00:00:01 → 00:00:03ส่วนใหญ่ค่ะเราอาจจะเข้าใจว่าวิสัญญี
00:00:03 → 00:00:06แพทย์มีหน้าที่ให้การระงับความรู้สึกคน
00:00:06 → 00:00:08ไข้ในช่วงผ่าตัดเพียงอย่างเดียวนะคะแต่
00:00:08 → 00:00:11จริงๆเราเป็นแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยทั้งก่อน
00:00:11 → 00:00:15ผ่าตัดระหว่างผ่าตัดแล้วก็หลังผ่าตัดค่ะ
00:00:15 → 00:00:17หน้าที่ของเราคือการดูแลผู้ป่วยที่เข้า
00:00:17 → 00:00:19รับการผ่าตัดเนี่ยให้ได้รับการผ่าตัด
00:00:19 → 00:00:22อย่างปลอดภัยราบรื่นนะครับแล้วก็มีการ
00:00:22 → 00:00:24ฟื้นตัวที่เร็วแล้วก็บรรเทาป่วดหลังผ่า
00:00:24 → 00:00:27ตัดในช่วงก่อนผ่าตัดนะคะเราก็จะมีหน้าที่
00:00:27 → 00:00:29ดูแลคนไข้ตั้งแต่คนไข้ลงตารางผ่าตัดเลย
00:00:29 → 00:00:32ค่ะค่ะแล้วก็จะมีคลินิกปริหัตถการหรือว่า
00:00:32 → 00:00:36คลินิกวิสันนี้ก่อนผ่าตัดนะคะมาช่วยสกรีน
00:00:36 → 00:00:38ดูคนไข้ว่าคนไข้มีความพร้อมก่อนผ่าตัด
00:00:38 → 00:00:41หรือเปล่าส่วนใหญ่เราก็จะมีการซักประวัติ
00:00:41 → 00:00:44คนไข้นะคะตรวจร่างกายซักประวัติยาที่ใช้
00:00:44 → 00:00:46ประจำแล้วก็ประวัติผ่าตัดในอดีตค่ะมีการ
00:00:47 → 00:00:49ปรับเพิ่มลดยาแล้วก็มีการเตรียมความพร้อม
00:00:49 → 00:00:53คนไข้ก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดค่ะในตัว
00:00:53 → 00:00:55เนื้องานของวิสันติแพทย์อ่ะครับจะสามารถ
00:00:55 → 00:00:58แบ่งการระงับความรู้สึกออกเป็น 3 ประเภท
00:00:58 → 00:01:00ครับหลักๆก็คืออันที่ 1 เนี่ยจะเป็นเป็น
00:01:00 → 00:01:01การระงับความรู้สึกแบบทั้งตัวครับอาจจะ
00:01:02 → 00:01:04เรียกว่าเป็นการดมยาสลบก็ได้ครับการระงับ
00:01:04 → 00:01:06ความรู้สึกประเภทนี้เนี่ยผู้ป่วยจะหลับไป
00:01:06 → 00:01:09เลยโดยยาส่วนใหญ่ที่เราให้นะครับจะมีผลทำ
00:01:09 → 00:01:11ให้ผู้ป่วยหยุดหายใจหรือว่าไม่สามารถหาย
00:01:11 → 00:01:13ใจได้ด้วยตัวเองนะครับจะต้องมีการใส่ทอด
00:01:13 → 00:01:15ช่วยหายใจนะครับแล้วก็ต่อเครื่องช่วยหาย
00:01:15 → 00:01:17ใจให้แก่ผู้ป่วยครับวิธีที่ 2 เนี่ยจะ
00:01:17 → 00:01:20เป็นการระงับความรู้สึกแบบฉีดยาบริเวณไข
00:01:20 → 00:01:22สัหลังหรือว่าเรียกว่าบล็อกหลังก็ได้ครับ
00:01:22 → 00:01:24ก็คือเป็นการฉีดยาชาเข้าไปบริเวณน้ำไข่
00:01:24 → 00:01:26สันหลังทำให้ผู้ป่วยเนี่ยจะมีอาการชาแล้ว
00:01:26 → 00:01:29ก็ไม่สามารถขยับขาได้ทั้ง 2 ข้างครับจะทำ
00:01:29 → 00:01:31ให้สามารถพาตตัดบริเวณท้องหรือขาได้โดย
00:01:31 → 00:01:33ที่ผู้ป่วยสุขสบายไม่มีอาการเจ็บปวดครับ
00:01:33 → 00:01:36วิธีสุดท้ายคือการระงับความรู้สึกเป็นแบบ
00:01:36 → 00:01:38กลุ่มเส้นประสาทครับเช่นกลุ่มเส้นประสาท
00:01:38 → 00:01:40ที่ให้ความรู้สึกของแขนหรือขาผู้ป่วยก็จะ
00:01:40 → 00:01:43มีอาการชาบริเวณแขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่ง
00:01:43 → 00:01:45ทำให้สามารถผ่าตัดบริเวณนั้นๆได้อย่าง
00:01:45 → 00:01:47ปลอดภัย
00:01:47 → 00:01:50ครับคิดว่าที่คนคนเข้าใจกันว่าแพ้ยาสลบ
00:01:50 → 00:01:53อ่ะค่ะส่วนใหญ่น่าจะเป็นภาวะมารินไอเทอม
00:01:53 → 00:01:56มากกว่าค่ะที่จะมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจาก
00:01:56 → 00:02:00การใช้ยาดมสลกพวกยาที่เป็นแก๊สหรือว่ายา
00:02:00 → 00:02:04คล้ายกล้ามเนื้อบางตัวที่ชื่อว่าิิีนนะคะ
00:02:04 → 00:02:08อาการก็คือพอได้รับยาดมสลบไปแล้วอ่ะค่ะ
00:02:08 → 00:02:11ตัวร่างกายก็จะมีภาวะตอบสนองโดยมีความดัน
00:02:11 → 00:02:14โลหิตสูงอุณหภูมิขึ้นสูงมี metabolism
00:02:14 → 00:02:17หรือการผอกผันในร่างกายสูงมากทำให้เกิด
00:02:17 → 00:02:19ภาวะสารอิเล็กโตรไลต์ในเลือดมีความผิด
00:02:19 → 00:02:22ปกติไปแล้วก็จะทำให้เกิดผลต่างๆตามมา
00:02:22 → 00:02:24อย่างเช่นหัวใจเต้นผิดจังหวะหัวใจหยุด
00:02:24 → 00:02:27เต้นได้ค่ะแล้วก็จะมีการ Shift มาใช้ยา
00:02:27 → 00:02:30รับความรู้สึกทางเส้นเลือดแทนเรียนว่าหาด
00:02:30 → 00:02:32อาการทุกอย่างอ่ะครับที่ทำให้กับผู้ป่วย
00:02:32 → 00:02:34อ่ะครับคือมีความเสี่ยงหมดเลยครับทั้งจะ
00:02:34 → 00:02:36เป็นการับความรู้สึกแบบทั้งตัวมีการใส่
00:02:36 → 00:02:38ทอดชวนหายใจก็มีความเสี่ยงอาจจะทำให้เกิด
00:02:38 → 00:02:41เสียงแหบเจ็บคอหรือแม้กระทั่งฟันโยกอะไร
00:02:41 → 00:02:43อย่างงี้ก็เกิดขึ้นได้ครับการบล็อกหลัง
00:02:43 → 00:02:45เนี่ยก็จะมีผลภาวะแซรกซ้อนได้ครับอย่าง
00:02:45 → 00:02:48เช่นอาจจะมีการบาดเจ็บต่อเส้นประสาทอาจจะ
00:02:48 → 00:02:51มีภาวะปวดศีรษะหลังหรือว่าาจะมีภาวะเรียก
00:02:51 → 00:02:53ว่าความดันตกอ่ะครับจากยายาชาที่เราให้
00:02:53 → 00:02:55เข้าไปได้ทั้งนี้ทั้งนั้นจริงๆความเสี่ยง
00:02:55 → 00:02:57เนี่ยจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
00:02:57 → 00:02:59ครับส่วนมากจะเป็นปัจจัยของผู้ป่วยเป็น
00:03:00 → 00:03:02ส่วนนึงก็คือเช่นอายุที่มากขึ้นหรือว่ามี
00:03:02 → 00:03:04โรคประจำตัวที่เยอะขึ้นหรือว่าเป็นตัวโรค
00:03:04 → 00:03:06ที่เรับการผ่าตัดความเร่งด่วนถ้าเป็นการ
00:03:06 → 00:03:09ผ่าตัดที่ฉุกเฉินก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้น
00:03:09 → 00:03:12หรือว่าในคนไข้ที่มียาต้านเกล็ดเลือดอยู่
00:03:12 → 00:03:14หรือว่ายาละลายลิ่มเลือดอ่ะค่ะแล้วก็จะ
00:03:14 → 00:03:16หลีกเลี่ยงการบล็อกหลังเพราะว่ามันมี
00:03:16 → 00:03:18โอกาสที่จะทำให้เกิดลิ่มเลือดหรือว่าเป็น
00:03:19 → 00:03:21ก้อนเลือดบริเวณไขสันหลังก็จะกดทับเส้น
00:03:21 → 00:03:23ประสาทได้ก็เลยเป็นเหตุผลว่าเราต้อง
00:03:23 → 00:03:25ประเมินคนไข้ก่อนถามยาที่ใช้ประจำแล้วก็
00:03:25 → 00:03:30ค่อยมาวางแผนวิธีการดมยาสลบของคนไข้ค่ะ
00:03:30 → 00:03:32ปกติแล้วเราก็จะมีคลินิกวิสัญญีก่อนการผา
00:03:32 → 00:03:34ตัดอยู่แล้วที่จะให้คนไข้มาเจอคุณหมอ
00:03:34 → 00:03:37วิสัญญีโดยเฉพาะคนไข้ที่มีโรคประจำตัว
00:03:37 → 00:03:39เยอะอย่าเช่นโรคหัวใจโรคปอดอ่ะค่ะเราก็จะ
00:03:39 → 00:03:42ให้คนไข้นำยามาเช็คกับคุณหมอเพื่อดูว่า
00:03:42 → 00:03:45เราจำเป็นต้องปรับยาตัวไหนหรือว่ามีโรค
00:03:45 → 00:03:46อะไรซ่อนอยู่ซึ่งเราจะเจอล่วงหน้าเป็น
00:03:46 → 00:03:49หลักสัปดาห์ถึงหลักเดือนนะคะเพื่อให้คน
00:03:49 → 00:03:51ไข้มีความพร้อมตั้งแต่ก่อนผ่าตัดแล้วก็
00:03:51 → 00:03:54อาจจะมีการปรับยาบางอย่างหรือให้หยุดยา
00:03:54 → 00:03:57บางตัว 2 ก็คือเป็นพวกสมุนไพระกันก็จะมี
00:03:57 → 00:04:00สมุนไพรหรือว่ายาวิตามินเสริมบางชนิดที่
00:04:00 → 00:04:03มีผลกับการหยุดเลือดทำให้เลือดหยุดยาก
00:04:03 → 00:04:05ขึ้นก็จำเป็นที่จะต้องหยุดอย่างเช่นพวก
00:04:05 → 00:04:09โสมนะคะหยุดก่อน 7 วันค่ะแปะกั๊วหยุด 36
00:04:09 → 00:04:12ชมนะคะกระเทียมหยุดประมาณ 7 วันแล้วก็พวก
00:04:12 → 00:04:15Fish Oil เนี่ยหยุดมากกว่า 6 วันขึ้นไป
00:04:15 → 00:04:17แล้วก็วิตามินอีหยุดมากกว่า 7 วันเช่นกัน
00:04:17 → 00:04:20เพราะว่าพวกนี้จะมีผลต่อการหยุดเลือดยาก
00:04:20 → 00:04:22ทำให้เลือดออกได้ง่าย
00:04:22 → 00:04:25ค่ะหน้าที่ของวิสัญญีแพทย์อครับคือเฝ้า
00:04:25 → 00:04:28ระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้แก่
00:04:28 → 00:04:30ผู้ป่วยนะครับทั้งในระยะเฉียบพลันคือหมาย
00:04:30 → 00:04:33ถึงว่าพิ่งผ่าตัดเสร็จใหม่ๆเลยได้แก่การ
00:04:33 → 00:04:35ปวดหรือว่ามีเลือดออกหรือว่าจะเป็นการ
00:04:35 → 00:04:37ขึ้นไซอาเจียนหรือภาวะสับสนก็ตามอ่ะครับ
00:04:37 → 00:04:40จนถึงภาวะแทรกซอนที่อาจจะเกิดขึ้นทีหลัง
00:04:40 → 00:04:43เช่นไปเกิดขึ้นที่ 1-2 วันอันนี้เราก็จะ
00:04:43 → 00:04:45มีหน้าที่ในการประเมินแล้วก็ดูแลผู้ป่วย
00:04:45 → 00:04:48นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ป่วยวิกฤตหลังผ่าตัด
00:04:48 → 00:04:51ค่ะแล้วก็จะมีทีมวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง
00:04:51 → 00:04:54วิกฤตหลังผ่าตัดอีกทีมนึงเลยที่เป็น sub
00:04:54 → 00:04:57specialty ช่วยดูแลหลังผาตัดอีกทีนึงค่ะ
00:04:57 → 00:04:59คนไขส่วนใหญ่ก็จะแอดมิอยู่ในห้องพักฟืน
00:04:59 → 00:05:01วิกฤษหรือว่าห้อง ICU ค่ะก็จะมีวิสัญญี
00:05:01 → 00:05:03แพทย์ทีมนี้ช่วยดูแลร่วมกับคุณหมอ
00:05:03 → 00:05:06ศัลยกรรมแล้วก็คุณหมออายุรกรรมค่ะให้คน
00:05:06 → 00:05:09ไข้สุขสบายแล้วก็ปลอดภัยจน make ชว่าคน
00:05:09 → 00:05:11ไข้ปลอดภัยแล้วค่อยออกไปอยู่ห้องพัก
00:05:11 → 00:05:15ธรรมดาค่ะอันนี้เจอบ่อยครับก็เช่นหนูจะ
00:05:15 → 00:05:17ตื่นมั้ยคะอย่างเงี้ยครับหรือว่าจะตื่น
00:05:17 → 00:05:20ระหว่างเคสมยคำตอบก็คือถ้าในการผ่าตัด
00:05:20 → 00:05:23ทั่วไปนะครับที่เรียกว่าเป็น elective
00:05:23 → 00:05:24หมายความว่าผ่าแบบไม่เร่งด่วนมีความ
00:05:24 → 00:05:26เสี่ยงที่น้อยมากๆที่จะเกิดขึ้นครับเรามี
00:05:26 → 00:05:28การมอนิเตอร์ผู้ป่วยที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ
00:05:28 → 00:05:31ครับทั้งระดับความเข้มข้นของยาดมสลบหรือ
00:05:31 → 00:05:33แม้กระทั่งระดับการระงับความรู้สึกว่าลึก
00:05:33 → 00:05:35มากน้อยแค่ไหนเนี่ยทำให้เราเนี่ยสามารถ
00:05:35 → 00:05:38ให้การระงับความรู้สึกที่เพียงพอและโอกาส
00:05:38 → 00:05:40ที่จะตื่นระหว่างเคสเนี่ยแทบจะเป็นไปไม่
00:05:40 → 00:05:42ได้เลยก็ว่าได้ครับอีกกรณีนึงคือจะตื่นมย
00:05:42 → 00:05:45ตอบง่ายๆก็ตื่นแน่นอนครับยาของเราเป็นยา
00:05:45 → 00:05:48ให้ทางท่อช่วยหายใจพอเราจะให้ตื่นเราก็
00:05:48 → 00:05:50แค่ปิดยาพอผ่าตัดทุกอย่างเสร็จก็คือปิดยา
00:05:50 → 00:05:53ดมสลบหรรือแก๊สดมสลบนั้นนะครับพอยาลด
00:05:53 → 00:05:55ระดับลวงผู้ป่วยก็จะตื่นครับอันนี้ตื่น
00:05:55 → 00:05:56แน่นอน
00:05:56 → 00:05:58[เพลง]
00:05:58 → 00:06:02ครับ้า