การรักษาโนโรไวรัสควรทำอย่างไรเมื่อติดเชื้อแล้ว

คำถาม:
การรักษาโนโรไวรัสควรทำอย่างไรเมื่อติดเชื้อแล้ว?
คำตอบ:
ยังไม่มียาฆ่าเชื้อเฉพาะสำหรับโนโรไวรัส ดังนั้นการรักษาจึงเน้นการรักษาตามอาการ โดยสำคัญที่สุดคือการทดแทนน้ำและเกลือแร่ เช่น ดื่มน้ำเกลือแร่หรือเตรียมเองจากน้ำสะอาด 1 ช้อนชาเกลือ และ 2 ช้อนโต๊ะน้ำตาลต่อ 750 ซีซี ดื่มบ่อยๆ

"โนโรไวรัส" ตัวการท้องเสียรุนแรง ในเด็กและผู้สูงอายุ : TNN Health

จากช่อง:TNN
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:10:07ปัจจุบันและการติดเชื้อโนโรไวรัสค่ะเมื่อ
00:10:10ติดเชื้อแล้วมีการรักษาได้อย่างไรบ้างการ
00:10:13ตรวจแล้วเจอว่าเป็นโนโรเนี่ยมันอาจจะไม่
00:10:16ได้แตกต่างเลยเรื่องในเรื่องเรื่องของการ
00:10:18รักษาเพราะว่าตอนนี้ยังไม่มียาฆ่าเชื้อ
00:10:20จำเพาะสำหรับโนโรยังไม่มีวัคซีนด้วยการ
00:10:23รักษาจะเป็นการรักษาตามอาการอยู่ที่ว่า
00:10:25ความรุนแรงด้านการขาดน้ำเป็นแค่ไหนก็กิน
00:10:28ยาอ่อเกลือแร่ทดแทนคิดง่ายๆเลยก็คืออยาก
00:10:32ให้คิดว่าถ้าเกิดว่าเราอาเจียนออกมา 1
00:10:35ครั้งก็เกลือแร่ 1 แก้วหรือถ่าย 1 ครั้ง
00:10:37เกลือแร่ 1 แก้วทุกครั้งที่มีการเสียน้ำ
00:10:40เกิดขึ้นให้แทนเกลือแร่เข้าไปเลยแต่ว่า
00:10:42อาหารที่เรารับประทานต่อวันเนี่ยก็ต้อง
00:10:44ทานเท่าเดิมน้ำก็ต้องทานเท่าเดิมอันนี้ก็
00:10:46คือเป็นทดแทนน้ำเสริมขึ้นไปไม่ว่าจะท้อง
00:10:49เสียหรือไม่ท้องเสียเราอยากให้รับประทาน
00:10:51อาหารที่มันสุงแล้วก็สะอาดอยู่แล้วเนาะ
00:10:53บางคนจะพูดว่าให้เลี่ยงนมเลี่ยงผลไม้แต่
00:10:57จริงๆอาจจะไม่ได้ต้องเลี่ยง 100% ค่ะคือ
00:10:59ขึ้นอยู่กับว่าเราติดเชื้ออะไรแต่ว่าถ้า
00:11:01เกิดว่าเราอยากจะเลี่ยงเนี่ยมันไม่ได้มี
00:11:04ปัญหาอะไรเนาะแต่ว่าที่แนะนำก็คือเพราะ
00:11:07ว่าของพวกนั้นมันหวานค่ะเวลาเรากินอะไร
00:11:09หวานๆเนี่ยมันจะเหมือนไปดึงน้ำในร่างกาย
00:11:11ออกมามากขึ้นทำให้เราถ่ายเหลวออกมามาก
00:11:13ขึ้นนั่นเองกินยาแก้ขึ้นไส้อาเจียนกินยา
00:11:16ปรับลำไส้เรื่องท้องเสียเป็นต้นค่ะ
00:11:18อาจารย์คะปัจจุบันเนี่ยมีการพัฒนาวัคซีน
00:11:22เพื่อป้องกันการติดเชื้อเนโรไวรัสอยากให้
00:11:25อาจารย์เล่าให้คุณผู้ชมฟังถึงเรื่องนี้
00:11:27ค่ะมีการพัฒนาวัคซีนจริงค่ะแต่ว่าไม่ใช่
00:11:30วัคซีนในเด็กเป็นการศึกษาในผู้ที่อายุมาก
00:11:33กว่า 18 ปีขึ้นไปก็คือเป็นวัคซีนผู้ใหญ่
00:11:36นั่นเองแล้วก็ศึกษาในต่างประเทศด้วยยัง
00:11:38ยังไม่ได้ทำออกมาเรียบร้อยแล้วก็ยังไม่มี
00:11:41แนวโน้มว่าจะทำเพิ่มในเด็กค่ะก็ตอนนี้ก็
00:11:44ยังไม่มีสรุปง่ายๆและสุดท้ายค่ะอยากให้
00:11:47อาจารย์ฝากถึงการป้องกันการติดเชื้อเนโร
00:11:50ไวรัสค่ะเรื่องของการป้องกันเนี่ยก็แนะนำ
00:11:53ให้ทุกคนรักษาความสะอาดนะคะอยากให้ล้าง
00:11:55มือให้สม่ำเสมอเนาะช่วงนี้หน้าหนาวก็คือ
00:11:58อากาศหนาวเนี่ยเชื้อก็จะอยู่ในพื้นผิว
00:12:01อยู่ในรอบๆอากาศได้นานขึ้นซึ่งโนโรเนี่ย
00:12:04ก็เป็นไวรัสที่ทนต่ออากาศหนาวอยู่แล้ว
00:12:07แล้วก็ทนจริงๆทนต่อความร้อนด้วยการทำ
00:12:10อาหารเนี่ยค่ะก็ต้องแนะนำให้เป็นปรุงสุก
00:12:12เนาะถ้าเกิดว่าเราไปรับประทานอะไรที่มัน
00:12:14สุกๆดิบๆผักดิบอะไรเงี้ยก็จะติดเชื้อได้
00:12:17มากขึ้นจริงๆเขามีการศึกษาว่าในโนโรไวรัส
00:12:20เนี่ยค่ะสามารถทนอุณหภูมิได้มากกว่า 60
00:12:23องศเลยเพราะฉะนั้นเราต้องทำอะไรทำกับข้าว
00:12:25ที่มันเดือดเท่านั้นถึงจะฆ่าเชื้อนี้ได้
00:12:28พวกอาหารทะเลอ่ะบางทีเราชอบกินดิบๆเนาะ
00:12:31หรือว่าพวกปลาาดิบอะไรอย่างเงี้ยก็เสี่ยง
00:12:34ได้หอยกุ้งปูอะไรเงี้ยค่ะเสี่ยงทั้งหมด
00:12:38เลยก็นอกจากล้างให้สะอาดและอยากให้แนะนำ
00:12:40ให้เป็นปรุงสุกมากกว่าค่ะการล้างมือก็แนะ
00:12:43นำให้ล้างให้มากกว่า 20 วินาทีถ้าของเด็ก
00:12:46ๆเดี๋ยวหมอก็จะแนะนำว่าให้ร้องเพลง Happy
00:12:48Birth ครบ 1 เพลงก็จะสะอาดพอดีหรือนับ
00:12:511-20 ในใจนะคะเรื่องของการซักผ้าถ้าเกิด
00:12:54ว่ามีคนในครอบครัวติดเชื้อแล้วเนี่ยอยาก
00:12:57ให้ซักแยกจากคนอื่นเพราะว่าการไปปั่นผ้า
00:12:59รวมกันเเชื้อมันอาจจะทนอยู่ต่อผงซักฟอก
00:13:02อะไรอย่างเงี้ยค่ะแล้วมันก็จะไปติดเสื้อ
00:13:03ผ้าคนอื่นแล้วเชื้อก็จะอยู่ในพื้นผิวได้
00:13:06ถึง 2 สัปดาห์ด้วยก็จะต้องทำความสะอาดให้
00:13:09ค่อนข้างละเอียดนิดนึงค่ะขอบพระคุณ
00:13:11อาจารย์ค่ะที่มาให้ความรู้ความเข้าใจใน
00:13:14เรื่องของโนโรไวรัสและในช่วงนี้นะคะเรามา
00:13:17ดูกันดีกว่าว่าเมื่อเวลาที่ท้องเสียแล้ว
00:13:20เราจะมีวิธีรับมืออย่างไรค่ะแล้วมาดูกัน
00:13:24ว่าอาหารอะไรที่รับประทานได้อะไรที่รับ
00:13:27ประทานไม่ได้ค่ะท้องสเสียบางทีอาจจะเรียก
00:13:30ว่าท้องร่วงท้องเดินหรืออุจจาระร่วงในทาง
00:13:34การแพทย์แบ่งอาการท้องเสียออกเป็น 2 ชนิด
00:13:36คือชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรังโดยอาหาร
00:13:40สำหรับคนที่มีอาการท้องเสียเฉียบพลันมี
00:13:43ดังนี้เวลามีอาการท้องเสียสิ่งที่สำคัญ
00:13:47ที่สุดคือการทดแทนน้ำที่สูญเสียไปกับการ
00:13:49ถ่ายอุจจาระโดยเฉพาะท้องเสียชนิดเฉียบ
00:13:52พลันซึ่งทำได้โดยการดื่มผงน้ำตาลเกลือแร่
00:13:56ที่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วๆไป
00:13:59ละลายน้ำตามสัดส่วนที่ระบุไว้ในฉลากดื่ม
00:14:02ครั้งละครึ่งถึง 1 แก้วบ่อยๆทดแทนน้ำที่
00:14:05ถ่ายออกมากรณีที่เราไม่มีผงเกลือแร่
00:14:10สำเร็จรูปค่ะสามารถทำเองได้โดยที่นำน้ำ
00:14:13สะอาดนะคะต้มสุกแล้ว 750 ซีซีใส่เกลือลง
00:14:18ไป 1 ช้อนชาและน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะค่ะ
00:14:22คนให้เข้ากันและจิบบ่อยๆก็จะเป็นน้ำเกลือ
00:14:26แร่ได้เช่นเดียวกันค่ะทางนี้บางคนเชื่อ
00:14:29ว่าเวลาท้องเสียควรงดอาหารและเครื่องดื่ม
00:14:32ทุกชนิดเพื่อให้เกิดการหยุดถ่ายแต่ที่
00:14:34จริงแล้วคนที่มีอาการท้องเสียไม่ว่าจะ
00:14:37เป็นชนิดเฉียบพลันหรือเรื้อรังโดยทั่วไป
00:14:40ไม่จำเป็นต้องอดอาหารการไม่รับประทานหรือ
00:14:43ดื่มอะไรเลยอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำเป็น
00:14:46อันตรายถึงกับชีวิตได้ที่จริงแล้วควรรับ
00:14:49ประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่ายโดยเน้นอาหาร
00:14:51ที่มีข้าวหรือแป้งเป็นหลักเช่นโจ๊กข้าว