00:00:00 → 00:00:03วัณโรคนะครับได้ยินชื่อก็อาจจะคุ้นๆนะ
00:00:03 → 00:00:05ครับแล้วก็มีความหวาดกลัวแต่จริงๆก็อาจจะ
00:00:05 → 00:00:07ไม่ใช่เป็นโรคที่น่ากลัวอย่างที่คิดนะ
00:00:07 → 00:00:10ครับวันนี้เราจะชวนทุกคนมาทำความรู้จัก
00:00:10 → 00:00:13กับวัณโรคให้มากขึ้นนะครับว่าวัณโรคนั้น
00:00:13 → 00:00:15มีสาเหตุเป็นอย่างไรมีอาการอย่างไรแล้วก็
00:00:15 → 00:00:18มีวิธีรักษาอย่างไรนะครับเราตามมาดูไป
00:00:18 → 00:00:22พร้อมๆกันดีกว่าครับ
00:00:22 → 00:00:30[เพลง]
00:00:30 → 00:00:33วัณโรคก็เป็นโรคติดเชื้อนะครับซึ่งเกิด
00:00:33 → 00:00:36จากเชื้อที่ชื่อว่าไมโครแบคีรีมคือตัว
00:00:36 → 00:00:39วัณโรคเองก็สามารถทำให้เกิดโรคได้ที่หลาย
00:00:39 → 00:00:42อวัยวะอวัยวะที่สำคัญที่สุดก็คือวัณโรค
00:00:42 → 00:00:46ปอดหรือพอผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคปอดมีการ
00:00:46 → 00:00:50ตายหรือจามนะครับหรือว่าร้องเพลงเชื้อที่
00:00:50 → 00:00:53อยู่ในเสมหะก็จะออกไปสู่บรรยากาศคือถ้าคน
00:00:53 → 00:00:56ที่ใกล้ชิดได้รับเชื้อเข้าไปก็สามารถจะทำ
00:00:56 → 00:00:59ให้เกิดโรคตามมาได้ครับว่าประเทศไทยเนี่ย
00:00:59 → 00:01:02เป็นประเทศที่เรียกได้ว่ามีแหล่งวัณโรค
00:01:02 → 00:01:05ชุกชุมนะครับมีผู้ป่วยรายใหม่ในแต่ละปี
00:01:05 → 00:01:08เนี่ยมากถึง 100,000 รายต่อปีนะครับแล้ว
00:01:08 → 00:01:10ก็มีในจำนวนนั้นเนี่ย 10,000 รายนะครับ
00:01:10 → 00:01:14ชีวิตซึ่งถ้าไม่นับโควิดนะครับวัณโรค
00:01:14 → 00:01:16เนี่ยเป็นโรคติดเชื้อที่มีอัตราตายสูงที่
00:01:16 → 00:01:17สุด
00:01:17 → 00:01:21[เพลง]
00:01:21 → 00:01:23ทีนี้เมื่อคนได้รับเชื้อวัณโรคเข้าสู่
00:01:23 → 00:01:25ร่างกายนะครับนี่ก็เป็นธรรมชาติของโลกนะ
00:01:25 → 00:01:29ครับคือไม่ได้จะเกิดโรคขึ้นมาทันทีซึ่ง
00:01:29 → 00:01:31ต่างจากไข้หวัดหรือโควิดที่เราคุ้นเคยนะ
00:01:31 → 00:01:34ครับเวลารับเชื้อก็เกิดโรคเลยแต่วัณโรค
00:01:34 → 00:01:36เนี่ยนะครับสามารถจะแฝงอยู่ในร่างกาย
00:01:36 → 00:01:38มนุษย์ได้นานๆนั่นเป็นเพราะว่าขึ้นอยู่
00:01:38 → 00:01:41กับภูมิคุ้มกันนะครับภูมิคุ้มกันของเราก็
00:01:41 → 00:01:44จะจัดการคือวัณโรคไว้ได้โดยไม่เกิดโรค
00:01:44 → 00:01:47ขึ้นเลยในจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ
00:01:47 → 00:01:49วัณโรคเข้าสู่ร่างกายทั้งหมดนะครับมีผู้
00:01:49 → 00:01:53ป่วยกลายเป็นโรคขึ้นมาจริงๆแค่ 10% อีก
00:01:53 → 00:01:5690% เนี่ยถ้าภูมิคุ้มกันปกติจะไม่เป็น
00:01:56 → 00:01:59โรคนะแล้ว 10% ที่เป็นโรคเนี่ยก็ไม่ได้
00:01:59 → 00:02:02เกิดขึ้นทันทีนะครับ 5% เนี่ยเกิดขึ้นใน 2
00:02:02 → 00:02:05ปีแรกและ 5% ที่เหลือเกิดขึ้นในช่วงชีวิต
00:02:05 → 00:02:08ที่เหลือจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่ที่รับ
00:02:08 → 00:02:10เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายนะครับไม่ได้ป่วย
00:02:10 → 00:02:12เป็นปัญหาโลกมีข้อมูลนะครับว่าทั้งโลกนี้
00:02:12 → 00:02:16นะครับประมาณว่ามีใครติดเชื้อวัณโรคบ้าง
00:02:16 → 00:02:19เนี่ยจะมีถึง 1 ใน 3 ของประชากรโลกแต่ว่า
00:02:19 → 00:02:22ป่วยเป็นโรคจริงๆเนี่ยไม่ถึงน้อยกว่านั้น
00:02:22 → 00:02:24มากในขณะที่ถ้าภูมิคุ้มกันเราไม่ดีนะครับ
00:02:24 → 00:02:28เช่นอย่างผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันที่แย่
00:02:28 → 00:02:30ที่สุดเลยก็คือผู้ป่วยโรคเอดส์วัณโรคก็จะ
00:02:30 → 00:02:33กำเริบขึ้นมาในภายหลังได้นะครับโอกาสที่
00:02:33 → 00:02:3710% ตลอดชีวิตจะกลายเป็น 10% ต่อปีนะ
00:02:37 → 00:02:40ครับซึ่งเพิ่มโอกาสป่วยเป็นวัณโรคขึ้นมา
00:02:40 → 00:02:44สูงมากนอกจากเพิ่มโอกาสป่วยเป็นวัณโรคสูง
00:02:44 → 00:02:47ขึ้นแล้วเวลาที่เป็นขึ้นมาจริงๆก็จะเป็น
00:02:47 → 00:02:51วัณโรคนอกปอดทำให้วินิจฉัยได้ยากแล้วก็ทำ
00:02:51 → 00:02:54ให้การวินิจฉัยล่าช้าไปแล้วก็มีความรุน
00:02:54 → 00:02:57แรงของวัณโรคที่มากกว่าคนที่ภูมิคุ้มกัน
00:02:57 → 00:03:01ปกติ
00:03:01 → 00:03:04อาการโดยทั่วไปก็จะมีเรื่องของไข้ที่เป็น
00:03:04 → 00:03:08เรื้อรัง 2 สัปดาห์ขึ้นไปจะมีอาการอ่อน
00:03:08 → 00:03:11เพลียมีเหงื่อออกง่ายมีเรื่องของน้ำหนัก
00:03:11 → 00:03:14ตัวที่ลดลงสำหรับวัณโรคปอดก็จะมีอาการไอ
00:03:14 → 00:03:17ถ้าใครที่ไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์นะ
00:03:17 → 00:03:19ครับก็ต้องสงสัยแล้วนะว่ามีโอกาสเป็น
00:03:19 → 00:03:22วัณโรคบางรายก็มีไอเป็นเลือดร่วมด้วยนะ
00:03:22 → 00:03:24ครับอันนี้เราต้องเน้นนะครับว่ามีความ
00:03:24 → 00:03:27เข้าใจผิดนะครับว่าจะต้องมีอาการหลายๆ
00:03:27 → 00:03:29อย่างร่วมกันจริงๆมีอาการเพียงอย่างใด
00:03:29 → 00:03:31อย่างหนึ่งก็สงสัยแล้วนะครับคนที่สงสัย
00:03:31 → 00:03:34ว่าเป็นวัณโรคนะครับก็ควรจะมาพบแพทย์ที่
00:03:34 → 00:03:37โรงพยาบาลนะครับแล้วก็มารับการตรวจเพิ่ม
00:03:37 → 00:03:39เติมซึ่งอันแรกที่แพทย์จะทำก็คือการ
00:03:39 → 00:03:43เอกซเรย์ปอดถ้าสงสัยมันโรคปอด
00:03:43 → 00:03:46ถ้าเกิดมีลักษณะเอกซเรย์ที่ผิดปกติเข้า
00:03:46 → 00:03:49ได้กับวัณโรคก็จะมีการตรวจเพิ่มเติมนะที่
00:03:49 → 00:03:52สำคัญก็คือการตรวจเสมหะนะครับเช่นการย้อม
00:03:52 → 00:03:54สีเสมหะซึ่งการตรวจสภาพเพราะเชื้อโรค
00:03:54 → 00:03:57เนี่ยแต่ก่อนเนี่ยเป็นตัวหลักแต่ว่าใช้
00:03:57 → 00:03:59เวลานานมากครับประมาณ 2 เดือนปัจจุบันมี
00:03:59 → 00:04:01การตรวจ pcr นะครับ
00:04:01 → 00:04:03ของเสมหะซึ่งได้ผลเร็วนะครับและสามารถบอก
00:04:03 → 00:04:07การดื้อยาต่างๆได้ด้วยนะครับสามารถให้ผล
00:04:07 → 00:04:09ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงนะครับเพราะฉะนั้น
00:04:09 → 00:04:12อันนี้ก็จะมาทดแทนเรื่องของการตรวจเสมหะ
00:04:12 → 00:04:19แบบเพาะเชื้อที่มันได้ผลช้าครับ
00:04:19 → 00:04:22รักษาได้ครับวัณโรคมียาที่มีประสิทธิภาพ
00:04:22 → 00:04:25สูงในการรักษานะครับแต่ว่าจะต้องกินยา
00:04:25 → 00:04:28หลายๆขนานไปพร้อมๆกันแล้วก็ใช้เวลารักษา
00:04:28 → 00:04:31นานอย่างน้อย 6 เดือน 6 เดือนนี้สำหรับคน
00:04:31 → 00:04:34ที่ไม่ได้เป็นเชื้อดื้อยานะครับแล้วก็ไม่
00:04:34 → 00:04:37ได้มีการแพ้ยาเพราะถ้าเมื่อไหร่แพ้ยา
00:04:37 → 00:04:41เนี่ยก็จะต้องปรับสูตรยาให้มันอ่อนลงก็
00:04:41 → 00:04:43ต้องกินนานขึ้นนะครับจุดสำคัญเลยก็คือว่า
00:04:43 → 00:04:45ประการที่ 1 นะต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง
00:04:45 → 00:04:49ทุกวันไม่ขาดเข้าใจว่าผู้ป่วยบางรายนะ
00:04:49 → 00:04:52ครับก็จะมีความไม่สบายจากยาบ้างแต่อัน
00:04:52 → 00:04:55นั้นน่ะก็จะต้องกลับมาพบแพทย์นะครับห้าม
00:04:55 → 00:04:57ไปหยุดยารับประทานเองนะครับเพราะว่าการ
00:04:57 → 00:05:00กินยาบ้างหรือหยุดเลือกหยุดยาบางตัวที่
00:05:00 → 00:05:03ตัวเองสงสัยว่าแพ้มันจะทำให้เกิดการดื้อ
00:05:03 → 00:05:06ยาขึ้นครับเพราะว่ายาไม่ครบสูตรก็จะไม่
00:05:06 → 00:05:09ได้ผลแล้วก็มาติดตามการรักษากับแพทย์
00:05:09 → 00:05:11อย่างต่อเนื่องนะครับมีอะไรก็ปรึกษาแพทย์
00:05:11 → 00:05:15ถ้าเกิดมีอาการแพ้นะครับจะต้องพิจารณาว่า
00:05:15 → 00:05:18ยังกินต่อได้ไหมจะต้องกินยาบรรเทาอาการ
00:05:18 → 00:05:21หรือจะจุดยาหรือจะต้องปรับสูตรยาอย่างไร
00:05:21 → 00:05:24หลังจากเรารับประทานยาจำนวนมากไปในช่วง
00:05:24 → 00:05:27ต้นนะครับประมาณ 2 เดือนแพทย์ก็จะทำการ
00:05:27 → 00:05:30ตรวจเอกซเรย์ซ้ำตรวจเสมหะซ้ำว่าโลกดีขึ้น
00:05:30 → 00:05:33หรือเปล่าดูอาการน้ำหนักตัวขึ้นไหมอาการ
00:05:33 → 00:05:36ไข้ไอเราหายหรือเปล่าถ้าเขาดีขึ้นมากใน
00:05:36 → 00:05:39ช่วงหลังของการรักษาเนี่ยยามันก็จะลดลง
00:05:39 → 00:05:42เหลือ 2 ขนานท่านอีกช่วงหนึ่ง 4 เดือนก็
00:05:42 → 00:05:46จะครบสูตรของการรักษาทีนี้การดูแลสุขภาพ
00:05:46 → 00:05:49ก็ต้องดูแลสุขภาพที่ดีขึ้นเลยครับถ้าเกิด
00:05:49 → 00:05:53ว่าก่อนหน้านี้เคยดูแลสุขภาพไม่ดีดื่ม
00:05:53 → 00:05:54เหล้าสูบบุหรี่เพื่อทุกคนจะต้องงดนะครับ
00:05:54 → 00:05:57ทานอาหารที่เป็นประโยชน์พักผ่อนนอนหลับ
00:05:57 → 00:06:00ให้เพียงพอก็จะทำให้โลกนี้หายได้เร็วขึ้น
00:06:00 → 00:06:03นะครับอาจจะต้องควบคุมโรคบางอย่างที่เป็น
00:06:03 → 00:06:06อยู่ให้ดีด้วยนะครับเช่นถ้ามีการติดเชื้อ
00:06:06 → 00:06:08hiv นะครับหรือโรคเอดส์ร่วมด้วยหรือว่า
00:06:08 → 00:06:11เป็นเบาหวานร่วมด้วยเราต้องรักษาโรคเหล่า
00:06:11 → 00:06:14นั้นเนี่ยควบคู่ไปด้วยเพื่อจะได้ผลการ
00:06:14 → 00:06:16รักษาโรคดีที่สุดครับเรื่องของหน้ากาก
00:06:16 → 00:06:19อนามัยนะครับจริงๆเนี่ยเราต้องสวมในคนที่
00:06:19 → 00:06:23มีอาการไอจามเลยครับเพราะว่าคนที่ไอหรือ
00:06:23 → 00:06:26จามก็อาจจะเป็นโรคได้หลายอย่างจะเป็น
00:06:26 → 00:06:28โควิดก็ได้จะเป็นวัณโรคหรือจะเป็นไข้หวัด
00:06:28 → 00:06:31ธรรมดาก็ได้แต่ลูกเหล่านั้นก็สามารถแพร่
00:06:31 → 00:06:33เชื้อไปที่ผู้อื่นได้ใช่ไหมครับจริงๆเรา
00:06:33 → 00:06:36สนับสนุนให้ทุกคนที่มีอาการทางระบบทาง
00:06:36 → 00:06:38เดินหายใจไอจามต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย
00:06:38 → 00:06:40ทั้งสิ้นนะครับมีผู้ป่วยวัณโรคก็เช่นกัน
00:06:40 → 00:06:44ครับก็ยิ่งจะต้องสวมใส่อนามัยอาจจะต้อง
00:06:44 → 00:06:47ต่อเนื่องไปจนกว่าที่จะไม่มีอาการแล้ว
00:06:47 → 00:06:50หรือว่าตรวจเสมหะแล้วไม่พบเชื้อแล้วใน
00:06:50 → 00:06:53กลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นวัณโรค
00:06:53 → 00:06:56สูงนะครับอย่างเช่นผู้ป่วยเองนะครับหรือ
00:06:56 → 00:06:59ว่าผู้ป่วยที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วยโรค
00:06:59 → 00:07:03คือใกล้ชิดนะสัมผัสใกล้ชิดหรือว่ากินยากด
00:07:03 → 00:07:06ภูมิคุ้มกันผู้ป่วยที่กำลังจะต้องได้รับ
00:07:06 → 00:07:09การปลูกถ่ายอวัยวะปัจจุบันนี้นะครับก็มี
00:07:09 → 00:07:12ยาที่ใช้ในการป้องกันการเกิดเป็นวัณโรค
00:07:12 → 00:07:15พูดง่ายๆก็คือการรักษาวัณโรคระยะแฝงนั่น
00:07:15 → 00:07:17เองเมื่อรับประทานแล้วเนี่ยก็จะทำให้
00:07:17 → 00:07:19โอกาสเสี่ยงที่จะกลายเป็นวัณโรคขึ้นมา
00:07:19 → 00:07:23จริงๆลดลงอย่างมากนะครับอันนี้ก็สามารถ
00:07:23 → 00:07:31ที่จะปรึกษาจากแพทย์ที่โรงพยาบาลได้ครับ
00:07:31 → 00:07:34คนที่อยู่ร่วมบ้านนะครับโดยเฉพาะเด็กเล็ก
00:07:34 → 00:07:37จะต้องมาหาว่าป่วยกันวัณโรคหรือยังนะครับ
00:07:37 → 00:07:40เดี๋ยวพอในเด็กเล็กเนี่ยนะครับก็จะต้องไป
00:07:40 → 00:07:44พบกุมารแพทย์ครับจึงอยู่ว่าเราก็อาจจะรับ
00:07:44 → 00:07:47เชื้อไปแล้วเพราะว่ากว่าจะวินิจฉัยได้ใช่
00:07:47 → 00:07:50ไหมครับผู้ป่วยจะไอมาหลายสัปดาห์หรือเป็น
00:07:50 → 00:07:52เดือนแล้วแล้วเราเพิ่งจะมาวินิจฉัยที่โรง
00:07:52 → 00:07:54พยาบาลได้แน่นอนเรามีโอกาสรับเชื้อไปแล้ว
00:07:54 → 00:07:58ในช่วงต่อไปหลังจากนั้นนะครับผู้ป่วยกับ
00:07:58 → 00:08:01คนที่อาศัยร่วมบ้านเนี่ยก็ควรจะมีการแยก
00:08:01 → 00:08:05โรคให้ผู้ป่วยได้รับยาที่ตรงกับโลกอย่าง
00:08:05 → 00:08:07เหมาะสมไม่รับประทานอาหารร่วมกันไม่นอน
00:08:07 → 00:08:10ห้องเดียวกันเพื่อไม่ให้มีการแพร่เชื้อ
00:08:10 → 00:08:14ต่อเนื่องเปิดบ้านให้อากาศถ่ายเทสะดวก
00:08:14 → 00:08:19แล้วก็มีแสงแดดเข้าถึงเสมหะที่ผู้ป่วยขาด
00:08:19 → 00:08:22สินค้าออกมาเนี่ยก็ควรจะอยู่ในทิชชู่นะ
00:08:22 → 00:08:25ครับอยู่ในภาชนะที่มีฝาปิดครับเชื้อมันจะ
00:08:25 → 00:08:27ได้ไม่ฟุ้งขึ้นมาแล้วก็มีการใส่หน้ากาก
00:08:27 → 00:08:28กันมา
00:08:28 → 00:08:33[เพลง]
00:08:33 → 00:08:36มีความเป็นไปได้ครับเพราะว่าการติดเชื้อ
00:08:36 → 00:08:38โควิดนะครับป่วยหรือโรคโควิดก็ทำให้ภูมิ
00:08:38 → 00:08:41คุ้มกันต่ำลงเพราะฉะนั้นก็มีโอกาสที่
00:08:41 → 00:08:43วัณโรคที่แฝงอยู่แล้วในร่างกายเนี่ยก็อาจ
00:08:43 → 00:08:46จะกำเริบขึ้นมาได้เห็นว่าผู้ป่วยส่วน
00:08:46 → 00:08:50หนึ่งที่หายจากโควิดจะมีไอต่อเนื่องมานะ
00:08:50 → 00:08:52ครับอันนี้ก็จำเป็นที่จะต้องมาพบแพทย์ที่
00:08:52 → 00:08:55โรงพยาบาลนะครับดูว่าไม่ใช่เรื่องของ
00:08:55 → 00:08:59วัณโรคกำเนิดที่จะหาสาเหตุจริงต่อให้ครับ
00:08:59 → 00:09:02วัณโรคก็ยังเป็นโรคที่พบบ่อยในประเทศไทย
00:09:02 → 00:09:05นะครับเราก็ต้องมีการใส่ใจสุขภาพของตัว
00:09:05 → 00:09:07เองเพื่อให้ภูมิคุ้มกันของเราดีเพื่อเป็น
00:09:07 → 00:09:10การป้องกันการเกิดวัณโรคในขณะเดียวกันนะ
00:09:10 → 00:09:13ครับก็ต้องใส่ใจคนรอบข้างด้วยนะครับว่ามี
00:09:13 → 00:09:18คนใกล้ชิดเรามีอาการไอจามที่งานผิดปกติ
00:09:18 → 00:09:21หรือเปล่าก็อาจจะต้องดูแลด้วยว่าพาเข้าไป
00:09:21 → 00:09:23พบแพทย์เพราะอาจจะแพร่เชื้อวัณโรคให้เรา
00:09:23 → 00:09:27ในกรณีที่เรามีอาการสงสัยวัณโรคนะครับ
00:09:27 → 00:09:31แล้วก็ไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆนะครับจะได้
00:09:31 → 00:09:34ทำการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธี dcr แล้วก็ได้
00:09:34 → 00:09:38รับยาที่เหมาะสมต่อไปครับฟังหมอจุฬาทุก
00:09:38 → 00:09:42ปัญหามีคำตอบอย่าลืมกดไลค์กดแชร์กด
00:09:42 → 00:09:45Subscribe กดกระดิ่งรายการฟังความข้าง
00:09:45 → 00:09:46หมอกันด้วยนะครับ
00:09:47 → 00:09:50[เพลง]