ทำไมการใช้ยาทาเล็บทาที่ฟันถึงอันตรายต่อสุขภาพ

คำถาม:
ทำไมการใช้ยาทาเล็บทาที่ฟันถึงอันตรายต่อสุขภาพ?
คำตอบ:
การใช้ยาทาเล็บทาที่ฟันอันตรายเพราะยาทาเล็บมีสารเคมี เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ โทลูอีน และพลาสติกชนิดพาทาเลต (DBP) ซึ่งสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ ปวดหัว หรือแม้แต่อาการชัก โคม่า หายใจลำบาก และอาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ โดยเฉพาะในผู้หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร สารเหล่านี้สามารถปนเปื้อนไปกับอาหารและเข้าสู่ร่างกายได้โดยไม่รู้ตัว

"อันตราย ยาทาเล็บ ทาฟันขาว" : หมอคุยข่าว :รายการคุยกับหมออัจจิมา

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:00:59เป็นคำเตือนจากเพจ หมอแล็บแพนด้าอีกแล้ว
00:01:02เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ยาทาเล็บ มาทาเคลือบที่ฟัน
00:01:07หวังผลให้ขาววิ้งค์ค่ะคุณหมอ
00:01:10คิดได้ยังไง
00:01:11คือเขาบอกว่าเขาไปเห็นคลิปนี้มา
00:01:14แล้วน้องคนนี้เขาก็เอาน้ำยาเล็บเนี่ย
00:01:16มาทาเคลือบที่ฟัน ให้ฟันดูขาว ดูใส ดูวิ้งค์
00:01:20เพราะฉะนั้นเนี่ย ก็เลยต้องมาคุยกับคุณหมอ
00:01:22จริงๆเนี่ยยาทาเล็บ ลำพังทาบนเล็บคุณหมอยังเตือนเลย
00:01:26ว่ามันมีสารเคมี
00:01:28ยิ่งมาทาในฟันแบบนี้ ยิ่งอันตรายใหญ่เลยใช่ไหมคะ
00:01:31งั้นเรามาดูกันก่อนว่าสารเคมี ที่มันเป็นส่วนประกอบของยาทาเล็บ
00:01:35ที่มันก่อให้เกิดอันตราย มันคืออะไรบ้างคะคุณหมอ
00:01:38ตัวที่เป็นส่วนประกรอบ อย่างเช่น ตัวฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
00:01:41ฟอร์มาลดีไฮด์ มันเป็นสารที่ไม่มีสีนะคะ
00:01:44แต่ว่ามีกลิ่น
00:01:45เพราะว่าเราทาไปปุ๊ปเนี่ย มันจะไปจับกับตัวเคราติน
00:01:48ที่เคลือบอยู่บนตัวเล็บ ซึ่งมันเป็นโปรตีนที่เป็นธรรมชาติ
00:01:51ก็คือทำมให้เล็บแข็งตัวขึ้น
00:01:53แต่ถ้าสมมุติเราใช้บ่อย แข็งแบบนี้มันคือแข็งแบบไม่ดี
00:01:57เล็บก็จะแห้ง เล็บก็จะเปราะ
00:02:00หรือว่าบางทีก็ทำให้ฉีกง่าย
00:02:03ถ้าเกิดว่าไปสัมผัสผิวอย่างเช่น ทาเล็บแล้วก็ทาเกินไปที่ผิว
00:02:06บางทีก็ทำให้เกิดมีการอักเสบหรือว่ามีผื่นรอบๆเล็บ
00:02:10ถ้าเราใช้ไประยะเวลานานๆ มันสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งได้
00:02:15เพราะนั้นจริงๆแล้วเนี่ยถ้าเราจะใช้
00:02:18เราต้องดูด้วยว่า ในส่วนประกอบของยาทาเล็บที่เราใช้
00:02:22มีส่วนประกอบของ ฟอร์มาลดีไฮด์หรือเปล่า
00:02:25คราวนี้นอกจากตัวฟอร์มาลดีไฮด์แล้วเนี่ย
00:02:27เราก็ยังพบตัวโทลูอีน (Toluene)
00:02:29ตัวโทลูอีน เป็นตัวทำละลาย ที่อยู่ในยาทาเล็บ
00:02:32คือเหมือนกันเวลาที่ทาไปปุ๊บ มันทำให้เล็บแข็ง
00:02:36คือทำให้เพิ่มความแข็งแรงของเล็บ
00:02:38โดยปกติทั่วไปเขาจะควบคุมความเข้มข้นไม่ให้เกิน 50 เปอร์เซ็นต์
00:02:41คุณแนนเห็นไหมว่าคนจะชอบเอายาทาเล็บมาดม
00:02:46ดมยาทาเล็บ ติดกลิ่นยาทาเล็บเนี่ย
00:02:50แต่ว่าจริงๆพวกนี้เนี่ยส่งผลต่อประสาทส่วนกลางได้
00:02:53ดมแล้วก็อาจจะมีง่วง หรือคลื่นไส้อาเจียนได้นะคะ
00:02:58หรือบางทีอาจจะทำให้เกิดอาการหรือเมื่อยล้า
00:03:01หรือมีอาการแสบจมูก แสบตาได้
00:03:04ก็คือทำให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุ
00:03:07คราวนี้นอกจาก 2 ตัวนี้แล้ว
00:03:09ตัวหนึ่งที่เราพบคือสารในกลุ่มพวกพาทาเลต (Phthalate)
00:03:12หรือว่ากลุ่ม DBP
00:03:14หรือเป็นไดนอร์มัวลิวทิลพาทาเลต (di-n bytyl phthalate)
00:03:16ซึ่งสารอันนี้เนี่ย ก็มักจะเอามาเป็นส่วนผสมในยาทาเล็บ
00:03:21แต่ว่ามันไม่ได้อยู่เฉพาะในยาทาเล็บคุณแนน
00:03:23เราสามารถจะเจอ สารตัวนี้ในการผลิตยาฆ่าแมลง
00:03:29ผลิตพลาสติก ผลิตสี
00:03:31แล้วก็เอาใส่ในยาทาเล็บ
00:03:32เพราะว่าใส่แล้วพอเอามาทาเล็บเนี่ย
00:03:34มันทำให้มีความยืดหยุ่นดี เรียบเนียน
00:03:38แต่ว่าจริงๆแล้วเนี่ยถ้าสมมุติว่าเราได้ตัว DBP เข้าไปในร่างกายมากๆ
00:03:43สิ่งที่เกิดขึ้นคุณแนนรู้ไหม ถ้าไปทาเล็บในคนท้อง
00:03:46เขาบอกคนท้องห้ามทาเล็บ
00:03:49เพราะว่าตัวนี้สามารถจะทำให้เด็กครรภ์พิการได้
00:03:53นอกจากในผู้หญิงตั้งครรภ์ในคนท้องแล้วเนี่ย
00:03:56ในผู้หญิงให้นมบุตรก็เหมือนกัน คือไม่ควรใช้
00:04:00มันสามารถที่จะส่งผลไปถึงลูกได้
00:04:02แล้วก็ตัวคุณเอง เป็นสารก่อมะเร็งได้ด้วย
00:04:05แล้วเวลาที่เราทานอาหาร
00:04:08สารเคมีที่จากทาเล็บเนี่ย มันสามารถที่จะปนเปื้อนไปกับอาหารได้คุณแนน
00:04:16บางทีเราไม่รู้ตัวว่าทำไมเราถึงมีอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน
00:04:21ปวดหัวไม่รู้ตัว
00:04:23บางทีอาจจะมาจากสารที่อยู่ในยาทาเล็บก็ได้
00:04:26หรือบางทีแสบตา ตาแดงมากๆ
00:04:29อาจจะส่งผลไปถึงระบบประสาทก็ได้
00:04:30อาจจะมีเดินเซ หรือว่าอาจจะมีอาการชัก อาการโคม่า
00:04:34หรืออาจจะมีหายใจลำบาก หายใจช้าลง
00:04:37หายใจหอบเหนื่อย มีอาการเคลิ้ม หรือมีมึนงงได้หมดเลย
00:04:42รู้แบบนี้ไม่อยากทาเล็บแล้วคุณหมอขา
00:04:45คือลำพังแค่เอามาใช้แบบถูกวิธี ก็ยังมีความเสี่ยงอันตราย