00:00:00 → 00:00:02สวัสดีครับวันนี้เนี่ยผมจะมาเล่าเรื่อง
00:00:02 → 00:00:04เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนตัวหนึ่งชื่อว่า
00:00:04 → 00:00:07ออกซิโทซินนะครับออกซิโทซินเนี่ยมันเป็น
00:00:07 → 00:00:10ฮอร์โมนที่บางคนอาจจะเรียกมันว่าฮอร์โมน
00:00:10 → 00:00:13แห่งความรักนะฮะซึ่งจริงๆมันอาจจะไม่ถูก
00:00:13 → 00:00:16ต้องซักทีเดียวนะฮะแต่ว่าวันนี้เดี๋ยวเรา
00:00:16 → 00:00:19มาลงรายละเอียดในแง่ของว่าออกซิโตซินเมัน
00:00:19 → 00:00:22มีไว้ทำไมในร่างกายของคนเรานะครับและมัน
00:00:22 → 00:00:24มีฮอร์โมนอะไรอย่างอื่นอีกมั้ยที่เกี่ยว
00:00:24 → 00:00:26ข้องกับความรักนะครับพบกับผมนะครับนาย
00:00:26 → 00:00:29แพทย์ธานีธนียวันเป็นอาจารย์แพทย์อยู่ที่
00:00:29 → 00:00:31ประเทศสหรัฐนฬิกาเชี่ยวชาญโรคปอดการปลูก
00:00:31 → 00:00:34ถ่ายปอดและวิกฤตบำบัดนะครับผมขอเริ่มต้น
00:00:35 → 00:00:37ด้วยเรื่องความเข้าใจที่อาจจะคลาดเคลื่อน
00:00:37 → 00:00:40ไปนิดนึงก่อนนะครับหลายคนเรียกฮอร์โมน
00:00:40 → 00:00:43ออกซิโทซินว่าฮอร์โมนแห่งความรักทำให้
00:00:43 → 00:00:45เกิดความรักซึ่งจริงๆเนี่ยอาจจะคาด
00:00:45 → 00:00:48เคลื่อนไปนะครับสิ่งที่ออกซิโทซินมันทำ
00:00:48 → 00:00:51จริงๆในเรื่องเกี่ยวข้องกับความรักก็คือ
00:00:51 → 00:00:54การทำให้ความสัมพันธ์เหนียวแน่นนะครับ
00:00:54 → 00:00:57หรือที่เราเรียกว่า bonding นั่นเองนะ
00:00:57 → 00:01:00ครับจุดมุ่งหมายของมันเนี่ยทำให้เราเนี่ย
00:01:00 → 00:01:03อยู่กับคู่ของเราได้นานนะครับมีความรัก
00:01:03 → 00:01:06แบบเป็นครอบครัวถ้าเรามีการคลอดลูกออกมา
00:01:06 → 00:01:10นะครับเราก็จะมีความรักความผูกพันกับลูก
00:01:10 → 00:01:12นะครับออกซิโทซินเนี่ยจะเป็นฮอร์โมนที่ทำ
00:01:12 → 00:01:15หน้าที่ประมาณนี้นะครับเดี๋ยวเราลงราย
00:01:15 → 00:01:17ละเอียดว่าเฮ้ยแล้วทำไมมันถึงไม่ใช่
00:01:17 → 00:01:20ฮอร์โมนแห่งความรักตรงๆนะครับแล้วก็จะ
00:01:20 → 00:01:23เล่าลงไปถึงว่าออกซิโทซินมันมายังไงมาจาก
00:01:23 → 00:01:26ไหนแล้วอะไรไปกระตุ้นมันได้ผมขอเริ่มต้น
00:01:26 → 00:01:30ด้วยว่าคนเราเนี่ยจริงๆเกิดมาเราก็ต้องมี
00:01:30 → 00:01:33การสืบต่อนะครับสืบต่อเป็นรุ่นลูกรุ่น
00:01:34 → 00:01:37หลานใช่มั้ยครับสิ่งนึงซึ่งทำให้คนเรา 2
00:01:37 → 00:01:40คนน่ะชอบกันได้นะครับก็คือความแตกต่างกัน
00:01:40 → 00:01:44ของระบบอันนึงในร่างกายที่เรียกว่า hla
00:01:44 → 00:01:47Human leucite antigen นะครับตัวนี้
00:01:47 → 00:01:50เนี่ยแต่ละคนมันจะไม่ค่อยเหมือนกันนะครับ
00:01:50 → 00:01:56และการที่เรารักชอบใครสักคนที่มี hoa ที่
00:01:56 → 00:01:58แตกต่างจากกันเนี่ยนะครับมันจะสามารถทำ
00:01:58 → 00:02:02ให้ลูกที่คอออกมามีความผสมผสานระหว่าง hla
00:02:02 → 00:02:062 ระบบได้แล้วการที่เรามี H ที่แตกต่าง
00:02:06 → 00:02:10กันผสมกันเนี่ยจะทำให้เรามีภูมิต้านทาน
00:02:10 → 00:02:13ต่อสิ่งต่างๆได้ดีมากขึ้นดังนั้นโดย
00:02:13 → 00:02:16ธรรมชาตินะครับก็เลยมีการคัดเลือกทำให้คน
00:02:16 → 00:02:19ที่มี hoa ที่ไม่เหมือนกันเนี่ยรู้สึก
00:02:19 → 00:02:22เห็นชอบว่าเอ้ออีกฝ่ายนึงเนี่ยหน้าตาดี
00:02:22 → 00:02:26หน่าอยู่ใกล้รู้สึกอยากอยู่ใกล้นะครับ H
00:02:26 → 00:02:29ที่ไม่เหมือนกันก็จะสามารถทำให้ร่างกาย
00:02:29 → 00:02:32ของเราเนี่ยมีกลิ่นนะครับมีฟีโรโมนที่ไม่
00:02:32 → 00:02:36เหมือนกันส่วนหนึ่งได้นะครับอันเนี้ยเป็น
00:02:36 → 00:02:39เป็นเรื่องของทางชีววิทยาที่มีความเกี่ยว
00:02:39 → 00:02:43ข้องกับการกำเนิดความรักอย่างหนึ่งแต่ตรง
00:02:43 → 00:02:45นี้เดี๋ยวไว้วันหลังเราค่อยลงรายละเอียด
00:02:45 → 00:02:48นะครับถ้าสมมุติว่าเราไปเจอคนๆนึงเราชอบ
00:02:48 → 00:02:51เราเริ่มมีความผูกพันแล้วอะไรเกิดขึ้น
00:02:51 → 00:02:53ความรักเนี่ยมันเริ่มมาจากฮอร์โมนอยู่ 3-4
00:02:53 → 00:02:57ตัวนั่นแหละครับตัวแรกคือโดปามีน
00:02:57 → 00:03:00ฮอร์โมนแห่งการให้รางวัลและเสพติดนั่นเอง
00:03:01 → 00:03:03นะครับคือโดปามีนเนี่ยบางคนจะบอกว่าเอ๊ะ
00:03:03 → 00:03:06มันฟังชื่อแล้วถ้าไปเคยได้ยินมามากๆนะมัน
00:03:06 → 00:03:09รู้สึกไม่ดีเพราะมันทำให้เราติดติดการ
00:03:09 → 00:03:12พนันก็โดปามีนติดบุหรี่ก็โดปามีนติดเหล้า
00:03:12 → 00:03:15ก็โดปามีนเฮ้ยโดปามีนเเหมือนเป็นฮอร์โมน
00:03:15 → 00:03:18ที่ไม่ดีเลยเนาะมันมีไว้ทำไมนะครับจริงๆ
00:03:18 → 00:03:20ไอ้โดปามีนเนี่ยมันก็เป็นจุดเริ่มต้น
00:03:20 → 00:03:23อย่างหนึ่งที่ทำให้เราเกิดความรักความชอบ
00:03:23 → 00:03:26อะไรักอย่างมากๆมันเป็นตัวที่ควบคุมทาง
00:03:26 → 00:03:29ด้านของการให้รางวัลแก่ร่างกายซึ่งจริงๆ
00:03:29 → 00:03:32ผมเคยพูดเรื่องของโดปามีนกับซีโรโทนินไป
00:03:32 → 00:03:34แล้วถ้าจำไม่ได้เนี่ยลองย้อนไปฟังคลิป
00:03:34 → 00:03:36นั้นดูก็ได้นะครับตัวโดปามีนเนี่ยมันจะ
00:03:37 → 00:03:39หลั่งเพิ่มขึ้นในช่วงแรกของการที่เรามี
00:03:39 → 00:03:42ความรักมันจะทำให้เรารู้สึกว่าการที่เรา
00:03:42 → 00:03:44ได้เจอคู่ของเราเนี่ยมันเหมือนเป็นรางวัล
00:03:45 → 00:03:47ชีวิตนะครับมันเป็นเรื่องตื่นเต้นมันเป็น
00:03:47 → 00:03:50เรื่องที่เราจำเป็นจะต้องเก็บมันไว้รักษา
00:03:50 → 00:03:53มันไว้เจออยากจะเจอนะครับโดปามีนจะหลัง
00:03:54 → 00:03:57มากในช่วงแรกของการที่มีความรักแต่พอไป
00:03:57 → 00:04:00ช่วงหลังเนี่ยมันจะหลัลดลงและนะครับเพราะ
00:04:00 → 00:04:03ว่าถ้าเราเริ่มมีความสัมพันธ์ที่มันเ่อคง
00:04:03 → 00:04:07ที่นะครับแข็งแรงมั่นคงมันก็จะค่อยๆลดบท
00:04:07 → 00:04:10บาทหน้าที่ลงไปตัวที่ 2 ที่เกี่ยวข้องนะ
00:04:10 → 00:04:13ครับก็คือ Nine หรือเราเรียกอีกชื่อนึง
00:04:13 → 00:04:15ว่า nor adrenaline ตัวนี้นี่แหละครับ
00:04:15 → 00:04:18ที่มันจะทำให้เรารู้สึกว่าตื่นเต้นนะครับ
00:04:18 → 00:04:22มีพลังรู้สึกว่าปกติเนี่ยถ้าเราตื่นมาตอน
00:04:22 → 00:04:25เช้าแล้วต้องไปทำงานเราต้องไปเจอลูกค้า
00:04:25 → 00:04:28เราต้องไปอ่าเจอคนที่เราไม่ชอบหน้าเนี่ย
00:04:28 → 00:04:30เราก็อาจจะไม่มีแรงไม่ไม่มีกำลังใจจะไปทำ
00:04:30 → 00:04:33งานเราจะเบื่อเราจะเหนื่อยใช่มั้ยฮะแต่
00:04:33 → 00:04:35ถ้าวันไหนที่เรามีนัดกับคนที่เราชอบเรา
00:04:35 → 00:04:37รักอย่างเงี้ยมันจะรู้สึกตื่นเต้นพลังจะ
00:04:37 → 00:04:40มาเหลือล้นเลยเมื่อคืนก็นอนไม่หลับนะครับ
00:04:40 → 00:04:44อันเนี้ยก็เป็นเพราะว่าตัวน adrenaline
00:04:44 → 00:04:49หรือนฟนั่นเองนะครับถ้าใครที่เคยอยู่ต่าง
00:04:49 → 00:04:52ประเทศเนี่ยจะเคยรู้สึกแล้วก็เคยได้ยินคำ
00:04:52 → 00:04:56ๆหนึ่งนะครับที่เากล่าวว่าเวลาคนที่มี
00:04:56 → 00:04:58ความรับเนี่ยจะเหมือนกับมีผีเสื้อบินอยู่
00:04:58 → 00:05:00ในท้อง
00:05:00 → 00:05:03stomach นะครับคำๆนี้เนี่ยที่มันรู้สึก
00:05:03 → 00:05:05บรรยายไม่ถูกมันเหมือนกับว่ามีผีเสื้อบิน
00:05:05 → 00:05:07อยู่นท้องอะไรเนี่ยก็เกิดเพราะฮอร์โมนตัว
00:05:07 → 00:05:11นี้นี่แหละครับนรนีของเรานี่แหละอีกตัว
00:05:11 → 00:05:14นึงก็คือรนารีมันทำหน้าที่คล้ายกันเลยนะ
00:05:14 → 00:05:17ครับแต่ว่าตัวนรินจะเป็นตัวที่มันค่อน
00:05:17 → 00:05:19ข้างเด่นในเรื่องของความรักมากกว่านะครับ
00:05:19 → 00:05:21ไอ้ฮอร์โมนตัวนี้เนี่ยมันออกมาจากต่อม
00:05:21 → 00:05:24หมวกไตนะครับส่วนโดปามีนเนี่ยมันอยู่ใน
00:05:24 → 00:05:26สมองนะครับซะเยอะ
00:05:26 → 00:05:30นะอีกอย่างนึงก็คือซีโรโทนินในช่วงแรกของ
00:05:30 → 00:05:34ความรักมันจะลดลงนะครับมันจะลดลงนะแล้วก็
00:05:34 → 00:05:37คอร์ติซอลในช่วงแรกนะช่วงแรกคอร์ติซอล
00:05:37 → 00:05:39ซึ่งมันเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดเนี่ย
00:05:39 → 00:05:42มันจะเยอะขึ้นนะครับมันจะเยอะขึ้นเพื่อ
00:05:42 → 00:05:46ส่วนหนึ่งนะครับคิดว่าอาจจะมีความเกี่ยว
00:05:46 → 00:05:49ข้องกับการที่จะมาควบคุมไม่ให้เรามีความ
00:05:49 → 00:05:51เคล้นความเครียดที่เยอะเกินไปจากการที่
00:05:51 → 00:05:54เรามีรนีกับนนีที่สูงขึ้นในร่างกายนะครับ
00:05:54 → 00:05:58ร่างกายเรามันควบคุมซึ่งกันและกันนะฮะตรง
00:05:58 → 00:06:00นี้เนี่ยจะเป็นเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง
00:06:00 → 00:06:03กับการสร้างความรักขึ้นมามีโดปามีนนะครับ
00:06:03 → 00:06:08ในการเริ่มความรักดรีนนรีนทำให้เรารู้สึก
00:06:08 → 00:06:12ตื่นเต้นมีกำลังนะครับไม่เจ็บไม่ปวดนะฮะ
00:06:12 → 00:06:15แล้วก็ฮอร์โมนที่ลดลงไปในช่วงแรกก็คือ
00:06:15 → 00:06:18ซีโรโทนินก่อนแต่เดี๋ยวตอนหลังมันจะกลับ
00:06:18 → 00:06:21มาแล้วก็คอร์ติซอลมันจะสูงขึ้นในช่วงแรก
00:06:21 → 00:06:24แต่ยังไม่หมดแค่นั้นครับจะมีฮอร์โมนแอ่ง
00:06:24 → 00:06:26ความสุขอีกตัวนึงที่หลังมาตอนแรกหลังจาก
00:06:26 → 00:06:28ที่เราเริ่มมีความรักไปได้นิดนึงก็คือ
00:06:28 → 00:06:31endorphin endorphin เนี่ยเราจะเรียก
00:06:32 → 00:06:35ว่าเป็น endogenous opioid endogenous
00:06:35 → 00:06:37คือแปลว่ามาจากร่างกายของเรา opioid
00:06:37 → 00:06:40เนี่ยคือสิ่งที่มีคุณสมบัติคล้ายฝิ่นนะ
00:06:40 → 00:06:44ครับคือร่างกายเราสร้างเอนโดฟินมันคล้ายๆ
00:06:44 → 00:06:46ฝิ่นหมายความว่ายังไงหมายความว่ามัน
00:06:46 → 00:06:51สามารถลดความเจ็บปวดได้มันสามารถที่จะทำ
00:06:51 → 00:06:55ให้เราเนี่ยมีความสุขได้นะครับเนี่ยฤทธิ์
00:06:55 → 00:06:58ของเอนดอร์ฟินดังนั้นคนที่มีความรักใน
00:06:58 → 00:07:03ช่วงแรกก็จะรู้สึกว่าตื่นเต้นอยากเจอดีใจ
00:07:03 → 00:07:07นะครับรู้สึกเออมันอยู่ไม่สุขเลยมีความ
00:07:07 → 00:07:10สุขมากนะครับไม่เจ็บไม่ปวดทุกอย่างดู
00:07:10 → 00:07:13เหมือนโรคจะกลายเป็นสีชมพูอะไรที่มันดู
00:07:13 → 00:07:15เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสสำหรับเราตอนนี้
00:07:15 → 00:07:17มันก็ไม่หนักหนาสาหัสสำหรับแล้วก็เพราะ
00:07:17 → 00:07:20ไอ้ฮอร์โมนพวกนี้นี่แหละครับนะฮะมีหลาก
00:07:20 → 00:07:22หลายตัวเลยแต่ตัวพวกเนี้ยคือตัวที่เกี่ยว
00:07:22 → 00:07:26ข้องทีนี้หลังจากนั้นแล้วออกซิโทซินมัน
00:07:26 → 00:07:29ออกมาตรงไหนออกซิโทซินเนี่ยเป็นฮอร์โมน
00:07:29 → 00:07:31ที่ต้องใช้ใช้เวลาในการหลั่งมันไม่หลั่ง
00:07:31 → 00:07:33ออกมาตั้งแต่แรกนะครับมันจะค่อยๆหลั่งไป
00:07:33 → 00:07:35เมื่อเราเริ่มมีความรักไปสักระยะหนึ่ง
00:07:36 → 00:07:38แล้วเรารู้สึกว่าคนเนี้ยใช่คนเเป็นคนที่
00:07:38 → 00:07:41เราอยากอยู่ด้วยออกซิโทซินมันจะเริ่มมี
00:07:41 → 00:07:45การลังออกมาและออกซิโทซินเนี่ยจะถูกสร้าง
00:07:45 → 00:07:47ด้วยส่วนหนึ่งของสมองที่เราเรียกว่า
00:07:47 → 00:07:50ไฮโปทาลามัสหลังจากนั้นมันก็ส่งมาเกลบ
00:07:50 → 00:07:53เก็บไว้ที่ต่อมใต้สมองหรือต่อมพี่รอเวลา
00:07:53 → 00:07:57ที่จะหลั่งออกมานะครับอะไรบ้างที่กระตุ้น
00:07:57 → 00:08:00การหลั่งนะครับตัวออกซิโทซินเนี่ยกระตุ้น
00:08:00 → 00:08:05ด้วยการกอดการสัมผัสการอยู่ใกล้นะครับถ้า
00:08:05 → 00:08:07แล้วก็มีอีกอย่างนึงก็คือเรื่องของ
00:08:07 → 00:08:09เพศสัมพันธ์อันนี้ก็เป็นการกระตุ้น
00:08:09 → 00:08:12ออกซิโทซินนะครับอีกอย่างนึงซึ่งเกี่ยว
00:08:12 → 00:08:14ข้องโดยเฉพาะในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ไปแล้ว
00:08:14 → 00:08:18นะครับออกซิโทซินเนี่ยมันมีหน้าที่ในการ
00:08:18 → 00:08:21ออกมาทำให้มะลูกของเราบีบตัวเวลาที่เรา
00:08:21 → 00:08:25คลอดนะครับและอีกอย่างนึงก็คือการที่เรา
00:08:25 → 00:08:27ให้นมบุตถ้าเกิดว่าลูกของเราเนี่ยมันดูด
00:08:27 → 00:08:30นมนะฮะมันก็ต้องมีน้ำนมมาให้ลูกกินนไม่
00:08:30 → 00:08:32งั้นมันก็ไม่มีอะไรกินก็แย่ได้นะครับ
00:08:32 → 00:08:35ออกซิโทซินเนี่ยจะเป็นฮอร์โมนตัวนึงซึ่ง
00:08:35 → 00:08:38ออกมาเยอะเวลาที่ลูกเนี่ยเค้าดื่มดมแม่นะ
00:08:38 → 00:08:43ครับก็จะเป็นเช่นนั้นแล้วออกซิโทซินมันมี
00:08:43 → 00:08:47ความสำคัญมากๆอย่างหนึ่งนะครับก็คือว่า
00:08:47 → 00:08:52มันจะแตกต่างจากฮอร์โมนตัวอื่นสมมุติเรา
00:08:52 → 00:08:54เริ่มกันที่เรื่องของการคลอดบุดก่อนนะ
00:08:54 → 00:08:56ครับออกซิโทซินเนี่ยมันไม่ใช่มีไว้แค่
00:08:57 → 00:08:59คลอดบุษกับให้นมลูกแค่นั้นนะแต่มันมันยัง
00:09:00 → 00:09:03ทำให้เราเนี่ยผูกพันกับลูกผูกพันกับ
00:09:03 → 00:09:05ครอบครัวเพื่อที่จะเลี้ยงลูกของเราให้โต
00:09:05 → 00:09:10ไปสืบต่อสกุลสืบต่อทายาทได้ถ้าคุณขาด
00:09:10 → 00:09:14ออกซิโทซินเยอะๆเนี่ยมันก็ไม่มีสิ่งเหล่า
00:09:14 → 00:09:17นี้เกิดขึ้นนะครับงั้นจะรู้สึกว่าฮอร์โมน
00:09:17 → 00:09:19ออกซิโทซินมันดูแลเราตั้งแต่แรกจนกระทั่ง
00:09:19 → 00:09:24เราคลอดลูกออกมาเลยนะครับออกซิโทซินเนี่ย
00:09:24 → 00:09:26เมื่อกี้เราบอกะว่าสร้างมาจากส่วนของสมอง
00:09:26 → 00:09:28ที่เรียกว่าไฮโปทาลามัสเอามาเก็บไว้ที่
00:09:28 → 00:09:31ต่อมใต้สมอง py แนแล้วหลังจากนั้นก็หลั่ง
00:09:31 → 00:09:33ออกมาตามสิ่งกระตุ้นเมื่อตะกี้ที่บอกไป
00:09:33 → 00:09:36ตั้งแต่เริ่มมีความรักการกอดการสัมผัสนะ
00:09:36 → 00:09:38ครับการจูบการที่มีเพสัมพันธ์พวกนี้ก็
00:09:38 → 00:09:40สามารถทำให้มะลังออกมาได้นะครับแล้วก็จะ
00:09:40 → 00:09:43ยิ่งทำให้เรารู้สึกผูกพันกับคู่คู่นั้น
00:09:43 → 00:09:46มากขึ้นเรื่อยๆนะครับจนกระทั่งถ้าเราคลอด
00:09:46 → 00:09:49บุตรเนี่ยตรงนั้นก็มีความสำคัญละผู้ชาย
00:09:49 → 00:09:53ออกซิโทซินเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ชายด้วย
00:09:53 → 00:09:55ต้องบอกก่อนนะครับว่าออกซิโทซินเนี่ยจะมี
00:09:55 → 00:09:57เยอะในผู้หญิงผู้ชายจะมีน้อยกว่านะครับ
00:09:57 → 00:10:00แต่น้อยกว่าที่คือโดยเฉลี่ยนะไม่ได้น้อย
00:10:00 → 00:10:03กว่ามากๆนะครับแล้วตัวออกซิโทซินในผู้ชาย
00:10:03 → 00:10:07นอกเหนือจากเรื่องของความผูกพันนะครับมัน
00:10:07 → 00:10:10จะมีอีกอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องก็คือการ
00:10:10 → 00:10:12หลั่งอสุจินั่นเองถ้าเกิดว่าออกซิโทซิน
00:10:12 → 00:10:14ไม่ออกมาตอนนั้นน่ะผู้ชายก็ไม่หลั่งนะ
00:10:14 → 00:10:17ครับอ่าผู้ชายก็ไม่หลัแต่ถ้ามันมีเยอะ
00:10:17 → 00:10:20เกินไปมีปัญหามยมีมันมีความเกี่ยวข้องกับ
00:10:20 → 00:10:23โรคต่อมลุหมากโตนะครับตรงเนี้ยก็อาจจะมี
00:10:23 → 00:10:25ความเกี่ยวข้องได้บ้างอย่างไรก็ตาม
00:10:25 → 00:10:27ออกซิโตซินไม่ใช่เพียงแค่ปัจจัยเดียวที่
00:10:27 → 00:10:29ทำให้มีปัญหาเรื่องต่อมลูกมาโตมันยังมี
00:10:30 → 00:10:32อีกหลายอย่างนะครับตรงเนี้ยมีอีกหลาย
00:10:32 → 00:10:36อย่างนะฮะออและอย่าลืมเรื่องของฮอร์โมน
00:10:36 → 00:10:40เพศตรงนี้มีส่วนด้วยคือคนเรามีความรักมัน
00:10:40 → 00:10:42ก็ต้องเริ่มเพื่อที่จะสร้างครอบครัวแล้ว
00:10:43 → 00:10:45ต้องมีการ bonding สร้างความสัมพันธ์ก็
00:10:45 → 00:10:48เริ่มจากเฮ้ยเราเห็นคู่ที่มี hoa ไม่
00:10:48 → 00:10:51เหมือนกับเราเค้าดึงดูดเราชอบเค้าเริ่มมี
00:10:51 → 00:10:55ความรักฮอร์โมนโดปามีนออกมานนีรนีหลัออก
00:10:55 → 00:10:57มานะครับเอ็นดอร์ฟินเริ่มทำให้เรามีความ
00:10:57 → 00:10:59สุขเริ่มรู้สึกว่าโรคเป็นสีชมพูไม่เจ็บ
00:10:59 → 00:11:02ไม่ปวดอะไรหลังจากนั้นก็จะเริ่มเข้าสู่
00:11:02 → 00:11:05เรื่องของเพศและเทสโทสเตอโรนเนี่ยมีทั้ง
00:11:05 → 00:11:08ผู้ชายผู้หญิงนะครับแล้วเทสโทสเตอโรนใน
00:11:08 → 00:11:09เรื่องเกี่ยวข้องกับเพศเนี่ยมันจะทำให้
00:11:10 → 00:11:13เรามีความต้องการทางเพศต้องการออกไปหาคู่
00:11:13 → 00:11:15นะครับส่วนเอสโตรเจนก็มีทั้งผู้ชายผู้
00:11:15 → 00:11:17หญิงเหมือนกันแต่แน่นอนผู้หญิงมีเยอะกว่า
00:11:17 → 00:11:19นะครับส่วนเทสโทสเตอโรนเนี่ยผู้ชายมีเยอะ
00:11:19 → 00:11:21กว่าแต่ผู้หญิงก็ต้องมีนะครับเอสโตรเจน
00:11:21 → 00:11:24เนี่ยมันจะทำให้เรารู้สึกเออมีความ
00:11:24 → 00:11:28ต้องการในการที่จะหาคู่เหมือนกันแต่ว่า
00:11:28 → 00:11:31เทสเนี่ยจะเป็นฝ่ายบุกเอสโตรเจนจะเป็น
00:11:31 → 00:11:34ฝ่ายรับมากกว่านะครับก็จะเป็นทำนองนี้นะ
00:11:34 → 00:11:37หลังจากนั้นพอเรามีบุตรออกมาฮอร์โมนเหล่า
00:11:37 → 00:11:40เนี้ยก็จะมีผลต่อเนื่องตามกันมานะ
00:11:40 → 00:11:44ฮะหลังจากที่เราคลอดลูกออกมาแล้วแน่นอน
00:11:44 → 00:11:46ฮอร์โมนพวกนี้ก็ยังมีผลอยู่แต่ว่ามันจะมี
00:11:46 → 00:11:49ความเปลี่ยนแปลงไปนะครับความรักในระยะแรก
00:11:49 → 00:11:51เนี่ยจะเป็นความรักที่หวือหวาจะมีพวก
00:11:51 → 00:11:54โดปามีนมาให้รางวัลกับร่างกายเรานะครับ
00:11:54 → 00:11:56แต่พอมันผูกพันไปมากๆโดปามีนจะเริ่มลด
00:11:56 → 00:11:59ความสำคัญลงมันจะค่อยๆลดลงไปะซีโรโทนิน
00:11:59 → 00:12:01ที่ตอนแรกมันตกไปมันจะเริ่มค่อยๆขึ้นมา
00:12:01 → 00:12:03ซีโรโทนินเนี่ยเหมือนเป็นความสุขที่ยั่ง
00:12:03 → 00:12:06ยืนกว่าเมื่อรวมกับออกซิโทซินซึ่งเกิด
00:12:06 → 00:12:08ขึ้นก็สามารถทำให้เกิดความสุขที่ยั่งยืน
00:12:08 → 00:12:12ได้นะครับงั้นเราจะสังเกตว่าเมื่อกี้ผม
00:12:12 → 00:12:14เคยบอกว่าออกซิโทซินเนี่ยมันสามารถ
00:12:14 → 00:12:17กระตุ้นได้ด้วยการอยู่ใกล้การกอดนะครับ
00:12:17 → 00:12:19การสัมผัสครอบครัวไหนที่มีความรักความ
00:12:19 → 00:12:23ใกล้ชิดกันมากนะครับกอดสัมผัสกันเรื่อยๆ
00:12:23 → 00:12:25ก็จะเป็นการเสริมสร้างทำให้มีความอบอุ่น
00:12:26 → 00:12:29ผูกพันมากขึ้นก็เกิดจากฮอร์โมนตัวนี้นั่น
00:12:29 → 00:12:32เองนะครับอันเนี้ยเป็นสิ่งหนึ่งซึ่งอ่า
00:12:32 → 00:12:35น่าสนใจอย่างหนึ่งแต่บางคนอาจจะคิดไปว่า
00:12:35 → 00:12:37เอ๊เมื่อตะกี้เนี่ยเราบอกว่าออกซิโทซิน
00:12:37 → 00:12:40เนี่ยนะครับเป็นฮอร์โมนที่มันมีมากในผู้
00:12:40 → 00:12:42หญิงเมื่อเทียบกับผู้ชายถูกมั้ยครับอผู้
00:12:42 → 00:12:44ชายก็มีแหละแต่มันน้อยกว่าผู้หญิงอย่าง
00:12:44 → 00:12:47นี้ก็แปลว่าเฮ้ยผู้หญิงเนี่ยจะเป็นคนที่
00:12:47 → 00:12:50รักครอบครัวมากกว่าผู้ชายจะรักลูกมากกว่า
00:12:50 → 00:12:53ผู้ชายจะอยู่ในความสัมพันธ์แบบรักเดียวใจ
00:12:53 → 00:12:56เดียวได้มากกว่าผู้ชายอย่างงั้นตลอดไป
00:12:56 → 00:12:59เพราะว่าออกซิโทซินหรือเปล่าครับคำตอบก็
00:12:59 → 00:13:02คือไม่ใช่ครับเพราะว่าการที่เราจะมีความ
00:13:02 → 00:13:04อบอุ่นความสัมพันธ์กับใครที่มันลึกซึ้ง
00:13:04 → 00:13:06แล้วก็ยาวนานเป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคง
00:13:06 → 00:13:08เนี่ยนะครับมันไม่ได้เกิดเพราะว่าเหตุผล
00:13:08 → 00:13:11อย่างนี้อย่างเดียวมันยังมีความเกี่ยว
00:13:11 → 00:13:15ข้องกับเรื่องของสังคมนะครับอ่าสังคมการ
00:13:15 → 00:13:17เลี้ยงดูอื่นๆซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ
00:13:18 → 00:13:21ฮอร์โมนนะครับค่านิยมนะเพื่อนอย่างเงี้ย
00:13:21 → 00:13:23นะครับเดี๋ยวนี้ก็มีเกี่ยวข้องก็คือสาร
00:13:23 → 00:13:25เสพติดอะไรเข้ามาเยอะแยะไปหมดดังนั้นของ
00:13:25 → 00:13:27พวกนี้เนี่ยนะครับมันไม่ได้เป็นเพราะว่า
00:13:27 → 00:13:30ฮอร์โมนเพียงอย่างเดียวเราจะไปโทษฮอร์โมน
00:13:30 → 00:13:32ว่าเอ้ยผู้หญิงที่เค้าอ่ามีความสัมพันธ์
00:13:33 → 00:13:35ที่มั่นคงมันเป็นเพราะว่าเค้าเนี่ยมีไอ้
00:13:35 → 00:13:37ตัวออกซิโทซินเยอะกว่าผู้ชายอย่างเรา
00:13:37 → 00:13:40เนี่ยมันก็ไม่มีสิมีน้อยกว่างั้นแปลว่า
00:13:40 → 00:13:42ไอ้สิ่งที่เราทำมันก็เป็นเพราะว่าร่างกาย
00:13:42 → 00:13:45เรามันสั่งให้เราทำมันสั่งให้เราไปนอกใจ
00:13:45 → 00:13:47มันสั่งให้เราไปอย่างเงี้ยนะครับไม่
00:13:47 → 00:13:48เกี่ยวอะไรกันเลยนะครับตรงนั้นคนละอย่าง
00:13:48 → 00:13:51กันนะฮะจะได้ไม่สามารถอ้างได้ผมรู้ว่าบาง
00:13:51 → 00:13:53คนฟังแล้วไอยากจะเอาไปอ้างกับคนอื่นเานะ
00:13:53 → 00:13:57ครับก็ไม่ใช่เชเช่นนั้นนะฮะทีนี้ถ้าเกิด
00:13:57 → 00:13:59ว่าใครอยากจะรู้เรื่องเกี่ยวข้องกับ
00:13:59 → 00:14:01ออกซิโทซินลึกๆเนี่ยอาจจะต้องไปอ่านเพิ่ม
00:14:01 → 00:14:04นิดนึงเพราะว่าตัวออกซิโทซินเี่มันมีกลไก
00:14:04 → 00:14:08พิเศษบางอย่างก็คือแตกต่างจากฮอร์โมนหลาย
00:14:08 → 00:14:10ๆตัวเลยฮอร์โมนหลายๆตัวเนี่ยมันจะมีสิ่ง
00:14:10 → 00:14:13ที่เรียกว่า Negative feedback หมายความ
00:14:13 → 00:14:14ว่าถ้ามันโดนสั่งให้สร้างฮอร์โมนแล้ว
00:14:14 → 00:14:16เนี่ยถ้าฮอร์โมนมันเยอะเช่นสมมุติ
00:14:16 → 00:14:18สเตียรอยด์ในร่างกายเราถูกสั่งให้สร้างมา
00:14:18 → 00:14:21นะครับสมองเราสั่งฮอร์โมนมาที่ต่อหมกไต
00:14:21 → 00:14:23ให้สร้างสเตียรอยด์ขึ้นมาถ้าสตีรมันมี
00:14:23 → 00:14:25เยอะแล้วมันจะไปบอกสมองเฮ้ยหยุดสร้างได้
00:14:25 → 00:14:28แล้วพอะไม่ต้องนะครับแต่ออกซิโทซินเนี่ย
00:14:28 → 00:14:31จะต้องตรงกันข้ามจะไม่ใช่เป็น Negative
00:14:31 → 00:14:33feedback Loop แต่มันจะเป็น Positive
00:14:33 → 00:14:36feedback Loop แปลว่าอะไรแปลว่าถ้ามัน
00:14:36 → 00:14:38ยิ่งหลั่งมันยิ่งกระตุ้นให้มันหลังมามาก
00:14:38 → 00:14:41กว่าเดิมอีกนะครับเช่นถ้าเกิดคุณกอดกัน
00:14:41 → 00:14:45ออกซิโทซินหลังถ้าเป็นฮอร์โมนอื่นเออกอด
00:14:45 → 00:14:48กันเสร็จหยุดหยุดหลังพอๆเยอะและนะครับไม่
00:14:48 → 00:14:50อยากจะมีความสัมพันธ์ไม่มากกว่านี้และแต่
00:14:50 → 00:14:53ออกซิโทซินไม่ใช่ถ้าคุณยิ่งกอดมันยิ่ง
00:14:53 → 00:14:55หลังยิ่งกอดยิ่งหลังไปเรื่อยๆนะครับและใน
00:14:56 → 00:14:59ช่วงที่เราคลอดลูกก็เหมือนกันนะครับตอน
00:14:59 → 00:15:02ที่เรามีออกซิโทซินหลังมามดลูกเราบีบตัว
00:15:02 → 00:15:05ลูกเราออกมาตอนที่กำลังออกมาเนี่ยมันจะ
00:15:05 → 00:15:07เป็นการกระตุ้นมดลูกการกระตุ้นมดลูกก็
00:15:07 → 00:15:09ยิ่งทำให้ออกซิโทซินมันหลั่งเนี่ยมันก็จะ
00:15:09 → 00:15:11วนไปวนมาอย่างเงี้ยจนกว่าลูกจะคลอดออกมา
00:15:11 → 00:15:15ออกซิโทซินถึงเริ่มหลังลดลงแต่ถ้าไม่
00:15:15 → 00:15:17หลั่งเลยก็ไม่ได้นะครับเพราะว่ามดลูกมัน
00:15:17 → 00:15:20จะไม่บีบตัวแล้วเกิดการตกเลือดหลังคลอด
00:15:20 → 00:15:22ได้โดยเฉพาะเวลาที่รกมันไม่คลอดแล้วเราจะ
00:15:22 → 00:15:25สังเกตว่าบางทีเนี่ยในทางการแพทย์นะครับ
00:15:25 → 00:15:28เราจะมีการให้ออกซิโทซินเป็นยาเร่งคลอด
00:15:28 → 00:15:32ด้วยนะฮะเออในช่วงในในช่วงที่เราจะคลอด
00:15:32 → 00:15:35ลูกเนี่ยก็จะมีการใช้ยาพวกเนี้ยนะฮะหรือ
00:15:35 → 00:15:37ว่าบางทีที่เรามีการตกเลือดหลังค้อเราก็
00:15:37 → 00:15:39รู้สึกว่าเอ๊ะไอ้ตัวมดลูกเราเนี่ยมันไม่
00:15:39 → 00:15:41หดตัวก็จะมีการให้อ่าฮอร์โมนออกซิโทซิน
00:15:41 → 00:15:45แต่เป็นแบบสังเคราะห์นะครับให้มีการขอตัว
00:15:45 → 00:15:47ของบลูกเพื่อที่จะลดการเสียเลือดแล้วก็ทำ
00:15:47 → 00:15:50ให้เอ่อแม่เนี่ยไม่มีปัญหาทางด้านการตก
00:15:50 → 00:15:54เลือดได้หลังจากคลอดนะครับอันนี้ก็อาจจะ
00:15:54 → 00:15:56มีความสำคัญสำหรับผู้หญิงที่เค้าคลอดเ
00:15:56 → 00:15:59เพราะว่าบางคนถ้าเลือดตกเยอะๆเนี่ยมัน
00:15:59 → 00:16:01อันตรายอย่างนึงคือบางคนบอกว่าเอ้ยเลือด
00:16:01 → 00:16:03ตกเยอะๆนี่ก็เสียชีวิตได้เราให้เลือดก็
00:16:03 → 00:16:07น่าจะพอแต่ว่าคุณรู้มว่าตอนที่เราเนี่ยมี
00:16:07 → 00:16:10ลูกนะครับมันจะมีปัญหาอย่างหนึ่งคือต่อม
00:16:10 → 00:16:13พิตี่คือต่อมใต้สมองของเราเนี่ยมันจะขนาด
00:16:13 → 00:16:15โตขึ้นหน่อยมันต้องการเลือดเยอะขึ้นถ้า
00:16:15 → 00:16:17อยู่ๆมีการตกเลือดแล้วขาดเลือดทันทีเนี่ย
00:16:17 → 00:16:20ไอ้ต่อมพิตี่ของเราเนี่ยมันอาจจะขาดเลือด
00:16:20 → 00:16:23ได้ทำให้เราเนี่ยฮอร์โมนหายไปหมดเลยนะ
00:16:23 → 00:16:26ครับจะหายมากหายน้อยก็แล้วแต่คนนะครับ
00:16:26 → 00:16:28แล้วก็บางทีบางคนเนี่ยฮอร์โมนหลายๆอย่าง
00:16:29 → 00:16:32อย่างหายไปเช่นเฮ้ยทำไมไม่มีน้ำนมเลยนะ
00:16:32 → 00:16:34ครับเพราะว่าฮอร์โมนโปรแลคตินที่สร้างมา
00:16:34 → 00:16:36เนี่ยมันหายเพราะว่าต่อมมันขาดเลือดแล้ว
00:16:36 → 00:16:39มันตายไปแล้วบางคนทำไมโอ๋คลอดออกมาเสร็จ
00:16:39 → 00:16:42รู้สึกเหนื่อยไม่มีแรงเพลียก็เพราะว่า
00:16:42 → 00:16:45ฮอร์โมนที่กระตุ้นไทรรอยด์อ่ะมันหายไปจาก
00:16:45 → 00:16:47การที่คุณตกเลือดเยอะๆเนี่ยไอ้ต่อมมันขาด
00:16:47 → 00:16:49เลือดนะครับพวกนี้เราจะมีภาวะอันนึงเรา
00:16:49 → 00:16:51เรียกว่า shean Syndrome นะครับเกิดจาก
00:16:51 → 00:16:53การที่เราขาดเลือดเพราะว่าเราตกเลือดหลัง
00:16:53 → 00:16:56คลอดเยอะๆจนกระทั่งไอ้ต่อมอ่า py แกนหรือ
00:16:56 → 00:16:57ต่อมใต้สมองเนี่ยมันขาดเลือดเยอะจน
00:16:58 → 00:17:00กระทั่งเกิดปัญหาขาดฮอร์โมนต่างๆเต็มไป
00:17:00 → 00:17:04หมดเลยนะครับอืตรงนี้มีส่วนแต่อย่างไรก็
00:17:04 → 00:17:07ตามออกซิโทซินเนี่ยอาจจะไม่ขาดนะครับอ่า
00:17:07 → 00:17:12เพราะว่ามันซ่อนอยู่ในไฮโปทาลามัสมันไม่
00:17:12 → 00:17:15ได้อยู่ในต่อมใต้สมองมันยังคงหลังออกมา
00:17:15 → 00:17:17ได้ต่อมใต้สมองเป็นเพียงแค่ที่เก็บเท่า
00:17:17 → 00:17:19นั้นเองนะครับังถือว่าโชคดีเนอะถึงแม้ว่า
00:17:19 → 00:17:22เราจะเศร้าจากการเสียเลือดเราจะมีรู้สึก
00:17:22 → 00:17:24ว่าต่อมมันขาดเลือดแล้วมันไม่สามารถสร้าง
00:17:24 → 00:17:26ฮอร์โมนได้แต่เรายังสามารถที่จะมีความผูก
00:17:26 → 00:17:29พันความอบอุ่นอะไรได้อยู่นะครับตรงนี้ก็
00:17:29 → 00:17:31เป็นความสำคัญอันหนึ่งนะครับของ
00:17:31 → 00:17:33ออกซิโทซินซึ่งมีกระบวนการ Positive
00:17:33 → 00:17:35feedback ที่แตกต่างจากฮอร์โมนหลายๆตัว
00:17:35 → 00:17:38ในร่างกายของเราแล้วก็ตัวลับของ
00:17:38 → 00:17:41ออกซิโทซินเนี่ยนอกเหนือจากบริเวณอ่าเต้า
00:17:41 → 00:17:44นมของแม่นะครับเ่อมดลูกนะฮะถ้าผู้ชายก็
00:17:45 → 00:17:48ตรงบริเวณใกล้ต่อมลูกหมากนะฮะตรงท่ออัน
00:17:48 → 00:17:50นึงซึ่งเรียกว่า vast difference นะครับ
00:17:50 → 00:17:53ตรงนั้นก็จะมีส่วนนะฮะแล้วก็อีกที่นึงคือ
00:17:53 → 00:17:55สมองก็แน่นอนเพราะว่าความรู้สึกความรัก
00:17:55 → 00:17:57ความผูกพันความอบอุ่นต่างๆมันอยู่ที่สมอง
00:17:57 → 00:18:01ก็ต้องมีการไปอ่าจับกับที่สมองแล้วก็ถ้า
00:18:01 → 00:18:02ใครอยากจะรู้ว่าจับบริเวณไหนอันต้องไป
00:18:02 → 00:18:04อ่านเพิ่มนิดนึงแต่ผมใบ้ให้นิดหน่อยแล้ว
00:18:05 → 00:18:08กันนะครับตรงส่วนอิานะฮะิามันจะเป็นตัว
00:18:08 → 00:18:12ที่บ่งบอกเราว่าเฮ้ยเ่อถ้าเรามีความ
00:18:12 → 00:18:15เสี่ยงความน่ากลัวนะครับเราต้องระวังตัว
00:18:15 → 00:18:18ไว้ไอ้ฮอร์โมนออกซิโทซินเนี่ยมันจะไปปลด
00:18:18 → 00:18:20ล็อคตรงนี้ทำให้เราไม่ได้กังวลระวังตัว
00:18:20 → 00:18:23เพราะคนเราปกติใครๆเดินเข้ามาถึงเราก็ไม่
00:18:23 → 00:18:25อยากจะไปจับเค้าใช่มั้ยฮะเราไม่อยากให้
00:18:25 → 00:18:27เขาคเข้าใกล้แต่ว่าฮอร์โมนออกซิโทซิน
00:18:27 → 00:18:30เนี่ยมันจะบอกว่าเอ้ยถ้าเป็นคนเนี้ยได้
00:18:30 → 00:18:33เข้ามาได้นะครับก็จะไปบอกอิล่าเราบอกว่า
00:18:33 → 00:18:36เฮ้ยเอ่อคนเโอเคอยู่นะครับดังนั้นโดยสรุป
00:18:36 → 00:18:40นะครับเรื่องราวความรักมันเกิดขึ้นได้
00:18:40 → 00:18:42เนี่ยจริงๆมันมีมากกว่านี้อีกเยอะนะครับ
00:18:42 → 00:18:45แต่ว่าหลักๆอย่างนึงเลยก็คือคนเราจะชอบ
00:18:45 → 00:18:47กันได้เนี่ยส่วนหนึ่งก็คือมี hoa ที่แตก
00:18:47 → 00:18:49ต่างกันนะครับมันเป็นโมเลกุลอย่างนึง
00:18:49 → 00:18:52แล้วะกันที่เราได้รับสืบทอดมาจากพ่อแม่
00:18:52 → 00:18:54ของเรานะครับอยู่ตามเซลล์ต่างๆของเรานะ
00:18:54 → 00:18:56ถ้ามันแตกต่างกันเราก็จะมีความรู้สึกเห็น
00:18:56 → 00:18:59เพศอีกคนนึงเ่ะที่เป็นคนตรงข้ามกับเรา
00:18:59 → 00:19:02เนี่ยแล้วเราชอบเขานะครับอ่าตรงเนี้ยพอ
00:19:02 → 00:19:04เราชอบเสร็จปุ๊บก็เรื่องเรื่องราวของความ
00:19:04 → 00:19:07รักที่เกิดขึ้นก็จะเกี่ยวข้องกับการ
00:19:07 → 00:19:10กระตุ้นฮอร์โมนต่างๆนะโดปามีนน่ะเป็นตัว
00:19:10 → 00:19:13หลักเลยนอยรีนีอะดรีนาลีนก็ตามมา
00:19:13 → 00:19:15เซโรโทนินกับพวกเ่อซีโรโทนินจะต่ำลง
00:19:15 → 00:19:18คอร์ติซอลเนี่ยก็จะสูงขึ้นในช่วงแรกนะ
00:19:18 → 00:19:20ครับแล้วก็มีเอนดอร์ฟินหลั่งออกมาในตอน
00:19:20 → 00:19:23นั้นเทสโทสเตอโรนเอสโตรเจนก็จะเริ่มค่อยๆ
00:19:23 → 00:19:27มาละนะครับพอถึงช่วงที่เราเริ่มมีความ
00:19:27 → 00:19:30สัมพันธ์ที่ดีขึ้นคงที่และก็จะเริ่มเป็น
00:19:30 → 00:19:32ความสัมพันธ์ที่เรามีออกซิโทซินออกมา
00:19:32 → 00:19:36อันเนี้ยการกอดการมีความรักซึ่งกันและกัน
00:19:36 → 00:19:38การสัมผัสพวกนี้ก็จะสามารถกระตุ้นให้มัน
00:19:38 → 00:19:41ออกมาได้ทำให้เรามีความอ่าชอบในครอบครัว
00:19:41 → 00:19:44ของเราเรามีความรักที่มั่นคงเรามีความอบ
00:19:44 → 00:19:47อุ่นนะครับอ่ะวันนี้ก็เล่าให้ฟังเพียง
00:19:47 → 00:19:49ประมาณเท่านี้แล้วกันนะครับถ้าใครมีอะไร
00:19:49 → 00:19:51ที่เป็นประสบการณ์ก็ลองมาแบ่งปันกันนะ
00:19:51 → 00:19:53ครับวันนี้เท่านี้นะครับขอบคุณมากครับ
00:19:53 → 00:19:56สวัสดีครับ