00:00:00 → 00:00:04รักษาโรคกลัวสังคมแบบไม่ใช่หญ้าทำยังไง
00:00:04 → 00:00:07โรคกลัวสังคมนะครับหรือโรค Social fobia
00:00:07 → 00:00:10หรือ Social anxiety disorder นะครับก็
00:00:10 → 00:00:13มีการรักษาทั้งแบบใช้ยากับไม่ใช้ยานะครับ
00:00:13 → 00:00:16ซึ่งการรักษาโดยไม่ใช้ยาเนี่ยก็เป็นการทำ
00:00:16 → 00:00:18จิตบำบัดนะครับซึ่งทำโดยจิตแพทย์แับนัก
00:00:18 → 00:00:22จิตวิทยานะครับที่ได้รับการเทรนมานะครับ
00:00:22 → 00:00:24ก็วันนี้จะมาอธิบายคอนเซปต์คร่าวๆของการ
00:00:24 → 00:00:28ทำบำบัดนะครับก็เริ่มต้นจากว่าอ่าคนไข้
00:00:28 → 00:00:31บางคนนะฮะที่เป็นโรคกลัวสังคมเนี่ยเกิดมา
00:00:31 → 00:00:33ก็มีความเสี่ยงอยู่แล้วอย่างเช่นพ่อหรือ
00:00:33 → 00:00:35แม่เป็นโรคกลัวสังคมนะครับหรือว่ามี
00:00:35 → 00:00:39ลักษณะตั้งแต่เกิดเนี่ยเป็นรักษะนิสัยแบบ
00:00:39 → 00:00:41vial inhibition หมายถึงว่าเป็นคนที่
00:00:41 → 00:00:45ขี้กลัวนะครับกลัวที่จะเผชิญสิ่งใหม่ๆ
00:00:45 → 00:00:48หรือสถานการณ์ใหม่ๆหรือผู้คนใหม่ๆนะครับ
00:00:48 → 00:00:50พอเป็นอย่างนี้ปั๊บมีเหตุการณ์กระตุ้น
00:00:50 → 00:00:52เกิดขึ้นอย่างเช่นการไปพรีเซนหน้าห้องนะ
00:00:52 → 00:00:55ครับแล้วมันอาจจะออกมาแบบไม่ค่อยดีนะครับ
00:00:55 → 00:00:59ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่าอ่าเราอาจจะ
00:00:59 → 00:01:00เป็นตัวตลก
00:01:00 → 00:01:03ของที่คนอื่นมองนะครับพอเกิดภาพนี้ปั๊บ
00:01:03 → 00:01:06อ่าการพรีเซนคร้างหน้ามันก็จะเข้าไปสู่ดู
00:01:06 → 00:01:08สถานการณ์นี้ก็คือว่าสถาการณ์คือการ
00:01:08 → 00:01:11พรีเซนหน้าห้องนะฮะเกิดความคิดก่อนเลยว่า
00:01:11 → 00:01:14คนอื่นจะมองว่าเราเป็นตัวตลกหรือเปล่านะ
00:01:14 → 00:01:16ครับเราจะมีท่าทีหรือว่าการพูดที่มันแปลก
00:01:17 → 00:01:19ๆที่ให้คนอื่นสังเกตเห็นหรรือเปล่าหรือ
00:01:19 → 00:01:22ว่าคนอื่นจะจ้องมองฉันหรือเปล่านะครับมัน
00:01:23 → 00:01:26ก็ทำให้เกิดความกลัวความกังวลขึ้นมานะ
00:01:26 → 00:01:28ครับหลังฉากนั้นก็เกิดอาการทางกายเป็นพวก
00:01:28 → 00:01:33หน้าแดงมือสั่นใจเต้นเร็วเหงื่อออกนะครับ
00:01:33 → 00:01:36พอเกิดอาการแบบนี้เราก็จะมีพฤติกรรมที่
00:01:36 → 00:01:40รีบพีเซนให้โจบหรือพีเซนแบบไม่จ้องหน้าคน
00:01:40 → 00:01:44ฟังนะครับแล้วมันก็ยิ่งไปตอกย้ำความเชื่อ
00:01:44 → 00:01:47ว่าอ่าเราจะมีท่าทีแปลกๆเพราะว่าเรามี
00:01:47 → 00:01:49หน้าอาการหน้าแดงหรือเหงื่อออกคนอื่นจะ
00:01:49 → 00:01:52ต้องมองเห็นอาการนี้แน่เลยนะครับก็วิ่งไป
00:01:52 → 00:01:54ตอกย้ำความเชื่อนั้นว่าคนอื่นจะมองว่าเรา
00:01:54 → 00:01:56เป็นตัวตลกหรือเปล่าหรือเราจะมีท่าทีแปลก
00:01:56 → 00:02:00ๆหรือเปล่าอันนี้คือไซคินึงของของอ่า
00:02:00 → 00:02:04สถานการณ์ที่ทำให้เกิดโรครัวสังคมนะครับน
00:02:04 → 00:02:08ก็ไปย้ำที่ความคิดของคนเรานะครับทนี้อีก
00:02:08 → 00:02:11ไซเคิลนึงของอาการที่เกิดขึ้นเนี่ยมันก็
00:02:11 → 00:02:15เป็นไซเคิลของมีสถานการณ์นะครับแต่ว่าเรา
00:02:15 → 00:02:18หลีกเลี่ยงเชหลีกเลี่ยงการพีเซนหรือหลีก
00:02:18 → 00:02:20เลี่ยงการไปเจอคนแปลกหน้านะครับการหลีก
00:02:20 → 00:02:23เลี่ยงเนี่ยมันอาจจะทำให้เรารู้สึกสบายใจ
00:02:23 → 00:02:26ครับแต่มันยิ่งตอกย้ำความเชื่อว่าคนอื่น
00:02:26 → 00:02:29จะต้องมองเราเป็นตัวตลกแน่เลยหรือว่าเวลา
00:02:29 → 00:02:32ที่เราพูดเนี่ยเราจะดูมีท่าทีแปลกๆให้คน
00:02:32 → 00:02:34อื่นสังเกตเห็นแน่เลยนะครับอันนี้ก็เป็น
00:02:34 → 00:02:37ไซเคิลที่ทำให้เกิดอาการขึ้นมานะครับต่อ
00:02:37 → 00:02:40ไปจะพูดถึงเรื่องอ่าการรักษาว่ามันไปจัด
00:02:40 → 00:02:43การที่จุดไหนบ้างนะครับครับทีนี้การบำบัด
00:02:43 → 00:02:46นะฮะมันจัดการที่จุดไหนบ้างนะครับจัดการ
00:02:46 → 00:02:48ได้หลายจุดเลยเริ่มจากเรื่องความคิดก่อน
00:02:48 → 00:02:50นะครับเรื่องความคิดเนี่ยเราจะเป็นการพูด
00:02:51 → 00:02:53คุยกันให้คนไข้เนี่ยมีความคิดความเชื่อ
00:02:53 → 00:02:56ที่สมเหตุสมผลมากขึ้นนะครับหรืออาจจะมี
00:02:56 → 00:02:59การจำลองคล้ายๆเป็นทดลองเจอสถานการณ์นะ
00:02:59 → 00:03:02ครับครับแล้วมาดู outcome กันว่ามันเป็น
00:03:02 → 00:03:05อย่างที่เขาเชื่อหรือเปล่าว่าคนทุกคนจะ
00:03:05 → 00:03:08จ้องมองเค้าควรจะมองเว่าเป็นเมีหน้าที่
00:03:08 → 00:03:11แปลกๆนะครับแล้วก็อีกอย่างนึงก็คือเป็น
00:03:11 → 00:03:14การฝึกทักษะทางสังคมนะครับอย่างเช่นการ
00:03:14 → 00:03:17พูดคุยบทสนทนาการ make E Contact การ
00:03:17 → 00:03:21พีนนะครับืออาจจะฝึกเป็นแบบการจำลอง
00:03:21 → 00:03:24สถานการณ์ใน sess เลยนะครับแล้วก็อีก
00:03:24 → 00:03:27อย่างนึงก็เป็นจัดการจัดการอาการทางกายนะ
00:03:27 → 00:03:29ครับอย่างเช่นการฝึกหายใจนะครับการการ
00:03:29 → 00:03:32หลีกเลี่ยงชากาแฟหรือเครื่องดื่มที่มี
00:03:32 → 00:03:34คาเฟอีนนะครับเพราะมันก็กระตุ้นให้เกิด
00:03:34 → 00:03:39อาการใจสันได้อย่างสุดท้ายคือลบพฤติกรรม
00:03:39 → 00:03:40ที่มันหลีกเลี่ยงนะครับที่มันยังทำให้
00:03:40 → 00:03:43ความเชื่อนี้ยังคงอยู่ก็ลบพฤติกรรมนั้น
00:03:43 → 00:03:47ทิ้งนะครับก็หลักๆการรักษาน่าจะประมาณนี้
00:03:47 → 00:03:50ครับแล้วก็ถ้าใครมีการรักษาวิธีอื่นที่
00:03:50 → 00:03:54เคยทำนะฮะสามารถร่วมแชร์กันได้จริงๆมันมี
00:03:54 → 00:03:57อีกหลายวิธีเหมือนกันครับแต่จะไม่ได้พูด
00:03:57 → 00:04:00ถึงในครั้งนี้นะฮะ