00:00:00 → 00:00:03คะและในช่วงนี้ค่ะหลายท่านยังคงติดตามเรา
00:00:03 → 00:00:06เพื่อที่จะดูว่าการดูแลรักษาโรควิดาลิ่ง
00:00:06 → 00:00:09เป็นอย่างไรไปก่อนที่จะดูแลรักษานะคะเรา
00:00:09 → 00:00:12จะต้องทราบอาการเป็นก่อนว่าอาการของซี
00:00:12 → 00:00:15ดาร์ลิงนั้นเป็นอย่างไรวันนี้ค่ะเราได้
00:00:15 → 00:00:17รับเกียรติจากวิทยากรนะคะที่จะมาให้ข้อ
00:00:18 → 00:00:20มูลความรู้ความเข้าใจในเรื่องของโรคที่
00:00:20 → 00:00:23Darling ท่านก็คือแพทย์หญิงพู่กลิ่นตรี
00:00:23 → 00:00:27สุโกศลรองผู้อำนวยการด้านการแพทย์สถาบัน
00:00:27 → 00:00:30โรคผิวหนังค่ะท่านจะมาให้ความรู้ความเข้า
00:00:30 → 00:00:33ใจว่าอาการของโรคฝีดาษลิงเป็นอย่างไรไปชม
00:00:33 → 00:00:36กันค่ะสาเหตุของการเกิดโรคฝีดาษลิงเกิด
00:00:36 → 00:00:40จากเชื้อไวรัสชนิดนึงนะคะที่อยู่ใน
00:00:40 → 00:00:45ครอบครัวเดียวกับป๊อกไวรัส 3 ว่าชื่อเขา
00:00:45 → 00:00:47เนี่ยจะชื่อเป็นภาษาอังกฤษเรียกว่าอ่อทบ
00:00:48 → 00:00:52ค็อกซ์ virus ซึ่งก็เป็นเชื้อไวรัสที่ที่
00:00:52 → 00:00:56เจอได้ในกลุ่มสัตว์ที่เป็นฟันแทะทั้งหลาย
00:00:56 → 00:01:00นะคะอย่างเช่นกระรอกกระต่าย
00:01:00 → 00:01:02นี้ก็เป็นเชื้อไวรัสชนิดนึงเหมือนกันค่ะ
00:01:02 → 00:01:05จริงๆเชื้อไวรัสชนิดนี้ก็เจอมานานมากแล้ว
00:01:05 → 00:01:10นะคะแต่เพียงแต่ว่าในอดีตเนี้ยอาจจะยัง
00:01:10 → 00:01:14ค้นพบไม่เจอว่ามีการติดต่อแล้วทำให้เกิด
00:01:14 → 00:01:19โรคนะคะแต่ว่าการเกิดโรคเนี่ยก็จะเกิดจาก
00:01:19 → 00:01:23การที่มีการถ่ายทอดเชื้อไวรัสจากสัตว์
00:01:23 → 00:01:26เริ่มแรกเนี่ยก็จะเป็นจากกรณีจากสัตว์ไป
00:01:26 → 00:01:29ยังสัตว์ก่อนแล้วก็ตอนหลังเนี่ยถึงมีราย
00:01:29 → 00:01:34งานนะคะว่ามีการถ่ายทอดจากสัตว์มายัง
00:01:34 → 00:01:39มนุษย์แล้วทำให้เกิดโรคขึ้นในมนุษย์ผัก
00:01:39 → 00:01:43เอ่ออาจารย์ขาเอ่ออาจจะ / ค่ะการณ์ของโรค
00:01:43 → 00:01:46ฝีดาษลิงค่ะมันจะมีลักษณะอย่างไรบ้างคะ
00:01:46 → 00:01:48และถ้าตัวเราเนี่ยมีอาการอย่างที่อาจารย์
00:01:48 → 00:01:51ว่าเข้าข่ายว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงโรคบิดาลิง
00:01:51 → 00:01:54เนี่ยจะต้องทำอย่างไรบ้างคะการการติด
00:01:54 → 00:01:58เชื้อนะคะถ้าเกิดก็สัตว์ที่ไปสัมผัสกับ
00:01:58 → 00:02:03สารที่เป็นโรคนะคะหรือคนถ้าไปสัมผัสกับ
00:02:03 → 00:02:07สารคัดหลั่งนะคะกับของสัตว์ที่เป็นโรค
00:02:07 → 00:02:13หรือมีการการสัมผัสโดยตรงนะคะจากบาดแผลนะ
00:02:13 → 00:02:17คะก็อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ซึ่งการ
00:02:17 → 00:02:20ติดเชื้อเนี่ยจะต้องอาศัยระยะฟักตัวเนี่ย
00:02:20 → 00:02:24ประมาณ 7 วันถึง 14 วันในบางรายเนี่ยอาจ
00:02:24 → 00:02:27จะเจอได้ว่ามีระยะพักตัวที่นานถึง 21 วัน
00:02:27 → 00:02:31หรือ 3 สัปดาห์นะคะอาการที่ให้ชวนสงสัย
00:02:31 → 00:02:36ว่าอาจจะเป็นโรคนะคะก็จะมีเรื่องของอาการ
00:02:36 → 00:02:39ที่มีไข้สูงอย่างเฉียบพลัน
00:02:39 → 00:02:42ก็บวกกับมีอาการของต่อมน้ำเหลืองโตนะคะ
00:02:42 → 00:02:47และการเกิดผื่นที่ผิวหนังซึ่งการเกิดผื่น
00:02:47 → 00:02:50ที่ผิวหนังเนี่ยจะเกิดอาการ
00:02:50 → 00:02:53ระเบื้องต้นเลยเนี่ยจะเป็นที่บริเวณ
00:02:54 → 00:02:58ตำแหน่งของใบหน้าแล้วก็อาจจะกระจายไปที่
00:02:58 → 00:03:01บริเวณส่วนต่างๆของร่างกายอย่างเช่นฝ่า
00:03:01 → 00:03:06มือฝ่าเท้านะคะหรือในบางรายมีเหมือนกัน
00:03:06 → 00:03:10ที่สามารถเกิดผื่นทั่วตัวเนี่ยได้นะคะโดย
00:03:10 → 00:03:13ที่ลักษณะรอยโรคทางผิวหนังจะเป็นลักษณะ
00:03:13 → 00:03:17ที่เป็นตุ่มแดงขึ้นมากอกแล้วก็กลายเป็น
00:03:17 → 00:03:22ตุ่มน้ำเป็นหนองนะคะแล้วก็มีลักษณะที่
00:03:22 → 00:03:25บุ๋มตัวลงไปเล็กน้อยแล้วในที่สุดเนี่ยจะ
00:03:25 → 00:03:30กลายเป็นแตกเป็นแผลเป็นสเก็ตอยู่นะคะซึ่ง
00:03:30 → 00:03:32ลักษณะของรอยโรคเนี่ยโดยระยะเวลาการ
00:03:32 → 00:03:34ดำเนินโรคของเขาเองเนี้ย
00:03:34 → 00:03:38บางครั้งเนี่ยอาจจะเป็นอยู่นานได้ 3
00:03:38 → 00:03:40เดือนถึง 6 เดือนเลยทีดีกว่าที่มันจะหาย
00:03:40 → 00:03:44แล้วก็ในบางรายเนี่ยก็อาจจะทำให้เกิดรอย
00:03:44 → 00:03:46แผลเป็นขึ้นมาได้เหมือนกันด้วยความที่
00:03:46 → 00:03:49ระยะเวลาการดำเนินโรงงานการดูแลระหว่าง
00:03:49 → 00:03:53ทางเรื่องของการดูแลแผลนะคะอาจจะมีการติด
00:03:53 → 00:03:56เชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนก็อาจจะทำให้แผล
00:03:56 → 00:04:00เป็นอยู่ได้นานมากขึ้นอาจารย์คะแล้วถ้า
00:04:00 → 00:04:03เกิดว่าติดเชื้อโรคฝีดาษลิงขึ้นมาแล้ว
00:04:03 → 00:04:07เนี่ยจะต้องรักษาอย่างไรบ้างคะในกรณีที่
00:04:07 → 00:04:12ก็มีบาดแผลนะคะก็แนะนำว่าถ้าเกิดบาดแผล
00:04:12 → 00:04:16หรือมีตุ่มหนองขึ้นและได้พยายามให้การดู
00:04:16 → 00:04:20แลรักษาโดยการใช้ยาทาอย่างเช่นยาทากลุ่ม
00:04:20 → 00:04:24ที่เป็นยาปฏิชีวนะมาก่อนแล้วรอยลูกไม่หาย
00:04:24 → 00:04:28ไปนะคะเป็นระยะเวลาหนึ่งนะคะบวกกับอาจจะ
00:04:28 → 00:04:32มีอาการอื่นอย่างใช่มีเรื่องของไข้นะคะ
00:04:32 → 00:04:34หรือมีต่อมน้ำเหลือง
00:04:34 → 00:04:38ก็ตามส่วนต่างๆของร่างกายที่ตกขึ้นนะคะก็
00:04:38 → 00:04:42แนะนำว่าคุณจะพบแพทย์นะคะหรือแม้กระทั่ง
00:04:42 → 00:04:47ว่ามีแค่รอยโรคที่ดูแลแล้วไม่หายหรือไม่
00:04:47 → 00:04:50ดีขึ้นเลยหรืออาจจะมีอาการมากขึ้นถ้าไม่
00:04:50 → 00:04:54แน่ใจก็ควรจะพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ
00:04:54 → 00:04:57วินิจฉัยที่จำค้อนะคะ
00:04:57 → 00:05:00ทราบถึงแนวทางการรักษากันไปแล้วที่นี่ที่
00:05:00 → 00:05:03เป็นประเด็นเรื่องของการปลุกสีว่าวันนี้
00:05:03 → 00:05:06ยังต้องปลุกฟิคกันหรือไม่และคนที่เกิด
00:05:06 → 00:05:07ก่อนพุทธศักราช
00:05:07 → 00:05:112523 ได้รับการปลุกสีไปแล้วยังมีภูมิ
00:05:11 → 00:05:14อยู่หรือไม่อยากอธิบายอย่างนี้ค่ะการปลุก
00:05:14 → 00:05:18สีในปัจจุบันคืออะไรการปลุกสีเพื่อป้อง
00:05:18 → 00:05:21กันโรคฝีดาษจะทำให้กับเด็กที่เกิดก่อนปี
00:05:21 → 00:05:24พุทธศักราช 2523 เนื่องจากหลังจากนั้น
00:05:24 → 00:05:28องค์การอนามัยโลกประกาศว่ามีได้หมดไปทำ
00:05:28 → 00:05:31ให้ทั่วโลกยกเลิกปลุกสีตั้งแต่นั้นมาดัง
00:05:31 → 00:05:33นั้นประชากรไทยที่เกิดก่อนปีพุทธศักราช
00:05:33 → 00:05:372523 มีเกือบทุกคนดีการปลุกฟรีป้องกันสี
00:05:37 → 00:05:40ดัดทุกคนแต่ที่เกิดหลังจากนั้นจะไม่ได้
00:05:40 → 00:05:43รับวัคซีนนี้เพราะโรคฝีดาษทุกขวดล้างไป
00:05:43 → 00:05:46หมดแล้วโดยสังเกตได้จากการมีแผลเป็นของ
00:05:46 → 00:05:49การปลุกผีเป็นแผลเป็นที่แบนราบส่วนการที่
00:05:49 → 00:05:52บอกว่าปลุกสีให้กับทารกในปัจจุบันทารกแรก
00:05:52 → 00:05:55เกิดทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน
00:05:55 → 00:05:59วัณโรคหรือว่ามี 4G basico ลิงค์เพื่อ
00:05:59 → 00:06:02ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเป็นการ
00:06:02 → 00:06:05ป้องกันมาให้เป็นวัณโรคโดยการฉีดวัคซีน
00:06:05 → 00:06:08BCG เข้าที่บริเวณต้นแขนของเด็กซึ่งหลัง
00:06:08 → 00:06:11จากการฉีดวัคซีนมักจะทิ้งและเป็นไว้จึง
00:06:11 → 00:06:14กลายเป็นที่มาของคำว่าปลุกสีเพราะมีพระ
00:06:14 → 00:06:17เป็นที่เกิดจากการฉีดวัคซีนนั่นเองอย่าง
00:06:17 → 00:06:20ไรก็ดีนะคะที่ต้องระวังและเป็นกลุ่ม
00:06:20 → 00:06:22เสี่ยงคือในเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกัน
00:06:22 → 00:06:26ต่ำส่วนผู้สูงอายุเคยได้มีการปลูกฝีหรือ
00:06:26 → 00:06:28รับวัคซีนฝีดาษไปก่อนหน้านี้หน้าช่วงเวลา
00:06:28 → 00:06:31นี้ยังบอกได้ไม่ชัดเจนเขาว่าประสิทธิภาพ
00:06:31 → 00:06:34ของกลุ่มกันนั้นจะมีอยู่อย่างไรบ้าง
00:06:34 → 00:06:36ครับ