00:00:00 → 00:00:047 โรคต้องระวังเมื่อท่านปวดท้องด้านขวาครับ
00:00:04 → 00:00:06โอ้โห ท้องเรามีหลายด้านนะครับ
00:00:06 → 00:00:08โรคเราก็มีโรคหลายอย่าง
00:00:08 → 00:00:11แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านปวดท้องด้านขวาครับ
00:00:11 → 00:00:147 โรคนี้ท่านต้องระวังครับ
00:00:22 → 00:00:23สวัสดีครับ ผมหมอท๊อปนะครับ
00:00:23 → 00:00:25และนี่คือ DOCTOR TOP Channel
00:00:25 → 00:00:28รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระครับ
00:00:29 → 00:00:33วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องเกี่ยวกับอาการปวดท้องครับ
00:00:33 → 00:00:387 โรคต้องระวังเมื่อท่านปวดท้องด้านขวาครับ
00:00:38 → 00:00:40โอ้โห ท้องเรามีหลายด้านนะครับ
00:00:40 → 00:00:42โรคเราก็มีโรคหลายอย่าง
00:00:42 → 00:00:44แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านปวดท้องด้านขวาครับ
00:00:45 → 00:00:487 โรคนี้ท่านต้องระวังครับ
00:00:48 → 00:00:49ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:00:49 → 00:00:52กด Subscribe และกดกระดิ่ง ขอบคุณครับ
00:00:52 → 00:00:55สำหรับท่านที่มีเวลาน้อย
00:00:55 → 00:00:56ข้ามไปที่ 3 นาทีหลังก่อนครับ
00:00:56 → 00:00:59ผมมีสรุปไว้ให้เรียบร้อยครับผม
00:00:59 → 00:01:02และถ้าเมื่อไหร่ท่านมีเวลา อยากจะให้ย้อนกลับมาดู
00:01:02 → 00:01:03มันลงรายละเอียดครับเพราะว่า
00:01:03 → 00:01:06ในรายละเอียดในมันมีอะไรที่น่าสนใจเยอะ
00:01:06 → 00:01:08เพียงแต่ต้องใช้เวลานิดนึงเท่านั้นเองนะครับ
00:01:08 → 00:01:11ส่วนท่านที่มีเวลา เราไปพร้อมๆ กันเลยครับ
00:01:11 → 00:01:147 โรคที่ต้องระวังเมื่อท่านปวดท้องด้านขวาเนี่ย
00:01:15 → 00:01:17ถ้าท่านรู้ ถ้าท่านสังเกตปุ๊บเนี่ย
00:01:17 → 00:01:21ผมบอกเลยว่าจะสามารถวินิจฉัยโรคได้ตัวเองพอสมควรเลย
00:01:21 → 00:01:25เพราะว่ามันมีรายละเอียดที่ดูไม่ยาก
00:01:25 → 00:01:28แล้วเมื่อท่านรู้ ท่านสามารถรีบไปพบแพทย์ได้ในทันที
00:01:28 → 00:01:31ซึ่งจะทำให้บอกอาการกับแพทย์ได้อย่างถูกต้อง
00:01:31 → 00:01:35ทำให้การรักษายอดเยี่ยม ได้ผลดี แล้วก็หายเร็วครับ
00:01:35 → 00:01:38มาดูที่ข้อใดเป็นก่อน สำหรับปวดท้องด้านขวาครับ
00:01:38 → 00:01:41โรคนี้พลาดไม่ได้ครับ ไส้ติ่งอักเสบ
00:01:42 → 00:01:44คือไส้ติ่งอักเสบเนี่ยเป็นโรคที่เขาเรียกว่า
00:01:44 → 00:01:46เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านปวดท้องด้านขวา
00:01:46 → 00:01:49โดยเฉพาะด้านขวาล่างๆ ต่ำกว่าสะดือ
00:01:49 → 00:01:51ให้คิดถึงไส้ติ่งอักเสบเสมอ
00:01:51 → 00:01:55แต่ไส้ติ่งอักเสบไม่ใช่แค่ปวดท้องด้านขวาล่างเท่านั้น
00:01:55 → 00:01:57เขาจะต้องมีอาการดังนี้ครับ
00:01:57 → 00:01:591. มีไข้ขึ้น
00:01:59 → 00:02:02ถ้ามีไข้เนี่ยไม่ค่อยเหมือนไส้ติ่งอักเสบ
00:02:02 → 00:02:062. มีคลื่นไส้อาเจียน อาจจะไม่ท้องเสียถ่ายเหลว
00:02:06 → 00:02:10แบบนี้เขาเรียกว่ามีอาการทางระบบทางเดินอาหาร
00:02:10 → 00:02:12อันนี้ก็ยิ่งน่าสงสัยเข้าใหญ่
00:02:12 → 00:02:153. ต้องมีอาการไม่อยากอาหาร
00:02:15 → 00:02:18ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านยังทานอาหารได้ปกตินะครับ
00:02:18 → 00:02:21โอกาสเป็นไส้ติ่งต่ำมากๆ
00:02:21 → 00:02:23เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อมีอาการอย่างที่ผมบอก
00:02:23 → 00:02:25แล้วปวดท้องด้านขวาล่างนะครับ
00:02:25 → 00:02:29ให้สงสัยไส้ติ่งอักเสบแล้วรีบไปพบแพทย์โดยด่วนครับ
00:02:29 → 00:02:33มาต่อกันที่โรคที่ 2 ก็คือโรคเกี่ยวกับไต
00:02:33 → 00:02:37ไตของเรามีทั้งสองข้างมีทั้งซ้ายแล้วก็มีทั้งขวานะครับ
00:02:37 → 00:02:40ซึ่งไตเนี่ยจะอยู่แถวราวๆ สะดือของเราซ้ายขวา
00:02:40 → 00:02:43เพราะฉะนั้นเวลาปวดมันก็จะปวดท้องทางด้านขวานี่แหละ
00:02:43 → 00:02:46หรือทางด้านซ้ายก็ได้ แต่จะบนหรือล่างก็ได้นะครับ
00:02:46 → 00:02:48ซึ่งอาการปวดของไต
00:02:48 → 00:02:52โดยส่วนใหญ่ก็คือเกี่ยวกับนิ่วในไตนั่นเองครับ
00:02:52 → 00:02:55ซึ่งนิ่วในไตเนี่ยจะมีอาการร่วมต่างๆ
00:02:55 → 00:02:59เช่น ปัสสาวะมีสีผิดปกติ มีสีดำคล้ำ
00:02:59 → 00:03:02อาการปวดก็เป็นๆ หายๆ
00:03:02 → 00:03:04บางครั้งหายไปได้เองนะครับ
00:03:04 → 00:03:07บางทีก็อาจจะมีไข้ มีหนาวสั่น
00:03:07 → 00:03:10ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
00:03:10 → 00:03:13สีปัสสาวะอาจจะมีขาวขุ่นเกิดจากการติดเชื้อนะครับ
00:03:13 → 00:03:17แบบนี้ให้สงสัยว่าอาจจะเป็นนิ่วในไต
00:03:17 → 00:03:20หรืออาจจะมีภาวะกรวยไตอักเสบนะครับ
00:03:20 → 00:03:24ถ้ามีไข้สูง หนาวสั่น ก็ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วนครับ
00:03:24 → 00:03:28ส่วนโรคที่ 3 เราจะพลาดหรือลืมไม่ได้เลยครับ
00:03:28 → 00:03:31เพราะว่ามันก็คือโรคตับอักเสบนั่นเองครับ
00:03:31 → 00:03:36ตับของเราในอยู่ทางด้านขวา อยู่บริเวณนี้
00:03:36 → 00:03:38ใต้ชายโครงนิดนึงนะครับ
00:03:38 → 00:03:40เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านปวดบริเวณใต้ชายโครง
00:03:40 → 00:03:43มีตาเหลืองตัวเหลืองนะครับ
00:03:43 → 00:03:44เมื่อไหร่ก็ตามมีตาเหลืองตัวเหลือง
00:03:44 → 00:03:49ให้นึกว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับโรคแถวๆ ตับนี้แหละ
00:03:49 → 00:03:52ปวดท้องด้านขวา มีตาเหลืองตัวเหลืองนะครับ
00:03:52 → 00:03:56ให้รีบพบแพทย์ มีไข้อะไรอย่างนี้
00:03:56 → 00:03:58สามารถรักษาได้นะครับ
00:03:58 → 00:04:01ทุเลาอาการได้แล้วก็จำเป็นที่จะต้องตรวจด้วยครับว่า
00:04:01 → 00:04:05เป็นตับอักเสบแบบไหน มีอย่างอื่นซ่อนอยู่หรือเปล่า
00:04:05 → 00:04:08อันนี้จำเป็นต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร่งด่วนนะครับ
00:04:08 → 00:04:12มาต่อกันที่โรคที่ 4 โรคนี้ก็น่าสนใจ คนเป็นกันเยอะครับ
00:04:13 → 00:04:17ปวดท้องด้านขวาให้นึกถึงนิ่วในถุงน้ำดีครับ
00:04:17 → 00:04:23เนื่องจากตัวถุงน้ำดีซ่อนอยู่ใต้ตับ
00:04:23 → 00:04:26อาการปวดของเขาเนี่ยจะมีความคลาสสิกนิดนึงครับ
00:04:26 → 00:04:29ก็คือเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านทานอาหารมันๆ เข้าไป
00:04:29 → 00:04:33ถุงน้ำดีเราจะบีบตัว เวลาทานอาหารไปมันจะบีบตัว
00:04:33 → 00:04:35เพราะฉะนั้นอาการปวดของถุงน้ำดีเนี่ย
00:04:35 → 00:04:39มันจะเกิดขึ้นเมื่อถุงน้ำดีมันบีบตัวไล่น้ำดีออกไป
00:04:39 → 00:04:40เพื่อจะย่อยไขมันเนี่ย
00:04:40 → 00:04:45แต่เผอิญไอ้นิ่วมันขวางรูออกอยู่มันก็เลยปวด
00:04:45 → 00:04:47พยายามบีบอยู่นั่นแหละ มันก็ปวดนะครับ
00:04:47 → 00:04:51เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือสาเหตุของนิ่วในถุงน้ำดีทำไมถึงปวด
00:04:51 → 00:04:55และอาการปวดก็มักจะเป็นหลังที่ท่านทานอาหารไปสักพักนึงแล้ว
00:04:55 → 00:04:57โดยเฉพาะอาหารมันๆ
00:04:57 → 00:05:00เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีอาการแบบนี้รีบพบแพทย์โดยด่วนครับ
00:05:00 → 00:05:05มาต่อกันที่ ที่ 5 ที่เกี่ยวกับอาการปวดท้องด้านขวานะครับ
00:05:05 → 00:05:08คราวนี้เราจะเป็นโรคของผู้หญิงๆ กันบ้างนิดนึงครับ
00:05:08 → 00:05:11ก็คืออาการปวดประจำเดือนนั่นเอง
00:05:11 → 00:05:15บางทีการปวดท้องมันไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นโรคร้ายแรง
00:05:15 → 00:05:19มันก็เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะท่านผู้หญิงทั้งหลาย
00:05:19 → 00:05:22ที่ยังเป็นวัยที่มีประจำเดือนอยู่นะครับ
00:05:22 → 00:05:24บางคนเป็นมาก บางคนเป็นน้อย
00:05:24 → 00:05:27บางคนเป็นมากจนที่แบบว่าทำอะไรไม่ได้เลย
00:05:27 → 00:05:28ก็คุณผู้ชายก็ต้องเห็นใจนะครับ
00:05:28 → 00:05:31เวลาคุณผู้หญิงมีประจำเดือนต้องยอมทุกอย่าง
00:05:31 → 00:05:34อันนี้คือหลักการเลยนะครับ
00:05:35 → 00:05:39ก็ปวดประจำเดือนสามารถแก้ไขโดยการกินยาแก้ปวดนะครับ
00:05:39 → 00:05:42ประคบเย็น แล้วก็นอนพักผ่อนนะครับ
00:05:42 → 00:05:44อาการปวดประจำเดือนเนี่ยมันก็มาทุกเดือนแหละครับ
00:05:44 → 00:05:47ไม่มีเดือนไหนไม่มาหรอกครับ เดือนนี้ปวด เดือนนั้นไม่ปวด
00:05:47 → 00:05:48ส่วนใหญ่ก็มาทุกเดือน
00:05:48 → 00:05:53อาการจะลดลงหลังจากที่หมดประจำเดือนไปแล้ว
00:05:53 → 00:06:00หรือท่านที่มีลูกแล้วคลอดลูก อาการก็จะเบาลงทีละนิดๆ
00:06:00 → 00:06:05ก็ลองดู ถ้าเกิดไม่อยากปวดบ่อยก็อาจจะมีบุตรนะครับ
00:06:05 → 00:06:10ก็โอเคเหมือนกัน อาการก็จะลดลงได้ครับ ลองดู
00:06:10 → 00:06:14ต่อมาอาการอย่างที่ 6 อันนี้อันตรายเลยครับ
00:06:14 → 00:06:19เขาเรียกว่าภาวะท้องนอกมดลูกครับ
00:06:19 → 00:06:21ท้องนอกมดลูกนะครับ
00:06:21 → 00:06:23คือปกติเราท้องในมดลูก
00:06:23 → 00:06:25แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ท้องนอกมดลูกเนี่ย
00:06:25 → 00:06:29มันจะเกิดปัญหา เกิดอาการที่เขาเรียกว่า
00:06:29 → 00:06:32มันแตกออกในช่องท้องซึ่งจะมีอาการปวดมากนะครับ
00:06:32 → 00:06:35เมื่อไรก็ตามท่านมีอาการปวดท้อง
00:06:35 → 00:06:39ไม่ว่าจะเป็นด้านขวาหรือด้านซ้าย ท้องนอกมดลูกได้ทั้งคู่
00:06:39 → 00:06:43และมีประจำเดือนขาดหายไป
00:06:43 → 00:06:44เหมือนภาวะท้องเลยนะครับ
00:06:44 → 00:06:48ทุกอย่างเหมือนท้องหมด แต่ท้องก็ไม่โตนะ
00:06:48 → 00:06:51แต่เหมือนท้องทุกอย่างเลย แต่มีอาการอยู่ดีๆ มีไข้ขึ้น
00:06:51 → 00:06:53มีปวดท้องด้านขวาหรือด้านซ้ายนะครับ
00:06:53 → 00:06:56คิดว่ามันน่าจะคล้ายๆ อาการท้อง
00:06:56 → 00:06:58เราน่าจะท้อง แต่ว่าปวดท้อง
00:06:58 → 00:06:59แล้วมีไข้ขึ้นให้พบแพทย์เลยครับ
00:06:59 → 00:07:03อาจจะเป็นท้องนอกมดลูกได้และมีอาการแตกเข้ามาในช่องท้อง
00:07:03 → 00:07:06ไปช้านี่ถึงเสียชีวิตนะครับ อันตรายจริงๆ นะครับ
00:07:06 → 00:07:12และมันดูโรคอย่างที่ 7 อย่างสุดท้ายก็คืออุ้งเชิงกรานอักเสบ
00:07:12 → 00:07:15อุ้งเชิงกรานอักเสบก็เป็นโรคของคุณผู้หญิงนะครับ
00:07:15 → 00:07:18ซึ่งอาจารย์อุ้งเชิงกรานอักเสบเนี่ย
00:07:18 → 00:07:21ก็จะมี เช่น กลิ่นออกมาจากอวัยวะเพศ
00:07:21 → 00:07:25หรือมีน้ำที่มีเป็นเมือก เป็นกลิ่นเหม็นออกมา
00:07:25 → 00:07:28เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในมันติดเชื้ออยู่นะครับ
00:07:28 → 00:07:31ซึ่งพวกนี้มันก็จะค่อนข้างชัดเจน
00:07:31 → 00:07:34และบางทีก็จะมีอาการปวดท้องร่วมกับมีไข้สูง
00:07:34 → 00:07:38ก็ต้องลองดูครับว่าท่านมีอาการแบบนี้หรือเปล่า
00:07:38 → 00:07:43หรือบางครั้งก็มีอาการปวดขณะที่มีเพศสัมพันธ์
00:07:43 → 00:07:46อย่างนี้ก็ต้องดูว่าเรามีหรือเปล่า
00:07:46 → 00:07:48ถ้ามี แล้วมีอาการปวดท้องด้วย
00:07:48 → 00:07:50ก็ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร่งด่วนครับ
00:07:50 → 00:07:57และนี่ก็คือ 7 โรคที่ต้องระวังเมื่อท่านมีอาการปวดท้องด้านขวา
00:07:57 → 00:08:05คราวนี้ผมขออนุญาตสรุป 7 อาการ หรือ 7 โรคที่ต้องระวัง
00:08:05 → 00:08:07เมื่อท่านมีอาการปวดท้องด้านขวาครับ
00:08:08 → 00:08:12รู้เร็ว ไปหาแพทย์เร็ว รักษาเร็ว หายเร็วครับ
00:08:12 → 00:08:15มาดูกันครับ อันแรกพลาดไม่ได้เลยครับ
00:08:15 → 00:08:17ไส้ติ่งอักเสบ
00:08:17 → 00:08:19ไส้ติ่งของเรามันก็มีอยู่อันเดียวแหละครับ
00:08:19 → 00:08:24โดยส่วนใหญ่มันจะอยู่ด้านขวาและมีอาการปวดที่ด้านขวา
00:08:24 → 00:08:27แต่ไส้ติ่งอักเสบเนี่ยมันจะไม่แค่ปวดเฉยๆ ครับ
00:08:27 → 00:08:31มันจะต้องมีอาการร่วมต่าง ๆ เช่น มีไข้ขึ้นสูง
00:08:32 → 00:08:34มีอาการเบื่ออาหาร
00:08:34 → 00:08:37อาจจะมีท้องเสีย ถ่ายเหลว
00:08:38 → 00:08:41แบบนี้ครับ ถึงนึกถึงไส้ติ่งอักเสบนะครับ
00:08:41 → 00:08:43ไม่ใช่ว่าฉันปวดท้องด้านขวาล่างแล้ว
00:08:43 → 00:08:45จะเป็นไส้ติ่งอักเสบอย่างเดียว อย่างนี้ไม่ใช่นะครับ
00:08:45 → 00:08:49ไส้ติ่งอักเสบบางทีช่วงแรกๆ อาจจะตรวจยากนิดนึง
00:08:49 → 00:08:52เพราะว่ามันจะเริ่มต้นปวดมวนแถวๆ สะดือก่อน
00:08:52 → 00:08:54แล้วค่อยย้ายมาปวดด้านขวาล่างนะครับ
00:08:54 → 00:08:57อันนี้เป็นอาการทั่วไปของมันนะครับ
00:08:57 → 00:08:59แต่ว่าถ้าเกิดท่านปวดด้านขวาล่างชัดเจน
00:08:59 → 00:09:02มีไข้ขึ้นสูง ถ่ายเหลว เบื่ออาหาร ให้รีบพบแพทย์ครับ
00:09:02 → 00:09:04เพราะมีโอกาสเป็นไส้ติ่งอักเสบสูงมากๆ
00:09:04 → 00:09:07และอย่าลืมครับ ด้านซ้ายก็เป็นไส้ติ่งได้นะครับ
00:09:07 → 00:09:09ไม่ใช่ว่าเป็นเฉพาะด้านขวา
00:09:09 → 00:09:12แต่มากกว่า 90% แล้วจะเป็นที่ด้านขวาครับ
00:09:13 → 00:09:15คราวนี้มาโรคที่ 2 ครับ
00:09:15 → 00:09:18คราวนี้เกี่ยวกับไตบ้าง เพราะว่าไตของเรามีทั้งสองข้างเลย
00:09:18 → 00:09:21เพราะฉะนั้นจะปวดขวาหรือปวดซ้ายก็ได้นะครับ
00:09:21 → 00:09:24อาการปวดที่เกิดจากโรคที่เกี่ยวกับไตนั่นก็คือ
00:09:24 → 00:09:27โรคนิ่วในไตนั่นเองครับ
00:09:27 → 00:09:29นิ่วในไตเนี่ยก็จะมีอาการปวด
00:09:29 → 00:09:34แต่เขาจะมีความคลาสสิกคือเรื่องของปัสสาวะ
00:09:34 → 00:09:36ที่อาจจะมีสีคล้ำขึ้นมานะครับ
00:09:36 → 00:09:41เนื่องจากไอ้ตัวนิ่วมันไปขูดแล้วก็มีเลือดปนออกมา
00:09:41 → 00:09:42พอเลือดผสมกับสีปัสสาวะ
00:09:42 → 00:09:45มันก็จะออกสีแบบโค้กๆ นิดๆ
00:09:45 → 00:09:47มันก็จะมีสีปัสสาวะที่ผิดปกติ
00:09:47 → 00:09:50ก็คือมีเม็ดเลือดแดงปนออกมานั่นเองครับ
00:09:50 → 00:09:54ในบางครั้งก็จะพบมีไข้ขึ้นสูงร่วมด้วย
00:09:54 → 00:09:57ซึ่งพวกนี้ก็อาจจะมีภาวะกรวยไตอักเสบร่วมด้วยครับ
00:09:57 → 00:10:00อย่างนี้ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วนครับ
00:10:00 → 00:10:04อาการอย่างที่ 3 คราวนี้มาเกี่ยวกับตับบ้างครับ
00:10:04 → 00:10:07ตับจะอยู่ใต้ชายโครงขวาของเรานะครับ
00:10:07 → 00:10:10เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านปวดใต้ชายโครงขวา
00:10:11 → 00:10:13ร่วมกับมีตาเหลืองตัวเหลืองนะครับ
00:10:14 → 00:10:18ตาเหลืองตัวเหลืองเป็นโรคที่เกี่ยวกับตับแบบค่อนข้างชัดเจนมาก
00:10:18 → 00:10:20เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ตาเหลืองตัวเหลืองให้คิดเลยว่า
00:10:20 → 00:10:23มีภาวะอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับตับ
00:10:23 → 00:10:26โดยส่วนใหญ่แล้วอาจจะเป็นตับอักเสบ
00:10:26 → 00:10:29เมื่อท่านเป็นตับอักเสบก็ให้รีบไปพบแพทย์นะครับ
00:10:29 → 00:10:32มีตาเหลืองตัวเหลืองก็ให้รีบรักษานะครับ
00:10:32 → 00:10:35ก็จะสามารถรักษาได้ดี รักษาได้ทันท่วงที
00:10:35 → 00:10:37โรคแทรกซ้อนก็จะน้อยลงครับ
00:10:37 → 00:10:41มาต่อกันที่โรคที่ 4 นิ่วในถุงน้ำดี
00:10:41 → 00:10:44ถุงน้ำดีมีอยู่ใต้ตัวตับ
00:10:44 → 00:10:48เพราะฉะนั้นเวลาปวดก็ปวดใต้ชายโครงข้างขวานั่นแหละครับ
00:10:48 → 00:10:50อาการปวดเนี่ยคลาสสิคครับ
00:10:50 → 00:10:51ถ้าเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
00:10:51 → 00:10:56มักจะปวดหลังทานอาหารมื้อใหญ่ๆ ไปสักประมาณครึ่งชั่วโมง
00:10:56 → 00:10:59และจะปวดนาน 2-4 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำนะครับ
00:10:59 → 00:11:02และอาการก็จะทุเลาลง นานๆ ก็จะเป็นสักครั้งหนึ่ง
00:11:02 → 00:11:06ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่ออัลตร้าซาวด์ดูครับ
00:11:06 → 00:11:10ว่าเรามีนิ่วในถุงน้ำดีหรือเปล่าครับ
00:11:10 → 00:11:14มาต่อกันที่อาการอย่างที่ 5 หรือโรคชนิดที่ 5 ครับ
00:11:14 → 00:11:17ก็คืออาการปวดประจำเดือนนั่นเองครับ
00:11:17 → 00:11:20คืออาการปวดท้องไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นโรคร้ายแรงนะครับ
00:11:20 → 00:11:21เป็นชีวิตปกติก็ได้
00:11:21 → 00:11:24ก็คืออาการปวดประจำเดือนของคุณผู้หญิงนั่นเองครับ
00:11:24 → 00:11:26แต่มันจะต้องเป็นทุกเดือนนะครับ
00:11:26 → 00:11:28ไม่ใช่เป็นเดือน เว้นเดือน เดือนนี้เป็น เดือนนั้นไม่เป็น
00:11:28 → 00:11:29ส่วนใหญ่ก็จะเป็นทุกเดือน
00:11:29 → 00:11:32ก็คืออาการปวดประจำเดือนนะครับ
00:11:32 → 00:11:34ถ้าเมื่อไหร่คุณผู้หญิงเป็น คุณผู้ชายก็ต้องตามใจทุกอย่าง
00:11:34 → 00:11:37นี่คือหลักการณ์นะครับ จำเอาไว้
00:11:37 → 00:11:40และอาการปวดประจำเดือนเนี่ยมักจะลดลงเรื่อยๆ
00:11:40 → 00:11:42เมื่อท่านเริ่มหมดประจำเดือน
00:11:42 → 00:11:45หรืออันที่ 2 ถ้าท่านมีบุตร
00:11:45 → 00:11:48อาการปวดประจำเดือนก็จะเริ่มลดน้อยลง
00:11:48 → 00:11:51เพราะว่าเวลามดลูกขยายนะครับ
00:11:51 → 00:11:55ตัวเส้นประสาทก็จะโดนทำลายไปรอบๆ เพิ่มเติม
00:11:55 → 00:11:58อาการปวดก็จะลดน้อยลงนะครับ
00:11:58 → 00:12:03ต่อมาข้อที่ 6 ก็คือท้องนอกมดลูก
00:12:03 → 00:12:04ท้องนอกมดลูกเนี่ย
00:12:04 → 00:12:06เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านมีอาการปวดท้องหรือด้านขวาด้านซ้ายก็ได้
00:12:06 → 00:12:10และมีขาดประจำเดือน สงสัยท้องนะครับ
00:12:10 → 00:12:16แบบนี้ต้องระวังเลยว่าอาจจะเกิดภาวะท้องนอกมดลูกได้
00:12:16 → 00:12:18และมาต่อกันที่อันสุดท้ายครับ
00:12:18 → 00:12:21ข้อที่ 7 ก็คืออุ้งเชิงกรานอักเสบนะครับ
00:12:21 → 00:12:25ของคุณผู้หญิงเนี่ยส่วนใหญ่ก็อาจจะพบมีกลิ่นเหม็น
00:12:26 → 00:12:28เป็นน้ำไหลออกมาจากอวัยวะเพศได้
00:12:28 → 00:12:31เป็นหนองได้ มีไข้ขึ้นสูงได้
00:12:31 → 00:12:34มีอาการปวดขณะมีเพศสัมพันธ์หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ได้
00:12:34 → 00:12:36แบบนี้ก็ให้รีบมาพบแพทย์ครับ
00:12:36 → 00:12:41และนี่คือ 7 โรคที่ต้องระวังเมื่อท่านมีอาการปวดท้องด้านขวา
00:12:41 → 00:12:43ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:12:43 → 00:12:45กด Subscribe และกดกระดิ่ง สวัสดีครับ