- คำถาม:
- การท้องผูกเรื้อรังเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง และยาปฏิชีวนะมีผลอย่างไรต่ออาการนี้?
- คำตอบ:
- การท้องผูกเรื้อรังอาจเกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะบ่อยๆ เพราะยาปฏิชีวนะไม่ได้ฆ่าเฉพาะแบคทีเรียก่อโรค แต่ยังทำลายแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ด้วย ซึ่งแบคทีเรียชนิดดีเหล่านี้มีหน้าที่สร้างกรดไขมันสายสั้นจากกากใยอาหารที่ร่างกายย่อยไม่ได้ โดยกรดไขมันสายสั้นช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ให้ขับถ่ายได้ปกติ ดังนั้นเมื่อสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้เสียไป จึงทำให้เกิดอาการท้องผูกเรื้อรังได้
หมอแนะ ตอน การรับประทานยาปฎิชีวนะบ่อยๆ สาเหตุหลักของอาการท้องผูกเรื้อรัง 5 ส.ค. 59
จากช่อง:คุยกับหมออัจจิมา
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:00:16คุณหมอคะการท้องผูกเรื้อรัง มีผลมาจากการทานยาปฏิชีวนะบ่อยๆหรือเปล่าคะ
00:00:24การรับประทานยาปฏิชีวนะบ่อยๆนะคะ
00:00:26มีส่วนอย่างมากเลยค่ะ ต่อการเกิดอาการท้องผูกเรื้อรัง
00:00:30ทราบไหมคะว่ายาปฏิชีวนะ หรือว่ายาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
00:00:34เวลาที่เรารับประทานเข้าไป
00:00:36นอกจากยาจะไปกำจัดแบคทีเรียก่อโรคแล้ว
00:00:39ยายังไปกำจัดแบคทีเรียชนิดดี
00:00:42ที่อยู่ในลำไส้ของเราอีกด้วยค่ะ
00:00:45ซึ่งหน้าที่ที่สำคัญในแบคทีเรียชนิดดีเหล่านี้นะคะ
00:00:49ก็คือการสร้างกรดไขมันสายสั้น
00:00:52ที่ได้จากกากใยอาหาร ที่ร่างกายของเราย่อยไม่ได้ค่ะ
00:00:55ซึ่งกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นภายในลำไส้ใหญ่ของเรานะคะ
00:00:59กรดไขมันสายสั้นที่ได้นี้ จะเป็นตัวช่วยที่สำคัญ
00:01:03ต่อการบีบตัวของลำไส้
00:01:05ทำให้เราสามารถขับถ่ายได้อย่างเป็นปกติค่ะ
00:01:08ดังนั้นการเสียสมดุลของแบคทีเรียชนิดดี
00:01:12จากการรับประทานยาปฏิชีวนะ ที่บ่อยจนเกินไป
00:01:15จึงเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอาการท้องผูกเรื้อรังได้ค่ะ
00:01:19สำหรับวิธีแก้นะคะ ข้อแรกก็คือการเลือกใช้ยาปฏิชีวนะเท่าที่จำเป็นค่ะ