00:00:00 → 00:00:04ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักนะครับกับเจ้า
00:00:04 → 00:00:06เรื่องของสมองเสื่อมคุณหมอครับอยากจะให้
00:00:06 → 00:00:10คุณหมออธิบายสถานการณ์ของสถานการณ์ภาวะ
00:00:10 → 00:00:13สมองเสื่อมในประเทศไทยปัจจุบันว่ามันมัน
00:00:13 → 00:00:16มีความน่ากังวลน่ากลัวขนาดไหนฮะคุณหมอฮะ
00:00:16 → 00:00:19ครับจริงๆผมเป็น
00:00:19 → 00:00:23เอ่อผมเป็นเอ่อแชนรับเชิญรายการสุขภาพดี
00:00:24 → 00:00:262200 นหลายรอบนใช่ๆๆๆๆเกี่ยวกับเรื่อง
00:00:26 → 00:00:31สมองครับอาจารย์ครับครับก็ค่อนข้างจะแต่
00:00:31 → 00:00:34ก็ก็ก็ถือว่าก็น่าก็ก็น่ายินดีครับที่อาจ
00:00:34 → 00:00:37จะเป็นช่วงหลังๆที่อ่าเราจะให้ความสำคัญ
00:00:37 → 00:00:39กับสุขภาพมากขึ้นเลยเฉพาะเรื่องสุขภาพของ
00:00:39 → 00:00:43ผู้สูงอายุอ่ะครับผมก็ก็ยินดีครับที่จะมา
00:00:43 → 00:00:45ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพราะว่าสถานการณ์มัน
00:00:45 → 00:00:48ก็เปลี่ยนแปลงไปในช่วงหลายหลายๆปีที่ผ่าน
00:00:48 → 00:00:51มาฮะครับเ่อเดิมเนี่ยประเทศเราเนี่ยจะ
00:00:51 → 00:00:54เป็นสังคมผู้สูงอายุก็คือเดิมจะมีผู้สูง
00:00:54 → 00:00:57อายุเนี่ยอยู่ในเกณฑ์เกินประมาณ 15% 10
00:00:57 → 00:01:01-15% ขึ้นไปแต่ตอนเนี้ยล่าสุดเนี่ยเ
00:01:01 → 00:01:04เชื่อว่าช่วงประมาณปลายปี 2566 เนี่ยจถึง
00:01:04 → 00:01:07รอยต่อปี 67 ที่กำลังจะขึ้นปีใหม่เนี่ย
00:01:07 → 00:01:10ผู้สูงอายุเนี่ยที่กินพื้นที่กินจำนวน
00:01:10 → 00:01:13ประชากรประมาณ 18.8 per นะครับจากประมาณ
00:01:13 → 00:01:16ช่วงปี 65 เนี่ยตอนเนี้ยน่าจะขึ้นเป็น 20%
00:01:17 → 00:01:21ละโอ้โหครับจากประชากรไทยทั้งหมดนะฮะก็
00:01:21 → 00:01:23เา้าก็จะเรียกว่าสถานการณ์นี้ว่าสังคมสูง
00:01:24 → 00:01:27อายุสัมบูรณ์นะครับครับสังคมสูงอายุ
00:01:27 → 00:01:30สัมบูรณ์จะมีผลยังไงก็คิดว่าโดยภาพรวมอ่ะ
00:01:30 → 00:01:33ครับถ้ามีประชากรไทย 100 คนนะครับ 20 คน
00:01:34 → 00:01:36เนี่ยจะเป็นคนที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไปนะ
00:01:36 → 00:01:39ครับที่เหลืออีก 80 คนอาจจะเป็นเด็กอาจจะ
00:01:39 → 00:01:43เป็นวัยกลางคนอาจจะเป็นวัยทำงานนะฮะอัน
00:01:43 → 00:01:46นี้จะมีผลยังไงกับสังคมไทยปัจจุบันนะฮะก็
00:01:46 → 00:01:49คืออาจจะต้องยอมรับว่าอ่าเราดูแลสุขภาพ
00:01:49 → 00:01:51กันเองมากขึ้นนะฮะแต่ในขณะเดียวกันเนี่ย
00:01:51 → 00:01:54สุดท้ายเนี่ยก็ต้องยอมรับว่าผู้สูงอายุก็
00:01:54 → 00:01:57อาจจะมีโรคที่เรื้อรังค่อนข้างเยอะกว่านะ
00:01:57 → 00:02:00ครับประชากรวัยทั่วไปหรือว่าประชากรกนวัย
00:02:00 → 00:02:03กลางคนนะครับก็เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิด
00:02:03 → 00:02:06ขึ้นตามมาก็คืออ่าเราต้องจัดระบบบริการ
00:02:06 → 00:02:10สุขภาพที่ตอดรับกับเอ่อสุขภาพปัญหาสุขภาพ
00:02:10 → 00:02:12ของผู้สูมวัยมากขึ้นนะครับไม่ว่าจะเป็น
00:02:12 → 00:02:15ปัญหาเรื่องการอกล้มนะครับเรื่องกระดูก
00:02:15 → 00:02:18พรุนกระดูกผุนะครับปัญหาโรคเนื้อร่างต่าง
00:02:18 → 00:02:23ๆเบาหวานความดันไขมันโรคหัวใจนะครับแล้ว
00:02:23 → 00:02:25ก็นอกเหนือจากนั้นเนี่ยก็คงต้องเป็นโรค
00:02:25 → 00:02:27สมองเสื่อมนะครับซึ่งก็จะเป็นโรคที่เฉพาะ
00:02:27 → 00:02:32เจาะจงกับผู้สูงอายุพอสมควรอครับผมครับอื
00:02:32 → 00:02:34คือถ้าถ้าเทียบตัวเลขฮะคุณหมอครับคือณ
00:02:34 → 00:02:38เวลานี้เนี่ยคนไทยเราเนี่ยป่วยด้วยภาวะ
00:02:38 → 00:02:42สมองเสื่อมเนี่ยมากน้อยขนาดไหนฮะคุณหมอฮะ
00:02:42 → 00:02:46ครับผมก็จริงๆไม่มีตัวเลขตายตัวแต่ก็มี
00:02:46 → 00:02:49การประมาณการจากอ่าสถิติหลายภาคส่วนนะ
00:02:49 → 00:02:53ครับก็หนึ่งในนั้นก็คือมีรายงานชงเลขช่วง
00:02:53 → 00:02:56ปีประมาณ 2564 นะครับอยู่ที่ประมาณ
00:02:56 → 00:03:00680,000 คนเป็นตัวเลขกะประมาณเข้าวนะฮะ
00:03:00 → 00:03:02ครับก็อย่างน 600,000 ประมาณ 600,000 -
00:03:02 → 00:03:05700,000 นะครับซึ่งแนวโน้มก็คงอาจจะ
00:03:05 → 00:03:07เพิ่มขึ้นเรื่อยๆไอ้อัตราการเพิ่มขึ้น
00:03:07 → 00:03:10เนี่ยมีสาเหตจาก 2 ปัจจัยหลักก็คืออ่ะเรา
00:03:10 → 00:03:12มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจริงนะครับพอมีผู้
00:03:12 → 00:03:15สูงอายุเพิ่มขึ้นเนี่ยโอกาสที่เป็นโรค
00:03:15 → 00:03:17สมองเสี่ยมก็จะเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้สูง
00:03:17 → 00:03:20อายุนี้นะครับกลุ่มที่ 2 ก็คืออ่าระบบการ
00:03:20 → 00:03:23เข้าถึงการแพทย์หรือว่าความตระหนักใน
00:03:23 → 00:03:26ปัญหาสุขภาพของเรามีมากขึ้นทั้งจากผู้สูง
00:03:26 → 00:03:29อายุเองแล้วก็จากญาติผู้ดูแลนะครับอาจจะ
00:03:29 → 00:03:32ทำให้เราสามารถดีทคคือตรวจจับปัญหาเรื่อง
00:03:32 → 00:03:35สมองเสื่อมได้เพิ่มขึ้นง่ายขึ้นเช่นเดียว
00:03:35 → 00:03:37กันในช่วงหลังๆนะเพราะฉะนั้นปัญหาสมอง
00:03:37 → 00:03:39เสื่อมก็ค่อยๆทยอยเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
00:03:39 → 00:03:42เรื่อยๆก็คิดว่าคงจะทะลุ 700,000 คนในอีก
00:03:42 → 00:03:47ไม่กี่ปีครับโโหที่เนี้ยอยากจะรู้อ่ะค่ะ
00:03:47 → 00:03:51คุณหมอค่ะอย่างปัจจัยที่มีผลทำให้สมอง
00:03:51 → 00:03:54เสื่อมคืออย่างในเรื่องของอายุเราก็พอจะ
00:03:54 → 00:03:57ทราบใช่มั้ยคะว่าพออายุมันมากขึ้นใน
00:03:57 → 00:03:59เรื่องของสมองอาจจะแบบสมองเสื่อมได้แต่
00:03:59 → 00:04:03ที่เนี่ยปัจจัยอื่นๆก่อนหน้าล่ะคะคุณหมอ
00:04:03 → 00:04:07คะครับมีคนพยายามศึกษาปัจจัยที่ทำให้สมอง
00:04:07 → 00:04:10เสื่อมอยู่หลายคนเหมือนกันนะฮะแต่ว่าปัจ
00:04:10 → 00:04:13ปัจจัยที่ปัจจุบันอ่าอย่างที่ทางทีม
00:04:13 → 00:04:17พิธีกรพูดอ่ะครับโก็คือเรื่องอายุเนี่ย
00:04:17 → 00:04:20เป็นปัจจัยสำคัญอันดับที่ 1 เลยนะครับ
00:04:20 → 00:04:22อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้สมองเราเสรียมเพิ่ม
00:04:22 → 00:04:25ขึ้นนะฮะแต่ว่าก็จะมีปัจจัยอื่นประกอบที่
00:04:25 → 00:04:28จะเป็นปัจจัยที่อาจจะส่งเสริมไม่โกันคน
00:04:28 → 00:04:30นี้โอกาสเป็นสมองเสี่ยงเพิ่มคนนี้โอกาส
00:04:30 → 00:04:32เป็นสมองเสื่อมน้อยลงนะครับสามารถแยก
00:04:32 → 00:04:35ปัจจัยออกมาง่ายๆเป็น 2 อันคือปัจจัยที่
00:04:35 → 00:04:38แก้ไขได้กับปัจจัยที่แก้ไขไม่ได้นะครับ
00:04:38 → 00:04:41ปัจจัยที่แก้ไขไม่ได้ยกตัวอย่างเช่นเพศนะ
00:04:41 → 00:04:44ครับเพศเนี่ยก็คือก็มีข้อมูลค่อนข้างชัด
00:04:44 → 00:04:46ว่าผู้หญิงเนี่ยอาจจะมีโอกาสเป็นสมอง
00:04:46 → 00:04:49เสี่ยมมากกว่าผู้ชายนะครับส่วนนึงเนี่ย
00:04:49 → 00:04:51อาจจะเป็นเพราะว่าอายุไขของผู้หญิงไงสูง
00:04:51 → 00:04:54กว่าผู้ชายนะครับทำให้โอกาสที่ผู้หญิงจะ
00:04:54 → 00:04:57มีอายุยืนยาวจนกลายไปเป็นสมองเสื่อมเนี่ย
00:04:57 → 00:05:00อาจจะสูงกว่าผู้ชายนะครับอจริงๆอันนี้ก็
00:05:00 → 00:05:02ต้องดูกันไปว่าจริงๆมันเป็นปัจจัยทรงหรือ
00:05:02 → 00:05:04ว่าปัจจัยทางหมนะครับปัจจัยเรื่องกรพันธ์
00:05:05 → 00:05:08ครับยกตัวอย่างเช่นถ้ามีญาติพี่น้องเป็น
00:05:08 → 00:05:11สมองเสื่อมโอกาสที่ผู้สูงอายุคนนั้นจะ
00:05:11 → 00:05:13เป็นสมองเสื่อมก็จะสูงขึ้นนะครับแต่
00:05:13 → 00:05:16ปัจจัยพวกเจะสังเกตว่าเพศเนี่ยเรื่อง
00:05:16 → 00:05:18พันธุกรรมเนี่ยเป็นปัจจัยที่แก้ไขไม่ได้
00:05:18 → 00:05:20นะครับอายุก็เป็นปัจจัยที่แก้ไขไม่ได้
00:05:20 → 00:05:22เช่นเดียวกันนะฮะเราก็ไม่ต้องไปสนใจ
00:05:22 → 00:05:25ปัจจัยพวกนั้นแต่ปัจจัยที่เราต้องสนใจก็
00:05:25 → 00:05:27คือปัจจัยที่แก้ไขได้นะครับปัจจัยที่แก้
00:05:27 → 00:05:30ไขได้ยกตัวอย่างเช่นโรคประจำตัวทั้งหลาย
00:05:30 → 00:05:34ฮะมีข้อมูลชัดเจนพวกวความดันเบาหวานนะ
00:05:34 → 00:05:38ครับการเป็นโรคอ้วนนะครับการที่เรามี
00:05:38 → 00:05:41ไลฟ์สไตล์ที่ค่อนข้างจะไม่ได้ทำอะไรนั่งๆ
00:05:41 → 00:05:45นอนๆอยู่เฉยๆนะครับพวกเนี้ยเป็นปัจจัยการ
00:05:45 → 00:05:48สมบุหรี่นะครับเป็นอีกปัจจัยนึงเหมือนกัน
00:05:48 → 00:05:50ซึ่งอันเนี้ยจะเป็นปัจจัยที่มีข้อมูลชัด
00:05:50 → 00:05:52เจนว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นสมอง
00:05:52 → 00:05:56เสื่อมได้นะครับผมอ
00:05:56 → 00:06:00อืปัจจัยที่แก้ไขได้
00:06:00 → 00:06:02หมายถึงว่าถ้าเราดูแลรักษาสุขภาพไม่ให้
00:06:02 → 00:06:06เป็นโรคเหล่านี้พวกความดันเบาหวานโรคอ้วน
00:06:06 → 00:06:09หรือแม้แต่สูบบุหรี่เนี่ยถ้าเราดูแลดีมัน
00:06:09 → 00:06:12ก็จะทำให้เราความจำเสื่อมช้าลงอย่างเงี้
00:06:12 → 00:06:16ล่ะคะคุณหมอค่ะครับผมก็คือถ้าเราป้องกัน
00:06:16 → 00:06:18ไม่ให้เราเป็นโรคนี้ครับข้อมูลค่อนข้าง
00:06:18 → 00:06:21ชัดเจนว่าพอเรารักษาตัวเองให้รยสไตล์ดี
00:06:21 → 00:06:23ตั้งแต่สมัยเรายังอายุน้อยหรือว่าตั้งแต่
00:06:23 → 00:06:26ในวัยกลางคนเนี่ยโอกาสที่เราจะไปเป็นสมอง
00:06:26 → 00:06:28เสื่อมตอนอายุสูงขึ้นเนี่ยก็จะน้อยลงมาก
00:06:28 → 00:06:31นะครับไก่อันนึงคือกลุ่มที่เป็นโรคพวกนี้
00:06:31 → 00:06:34แล้วนะครับก็ไม่ใช่ว่าจะหมดหวางซะทีเดียว
00:06:34 → 00:06:38ถ้าเราคุมความดันได้ดีคุมลดน้ำหนักลงไปนะ
00:06:38 → 00:06:41ครับคุมไขมันคุมเบาหวานได้ดีเลือกสู
00:06:41 → 00:06:45บุหรี่ซะนะครับพวกเนี้ยรักษาและคอนโทรล
00:06:45 → 00:06:47ได้ดีก็ลดความเสี่ยงในการเสมองส่วนเช่น
00:06:47 → 00:06:51เดียวกันครับโอส่วนใหญ่คุณหมอครับที่คุณ
00:06:51 → 00:06:54หมอเจอหรือว่าสถิติในประเทศไทยที่พอจะมี
00:06:54 → 00:06:57บันทึกไว้ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นจากสาเหตุ
00:06:57 → 00:07:00แรกหรือว่าสาเหตุที่ 2 กันเป็นสัดส่วนที่
00:07:01 → 00:07:04มากกว่าฮะครับอันนี้อันนี้ต้องยอมรับว่า
00:07:04 → 00:07:06เนื่องจากมันเป็นปัจจัยเสี่ยงอ่ะครับการ
00:07:06 → 00:07:08เป็นปัจจัยเสี่ยมเนี่ยไม่ได้แปลว่าจะต้อง
00:07:09 → 00:07:11เป็นคือหมายถึงว่าเป็นความดันปึ๊บจะต้อง
00:07:11 → 00:07:13เป็นสมองเสื่อมเสมอไปแต่ว่ามันแค่เป็น
00:07:13 → 00:07:16ปัจจัยสนับสนุนเฉยๆครับแต่ว่าเมื่อไหร่ก็
00:07:16 → 00:07:19ตามที่คนคนึงเนี่ยมีหลายปัจจัยพร้อมกัน
00:07:19 → 00:07:21อย่างเช่นมีกรพันธ์ที่มีความเสี่ยงอยู่
00:07:21 → 00:07:24แล้วนะครับซึ่งอันนี้แก้ไขไม่ได้นะครับ
00:07:24 → 00:07:27อายุเพิ่มขึ้นแก้ไขไม่ได้นะครับแล้วยังมา
00:07:27 → 00:07:31มีการสูบบุหรี่นะครับมีปัญหาเรื่องอ่า
00:07:31 → 00:07:34ไลฟ์สไตล์ที่ไม่ทำอะไรเลยนะครับคือมีโลค
00:07:34 → 00:07:36ประจำตัวเป็นเบาหวานที่คอนโทรลไม่ดีคน
00:07:36 → 00:07:38เนี้ยก็จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นสมอง
00:07:38 → 00:07:40เสื่อมมากขึ้นนะเพราะฉะนั้นจริงๆมันจะไม่
00:07:40 → 00:07:43มีตัวเลขปลายตัวซักทีเดียวครับที่ว่า
00:07:43 → 00:07:45ปัจจัยเสี่ยงไหนเนี่ยจริงๆมันเข้มแข็ง
00:07:45 → 00:07:48กว่าปัจจัยเสี่ยงอื่นๆนะครับข้อมูลอัน
00:07:48 → 00:07:51เดียวเท่านั้นครับที่ค่อนข้างชัดเจนคือ
00:07:51 → 00:07:54อายุเท่านั้นฮที่เป็นตัวที่ชัดเจนว่ามัน
00:07:54 → 00:07:57เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ถือว่าเข้มข้นที่สุด
00:07:57 → 00:07:59ในการทำให้เกิดสมองเสื่อมแต่มันเป็นสิ่ง
00:07:59 → 00:08:01ที่เราไม่สามารถแก้ไขได้อยู่แล้วเพราะ
00:08:01 → 00:08:02ฉะนั้นเราก็จะไม่ได้ไปสนใจอันนั้นเป็น
00:08:02 → 00:08:04พิเศษ่ะอื
00:08:04 → 00:08:09อ๋อแล้วอย่างอายุอ่ะค่ะคือสัญญาณที่จะบอก
00:08:09 → 00:08:12ว่าเราเนี่ยเริ่มแล้วล่ะเริ่มที่จะความ
00:08:12 → 00:08:14สมองเนี่ยจะไปะเสื่อมแล้วอะไรอย่างเงี้ย
00:08:14 → 00:08:17มันอายุเท่าไหร่หรือว่ามันสัญญาณอะไรอ่ะ
00:08:17 → 00:08:21คะคุณหมอครับผมอายุที่อ่าโอกาสจะเริ่ม
00:08:21 → 00:08:24เป็นสมองเสื่อมได้มากเนี่ยอ่าสมัยก่อนเ
00:08:24 → 00:08:26คลาสสิคเลยหลายอันนี้แต่เป็นอันนี้เป็น
00:08:26 → 00:08:29ความรู้หลายร้อยปีมาแล้วนะครับก็คือค่ะ
00:08:29 → 00:08:32เราจะจัดอายุกันที่ประมาณ 65 ปีนะครับที่
00:08:32 → 00:08:35จะถือว่าคนนั้นมีโอกาสเสี่ยงเป็นสมอง
00:08:35 → 00:08:37เสี่ยมก็คือตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปเนี่ย
00:08:37 → 00:08:40อัตราความน่าจำเป็นที่ผู้สูงอายุคนนั้นจะ
00:08:40 → 00:08:42เป็นอัลไซเมอร์เนี่ยความเสี่ยงก็จะสูง
00:08:42 → 00:08:44เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนะครับอัลไซเมอร์เนี่ยจะ
00:08:44 → 00:08:47เป็นสาเหตุของสมองเสื่อมอันดับที่ 1 นะ
00:08:47 → 00:08:50ครับยังคงเป็นอันดับที่ 1 มาตลอดนะฮะซึ่ง
00:08:50 → 00:08:53อันเนี้ยต่ำกว่า 65 ปีเนี่ยจะเป็นช่วงวัย
00:08:53 → 00:08:55ที่โอกาสเกิดสมองเสื่อมเนี่ยน้อยนะครับ
00:08:55 → 00:08:58เพราะว่าปัจจัยเรื่องอายุจะไม่เข้มข้นมาก
00:08:58 → 00:09:00แต่ว่าก็ยังมีโอกาสเจอสมองเสื่อมบาง
00:09:00 → 00:09:04ประเภทได้นะครับในคนที่อายุต่ำกว่า 65 ปี
00:09:04 → 00:09:07นะครับสำหรับอาการทางสมองเสื่อมเป็นยังไง
00:09:07 → 00:09:09นะครับอาการสมองเสื่อมที่สังเกตได้เนี่ย
00:09:09 → 00:09:12จริงๆสามารถแสดงออกมาได้หลายแบบนะครับแต่
00:09:12 → 00:09:14ที่เราเจอคลาสสิกที่สุดคือโรคอัลไซเมอร์
00:09:14 → 00:09:17เนี่ยอาการจะเด่นไปทางความจำนะครับความจำ
00:09:17 → 00:09:20ก็คือหลงลืมที่เราชอบพูดคำว่าหลงลืมเนี่ย
00:09:20 → 00:09:23ครับก็คืออาจจะมีปัญหาเรื่องจำสิ่งที่
00:09:24 → 00:09:27เพิ่งพูดผ่านไปไม่นานเนี่ยไม่ได้นะครับ
00:09:27 → 00:09:29เป็นผู้สูงวัยที่อายุมากจะ 60 5 ปีขึ้น
00:09:29 → 00:09:34ไปอ่ามีปัญหาเรื่องจำวันเวลาสถานที่ที่
00:09:34 → 00:09:37เพิ่งคุยกันไม่ได้ยกตัวอย่างเช่นวันนี้
00:09:37 → 00:09:41คุยว่าหลานจะไปทำงานข้างนอกผ่านมาอีก 30
00:09:41 → 00:09:43นาทีอาจจะกลับมาถามเรื่องเดิมผ่านไปอีก
00:09:43 → 00:09:46ชั่วโมงนึงกลับมาถามเรื่องเดิมอันเนี้ยจะ
00:09:46 → 00:09:48เป็นสัญญาณชัดเจนของการเป็นโรคหลงลืมที่
00:09:48 → 00:09:50เกี่ยวข้องกับความจำนะครับซึ่งอันเนี้ยก็
00:09:50 → 00:09:53จะเป็นอาการคลาสสิกของโรคอัลไซเมอร์ถ้า
00:09:53 → 00:09:56เจอในคนอายุเกิน 65 ปีขึ้นไปเนี่ยโอกาส
00:09:56 → 00:09:58ที่จะเป็นอัลไซเมอร์ก็สูงนะครับซึ่งเป็น
00:09:58 → 00:10:01อันดับ 1 ของโรคสมองเสื่อมทั้งหมดนะครับ
00:10:01 → 00:10:03จริงๆแล้วสมองเสื่อมเนี่ยก็ยังมีอาการ
00:10:03 → 00:10:06อื่นได้อีกนะครับยกตัวอย่างเช่นปัญหาด้าน
00:10:06 → 00:10:09การใช้ภาษานะครับมีบางคนที่อาจจะเสียด้าน
00:10:09 → 00:10:12การใช้ภาษาเป็นหลักถ้าใครติดตามข่าวซึ่ง
00:10:12 → 00:10:15ผมก็เคยพูดเหมือนกันในรายการเนะครับอ่าก็
00:10:15 → 00:10:18คือคุณวูินะครับที่จะมีสมองเสื่อมด้านการ
00:10:18 → 00:10:20ใช้ภาษาเป็นหล่ะอันนี้ก็เป็นตัวอย่างของ
00:10:20 → 00:10:22สมองเสื่อมอีกแบบนึงกันที่ไม่ได้เด่นความ
00:10:22 → 00:10:25จำแต่เนเรื่องภาษานะครับอันอื่นอาจจะมา
00:10:25 → 00:10:28ด้วยปัญหาพฤติกรรมนะครับเช่นยับยั้งช่าง
00:10:28 → 00:10:32ใจไม่ได้มีปัญหาด้านการวางแผนการตัดสินใจ
00:10:32 → 00:10:34นะครับพวกนี้ก็เป็นอาการของสมองเสื่อมได้
00:10:34 → 00:10:38เช่นกันนะครับอเออเดี๋ยวถ้าขออนุญาตย้อน
00:10:38 → 00:10:41ไปที่เรื่องของภาษาฮคุณหมอครับภาษาที่ว่า
00:10:41 → 00:10:45เนี่ยเวลาพอมีปัญหานี่คือมันจะสื่อสารกัน
00:10:45 → 00:10:47ไม่รู้
00:10:47 → 00:10:50เรื่องชุดคำพูดที่เคยใช้คุยกันเป็นปกติ
00:10:51 → 00:10:53นี่คืออาจจะใช้เหมือนเดิมไม่ได้อย่างนี้
00:10:53 → 00:10:57หรอฮะคุณหมอฮะครับเอ่อจริงๆสมองเสื่อมที่
00:10:57 → 00:11:00เกิดจากปัญหาเรื่องภาษาเนี่ยเราเจอได้จาก
00:11:00 → 00:11:02หลายสาเหตุนะครับอันนึงก็คือพวกหลเลือก
00:11:02 → 00:11:04สมองตีบหรือแตกที่ได้ยินกันนะครับถ้ามัน
00:11:05 → 00:11:07ไปโดนสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษา
00:11:07 → 00:11:10เนี่ยภาษาก็มีความเสียหายได้นะครับร่าง
00:11:10 → 00:11:12กายจะกลับมาฟื้นได้ดีแค่ไหนก็ขึ้นกับว่า
00:11:12 → 00:11:15เอ่อรอได้สมองตีดหรือแตกเนี่ยมันใหญ่ขนาด
00:11:15 → 00:11:18ไหนหรือว่าโรคประจำตัวที่ทำให้ร่างกายมัน
00:11:18 → 00:11:21ฟื้นตัวได้แย่เมันมีเยอะแค่ไหนนะครับแต่
00:11:21 → 00:11:23ว่ากรณีของบิเนี่ยอันนี้อันนี้ผมพูดได้
00:11:23 → 00:11:26เพราะว่าครอบครัวเก็ออกมายอมรับกันชัดเจน
00:11:26 → 00:11:29แล้วก็เป็นที่พูดถึงกันอยู่ก็คือเขาจะ
00:11:29 → 00:11:31เป็นสมองเสื่อมอีกแบบนึงซึ่งจะเป็นพวก
00:11:31 → 00:11:34ใกล้เคียงกับอัลไซเมอร์แต่ว่าจะไปเด่นที่
00:11:34 → 00:11:37สมองฝ่อนะครับปกติสมองฝ่อของอัลไซเมอร์
00:11:37 → 00:11:39เนี่ยจะฝ่อในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ
00:11:40 → 00:11:43แต่ว่าถ้าเป็นสมองฝ่อแบบของที่บูิเป็นนะ
00:11:43 → 00:11:46ครับเขาจะเรียกว่าสมองส่วนหน้าเสื่อมนะ
00:11:46 → 00:11:49ครับสมองส่วนหน้าเสื่อมเนี่ยของบิเนี่ยจะ
00:11:49 → 00:11:52ไป่อตรงสมองที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษา
00:11:52 → 00:11:55ซึ่งพอการใช้ภาษาเนี่ยมีความเสียหายไป
00:11:55 → 00:11:57เกิดจากสมองที่ส่อลงไปเรื่อยๆเนี่ยก็จะ
00:11:57 → 00:12:00เริ่มอาจจะมีอาการตั้งแต่ตอนแรกจะเป็นนึก
00:12:00 → 00:12:03คำพูดนานนะครับใช้เวลานานมากกว่าจะนึกคำ
00:12:03 → 00:12:05พูดหรือว่าเรียกสิ่งของที่ใช้ชีวิตประจำ
00:12:05 → 00:12:08วันได้นะครับหลังจากนั้นอาจจะมีปัญหาถึง
00:12:08 → 00:12:11ท่านพูดฟังไม่รู้เรื่องนะครับหรือว่าพูด
00:12:11 → 00:12:13ไม่เป็นประโยคพูดไม่เป็นคำนะครับจนสุด
00:12:13 → 00:12:15ท้ายอาจจะถึงท่านพูดไม่ได้เลยหรือไม่
00:12:15 → 00:12:18สามารถสื่อสารได้เลยครับผมโอ
00:12:18 → 00:12:22อฟังแล้วดูก็น่าน่ากลัวเหมือนกันนะคุณหมอ
00:12:22 → 00:12:26ครับน้องตั๊กฮะครับผมอโอในในบ้านเรานี่
00:12:26 → 00:12:29คุณหมอเคยเจอเคสในลักษณะแบบนี้บ้างมั้ย
00:12:29 → 00:12:32ครับครับริงๆสมองส่วนหน้าเสื่อมเนี่ยเป็น
00:12:32 → 00:12:35เ่อสาเหตุของสมองเสื่อมที่เจอน้อยกว่า
00:12:35 → 00:12:38อัลไซเมอร์มากนะครับถ้าอัลไซเมอร์ให้เป็น
00:12:38 → 00:12:41อันดับ 1 นะฮะโรคสมองเสื่อมที่เจออันดับ 2
00:12:41 → 00:12:43มักจะเป็นสมองเสื่อมที่เกิดจากรเลือกสมอง
00:12:43 → 00:12:46ตีหรือแตกซึ่งอันนั้นน่ะเจอเยอะกว่าสมอง
00:12:46 → 00:12:48ส่วนหน้าเสื่อมนะครับสมองส่วนหน้าเสื่อม
00:12:48 → 00:12:51เนี่ยจะอยู่เป็นประมาณลำดับที่ 3 ลำดับ
00:12:51 → 00:12:53ที่ 4 ลงไปเลยครับถ้าผมกะประมาณเนี่ยก็
00:12:53 → 00:12:56คือคนให้สมองเสื่อม 100 คนเนี่ยจะเป็น
00:12:56 → 00:13:00อัลไซเมอร์ไปัก 70 80% ฮะอ๋ออาจจะมีแค่ 5
00:13:00 → 00:13:03-10% เท่านั้นเองฮะที่เป็นสมองส่วนหน้า
00:13:03 → 00:13:06เสื่อมออก็คือสมองส่วนหน้าเสื่อมเนี่ยอาจ
00:13:06 → 00:13:09จะเป็นเรื่องการใช้ภาษาสักครึ่งนึงอาจจะ
00:13:09 → 00:13:11เป็นปัญหาเรื่องพฤติกรรมสักครึ่งนึงอะไร
00:13:11 → 00:13:13ประมาณนี้กนนี้ของบิก็คือจะเป็นเรื่องการ
00:13:13 → 00:13:17ใช้ภาษาเป็นหลักซึ่งก็เ่อเจอคนไข้ปราบ
00:13:17 → 00:13:20ปรายครับผมปัจจุบันนี้ก็มีหมอเฉพาะตาที่
00:13:20 → 00:13:24ดูเรื่องนี้ได้เยอะขึ้นตามโรงพยาบาลต่างๆ
00:13:24 → 00:13:27ทั่วประเทศนะครับก็เจอโลกนี้เรื่อยๆครับ
00:13:27 → 00:13:30ผมก็ไม่ได้ว่าครบน้อยครับแต่ว่าน้อยกว่า
00:13:30 → 00:13:34อัลไซเมอร์ค่อนข้างมากออออคืออัลไซเมอร์
00:13:34 → 00:13:37เนี่ยค่อนข้างที่จะได้ยินผู้สูงอายุเป็น
00:13:37 → 00:13:39เยอะอ่ะค่ะแล้วเหมือนหนึ่งในนั้นน่ะที่
00:13:40 → 00:13:43เคยได้ยินมาค่ะคุณหมอคะอย่างญาติเ่อเป็น
00:13:43 → 00:13:46ญาติอ่ะค่ะก็คือว่าอายุน่าจะประมาณเอ่อ
00:13:47 → 00:13:50ใกล้จะ 70 แล้วทีเนี้ยเขาก็สงสัยว่ามัน
00:13:50 → 00:13:53น่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเขามั้ย
00:13:53 → 00:13:56อย่างเช่นอ่าในตอนสมัยอ่าก่อนที่จะสูง
00:13:56 → 00:13:59อายุอ่ะนะคะหนุ่มๆอะไรเงี้ยก็จะดื่ม
00:13:59 → 00:14:03แอลกอฮอล์นักแล้วก็จะนอนดึกก็ทำงานเยอะ
00:14:03 → 00:14:06อะไรอย่างเงี้ยเเลยสงสัยเหมือนจาดๆเขก็
00:14:06 → 00:14:09สงสัยว่ามันเป็นปัจจัยไหมที่ทำให้เขา
00:14:09 → 00:14:13เหมือนอัลไซเมอร์มาอะไรอย่างเงี้ยค่ะครับ
00:14:13 → 00:14:16ผมอ่าเรื่องการดื่มสุราครับเป็นปัจจัย
00:14:16 → 00:14:19เสี่ยงอันนึงเลยของการเกิดสมองรมิกอันนี้
00:14:19 → 00:14:22ผมอจะไม่ได้พูดถึงตอนแรกนะครับส่วนใหญ่จะ
00:14:22 → 00:14:24เป็นในลักษณะของการดื่มเรื้อรังแล้วก็
00:14:24 → 00:14:27ดื่มเยอะนะครับอ้อเพราะฉะนั้นดื่มสุรา
00:14:27 → 00:14:29เนี่ยเป็นความเสี่ยงนึงอยู่แล้วเรื่องนอน
00:14:29 → 00:14:32ดึกเนี่ยอันนี้อาจจะพูดยากคือปัจจุบันเรา
00:14:32 → 00:14:35มีข้อมูลชัดเจนว่าการนอนที่ดีนอนที่เพียง
00:14:35 → 00:14:38พอเนี่ยเป็นตัวสนับสนุนในการลดความเสี่ยง
00:14:38 → 00:14:41การเกิดสมองเสื่อมนะครับแต่ว่ายังไม่มี
00:14:41 → 00:14:44ข้อมูลที่หนักแน่นพอที่บอกว่าการนอนดื่ม
00:14:44 → 00:14:46คือในทางกลับกันนะครับจะเพิ่มความเสี่ยง
00:14:46 → 00:14:48สมองเสี่ยมหรือไม่ปัจจุบันเยังไม่มีข้อ
00:14:48 → 00:14:51มูลชัดแต่ว่าการนอนดีลดความเสี่ยงแน่นอน
00:14:51 → 00:14:54นะครับอีการนึงพระสุดท้ายก็คือความเครียด
00:14:54 → 00:14:57นะครับความเครียดปัญหาซึมเศร้านะครับถ้า
00:14:57 → 00:15:00สงท่านคนใกล้มันซึมเศร้าเลยเนี่ยอันเนี้ย
00:15:00 → 00:15:02เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสมองเสื่อมชัด
00:15:02 → 00:15:05เจนนะครับมีข้อมูลที่ค่อนข้างชัดครับในใน
00:15:05 → 00:15:08ลักษณะที่ความเข้มข้นของความเสี่ยงเนี่ย
00:15:08 → 00:15:12อยู่ในระดับอาจจะเท่าเทียมกับพวกแบบอ่า
00:15:12 → 00:15:15การอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลยนะครับหรือว่าการ
00:15:15 → 00:15:17ดื่มสุราาอะไรประมาณนี้เลยด้วยซ้ำนะเพราะ
00:15:17 → 00:15:20ฉะนั้นความเครียดจริงๆก็เป็นนอกจากจะส่ง
00:15:20 → 00:15:22ผลเสียต่อการทำงานการใช้ชีวิตเราใน
00:15:22 → 00:15:25ปัจจุบันและจริงๆถ้าถึงท่านเป็นซึมเศร้า
00:15:25 → 00:15:28เลยเนี่ยอาจจะส่งผลต่อสุขภาพเรามถึง
00:15:28 → 00:15:31สุขภาพสมองระยะยาวได้ด้วยครับ
00:15:31 → 00:15:35อืถ้าแบบนี้อ่ะค่ะแต่แต่ทั้งนี้และทั้ง
00:15:35 → 00:15:37นั้นน่ะนะคะคือก็ก็รู้สึกว่าเหมือนแบบจะ
00:15:37 → 00:15:40เป็นอัลไซเมอร์แต่ไม่ได้ไปแบบไม่ได้ไปหา
00:15:40 → 00:15:45หมอนะคะคุณหมอคะแบบนี้ควรเข้าสู่เหมือไป
00:15:45 → 00:15:48ปรึกษาคุณหมอหรือรักษาแบบนี้มันยังจะทัน
00:15:48 → 00:15:51มั้ยคะหรือยังไงอ่ะคะครับผมครับผมยังมี
00:15:51 → 00:15:54คลินนิกฮะจริงๆผมพูดในรายการนี้หลายรอบ
00:15:54 → 00:15:57แล้วเหมือนกันแต่ว่าจะพูดเหมือนเดิมก็คือ
00:15:57 → 00:16:00อ่าเมื่อไหร่ก็ตามนะฮะถ้าปัญหาเรื่องหลง
00:16:00 → 00:16:03ลืมปัญหาเรื่องภาษาครับปัญหาเรื่องหลงทิ
00:16:03 → 00:16:05หลงทางปัญหาเรื่องพฤติกรรมเนี่ยเริ่มส่ง
00:16:05 → 00:16:08ผลกระทบกระเทือนอย่างน้อย 1 ใน 3 ด้านนะ
00:16:08 → 00:16:11ครับก็คือข้อที่ 1 ก็คือเรื่องการใช้
00:16:11 → 00:16:14ชีวิตประจำวันนะครับเช่นบางคน 1 ท่านลืม
00:16:14 → 00:16:17อาบน้ำหรือหลึงท่านลืมวิธีอาบน้ำนะครับ
00:16:17 → 00:16:21อันที่ 2 คือส่งผลกระทบต่อการทำงานคือบาง
00:16:21 → 00:16:23คนเป็นผู้สูงวัยก็จริงแต่เคยังทำงานได้
00:16:23 → 00:16:26แต่อยู่ๆวันดีคืนดีเนี่ยงานที่เขาทำได้ทำ
00:16:26 → 00:16:30ไม่ได้ละเข้าสวนไปะลืมไปว่าจะต้องเ่อถาง
00:16:30 → 00:16:33หญ้าตัดหญ้ายังไงหรือว่าบางคนอาจจะเป็น
00:16:33 → 00:16:35นักธุรกิจเคยทำบัญชีได้อยู่ๆทำไม่ได้นะ
00:16:35 → 00:16:38ครับอันเนี้ยสมผผลต่อการทำงานภาที่ 3 คือ
00:16:38 → 00:16:41ส่งผลต่อการเข้าสังคมยกตัวอย่างเช่นเดิม
00:16:41 → 00:16:44เคยเข้าสังคมปกติอยู่ๆวันดีคืนดีเริ่ม
00:16:44 → 00:16:46เก็บตัวมากขึ้นไม่พูดไม่จาหรือในทางตัว
00:16:46 → 00:16:49กันข้ามก็คือเดินเป็นคนเรียบร้อยสุภาพดี
00:16:49 → 00:16:52อยู่ๆมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอ่าชอบไปรวนลาม
00:16:53 → 00:16:55เพศตรงข้ามอะไรประมาณเนี้ยฮะอันเนี้ยเป็น
00:16:55 → 00:16:57สัญญาณของสมองเสื่อมที่เช่นกันเมื่อไหร่
00:16:57 → 00:17:00ก็ตามที่อาการพฤติกรรมปัญหาเรื่องหลงลืม
00:17:00 → 00:17:03ปัญหาเรื่องภาษาปัญหาความจำส่งผลกระทบ 1
00:17:03 → 00:17:06ใน 3 ด้านเนี้ยครับก็ควรพามาพบแพทย์ฮะ
00:17:06 → 00:17:09เพราะว่าจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยหรือ
00:17:09 → 00:17:11รักษาครับเพราะว่านั่นก็คือคนไข้เข้าข่าย
00:17:11 → 00:17:16เป็นสมองเสื่อมแล้วนะครับอ๋อโออัลไซเมอร์
00:17:16 → 00:17:19อัลไซเมอร์ที่ว่าคุณหมอครับมันมันมันมัน
00:17:19 → 00:17:23สามารถแบ่งได้เป็นช่วงระยะการป่วยเนี่ย
00:17:23 → 00:17:25ได้เหมือนกับพวกมะเร็งมั้ยฮะระยะที่ 1 2
00:17:25 → 00:17:283 4 หรือว่าพอมันตู้มปั๊บเนี่ยมันก็คือ
00:17:28 → 00:17:31คืออัลไซเมอร์เลยฮะคุณหมอฮะครับเื่องจาก
00:17:31 → 00:17:33สมองเสื่อมเนี่ยจริงๆความหมายมันคือการ
00:17:33 → 00:17:36เสื่อมถอยลงเรื่อยๆครับครับปัจจุบันเนี่ย
00:17:36 → 00:17:39ที่ต่างประเทศเนี่ยเริ่มมีการคิดค้นยาที่
00:17:39 → 00:17:42จะชะลอการเสี่ยบของสมองละนะครับมีการตี
00:17:43 → 00:17:45พิมพ์มาสักประมาณ 2-3 ปีมาละแต่ว่า
00:17:45 → 00:17:48ปัจจุบันเนี้ยสถานการณ์คือยราคายาเนี่ย
00:17:48 → 00:17:51มันยังค่อนข้างแพงแล้วมันต้องการข้อมูล
00:17:51 → 00:17:53ระยะยาวพอสมควรนะครับเพราะฉะนั้นสุดท้าย
00:17:53 → 00:17:56ต้องยอมรับว่าสมองเสื่อมเนี่ยสารรคลส่วน
00:17:56 → 00:17:58ใหญ่นะครับมันยังเป็นโรคที่ชะลอไม่ได้นะ
00:17:58 → 00:18:01ครับก็คือเมื่อมันเสื่อมเนี่ยส่วนใหญ่มัน
00:18:01 → 00:18:03ก็ยังเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆนะครับเราต้อง
00:18:03 → 00:18:05รอข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับยาอีกสักระยะ
00:18:05 → 00:18:09นึงนะครับพอมันสมองเสื่อมถอยลงเนี่ยสมอง
00:18:09 → 00:18:11มันก็เราสามารถแบ่งง่ายๆเป็น 3 ระยะครับ
00:18:12 → 00:18:15ก็คือตั้งแต่เป็นระยะเล็กน้อยเล็กน้อย
00:18:15 → 00:18:17เนี่ยก็คืออาจจะส่งผลกระทบต่อกิจวัตร
00:18:17 → 00:18:20ประจำวันบางส่วนนะครับที่อาจจะทำยากเช่น
00:18:21 → 00:18:24อาจจะเคยทำงานบ้านได้ทำไม่ได้ละนะครับอาจ
00:18:24 → 00:18:26จะเคยจับจ่ายซื้อของได้เริ่มเสียหายนะ
00:18:26 → 00:18:29ครับเริ่มซื้อไม่ถูกูทอนเงินผิดอะไร
00:18:29 → 00:18:32ประมาณเนี้ยอันนี้คือระยะเล็กน้อยนะครับ
00:18:32 → 00:18:34เมื่อเข้าสู่ระยะปานกลางนะครับระยะปาน
00:18:34 → 00:18:36กลางเนี่ยกิจวัตรประจำวันก็จะเริ่มเสีย
00:18:36 → 00:18:39เด่นชั้นมากขึ้นเช่นอาจจะอาบน้ำไม่ได้
00:18:39 → 00:18:42แต่งตัวไม่ได้นะครับหรือว่ากินข้าวเนี่ย
00:18:43 → 00:18:45ถึงขั้นอาจจะต้องช่วยบางคนเี่อาจจะถึง
00:18:45 → 00:18:49ขั้นแบบเ่อลืมวิธีกินไปแล้วก็มีนะครับอ่า
00:18:49 → 00:18:51เข้าห้องน้ำแล้วอาจจะต้องช่วยนะครับยกตัว
00:18:51 → 00:18:54อย่างอันนี้ยก็จะเป็นระยะที่ปานกลางกำลัง
00:18:54 → 00:18:56จะเข้าสู่ท้ายระยะท้ายเนี่ยก็คือต้องช่วย
00:18:56 → 00:18:58เหลือด้านกิจวัตรทุกอย่างนะครับหิงเองก็
00:18:58 → 00:19:01ไม่ได้เข้าห้องน้ำไม่ได้นะครับอันเนี้ยก็
00:19:01 → 00:19:03คือระยะท้ายแล้วก็สามารถแบ่งเป็น 3 ระยะ
00:19:03 → 00:19:08ง่ายๆครับอื 3 ระยะคืออืคุณตั๊กเชิญครับ
00:19:08 → 00:19:11คญตั๊กใช่มันมีข้อนึงที่ที่ค่อนข้างสงสัย
00:19:11 → 00:19:14ค่ะพี่ีมคุณหมอที่คุณหมอบอกว่าจะมี
00:19:14 → 00:19:17พฤติกรรมนึงอ่ะค่ะที่บอกว่าวนลามเพศตรง
00:19:17 → 00:19:21ข้ามอ่ะค่ะอันนี้หมายถึงว่าเขาทำไปโดยที่
00:19:21 → 00:19:25ที่เขาไม่รู้ตัวหรอคะหรือยังไงอ่ะคะครับ
00:19:25 → 00:19:28ผมเอ่อสมองเสื่อมเนี่ยนอกจากปัญหาเรื่อง
00:19:28 → 00:19:31ความจำหลงลืมแล้วเนี่ยอันนึงที่อาจจะเป็น
00:19:31 → 00:19:33ปัญหาที่มาได้คือปัญหาเรื่องพฤติกรรมนะ
00:19:33 → 00:19:36ครับพฤติกรรมนี่จริงๆเป็นอาการเด่นอันนึง
00:19:36 → 00:19:38เลยแล้วแต่บางทีเนี่ยเรามักจะไม่รู้ว่า
00:19:38 → 00:19:41พฤติกรรมเเป็นผลมาจากสมองเสื่อมเราอาจจะ
00:19:41 → 00:19:44เข้าใจไปเองว่าคนนั้นเป็นเท่าหัวงูสมัย
00:19:44 → 00:19:47ก่อนได้ยนเรียกว่าเ่าหัวงูอะไรประมาณนั้น
00:19:47 → 00:19:50จริงๆอ่ะกลุ่มเนี้ยบางส่วนไม่น้อยจริงๆ
00:19:50 → 00:19:54คือเป็นสมองเสี่ยมเมื่อสมองเคไปมีการฝ่อ
00:19:54 → 00:19:56หรือการเสียหายก็คือการเสื่อมถอยลงไปใน
00:19:56 → 00:19:59สมองที่เกี่ยวข้องกับการยับยั้งชั่งใจการ
00:19:59 → 00:20:02ควบคุมตัวเองนะครับบ่อยครั้งเนี่ยปัญหา
00:20:02 → 00:20:04พฤติกรรมจะแสดงออกมาในลักษณะที่ไม่สามารถ
00:20:04 → 00:20:07ย้ำยั้งชั่งใจได้เป็นคนหุ่นหันพันแล่นนะ
00:20:07 → 00:20:10ครับการแสดงออกมาก็อาจจะแสดงออกมาใน
00:20:10 → 00:20:12ลักษณะของเกี่ยวกับเรื่องเพศยกตัวอย่าง
00:20:12 → 00:20:15เช่นอาจจะไปรวนรามเพียตรงข้ามนะครับอัน
00:20:15 → 00:20:18นี้ก็เจอบ่อยสุดนะครับหรืออาจะมีพฤติกรรม
00:20:18 → 00:20:21ไม่พึงประสงค์บางอย่างเช่นเดินออกนอกบ้าน
00:20:21 → 00:20:23ไม่ใส่เสื้อผ้านะครับซึ่งอันนี้ก็จะเป็น
00:20:23 → 00:20:26แนนเกี่ยวกทางเพศเหมือนกันนะครับอาจจะมี
00:20:26 → 00:20:29การปัสสาวะอุจจาพื้นที่ไม่เหมาะสมคืออยู่
00:20:29 → 00:20:32ๆก็ถอดดชุดถ่ายเลยก็มีนะครับหรือบางคนอาจ
00:20:32 → 00:20:34จะมาในรูปแบบของการพูดที่ไม่เหมาะสมก็
00:20:35 → 00:20:38อย่างเช่นอาจจะพูดคำหยาบคายหรือว่าอาจจะ
00:20:38 → 00:20:40พูดเรื่องไม่เหมาะสมในที่สาธารณะนะครับ
00:20:40 → 00:20:43บางคนนอาจจะยับยั้งตัวเองไม่ได้ก็ไปขโมย
00:20:43 → 00:20:46ของนะครับหยิบฉวยของก็มีเหมือนกันซึ่ง
00:20:46 → 00:20:49กลุ่มเนี้ยไม่น้อยเลยฮะมันไม่ใช่เกิดจาก
00:20:49 → 00:20:51ความตั้งใจของเขาตั้งแต่แรกแต่มันเกิดจาก
00:20:51 → 00:20:54สมองที่เกี่ยวข้องกับการยับยั้งชั่งใจของ
00:20:54 → 00:20:57เค้าเนี่ยมันมีความเสียหายไปนะครับก็เป็น
00:20:57 → 00:20:59อาการนึงของสมงเสื่อมเียนกันซึ่งก็จะเป็น
00:20:59 → 00:21:03นได้รับการรักษาครับค่ะโออูยแบบนี้แบบเจอ
00:21:03 → 00:21:06บ่อยด้วยอ่ะคุณหมอบอกว่าเจอบ่อยด้วยยากนะ
00:21:06 → 00:21:11เออเนี่ยคือเนาะคือถ้าคนทั่วไปหรือแม้
00:21:11 → 00:21:14กระทั่งญาติกันหรือแม้กระทั่งหรือเป็นแบบ
00:21:14 → 00:21:18เป็นรูกเป็นอะไรแบบเนี้ยก็น่าจะแยกยาก
00:21:18 → 00:21:21มั้ยคะคุณหมอคะหรือยังไงคะหรือแบบเราอาจ
00:21:21 → 00:21:24จะสังเกตได้ว่าเไม่เคยทำแบบนี้แต่เขาทำเ
00:21:24 → 00:21:28มีพฤติกรรมในลักษณะนี้เงี้ล่ะคะอืครับผม
00:21:28 → 00:21:32หนหนในสัญญาณที่สำคัญก็คือใช่ครับก็คือ
00:21:32 → 00:21:35การสังเกตอดีตของเขาส่วนนึงเพราะว่าส่วน
00:21:35 → 00:21:38ใหญ่เนี่ยปัญหาพฤติกรรมจริงๆแล้วถ้าเทียบ
00:21:38 → 00:21:41กันนะครับคือญาติเนี่ยโอกาสที่จะพาคนไข้
00:21:41 → 00:21:43มาเนี่ยปัญหาเรื่องหลงลืมเนี่ยอาจจะพามา
00:21:43 → 00:21:46ทีหลังนะครับจริงๆแล้วส่วนใหญ่ที่จะรีบพา
00:21:46 → 00:21:48มาเจหมคือปัญหาเรื่องพฤติกรรมครับเพราะ
00:21:48 → 00:21:50ว่าพฤติกรรมเี่มันจะเป็นปัญหาที่ไม่ค่อย
00:21:50 → 00:21:53พึงประสงค์ก็คือมันจะเป็นปัญหาที่อาจจะ
00:21:53 → 00:21:55สร้างความเดือดร้อนให้ยากต้างความเดือด
00:21:55 → 00:21:59ร้อนให้คนไข้บางทีไปขโมยของเคไปอ่าทำ
00:21:59 → 00:22:02พฤติกรรมรวนลามเ้ากลายเป็นคดีความขึ้นมา
00:22:02 → 00:22:04อีกเนี่ยเพราะฉะนั้นอันเนี้ยจริงๆก็จะ
00:22:04 → 00:22:06เป็นสิ่งที่ญาติจะค่อนข้างแบบเหมือนกับ
00:22:06 → 00:22:09รับรู้ได้แล้วก็รีบพามาพบแพร่จริงๆมาก่อน
00:22:09 → 00:22:12ปัญหาหลงลืด้วยซ้ำนะครับแต่ว่าบ่อยครั้ง
00:22:12 → 00:22:15ที่เราอาจจะไปตีความว่าอันเนี้ยเป็นการ
00:22:15 → 00:22:18กระทำโดยตั้งใจของพวกให้เองหรือว่าบาง
00:22:18 → 00:22:20ครั้งเนี่ยเราไปคิดว่าจริงๆเป็นพฤติกรรม
00:22:20 → 00:22:23ทางจิตเวทอะไรประมาณนี้นะครับแล้วเหมือน
00:22:23 → 00:22:26กับว่าอาจจะไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรักษา
00:22:26 → 00:22:29ของกบองเสื่อมนะครับสมัยก่อนก็จะมีปัญหา
00:22:29 → 00:22:31ประมาณนี้เยอะเหมือนกันนะครับแต่ปัจจุบัน
00:22:31 → 00:22:35นี้เนี่ยก็หมอเนี่ยก็ค่อนข้างเอ่อได้รับ
00:22:35 → 00:22:39การเ่อฝึกทักษะแล้วก็ได้รับการเรียนการ
00:22:39 → 00:22:41สอนที่ค่อนข้างรู้ทั่วไปนะเกี่ยวกับ
00:22:41 → 00:22:43เรื่องสมองเสื่อมเพราะว่าพอมีปัญหาเรื่อง
00:22:43 → 00:22:45สุขภาพผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเนี่ยการเรียน
00:22:45 → 00:22:47การสอนเรื่องสมองเสื่อมก็สูงขึ้นเราก็
00:22:47 → 00:22:50ตื่นตัวกันมากขึ้นทั้งหมอทั้งญาติทั้ง
00:22:50 → 00:22:53บุคลากรสาธารณสุขอเนี่ยอ่าเราก็จะสามารถ
00:22:53 → 00:22:55detect ปัญหาเนี้ยได้เร็วขึ้นนะครับแล้ว
00:22:55 → 00:22:58ก็หลังจากนั้นการรับเข้ากลุ่มเก็จะเข้า
00:22:58 → 00:23:00สู่กระบวนการรักษาได้เร็วขึ้นเช่นกันแล้ว
00:23:00 → 00:23:03ก็ได้รับการรักษาจนสามารถคุมอาการได้ค่อน
00:23:03 → 00:23:06ข้างดีครับเพราะะนั้นจริงๆปหานี้ก็เป็น
00:23:06 → 00:23:09ปัญหาที่น่าสนใจเหมือนกันแล้วก็เจอเพิ่ม
00:23:09 → 00:23:11ขึ้นเรื่อยๆนะครับถ้าเข้าสู่กระบวนการ
00:23:11 → 00:23:14รักษาได้ดีก็สามารถคอนโทรลได้ญาติก็สบาย
00:23:14 → 00:23:18ใจคนไข้ก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีครับอืคุณหมอ
00:23:18 → 00:23:22ครับถ้าเรารู้ตัวแล้วว่าญาติๆเราคนใกล้
00:23:22 → 00:23:26ชิดของเรามีภาวะของสมองเสื่อมเมื่อเข้า
00:23:26 → 00:23:29สู่การรักษาวิธีการรักษาเนี่ยมันมันจะ
00:23:29 → 00:23:33ต้องใช้วิธีการในลักษณะแบบไหนบ้างครับทาน
00:23:33 → 00:23:37ยามั้ยหรือว่าจะต้องถึงขั้นเข้าไปช็อตฟง
00:23:37 → 00:23:38ช็อตไฟอะไรอย่างงี้ถึงถึงขั้นนี้มั้ยฮะ
00:23:38 → 00:23:42คุณหมอฮะช็อตไฟเนี่ยเป็นสิ่งที่ไม่ทำกัน
00:23:42 → 00:23:46ปัจจุบันค่อนข้างนานนะฮะอ่าชอนไฟฟ้าเนี่ย
00:23:46 → 00:23:49อ่าสมัยก่อนเนี่ยเคยเอาไปใช้ในการรักษา
00:23:49 → 00:23:52โรคจิตเวชบางอย่างครับปัจจุบันยังคงมีการ
00:23:52 → 00:23:55ใช้อยู่บ้างในโลกจิตเวชที่โคกคุมยากแต่
00:23:55 → 00:23:58ว่าปัจจุบันเราจะเลือกเป็นทางเลือกท้ายๆ
00:23:58 → 00:24:00นะฮะครับแล้วก็มันก็ไม่ได้น่ากลัวขนาด
00:24:00 → 00:24:03เหมือนเก้าอี้ไฟฟ้าหรืออะไรที่เห็นในหนัง
00:24:03 → 00:24:06นะครับจริงๆแล้วมันเป็นการใช้ไฟฟ้าที่มัน
00:24:06 → 00:24:09ไม่ได้รุนแรงมากฮะในกรณีของโรคสมองเสื่อม
00:24:09 → 00:24:12เนี่ยจริงๆจะเป็นข้อห้ามของการชอตไฟฟ้า
00:24:12 → 00:24:15เลยครับครับเพราะว่าอ่าการชอดไฟฟ้าเนี่ย
00:24:15 → 00:24:17ปกติจะไม่ทำในคนไข้ที่มีปัญหาความจำหรือ
00:24:17 → 00:24:20ว่าปัญหาเรื่องหลวงรูนครับเพราะฉะนั้นอ่า
00:24:20 → 00:24:22ปกติจะไม่มีการรักษาในช็อไฟฟ้านะครับอัน
00:24:22 → 00:24:25นี้จะบอกไว้ก่อนเลยเผื่อทุกคนฟังแล้วจะตก
00:24:25 → 00:24:28ใจเอาผู้สูงอายุ 70 ไปชอไฟฟ้านะครับการ
00:24:28 → 00:24:30รักษาเนี่ยจริงๆจะมีการรักษาแบ่งออกเป็น 2
00:24:30 → 00:24:33ส่วนง่ายๆคือการรักษาโดยใช้ยากับการรักษา
00:24:33 → 00:24:36โดยไม่ใช้ยานะครับครับการรักษาโดยใช้ยา
00:24:36 → 00:24:39เนี่ยก็คือมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมมีปัญหา
00:24:39 → 00:24:41เรื่องความจำเนี่ยอันเนี้ยเขาเชื่อว่ามัน
00:24:41 → 00:24:44เกิดจากสารเคมีในสมองบางทีมันทำงานไม่ดี
00:24:44 → 00:24:48นะครับถ้าเราให้ยาที่ไปทดแทนหรือแก้ไขสาร
00:24:48 → 00:24:50เคมีที่มันมีปัญหาเนี่ยอาจจะทำให้ความจำ
00:24:50 → 00:24:52ดีขึ้นมาได้บ้างอาจจะทำให้ปัญหาพฤติกรรม
00:24:52 → 00:24:55มันเบาบางลงได้บ้างนะครับอันเนี้ยก็เป็น
00:24:55 → 00:24:57ส่วนสำคัญที่การพบแพ่เนี่ยจะสามารถสั่งย
00:24:57 → 00:25:00ยาพวกนี้ได้นะครับแต่อีกส่วนที่สำคัญไม่
00:25:00 → 00:25:02แพ้กันคือการรักษาโดยไม่ใช้ยาอันที่สำคัญ
00:25:02 → 00:25:05มากญาติกับผู้ดูแลเนี่ยจะเป็นผู้ที่ช่วย
00:25:05 → 00:25:08หมอมากในการดูแลปัญหานี้นะครับการสาที่
00:25:08 → 00:25:10ไม่ใช้ยาเนี่ยคือการปรับพฤติกรรมเป็นส่วน
00:25:10 → 00:25:13ใหญ่นะครับเช่นถ้ารู้อยู่แล้วว่าผู้ป่วย
00:25:13 → 00:25:16สมองเสื่อมเนี่ยจะมีปัญหาพฤติกรรมถ้าได้
00:25:16 → 00:25:18รับการกระตุ้นบางอย่างเช่นมีปัญหาทะเลาะ
00:25:18 → 00:25:21บ่อแว้งกับญาตินะครับมีสิ่งยั่วยุยกตัว
00:25:22 → 00:25:26อย่างเช่นญาติอาจจะไปเปิดอ่าวิดีโอหรือ
00:25:26 → 00:25:29ทีวีที่มีเหมือนกับเรื่องกระตุ้นพฤติกรรม
00:25:29 → 00:25:33ทางเพศนะครับหรือว่าอาจจะมีคล้ายๆกับของ
00:25:33 → 00:25:37มีพมอะไรพวกนี้อาวุธอยู่ใกล้มือคนไข้เอา
00:25:37 → 00:25:40พวกนี้ออกซะครับตัวกระตุ้นออกไปเนี่ย
00:25:40 → 00:25:42ปัญหาพฤติกรรมคนไข้จะเบาบางลงนะเพราะ
00:25:42 → 00:25:45ฉะนั้นการให้ความรู้ความเข้าใจในการปรับ
00:25:45 → 00:25:47พฤติกรรมสำหรับญาติหรือผู้ดูแลเนี่ยมี
00:25:47 → 00:25:49ส่วนสำคัญมากด้วยการที่ 1 เริ่มตั้งแต่
00:25:49 → 00:25:51บอกว่าอันเนี้ยพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
00:25:51 → 00:25:54หรือปัญหาความจำเาเนี่ยเกิดจากสมองเสื่อม
00:25:54 → 00:25:56เไม่ได้ตั้งใจที่จะมีปัญหากับเราแต่มัน
00:25:56 → 00:25:59เกิดจากปัญหาทางสมองของเขาที่เสื่อมถอยลง
00:25:59 → 00:26:02จริงๆนะครับเมื่อยากเข้าใจประมาณนึงปัญหา
00:26:02 → 00:26:05การแก้ไขก็จะเริ่มง่ายละก็จะแนะนำการปรับ
00:26:05 → 00:26:08พฤติกรรมเอาสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นออกนะ
00:26:08 → 00:26:11ครับเมื่อมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ชวน
00:26:11 → 00:26:14คนไข้ไปทำอย่างอื่นซะนะครับพอคนไข้ลืม
00:26:14 → 00:26:16สถานการณ์ก็จะดีขึ้นเองนะครับอันนี้ก็
00:26:16 → 00:26:19เป็นวิธีการแก้ปัญหาง่ายๆซึ่งอันเนี้ยมี
00:26:19 → 00:26:23ความสำคัญไม่ยิ่งก่อกการใช้ยาเลยครับ
00:26:23 → 00:26:27โคือถ้ารักษาแล้วเนี่ยคุณหมอครับคือมัน
00:26:27 → 00:26:31มันโอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
00:26:31 → 00:26:34เนี่ยมากน้อยสักกี่เปอร์เซ็นต์ฮะคุณหมอ
00:26:34 → 00:26:37ครับครับจริงๆแล้วสมองเสื่อมเนี่ยไม่ใช่
00:26:37 → 00:26:40โรคที่ถึงขั้นน่ากลัวนะครับในแง่ที่ว่า
00:26:40 → 00:26:43มันไม่ได้เป็นและเสียชีวิตทันทีนะครับ
00:26:43 → 00:26:45แล้วก็จริงๆแล้วเนี่ยการเป็นเนี่ยไม่ได้
00:26:45 → 00:26:47หมายความว่าเราจะทำอะไรไม่ได้เลยต้องนอน
00:26:47 → 00:26:50ติดเพียงสถานเดียวนะครับจริงๆแล้วเรา
00:26:50 → 00:26:52สามารถอยู่ร่วมกับมันได้ไม่ต่างอะไรจโรค
00:26:52 → 00:26:55ความดันเบาหวานนะครับโรคอ้วนอะไรทั้งหลาย
00:26:55 → 00:26:58นะฮะแต่ว่าหลักๆก็คือคือเราต้องรู้วิธี
00:26:58 → 00:27:01จัดการกับมันทั้งในแง่ปัญหาพฤติกรรมปัญหา
00:27:01 → 00:27:05ความจำกินยาสม่ำเสมอนะครับจริงๆแล้วคนไข้
00:27:05 → 00:27:07สมองเสื่อมส่วนใหญ่เนี่ยเมื่อเข้าสู่
00:27:07 → 00:27:10กระบวนการรักษาเนี่ยคุณภาพชีวิตก็จะดีฮะ
00:27:11 → 00:27:13ไม่แตกต่างจากผู้สูงอายุทั่วไปที่ไม่ได้
00:27:13 → 00:27:16มีปัญหาสมองเสื่อมแต่ว่าจะต้องได้รับการ
00:27:16 → 00:27:18สร้างความเข้าใจได้รับความร่วมมือจากญาติ
00:27:18 → 00:27:21หรือผู้ดูแลด้วยนะครับในการร่วมกันดูแล
00:27:21 → 00:27:24ร่วมกันจริงๆอันเนี้ยก็ให้ผลการรักษาที่
00:27:24 → 00:27:26ค่อนข้างดีครับเพราะฉะนั้นอันเนี้ยผมจะ
00:27:26 → 00:27:29เน้นผู้บังทางบ้านเลยคือเมื่อญ่าเป็นสมอง
00:27:29 → 00:27:31เสื่อมหรือเราเป็นสมองเสื่อมไม่ได้แปลว่า
00:27:31 → 00:27:34ชีวิตนี้จะทำอะไรไม่ได้เลยนะครับถ้าเข้า
00:27:34 → 00:27:37สู่กระบวนการรักษาได้ดีนะครับมีความร่วม
00:27:37 → 00:27:40มือร่วมใจจากทุกฝ่ายนะครับเค้าอาจจะ
00:27:40 → 00:27:43สามารถไปท่องเที่ยวนะครับสามารถใช้ชีวิต
00:27:43 → 00:27:47ประจำวันออกกำลังกายทำกิจกรรมที่ชอบได้นะ
00:27:47 → 00:27:49ครับเพียงแต่ว่าต้องรู้ลิมิตตัวเองเท่า
00:27:49 → 00:27:53นั้นเองครับว่าอะไรยังพอทำได้อะไรที่ไม่
00:27:53 → 00:27:55สามารถทำได้แล้วอาจจะต้องให้คนอื่นช่วยมย
00:27:55 → 00:27:59นะครับแต่ไม่มีการจำกัดกิจกรรมใดๆนะครับ
00:27:59 → 00:28:01ไม่ใช่ว่าคนในสมองเสื่อมจะไปเที่ยวไม่ได้
00:28:01 → 00:28:04จะทำอะไรไม่ได้เลยแค่ต้องรู้ลิมิตตัวเอง
00:28:04 → 00:28:06เท่านั้นเองครับว่าอะไรอาจจะต้องมีคนช่วย
00:28:07 → 00:28:10แค่นั้นเองครับแล้วแล้วแล้วเขาจะสามารถ
00:28:10 → 00:28:12รู้ลิมิตตัวเองได้ด้วยใช่มั้ยครับในขณะ
00:28:12 → 00:28:15ที่เขาเป็นโรคนี้อยู่ฮะคุณหมอครับผมเมื่อ
00:28:15 → 00:28:17เข้าสู่กระบวนการรักษาครับส่วนใหญ่แพทย์
00:28:17 → 00:28:20ที่เป็นคนประเมินน่ะครับก็จะมีการติดตาม
00:28:20 → 00:28:23เป็นระยะอยู่แล้วฮะว่าอ่าคนไข้มีอาการ
00:28:23 → 00:28:26เข้าสู่ระยะไหนถ้าเป็นระยะเล็กน้อยนะครับ
00:28:26 → 00:28:30เก็อาจจะทำได้ทุกอย่างเลยเที่ยวอไปเที่ยว
00:28:30 → 00:28:34กับย่านนะครับอาจจะยังขับรถได้ด้วยซ้ำถ้า
00:28:34 → 00:28:36ยังเป็นระยะเล็กน้อยนะครับเพราะต้องดูว่า
00:28:36 → 00:28:38จริงๆแล้วเสียความสามารถในการขับรถหรือ
00:28:38 → 00:28:41เปล่านะครับอาจจะทำงานบ้านได้ทำอาหารก็
00:28:41 → 00:28:44ยังได้นะครับอันเนี้ยหมอที่เป็นคนดูแล
00:28:44 → 00:28:46ประจำเนี่ยก็จะสามารถประเมินได้ครับร่วม
00:28:46 → 00:28:49กับข้อมูลอย่างยากตว่าของใครยังทำได้มาก
00:28:49 → 00:28:51น้อยแค่ไหนนะครับแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่
00:28:51 → 00:28:54เข้าเข้าสู่ระยะปานกลางหระยะรุนแรงละอัน
00:28:54 → 00:28:56นั้นก็ต้องยอมรับเพราะว่าญาติเนี่ยก็จะ
00:28:56 → 00:28:58รู้เองเลยว่าจริงๆแล้วเจะเริ่มทำบางอย่าง
00:28:58 → 00:29:01ไม่ได้ะยกตัวอย่างเช่นอ่าจัดยาไม่ได้ะ
00:29:01 → 00:29:04ญาติต้องช่วยจัดขับรถเนี่ยไม่ได้ะเพราะ
00:29:04 → 00:29:06ว่าญาติจะเริ่มบอกแล้วว่าเริ่มมีความ
00:29:06 → 00:29:09เสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุอันเนี้ยเราก็
00:29:09 → 00:29:11ต้องมาตกล้วงร่วมกันระหว่างหมอกับญาติะ
00:29:11 → 00:29:14โอเคงั้นไม่ควรขับรถต่อแล้วนะครับ
00:29:14 → 00:29:16อันเนี้ยก็จะเป็นสิ่งที่สามารถประเมิน
00:29:16 → 00:29:19ร่วมกันได้ระหว่างญาติคนไข้เองกับหมอครับ
00:29:19 → 00:29:21อื
00:29:21 → 00:29:24อ๋อก็คือคือส่วนสำคัญเหมือนกันนะคะคุณหมอ
00:29:24 → 00:29:29คะถ้าฟังแบบเแล้วอ่ะคือญาติก็คือมีส่วน
00:29:29 → 00:29:34สำคัญในในการดูแลผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อม
00:29:34 → 00:29:38เนาะครับค่ะเพราะว่าเหมือนบางคนน่ะค่ะคือ
00:29:38 → 00:29:41อันเนี้ยเเคยเจอในกรณีของเพื่อนน่ะค่ะคุณ
00:29:41 → 00:29:45หมอคะคือว่าเขาก็จะไม่เข้าใจในแบบอารมณ์
00:29:45 → 00:29:48และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปค่อนข้างที่จะ
00:29:48 → 00:29:52รุนแรงของครับของคุณพ่ออะไรแบบเนี้ยค่ะ
00:29:52 → 00:29:57เขาก็เลยใช้วิธีการที่เหมือนแบบเหมือน
00:29:57 → 00:30:00ล็อกไว้อ่ะคุณหมอก็คือเเบอกว่าบางทีเ้า
00:30:00 → 00:30:04กลัวพ่ออ่ะออกไปข้างนอกแล้วอาจจะลืมว่า
00:30:04 → 00:30:07บ้านตัวเองอยู่ไหนเลยใช้วิธีการล็อคห้อง
00:30:07 → 00:30:10แบบเนี้ยมันจะยิ่งทำให้รุนแรงขึ้นมั้ยคะ
00:30:10 → 00:30:13ครับเอ่อเรื่องการบริหารจัดการน่ะครับผม
00:30:13 → 00:30:16เรียกเป็นภาษาง่ายๆว่าเเลอ Made อ่ะครับ
00:30:16 → 00:30:19ก็คือตัเสื้อตามคนใช้นะครับก็คืออันเนี้ย
00:30:19 → 00:30:22ต้องเป็นการคุยร่วมกันจริงๆเป็นของแต่ละ
00:30:22 → 00:30:26บ้านก็คือคุยกันระหว่างญ่าหมอแล้วก็คนไข้
00:30:26 → 00:30:31เองครับเพราะว่าสครครละอาไม่เหมือนกันนะ
00:30:31 → 00:30:34ครับบางคนเนี่ยอาจจะต้องการอไม่จำต้อง
00:30:34 → 00:30:37ล็อกบ้านก็ได้ญาติสามารถดูแลได้ 24
00:30:37 → 00:30:40ชั่วโมงแล้วก็สามารถประกบได้ไม่หนีออกนอก
00:30:40 → 00:30:43บ้านแต่บางคนเนี่ยอาจจะไม่สามารถคอนโทรล
00:30:43 → 00:30:46ได้นะครับญาติอาจจะต้องไปทำงานกลางวันนะ
00:30:46 → 00:30:48ครับหรือว่าญาติที่ดูแลอยู่ที่บ้านมีแต่
00:30:48 → 00:30:51ผู้หญิงหมดไม่สามารถไล่ตามอาจจะเป็นคุณ
00:30:51 → 00:30:54ปู่ที่ยังมีแรงมีกำลังอยู่ได้นะครับการ
00:30:54 → 00:30:57ลอกบ้านก็อาจจะจำเป็นในบางกรณีเช่นเดียว
00:30:57 → 00:31:00กันนะครับอันนี้ต้องยอมรับว่าเรื่องเสีย
00:31:00 → 00:31:02สถานะมีความสำคัญเช่นกันบางบ้านเนี่ยอาจ
00:31:02 → 00:31:05จะจ้างคนดูแลได้นะครับสามารถตามประกบได้
00:31:05 → 00:31:08ตลอดก็อาจจะพาไปทำกิจกรรมนอกบ้านพอได้นะ
00:31:08 → 00:31:11ครับบางบ้านอาจจะไม่สามารถจ้างคนดูแลได้
00:31:11 → 00:31:14เลยนะครับคนที่อยู่บ้านด้วยกันมีแค่ 2
00:31:14 → 00:31:17สามีภรรยาซึ่งอายุมากพอการลู่ไปทำงานหมด
00:31:17 → 00:31:20กลางวันกรณีนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากอาจ
00:31:20 → 00:31:23จะต้องเลาะบ้านมีคนช่วยสอดส่องนะครับอัน
00:31:23 → 00:31:26นี้ก็ต้องยอมรับว่าก็ต้องปรับแผนไปตาม
00:31:26 → 00:31:28สถานการณ์นะครับเพราะฉะนั้นหมอที่ดูแล
00:31:28 → 00:31:30เรื่องสมองเสื่อมเนี่ยก็จะต้องซักถามข้อ
00:31:30 → 00:31:33มูลส่วนเนี้จากญาตินะครับซึ่งญาติจะต้อง
00:31:33 → 00:31:35เป็นคนให้ความสำคัญในการให้ข้อมูลนี้ว่า
00:31:35 → 00:31:37สุดท้ายเนี่ยจะต้องปรับแผนยังไงดีในแต่ละ
00:31:37 → 00:31:40บ้านในคนไข้แต่ละสถานการณ์ที่ไม่เหมือน
00:31:40 → 00:31:42กันนะครับเพื่อให้เหมาะสมกับการรักษาคน
00:31:42 → 00:31:46ไข้รายนั้นมากที่สุดกันอืดังนั้นแล้วคือ
00:31:46 → 00:31:48ญาติก็ต้องให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล
00:31:48 → 00:31:50ที่เป็นความจริงคือทั้งหมดเลยถูกมยคะคุณ
00:31:51 → 00:31:54หมอคะถึงจะมีส่วนสำคัญในการรักษาใช่ใช่
00:31:54 → 00:31:56ครับเพราะว่าคนไข่สมองเสื่อนส่วนใหญ่
00:31:56 → 00:31:58เนี่ยมักจะจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองมีปัญหา
00:31:58 → 00:32:01อะไรนะครับมักจะไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหา
00:32:01 → 00:32:04พฤติกรรมอะไรถ้าถามทุกคนส่วนใหญ่ก็จะตอบ
00:32:04 → 00:32:06ว่าไม่เหมนอะไรไม่มีปัญหาอะไรนะเพราะ
00:32:06 → 00:32:09ฉะนั้นญาติเนี่ยจะเป็นคนให้ข้อมูลที่จะ
00:32:09 → 00:32:12ค่อนข้างตรงแล้วก็เที่ยงตรงมีความเป็น
00:32:12 → 00:32:14จริงมากกว่านะครับแต่ยไงก็ตามก็ต้องยอม
00:32:15 → 00:32:17รับว่าความเห็นของคนไข้เนี่ยก็ยังคงมี
00:32:17 → 00:32:19ความสำคัญอยู่ไม่ใช่ว่าพอเป็นสมองเตื่อม
00:32:19 → 00:32:21เสร็จปุ๊บแล้วเราไม่ฟังคนไข้เลยนะครับเรา
00:32:21 → 00:32:23ก็ต้องฟังทั้ง 2 ฝั่งเหมือนกันเพราะว่า
00:32:23 → 00:32:25ความต้องการของคนใอื่นก็ยังมีความสำคัญใน
00:32:25 → 00:32:30การให้ผลการรักษามันดีขึ้นเลยค่ะอือืเนาะ
00:32:30 → 00:32:34เออเออเนี่ยคือสิ่งที่ผมกลัวนะคุณหมอคุณ
00:32:34 → 00:32:37ตั๊กคือผมค่ะคือตอนเคุณพ่อคุณแม่เราทั้ง
00:32:37 → 00:32:42คู่จริงๆก็เข้าสู่วัยชราและคือคือเวลาฟัง
00:32:42 → 00:32:45คุณหมอพูดหรือว่าไปอ่านข้อมูลจากที่นั่น
00:32:45 → 00:32:48ที่นู่นที่นี่เนี่ยสิ่งที่กลัวที่สุดคือ
00:32:48 → 00:32:50การที่คุณพ่อคุณแม่เนี่ยป่วยเป็นโรค
00:32:50 → 00:32:54อัลไซเมอร์แล้วคือคือมันก็จะลืมความทรงจำ
00:32:54 → 00:32:58ทั้งหลายทั้งแหล่ไปหมดเลยมันมันก็จะทำให้
00:32:58 → 00:33:01คนที่ต้องดูแลคนที่เป็นลูกเนี่ยมันมันรู้
00:33:01 → 00:33:06สึกว่ามันมันจะอึดอัดมันจะทำตัวไม่ถูกมัน
00:33:06 → 00:33:09ไม่รู้จะต้องทำยังไงคุณหมอถ้าถ้ามีคุณพ่อ
00:33:09 → 00:33:11คุณแม่ที่เป็นแล้วก็คุณลูกที่จะต้องมาดู
00:33:11 → 00:33:14แลอย่างนี้เนี่ยฮะคุณหมอครับคุณหมอจะมีคำ
00:33:14 → 00:33:17แนะนำยังไงได้บ้างมั้ยฮะครับอันนี้ขอบอก
00:33:18 → 00:33:21ให้ทราบก่อนว่าจริงๆอันนี้อันแรกสูรอนะ
00:33:21 → 00:33:23ครับคือส่วนใหญ่เราไปจะไปจำภาพจำรอย่างใน
00:33:23 → 00:33:26หนังอ่าใช่ๆเรามีภาพจำอย่างงั้นคุณมอง
00:33:27 → 00:33:28อัลไซเมอร์ประมาณนึงเนี่ยโดยเฉพาะพอเป็น
00:33:28 → 00:33:31ระยะพานกลางหรือรุนแรงแล้วเนี่ยจะลืมทุก
00:33:31 → 00:33:35คนไปหมดครับครับจะจำเราไม่ได้ด้วยนะครับ
00:33:35 → 00:33:38จริงๆอันนี้เนี่ยถามว่ามีมั้ยมีฮะแต่จาก
00:33:38 → 00:33:40ประสบการณ์ส่วนตัวของผมเนี่ยจริงๆมันจะ
00:33:40 → 00:33:44เป็น extrem เคสมากคือนานๆเจอทีจริงๆที่
00:33:44 → 00:33:47ไม่สามารถจำได้เลยจริงๆแล้วความจำระยะยาว
00:33:47 → 00:33:50ของคนไข้อัลไซเมอร์เนี่ยครับมักจะยังค่อน
00:33:50 → 00:33:52ข้างดีอยู่นะครับเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่
00:33:52 → 00:33:55เนี่ยโอเคเอาจจะจำญาติบางคนไม่ได้ก็ดีแต่
00:33:55 → 00:33:58ว่าถ้าเป็นญาติที่อยู่ใกล้คิดกับเค้านะ
00:33:58 → 00:34:01ครับคอยดูแลเค้าตลอด 24 ชมงนะครับครับตอ
00:34:01 → 00:34:04ให้เค้าจะจำชื่อไม่ได้เนี่ยเค้าก็ยังจำคน
00:34:04 → 00:34:07คนั้นได้ครับความเป็นตัวตนของคนๆนั้นได้
00:34:07 → 00:34:09ประมาณนึงอันเนี้ยมันจะเป็นสิ่งที่กว่าจะ
00:34:09 → 00:34:12สูญเสียเนี่ยมันใช้เวลานานพอสมควรนะเพราะ
00:34:12 → 00:34:15ฉะนั้นอ่า extrem แบบที่เจอในหนังคือแบบ
00:34:15 → 00:34:18ถึงขั้นว่าโอ๊ะคุณเป็นใครอะไรประมาณเนี้ย
00:34:18 → 00:34:20มันมีฮะแต่มันมีไม่เยอะเพราะฉะนั้น
00:34:20 → 00:34:22อันเนี้ยจะเป็นอันนึงที่ผมจะบอกว่าอย่าไป
00:34:22 → 00:34:25วี่ถึงขั้นนั้นฮว่ามันจะถึงขั้นนั้นจริงๆ
00:34:25 → 00:34:27นะครับส่วนใหญ่ที่มักจะเจอมากมากกว่าคือ
00:34:27 → 00:34:30การหลงลืมระยะสั้นนะครับครับก็คืออาจจะ
00:34:30 → 00:34:34เพิ่งคุยกันเมื่อกี้เองลืมอีกแล้วกมาถาม
00:34:34 → 00:34:37เรื่องเดิมนะครับอันเนี้ยจริงๆจะสังเกต
00:34:37 → 00:34:40ว่ามันดูเบากว่าในหนังเยอะนะเพราะว่าใน
00:34:40 → 00:34:43หนังเราจะเห็นแอืจำฉันไม่ได้เลยฉันเป็น
00:34:43 → 00:34:46ลูกมาตลอดักครับแต่จริงๆแล้วที่เจอกัน
00:34:46 → 00:34:49จริงๆส่วนมากจะเป็นเพิ่งคุยอะไรกันลืมะ
00:34:49 → 00:34:52เพิ่งไปไหนลืมะนะครับเพราะฉะนั้นจริงๆ
00:34:52 → 00:34:55อันเนี้ยถ้าเราใจเย็นนะครับพูดคุยกับคน
00:34:55 → 00:34:57ไข้ด้วยดีนะครับเข้าใจตัวโลกที่เขาเป็น
00:34:57 → 00:35:00เนี่ยจริงๆแล้วการอยู่ร่วมกับอัลไซเมอร์
00:35:00 → 00:35:02เนี่ยไม่ได้น่ากลัวมากครับแต่เมื่อไหร่ก็
00:35:02 → 00:35:06ตามโอเคเมื่อเอาการเยอะขึ้นปัญหาพฤติกรรม
00:35:06 → 00:35:09ก็จะเยอะขึ้นตามมาอาจจะยับยั้งชั่งใจไม่
00:35:09 → 00:35:12ได้ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลงทำกิจวัตร
00:35:12 → 00:35:14ประจำวันได้น้อยลงครับอันเนี้ยก็ต้องมา
00:35:14 → 00:35:17พูดคุยกันระหว่างชาติกับหมอครับว่าเรา
00:35:17 → 00:35:20จำเป็นต้องปรับพฤติกรรมยังไงจำเป็นต้อง
00:35:20 → 00:35:23ใช้ยาช่วยมยนะครับเราจะช่วยเหลือคนไข้ได้
00:35:23 → 00:35:27มากกว่านี้ขนาดไหนได้อย่างไรนะครับผม
00:35:27 → 00:35:31อโอก็พอจะสบายใจได้เปราะนึงอยู่เหมือนกัน
00:35:31 → 00:35:35นะฮะกับกรณีที่เหมือนที่เราเห็นในหนัง
00:35:35 → 00:35:38หรือว่ามันมีภาพจำจากสื่อต่างๆสื่อ
00:35:38 → 00:35:40บันเทิงต่างๆที่เราเห็นที่พยายามที่จะ
00:35:40 → 00:35:42อธิบายหรือว่าทำหนังสะท้อนเกี่ยวกับ
00:35:42 → 00:35:43เรื่องของผู้ป่วย
00:35:43 → 00:35:47อัลไซเมอร์มันก็ไม่ได้ที่จะ extrem เจอ
00:35:48 → 00:35:50กันบ่อยขนาดนั้นใช่มั้ยฮะคุณหมอนะจะได้
00:35:50 → 00:35:53สบายใจกันได้เนาะครับโอ้ได้ครับคุณหมอ
00:35:53 → 00:35:56ครับช่วงท้ายะน้องตั๊กมีอะไรเพิ่มเติม
00:35:56 → 00:35:58มั้ยครับถ้าถ้าถ้าถ้าไม่มีเนี่ยเดี๋ยวจะ
00:35:58 → 00:36:02ได้ให้คุณหมอเนี่ยฝากถึงทางบ้านที่เขาอาจ
00:36:02 → 00:36:04จะมีความกังวลอยู่หลายคนอาจกำลังจะเข้า
00:36:05 → 00:36:08สู่ช่วงวัยผู้สูงอายุหรือว่าคนที่เข้า
00:36:08 → 00:36:12เข้าแล้วเนี่ยมันพอจะมีวิธีการในการที่จะ
00:36:12 → 00:36:15ห่างไกลหรือว่าป้องกันไม่ให้ภาวะสมอง
00:36:15 → 00:36:18เสื่อมเนี่ยเกิดขึ้นกับตัวเองได้มีวิธี
00:36:18 → 00:36:22ไหนบ้างมครับคุณหมอครับครับก็คือภาพรวม
00:36:22 → 00:36:25คือมันเหมือนการลงทุนน่ะครับผมเพื่อนบาง
00:36:25 → 00:36:28คนของผมอาจจะพูดคล้ายๆว่าเป็นการลงทุน
00:36:28 → 00:36:31สมองเสื่อมเนี่ยมันเกิดจากการสะสมความ
00:36:31 → 00:36:34เสื่อมถอยนะครับเเชื่อว่ามันเป็นขยะ
00:36:34 → 00:36:37โปรตีนในสมองนะครับซึ่งมันสะสมมาตั้งแต่
00:36:37 → 00:36:41วัยรุ่นเลยครับวัยกลางคนวัยทำงานขึ้นไปนะ
00:36:41 → 00:36:44ครับเพราะฉนั้นจริงๆแล้วการจะป้องกันการ
00:36:44 → 00:36:46เป็นสมองเสียมในอนาคตเนี่ยมันก็คือการลง
00:36:46 → 00:36:50ทุนในสิ่งที่ดีครับก็คือถ้าเรารักษา
00:36:50 → 00:36:52สุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆนะครับตั้งแต่อายุ
00:36:52 → 00:36:57น้อยๆออกกำลังกายสม่ำเสมองดอบายมุกนะครับ
00:36:57 → 00:37:00คุมตัวเองอย่าให้เป็นโรคอ้วนอย่าให้เป็น
00:37:00 → 00:37:04ความดันเบาหวานนะครับใช้ชีวิตให้แอคทีฟ
00:37:04 → 00:37:07ประมาณนึงนะครับก็คืออ่ามีการออกกำลัง
00:37:07 → 00:37:11สม่ำเสมอใช้ความคิดสม่ำเสมอแต่ก็ไม่มาก
00:37:11 → 00:37:13เกินไปจนเครียดนอนไม่พอหรือว่ากลายเป็น
00:37:13 → 00:37:17ซิมเศร้านะครับเมื่อเราสะสมการลงทุนพวก
00:37:17 → 00:37:22เนี้ยยาวนานนะครับสุดท้ายสิ่งที่งอกเงย
00:37:22 → 00:37:25ออกมาตอนเราแก่ตัวลงอายุ 60 กว่าเนี่ยก็
00:37:25 → 00:37:28เหมือนบำนาญที่เราเก็บไว้อ่ะครับถ้าเรา
00:37:28 → 00:37:33รักษาสุขภาพดีสมองมันดีสมองตอนที่เราอายุ
00:37:33 → 00:37:35เยอะก็ดีครับแต่ถ้าสมมุติว่าเราไม่ได้ลง
00:37:35 → 00:37:39ทุนอะไรไว้เลยฮะใช้ชีวิตได้เต็มที่ใช้
00:37:39 → 00:37:42ร่างกายเราไปหมดก็เหมือนเราใช้เงินหมดไป
00:37:42 → 00:37:45ตั้งแต่สมัยอายุน้อยฮะพอโตขึ้นไปเสร็จ
00:37:46 → 00:37:49ปึ๊บสิ่งที่คาอยู่กับเราก็คือหนี้หนี้ก็
00:37:49 → 00:37:51คือสิ่งที่สะสมในสมองของเราก็คือสมอง
00:37:51 → 00:37:53เสื่อมนั่นเองนะครับเพราะฉะนั้นการป้อง
00:37:53 → 00:37:56กันสมองเสื่อมที่ดีที่สุดก็คือลงทุนดูแล
00:37:57 → 00:37:59สุขภาพตัวเองตั้งแต่อายุน้อยๆครับแค่
00:37:59 → 00:38:02เนี้ยเราก็จะจะรอการเจอมองเติมตอนอายุ
00:38:02 → 00:38:04เยอะได้
00:38:04 → 00:38:09โอ้โหนี่คือสิ่งที่คุณหมอหรือว่าใครก็ตาม
00:38:09 → 00:38:13ที่ดูแลด้านสุขภาพนี่มักจะพูดอย่างงี้กัน
00:38:13 → 00:38:15กันอยู่เป็นเป็นเรื่องเป็นเรื่องปกติ
00:38:15 → 00:38:19สามัญเลยนะคุณหมอคือต้องให้ดูแลตัวเองกัน
00:38:19 → 00:38:23ตั้งแต่อายุน้อยๆเพื่อที่จะป้องกันภาวะ
00:38:23 → 00:38:25การเสื่อมถอยที่มันอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
00:38:25 → 00:38:28ข้างหน้าและสมองเสื่อมก็เป็นแบบนั้นเช่น
00:38:28 → 00:38:31เดียวกันใช่มมครับคุณหมอครับครับใช่ครับ
00:38:31 → 00:38:36โอ้โหครับผมคุณหมอครับมีคำถามจากทางบ้าน
00:38:36 → 00:38:39ไว้ขอทิ้งท้ายอี 1 คำถามคือเอ่อคนนี้
00:38:39 → 00:38:42เนี่ยผมคิดว่านน่าจะต้องเคยดูแลหรือว่ามี
00:38:42 → 00:38:45คนญาติใกล้ชิดที่ดูแลผู้ป่วยเรื่องสมอง
00:38:45 → 00:38:48เสื่อมะคือถ้าคนดูแลเนี่ยปิดประตูไม่ให้
00:38:49 → 00:38:51คนไข้เนี่ยออกไปข้างนอกเนี่จะถือว่าเป็น
00:38:51 → 00:38:53เรื่องที่ผิดมยฮะอันนี้อาจจะเป็นกรณีที่
00:38:53 → 00:38:57แบบว่าภาวะสมองเสื่อมในระยะที่เยอะแล้วพอ
00:38:57 → 00:39:01สมควรนะฮะครับผมอันนี้ก็เทเลอเมใน
00:39:01 → 00:39:03สถานการณ์อย่างที่ผมเล่าให้ฟังเลยครับว่า
00:39:03 → 00:39:08อ่าลอกบ้านเนี่ยจริงๆไม่ใช่สิ่งที่ผิด
00:39:08 → 00:39:12เสมอไปครับครับอ่าจริงๆลอกบ้านเนี่ยเป็น
00:39:12 → 00:39:15สิ่งที่ค่อนข้างจะแนะนำให้ทำด้วยซ้ำใน
00:39:15 → 00:39:18กรณีที่คนนั้นอาจจะไม่สามารถควบคุมตัวเอง
00:39:18 → 00:39:22ได้และมีแนวโน้มจะหนีออกจากบ้านครับครับ
00:39:22 → 00:39:24เพราะว่าถ้านีออกจากบ้านเนี่ยสิ่งที่เรา
00:39:24 → 00:39:26กลัวแน่ๆคือโดนรถชน
00:39:27 → 00:39:31ไปล้มกลางทางอาจจะจมน้ำหรือว่าอาจจะโดน
00:39:31 → 00:39:34มิจฉาชีพี้ปล้นนะครับซึ่งจะสังเกตว่าความ
00:39:34 → 00:39:37เสี่ยงของการที่ถ้าผู้สูงอายุหนีออกนอก
00:39:37 → 00:39:41บ้านได้เนี่ยมันสูงกว่าโทษที่อาจจะเป็น
00:39:41 → 00:39:44การเหมือนกับจำกัดพื้นที่ให้เอยู่แต่ใน
00:39:44 → 00:39:47บ้านนะครับเพราะฉะนั้นอันเนี้ยสถานการณ์
00:39:47 → 00:39:51เราก็จะต้องปรับตามความเหมาะสมไปครับเช่น
00:39:51 → 00:39:55บ้านนั้นมีคนช่วยดูแลมยครับนะครับผู้สูง
00:39:55 → 00:39:58อายุมีแนวโน้มจะหนีตลอดเวลามั้ยนะครับถ้า
00:39:58 → 00:40:02สมมุติว่าโอพัดไปแป๊บนึงเค้าหนีออกนอก
00:40:02 → 00:40:05บ้านแน่ๆหรือเป็นคนชนิดที่ว่าเดินรอบบ้าน
00:40:05 → 00:40:08ตลอดเวลามีแนวโน้มว่าจะออกจากบ้านชัวร์
00:40:08 → 00:40:12ถ้าเผลอกรณีนี้การล็อก็อาจจะเป็นคำตอบที่
00:40:12 → 00:40:14ถูกที่สุดครับเพราะว่าดีกว่าให้ความ
00:40:14 → 00:40:17เสี่ยงมาโดนรถชนเปล่าๆอนะครับแต่ในขณะ
00:40:17 → 00:40:21เดียวกันถ้ามีคนประกบเช่นอ่ะมีคนดูแลตลอด
00:40:21 → 00:40:2624 ชมผากกัน 23 คนนะครับสามารถคอยประกบ
00:40:26 → 00:40:28ผู้สูงอายุได้นะครับกรณีนี้ก็อาจจะไม่
00:40:28 → 00:40:31จำเป็นต้องรอกบ้านเพราะมีคนคอยตามดูอยู่
00:40:31 → 00:40:34แล้วให้เค้าออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านบ้าก็จะ
00:40:34 → 00:40:38ช่วยให้ผ่อนคลายได้ช่วยให้สุขภาพร่างกาย
00:40:38 → 00:40:40ทั่วไปดีได้นะครับเพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะ
00:40:40 → 00:40:43ไม่มีคำตอบกลายตัวครับเพราะฉะนั้นการล่บ
00:40:43 → 00:40:44บ้านไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดครับอาจจะ
00:40:45 → 00:40:49ต้องดูว่าเหมาะกับใครแค่นั้นเองอืก็พอจะ
00:40:49 → 00:40:52สบายใจได้นะครับสำหรับเอ่อคุณผู้ฟังทาง
00:40:52 → 00:40:54บ้านที่ถามคำถามนี้เข้ามานะครับวันนี้
00:40:54 → 00:40:56ต้องขอขอบพระคุณคุณหมอมากๆนะครับที่มาให้
00:40:56 → 00:40:58ความรู้กับเราเกี่ยวกับเรื่องของภาวะสมอง
00:40:58 → 00:41:02เสื่อมนะครับคุณหมอครับครับผมกราบขอบพระ
00:41:02 → 00:41:05คุณมากๆนะครับคุณหมอครับครับสวัสดีครับ
00:41:05 → 00:41:08สวัสดีครับสวัสดีค่ะคุณหมอเจษดาเขียวขจี
00:41:08 → 00:41:11นะครับนายแพทย์ชำนาญการจากสถาบันประสาท
00:41:11 → 00:41:14วิทยากรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุขนะครับ
00:41:14 → 00:41:16ก็