แพทย์วินิจฉัยโรคจิตเภทอย่างไร

โรคจิตเภท | Re-Mind : อารมณ์ ความคิด พฤติกรรม [Mahidol Channel]

จากช่อง : Mahidol Channel มหิดล แชนแนล


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0200:00:05โรคจิตเภทจัดอยู่ในกลุ่มของโรคจิตชนิดหนึ่ง
00:00:0500:00:08ผู้ป่วยบางรายก็จะมีกลุ่มของอาการประสาทหลอน
00:00:0800:00:13ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ ทั้งได้ยินเสียงแว่ว โดยที่ไม่เห็นว่ามาจากที่ไหน
00:00:1300:00:15[เสียงร้อง]
00:00:1600:00:20มีเห็นภาพหลอน โดยที่ไม่ทราบว่า จริง ๆ แล้ว มันไม่มีต้นตอ
00:00:2000:00:22หรือว่ามันไม่มีภาพนั้นอยู่จริง คนอื่นเขามองไม่เห็นกัน
00:00:2200:00:26ได้กลิ่นที่ผิดปกติ ก็เกิดขึ้นได้โดยที่คนอื่นเขาไม่ได้กลิ่น
00:00:2600:00:30นอกจากนั้นแล้ว ก็จะมีอาการ เรื่องของพฤติกรรมที่ผิดปกติไป
00:00:3000:00:35หรือทำอะไรที่ไม่เหมาะสม โดยที่คนอื่นเขาไม่สามารถจะอธิบายได้
00:00:3500:00:38แค่มองหน้าก็รู้สึกว่ามีการหาเรื่อง
00:00:3800:00:43ผิดใจกันจนกระทั่งพยายามจะไป ขโมยของบางอย่างของร้านนั้นมา
00:00:4300:00:45เพื่อเอาไว้ต่อรองให้พนักงานนั้นมาขอโทษ
00:00:4500:00:47พฤติกรรมเหล่านี้ก็แสดงให้เห็นถึง
00:00:4700:00:51รูปแบบความคิดที่มีแนวโน้ม ผิดไปจากมาตรฐานทางสังคม
00:00:5100:00:56ซึ่งเรารู้ว่าถ้าเรามีความไปพอใจกันตามปกติ เราก็น่าจะพูดคุยกันเพื่อแก้ปัญหา
00:00:5600:00:57และท้ายที่สุดจะเป็นอาการด้านลบ
00:00:5700:01:02คนไข้กลุ่มนี้ก็จะแยกตัว อยู่คนเดียวลำพัง ไม่พูดจากับใคร
00:01:0200:01:05หรือว่าไม่สนใจที่จะดูแลสุขอนามัยของตัวเอง
00:01:0500:01:08แต่งกายไม่สะอาด ไม่อาบน้ำ มีกลิ่นตัว
00:01:0900:01:12[เสียงดนตรี]
00:01:1200:01:14โรคจิตเภทอาจจะแบ่งได้เป็น 3 ระยะ
00:01:1400:01:19ระยะเริ่มต้นที่ผู้ป่วยเริ่มแสดงอาการ ที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติทางความคิด
00:01:1900:01:22อาจจะมีความคิดแปลก ๆ พฤติกรรมแปลก ๆ
00:01:2200:01:27แต่ยังอยู่ในจุดที่ยังไม่ได้เป็นผลกระทบ ต่อหน้าที่ในชีวิตประจำวัน
00:01:2700:01:30ต่อมาก็จะเป็นระยะที่ผู้ป่วยแสดงอาการชัดเจน
00:01:3000:01:34ผู้ป่วยก็จะมีทั้งความคิดหลงผิด หูแว่ว ภาพหลอน หรืออาการด้านลบ
00:01:3400:01:38ที่แสดงเห็นได้อย่างเด่นชัดจนมีผลกระทบ ต่อการดำเนินชีวิตตามปกติ
00:01:3800:01:41หากว่าผู้ป่วยนั้นมีการได้รับการรักษา
00:01:4200:01:43หลาย ๆ คนก็อาจจะหายขาด
00:01:4300:01:46แต่ก็จะมีบางรายที่เข้าสู่ระยะที่สาม
00:01:4600:01:48คือระยะที่ยังมีอาการหลงเหลืออยู่บ้าง
00:01:4800:01:51ส่วนใหญ่ก็จะเหมือนกับคนทั่ว ๆ ไป
00:01:5100:01:53แต่ก็จะยังมีความคิดแปลก ๆ หลงเหลืออยู่บ้าง
00:01:5300:01:58แต่มันก็อาจจะไม่มีผลกระทบ ต่อการดำเนินชีวิตของเขา
00:01:5800:02:02[เสียงดนตรี]
00:02:0200:02:06สาเหตุของโรคจิตเภท ในทางการแพทย์ในปัจจุบันพบว่า
00:02:0600:02:11มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของ ปัจจัยทางเคมีภายในสมองที่ผิดปกติไป
00:02:1100:02:13เชื่อว่าเกิดจากพันธุกกรรมส่วนหนึ่ง
00:02:1300:02:16แล้วก็อาจจะเกี่ยวข้องกับ ประสบการณ์ในวัยเด็กร่วมด้วยอยู่บ้าง
00:02:1600:02:22ส่งผลรวมแล้วทำให้มี สารสื่อนำประสาทบางตัวที่มันเกินกว่าความพอดี
00:02:2200:02:26แล้วก็ทำให้ผู้ป่วยนั้น มีความคิดที่ผิดปกติตามมา
00:02:2600:02:29ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษา
00:02:2900:02:34โรคนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นเรื้อรัง รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ
00:02:3400:02:36การวินิจฉัยโรคจิตเวชทางการแพทย์นั้น
00:02:3600:02:38ก็อาศัยเรื่องของการสัมภาษณ์ประวัติ
00:02:3900:02:41ตรวจสภาพจิตของผู้ป่วย
00:02:4100:02:44แล้วก็สอบถามข้อมูลจากคนรอบข้าง
00:02:4400:02:49ในกรณีที่ยากจริง ๆ เราอาจจะมีการส่ง ทดสอบทางจิตวิทยาเพิ่มเติม
00:02:4900:02:53ปัจจุบันในเรื่องของความก้าวหน้าทาง การแพทย์และการรักษานั้น
00:02:5300:02:57มีการรักษาทั้งด้วยเรื่องของยา และการรักษาด้วยไฟฟ้า
00:02:5700:02:59เราจะใช้ในกลุ่มยาต้านโรคจิตครับ
00:02:5900:03:02ในผู้ป่วยที่เป็นไม่มากเป็นครั้งเดียว
00:03:0200:03:07อาจจะได้รับคำแนะนำให้กินยาเพียง 1-2 ปี แล้วก็อาจจะหยุดยาได้
00:03:0700:03:09แต่ในผู้ป่วยที่เป็นเรื้อรัง
00:03:0900:03:11เรามีแนวโน้มจะแนะนำให้ผู้ป่วยนั้น
00:03:1100:03:15กินยาต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
00:03:1500:03:20กับอีกกรณีหนึ่งคือ เมื่อเราได้ทดลอง การรักษาด้วยยามาสักระยะหนึ่ง
00:03:2000:03:22พบว่าผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษา
00:03:2200:03:24ตรงนั้นเราก็จะเลือกการรักษาด้วยไฟฟ้า
00:03:2400:03:28เป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเสริมให้ มีโอกาสหายขาดได้ดีขึ้น
00:03:2800:03:30ในด้านของการรักษาทางจิตใจและสังคม
00:03:3000:03:35สิ่งสำคัญอยู่ที่การให้ความรู้กับ ทั้งตัวผู้ป่วยและญาติว่ามันเป็นโรค
00:03:3500:03:38มันเป็นสิ่งทีเกิดจากความผิดปกติของความคิด
00:03:3800:03:42ผู้ป่วยควรจะได้รับการกินยาสม่ำเสมอ ติดตามการรักษาตามนัด
00:03:4200:03:45และญาติเองก็ควรจะให้การประคับประคอง
00:03:4500:03:49ไม่ตำหนิ หรือใช้คำพูดที่รุนแรง กับผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น
00:03:4900:03:54หลีกเลี่ยงการรื้อฟื้นนำเรื่องเก่า ๆ ในอดีต มาทับถมทำให้เกิดความทุกข์ใจ
00:03:5400:03:58แต่อย่างไรก็ดี เราสามารถที่จะรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้
00:03:5800:04:02หากสามารถที่จะนำผู้ป่วย มาเข้าสู่ระบบการรักษาแต่เนิ่น ๆ
00:04:0200:04:06เรามีทางช่วยเหลืออยู่มากมายขึ้นกว่าเดิม ที่จะช่วยให้คนไข้นั้น
00:04:0700:04:09มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในปัจจุบัน
00:04:0900:04:15[เสียงดนตรี]