนะครับเรื่องการซ่อมลิ้น
00:28:55 → 00:28:59หัวใจคือผ่าตัดลิ้นหัวใจและเกิด
00:28:59 → 00:29:03มีปัญหายังรั่วอยู่หัวใจพวกนี้เราผ่าน
00:29:03 → 00:29:05แล้วเราซ่อมได้มั้ครับ
00:29:05 → 00:29:09>> เอ่อปกตินะครับลิ้นหัวใจที่เวลามีปัญหาก็
00:29:09 → 00:29:12เป็นเอ่อโรคยอดนิยมแล้วกันเนาะรองจากการ
00:29:12 → 00:29:14ทำเส้นเลือดหัวใจกตันหรือใบเส้นเลือดหัว
00:29:14 → 00:29:17ใจปัจจุบันนวัตกรรมของการรักษาเนี่ยใน
00:29:17 → 00:29:21ลิ้นหัวใจรั่วเราสามารถที่จะซ่อมลิ้นได้
00:29:21 → 00:29:24นะครับเพราะงั้นการปกติเมื่อพื้นฐานการ
00:29:24 → 00:29:26เปลี่ยนลิ้นหัวใจเราก็จะมีลิ้นโลหะกับ
00:29:26 → 00:29:28ลิ้นเยื่อๆเนาะซึ่งอันนี้คือการเปลี่ยน
00:29:28 → 00:29:31แต่ปัจจุบันที่พัฒนาไปก็คือการซ่อมเอ่อใน
00:29:31 → 00:29:35บางกรณีที่ผู้ป่วยมีสภาวะลิ้นหัวใจบาง
00:29:35 → 00:29:38อย่างที่ดูแล้วไม่ได้ซับซ้อนมากรวมถึงการ
00:29:38 → 00:29:41รักษาด้วยการเปลี่ยนอาจจะอาจจะไม่เหมาะสม
00:29:41 → 00:29:43เนี่ยการซ่อมลิ้นหัวใจก็เป็นทางเลือก
00:29:43 → 00:29:46หนึ่งนะครับส่วนอย่างอื่นเนี่ยการซ่อม
00:29:46 → 00:29:48ลิ้นก็ต้องเรียนว่ามันจะมีปัญหาเรื่องการ
00:29:48 → 00:29:51รั่วหรือซ่อมแล้วไม่เพเฟคหลังจากที่เอ่อ
00:29:51 → 00:29:54เราซ่อมก็ได้ซึ่งตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่คน
00:29:54 → 00:29:58ไข้ก็อาจจะต้องรับทราบด้วยเอ่อว่าการทำ
00:29:58 → 00:30:00แล้วอาจจะไม่จบใน 1 หลังแต่เอาเป็นว่า
00:30:00 → 00:30:02พื้นฐานของการรักษาเราจะมีการตรวจทานงาน
00:30:02 → 00:30:05หลังจากการทำผ่าตัดหรือการทำด้วยการทำ
00:30:05 → 00:30:07อันตราว์ทางหลอดอาหารหรืออะไรก็จะเป็น
00:30:07 → 00:30:10วิธีการที่หมอเขาจะเอ่อให้การรักษาหรือ
00:30:10 → 00:30:12ให้การวินิจฉัยอีกทีนึงแต่ก็อยากให้ทราบ
00:30:12 → 00:30:15ว่าเรามีวิธีการรักษาด้วยการซ่อมรินด้วย
00:30:15 → 00:30:17นะครับโดยปัจจุบันเราไม่ได้เข้าแค่
00:30:17 → 00:30:18เปลี่ยนอย่างเดียว
00:30:18 → 00:30:21>> ซึ่งจะดีที่สุดก็คุยกับหมอผู้รักษาให้
00:30:21 → 00:30:22เป็นอีกทางเลือกนึง
00:30:22 → 00:30:26>> ครับผมอครับคำถามที่ผู้ป่วยมักจะถามแล้ว
00:30:26 → 00:30:30ก็ได้ยินกันมารุ่นสู่รุ่นคือดื่ม
00:30:30 → 00:30:34ดีต่อหัวใจหมอว่าไงครับ
00:30:34 → 00:30:37>> การดื่มไวายหรือแอลกอฮอล์เนี่ยนะครับถ้า
00:30:37 → 00:30:40อ้างอิงตามหลักฐานทางวิชาการเนี่ยจะเขียน
00:30:40 → 00:30:44กำหนดไว้เลยว่าห้ามกินเกิน 100 กรัมของ
00:30:44 → 00:30:47แอลกอฮอล์ต่อสัปดาห์ 100 กรัมของ
00:30:47 → 00:30:51แอลกอฮอล์ต่อสัปดาห์นะครับซึ่ง Y เนี่ย 1
00:30:51 → 00:30:54แก้ว Y เนี่ยไม่ว่าจะเป็น Y แดง Y ขาวมัน
00:30:55 → 00:30:59มีประมาณ 10 กรัมของแอลกอฮอล์ต่อต่อ
00:30:59 → 00:31:02ประมาณ 100 ซีซอ่ะ 100 ซีซของเพราะฉะนั้น
00:31:02 → 00:31:05เนี่ยคุณกินได้สัปดาห์นึงประมาณ 10 แก้ว
00:31:05 → 00:31:07เอาอย่างี้แล้วกันถ้าคุณกินได้เกิน 10
00:31:07 → 00:31:09แก้วเนี้ยไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรครับหัวใจ
00:31:09 → 00:31:12และหลอดเลือดคุณก็ยังเหมือนปกติเสื่อมตาม
00:31:12 → 00:31:14ไวเหมือนปกติแต่ว่าถ้าคุณกินเยอะกว่านี้
00:31:14 → 00:31:18เนี่ยอันนี้มีปัญหาละการเสื่อมของระบบหัว
00:31:18 → 00:31:21ใจและหลอดเลือดก็จะเร็วขึ้น
00:31:21 → 00:31:23>> จากผลของแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป
00:31:23 → 00:31:24>> อื
00:31:24 → 00:31:26>> และไอ้หลักร้อย 100 กรัมเนี่ย 100 100
00:31:26 → 00:31:28กรัมต่อสัปดาห์เนี่ยมันยังเอาไปประยุกต์
00:31:28 → 00:31:32ใช้กับอาหารแอลกอฮอล์อื่นๆได้ด้วยนะครับ
00:31:32 → 00:31:35อย่างเช่น 10 กรัมของแอลกอฮอล์เนี่ยเมื่อ
00:31:35 → 00:31:39กี้บอกว่าคือ 1 แก้วของ Y ใช่มั้ยมันก็
00:31:39 → 00:31:42คือ 250 ซีซของเบียร์หรือเบียร์ประมาณ 1
00:31:42 → 00:31:45กระป๋องอ่ะเหมือนกันอาทิตย์นึงคุณห้ามกิน
00:31:45 → 00:31:47เบียร์เกิน 10 กระป๋อง
00:31:47 → 00:31:49>> โอ้โหเข้าทางเลย 10 กระป๋อง
00:31:49 → 00:31:50>> 10 กระป๋องต่อสัปดาห์นะครับ
00:31:50 → 00:31:51>> ไม่เกินที่กินอยู่ปัจจุบัน
00:31:51 → 00:31:53>> แต่ถ้าคุณบอกเอ้ยผมไม่กินเบียร์ไม่กินไว
00:31:53 → 00:31:57ผมกินเหล้าอ่ะเป็นวิสกี้เลยวิสกี้ประมาณ
00:31:57 → 00:32:0040 ซีซวิสกี้ 40 ซีซหรือว่าประมาณ 1
00:32:00 → 00:32:03เป๊กอ่ะคือ 10 กรัมหอยแอลกอฮอล์เพราะ
00:32:03 → 00:32:06ฉะนั้นอาทิตย์นึงห้ามเกิน 10 เป๊ก
00:32:06 → 00:32:07>> อ่า
00:32:07 → 00:32:09>> ผมว่าคลิปนี้บูมแน่เลย
00:32:09 → 00:32:12>> มันเปิดทางให้หลายคนทะเลาะกับภรรยานี้
00:32:12 → 00:32:15เห็นมั้ยหมอบัดี้พูดแล้วหมอบอสพูดแล้วว่า
00:32:15 → 00:32:17ดื่มได้วันละส่งกระป๋อง
00:32:17 → 00:32:20>> คือยังไม่มีรายงานเชียงประจักษ์แล้วกัน
00:32:20 → 00:32:24เนาะว่าการดื่มเอ่อเท่านั้นเท่านี้จะมีผล
00:32:24 → 00:32:27ดีหรือผลเสียหัวใจแต่ว่ารายงานที่เราค้น
00:32:27 → 00:32:29พบมาแล้วกันว่าห้ามเกินเท่าที่บอสพูด
00:32:29 → 00:32:30เนี่ย
00:32:30 → 00:32:32>> จะไม่ส่งผลกับ
00:32:32 → 00:32:33>> ภาวะหัวใจและหลอดเดือน
00:32:33 → 00:32:34>> ใช่ครับ
00:32:34 → 00:32:36>> เหมือนคนไข้ชอบถามผมเหมือนกันว่าเป็นโรค
00:32:36 → 00:32:38หัวใจอย่างเงี้ยดื่มกาแฟหรือกินกาแฟได้
00:32:38 → 00:32:39หรือเปล่า
00:32:39 → 00:32:42>> โดยปกติก็ก็จะบอกคนไข้ตลอดครับว่าอยู่ให้
00:32:42 → 00:32:45มีความสุขเนาะแต่อะไรที่มากไปมันก็ไม่ดี
00:32:45 → 00:32:47อยู่แล้วก็ถ้ากาแฟอย่างเงี้ยเราก็อ้างอิง
00:32:47 → 00:32:50ตามปริมาณคาเฟอีนซึ่งปกติก็ไม่ควรเกิน 400
00:32:50 → 00:32:52มิลกรัมซึ่งเอาเป็นว่า 1 แก้วมันก็ประมาณ
00:32:52 → 00:32:55100 นของ shot เพราะงั้นเอาเป็นว่าใครจะ
00:32:55 → 00:32:58ดื่มก็ไม่ควรเกินวันละประมาณ 3-4 แก้ว
00:32:58 → 00:33:00อย่างี้ก็เยอะไปครับเพราะงั้นเดินทางสาย
00:33:00 → 00:33:00กลาง
00:33:01 → 00:33:03>> ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็น่าจะตอบโจทย์ที่
00:33:03 → 00:33:04สุด
00:33:04 → 00:33:07>> ครับย้ำอีกทีนะฮะคุณบอไม่ได้รณรงค์ให้
00:33:07 → 00:33:09ดื่มไวายดื่ม
00:33:09 → 00:33:12พูดในเชิงข้อมูลทางการแพทย์ที่มีปัจจุบัน
00:33:12 → 00:33:17ว่าเลเวลขนาดไหนถือว่าไม่มีผลต่อสุขภาพ
00:33:17 → 00:33:20หัวใจโอเค
00:33:20 → 00:33:25ต่อฮะคำถามต่อไปคือหลายคนมักจะกลัวอายุ 70
00:33:25 → 00:33:28แล้วะไม่ผ่าตัดหัวใจพอผ่าไปก็เสี่ยงมี
00:33:28 → 00:33:31โอกาสเสียชีวิตสูงอายุเป็นตัวกำหนดมั้
00:33:31 → 00:33:32ครับ
00:33:32 → 00:33:37>> โดยอ่าพูดในในเชิงของการแบบเ้าเรียกว่า
00:33:37 → 00:33:40การทำนายหรือเอ่อเกณฑ์ในการวินิจฉาใน
00:33:40 → 00:33:42เกณฑ์ในการบอกภาวะแทรกซอหลังผ่าตัดก่อน
00:33:42 → 00:33:44แล้วกันเนาะโดยปกติเนี่ยมันจะมี
00:33:44 → 00:33:47เปอร์เซ็นต์ที่เราค่อนข้างจะกังวลว่าคน
00:33:47 → 00:33:49ไข้ผ่าตัดแล้วจะมีปัญหาหรือเปล่าเอาเป็น
00:33:49 → 00:33:52ว่าผมกับหมอบอสเนี่ยในทาง Practice เราจะ
00:33:52 → 00:33:55มีเป็นเหมือนกับการคำนวณสกอร์หรือว่าแต้ม
00:33:55 → 00:33:58นะครับซึ่งใช้เป็นพื้นฐานมาตรฐานอยู่แล้ว
00:33:58 → 00:34:00ก็คือจะเป็นสกอร์ของทางราชวิทยาลัยของทาง
00:34:00 → 00:34:03ต่างประเทศที่ทำกันไม่ว่าจะเป็น Society
00:34:03 → 00:34:04of Thouric Surgean หรือว่า Euro
00:34:04 → 00:34:07Score 2 มันก็จะมีตัวบอกว่าเปอร์เซ็นต์
00:34:07 → 00:34:10การผ่าตัดเนี่ยเอ่อหลังผ่าตัดแล้วมีโอกาส
00:34:10 → 00:34:11เสียชีวิตเป็นนู่นเป็นนี่เท่าไหร่ซึ่ง
00:34:11 → 00:34:14ต้องบอกถูกต้องเลยครับอายุเป็นfacตอร์นึง
00:34:14 → 00:34:17หรือเป็นปัจจัยนึงที่ต้องคำนวณเข้าไปใน
00:34:17 → 00:34:21สกoreเนาะแต่จะบอกว่ามันไม่ได้มีกำหนด
00:34:21 → 00:34:25ครับว่าเกินอายุเท่าไหร่แล้วห้ามผ่านมัน
00:34:25 → 00:34:28มีปัจจัยอะไรอื่นที่ต้องดูควบคู่กันด้วย
00:34:28 → 00:34:30เพราะงั้นอายุเป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน
00:34:30 → 00:34:33ครับแต่ก็ต้องดูปัจจัยอื่นด้วยคราวนี้ใน
00:34:33 → 00:34:36ทางปฏิบัติผม 2 คนก็เคยทำผ่าตัดผู้ป่วย
00:34:36 → 00:34:39เนาะอายุมากที่สุดที่เราทำนะบเนาะ 92 ปี
00:34:40 → 00:34:40>> อื
00:34:40 → 00:34:44>> 92 ปีเป็นคุณยายนะครับผาลิ้นหัวใจกับใบ
00:34:44 → 00:34:45เส้นลิ้นหัวใจ 2 เส้น
00:34:45 → 00:34:46>> โอ้โห
00:34:46 → 00:34:49>> แกแข็งแรงมากคือคือเราประเมินละคุยกับ
00:34:49 → 00:34:52ญาติเข้าใจทุกอย่างแล้วก็คนไข้แฮปปี้กับ
00:34:52 → 00:34:54การที่จะทำเราก็พูดเลยว่าคำนวณ
00:34:54 → 00:34:56เปอร์เซ็นต์มาเป็นเท่าไหร่แบบไหนปรากฏว่า
00:34:57 → 00:34:59หลังผ่าตัดเรียบร้อยดีครับตามที่เรา
00:34:59 → 00:35:01ประเมินเลยเพราะงั้นอายุเป็นสิ่งที่สำคัญ
00:35:01 → 00:35:03และส่งผลแก่การผ่าตัดแต่ก็คงไม่ได้เป็น
00:35:04 → 00:35:07ข้อตัดหรือข้อกำหนดว่าห้ามเกินเท่านี้ไม่
00:35:07 → 00:35:09ควรจะผ่าตัดน้อยกว่านี้ไม่ควรจะผ่าตัด
00:35:09 → 00:35:13หรืออะไรเอาเป็นว่าคุยกับหมอผู้รักษารวม
00:35:13 → 00:35:17ถึงดูปัจจัยอื่นๆที่เป็นบริบทด้วย
00:35:17 → 00:35:21>> แล้วก็เราคงจะทำได้สำเร็จตามที่เราเคยทำ
00:35:21 → 00:35:23คุณยาย 92 ปี
00:35:23 → 00:35:27>> ครับหลายคนมีความเชื่อว่าโอ้ยผ่าตัดหัวใจ
00:35:27 → 00:35:30เสร็จแล้วเนี่ยมันไม่เหมือนเดิมจะแย่กว่า
00:35:30 → 00:35:36เดิมจะบางคนบอกว่าตายเร็วกว่าเดิมครับ
00:35:36 → 00:35:39>> คืออันเนี้ยเป็นความเชื่อที่ผมต้องเรียน
00:35:39 → 00:35:43ว่าผิดมากเลยนะครับคนสมัยก่อนหรือว่าคน
00:35:43 → 00:35:47ไข้หลายคนณปัจจุบันเนี้ยมาถามผมตลอดเลยผม
00:35:47 → 00:35:50บอกอ้าวยายคุณตาครับคุณลุงครับลงคิวผ่า
00:35:50 → 00:35:55ตัดนะครับเค้าจะถามผมว่าหมอหมอแล้วดิฉัน
00:35:55 → 00:35:57เนี่ยแล้วผมจะรอดกลับบ้านมั้ย
00:35:57 → 00:35:58>> อื
00:35:58 → 00:36:02>> คือผมอยากจะบอกว่าความเสี่ยงในการผ่าตัด
00:36:02 → 00:36:05หัวใจสำหรับคนที่เดินมาเนี่ยเดินมานะเดิน
00:36:05 → 00:36:07มารู้ตัวรู้เรื่องคุยรู้เรื่องนั่งโต๊ะ
00:36:07 → 00:36:12คุยผ่าตัดกันเนี่ยน้อยกว่า 2-3% ครับ
00:36:12 → 00:36:13>> อืม
00:36:13 → 00:36:15>> ในกรณีที่คุณไม่มีโรคร่วมร้ายแรงอย่าง
00:36:15 → 00:36:20เช่นไตวายต้องล้างไตฉีดยาเบาหวานคุ้มไม่
00:36:20 → 00:36:23ได้เลยซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดคำว่าแทรกซ้อน
00:36:23 → 00:36:26ในโรงพยาบาลสูงหรือมาในลักษณะที่มาห้อง
00:36:26 → 00:36:28ฉุกเฉินใส่ท่อช่วยหายใจให้ยากระตุ้นความ
00:36:28 → 00:36:31ดันแล้วเนี่ยแล้วมาผ่าดปากฉุบเฉินน่ะอัน
00:36:31 → 00:36:33นั้นไม่พูดถึงนะครับในกลุ่มที่แบบเดินมา
00:36:33 → 00:36:36คุยกันรู้ตัวรู้เรื่องการทำบีบตัวของหัว
00:36:36 → 00:36:39ใจเนี่ยใกล้เคียงคนปกติเนี่ยการผ่าตัดหัว
00:36:40 → 00:36:43ใจความเสี่ยงน้อยมากนะครับณปัจจุบันน้อย
00:36:43 → 00:36:46มาก 90 กว่าเปอร์เซ็นเนี่ยสามารถเดินกลับ
00:36:46 → 00:36:49บ้านได้แล้วอาการของคุณน่ะจะดีขึ้นด้วย
00:36:49 → 00:36:53>> อืมอายุยอมรับว่าอาจจะเป็นปัจจัยที่ต้อง
00:36:53 → 00:36:56มาคำนึงแต่ไม่ใช่เป็นปัจจัยที่จะบอกว่า
00:36:56 → 00:36:59เราผ่าตัดไม่ได้ผ่าแล้วเราจะต้องเสีย
00:36:59 → 00:37:01ชีวิตผ่าแล้วเราจะไม่หายไม่ใช่นะครับ
00:37:01 → 00:37:06ปัจจุบันเทคโนโลยีนะครับวิธีการผ่าตัดมัน
00:37:06 → 00:37:10พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆและมันกำลังรอมรับผู้
00:37:10 → 00:37:13สูงอายุนะฮะแล้วก็รองรับสังคมที่เข้าสู่
00:37:13 → 00:37:15สังคมผู้สูงอายุด้วยงั้นอย่าเพิ่งปิด
00:37:15 → 00:37:19โอกาสปรึกษาแพทย์ของเราก่อนนะครับหลายคน
00:37:19 → 00:37:21เชื่อว่า
00:37:21 → 00:37:23ผ่าตัดเสร็จ
00:37:23 → 00:37:25ไม่ต้องกินยามีนะมีบางคนผ่าตัดอ้าวหาย
00:37:26 → 00:37:30แล้วไม่กินยาเลยก็เพราะฉันดีแล้วนี่ครับ
00:37:30 → 00:37:32ผมผมจะพูดกับคนไข้ตลอดนะครับว่าความ
00:37:32 → 00:37:35สำเร็จในการผ่าตัดเนี่ยมันขึ้นกับหลาย
00:37:35 → 00:37:38ปัจจัยครับเอายกตัวอย่างอย่างคนไข้ที่ทำ
00:37:38 → 00:37:40bypass เส้นเลือดหัวใจนะครับเอาเป็นว่า
00:37:40 → 00:37:42ปกติโรคทางเอ่อศัลยกรรมหัวใจเลือดสหพ
00:37:42 → 00:37:45เนี่ยก็จะมีแบ่งเป็น 2 ประเภทก็คือโรคตาม
00:37:45 → 00:37:47aging chin ก็คือพออายุเยอะก็เกิดจาก
00:37:47 → 00:37:50ความเสื่อมกับอีกอันนึงก็ต้องพูดเลยครับ
00:37:50 → 00:37:53เป็นปัจจัยที่เอ่อเกี่ยวกับตัวโรคเดิมของ
00:37:53 → 00:37:55คนไข้เช่นเป็นเบาหวานพฤติกรรมการกินการ
00:37:55 → 00:37:58ไม่ออกกำลังกายก็ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า
00:37:58 → 00:38:00การที่คุณมาเจอผมหรือมาอะไรเนี่ยถ้าคุณ
00:38:00 → 00:38:04ใช้ชีวิตแบบเดิมหัวใจของคุณก็จะได้รับการ
00:38:04 → 00:38:07เอ่อดูแลแบบเดิมซึ่งเอาเป็นว่ามันก็ทำให้
00:38:07 → 00:38:09เราเกิดโรคเนาะเพราะงั้นการผ่าตัดเนี่ย
00:38:09 → 00:38:13เป็นเพียงแค่การแก้ไขเอ่อสาเหตุที่เกิด
00:38:13 → 00:38:16แต่ถ้าคุณไม่ได้กินยาหรือไม่ได้ดูแล
00:38:16 → 00:38:19พฤติกรรมรวมถึงปรับไสลmodิชดูแลโรคร่วม
00:38:19 → 00:38:20คุณให้ดีเนี่ย
00:38:20 → 00:38:23หลังจากเราผ่าตัดเสร็จแล้วเนี่ยก็ต้องพูด
00:38:23 → 00:38:25เลยครับว่ามันจะมีโอกาสที่คุณจะไปถึงจุด
00:38:25 → 00:38:28นั้นเหมือนกันเพราะงั้นความสำเร็จในการ
00:38:28 → 00:38:31รักษาก็คงบอกไม่ได้ว่าเป็นพวกเราอย่าง
00:38:31 → 00:38:33เดียวเพราะงั้นสิ่งที่สำคัญกว่าคนไข้คง
00:38:33 → 00:38:36ต้องดูแลตัวเองดูแลรวกร่วมแล้วก็ทานยาให้
00:38:36 → 00:38:39สม่ำเสมอเพราะว่าสิ่งนั้นจะทำให้หลอด
00:38:39 → 00:38:42เลือดที่เราผ่าไปให้ใหม่ที่เราพาไปรวมถึง
00:38:42 → 00:38:45หลอดเลือดในจุดอื่นไม่เกิดโรคแล้วก็คนไข้
00:38:45 → 00:38:48ก็จะได้รับผลของการรักษาหลังการผ่าตัด
00:38:48 → 00:38:50อยู่ได้แบบยืนยาวครับเพราะงั้นสำคัญมาก
00:38:50 → 00:38:53ครับที่ต้องรับประทานยาดูแลโรคร่วมที่ตัว
00:38:53 → 00:38:56เองเป็นแล้วก็ปรับพื้นฐานเกี่ยวกับไส
00:38:56 → 00:38:57modification
00:38:57 → 00:39:00>> ครับขอบคุณครับมีคนถามว่าหลังผ่าตัดหัวใจ
00:39:00 → 00:39:04เสร็จความรู้สึกทางเพศความอยากทางเพศลดลง
00:39:04 → 00:39:06อ้าวนี้เป็นประเด็นละ
00:39:06 → 00:39:09>> อันเนี้ยเป็นสิ่งที่จริงนะครับคือผมต้อง
00:39:09 → 00:39:13บอกว่าการผ่าตัดหัวใจเนี่ยเป็นการผ่าตัด
00:39:13 → 00:39:16ที่ใหญ่คนไข้เนี่ยนอนโรงพยาบาลอย่างน้อย
00:39:16 → 00:39:19ก็ 5-6 วันแหละนับตั้งแต่วันแรกที่นอนจน
00:39:19 → 00:39:22กลับบ้านเพราะแค่นั้นเนี่ยจะให้ผมเปรียบ
00:39:22 → 00:39:26เทียบมันเหมือนคนไปออกรบอ่ะครับไปออกทหาร
00:39:26 → 00:39:30อ่ะไปชายแดนเสี่ยงตายอ่ะเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:39:31 → 00:39:33มันมีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันจริงๆ
00:39:33 → 00:39:36ครับว่าความรู้สึกทางเพศในช่วงหลังคาตัด
00:39:36 → 00:39:40ใหม่ๆโดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกเนี่ยมัน
00:39:40 → 00:39:44จะลดลงมันจะสู้ก่อนผ่าตัดไม่ได้ก่อนผ่า
00:39:44 → 00:39:47ตัดเนี่ยคนไข้จะมีความรู้สึกทางเพศน้อย
00:39:47 → 00:39:50สาเหตุนะจะมาจากพวกพวกอาการของคนไข้เอง
00:39:50 → 00:39:53เหนื่อยง่ายอะไรแบบเนี้ยออกแรงแล้วใจเต้น
00:39:53 → 00:39:57เร็วก็จะทำให้ไม่มีความอยากทางเพศอันนั้น
00:39:57 → 00:40:00น่ะจะเจอได้ประมาณสัก 5-10% แต่ในช่วง
00:40:00 → 00:40:02หลังผ่าตัดจนถึงระยะ 3 เดือนเนี่ยมันจะ
00:40:02 → 00:40:05สูงขึ้นครับมันจะสูงขึ้นเป็นประมาณ 20-30%
00:40:05 → 00:40:09เลยปัจจัยก็จะเกิดจากการที่ผ่าตัดไปแล้ว
00:40:09 → 00:40:12คนไข้ก็จะกลัวว่าเฮ้ยข้างในมันหายหรือยัง
00:40:12 → 00:40:16วะเรากลับไปออกแรงเต็มที่ได้มั้ยปัจจัย
00:40:16 → 00:40:19พวกนี้แหละทำให้คนไข้อ่ะความรู้สึกทางเพศ
00:40:19 → 00:40:22น้อยลงแต่ว่าพอพ้นระยะ 3 เดือนไปเนี่ยพอ
00:40:22 → 00:40:25อาการมันเริ่มดีแผลมันเริ่มหายอาการ
00:40:25 → 00:40:28เหนื่อยลดลงเนี่ยมันจะกลับมาได้นะครับมัน
00:40:28 → 00:40:31จะกลับมาได้มันไม่ใช่สิ่งที่โหผ่าตัด
00:40:31 → 00:40:33เสร็จไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เลยมันไม่
00:40:33 → 00:40:34ใช่แบบนั้นครับ
00:40:34 → 00:40:38>> อืมีคนบอกว่าผ่าตัดเสร็จจะต้องนอนติด
00:40:38 → 00:40:41เตียงตลอดหรือถ้าไม่ติดเตียงก็ไม่สามารถ
00:40:41 → 00:40:45กลับมาทำงานหนักได้ไม่สามารถออกไปทำงาน
00:40:45 → 00:40:46ได้
00:40:46 → 00:40:50>> จริงๆเป้าประสงค์ของการรักษาทางทางหัวใจ
00:40:50 → 00:40:52ที่เราพยายามจะทำคือเราต้องการที่จะให้คน
00:40:52 → 00:40:55ไข้กลับมาทำงานได้นี่คือนี่คือเป้าเป้า
00:40:55 → 00:40:58ประสงค์หลักเลยเพราะงั้นการที่เราแก้ไข
00:40:58 → 00:40:59ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบที่คุณมี
00:40:59 → 00:41:01ปัญหาเรื่องเหนื่อยก่อนผ่าตัดหลินหัวใจ
00:41:01 → 00:41:02รั่วหรือตีบแล้วคุณมีปัญหาเรื่องเหนื่อย
00:41:02 → 00:41:04ก่อนผ่าตัดทุกอย่างที่เป็นเป้าประสงค์ที่
00:41:04 → 00:41:06เราต้องการคือเราจะประเมินแล้วว่าหลังผ่า
00:41:06 → 00:41:08ตัดคุณน่าจะอยู่ในจุดที่กลับมาทำงานได้
00:41:09 → 00:41:11เป็นปกติเพราะงั้นทุกอย่างที่เราแก้เพื่อ
00:41:11 → 00:41:13เป้าประสงค์ให้คุณกลับมาทำงานได้ส่วน
00:41:13 → 00:41:16สาเหตุที่บางทีหลังผ่าตัดอาจจะทำให้กลับ
00:41:16 → 00:41:19มาทำงานได้หรือไม่ไม่ได้ก็ต้องพิจารณา
00:41:19 → 00:41:22เป็นหลายๆไปครับเหมือนกับบางคนที่มีภาวะ
00:41:22 → 00:41:24แทรกซ้อนหรือมีโรคร่วมอยู่ก่อนผ่าเพราะ
00:41:24 → 00:41:27งั้นผมอาจจะให้มองว่าโดยส่วนตัวหมอผ่าตัด
00:41:27 → 00:41:29เนี่ยเรามีเ้าเรียกว่าจุดมุ่งหมายมากที่
00:41:29 → 00:41:31จะทำให้คนไข้หายป่วยและกลับมาใช้ชีวิตได้
00:41:32 → 00:41:34ตามปกติมากกว่าที่จะทนทุกข์ทรมานอยู่กับ
00:41:34 → 00:41:37การที่คุณเป็นโรคนั้นแต่อย่างไรก็ตามความ
00:41:37 → 00:41:39เสี่ยงหรือหลังผ่าตัดแล้วมีปัญหาหรือภาวะ
00:41:39 → 00:41:42แทรกซ้อนก็เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้
00:41:42 → 00:41:44บ้างแล้วกันเพราะงั้นการคุยความเสี่ยง
00:41:44 → 00:41:47ทั้งหมดรวมถึงการวิเคราะห์พื้นฐานของคน
00:41:47 → 00:41:50ไข้ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดก็คงเป็นสิ่งสำคัญ
00:41:50 → 00:41:52แต่อย่างไรก็ตามถ้าจะบอกว่าหลังผาตัดแล้ว
00:41:53 → 00:41:56คนไข้ติดเตียงทรมานหรือนอนแล้วแบบทำงาน
00:41:56 → 00:41:58ไม่ได้คงคงไม่ใช่ทั้งหมดแล้วกันครับเพราะ
00:41:58 → 00:42:00ว่าเป้าประสงค์คือเราอยากจะให้คนไข้กลับ
00:42:00 → 00:42:03มาใช้ชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีหลัง
00:42:03 → 00:42:06>> ย้ำอีกทีนะครับอย่างที่หมอบอกการที่เรา
00:42:06 → 00:42:09ฟังเพื่อนบ้านเฮ้ยคนนั้นผ่าไม่ดีคนนี้ผ่า
00:42:09 → 00:42:11แล้วติดเตียงหมอพยายามจะบอกว่าจริงๆ
00:42:11 → 00:42:13วัตถุประสงค์ที่หมอพยายามอยากจะผ่าก็
00:42:13 → 00:42:17เพื่อให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแต่ใน
00:42:17 → 00:42:20กรณีท่านอื่นที่ผ่าแล้วคุณภาพชีวิตไม่
00:42:20 → 00:42:22สามารถกลับมาดีขึ้นได้หรือบางคนลงเอยด้วย
00:42:22 → 00:42:26การติดเตียงดูเป็นอย่าปิดโอกาสตัวเองย้ำ
00:42:26 → 00:42:29อีกทีนะครับฟังคนอื่นได้แต่คนที่เราควรจะ
00:42:29 → 00:42:32ฟังและเอามาตัดสินเอามาสรุปคือควรจะฟัง
00:42:32 → 00:42:37หมอที่จะผ่าตัดเรานะครับคำถามครับหมอบอส
00:42:37 → 00:42:42แพงผ่าตัดหัวใจคนทั่วไปผ่าไม่ได้หรอกคนจน
00:42:42 → 00:42:45บอกโอ้ไม่ผ่าโอ้แค่ฟังก็แพงแล้วครับมีทาง
00:42:45 → 00:42:48ยังไงครับคือคืองี้ครับผมเล่าให้ฟังก่อน
00:42:48 → 00:42:51ว่าสิทธิ์การรักษาเป็นเรื่องสำคัญมาก
00:42:51 → 00:42:55สำหรับคนไทยนะครับคนไทยทุกคนเนี่ย 1 เลย
00:42:55 → 00:42:57จะมีสิทธิ์ติดตัวมาอยู่แล้วคือสิทธิ์
00:42:57 → 00:43:01สปสช.หรือว่าที่เราเรียกว่า 30 บาท 2 บาง
00:43:01 → 00:43:05คนเข้าสู่วัยทำงานโดนบังคับทำประกันสังคม
00:43:05 → 00:43:08อาจจะโดยที่ทำงานนจ้างทำให้อันนี้เป็นกฎ
00:43:08 → 00:43:11ที่อ่าต้องมีบางคนก็จะเป็นสิทธิ์ประกัน
00:43:11 → 00:43:14สังคม 3 บางคนรับราชการหรือมีลูกเป็น
00:43:14 → 00:43:16ราชการ
00:43:16 → 00:43:18ก็จะมีสิทธิ์ข้าราชการนะครับหรือบางคน
00:43:18 → 00:43:22เป็นข้าราชการบำนาญก็มีสิทธิ์ข้าราชการ 3
00:43:22 → 00:43:25กลุ่มนี้เนี่ยถ้ารักษาตาม
00:43:25 → 00:43:29โรงพยาบาลที่คุณใช้สิทธิ์อยู่อย่างเช่นไป
00:43:29 → 00:43:32โรงพยาบาลที่สปสช.คุณอยู่ไปโรงพยาบาลที่
00:43:32 → 00:43:34ประกันสังคมคุณอยู่หรือข้าราชการ 4 ข้า
00:43:34 → 00:43:37ราชการผ่าตัดในโรงพยาบาลรัฐ
00:43:37 → 00:43:41ค่าใช้จ่ายมีเฉพาะส่วนเกิน 10 ซึ่งโดย
00:43:41 → 00:43:43ปกติเนี่ยหลัก 1000 บาทครับ
00:43:44 → 00:43:44>> อื
00:43:44 → 00:43:47>> มันจะเป็นอุปกรณ์บางอย่างในห้องผ่าตัดที่
00:43:47 → 00:43:50เบิกได้ไม่เต็มสิทธิ์แค่นั้นค่าผ่าตัดค่า
00:43:50 → 00:43:53นอนโรงพยาบาลถ้าคุณไม่เอาห้องพิเศษไม่
00:43:53 → 00:43:56อยากนอนหรูฟรีหมดครับณปัจจุบันเนี้ยแม้
00:43:56 → 00:44:02แต่คนที่ไม่มีเงินเลยไม่มีเงินเลยนะมีแค่
00:44:02 → 00:44:05100- 200 เนี่ยมาผ่าตัดตามโรงพยาบาลที่
00:44:05 → 00:44:07คุณใช้สิทธิ์อยู่ที่ผมทำอยู่ทุกวันเนี้ย
00:44:07 → 00:44:09ก็ผ่าตัดได้ครับ
00:44:09 → 00:44:13>> แล้วของที่ใช้อ่ะบางคนบอกโอ้ย 30 บาทใช้
00:44:13 → 00:44:15ของถูกของไม่ดีครับ
00:44:15 → 00:44:19>> อ่าอันเนี้ยเป็นสิ่งที่คนชอบคิดว่าไม่มี
00:44:19 → 00:44:21เงินอย่ามาผ่าตัดเลยเดี๋ยวได้ของห่วย
00:44:21 → 00:44:23>> อื
00:44:23 → 00:44:27>> จะบอกว่าคุณไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดใครใน
00:44:28 → 00:44:30โรงพยาบาลรัฐเนี่ยเนี่ยเราทำเหมือนกันทุก
00:44:30 → 00:44:33คนเลยครับถ้าคุณไม่ใช่กลุ่มคนไข้ที่ต้อง
00:44:33 → 00:44:36ใช้อุปกรณ์พิเศษมาช่วยในการผ่าตัดเนี่ย
00:44:36 → 00:44:40ได้รับของเท่ากันครับไหมอันเดียวกันทุก
00:44:40 → 00:44:44ที่ที่ใช้ไหมชนิดไหนคนรวยคนจนเหมือนกัน
00:44:44 → 00:44:47หมดครับเพราะว่าเราทำการผ่าตัดมาแบบเนี้ย
00:44:47 → 00:44:51แล้วมันผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่ามันดีผล
00:44:51 → 00:44:54ลัพธ์มันใช้ได้
00:44:54 → 00:44:58ก็จะทำเหมือนกันทุกเคสทำเหมือนกันทุกเคส
00:44:58 → 00:45:00ก็ไม่ได้มีข้อกำหนดหรอกครับว่าต้องมีเงิน
00:45:00 → 00:45:04กี่บาทกี่บาทถึงมาผ่าตัดคุณไปรักษาตาม
00:45:04 → 00:45:06สิทธิ์ก่อนถ้าคุณไม่มีเงินคุณก็จะได้รับ
00:45:06 → 00:45:11การผ่าตัดอย่างเหมาะสมครับ
00:45:11 → 00:45:17มีการโฆษณาอย่าบำรุงหัวใจนะสมุนไพร
00:45:17 → 00:45:20นี่ขายเลยกินนี่ไม่ต้องผ่าตัดแต่โรคที่
00:45:20 → 00:45:22มันเกี่ยวข้องกับการผ่าตัดการซ่อมแซน
00:45:22 → 00:45:25อย่างเงี้ยแต่ออกมาพูดว่ากินยาสมุนไพรนี่
00:45:25 → 00:45:29โอไม่ต้องใช้หรอกครับคนไข้ก็หลายคนก็เสีย
00:45:29 → 00:45:33เวลาไปกับการเชื่อตรงนี้ไปทดลองตรงนี้
00:45:33 → 00:45:35ครับ
00:45:35 → 00:45:38คือผมอยากจะบอกหรือให้ความรู้ทุกๆท่าน
00:45:38 → 00:45:42แล้วกันว่าไอ้โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือ
00:45:42 → 00:45:44ลิ้นหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่วเนี่ยมัน
00:45:44 → 00:45:48เป็นผลจากการที่ร่างกายคุณเสื่อมสภาพอายุ
00:45:48 → 00:45:51คุณเยอะขึ้นอ่ะเอาง่ายๆเหมือนเส้นเลือด
00:45:51 → 00:45:54หัวใจแล้วกันผมเข้าไปผ่าตัดเนี้ยเส้น
00:45:54 → 00:45:57เลือดหัวใจจุดที่ตีบ
00:45:57 → 00:46:01มันแข็งเป็นหินเลยเป็นหินจริงๆขนาดเอา
00:46:01 → 00:46:05อุปกรณ์ไปแคะมันออกมาอย่างยากเลย
00:46:05 → 00:46:09แล้วคุณคิดเหรอว่าอะไรที่คุณทานเข้าไปอ่ะ
00:46:09 → 00:46:13จะทำให้ไอ้หินพวกนั้นน่ะมันหายไปหรือมัน
00:46:13 → 00:46:17ตีบลดลงได้มันไม่มีครับณปัจจุบันไม่ว่าจะ
00:46:17 → 00:46:20เป็นยาหรือว่าจะเป็น
00:46:20 → 00:46:23อาหารเสริมอะไรก็ตามที่มาอวดอ้างสรรพคุณ
00:46:23 → 00:46:26ว่ามันทำให้เสื้อเลือดหัวใจเนี่ยตีบลดลง
00:46:26 → 00:46:27ได้
00:46:27 → 00:46:31อ่ะโดยประสบการณ์ผมเท่าที่ดูคนไข้ที่ถูก
00:46:31 → 00:46:35ฉีดสีเนี่ยหลอดเลือดหัวใจมายังไม่เคยเห็น
00:46:35 → 00:46:38ใครเลยครับที่ผ่านเวลาไปปี 2 ปีบอกไปทำ
00:46:38 → 00:46:42อย่างงู้นอย่างี้มาฉีดสีแล้วมันดีขึ้นถ้า
00:46:42 → 00:46:45ไม่ได้ไปทำการผ่าตัดหรือใส่สเตนใส่หัวด
00:46:45 → 00:46:48ลวดหรือบอนดูนนะครับมันไม่เคยดีขึ้นครับ
00:46:48 → 00:46:51มันมีแต่จะตีบลงตีบลงเพราะว่าอายุคุณเยอะ
00:46:51 → 00:46:54ขึ้นหินปูนมันสะสมมากขึ้น
00:46:54 → 00:46:58ที่คุณบอกกินยาแล้วดีมันก็อาจจะมีครับยา
00:46:58 → 00:47:01ที่อมใต้ลิ้นช่วยให้อาการดีขึ้นยาต้าน
00:47:01 → 00:47:04เกล็ดเลือดที่คุณทานแล้วช่วยให้ไม่เกิด
00:47:04 → 00:47:07ภาวะหัวใจขาที่เฉียบพันแต่อันนั้นน่ะมัน
00:47:07 → 00:47:10เป็นยาที่ควบคุมเพียงแค่อาการไม่ได้ไป
00:47:10 → 00:47:12รักษาที่ต้นเหตุไม่ได้ไปทำให้เลือดไป
00:47:12 → 00:47:15เลี้ยงหัวใจมากขึ้นเลย
00:47:15 → 00:47:15>> อื
00:47:15 → 00:47:18>> ครับผมคือขอเสริมนิดนึงครับเข้าใจว่าคน
00:47:18 → 00:47:21ไข้ทุกคนกังวลมากคือกลัวนะครับพอพูดถึง
00:47:21 → 00:47:23เรื่องผ่าตัดหัวใจแล้วก็สิ่งที่คนไข้
00:47:23 → 00:47:25พยายามก็คือจะพยายาม
00:47:25 → 00:47:27เเรียกว่าหาการรักษาที่เป็นการรักษาทาง
00:47:27 → 00:47:30เลือกซึ่งการรักษาทางเลือกเนี่ยก็จะมีการ
00:47:31 → 00:47:32รักษาที่เป็นมาตรฐานแล้วกันกับการรักษา
00:47:32 → 00:47:35ที่ไม่มีข้อมูลทางการแพทย์เชิงสนับสนุน
00:47:35 → 00:47:37เอ่อไม่ได้ปิดกั้นครับแล้วแต่ทุกท่านจะ
00:47:37 → 00:47:41ศรัทธาแต่ว่าผมจะบอกคนไข้เสมอว่าช่วงเวลา
00:47:41 → 00:47:44ที่การผ่าตัดให้ผลดีกับคุณที่สุดคือช่วง
00:47:44 → 00:47:48เวลาตอนนี้แหละที่คุณมาหาผมเพราะคุณพร้อม
00:47:48 → 00:47:51ทั้งสภาวะร่างกายจิตใจหัวใจคุณยังบีบตัว
00:47:51 → 00:47:54ดียังทุกอย่างโอเคอยู่ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม
00:47:54 → 00:47:57หลังจากนี้ถ้าคุณปฏิเสธหรือว่าคุณพยายาม
00:47:57 → 00:48:00จะเค้าเรียกว่าหาอย่างอื่นสิ่งที่คุณต้อง
00:48:00 → 00:48:03แลกไปคือตัวโลกที่ไม่ได้แก้ไขแล้วพอวัน
00:48:03 → 00:48:06นึงคุณกลับมาผ่าตัดก็ต้องทำใจนะครับว่า
00:48:06 → 00:48:08หัวใจคุณอาจจะบีบตัวเนี่ยไม่เหมือนเดิม
00:48:08 → 00:48:11แล้วรวมถึงปัจจัยอื่นๆที่เป็นปัจจัยด้าน
00:48:11 → 00:48:14การรักษาที่อาจจะเปลี่ยนไปซึ่งตรงนั้นก็
00:48:14 → 00:48:17จะยิ่งส่งผลและทำให้การรักษาอยู่ในจุดที่
00:48:17 → 00:48:21ไม่ได้เท่ากับปัจจุบันที่คุณจะมาแล้วนี่
00:48:21 → 00:48:24คือสิ่งที่เราอยากจะอยากจะเตือนเกิดคนไข้
00:48:24 → 00:48:24มากกว่าว่า
00:48:24 → 00:48:25>> อื
00:48:25 → 00:48:27>> รีรักษาเถอะครับ
00:48:27 → 00:48:28>> อื
00:48:28 → 00:48:32ถ้าจะให้คนดูแลสุขภาพหัวใจเลยปัจจุบัน
00:48:32 → 00:48:362025 มีข้อมูลอะไรอ่ะอันที่ 1 Fish Oil
00:48:36 → 00:48:38อ่า
00:48:38 → 00:48:39ถึงไหนล่ะครับ
00:48:39 → 00:48:42>> Fish Oil เนี่ยมาตรฐานการรักษาใน
00:48:42 → 00:48:46ปัจจุบันเนี่ยใช้ในกลุ่มที่
00:48:46 → 00:48:49เ้าเรียกว่าไตรกีเซอรไลด์สูงแล้วกันมี
00:48:49 → 00:48:53ไตรกีเซอรไลด์สูงทั้งที่ยังได้ได้รับยายา
00:48:53 → 00:48:55กลุ่มสเตตินนะยากลุ่มสเตตินเป็นยาที่ลดไข
00:48:56 → 00:48:58มันที่เป็นกลุ่มหลักที่เราใช้ในปัจจุบัน
00:48:58 → 00:49:00ถ้าอยากให้ใช้ยากลุ่มสเตตินแล้วยังมี
00:49:00 → 00:49:03ไตรกีซในปริมาณสูงอยู่ก็มีหลักฐานทางการ
00:49:03 → 00:49:08แพทย์ครับว่า oil เนี่ยสามารถช่วยลดได้
00:49:08 → 00:49:11แต่ว่าไม่ใช่ยาแรกนะต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่
00:49:11 → 00:49:14ว่าคุณตรวจเจอไขมันสูงคุณไปซื้อฟิoอยมา
00:49:14 → 00:49:17กินเลยไม่ใช่นะครับคุณต้องได้รับการรักษา
00:49:17 → 00:49:19แบบมาตรฐานก่อน
00:49:19 → 00:49:21>> แล้ว oil เนี่ยอาจจะเป็นส่วนเสริมเพราะ
00:49:21 → 00:49:23ว่าหลักฐานทางการแพทย์
00:49:23 → 00:49:24มันยังไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น
00:49:24 → 00:49:25>> ครับ
00:49:25 → 00:49:28>> อีกอย่างนึงคือโดสด้วยครับปริมาณเนี่ย
00:49:28 → 00:49:33ต้องกินเยอะเยอะนะครับโดยที่เขาแนะนำใน
00:49:33 → 00:49:35หลักฐานทางการแพทย์คือเกิน 2 กรัมต่อวัน
00:49:35 → 00:49:35เลย
00:49:35 → 00:49:35>> อือ
00:49:35 → 00:49:37>> มันก็จะอยู่ในปริมาณที่สูง
00:49:37 → 00:49:38>> อือ
00:49:38 → 00:49:40>> อ่าอย่างเช่นคุณไปซื้อกินตามปกติวันละ
00:49:40 → 00:49:42เม็ดวันละเม็ดเนี่ยอันนี้ก็ไม่ได้
00:49:42 → 00:49:45ประโยชน์อยู่ดีเพราะฉะนั้นน่ะต้องปรึกษา
00:49:45 → 00:49:47แพทย์ก่อนที่จะทานนะครับ
00:49:47 → 00:49:50>> ปัจจุบันมีข้อมูลอะไรที่พิสูจน์แล้วว่า
00:49:50 → 00:49:52สามารถป้อง
00:49:52 → 00:49:54การการเกิดโรคหัวใจได้
00:49:54 → 00:49:58>> อ่าจุดนี้เนี่ยมันจะไม่ใช่ยาอ้าอันนี้
00:49:58 → 00:50:01สำคัญคือสิ่งที่ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
00:50:01 → 00:50:03ได้ในปัจจุบันเนี่ยมันจะไม่ใช่ยามันจะ
00:50:03 → 00:50:06เป็นการออกกำลังกายกับการทานอาหารเป็น
00:50:06 → 00:50:09หลักการออกกำลังกายที่แนะนำอ่ะก็จะเป็น
00:50:09 → 00:50:12แบบแอโรบิแอโรบิเนี่ยหมายความว่ามีการ
00:50:12 → 00:50:16เพิ่มขึ้นของอัตราการเต้นหัวใจอ่าอย่าง
00:50:16 → 00:50:19เช่นการไปวิ่งให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นหรือ
00:50:19 → 00:50:21บางคนบอกว่าวิ่งไม่ไหวปวดเข่า
00:50:21 → 00:50:26ไปว่ายน้ำบางคนเดินชันอย่างน้อยก็ต้องมี
00:50:26 → 00:50:30สัปดาห์นึงก็ต้องมี 150 นาทีเป็นต้นไป 150
00:50:30 → 00:50:33นาทีเป็นต้นไปคือและในแต่ละครั้งก็ต้อง
00:50:33 → 00:50:36มากกว่า 30 นาทีนะอ่าไม่ใช่วิ่ง 5 นาที
00:50:36 → 00:50:39เหนื่อยหยุดแล้วอันนั้นก็ไม่ได้ประโยชน์
00:50:39 → 00:50:41>> อ่าวันนึงต้องอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงที่
00:50:41 → 00:50:45หัวใจได้เต้นเร็วเต้นเร็วแค่ไหนถือว่าดี
00:50:46 → 00:50:50แล้วแต่คนครับแต่ว่าโดยปกติต้องเกินโซน 2
00:50:50 → 00:50:52อ่ะอันนี้เป็นสิ่งที่อาจจะไม่ได้ลงราย
00:50:52 → 00:50:55ละเอียดมากนักแต่โซน 2 นี่หมายความว่า
00:50:55 → 00:50:57เริ่มพูดแล้วเริ่มเหนื่อยละออกกำลังไป
00:50:58 → 00:50:59ด้วยอย่างเช่นวิ่งไปด้วยเนี่ยเริ่มพูดไม่
00:50:59 → 00:51:03ไม่ไหวะอันนี้คือโซน 2 อ่าคือยังพอพูดได้
00:51:03 → 00:51:07นะแต่ว่าพูดเสร็จต้องหายใจะพูดเสร็จต้อง
00:51:07 → 00:51:10หายใจอันเนี้คือการที่หัวใจมันเต้นเร็ว
00:51:10 → 00:51:13ขึ้นแล้วจะทำให้หัวใจได้ประโยชน์ในระยะ
00:51:13 → 00:51:17ยาวส่วนเรื่องอาหารเนี่ยอันนี้ก็หลาย
00:51:17 → 00:51:20อย่างเลยมีตั้งแต่ 1 เกลือ
00:51:20 → 00:51:24วันนึงคุณห้ามทานเกลือเกิน 1 ช้อนชา 1
00:51:24 → 00:51:27ช้อนชาเนี่ยประมาณ 6 กรัมนะอ่าในหนังสือ
00:51:27 → 00:51:29วิชาการเบอกห้ามทานเกิน 5 กรัมต่อวันนะ
00:51:29 → 00:51:33ครับต่อวันเพราะฉะนั้นถ้าวันนึงคุณเล่น
00:51:33 → 00:51:36เกลือ 1 ช้อนชาใส่ก๋วยเตี๋ยวเนี่ยเรียบ
00:51:36 → 00:51:40ร้อยวันนั้นคุณห้ามทานเกลือแล้ว
00:51:40 → 00:51:44อาหารอีกอาหารคุณอาจจะเคยได้ยินพวก
00:51:44 → 00:51:49เค้าเรียกว่าทานแฟชอ่าไขมันอิ่มตัวไขมัน
00:51:49 → 00:51:53ไม่อิ่มตัวพวกเนี้ยเราแนะนำให้หลีกเลี่ยง
00:51:53 → 00:51:55ไปทานไขมันถ้าจะต้องทานไขมันนะก็ต้องทาน
00:51:55 → 00:51:57แบบไม่อิ่มตัว
00:51:57 → 00:51:58>> อือ
00:51:58 → 00:52:01>> พวกไหนบ้างล่ะที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัวก็จะ
00:52:01 → 00:52:05เป็นพวกน้ำมันที่ได้จากพืชนะอย่างเช่นพวก
00:52:05 → 00:52:11น้ำมันกาโนไอ้พวกเเรียกน้ำมันคาโนล่าอย่า
00:52:11 → 00:52:14เงี้ยน้ำมันมะกอกอะไรแบบเนี้ยครับส่วนพวก
00:52:14 → 00:52:16ที่ไม่ควรกินเลยอย่างเช่นพวกทานแฟชอย่าง
00:52:16 → 00:52:19ที่ทุกๆคนเคยเห็นเนาะทานแฟatเนี่ยมันก็จะ
00:52:19 → 00:52:22อยู่ในพวกพวกมาการีนในพวกเบเกอรี่
00:52:22 → 00:52:25หรือว่าในพวกเนื้อแดงหรืออาหารแปรรูปต่าง
00:52:25 → 00:52:28ๆพิซซ่าที่อยู่ในตู้ฟีดเนื้อที่อยู่ในตู้
00:52:28 → 00:52:32ฟีดต่างๆอันนี้เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
00:52:32 → 00:52:36ควรหลีกเลี่ยงแล้วพวกไขมันอิ่มตัวล่ะไข
00:52:36 → 00:52:39มันอิ่มตัวก็จะเจอในพวกไขมันในสัตว์อย่าง
00:52:39 → 00:52:44เช่นหมู 3 ชั้นเนื้อติดมันต่างๆหรืออาหาร
00:52:44 → 00:52:48ที่ปรุงด้วยน้ำมันจากสัตว์หรือน้ำมันจาก
00:52:48 → 00:52:49พืชบางชนิด
00:52:49 → 00:52:53อย่างเช่นน้ำมันปาล์มน้ำมันมะพร้าวพวก
00:52:53 → 00:52:57เนี้ยมีกดไขมันอิ่มตัวสูงก็ควรหลีกเลี่ยง
00:52:57 → 00:52:58>> อื
00:52:58 → 00:53:01>> ออนอกจากเรื่องน้ำมันเรื่องเกลือก็จะเป็น
00:53:01 → 00:53:05สิ่งที่คนไทยอาจจะยังไม่รู้คือพวกถั่วและ
00:53:05 → 00:53:11ธัญพืชอ่าพวกเกรนต่างๆพวกขนมปังโฮวีทพวก
00:53:11 → 00:53:15ถั่วเอาลัมอนวอนัอะไรพวกนี้ครับพวกเนี้ย
00:53:15 → 00:53:18เป็นอาหารที่ควรจะนำมาเพิ่มในมือให้มาก
00:53:18 → 00:53:22ขึ้นอ่าบางบางคนเขาจะเรียกอาหารกลุ่ม
00:53:22 → 00:53:25เนี้ยว่าพวกเิเตอร์เรนียนdiอetอ่าพวกนี้
00:53:25 → 00:53:29จะมีผักเยอะผลไม้เยอะและพวกถั่วพวกธัญพืช
00:53:29 → 00:53:33เยอะพวกควีนนัวแทนข้าวพวกเนี้ยมีหลักฐาน
00:53:33 → 00:53:36ทางการแพทย์ครับว่าช่วยชะลอการเกิดโรคหัว
00:53:36 → 00:53:37ใจและหลอดเลือดในระยะยาว
00:53:37 → 00:53:38>> อื
00:53:38 → 00:53:41>> อ่าต่อไปอีกคือเรื่องโปรตีนอ่ะอันนี้พูด
00:53:41 → 00:53:44สั้นๆโปรตีนในปัจจุบันเนี่ยมันได้จากหลาย
00:53:44 → 00:53:47ส่วนเนาะบางคนเชื่อว่าเฮ้ยโปรตีนต้องได้
00:53:47 → 00:53:48จากการกินเนื้อสัตว์อย่างเดียวสิจริงๆ
00:53:48 → 00:53:52แล้วไม่ใช่จริงๆพวกแพนเบสโปรตีนต่างๆ
00:53:52 → 00:53:55เนี่ยในปัจจุบันเนี้ยเชื่อก็ไม่ใช่เชื่อ
00:53:55 → 00:53:58หรอกมีหลักฐานทางการแพทย์หรือว่ามันดี
00:53:58 → 00:54:02กว่าการที่คุณได้โปรตีนจากสัตว์การที่รับ
00:54:02 → 00:54:05โปรตีนจากพืชแทนเนี่ยก็จะทำให้สุขภาพหัว
00:54:05 → 00:54:08ใจและหลอดเลือดคุณในระยะยาวเนี่ยดีขึ้น
00:54:08 → 00:54:08ครับ
00:54:08 → 00:54:11>> สั้นๆโปรตีนจากพืชมีอะไรครับ
00:54:11 → 00:54:14>> โปรตีนจากพืชใช่มั้ยครับก็จะเป็นพวกอ่ะ
00:54:14 → 00:54:17พวกเต้าหู้พวกเนี้ยอันเนี้ยก็จะได้นะ
00:54:17 → 00:54:21โปรตีนจากพืชหรือว่า
00:54:21 → 00:54:24กินพวกธัญพืชต่างๆในปัจจุบันนะครับ
00:54:24 → 00:54:25>> อ
00:54:25 → 00:54:29>> ก็จะมีโปรตีนเป็นแพนเบสโปรตีนอ่าใน
00:54:29 → 00:54:32ปัจจุบันมันจะมีพวกสารสกัดต่างๆที่เป็นผง
00:54:32 → 00:54:33ชงอะไรแบบนี้ด้วย
00:54:33 → 00:54:35>> ซึ่งมันก็จะเป็นโปรตีนจากพืช
00:54:35 → 00:54:35>> อือ
00:54:35 → 00:54:39>> ได้เหมือนกันครับตรงนี้ก็ดีกว่าไปทาน
00:54:39 → 00:54:42โปรตีนจากพวกเนื้อแดงหรือว่าเนื้อติดมัน
00:54:42 → 00:54:44พวกนี้ครับผม
00:54:44 → 00:54:46>> อาจารย์ครับแล้วไข่ไข่นี่เป็นอะไรที่แบบ
00:54:46 → 00:54:49ถกเถียงกันมานานมาก
00:54:49 → 00:54:51>> ไข่เนี่ยผมบอกเลยว่าจากหลักฐานทางการ
00:54:51 → 00:54:54แพทย์เนี่ยเถียงกันกี่ปีก็ไม่จบ
00:54:54 → 00:54:54>> อ่า
00:54:54 → 00:54:58>> เพราะว่าการวิจัยต่างๆในคนกินไข่เนี่ยมัน
00:54:58 → 00:54:59ทำได้ยากมากครับ
00:54:59 → 00:55:02>> แล้วก็การที่เห็นผลเสียของมันเนี่ย
00:55:02 → 00:55:06>> มันใช้ระยะเวลานานมากในการศึกษาหลัก 5 ปี
00:55:06 → 00:55:0910 ปีอ่ะเพราะฉะนั้นเนี่ยก็ยังไม่ได้มี
00:55:09 → 00:55:12หลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนนะครับว่าคุณ
00:55:12 → 00:55:17ห้ามกินเกินกี่ฟองกี่ฟองแต่ว่าโดยทั่วไป
00:55:17 → 00:55:20อ่ะแนะนำให้เดินทางสายกลางแล้วกันคือ
00:55:20 → 00:55:23ประมาณ 1-2 ฟองต่อวันเนี้ยพอแล้ว
00:55:23 → 00:55:24>> อื
00:55:24 → 00:55:27>> อ่าอย่าไปกินเยอะแบบเกิน 2-3 ฟองทุกวัน
00:55:27 → 00:55:29ทุกวันเพราะว่าส่วนที่เป็นไข่แดงเนี่ยมัน
00:55:29 → 00:55:31มีคอเลสเตอรอลสูง
00:55:31 → 00:55:34>> ก็ทำให้ไขมันในคุณในตัวคุณน่ะสูงขึ้นได้
00:55:34 → 00:55:34ครับ
00:55:34 → 00:55:37>> อืละเอียดใช้ได้เลยหัวใจ 1 ต้องเริ่มตรวจ
00:55:37 → 00:55:40ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ไม่มีอาการจำเป็นต้อง
00:55:40 → 00:55:42ตรวจทุกปีมั้ยเมื่อไหร่ต้องเริ่มตรวจทุก
00:55:42 → 00:55:43ปีแล้วตรวจด้วยอะไร
00:55:43 → 00:55:46>> เอ่อโดยปกติเนี่ยการเจ็บหน้าอกอกไม่เจ็บ
00:55:46 → 00:55:49หน้าอกเนี่ยผมพูดว่ามันไม่ได้สื่อถึงโรค
00:55:49 → 00:55:52ทั้งหมดของทางหัวใจแล้วกันครับเอ่อโรคที่
00:55:52 → 00:55:54เจ็บหน้าอกส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยว
00:55:54 → 00:55:56กับหลอดเลือดหัวใจแล้วก็เรื่องเกี่ยวกับ
00:55:56 → 00:56:00เอ่อหลอดเลือดแดงที่มีภาวะฉี่ขัดหรืออะไร
00:56:00 → 00:56:01แต่ถ้าเป็นพวกลิ้นหัวใจหรือเป็นอะไรอย่าง
00:56:01 → 00:56:04เงี้ยบางทีมันมาด้วยอาการเหนื่อยโดยปกติ
00:56:04 → 00:56:09เนี่ยการตรวจหัวใจหรือการตรวจทางทางเ้า
00:56:09 → 00:56:12เรียกว่าทางการแพทย์ปัจจุบันก็แนะนำเป็น
00:56:12 → 00:56:13การตรวจประจำปีอ่ะครับสิ่งที่เราต้อง
00:56:13 → 00:56:16กังวลมากกว่าคือการตรวจน้ำตาลการตรวจ
00:56:16 → 00:56:18ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดแบบที่คุณหมอบอ
00:56:19 → 00:56:21แจ้งเรื่องอาหารการกินอย่างอื่นก็เป็นการ
00:56:21 → 00:56:24เrayปอดส่วนจริงๆเรื่องการตรวจหัวใจก็อาจ
00:56:24 → 00:56:27จะมีเป็นแพ็คเกจของทางที่โรงพยาบาลแนะนำ
00:56:27 → 00:56:30หรือใดๆแต่สิ่งนึงที่จะทำให้การเปลี่ยน
00:56:30 → 00:56:33แปลงของหัวใจมีปัญหาก็คือการที่เรามีโรค
00:56:33 → 00:56:35ร่วมหรือโรคประจำตัวซึ่งผมมองว่าตรงนี้
00:56:35 → 00:56:37สำคัญกว่าเช่นคุณทราบว่าคุณเป็นเบาหวาน
00:56:37 → 00:56:39ตั้งแต่อายุเท่าไหร่คุณทราบว่าคุณเริ่ม
00:56:39 → 00:56:41เป็นความดันหรือเริ่มมีไขมันสูงตั้งแต่
00:56:41 → 00:56:43อายุเท่าไหร่ซึ่งสิ่งเหล่าเนี้ยเป็นสิ่ง
00:56:43 → 00:56:45ที่ตรวจได้ง่ายแล้วก็พูดง่ายๆว่าเราควบ
00:56:45 → 00:56:48คุมได้มากกว่าการที่เราจะไปรอว่าเราเป็น
00:56:48 → 00:56:51โรคหัวใจเพราะงั้นถ้าคุณดูแลจุดตรงเนี้ย
00:56:51 → 00:56:53ตั้งแต่เริ่มต้นได้ดีเนี่ยก็ต้องบอกเลย
00:56:53 → 00:56:55ว่าเรื่องของหัวใจแล้วก็เรื่องของหลอด
00:56:55 → 00:56:59เลือดก็จะดีไปด้วยสิ่งนึงที่ผมกับหมอบอส
00:56:59 → 00:57:01แทคิสมาในช่วง 3-5 ปีเนี้ยที่พบการ
00:57:01 → 00:57:05เปลี่ยนแปลงชัดเจนคือคนอายุน้อยลงนะครับ
00:57:05 → 00:57:07ช่วงนี้คนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
00:57:07 → 00:57:12อายุน้อยมากๆเราคาดหวังว่าคนก็จะอายุ
00:57:12 → 00:57:15ประมาณัก 60 70 ปี 80 ปีก็จะเริ่มเป็น
00:57:15 → 00:57:19ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือคนไข้อายุ 30
00:57:19 → 00:57:24ปีก็เป็นเอ่อ 40 ปีนี้เริ่มเป็นละพอไปซะ
00:57:24 → 00:57:26ประวัติไปตรวจดูสิ่งที่เขา้าเป็นแล้วมี
00:57:26 → 00:57:28ปัญหาคือ 1 เาไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นโรค
00:57:28 → 00:57:31ร่วงอะไรก็จะทำงานตลอดจะดูแลตัวเองดูแล
00:57:31 → 00:57:35ครอบครัวหาเงินนู่นนี่มารู้ทีหลังว่าเป็น
00:57:35 → 00:57:38เบาหวานมารู้ทีหลังว่าเป็นไขมันในเลือด
00:57:38 → 00:57:42สูง 2 พฤติกรรมการกินในปัจจุบันและที่
00:57:42 → 00:57:44สำคัญคือเรื่องบุหรี่ครับนี้ไม่พูดก็ไม่
00:57:44 → 00:57:47ได้เนาะส่วนใหญ่เวลาซักไปใดๆในคนที่อายุ
00:57:47 → 00:57:49น้อยหรือเป็นมากๆเนี่ยสิ่งที่เกิดขึ้นคือ
00:57:49 → 00:57:50เขาสุบุหรี่
00:57:50 → 00:57:52>> เยอะเพราะงั้นผมมองว่าปัจจัยพวกนี้คงเป็น
00:57:52 → 00:57:54สิ่งที่เราเลี่ยงได้ส่วนการตรวจก็คงเป็น
00:57:54 → 00:57:57การตรวจเลื่อนหรือตรวจค่าไขมันปัจจุบัน
00:57:57 → 00:57:59ที่น่าจะเป็นการตรวจที่คนเข้าถึงได้ง่าย
00:57:59 → 00:58:02แล้วก็สามารถที่จะป้องกันสิ่งเหล่านี้
00:58:02 → 00:58:04เพื่อไม่ให้ก่อให้เกิดความเป็นโรคหัวใจ
00:58:04 → 00:58:06หรือโรคอย่างอื่นในอนาคต
00:58:06 → 00:58:09>> หมอผ่าตัดหัวใจอยากเห็นบ้านเมืองดีกว่า
00:58:09 → 00:58:11นี้อยากจะแนะนำอะไร
00:58:11 → 00:58:14>> เอ่อปัจจุบันต้องพูดว่าเราเป็นคนส่วนคือ
00:58:14 → 00:58:17อาชีพหมอศัลยกรรมหัวใจและทรงอกเนี่ยปีนึง
00:58:17 → 00:58:21จบได้แค่ประมาณผมว่าน่าจะ 100 เกือบๆ 100
00:58:21 → 00:58:24ในใน 1 ปีที่ที่จะมาดูแลแต่ในทางกลับกัน
00:58:24 → 00:58:28ในโรงพยาบาลในประเทศไทยเนี่ยก็ล้อกับที่
00:58:28 → 00:58:31จบมาน้อยก็คือคนเราปัจจุบันเข้าถึงการ
00:58:31 → 00:58:34รักษาได้ค่อนข้างน้อยครับพูดในเชิงนี้
00:58:34 → 00:58:36แล้วกันเพราะงั้นสิ่งที่เกิดขึ้นใน
00:58:37 → 00:58:39ปัจจุบันก็คืออยากให้เอ่อทุกโรงพยาบาลมี
00:58:39 → 00:58:42การสนับสนุนเรื่องการเปิดหัวใจแล้วกัน
00:58:42 → 00:58:44ซึ่งเอาเป็นว่าผมก็คงทราบว่ามันอาจจะไม่
00:58:44 → 00:58:46ได้ทำได้ทุกโรงพยาบาลแต่ว่าสิ่งที่เราทำ
00:58:46 → 00:58:49ได้ก็คือระบบการส่งตัวที่ดีรวมถึงการที่
00:58:49 → 00:58:51ให้คนไข้เร่งเข้ารับการรักษาเพราะว่าเวลา
00:58:51 → 00:58:54ที่เป็นโรคหัวใจเนี่ยการรอผ่าตัดหรือว่า
00:58:54 → 00:58:57การรออะไรก็ส่งผลให้ผลของการรักษาไม่ดี
00:58:57 → 00:59:00ด้วยเนาะเพราะงั้นถ้าจะฝากได้ก็คืออยาก
00:59:00 → 00:59:02ให้ระบบในการส่งตัวการรักษาหรือว่ามีพื้น
00:59:02 → 00:59:05ที่รองรับปัจจุบันให้เยอะขึ้นแล้วก็คนไข้
00:59:05 → 00:59:07อยู่ในจุดที่ไม่ต้องรอคิวการผ่าตัดที่นาน
00:59:08 → 00:59:09ครับผม
00:59:09 → 00:59:10>> หมอบอสครับ
00:59:10 → 00:59:13>> ของผมเนี่ยขอพูดในเชิงคนไข้แล้ว
00:59:13 → 00:59:18ผมอยากจะฝากถึงคนไข้ว่าอย่ารอเลยรอจนคุณ
00:59:18 → 00:59:20เจ็บหน้าอกมาห้องฉุกเฉินแล้วแล้วมาเจอว่า
00:59:21 → 00:59:24คุณเป็นเบาหวานน้ำตาล 300 อย่างเงี้ยคุณ
00:59:24 → 00:59:27ควรจะมีการตรวจอยู่สม่ำเสมอนะครับโดย
00:59:27 → 00:59:30เฉพาะกลุ่มคนไข้อายุเกิน 40 ปีอย่างน้อย
00:59:30 → 00:59:33มีการตรวจเลือดประจำปีละดูว่าคุณเป็นไข
00:59:33 → 00:59:36มันมั้ยคุณเป็นเบาหวานมั้ยคุณเป็นโรคไต
00:59:36 → 00:59:39เสื่อมหรือเปล่าคุณต้องเข้าหาการรักษา
00:59:39 → 00:59:43เพื่อดูแลสภาพร่างกายคุณอย่ามัวแต่ทำงาน
00:59:43 → 00:59:46คนไข้ที่ผมเจอณปัจจุบันเนี้ยทำงานไม่รู้
00:59:46 → 00:59:48เรื่องเลยทำงานมาตลอดชีวิตจนสุดท้ายเจ็บ
00:59:48 → 00:59:51แน่นหน้าอกมาห้องฉุกเฉินแล้วก็มาตรวจเจอ
00:59:51 → 00:59:54โรคต่างๆตอนอายุ 5-60
00:59:54 → 00:59:56เจอตอนนั้นน่ะเส้นเลือดคุณไปหมดแล้วครับ
00:59:56 → 00:59:58อ่าไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดสมองเส้นเลือด
00:59:58 → 01:00:01หัวใจเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตามแขนขาต่างๆ
01:00:01 → 01:00:03พวกนั้นมันจะตีบไปทั่วร่างแล้วแล้วมันเอา
01:00:03 → 01:00:06กลับมายากยังไงการป้องกันก็ยังดีกว่าการ
01:00:06 → 01:00:09แก้ไขคำพูดนี้ก็ยังยังจริงอยู่เสมอทุกยุค
01:00:09 → 01:00:11ทุกสมัยครับ
01:00:11 → 01:00:14>> วันนี้ผมเชื่อว่าผมได้ทำหน้าที่ของผม
01:00:14 → 01:00:17อย่างเต็มที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการ
01:00:17 → 01:00:22ซักถามไข่ข้องความเชื่อผิดๆในสังคมนะครับ
01:00:22 → 01:00:25การพัฒนาบ้านเมืองเป็นหน้าที่ของเราทุกคน
01:00:25 → 01:00:27นะครับไม่ใช่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใด
01:00:27 → 01:00:31หน่วยงานหนึ่งนะครับกระผมหมอวินัยแขกรับ
01:00:31 → 01:00:34เชิญที่เก่งกว่าผมบนเวทีหมอชวนคุยมาแลก
01:00:34 → 01:00:38เปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในภาษาบ้านเพื่อให้
01:00:38 → 01:00:42เราราดหญ้าได้มีข้อมูลที่ถูกต้องนะครับ
01:00:42 → 01:00:46และหวังว่าบ้านเมืองเราจะพัฒนาทีละนิดนะ
01:00:46 → 01:00:49ครับแขกรับเชิญคนต่อไปจะเป็นใครรอติดตาม
01:00:49 → 01:00:56ผมหมอวินัยหมอบิ๊กขอลาแล้วครับสวัสดีครับ
01:00:56 → 01:01:10[เพลง]