00:00:35 → 00:00:39คุณผู้ชมขาเริ่มต้นรายการวันนี้ ด้วยช่วงหมอคุณข่าวของเราเช่นเคยนะคะ
00:00:39 → 00:00:44ช่วงนี้สนับสนุนโดย Allvite นวัตกรรมเพื่อความกระจ่างใสจากประเทศเกาหลี
00:00:44 → 00:00:47ส่งต่อของดีให้คุณผู้ชมทุกสัปดาห์นะคะ
00:00:47 → 00:00:49ใครอยากมีหน้าขาว หน้าใส
00:00:49 → 00:00:53แบบปลอดภัย ให้ Allvite ดูแลนะคะคุณขา
00:00:53 → 00:00:58แต่ว่าตอนนี้มาคุยกันข่าวนี้ ซึ้งหัวข้อข่าวพาดแบบนี้อีกแล้ว
00:00:58 → 00:00:59อย่าหาทำ
00:00:59 → 00:01:02เป็นคำเตือนจากเพจ หมอแล็บแพนด้าอีกแล้ว
00:01:02 → 00:01:07เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ยาทาเล็บ มาทาเคลือบที่ฟัน
00:01:07 → 00:01:10หวังผลให้ขาววิ้งค์ค่ะคุณหมอ
00:01:10 → 00:01:11คิดได้ยังไง
00:01:11 → 00:01:14คือเขาบอกว่าเขาไปเห็นคลิปนี้มา
00:01:14 → 00:01:16แล้วน้องคนนี้เขาก็เอาน้ำยาเล็บเนี่ย
00:01:16 → 00:01:20มาทาเคลือบที่ฟัน ให้ฟันดูขาว ดูใส ดูวิ้งค์
00:01:20 → 00:01:22เพราะฉะนั้นเนี่ย ก็เลยต้องมาคุยกับคุณหมอ
00:01:22 → 00:01:26จริงๆเนี่ยยาทาเล็บ ลำพังทาบนเล็บคุณหมอยังเตือนเลย
00:01:26 → 00:01:28ว่ามันมีสารเคมี
00:01:28 → 00:01:31ยิ่งมาทาในฟันแบบนี้ ยิ่งอันตรายใหญ่เลยใช่ไหมคะ
00:01:31 → 00:01:35งั้นเรามาดูกันก่อนว่าสารเคมี ที่มันเป็นส่วนประกอบของยาทาเล็บ
00:01:35 → 00:01:38ที่มันก่อให้เกิดอันตราย มันคืออะไรบ้างคะคุณหมอ
00:01:38 → 00:01:41ตัวที่เป็นส่วนประกรอบ อย่างเช่น ตัวฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
00:01:41 → 00:01:44ฟอร์มาลดีไฮด์ มันเป็นสารที่ไม่มีสีนะคะ
00:01:44 → 00:01:45แต่ว่ามีกลิ่น
00:01:45 → 00:01:48เพราะว่าเราทาไปปุ๊ปเนี่ย มันจะไปจับกับตัวเคราติน
00:01:48 → 00:01:51ที่เคลือบอยู่บนตัวเล็บ ซึ่งมันเป็นโปรตีนที่เป็นธรรมชาติ
00:01:51 → 00:01:53ก็คือทำมให้เล็บแข็งตัวขึ้น
00:01:53 → 00:01:57แต่ถ้าสมมุติเราใช้บ่อย แข็งแบบนี้มันคือแข็งแบบไม่ดี
00:01:57 → 00:02:00เล็บก็จะแห้ง เล็บก็จะเปราะ
00:02:00 → 00:02:03หรือว่าบางทีก็ทำให้ฉีกง่าย
00:02:03 → 00:02:06ถ้าเกิดว่าไปสัมผัสผิวอย่างเช่น ทาเล็บแล้วก็ทาเกินไปที่ผิว
00:02:06 → 00:02:10บางทีก็ทำให้เกิดมีการอักเสบหรือว่ามีผื่นรอบๆเล็บ
00:02:10 → 00:02:15ถ้าเราใช้ไประยะเวลานานๆ มันสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งได้
00:02:15 → 00:02:18เพราะนั้นจริงๆแล้วเนี่ยถ้าเราจะใช้
00:02:18 → 00:02:22เราต้องดูด้วยว่า ในส่วนประกอบของยาทาเล็บที่เราใช้
00:02:22 → 00:02:25มีส่วนประกอบของ ฟอร์มาลดีไฮด์หรือเปล่า
00:02:25 → 00:02:27คราวนี้นอกจากตัวฟอร์มาลดีไฮด์แล้วเนี่ย
00:02:27 → 00:02:29เราก็ยังพบตัวโทลูอีน (Toluene)
00:02:29 → 00:02:32ตัวโทลูอีน เป็นตัวทำละลาย ที่อยู่ในยาทาเล็บ
00:02:32 → 00:02:36คือเหมือนกันเวลาที่ทาไปปุ๊บ มันทำให้เล็บแข็ง
00:02:36 → 00:02:38คือทำให้เพิ่มความแข็งแรงของเล็บ
00:02:38 → 00:02:41โดยปกติทั่วไปเขาจะควบคุมความเข้มข้นไม่ให้เกิน 50 เปอร์เซ็นต์
00:02:41 → 00:02:44คุณแนนเห็นไหมว่าคนจะชอบเอายาทาเล็บมาดม
00:02:46 → 00:02:50ดมยาทาเล็บ ติดกลิ่นยาทาเล็บเนี่ย
00:02:50 → 00:02:53แต่ว่าจริงๆพวกนี้เนี่ยส่งผลต่อประสาทส่วนกลางได้
00:02:53 → 00:02:58ดมแล้วก็อาจจะมีง่วง หรือคลื่นไส้อาเจียนได้นะคะ
00:02:58 → 00:03:01หรือบางทีอาจจะทำให้เกิดอาการหรือเมื่อยล้า
00:03:01 → 00:03:04หรือมีอาการแสบจมูก แสบตาได้
00:03:04 → 00:03:07ก็คือทำให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุ
00:03:07 → 00:03:09คราวนี้นอกจาก 2 ตัวนี้แล้ว
00:03:09 → 00:03:12ตัวหนึ่งที่เราพบคือสารในกลุ่มพวกพาทาเลต (Phthalate)
00:03:12 → 00:03:14หรือว่ากลุ่ม DBP
00:03:14 → 00:03:16หรือเป็นไดนอร์มัวลิวทิลพาทาเลต (di-n bytyl phthalate)
00:03:16 → 00:03:21ซึ่งสารอันนี้เนี่ย ก็มักจะเอามาเป็นส่วนผสมในยาทาเล็บ
00:03:21 → 00:03:23แต่ว่ามันไม่ได้อยู่เฉพาะในยาทาเล็บคุณแนน
00:03:23 → 00:03:29เราสามารถจะเจอ สารตัวนี้ในการผลิตยาฆ่าแมลง
00:03:29 → 00:03:31ผลิตพลาสติก ผลิตสี
00:03:31 → 00:03:32แล้วก็เอาใส่ในยาทาเล็บ
00:03:32 → 00:03:34เพราะว่าใส่แล้วพอเอามาทาเล็บเนี่ย
00:03:34 → 00:03:38มันทำให้มีความยืดหยุ่นดี เรียบเนียน
00:03:38 → 00:03:43แต่ว่าจริงๆแล้วเนี่ยถ้าสมมุติว่าเราได้ตัว DBP เข้าไปในร่างกายมากๆ
00:03:43 → 00:03:46สิ่งที่เกิดขึ้นคุณแนนรู้ไหม ถ้าไปทาเล็บในคนท้อง
00:03:46 → 00:03:49เขาบอกคนท้องห้ามทาเล็บ
00:03:49 → 00:03:53เพราะว่าตัวนี้สามารถจะทำให้เด็กครรภ์พิการได้
00:03:53 → 00:03:56นอกจากในผู้หญิงตั้งครรภ์ในคนท้องแล้วเนี่ย
00:03:56 → 00:04:00ในผู้หญิงให้นมบุตรก็เหมือนกัน คือไม่ควรใช้
00:04:00 → 00:04:02มันสามารถที่จะส่งผลไปถึงลูกได้
00:04:02 → 00:04:05แล้วก็ตัวคุณเอง เป็นสารก่อมะเร็งได้ด้วย
00:04:05 → 00:04:08แล้วเวลาที่เราทานอาหาร
00:04:08 → 00:04:16สารเคมีที่จากทาเล็บเนี่ย มันสามารถที่จะปนเปื้อนไปกับอาหารได้คุณแนน
00:04:16 → 00:04:21บางทีเราไม่รู้ตัวว่าทำไมเราถึงมีอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน
00:04:21 → 00:04:23ปวดหัวไม่รู้ตัว
00:04:23 → 00:04:26บางทีอาจจะมาจากสารที่อยู่ในยาทาเล็บก็ได้
00:04:26 → 00:04:29หรือบางทีแสบตา ตาแดงมากๆ
00:04:29 → 00:04:30อาจจะส่งผลไปถึงระบบประสาทก็ได้
00:04:30 → 00:04:34อาจจะมีเดินเซ หรือว่าอาจจะมีอาการชัก อาการโคม่า
00:04:34 → 00:04:37หรืออาจจะมีหายใจลำบาก หายใจช้าลง
00:04:37 → 00:04:42หายใจหอบเหนื่อย มีอาการเคลิ้ม หรือมีมึนงงได้หมดเลย
00:04:42 → 00:04:45รู้แบบนี้ไม่อยากทาเล็บแล้วคุณหมอขา
00:04:45 → 00:04:50คือลำพังแค่เอามาใช้แบบถูกวิธี ก็ยังมีความเสี่ยงอันตราย
00:04:50 → 00:04:54อย่างในข่าวที่เอามาใช้ผิดวิธี คือเอาไปทำให้ฟันขาววิ้ง
00:04:54 → 00:04:58อย่างนี้ถ้าเกิดจะให้คำแนะนำ คุณผู้ชมหรือน้องคนนั้น
00:04:58 → 00:05:00ถ้าอยากฟันขาวแบบถูกวิธีเนี่ย ต้องควรทำยังไงดีคะคุณหมอ
00:05:00 → 00:05:03หาหมอเถอะ // หาหมอฟันนะคุณหมอ
00:05:03 → 00:05:06เพราะจริงๆแล้วการฟอกสีฟันมันมีตั้งหลายวิธีนะคะ
00:05:06 → 00:05:08อาจจะฟอกทำเองที่บ้านก็ได้
00:05:08 → 00:05:13เขาจะมีเหมือนกรดอ่อนๆ ช่วยที่จะทำให้มีการเปลี่ยนสีของสีฟันได้นะคะ
00:05:13 → 00:05:17หรือว่าบางทีอาจจะใช้น้ำยาฟอกสีฟัน แล้วไปกระตุ้นด้วยแสง
00:05:17 → 00:05:22ซึ่งพวกนี้ก็สามารถที่จะไปเปลี่ยน เม็ดสีในชั้นของเนื้อฟันได้
00:05:22 → 00:05:24มาฟอกฟันกับทันตแพทย์ดีกว่าค่ะ
00:05:24 → 00:05:26ปลอดภัยแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์
00:05:26 → 00:05:29ที่สำคัญมันอยู่ในฟัน ในปากเรา
00:05:29 → 00:05:32ถ้าเป็นสารเคมีที่อันตราย คุณก็รับสารพิษเข้าไปเต็มๆนะคะ
00:05:32 → 00:05:38ดูข่าวแล้วเป็นอุทาหรณ์เอาไปย้อนเตือนใจตัวเอง แล้วก็คนรอบข้าง
00:05:38 → 00:05:43พักสักครู่เดี๋ยวช่วงหน้า คุณหมอจะมาชวนเราเช็คสัญญาณกันหน่อยนะคะ
00:05:43 → 00:05:47มาดูซิว่ามันมีสัญญาณอะไร ที่บอกว่าตอนนี้ร่างกายเราร่วงโรยแล้ว
00:05:47 → 00:05:51แล้วจะแก้ไขยังไง ช่วงหน้ามาติดตามกันค่ะ