00:00:01 → 00:00:06[เพลง]
00:00:07 → 00:00:10สัปดาห์นี้นะคะเราจะมารู้จักกับภัยร้าย
00:00:10 → 00:00:13ใกล้ตัวค่ะนั่นคือทำความรู้จักเริ่มโรค
00:00:13 → 00:00:16ผิวหนังที่ติดต่อได้ป้องกันไว้ก่อนเป็น
00:00:16 → 00:00:20ซ้ำค่ะหลายคนนะคะจะงงๆว่าเอ๊ะเริมคืออะไร
00:00:20 → 00:00:23นะคะเห็นขึ้นมาเป็นตุ่มน้ำใสแล้วต่างจาก
00:00:23 → 00:00:26ผดผื่นอย่างไรจะเกี่ยวข้องกับโรคอื่นๆ
00:00:26 → 00:00:29หรือไม่วันนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ
00:00:29 → 00:00:32โรคเริมกันดีกว่าค่ะเริมเป็นโรคทางผิว
00:00:32 → 00:00:35หนังเกิดจากการติดเชื้อเบี virus Type 1
00:00:35 → 00:00:39หรือเบี virus type 2 ซึ่งโรคนี้พบได้
00:00:39 → 00:00:42บ่อยทำให้มีตุ่มน้ำขึ้นที่ผิวหนังหลังจาก
00:00:42 → 00:00:45การติดเชื้อครั้งแรกไวรัสจะหลบซ่อนอยู่
00:00:46 → 00:00:48บริเวณเส้นประสาทที่รับความรู้สึกบริเวณ
00:00:48 → 00:00:52ผิวหนังร่งเริมสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้
00:00:52 → 00:00:55ผ่านการสัมผัสกับเชื้อโดยตรงการสัมผัสกับ
00:00:55 → 00:00:59แผลการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ที่ติด
00:00:59 → 00:01:03เชื้อรวมถึงการมีเพศสัมพันธ์การทำกิจกรรม
00:01:03 → 00:01:07ทางเพศที่ไม่ได้ป้องกันโดยเชื้อ hsv ทั้ง
00:01:07 → 00:01:112 ชนิดได้แก่ 1 herpy simplex virus
00:01:11 → 00:01:16type One หรือ hsv 1 พบมากบริเวณปาก
00:01:16 → 00:01:19และผิวหนังเหนือสะดือ 2 herpy simplex
00:01:19 → 00:01:24virus type 2 หรือ hsv 2 พบมากบริเวณ
00:01:24 → 00:01:27อวัยวะเพศสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
00:01:27 → 00:01:30ซึ่งการติดเชื้อทั้ง 2 ตำแหน่งยังสามารถ
00:01:30 → 00:01:34นำไปสู่การติดเชื้อบริเวณอื่นได้เช่นที่
00:01:34 → 00:01:38จมูกตาในลำคอผู้ติดเชื้อเริมส่วนใหญ่มัก
00:01:38 → 00:01:41จะไม่แสดงอาการของโรคและสามารถกลับมาเป็น
00:01:41 → 00:01:45ซ้ำใหม่ได้โดยทั่วไปเริมสามารถติดต่อกัน
00:01:45 → 00:01:48ได้ทางการสัมผัสดังนั้นหากเกิดเริมขึ้น
00:01:48 → 00:01:51ควรงดใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่นและ
00:01:51 → 00:01:55งดมีเพศสัมพันธ์ในขณะที่มีโรคเริมกำเริบ
00:01:55 → 00:01:58เรามาดูกันว่าอาการของโรคเริมเป็นอย่างไร
00:01:59 → 00:02:00ค่ะ
00:02:00 → 00:02:04อาการของโรคเริมจะเริ่มจากมีตุ่มน้ำใส
00:02:04 → 00:02:07ขึ้นในบริเวณที่ติดเชื้อหลังจากนั้นจะแตก
00:02:07 → 00:02:10ออกแล้วเกิดเป็นแผลมีอาการปวดแสบปวดร้อน
00:02:10 → 00:02:14ร่วมด้วยแผลจะค่อยๆแห้งตกสะเก็ดและหายใน
00:02:14 → 00:02:19ระยะเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ในบางรายอาจจะ
00:02:19 → 00:02:23มีอาการไข้ปวดศีรษะปวดตามตัวหรือมีต่อม
00:02:23 → 00:02:25น้ำเหลืองโตร่วมด้วยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะ
00:02:26 → 00:02:29ไม่มีอาการในวันแรกๆหลังจากได้รับเชื้อ
00:02:29 → 00:02:30ครั้งแรก
00:02:30 → 00:02:33แต่ในผู้ป่วยบางส่วนจะมีอาการหลังจากได้
00:02:33 → 00:02:37รับเชื้อประมาณ 2-12 วันโรคเริมสามารถ
00:02:37 → 00:02:41วินิจฉัยได้ด้วยการตรวจโดยแพบแต่ถ้าหาก
00:02:41 → 00:02:44แพทย์ไม่แน่ใจว่ารอยโรคที่เกิดขึ้นเป็น
00:02:44 → 00:02:47อาการของเริมหรือไม่อาจมีการสั่งตรวจทาง
00:02:47 → 00:02:50ห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเช่นการตรวจเลือด
00:02:50 → 00:02:53หรือการเพาะเชื้อเนื่องจากอาการของเริม
00:02:53 → 00:02:57ค่อนข้างคล้ายกับโรคอื่นๆเช่นโรคงูสวัด
00:02:57 → 00:03:01แผลร้อนในและการติดเชื้อแบคทีเรีย
00:03:01 → 00:03:04ขอบคุณนะคะสำหรับการรับชมรายการ TNN
00:03:04 → 00:03:07Health ค่ะและอย่าลืมค่ะกด Subscribe กด
00:03:07 → 00:03:11ไกดแชร์ในทุกช่องทางออนไลน์ของ TNN ช่อง
00:03:11 → 00:03:1416 ค่ะเพื่อที่จะไม่พลาดการรับชมรายการ
00:03:14 → 00:03:18สดคลิปวีดีโอที่น่าสนใจของทาง TNN นะ
00:03:18 → 00:03:21คะ