00:00:00 → 00:00:02จะกลับเข้ามาสู่ช่วงที่ 2 ของทีม Health
00:00:02 → 00:00:05กับหมอลูกปลาถ้าดิงสามิตรากลิ่นอีกค่ะค่ะ
00:00:05 → 00:00:08เราไปทำความรู้จักกับโรคตุ่มน้ำพองกันใน
00:00:08 → 00:00:11ช่วงนี้ค่ะก็จะพาไปดูว่าโรคนี้มีอาการ
00:00:11 → 00:00:15อย่างไรมีการวินิจฉัยแนวทางการรักษายังไง
00:00:15 → 00:00:18ไปติดตามกันค่ะเรามาทำความรู้จักกับโครง
00:00:18 → 00:00:21สร้างของผิวหนังกันก่อนนะคะผิวหนังของเรา
00:00:21 → 00:00:24เนี่ยแบ่งออกเป็น 3 ชั้นค่ะฉันแรกหรือว่า
00:00:24 → 00:00:26ฉันที่อยู่บนสุดก็คือผิวหนังที่เราเห็นใน
00:00:26 → 00:00:29ทุกวันนี้ค่ะก็คือเรียกว่าชั้นหนังกำพร้า
00:00:29 → 00:00:32ชั้นหนังกำพร้าเนี่ยจะมีเซลล์เครราติน
00:00:32 → 00:00:35หรือว่าที่ใครที่ขัดเซลล์ขึ้นมาจากด้าน
00:00:35 → 00:00:37ล่างให้เราได้เห็นนะคะแล้วก็มีเซลล์ที่
00:00:37 → 00:00:40สร้างเม็ดสีอยู่ค่ะต่อไปชั้นที่ 2 ก็คือ
00:00:40 → 00:00:43ชั้นหนังแท้ชั้นหนังแท้เนี่ยจะมีต่อม
00:00:43 → 00:00:46เหงื่อต่อมไขมันเส้นประสาทและก็เส้นเลือด
00:00:46 → 00:00:48อยู่ในนั้นค่ะส่วนชั้นล่างสุดก็คือเป็น
00:00:48 → 00:00:51ชั้นไขมาแล้วก็จะมีคอลลาเจนต้องรับอยู่
00:00:51 → 00:00:54ค่ะเซลล์ในชั้นหนังกำพร้ายุทธจักกันด้วย
00:00:54 → 00:00:57โครงสร้างคล้ายมือจับต่อกันและระหว่าง
00:00:57 → 00:00:59หนังกำพร้าที่อยู่ด้านบนกับหนังแท้ที่
00:00:59 → 00:01:02อยู่ลดลงมามีแผ่นกั้นอยู่ซึ่งตรงนั้นจะมี
00:01:02 → 00:01:06ตัวยึดจากที่เปรียบเสมือนสมอเรือยึดเรือ
00:01:06 → 00:01:08ซึ่งก็คือชั้นหนังกำพร้ากำลังแค่เอาไว้
00:01:08 → 00:01:10ด้วยกันเพื่อให้อยู่กันอย่างเป็นระบบ
00:01:10 → 00:01:12ระเบียบค่ะ
00:01:12 → 00:01:16โรคตุ่มน้ำที่ผิวหนังเป็นโรคที่มีตุ่มน้ำ
00:01:16 → 00:01:19ขึ้นที่ถึงหนังจากความผิดปกติร่างกาย
00:01:19 → 00:01:22สร้างภูมิคุ้มกันมาทำลายตัวเองทำลายมือ
00:01:22 → 00:01:25หรือว่าสมอเรือที่ใช้ยึดเกาะเซลล์โครง
00:01:25 → 00:01:27สร้างเซลล์ชั้นหนังกำพร้าก็เลยเสียไปที่
00:01:28 → 00:01:30จริงโลกนี้มีอีกหลายโรคค่ะแต่ที่พบบ่อย
00:01:30 → 00:01:34คือโรคเพลงสิกัสและโรคตุ่มน้ำพองโรคเพลง
00:01:34 → 00:01:37ฟิกัสเนี่ยเป็นโรคที่มีอุบัติการณ์พบได้
00:01:37 → 00:01:40ในประชากร 1 คนต่ออัตราส่วนทั้งหมด 1 แสน
00:01:40 → 00:01:45คนค่ะพบได้บ่อยในช่วงอายุ 40-60 ปีค่ะ
00:01:45 → 00:01:48เป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงค่ะดังกาย
00:01:48 → 00:01:51สร้างแอนติบอดีมาทำลายมือเล็กๆที่เอาไว้
00:01:51 → 00:01:53จับเซลล์ในชั้นหนังกำพร้าด้วยกันทำให้
00:01:53 → 00:01:56เกิดการปล่อยมือเกิดเป็นช่องว่างในชั้น
00:01:56 → 00:02:00หนังนั้นมีระบบการอักเสบก็ตามมาจากการขอ
00:02:00 → 00:02:03ให้เกิดตุ่มน้ำขึ้นมาลักษณะของตุ่มเป็น
00:02:03 → 00:02:07ตุ่มใสตุ่มแดงก็ได้ค่ะไม่คันพบบ่อยที่
00:02:07 → 00:02:10เยื่อบุช่องปากนอกจากนี้ยังพบได้ที่เยื่อ
00:02:10 → 00:02:13บุทางเดินหายใจอวัยวะเพศค่ะเนื่องจากโรค
00:02:13 → 00:02:16นี้เกิดในตัวชั้นหนังกำพร้าซึ่งอยู่ตื้น
00:02:16 → 00:02:19เพราะฉะนั้นถุงน้ำก็จะเป็นแบบผนังบางแต่
00:02:19 → 00:02:23แอบฉีกขาดง่ายทำให้มีแผลรู้สึกปวดแสบได้
00:02:23 → 00:02:27ค่ะโรคนี้เป็นแล้วเสี่ยงติดเชื้อช่วงที่
00:02:27 → 00:02:30แผลแตกออกค่ะดังนั้นจำเป็นต้องรีบเข้ารับ
00:02:30 → 00:02:33การรักษานอกจากนี้เมื่อแผลหายแล้วก็จะ
00:02:33 → 00:02:36ทิ้งรอยดำแต่ว่าไม่ใช่ลักษณะของแท้เป็น
00:02:36 → 00:02:40ค่ะโรคตุ่มน้ำพองค่ะหรือที่ภาษาอังกฤษ
00:02:40 → 00:02:43เรียกว่าบุญรัตถ์ MC coy ค่ะโรคนี้ก็
00:02:43 → 00:02:45เป็นโรคที่คุณแม่กวิ้นไอหรือว่าอาจจะนาย
00:02:45 → 00:02:49ไกรบุตรเป็นอยู่ค่ะโรคนี้พบประมาณ 3 คน
00:02:49 → 00:02:53ต่อประชากร 1 แสนคนและก็เป็นในอายุ 60 ปี
00:02:53 → 00:02:55ขึ้นไปเลยค่ะเพราะฉะนั้นก็คือพบได้ในผู้
00:02:55 → 00:02:58สูงอายุมากกว่านั้นเองแล้วก็โรคนี้เนี่ย
00:02:58 → 00:03:01ค่ะเป็นได้บ่อยพบต่อไปกว่ากลุ่มของโรคเทล
00:03:01 → 00:03:04ฟิกัสที่กล่าวไปในตอนแรกค่ะดังกายสร้าง
00:03:04 → 00:03:07แอนติบอดีมาทำลายสมอเรือที่เป็นตัวยึด
00:03:07 → 00:03:10ชั้นหนังกำพร้ากับหนังแท้เอาไว้ค่ะชั้น
00:03:10 → 00:03:14หนังกำพร้าก็เลยหลุดออกจากชั้นหนังแท้ทำ
00:03:14 → 00:03:17ให้เกิดช่องว่างตามมาระบบการอักเสบในร่าง
00:03:17 → 00:03:19กายก็มีการจัดการตามมาทำให้เกิดลักษณะ
00:03:19 → 00:03:23ตุ่มน้ำขึ้นค่ะตำแหน่งความผิดปกติจะหยุดๆ
00:03:23 → 00:03:26หรือว่าฐานหนังกำพร้ารักทำให้ตุ่มน้ำนี้
00:03:26 → 00:03:29มีลักษณะผนังที่หนากว่าโรคเพียงฟิกัสค่ะ
00:03:29 → 00:03:33ถ้าตุ่มน้ำขนาดใหญ่มักใช้ระยะเวลาในการ
00:03:33 → 00:03:36รักษาเป็นปีค่ะและความรุนแรงของโรคก็น้อย
00:03:36 → 00:03:38กว่าโรคพิมพ์ฟิกัสค่ะ
00:03:38 → 00:03:42ปัจจัยกระตุ้นต่อการเกิดตุ่มน้ำพองได้แก่
00:03:42 → 00:03:45ยาโดยเฉพาะยารักษาความดันสูงบางตัวยาขับ
00:03:45 → 00:03:49ปัสสาวะบางตัวยาลดกรดยาแก้ปวดลดอักเสบที่
00:03:49 → 00:03:51ไม่ใช่เสตียรอยด์หรือว่าเอ็นเสดลบติด
00:03:51 → 00:03:54เชื้อโรคเบาหวานและโรคระบบประสาทและสมอง
00:03:54 → 00:03:59ค่ะการวินิจฉัยโรคนี้อาศัยประวัติอาการยา
00:03:59 → 00:04:01ที่ผู้ป่วยจะใช้การตรวจร่างกายโดยแพทย์
00:04:02 → 00:04:05การตรวจทางห้องปฏิบัติการได้แก่การตรวจ
00:04:05 → 00:04:08ทางภูมิคุ้มกันวิทยาคือการตรวจแอนติบอดี้
00:04:08 → 00:04:11การตัดชิ้นเนื้อที่ผิวหนังไปตรวจค่ะโดยผล
00:04:11 → 00:04:14ลัพธ์ที่ได้จะถูกนำมาประกอบการวินิจฉัย
00:04:14 → 00:04:17เพื่อให้แน่ใจว่าเกิดจากโรคตุ่มน้ำพอง
00:04:17 → 00:04:20จริงหรือไม่ผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องเข้า
00:04:20 → 00:04:23รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผิวหนังเลยค่ะใน
00:04:23 → 00:04:26ส่วนของการดูแลรักษาค่ะเนื่องจากโรคพิมพ์
00:04:26 → 00:04:29คีย์การ์ดและก็โรคตุ่มน้ำพองค่ะเป็นโรค
00:04:29 → 00:04:31ที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิด
00:04:31 → 00:04:34ปกติจะมีการกระตุ้นเซลล์อักเสบต่างๆมา
00:04:34 → 00:04:37เป็นจำนวนมากค่ะเพราะฉะนั้นยาที่จะรักษา
00:04:37 → 00:04:40เนี่ยก็จะเป็นยาที่ลดการอักเสบหลักๆก็คือ
00:04:40 → 00:04:42ยาสเตียรอยด์ที่ชื่อว่า prednisolone ค่ะ
00:04:42 → 00:04:45ยาเพนนิโซโลนเนี่ยจำเป็นจะต้องจ่ายแล้วก็
00:04:45 → 00:04:47ดูแลใต้ความดูแลของแพทย์นะคะเพราะว่าเป็น
00:04:47 → 00:04:50ยาที่อันตรายแล้วก็มีผลข้างเคียงแต่ว่า
00:04:50 → 00:04:53ประโยชน์ก็ค่อนข้างมากสรุปก็คือยานี้
00:04:53 → 00:04:55จำเป็นจะต้องจ่ายแล้วก็ดูแลโดยแพทย์เท่า
00:04:55 → 00:04:59นั้นค่ะขอบคุณที่ติดตามรับชมเขียน NK
00:04:59 → 00:05:01Cell นะคะก็อย่าลืมกด Subscribe กด
00:05:01 → 00:05:04กระดิ่งกดไลค์กดแชร์ทุกช่องทางออนไลน์ของ
00:05:04 → 00:05:07TNN ช่อง 16 เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรับชม
00:05:07 → 00:05:10รายการสดและคลิปวีดีโออื่นที่น่าสนใจอีก
00:05:10 → 00:05:14มากมายค่ะอ่ะ