การดูแลตนเองอย่างไรบ้างเพื่อควบคุมอาการของโรคไฟโบรไมอัลเจียให้ดีขึ้น

คำถาม:
การดูแลตนเองอย่างไรบ้างเพื่อควบคุมอาการของโรคไฟโบรไมอัลเจียให้ดีขึ้น?
คำตอบ:
ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น โยคะ ว่ายน้ำ หรือเดินเร็ว อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อลดอาการปวด นอนหลับให้เพียงพอ พักผ่อนให้ดี ปรับความคิดให้ยอมรับว่าโรคนี้อยู่กับเราตลอดชีวิต และต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกับมัน รวมถึงมีความเชื่อมั่นในแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง

Fibromyalgia ปวดตัวไม่หาย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ

จากช่อง:Doctor Tany
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:14:21ใช้กันค่อนข้างที่จะบ่อยหน่อยนะครับนอก
00:14:24เหนือจากนี้เราจะต้องมีการปรับพฤติกรรม
00:14:26ปรับพฤติกรรมอย่างไรนะครับแน่นอนการออก
00:14:30กำลังกายนี้เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องทำนะ
00:14:32ครับมันช่วยทุกอย่างเลยครับช่วยทำให้
00:14:34กล้ามเนื้อของเราแข็งแรงช่วยลดอาการเจ็บ
00:14:36ปวดที่เรามีนะครับในช่วงแรกที่เราเริ่ม
00:14:39ออกกำลังกายใหม่ๆนั้นอย่าเพิ่งหักโหมนะ
00:14:41ครับเพราะว่าคนที่เป็นโรคนี้เนี่ยอ่า
00:14:44อาการปวดเนี่ยมันจะเป็นมากกว่าคนทั่วไปนะ
00:14:46ครับคนเราถ้าเราไปออกกำลังกายใหม่ๆไม่เคย
00:14:49ทำเราก็จะมีการตรวจเมื่อตามร่างกายถูก
00:14:51มั้ยครับแต่คนเหล่านี้อาจจะปวดมากกว่าคน
00:14:53อื่นแล้วไม่อยากออกกำลังกายไปเลยก็ได้นะ
00:14:55ครับอ่าตรงนี้ก็จะต้องมีการออกกำลังกาย
00:14:58เท่าที่เราทำได้ได้นะครับการทำโยคะก็จะ
00:15:00ช่วยได้เหมือนกันนะครับการยืดกล้ามเนื้อ
00:15:02การออกกำลังกายแต่เวทเทรนนิ่งการไปวิ่ง
00:15:05ว่ายน้ำอะไรพวกนี้ก็สามารถช่วยเราได้นะ
00:15:08ครับนี่คือเรื่องของการออกกำลังกายเรื่อง
00:15:10ของการพักผ่อนแน่นอนอันนี้จะต้องพักผ่อน
00:15:13ให้เพียงพอถ้าท่านไหนที่มีปัญหาเรื่องของ
00:15:14การนอนหลับตรวจรักษาให้เรียบร้อยแล้วก็จะ
00:15:17ทำให้ท่านดีขึ้นนะครับเรื่องของจิตใจอัน
00:15:21นี้สำคัญมากๆถามว่าทำไมนะครับคนหลายๆคน
00:15:25ที่เป็นฝ่ายโรแมนเจียเนี่ยสาเหตุที่เขา
00:15:27รักษาแล้วไม่ดีขึ้นนะครับฟังดีๆเหตุผลที่
00:15:30เขาไม่ดีขึ้นเนี่ยมันมักจะเพราะว่ามี 2
00:15:33ข้อด้วยกันข้อแรก
00:15:35คนไข้ไม่เชื่อถือหมอไม่คิดว่าสิ่งที่หมอ
00:15:40พูดเนี่ยมันถูกต้องนะครับไม่เชื่อเลยไม่
00:15:43เชื่อเพราะว่าเราไปหาข้อมูลมาเราไปฟังมา
00:15:46แล้วเราไป search ข้อมูลมาแล้วเราคิดว่า
00:15:48เราเป็นโรคแบบเนี้ยทำไมหมอเขาพูดว่าเรา
00:15:50เป็นในโลกอย่างงี้นะครับทำให้เกิดการไม่
00:15:53ยอมรับเพราะไม่ยอมรับปุ๊บเนี่ยสมองเราปิด
00:15:56รับเรียบร้อยแล้วครับปิดรับเรียบร้อยปุ๊บ
00:15:58เนี่ยโลกมันจะไม่ดีขึ้นอันนี้มีวิจัยชัด
00:16:00เจนทำมาเรียบร้อยแล้วนะครับอย่างที่ 2 ก็
00:16:02คือการที่เราไม่ได้ปฏิบัติตัวตามที่หมอ
00:16:06เขาแนะนำนะครับคือไม่กินยากินบ้างลืมบ้าง
00:16:09นะครับอาจจะเป็นเพราะว่าข้อแรกเราอาจจะ
00:16:11ไม่เชื่อในแง่ของการกินยานะครับหรืออัน
00:16:14ที่ 2 เราอาจจะกินแล้วมันไม่ได้ผลทันที
00:16:16เนี่ยเราก็รู้สึกไม่ได้หรอกต้องบอกว่า
00:16:18อย่างนี้ครับโรคฟันปลอมเนี่ยไม่ใช่กินยา
00:16:20วันแรกเราหายนะไม่ได้กินยาแล้วบรรเทาเลย
00:16:22นะครับต้องกินเป็นอาทิตย์อาทิตย์เป็น
00:16:24เดือนถึงจะเริ่มบรรเทานะครับไม่ใช่ว่าหมอ
00:16:27เขาจ่ายยากินแล้วก็เหมือนเดิมอ่ะไม่เห็น
00:16:29มันจะหายเลยไม่ได้นะครับท่านจะต้องค่อยๆ
00:16:32กินนะครับไม่ใช่ว่ากินวันนี้แล้วพรุ่งนี้
00:16:34มันจะหายต้องใช้ระยะเวลานิดนึงนะครับแล้ว
00:16:36ก็ต้องอดทนกับมันหน่อยนะครับอ่าดังนั้น
00:16:39เนี่ยเรื่องของการเข้าใจนะครับมีอะไร
00:16:43สงสัยถามหมอไปตั้งแต่ตอนที่ตรวจเลยนะครับ
00:16:45ให้เข้าใจกระจ่างอย่ากลับมาที่บ้านแล้วก็
00:16:48มาสงสัยว่าเอ๊ะหมอคนนี้เค้าพูดไม่ถูกต้อง
00:16:49เราไปหามาแล้วมันเป็นแบบนี้นี่ทำไมคือ
00:16:53เรื่องพวกนี้ถามหมอให้เรียบร้อยให้เข้าใจ
00:16:55นะครับแล้วที่สำคัญคือโรคฟันประมาณเจียจะ
00:16:58ต้องบอกว่าไม่ใช่โรคให้ท่านคิดไปเองนะ
00:17:00ครับมันไม่ใช่มันโลกอยู่ในหัวของท่านบ้า
00:17:02หรือว่าโรคจิตอยู่คนเดียวนะครับแต่มัน
00:17:04เป็นโรคที่จริงๆอาจจะมีความเปลี่ยนแปลง
00:17:06ของการรับรู้ความเจ็บปวดของสมองนะครับ
00:17:09อย่างที่บอกไปเราเรียกว่าเซ็นทรัลนะครับ
00:17:12ตรงนี้เนี่ยการใช้การปรับ
00:17:14พฤติกรรมการปรับความคิดการออกกำลังกายการ
00:17:18ใช้ยาต่างๆควบคู่ไปด้วยรวมทั้งการยอมรับ
00:17:21ว่าท่านเป็นโรคๆนี้มันจะสามารถทำให้ท่าน
00:17:24มีอาการที่ดีขึ้นแล้วก็การรักษาจะได้ผล
00:17:27มากขึ้นด้วยเช่นกันนะครับอ่าตรงนี้ก็ต้อง
00:17:31ก็ต้องเน้นย้ำว่าอย่างนี้นะครับโดยสรุป
00:17:33แล้วฝ่าย promotion นะครับเป็นโรคซึ่งเจอ