การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และโรคมือเท้าปากควรทำอย่างไร

คำถาม:
การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และโรคมือเท้าปากควรทำอย่างไร?
คำตอบ:
การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ทุกปี โดยเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป และสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี ควรฉีด 2 เข็มในปีแรกเว้นระยะ 1 เดือน หากฉีดเพียง 1 เข็มในปีแรก ให้ฉีด 2 เข็มในปีถัดมา จากนั้นฉีดปีละครั้ง สำหรับโรคมือเท้าปาก ควรระวังการแพร่เชื้อโดยการล้างมือบ่อยๆ ลดไข้ให้ไม่สูงเกินไป เพื่อป้องกันภาวะชัก และพาเด็กไปพบแพทย์หากมีอาการรุนแรง เช่น ไม่ยอมกิน ไข้สูงนานเกิน 1-2 วัน หรือมีอาการปวดท้อง

อาการของโรคที่มากับหน้าหนาว l TNN HEALTH l 27 11 64

จากช่อง:TNN
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:01:50การป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดซึ่ง
00:01:53เป็นการเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
00:01:55ชนิด 4 สายพันธุ์พร้อมกับการปฏิบัติตัว
00:01:59ตามแนวเส้นทางเบื้องต้นขึ้นหลีกเลี่ยง
00:02:01โอกาสติดเชื้อช่วงอายุที่เหมาะสมสำหรับ
00:02:05การเริ่มต้นเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัด
00:02:07ใหญ่สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่คนที่มีอายุ
00:02:116 เดือนขึ้นไปและจำเป็นต้องได้รับวัคซีน
00:02:14ทุกปีปีละ 1 ครั้ง
00:02:17แต่สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 8 ปีให้ฉีด 2
00:02:21เข็มในปีแรกเว้นการฉีกครั้งละ 1 เดือนหาก
00:02:25ปีแรกฉีดเพียงแค่ 1 เข็มให้ฉีด 2 เข็มใน
00:02:29ปีถัดมาครับหลังจากนั้นก็ชี้ปีละครั้งได้
00:02:32ตามปกติเนื่องจากวัคซีนจะมีการเปลี่ยน
00:02:35ชนิดสายพันธุ์ย่อยไปทุกปีตามที่ w h o
00:02:38คาดว่าจะระบาดในปีนั้นๆจึงมีความจำเป็น
00:02:42ที่จะต้องฉีดวัคซีนทุกปีเพื่อเป็นการ
00:02:45กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโรจน์ให้ร่างกายมี
00:02:47ภูมิคุ้มกันพร้อมกับเชื้อที่จะเข้ามาใน
00:02:50ร่างกายแล้วครับจากคำแนะนำของ CDC หรือ
00:02:53ว่า Center of the sith คอนโทรของ
00:02:56ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกมาประกาศแล้วนะ
00:02:58ครับว่าวะแก้ไข้หวัดใหญ่กับวัคซีนโควิช
00:03:02สามารถฉีดในวันเดียวกันได้ไม่มีความ
00:03:05จำเป็นต้องเว้นระยะห่างระหว่างวรรคสี่
00:03:07ครับว่าต่อไปขี้อาการที่เกิดจากโรคจาก
00:03:10ฝุ่น PM 2.5 เราสามารถสังเกตอาการเตือน
00:03:14ของร่างกายเราเพราะเราเริ่มมีสัญญาณว่า
00:03:17เราแพ้ฝุ่น PM 2.5 ได้ดังนี้ครับเรื่อง
00:03:20กันที่ผิวหนังของเราอาจจะเริ่มมีตุ่มแดง
00:03:23มีผื่นคันขึ้นตามผิวหนังบริเวณตาจะมีการ
00:03:27ตาแดงน้ำตาไหลตลอดเวลาบางคนอาจจะมีขอบใต้
00:03:31ตาเนี่ยคำมากขึ้นอาการของทางเดินหายใจโดย
00:03:36มีอาการคันแน่นจมูกบางคนมีน้ำมูกไหลพอน้ำ
00:03:40มูกไหลไปหลังคอเนี่ยจะได้มีการเจ็บคอมี
00:03:43เสมหะในคอมีอายหรือมีจานได้ในขณะที่อาการ
00:03:47อื่นๆอย่างเช่นผูืเวียนหัวปวดหัวในเด็ก
00:03:52บางคนอาจจะพบว่าเรียนได้แย่ลงมาคนอาจจะ
00:03:55รู้สึกว่าอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย
00:03:57อาการนี้จะพบได้ในผู้ป่วยนี้นะครับนอกจาก
00:04:01อาการเฉียบพลันที่หมอพึ่งได้เล่าให้ฟังไป
00:04:03นะครับเมื่อฝุ่น PM สะสมในร่างกายเนี่ยก็
00:04:07จะทำให้เกิดโรคเรื้อรังได้ดังต่อไปนี้
00:04:09ครับภัยร้ายต่อระบบทางเดินหายใจและปอดแน่
00:04:13นอนว่ามลพิษในอากาศส่งผลโดยตรงกับระบบทาง
00:04:16เดินหายใจและปอดฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ไม่
00:04:20สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจะสามารถเข้า
00:04:23สู่ทางเดินหายใจได้ง่ายแล้วก็รวดเร็วส่ง
00:04:26ผลให้ผู้ป่วยเป็นโรคหอบคือกำเริบหรือเป็น
00:04:29สาเหตุให้คนปกติเป็นโรคคอคือได้เช่นกัน
00:04:32เมื่อสะสมเป็นเวลานานก็อาจจะทำให้เกิด
00:04:36เป็นมะเร็งปอดได้ในที่สุดท้ายร้ายต่อหัว
00:04:38ใจการสูดหายใจเอาฝุ่น PM 2.5 ติดต่อกัน
00:04:42ในระยะหนึ่งส่งผลให้เกิดการตกตะกอนภายใน
00:04:45หลอดเลือดจนทำให้เกิดหัวใจวายหรือหลอด
00:04:48เลือดสมองตีบได้ทั้งนี้การสัมผัสมลพิษทาง
00:04:52อากาศยังมีผลต่อเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจทำ
00:04:55ให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและอาจจะรุนแรงจน
00:04:59ส่งผลให้หัวใจคะเสียบผ่านภัยร้ายต่อสมอง
00:05:02บูรณ์พงศ์ขนาดเล็กสามารถผ่านเข้าสู่กระแส
00:05:05เลือดและเกิดการสะสมทำให้ความดันโลหิตสูง
00:05:09และเลือดมีความหนืดซึ่งเพิ่มความเสี่ยง
00:05:12การเกิดลิ่มเลือดในสมองรวมถึงหลอดเลือด
00:05:15แดงในสมองแข็งตัวทำให้เส้นเลือดในสมองตีบ
00:05:18หรือแตกเป็นสาเหตุของโรคอัมพฤกษ์อัมพาต
00:05:21และเสียชีวิตได้ครับเด็กอาจกล่าวได้ว่า
00:05:25ยิ่งอายุน้อยยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น
00:05:28เนื่องจากเด็กเล็กมีภูมิคุ้มกันโรคน้อย
00:05:31กว่าผู้ใหญ่อวัยวะต่างๆในร่างกายยังอยู่
00:05:34ในระยะที่กำลังพัฒนาทั้งนี้ฝุ่นพิษใน
00:05:37อากาศสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและ
00:05:40กระแสเลือดได้ก็จะไปขัดขวางการเจริญเติบ
00:05:43โตของระบบต่างๆทำให้เกิดโรคร้ายแรงในที่
00:05:46สุดหญิงมีครรภ์นอกจากภัยร้ายจะส่งผลต่อ
00:05:50ตัวคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้วยังส่งผลต่อ
00:05:53ทารกในครรภ์ด้วยเช่นกันมีการศึกษาพบว่า
00:05:56มลพิษในอากาศมีผลต่อการคลอดโป้โหลดเสียง
00:06:01แทงบวชและเพิ่มอัตราการตายของทารกในครรภ์
00:06:04ได้ผู้สูงอายุเมื่ออยู่มากขึ้นอวัยวะต่าง
00:06:08ๆเริ่มเสื่อมถอยระบบการทำงานต่างๆในร่าง
00:06:12กายก็จะลดลงส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลงมี
00:06:15ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและก็หอบหืด
00:06:18โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวควร
00:06:21หลีกเลี่ยงการเผชิญฝุ่นพิษให้มากที่สุด
00:06:25แล้วใครคือกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับอันตราย
00:06:28จากฝุ่น PM 2.5 คนไทยทุกคนนะครับที่
00:06:32เผชิญกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 และได้ป้องกัน
00:06:35เนี่ยมีโอกาสที่จะเกิดโรคมากหรือน้อยขึ้น
00:06:39อยู่กับสภาพความแข็งแรงและก็สภาพร่างกาย
00:06:42ของแต่ละบุคคลซึ่งแน่นอนครับกลุ่มคนที่มี
00:06:46ความเสี่ยงสูงได้แก่เด็กสตรีมีครรภ์ผู้
00:06:50สูงอายุในกลุ่มสุดท้ายนะครับก็คือกลุ่ม
00:06:53ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวผู้ป่วยที่มีโรค
00:06:57ทางเดินหายใจแล้วก็โรคหัวใจเมื่อมีการสูด
00:07:00ฝุ่น PM 2.5 เข้าไปโดยตรงอาจจะมีผลทำให้
00:07:04โรคกำเริบแล้วก็มีผลถึงชีวิตได้ครับอีก
00:07:07กลุ่มนึงก็คือผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้
00:07:10เมื่อมีการสูดฝุ่นเข้าไปว่าจะทำให้โรค
00:07:13กำเริบเพราะฉะนั้นก็เป็นกลุ่มที่เราจะ
00:07:15ต้องเฝ้าระวังเช่นเดียวกันครับคนข้างในก็
00:07:18จริงๆส่วนใหญ่ก็จะมีอาการที่เรียกว่าเขา
00:07:20รู้แล้วว่าภูมิแพ้อาการแพ้เริ่มกลับมา
00:07:23แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาเป็นภูมิแพ้อะไร
00:07:24อย่างเช่นคนที่เป็นภูมิแพ้จมูกเนี่ยเขาจะ
00:07:27เริ่มเหตุใดออกละรู้สึกแสบจมูกแสบตานะคะ
00:07:30หรือว่าน้ำมูกไหลตลอดเวลาเนี่ยก็คือเป็น
00:07:32อาการทุกข์อะกำเริบของกรุงไทยทำงานเห็นใจ
00:07:35ส่วนคนที่เป็นหอกอะไรคนก็จะบอกว่ารู้สึก
00:07:38หายใจไม่สะดวกนะทำอะไรแล้วเหนื่อยมากขึ้น
00:07:40หรือว่าเขาเองก็จะบอกว่าคนที่หายใจเราได้
00:07:43ยินเสียงวิธีข้างในข้างในปล่อยเองนะคะก็
00:07:46เป็นอาการที่จะบอกว่ากับภูมิแพ้เริ่มกลับ
00:07:48มาแล้วถูกกระตุ้นจากตัวเพียง 2.5 ค่ะก็
00:07:51ต้องบอกว่าเออมันอาจจะแตกต่างกันไปกับ
00:07:55ความรุนแรงของโรคภูมิแพ้แต่ละคนเค้าบอก
00:07:57ว่าอาจจะน่ากลัวค่อนข้างจะมากในคนธ.กรุง
00:08:00ไทยยังควบคุมได้ไม่ดีถามคนนั้นเนี่ยจริง
00:08:03ในช่วงนี้แนะนำให้คนที่เป็นกรุงไทยนะ
00:08:05พยายามใช้ยาที่คุณมาภูมิแท้แนะนำหน้าที่
00:08:08เป็นยาประจำให้สม่ำเสมอเพื่อทำให้ตัวเรา
00:08:11ภูมิใช้เองควบคุมได้ดีอย่างนี้ก็จะทำให้
00:08:13เพียงครั้งสุดท้ายเนี่ยมันส่งผลต่ออาการ
00:08:15น้อยลงมาต่อกันที่โลกที่มันจะพบในเด็ก
00:08:20เล็กนะครับโลกได้ก็คือโรคอุจจาระร่วงเด็ก
00:08:24ที่มีโรคอุจจาระร่วงเนี่ยจะมีอาการ
00:08:26อุจจาระบ่อยมีคลื่นไส้อาเจียนบางคนอาจจะ
00:08:31มีไข้สูงปวดเมื่อยตามตัวไม่สามารถที่จะ
00:08:34กินข้าวได้ส่วนมาอาการจะหายได้เองนะครับ
00:08:38แต่ถ้าอาการเป็นมากกว่า 1-2 วันเรื่องกิน
00:08:41ไม่ได้มีอาการปวดท้องร่วมด้วยให้รีบพาไป
00:08:45พบแพทย์เพราะอาจจะมีอาการแทรกซ้อนเช่น
00:08:47ภาวะขาดน้ำตามาได้ครับข้อควรให้กินอาหาร
00:08:51เหลือชดเชยเช่นน้ำข้าวต้มน้ำแกงจืดนมแม่
00:08:55หรือผสมนมผงให้เจือจางลงครึ่งหนึ่งจนกว่า
00:08:59อาการจะดีขึ้นส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายใน 8
00:09:02ถึง 12 ชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้นต้องรีบ
00:09:05พาไปพบแพทย์ครับโรคมือเท้าปากเด็กที่มี
00:09:09โรคมือเท้าปากอาจจะมีระยะฟักตัวประมาณ 3-7
00:09:12วันและสามารถตรวจพบเชื้อในร่างกายได้ 2
00:09:17ถึง 4 วันก่อนที่จะมีอาการไปจนถึง 1-2
00:09:20สัปดาห์หลังที่มีอาการแล้วอาการที่พบบ่อย
00:09:24นะครับอาจจะเรื่องจะมีไข้ต่างๆไปจนถึงมี
00:09:27ไข้สูงเริ่มอ่อนเคลียร์ต่อมา in 1 ถึง 2
00:09:31วันจะเริ่มมีอาการเจ็บปากไม่ยอมกินกินไม่
00:09:35ได้เนื่องจากว่ามีตุ่มแดงขึ้นในบริเวณปาก
00:09:38ลิ้นและกระพุ้งแก้มซึ่งนี่นี่อาจจะเป็น
00:09:41สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นภาวะ
00:09:45ขาดน้ำตามมาได้ครับนอกจากนี้จะพบตุ่มหรือ
00:09:49ผื่นนูนแต่ยังเล็กมากไม่คันที่บริเวณฝ่า
00:09:52มือนิ้วมือฝ่าเท้าและอาจจะพบที่ก้นด้วย
00:09:56ตุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มห้องสายบริเวณรอบๆ
00:10:00จะอักเสบและก็แดงต่อมาตุ่มจะแตกเป็นแผล
00:10:03หลุมตื้นๆอาการจะทุเลาแล้วก็หายเป็นปกติ
00:10:07ภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์แต่บางรายจะมีการ
00:10:10รุนแรงขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัสที่ติด
00:10:13เชื้อข้อควรระวังก็คือต้องมันเช็ดตัวลด
00:10:17ไข้อยากให้เด็กมีไข้สูตรเกินไปเพราะจะทำ
00:10:21ให้เกิดการชักได้ครับขอบคุณที่ติดตามรับ
00:10:24ชมเทียนเอ็นเทลนะครับอย่าลืมกด like กด