00:00:00 → 00:00:02ยาลดความอ้วนกลุ่ม GLP1 เนี่ยครับกำลัง
00:00:02 → 00:00:05เป็นที่นิยมมากเลยในต่างประเทศไม่ว่าจะ
00:00:05 → 00:00:08เป็น Celebrity ดาราต่างๆนะครับมักจะใช้
00:00:08 → 00:00:12ในการควบคุมน้ำหนักนะครับซึ่งจริงๆแล้วยา
00:00:12 → 00:00:15GLP1 เนี่ยมันถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อที่จะ
00:00:15 → 00:00:17ดูแลคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวานคือมันสามารถ
00:00:17 → 00:00:21ที่จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีแล้ว
00:00:21 → 00:00:23ก็มีประสิทธิภาพมากๆเลยนะครับแบบไม่ต้อง
00:00:23 → 00:00:26เถียงเลยมีงานวิจัยเยอะแยะมารองรับนะครับ
00:00:26 → 00:00:28เท่านั้นยังไม่พอมันยังสามารถที่จะช่วยลด
00:00:28 → 00:00:31การสะสมของไขมันในตับด้วยเพราะฉะนั้นมัน
00:00:31 → 00:00:34ก็เลยเอาไปถูกใช้ดูแลคนไข้ที่มีปัญหา
00:00:34 → 00:00:36เรื่องไขมันพอกตับได้อีกนะครับซึ่งใน
00:00:36 → 00:00:39เมืองไทยเองเนี่ยเจ้ายากลุ่ม GLP1 ก็ถูก
00:00:39 → 00:00:43ใช้ในการดูแลคนไข้ไม่ว่าจะเป็นคนไข้โรค
00:00:43 → 00:00:46อ้วนโรคเบาหวานหรือว่าโรคตับนะฮะนอกจาก
00:00:46 → 00:00:48GLP1 เนี่ยจะเป็นชื่อยาแล้วนะครับหลายคน
00:00:48 → 00:00:50เนี่ยเวลาไปเสิร์ช GLP1 เนี่ยยังเจอว่า
00:00:50 → 00:00:54มันยังขึ้นเป็นว่ามีอาหารเสริมที่ชื่อว่า
00:00:54 → 00:00:57GLP1 ในการลดน้ำหนักแล้วก็ลดไขมันอีก
00:00:57 → 00:01:00ด้วยนะครับเพราะฉะนั้นเราไม่รู้จัก GLP1
00:01:00 → 00:01:02ไม่ได้แล้วเพราะฉะนั้นวันนี้ Top ครับจะ
00:01:02 → 00:01:05มาเล่าให้ฟังว่า GLP1 เนี่ยมันคืออะไรกัน
00:01:06 → 00:01:08แน่ครับมันเป็นยาวิเศษหรือเปล่าแล้วมัน
00:01:08 → 00:01:12ช่วยในการลดน้ำหนักดูแลระดับของน้ำตาลใน
00:01:12 → 00:01:14เลือดแล้วก็ปริมาณไขมันในตับได้ยังไงแล้ว
00:01:14 → 00:01:17ไอ้อาหารเสริมที่ชื่อว่า GLP1 เนี่ยมัน
00:01:17 → 00:01:20ได้เอฟเฟคเดียวกับยา GLP1 หรือเปล่าและ
00:01:20 → 00:01:22ถ้าเกิดว่าไม่อยากกินยาหรือว่าไม่อยากกิน
00:01:22 → 00:01:24อาหารเสริมเลยเราสามารถที่จะเพิ่มระดับ
00:01:24 → 00:01:27ของ GLP1 ในร่างกายได้หรือเปล่าครับไป
00:01:27 → 00:01:29เริ่มกันเลยดีกว่าฮะ
00:01:29 → 00:01:32This is the standard podcast. I
00:01:32 → 00:01:35open it for your ears.
00:01:35 → 00:01:39Up to พcสที่ใช้วิทยาศาสตร์ไขปัญหาตั้ง
00:01:39 → 00:01:42แต่หัวจด
00:01:42 → 00:01:45เท้าอย่างแรกครับมารู้จักว่า GLP1 คือ
00:01:45 → 00:01:49อะไรครับ GLP1 มันคือฮอร์โมนที่ทำให้เรา
00:01:49 → 00:01:53รู้สึกอิ่มแล้วก็ไม่อยากกินอาหารแค่นั้น
00:01:53 → 00:01:55เลยครับเพราะฉะนั้น GLP1 เป็นสิ่งที่ร่าง
00:01:55 → 00:01:58กายของเราสร้างขึ้นมาได้อยู่แล้วจริงๆมัน
00:01:58 → 00:02:02คือโปรตีนครับชื่อเต็มๆของมันคือGLูคaron
00:02:02 → 00:02:05like peptide
00:02:05 → 00:02:09เรียกง่ายๆสั้นๆก็คือ GLP1 ครับถามว่ามัน
00:02:09 → 00:02:11สร้างที่ไหนเวลาที่เรากินอาหารเข้าไปแล้ว
00:02:11 → 00:02:14แล้วอาหารตกไปที่กระเพาะอาหารหรือว่าลำ
00:02:14 → 00:02:16ไส้เนี่ยนะครับที่เยื่อบุผิวหนังกระเพาะ
00:02:16 → 00:02:19อาหารหรือว่าลำไส้เนี่ยมันจะมีเซลล์เรียง
00:02:19 → 00:02:21กันอยู่เต็มไปหมดเลยนะครับมีหลายชนิดด้วย
00:02:21 → 00:02:24นะและหนึ่งในนั้นนะครับมันจะมีเซลล์เซลล์
00:02:24 → 00:02:28นึงที่ชื่อว่า Lell สมมุติว่านี่คือ GLP1
00:02:28 → 00:02:30นะครับที่ถูกสร้างมาจาก Lell สร้างเสร็จ
00:02:30 → 00:02:32แล้วมันก็จะวิ่งไปจุดแรกที่มันจะวิ่งไป
00:02:32 → 00:02:35คือมันจะวิ่งไปที่กระเพาะอาหารครับที่
00:02:35 → 00:02:37กระเพาะอาหารเองเนี่ยมันก็จะมีตู้จดหมาย
00:02:37 → 00:02:40ที่เฉพาะเลยที่จะรับ GLP1 ตู้จดหมายเรียก
00:02:40 → 00:02:42ว่าReceptตorนะครับ GLP1 ไปจับกับซปตอ
00:02:42 → 00:02:47ปึ๊บก็จะบอกให้กระเพาะอาหารเนี่ยมันหดตัว
00:02:47 → 00:02:50น้อยลงก็จะทำให้อาหารที่เรากินไปเนี่ย
00:02:50 → 00:02:54อยู่ในกระเพาะอาหารนานมากยิ่งขึ้นอยู่นาน
00:02:54 → 00:02:57มากยิ่งขึ้นก็ทำให้เรารู้สึกอิ่มนานมาก
00:02:57 → 00:03:00ยิ่งขึ้นและไม่อยากอาหารเท่านั้นยังไม่พอ
00:03:00 → 00:03:03ครับ GLP1 เนี่ยครับก็จะถูกส่งไปยังสมอง
00:03:03 → 00:03:06ของเราไปส่วนที่ชื่อว่าไฮโปธรามัสไปจับ
00:03:06 → 00:03:09กับรีซปตอร์ที่อยู่ที่ไฮโปทาลามัสไปบอก
00:03:09 → 00:03:12กับสมองว่ามีอาหารอยู่นะถึงเวลาที่จะหยุด
00:03:12 → 00:03:14กินได้แล้วอิ่มได้แล้วนะครับสมองของเราก็
00:03:14 → 00:03:17จะตีความว่าตอนเนี้ยให้เราหยุดกินอาหาร
00:03:17 → 00:03:20ให้เราอยากอาหารน้อยลงนั่นเองนั่นคือ
00:03:20 → 00:03:23เอฟเฟคแรกของ GLP1 ครับนักวิทยาศาสตร์
00:03:23 → 00:03:25เนี่ยเขาก็พยายามจะศึกษาเนาว่าหลังจากที่
00:03:25 → 00:03:28เรากินอาหารไปแล้วสักนานแค่ไหนอ่ะระดับ
00:03:28 → 00:03:31GLP1 มันจะสูงขึ้นเพราะว่าโดยปกติแล้วนะ
00:03:31 → 00:03:32ครับระดับของ GLP1 ในร่างกายเนี่ยมันไม่
00:03:32 → 00:03:35เยอะเลยครับแต่มันจะค่อยๆเริ่มสูงมากยิ่ง
00:03:35 → 00:03:37ขึ้นเมื่อเราเริ่มกินอาหารนะครับหลังจาก
00:03:37 → 00:03:39ที่เรากินอาหารเนี่ยครับ GLP1 ก็จะค่อยๆ
00:03:39 → 00:03:43สูงขึ้นแล้วมันก็จะไปพีคอยู่ที่ประมาณ
00:03:43 → 00:03:4545-60 นาทีหลังจากนั้นมันอาจจะค่อยๆ
00:03:45 → 00:03:49เริ่มลดลงลดลงลดลงนะครับเมื่ออาหารเนี่ย
00:03:49 → 00:03:51มันออกจากกระเพาะแล้วก็ลำไส้ไปมากขึ้นเรา
00:03:51 → 00:03:54ก็จะรู้สึกกลับมาหิวอีกทีนึงนั่นเองครับ
00:03:54 → 00:03:57นั่นคือเอฟเฟคที่ 1 ทีนี้นอกจาก GLP1
00:03:57 → 00:03:59เนี่ยครับมันจะทำให้รู้สึกอิ่มแล้วก็ไม่
00:04:00 → 00:04:02อยากกินอาหารแล้วครับมันยังมีอีก 1
00:04:02 → 00:04:05เอฟเฟคนึงที่สำคัญมากๆและทำให้เกิดการ
00:04:05 → 00:04:08กำเนิดขึ้นมาของยา GLP1 คือมันสามารถที่
00:04:08 → 00:04:13จะไปควบคุมระดับของน้ำตาลในเลือดได้ด้วย
00:04:13 → 00:04:16ครับ GLP1 ที่ LELSA นะครับมันยังถูกส่ง
00:04:16 → 00:04:19ไปยังตับอ่อนได้ด้วยนะครับพอมันไปจับกับ
00:04:20 → 00:04:22รีซปเตอร์ที่ตับอ่อนเนี่ยครับก็จะทำให้
00:04:22 → 00:04:26ตับอ่อนเนี่ยผลิตอินซูลินมากขึ้นครับพอ
00:04:26 → 00:04:28อินซูลินในร่างกายมากขึ้นเนี่ยครับก็จะ
00:04:28 → 00:04:30ส่งสัญญาณให้แต่ละเซลล์นะครับพยายามจะดึง
00:04:30 → 00:04:33น้ำตาลออกจากเลือดเพื่อเอาไปใช้มากยิ่ง
00:04:33 → 00:04:36ขึ้นระดับน้ำตาลในเลือดเนี่ยมันก็เลยจะลด
00:04:36 → 00:04:39ลงนั่นเองนะครับนอกจากเนี้ยครับ GLP1
00:04:39 → 00:04:42เนี่ยยังไปจับกับรีซปเตอร์ที่ตับอีกครับ
00:04:42 → 00:04:46เพื่อไปบอกตับให้ผลิตฮอร์โมนกลูคารอนน้อย
00:04:46 → 00:04:48ลงซึ่งปกติแล้วกลูคารอนเนี่ยจะเปลี่ยน
00:04:48 → 00:04:51แป้งเป็นน้ำตาลก็จะทำให้ตับเนี่ยสร้างน้ำ
00:04:51 → 00:04:55ตาลปล่อยออกมาในกระแสเลือดลดน้อยลงเพราะ
00:04:55 → 00:04:58ฉะนั้นถ้า GLP1 สูงเนี่ยนะครับตับก็จะ
00:04:58 → 00:05:01สร้างน้ำตาลลดลงแล้วก็จะสะสมไขมันไว้ใน
00:05:01 → 00:05:05ตับลดลงมันถึงเอาไปใช้กับคนไข้ที่มีภาวะ
00:05:05 → 00:05:07ไขมันพอกตับได้นั่นเองนะครับพอนัก
00:05:07 → 00:05:10วิทยาศาสตร์เนี่ยเขาเริ่มค้นพบเอฟเฟคของ
00:05:10 → 00:05:13เจ้าฮอร์โมน GLP1 เนี่ยครับว่ามันสามารถ
00:05:13 → 00:05:15ที่จะลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เนี่ยเค้าก็
00:05:15 → 00:05:18เลยปิงไอเดียว่าถ้าเกิดว่าเค้าให้ GLP1
00:05:19 → 00:05:22ไปในคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวานซึ่งปกติแล้ว
00:05:22 → 00:05:24ระดับน้ำตาลในเลือดเนี่ยจะสูงเนี่ยมันจะ
00:05:24 → 00:05:27เป็นยังไงเขาก็เลยเริ่มมีการทดลองฉีด GLP1
00:05:27 → 00:05:30เข้าไปในสัตว์ทดลองก่อนที่จะมาในมนุษย์นะ
00:05:30 → 00:05:33ครับซึ่งก็เจอว่าหนูที่ฉีด GLP1 เข้าไป
00:05:33 → 00:05:36แล้วเนี่ยครับสามารถที่จะลดระดับน้ำตาลใน
00:05:36 → 00:05:39เลือดได้แล้วก็สามารถที่จะแก้ปัญหาเรื่อง
00:05:39 → 00:05:42เบาหวานได้นะครับแต่ทีนี้ GLP1 เนี่ยครับ
00:05:42 → 00:05:45มันมีข้อจำกัดอยู่นิดนึงเพราะว่า Half
00:05:45 → 00:05:47Life ของมันเนี่ยสั้นมากง่ายๆคือมันสลาย
00:05:47 → 00:05:49ตัวเร็วมากครับเป็นหลักแค่นาทีหรือว่าต่ำ
00:05:49 → 00:05:51กว่านาทีครับคือพอมันถูกผลิตแล้วก็หลั่ง
00:05:51 → 00:05:53ออกมาในกระแสเลือดแล้วครับมันจะมีเอนไซม์
00:05:53 → 00:05:56ตัวนึงคอยวิ่งแล้วก็กำจัด GLP1 เพราะ
00:05:56 → 00:05:58ฉะนั้นเนี่ยมันถึงมีช่วงชีวิตที่สั้นมากๆ
00:05:58 → 00:06:01ถ้าจะใช้ GLP1 วันเป็นยาแล้วก็ฉีกเข้าไป
00:06:01 → 00:06:04ในคนไข้เนี่ยนะครับต้องใช้โดสในปริมาณ
00:06:04 → 00:06:07เยอะมากๆเลยมันถึงจะ effective ซึ่งถ้า
00:06:07 → 00:06:09เกิดใช้โดสเยอะเนี่ยมันก็ทำให้เกิดผลข้าง
00:06:09 → 00:06:10เคียงไม่ว่าจะเป็นคลื่นไส้อาเจียนะครับ
00:06:10 → 00:06:12เพราะฉะนั้นเนี่ยนักวิทยาศาสตร์เขาก็
00:06:12 → 00:06:16พิสูจน์ได้แล้วว่าแนวคิดในการจ่าย
00:06:16 → 00:06:19GLP1 ร่างกายคนไข้โดยตรงเนี่ยมันเวิร์ค
00:06:19 → 00:06:22ในการลดระดับน้ำตาลในเลือดแต่แค่มันยัง
00:06:22 → 00:06:25สามารถจะใช้งานไม่ได้จริงเพราะว่าระยะ
00:06:25 → 00:06:27เวลาหรือว่า Half Life ชีวิตของมันเนี่ย
00:06:27 → 00:06:29มันค่อนข้างสั้นมากๆนะครับเค้าก็เลย
00:06:29 → 00:06:32พยายามตามหาแล้วว่าเอ๊ะมันจะมีโมเลกุล
00:06:32 → 00:06:35อะไรมยที่มันสามารถที่จะทำงานได้เหมือน
00:06:36 → 00:06:39กับ GLP1 ในร่างกายของเราที่หลั่งมาจาก
00:06:39 → 00:06:42Lซลครับจนเขาไปเจอว่าในน้ำลายของกิ้งกะมี
00:06:42 → 00:06:45พิษชิ้นนึงครับชื่อว่ากี Monster นะครับ
00:06:45 → 00:06:47เป็นกิ้งกะที่อาศัยอยู่ในอาริโซน่า
00:06:47 → 00:06:50อเมริกาเนี่ยครับมันมีโปรตีนจริงๆมันคือ
00:06:50 → 00:06:53เพปไทลตัวนึงที่มีโครงสร้างทางเคมีที่
00:06:54 → 00:06:57คล้ายกับ GLP1 เลยครับพอเขาเจออย่างนั้น
00:06:57 → 00:07:00ปุ๊บเขาก็รีบสกัดออกมาแล้วก็เอาไปทดลองก็
00:07:00 → 00:07:03เจอว่าเฮ้ยมันเวิร์คจริงๆงั้นยาตัวแรกที่
00:07:03 → 00:07:06เป็นยากลุ่มตระกูล GLP1 ที่ได้มาจาก
00:07:06 → 00:07:09เพปไทลจากน้ำลายเจ้ากิ้งกาครับมันจึงเกิด
00:07:09 → 00:07:12ขึ้นในปี 2005 นะครับแล้วพอยาตรงนี้
00:07:12 → 00:07:15กำเนิดขึ้นคุณหมอเริ่มใช้ในการทรีทคนไข้
00:07:15 → 00:07:17โรคเบาหวานแล้วผลเป็น positive เนี่ยก็
00:07:17 → 00:07:21เริ่มมีความตื่นตัวที่จะพัฒนายากลุ่ม GLP1
00:07:21 → 00:07:24มาเรื่อยๆจนในปัจจุบัน 2025 เนี่ยครับก็
00:07:24 → 00:07:27มียากลุ่ม GLP1 เนี่ยอีกหลากหลายตัวเลยนะ
00:07:27 → 00:07:30ครับโดยช่วงแรกๆเนี่ยนะครับยากลุ่ม GLP1
00:07:30 → 00:07:33เนี่ยครับมักจะเป็นยาฉีดใครที่เคยเห็น
00:07:33 → 00:07:36ปากกาที่เค้ามาฉีดเวลาคนไข้เบาหวานเนี่ย
00:07:36 → 00:07:39ต้องฉีดใช่มั้ยคุณหมอจะสั่งจ่ายปากการส
00:07:39 → 00:07:42เบาหวานก็นั่นแหละครับคือยาฉีดฉีดเข้าไป
00:07:42 → 00:07:46ที่ใต้ผิวหนังจนปี 2021 เนี่ยนะครับมี
00:07:46 → 00:07:50บริษัทนึงเขา้าสามารถจะผลิตยากลุ่ม GLP1
00:07:50 → 00:07:53ที่เป็นยากินได้ครับซึ่งมันสะดวกกว่ามาก
00:07:53 → 00:07:54นะครับซึ่งหลังจากนั้นเนี่ยยากินเนี่ย
00:07:54 → 00:07:57ครับก็ได้รับความนิยมมากจนถึงปัจจุบัน
00:07:57 → 00:07:59ครับทีนี้ย้อนกลับมานิดนึงครับว่ายาฉีด
00:07:59 → 00:08:03กับยากินเนี่ยมันไปทำงานยังไงอ่ะมัน
00:08:03 → 00:08:06ฟังก์ชันเหมือนกับ GLP1 เลยมยคำตอบก็คือ
00:08:06 → 00:08:09ว่ามันฟังก์ชันคล้ายกันเลยนะครับอย่างตัว
00:08:09 → 00:08:12สารที่สกัดออกมาจากน้ำลายกิ้งก่าเนี่ย
00:08:12 → 00:08:15ครับมันมีโครงสร้างทางโมเลกุลที่คล้ายกับ
00:08:15 → 00:08:17ฮอร์โมน GLP1 ที่ร่างกายสร้างได้เองใช่
00:08:18 → 00:08:19มั้ยมันคล้ายกันมากแต่อาจจะได้ไม่เหมือน
00:08:20 → 00:08:22กันเลยแต่โมเลกุลเหล่าเนี้ยสามารถที่จะ
00:08:22 → 00:08:24วิ่งไปจับกับรีซปเตอร์ที่อยู่ตามอวัยวะ
00:08:24 → 00:08:28ต่างๆได้แล้วก็ให้เอฟเฟคเดียวกับโมเลกุล
00:08:28 → 00:08:30GLP1 ในร่างกายนะครับเาค้าก็เลยเรียกมัน
00:08:30 → 00:08:32ว่า
00:08:32 → 00:08:34GLP1 AnalogอกAnalogอกเนี่ยมันคือสิ่ง
00:08:34 → 00:08:36ที่มันรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงแล้วก็
00:08:36 → 00:08:39สามารถจะให้ฟังก์ชันเดียวกันนะครับหรือจะ
00:08:39 → 00:08:41มีอีกคำนึงครับที่จะใช้เป็นทางการมากกว่า
00:08:41 → 00:08:44เขาจะเรียกสารเหล่าเนี้ยนะครับว่า
00:08:44 → 00:08:49GLP1 RA ชื่อเต็มๆมันคือ GLP1 Receptor
00:08:49 → 00:08:52agonis receptor มันก็คือคำนี้ agonis
00:08:52 → 00:08:55เนี่ยมันก็แปลว่าสารที่พอไปจับกับตorแล้ว
00:08:55 → 00:08:58เนี่ยครับมันก็ให้เอฟเฟคเดียวกันในทางบวก
00:08:59 → 00:09:02กับสารที่เป็น native ก็คือฮอร์โมน GLP1
00:09:02 → 00:09:05นั่นเองนะครับทีนี้ยารุ่นใหม่ๆเนี่ยครับ
00:09:05 → 00:09:07มันไม่ได้สกัดมาจากน้ำลายของกิ้งก่านะ
00:09:07 → 00:09:10ครับมันเป็นโปรตีนสังเคราะห์ครับในวงการ
00:09:10 → 00:09:12วิทยาศาสตร์เนี่ยเราสามารถที่จะ
00:09:12 → 00:09:15สังเคราะห์โปรตีนที่เราต้องการได้นะครับ
00:09:15 → 00:09:18ทุกคนคือมันคงยากเกินไปถ้านักวิทยาศาสตร์
00:09:18 → 00:09:22เนี่ยจะต้องไปสกรีนหาว่ามันจะมีสารอื่นๆ
00:09:22 → 00:09:23ที่อยู่ในน้ำลายสัตว์อื่นๆหรือเปล่าที่
00:09:23 → 00:09:26สามารถที่จะมาใช้ทดแทนฮอร์โมน GLP1 ได้
00:09:26 → 00:09:29ครับก็ไม่ไม่เป็นเค้าก็ไปศึกษาเอาว่า
00:09:29 → 00:09:32ฮอร์โมน GLP1 ที่เป็นโปรตีนเนี่ยจริงๆ
00:09:32 → 00:09:35แล้วมันเกิดจากกรดอะมิโนชนิดอะไรบ้าง
00:09:35 → 00:09:38มาเรียงตัวกันแบบไหนพอรู้แพทเทิร์นแล้ว
00:09:38 → 00:09:40เนี่ยก็สามารถจะสังเคราะห์ไอ้เจ้าโปรตีน
00:09:41 → 00:09:43นี้ได้เลยนะครับเพราะฉะนั้นยา GLP1 รุ่น
00:09:43 → 00:09:46ใหม่ๆมันก็คือโปรตีนสังเคราะห์นั่นแหละ
00:09:46 → 00:09:48แล้วพอเราสามารถที่จะสังเคราะห์โปรตีนเอง
00:09:48 → 00:09:51ได้เนี่ยเราสามารถที่จะเปลี่ยนอะมิโนอซิด
00:09:51 → 00:09:54บางจุดเพื่อที่จะทำให้ไอ้เจ้าโปรตีนตัว
00:09:54 → 00:09:57เนี้ยครับมันมีความเสถียรนานนานมากยิ่ง
00:09:57 → 00:09:59ขึ้นอย่างที่บอกไปว่าฮอร์โมน GP1 เนี่ย
00:10:00 → 00:10:02อยู่ได้เป็นหลักนาทีถูกมั้ยไอ้เจ้ายา
00:10:02 → 00:10:04เจียว P1 ตัวแรกเลยอ่ะที่เอามาจากน้ำลาย
00:10:04 → 00:10:07กิ้งกาเนี่ยครับมันอยู่ได้ประมาณ 2-3
00:10:07 → 00:10:10ชั่วโมงก็ดีขึ้นแต่ยังไม่ได้นานพอนะครับ
00:10:10 → 00:10:12ทีนี้ยารุ่นใหม่เนี่ยมันก็ถูกพัฒนาขึ้น
00:10:12 → 00:10:15ให้ half life ของมันเนี่ยนานมากยิ่ง
00:10:15 → 00:10:18ขึ้นบางตัวเนี่ยตอนเนี้ยตัวที่นานที่สุด
00:10:18 → 00:10:22อ่ะอยู่ได้ 168 ชม.ก็คือประมาณ 7 วัน
00:10:22 → 00:10:25เพราะฉะนั้นแทนที่ต้องกินทุกวันหรือว่า
00:10:25 → 00:10:27ฉีดยา 2 ครั้งต่อวันด้วยครับมันไม่ค่อย
00:10:27 → 00:10:30สะดวกเนาะกินแค่ครั้งเดียวยาสามารถที่จะ
00:10:30 → 00:10:33อยู่ได้เอฟเฟคยาวนาน 1 อาทิตย์ก็สะดวกมาก
00:10:33 → 00:10:36ยิ่งขึ้นนั่นเองครับแต่ว่าเทคโนโลยีที่
00:10:36 → 00:10:39มันเพิ่มมากขึ้นมันก็แลกมากับความแพงของ
00:10:39 → 00:10:41ตัวยาด้วยนะครับเพราะฉะนั้น1ึ่งใน
00:10:41 → 00:10:43limitation ของยา GLP1 ในปัจจุบันก็คือ
00:10:43 → 00:10:47มีราคาที่ค่อนข้างสูงและคุณหมอต้องเป็นคน
00:10:47 → 00:10:49จ่ายเพราะว่าเป็นยาที่อันตรายเช่นกันถ้า
00:10:49 → 00:10:52เกิดว่าใช้ไม่ถูกวิธีนะครับส่วนเรื่อง
00:10:52 → 00:10:54Clinical Study เนี่ยผมต้องบอกเลยว่า
00:10:54 → 00:10:57มันมีงานวิจัยทางคลินิกมารองรับยากลุ่ม
00:10:57 → 00:11:01นี้มากมายมหาศาลนะครับว่ากินแล้วสามารถ
00:11:01 → 00:11:03ที่จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี
00:11:04 → 00:11:06สามารถที่จะช่วยลดน้ำหนักได้ดีเลยนะครับ
00:11:07 → 00:11:09มีงานวิจัยเยอะแยะเลยที่เอาคนมาทดลองใน
00:11:09 → 00:11:12แต่ละงานเนี่ยเป็นหลักร้อยคนแล้วก็มักจะ
00:11:12 → 00:11:14เป็นคนไข้ที่มีภาวะเบาหวานก็เจอว่ากินยา
00:11:14 → 00:11:17ต่อเนื่องเป็นระดับปีนึงหรือปีกว่าแล้ว
00:11:17 → 00:11:20เนี่ยสามารถที่จะลดน้ำหนักได้ 15% ซึ่ง
00:11:20 → 00:11:22มันมีประสิทธิภาพมากๆแล้วก็ยังมีอีกหลาย
00:11:22 → 00:11:25งานวิจัยเลยหลังๆนะครับเจอว่ายา GLP1
00:11:25 → 00:11:27เนี่ยนะครับมันสามารถที่จะลดความเสี่ยง
00:11:28 → 00:11:30โรคต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดได้นะ
00:11:30 → 00:11:32ครับเพราะมันสามารถที่จะลดการอักเสบที่
00:11:32 → 00:11:34เกิดขึ้นเพราะฉะนั้นโอกาสที่เป็นโรคหัวใจ
00:11:34 → 00:11:38วายหรือว่าโรคสตรกเนี่ยมันก็ลดลงโอกาสที่
00:11:38 → 00:11:40ไขมันจะพอกในตับเนี่ยก็ลดลงเพราะฉะนั้นคน
00:11:40 → 00:11:43หมอในปัจจุบันก็เอายากลุ่มนี้ไปใช้ดูแลคน
00:11:43 → 00:11:46ไข้ที่มีปัญหาโรคตับด้วยเช่นกันครับและ
00:11:46 → 00:11:49แน่นอนยาทุกตัวในความดีนะครับมันก็มักจะ
00:11:50 → 00:11:51มี side effectฟเฟectอยู่ด้วยครับไม่มียา
00:11:51 → 00:11:53ตัวไหนที่จะไม่มี side effectฟเฟectนะ
00:11:53 → 00:11:55ครับอย่าง GLP1A เนี่ยก็มี side
00:11:55 → 00:11:57effectเฟectเช่นกัน side effectฟเฟect
00:11:57 → 00:11:59เบสิคทั่วไปก็คือคลื่นไส้อาเจียนปวดหัว
00:11:59 → 00:12:01อันนี้แล้วแต่คนนะครับแต่เอฟเฟectที่ผม
00:12:01 → 00:12:04อยากจะคุยวันนี้มากกว่าก็คือว่าคนที่กิน
00:12:04 → 00:12:07GLP1 นะครับน้ำหนักลดก็จริงแต่ว่าน้ำ
00:12:07 → 00:12:10หนักที่ลดเนี่ยนะครับก็เจอว่า 1 ใน 3
00:12:10 → 00:12:14เป็นน้ำหนักของกล้ามเนื้อครับคือน้ำหนัก
00:12:14 → 00:12:16ที่ลดไปนอกจากจะเป็นไขมันแล้วกล้ามเนื้อ
00:12:16 → 00:12:19เนี่ยก็ลดไปด้วยแล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่
00:12:19 → 00:12:23หยุดกินหรือว่าหยุดฉีด GLP1 เป็นระยะเวลา
00:12:23 → 00:12:26นึงเนี่ยนะครับน้ำหนักก็จะกลับมาเค้ามี
00:12:26 → 00:12:28การทดสอบนะครับเจอว่าประมาณ 2 ใน 3 จริงๆ
00:12:28 → 00:12:30บริษัทยาเองนะครับเป็นคนให้ข้อมูลเลยนะ
00:12:30 → 00:12:33ครับว่าหลังจากหยุดกินน้ำหนักจะกลับมา
00:12:33 → 00:12:36ประมาณ 2 ใน 3 ของน้ำหนักที่ลดไปและปัญหา
00:12:36 → 00:12:39คือว่าน้ำหนักที่กลับมาเป็นไขมันหรือว่า
00:12:39 → 00:12:42แฟลชล้วนๆเลยนะครับเพราะฉะนั้นนี่คือ side
00:12:42 → 00:12:45เอฟเฟectหลักที่คนไข้ที่ได้รับ GLP1 ต้อง
00:12:45 → 00:12:48เผชิญแล้วก็เป็นสิ่งที่ผมอยากจะมาแชร์กัน
00:12:48 → 00:12:50นะครับว่าเออถ้าเกิดว่าเราเป็นคนไข้ที่
00:12:50 → 00:12:52คุณหมอจ่าย GLP1 เนี่ยเราควรจะดูแลตัวเอง
00:12:52 → 00:12:55ยังไงคำแนะนำเลยคือควรจะต้องกินโปรตีน
00:12:55 → 00:12:59เยอะๆและควรจะต้องไปออกกำลังกายโดยเฉพาะ
00:12:59 → 00:13:02Training เพื่อลดปริมาณของกล้ามเนื้อที่
00:13:02 → 00:13:04จะสูญเสียไปนะครับเพราะว่ากล้ามเนื้อเป็น
00:13:04 → 00:13:07สิ่งที่สำคัญมากๆนะครับทุกคนผมพร่ำบอก
00:13:07 → 00:13:11เสมอแทบจะทุกเลยไม่ว่าจะเป็นอายุเท่าไหร่
00:13:11 → 00:13:13เพศอะไรต้องไปออกกำลังกายในการเสริมกล้าม
00:13:13 → 00:13:16เนื้อเพราะว่ามันทำให้ metabolism ของเรา
00:13:16 → 00:13:18ดีแล้วก็ไมโต
00:13:18 → 00:13:20ของเราดีนะครับเพราะฉะนั้นถ้าคุณกำลังใช้
00:13:20 → 00:13:24ยา GLP1 อยู่กินโปรตีนให้ถึงแล้วก็ไปight
00:13:24 → 00:13:26Training ด้วยเพื่อลดการสูญเสียของกราฟ
00:13:26 → 00:13:29เนี่ยครับต่อมาครับอย่างที่บอกไปว่ายา
00:13:29 → 00:13:31GLP1 ในปัจจุบันเนี่ยราคาค่อนข้างสูง
00:13:31 → 00:13:33เพราะฉะนั้นทุกคนไม่สามารถจะเข้าถึงยาตัว
00:13:33 → 00:13:36นี้ได้ครับมันจึงมีการกำเนิดขึ้นของอาหาร
00:13:36 → 00:13:38เสริมหรือว่า supplement ที่ใช้ไอเดีย
00:13:38 → 00:13:41คล้ายๆกันว่าเออถ้าเราสามารถจะผลิตอาหาร
00:13:41 → 00:13:45เสริมที่พอคนกินเข้าไปแล้วมันสามารถที่จะ
00:13:45 → 00:13:48ทำให้คนเนี่ยรู้สึกอิ่มแล้วก็รู้สึกไม่
00:13:48 → 00:13:51อยากอาหารเนี่ยมันก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีใน
00:13:51 → 00:13:54การช่วยให้คนลดน้ำหนักแล้วก็ลดไขมันนะ
00:13:54 → 00:13:57ครับเพราะฉะนั้นปัจจุบันเนี่ยมันจึงมี
00:13:57 → 00:13:59อาหารเสริมเยอะแยะมากมายเลยในเมืองไทยก็
00:13:59 → 00:14:02มีเยอะมากถ้าคุณลองเสิร์ชอาหารเสริมแล้ว
00:14:02 → 00:14:05ก็ GLP1 เนี่ยก็เขาจะเขียนเลยใช้ GLP1
00:14:05 → 00:14:07เป็น Marketing เลยนะครับว่าอาหารเสริม
00:14:07 → 00:14:11ตัวนี้สามารถจะช่วยคุมน้ำหนักแล้วก็ลด
00:14:11 → 00:14:13ความอ้วนได้นะครับถามว่าอาหารเสริมที่เขา
00:14:13 → 00:14:17เขียนว่า GLP1 มันต่างกับยา GLP1 มั้ยผม
00:14:17 → 00:14:20บอกเลยว่ามันต่างมากนะครับอย่างแรกคือมัน
00:14:20 → 00:14:24ต่างกันที่ efficacy ครับต่างกันเลยยา
00:14:24 → 00:14:28GLP1 ด้วยครับมันคือโมเลกุลที่มีโครง
00:14:28 → 00:14:31สร้างเหมือนกับฮอร์โมน GLP1 ที่ร่างกาย
00:14:31 → 00:14:33สร้างเพราะงั้นพอมันเข้าไปในร่างกายแล้ว
00:14:33 → 00:14:37มันสามารถไปจับกับตอรแล้วก็ทำให้เกิด
00:14:37 → 00:14:39เอฟเฟคเดียวกันกับฮอร์โมนเพราะฉะนั้นเวลา
00:14:39 → 00:14:42ที่เรากินยาเข้าไปเนี่ยครับเอฟเฟคเกิดแน่
00:14:42 → 00:14:47ๆ 100% ครับแตกต่างกัน supplement ที่
00:14:47 → 00:14:51เป็น GLP1 เนี่ยครับส่วนใหญ่มันคือการเอา
00:14:51 → 00:14:55สารต่างๆซึ่งมักจะเป็นสารสกัดจากพืชที่มี
00:14:55 → 00:14:58การศึกษาว่ากินเข้าไปแล้วมันสามารถที่จะ
00:14:58 → 00:15:04ไปกระตุ้นให้เจ้าLซลมันผลิตฮอร์โมน GLP1
00:15:04 → 00:15:06เพิ่มได้เพราะฉะนั้นเวลาที่เรากิน
00:15:06 → 00:15:08supplement เข้าไปแล้วเนี่ยนะครับมันไม่
00:15:08 → 00:15:12ได้เป็นการไปเพิ่ม GLP1 ชัวร์ๆ 100% นะ
00:15:12 → 00:15:14เขาเชื่อว่าถ้ามันเวิร์คมันจะไปกระตุ้น
00:15:14 → 00:15:18Lซลให้ผลิต GL LP1 ได้คือมันไม่ได้ไป
00:15:18 → 00:15:21เพิ่มระดับของ GLP1 ในร่างกายโดยตรงนั่น
00:15:21 → 00:15:24เองเพราะฉะนั้นเอฟเฟคมันเนี่ยไม่ dir
00:15:24 → 00:15:26direct เท่ากับการกินยานะครับนั่นคือ
00:15:26 → 00:15:28อย่างที่ 1 ที่ทุกคนต้องรู้นะครับและ
00:15:28 → 00:15:31อย่างที่ 2 ที่ supplement หรือว่าอาหาร
00:15:31 → 00:15:33เสริมมันต่างกับยาเนี่ยนะครับคือมันมี
00:15:33 → 00:15:35ปริมาณของงานวิจัยที่ศึกษาเนี่ยแตกต่าง
00:15:35 → 00:15:38กันมากครับกว่ายาตัวนึงเนี่ยครับมันจะถูก
00:15:38 → 00:15:40รับรองให้ผลิตออกมาขายได้นะครับมันต้องมี
00:15:40 → 00:15:45งานวิจัยที่เยอะแน่นมากๆที่มาซัพพอร์ต
00:15:45 → 00:15:48efficacy แล้วก็ safety กว่าที่องค์กร
00:15:48 → 00:15:51ที่ authoriz ให้ยามันขายได้เนี่ยเขาจะ
00:15:51 → 00:15:53รับรองนะครับแตกต่างกันมากเลย supplement
00:15:53 → 00:15:55เนี่ยอาจจะไม่มีงานวิจัยรองรับเลยก็ได้นะ
00:15:55 → 00:15:57ครับหรือถ้ามีเนี่ยมันก็จะมีน้อยกว่ามาก
00:15:57 → 00:15:59เพราะว่าความเข้มงวดของกฎหมายเนี่ยมัน
00:15:59 → 00:16:01น้อยกว่านั่นเองนะครับเพราะฉะนั้นถ้าคุณ
00:16:01 → 00:16:03สนใจอาหารเสริมที่เป็น GLP1 นะครับผมแนะ
00:16:03 → 00:16:07นำว่าไปดู ingredient หรือว่าวัตถุดิบที่
00:16:07 → 00:16:09เค้าเขียนว่ามันสกัดมาจากอะไรมันเป็นสาร
00:16:09 → 00:16:11อะไรแล้วเอาคำนั้นเนี่ยไปเสิร์ชดูแล้วดู
00:16:11 → 00:16:14ซิว่ามันมีงานวิจัยที่เค้าศึกษามั้ยว่า
00:16:14 → 00:16:17สารตัวนี้มันไปช่วยเพิ่มระดับ GLP1 แล้ว
00:16:17 → 00:16:20มันส่งผลเอฟเฟคยังไงนั่นคือวิธีนึงในการ
00:16:20 → 00:16:22เลือก supplement นะครับอย่างที่ 3 ที่
00:16:22 → 00:16:25มันต่างกันก็คือพูดไปแล้วคือกฎหมายความ
00:16:25 → 00:16:27เข้มงวดเนี่ยมันต่างกันมากๆเพราะฉะนั้น
00:16:27 → 00:16:30การซื้ออาหารเสริมที่เป็น GLP1 เนี่ยครับ
00:16:30 → 00:16:31ความเสี่ยงมันอาจจะสูงกว่าสำหรับผู้
00:16:31 → 00:16:35บริโภคเพราะฉะนั้นผู้บริโภคเองต้องหาข้อ
00:16:35 → 00:16:37มูลเยอะๆแล้วก็หาความรู้ก่อนที่จะเลือก
00:16:37 → 00:16:40ซื้อประทานนะครับถ้าคุณฟัง episod นี้
00:16:40 → 00:16:45แล้วอาจจะมีภาวะอ้วนหรือว่ามีภาวะเบาหวาน
00:16:45 → 00:16:49หวานหรือว่าไขมันพอกตับแล้วถามผมว่าควรจะ
00:16:49 → 00:16:51กิน supplement หรือว่าควรจะกินยาดีผมแนะ
00:16:52 → 00:16:54นำเลยจัดใจนะครับไปหาหมอก่อนครับเพราะว่า
00:16:54 → 00:16:57ให้คุณหมอพิจารณาก่อนว่าเอ๊ะสุขภาพของเรา
00:16:57 → 00:17:00ตอนเนี้ยควรจะจ่ายยาหรือเปล่านะครับเพราะ
00:17:00 → 00:17:04ว่ายา GLP1 เป็นยาที่เวิร์คก็จริงแต่มัน
00:17:04 → 00:17:07ก็ควรจะกินภายใต้การดูแลของคุณหมอนะครับ
00:17:07 → 00:17:08เพราะมันมี S effectฟเฟectอย่างที่ผมบอก
00:17:09 → 00:17:11เนาะแต่ถ้าเกิดว่าคุณอาจจะไม่ได้เป็นโรค
00:17:11 → 00:17:13ไม่ได้เป็นโรคร้ายเป็นคนสุขภาพดีนี่แหละ
00:17:13 → 00:17:15แต่รู้สึกว่าใส่ใจกับรูปร่างหุ่นตัวเอง
00:17:15 → 00:17:18อยากจะหาอาหารเสริมที่มันช่วยคุมความหิว
00:17:18 → 00:17:20ที่จะช่วยทำลดน้ำหนักได้ง่ายเนี่ยครับ
00:17:20 → 00:17:23แล้วอยากลองอาหารเสริมลองได้มั้ลองได้แต่
00:17:23 → 00:17:27ว่าอย่างที่บอกไปเอาสารต่างๆไปเสิร์ชดู
00:17:27 → 00:17:30ลองดูซิว่ามันมีงานวิจัยรองรับมว่าสาร
00:17:30 → 00:17:32เหล่านั้นเนี่ยมันสามารถจะเพิ่มระดับ GLP1
00:17:32 → 00:17:33ได้นะครับแล้วหลังจากซื้อมากินแล้วเนี่ย
00:17:33 → 00:17:35ก็ลองประเมินเป็นระยะดูซิว่ากินเข้าไป
00:17:35 → 00:17:39แล้วเนี่ยมันช่วยมั้ยอย่าเพิ่งเทใจ 100%
00:17:39 → 00:17:41ให้กับอาหารเสริมไม่ว่าตัวใดก็ตามนะครับ
00:17:41 → 00:17:43แล้วอย่างี้ถ้าเราไม่อยากกินทั้งยาแล้ว
00:17:43 → 00:17:45ไม่อยากกินทั้งอาหารเสริมเนี่ยมันวิธีใน
00:17:45 → 00:17:47การ boost หรือว่าเพิ่มระดับของ GLP1 ใน
00:17:47 → 00:17:50ร่างกายได้มั้ยคำตอบก็คือเพิ่มได้อยู่
00:17:50 → 00:17:52แล้วครับมันมีเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่เราพอจะ
00:17:52 → 00:17:55ทำได้แล้วมันก็เพิ่มได้มีงานวิจัยศึกษา
00:17:55 → 00:17:57อยู่นะครับอย่างแรกเลยคือเรื่องลำดับของ
00:17:57 → 00:18:00การกินจริงๆผมเคยพูดเรื่องเนี้ยบ่อยครั้ง
00:18:00 → 00:18:02มากๆเลยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดนะ
00:18:02 → 00:18:05ครับคือเราควรจะกินไฟเบอร์คือพวกผักก่อน
00:18:05 → 00:18:08ถ้าเลือกได้ในมื้ออาหารทุกมื้อนะครับแล้ว
00:18:08 → 00:18:10ก็ตามด้วยโปรตีนไขมันแล้วก็เก็บพวกแป้ง
00:18:10 → 00:18:12น้ำตาลไว้ท้ายๆนะครับเพราะว่ามันมีงาน
00:18:12 → 00:18:14วิจัยที่เอาคนมาเทียบกันเลยครับในมื้อ
00:18:14 → 00:18:16เดียวกันน่ะให้กินแป้งหรือว่า
00:18:16 → 00:18:19คาร์โบไฮเดรตก่อนกับกินแป้งหรือ
00:18:19 → 00:18:23คาร์โบไฮเดรตทีหลังนะครับในอาหารเหมือน
00:18:23 → 00:18:25กันเนี่ยครับก็เจอว่ากลุ่มที่คำแรกๆเนี่ย
00:18:25 → 00:18:28ครับกินคาร์โบไฮเดรตก่อนเนี่ยครับระดับ
00:18:28 → 00:18:31ของ GLP1 เนี่ยต่ำกว่ากลุ่มที่กิน
00:18:31 → 00:18:34คาร์โบไฮเดรตหลังๆคือไปกินไฟเบอร์แล้วก็
00:18:34 → 00:18:37โปรตีนก่อนนะครับเขาเจอว่าไฟเบอร์กับ
00:18:37 → 00:18:39โปรตีนที่กินเข้าไปก่อนเนี่ยมันจะไปบล็อก
00:18:39 → 00:18:42ทำให้ปริมาณน้ำตาลเนี่ยครับมันถูกดุจซึม
00:18:43 → 00:18:45เข้าไปในเลือดชัดฟ้าลงแล้วมันก็ส่งผลทำ
00:18:45 → 00:18:48ให้ GLP1 เนี่ยมันสูงขึ้นเพราะฉะนั้นโดย
00:18:48 → 00:18:52สรุปกินไฟเบอร์ก่อนตามด้วยโปรตีนช่วย
00:18:52 → 00:18:55เพิ่ม GLP1 ได้ครับอย่างที่ 2 ครับการกิน
00:18:55 → 00:18:57โปรตีนเยอะๆเนี่ยก็เจอเลยครับว่ามัน
00:18:57 → 00:18:59สามารถที่จะไปเพิ่มระดับ GLP1 ได้เช่นกัน
00:18:59 → 00:19:02นะครับคำอธิบายง่ายๆนะครับว่าทำไมมันถึง
00:19:02 → 00:19:04ไปเพิ่ม GLP1 เพราะว่าสังเกตได้นะครับ
00:19:04 → 00:19:07มื้อไหนที่เรากินโปรตีนเยอะๆไขมันเยอะๆ
00:19:07 → 00:19:10เนี่ยครับเราจะรู้สึกอิ่มนานเพราะว่า
00:19:10 → 00:19:12อาหารเหล่านั้นเนี่ยมันจะอยู่ในกระเพาะ
00:19:12 → 00:19:14นานขึ้นมันจะมีสัญญาณที่ทำให้กระเพาะ
00:19:14 → 00:19:16เนี่ยกักเก็บสารอาหารเหล่านี้นานเป็น
00:19:16 → 00:19:18พิเศษพอมันมีอาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น
00:19:18 → 00:19:20GLP1 เนี่ยมันก็เลยสูงขึ้นเพราะว่าเซลล์
00:19:20 → 00:19:22ในกระเพาะเนี่ยครับมันเซนว่ามันมีอาหาร
00:19:22 → 00:19:24อยู่หรือเปล่าแค่นั้นเองนะครับอีกอย่าง
00:19:24 → 00:19:25นึงที่เขา้าเจอแล้วก็ค่อนข้างจะ
00:19:25 → 00:19:27เซอร์ไพรส์แล้วเป็นสิ่งที่ผมเคยพูดไปแล้ว
00:19:27 → 00:19:30ด้วยนะครับคือให้เคี้ยวให้มันนานขึ้นครับ
00:19:30 → 00:19:32มีการทดลองครับให้คนมากินกะหล่ำที่เป็น
00:19:32 → 00:19:35กะหล่ำที่หั่นฝอยแล้วให้ต้องเคี้ยวกับให้
00:19:35 → 00:19:37กินกะหล่ำที่อยู่ในรูป peure ก็คือกิน
00:19:37 → 00:19:38แล้วกลืนได้เลยไม่ต้องเคี้ยวนะครับก็เจอ
00:19:38 → 00:19:41ว่ากลุ่มที่ต้องเคี้ยวกะหล่ำที่มีแมสอยู่
00:19:41 → 00:19:44เนี่ยครับสามารถจะเพิ่มระดับ GLP1 ได้สูง
00:19:44 → 00:19:47กว่ากลุ่มที่กินกะหล่ำแบบเพียวเพราะ
00:19:47 → 00:19:49ฉะนั้นใครอยากเพิ่ม GLP1 เทคนิคนึงง่ายๆ
00:19:49 → 00:19:51นะครับพยายามเคี้ยวให้เยอะๆอย่าเพิ่งรีบ
00:19:51 → 00:19:54กลืนอาหารเคี้ยวให้ละเอียดก่อนนะครับ
00:19:54 → 00:19:56อย่างที่ผมเคยเล่าไปใน episod ก่อนๆครับ
00:19:56 → 00:19:59การที่เราเคี้ยวอาหารนานมากยิ่งขึ้นหรือ
00:19:59 → 00:20:02ว่ากินอาหารช้าลงมากยิ่งขึ้นด้วยครับจุด
00:20:02 → 00:20:04นึงสมองเราเนี่ยมันจะเซนได้ว่าเราอิ่ม
00:20:04 → 00:20:08แล้วก็ทำให้เรากินอาหารน้อยลงโดยปริยาย
00:20:08 → 00:20:11มันก็ช่วยให้เราลดน้ำหนักได้นะครับเพราะ
00:20:11 → 00:20:12ฉะนั้นวันนี้ครับสิ่งที่ผมอยากให้ทุกคน
00:20:12 → 00:20:17ได้รับกลับไปคือ 1 ทุกคนรู้จักกับ GLP1
00:20:17 → 00:20:19แล้วนะครับว่าจริงๆแล้ว GLP1 มันคือ
00:20:19 → 00:20:21ฮอร์โมนที่ร่างกายของเราสร้างขึ้นมานี่
00:20:21 → 00:20:24แหละเพื่อบอกเราให้เรารู้สึกอิ่มแล้วก็
00:20:24 → 00:20:27ไม่อยากอาหารนะครับพอนักวิทยาศาสตร์เนี่ย
00:20:27 → 00:20:28เขารู้อย่างนั้นนะครับเค้าก็เลยพัฒนาเป็น
00:20:28 → 00:20:32ยากลุ่ม GLP1 ที่จะช่วยดูแลคนไข้ที่เป็น
00:20:32 → 00:20:35โรคเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว
00:20:35 → 00:20:38ก็ควบคุมปริมาณไขมันที่สะสมในตับแล้วก็ดู
00:20:38 → 00:20:41แลสุขภาพของหลอดเลือดเพื่อลดความเสี่ยง
00:20:41 → 00:20:44ทางโรคstrรแล้วก็พวกหัวใจขาดเลือดนะครับ
00:20:44 → 00:20:48supplement GLP1 ก็มีเช่นกันแต่ว่าคนละ
00:20:48 → 00:20:51Meanism กับยาเลยนะครับยาเนี่ย efficacy
00:20:51 → 00:20:53สูงกว่ามากเพราะฉะนั้นถ้าใครกำลังเผชิญ
00:20:53 → 00:20:56กับภาวะโรคอ้วนผมแนะนำให้ไปเจอคุณหมอก่อน
00:20:56 → 00:20:59นะครับเดี๋ยวผมจะเชิญคุณหมอที่เป็นคุณหมอ
00:20:59 → 00:21:02ด้านเอนโดินโดยเฉพาะก็คือด้านของฮอร์โมน
00:21:02 → 00:21:05เนี่ยที่จ่ายยากลุ่มนี้อยู่แล้วในการดูแล
00:21:05 → 00:21:08คนไข้โรคอ้วนแล้วก็โรคเบาหวานมาแชร์พูด
00:21:08 → 00:21:11คุยกันว่าปัจจุบันเนี่ยมันมียากลุ่ม GLP1
00:21:11 → 00:21:14เนี่ยกี่ตัวแล้วก็มันมีข้อบ่งชี้ในการใช้
00:21:14 → 00:21:16ยายังไงมี Sidez เอฟเฟectยังไงเพื่อที่
00:21:16 → 00:21:18ทุกคนจะได้มีความรู้ในการดูแลตัวเองเมื่อ
00:21:18 → 00:21:21เป็นโรคเบาหวานนะครับและทุกคนสามารถที่จะ
00:21:21 → 00:21:24เพิ่มระดับของฮอร์โมน GLP1 ได้ด้วยตัวเอง
00:21:24 → 00:21:26ด้วยวิธีง่ายๆทุกมื้อเลยนะครับด้วยการ
00:21:26 → 00:21:29เลือกกินไฟเบอร์โปรตีนแล้วก็ไขมันก่อน
00:21:29 → 00:21:32แล้วเก็บแป้งกับน้ำตาลไว้กินคำท้ายๆครับ
00:21:32 → 00:21:34ลองไปทำกันดูนะครับมันสามารถจะช่วยให้
00:21:34 → 00:21:37ฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมความหิวของเราเนี่ย
00:21:37 → 00:21:39หลั่งได้เพิ่มขึ้นแล้วก็ช่วยลดน้ำหนัก
00:21:39 → 00:21:44แล้วก็ไขมันได้ดีน่ากินขึ้นครับ
00:21:44 → 00:21:48Top to the standard podcast eye
00:21:48 → 00:21:52opening for for