00:00:00 → 00:00:03ขอต้อนรับสู่หมอพัทรพcast Talk ความรู้
00:00:03 → 00:00:06สุขภาพลึกและฟรีมีที่นี่
00:00:06 → 00:00:10>> เวลาเราไปตรวจสุขภาพหัวใจแล้วได้ผลออกมา
00:00:10 → 00:00:12เพfectนี่คือที่สุดของเขาดีแล้วใช่ไหม
00:00:13 → 00:00:16ครับแต่ถ้าเกิดว่าเบื้องหลังไอ้คะแนนศูนย
00:00:16 → 00:00:18สวยๆเนี่ยมันอาจจะมีอะไรบางอย่างที่น่า
00:00:18 → 00:00:21ประหลาดใจซ่อนอยู่ล่ะครับเรื่องนี้ล่ะ
00:00:21 → 00:00:24ครับที่เราจะมาเจาะลึกกันในวันนี้ก็เลยมา
00:00:24 → 00:00:27ถึงคำถามสำคัญเลยครับว่าไอ้ผลสแกนที่มัน
00:00:27 → 00:00:30บอกไว้เคลียร์ทุกอย่างโอเคเนี่ยเนี่ยมัน
00:00:30 → 00:00:33บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดได้จริงๆหรอหรือ
00:00:33 → 00:00:35มันมีจุดบอดบางอย่างที่เครื่องมือมันมอง
00:00:35 → 00:00:38ข้างไปนี่แหละครับประเด็นหลักที่เราจะมา
00:00:38 → 00:00:42คุยกันโอเคก่อนจะไปไกลกว่านี้เรามาทำความ
00:00:42 → 00:00:44รู้จักพระเอกของเรื่องกันก่อนดีกว่าครับ
00:00:45 → 00:00:48นั่นก็คือคะแนนหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ
00:00:48 → 00:00:51หรือที่เรียกกันติดปากว่า CAC Score นะ
00:00:51 → 00:00:55ครับพูดง่ายๆเลยมันคือการสแกนหาคราบแข็ง
00:00:55 → 00:00:57ที่มีหินปูนมาเกาะในหลอดเลือดหัวใจของเรา
00:00:57 → 00:01:00นี่แหละแล้วถ้าเกิดผลออกมาเป็นศูนย์เป๊ะๆ
00:01:00 → 00:01:04เนี่ยส่วนใหญ่ก็จะแปลว่าโล่งอกได้เลยความ
00:01:04 → 00:01:07เสี่ยงในระยะสั้นนี่ต่ำมากๆและก็เพราะว่า
00:01:07 → 00:01:10สัญญาณมันดูดีแบบนี้อ่ะครับตามแนวทาง
00:01:10 → 00:01:12ปฏิบัติทางการแพทย์ส่วนใหญ่เลยนะถ้าใคร
00:01:13 → 00:01:15ได้ CAC SCORE เป็น 0 เนี่ยคุณหมอก็มัก
00:01:15 → 00:01:18จะบอกว่าอืงั้นยังไม่ต้องรีบเริ่มยาลดไข
00:01:18 → 00:01:20มันก็ได้เพราะดูแล้วเหมือนทุกอย่างยัง
00:01:20 → 00:01:24โอเคอยู่ควบคุมได้ดีแต่จุดหักมุมมันอยู่
00:01:24 → 00:01:27ตรงนี้แหละครับคือต้องเข้าใจก่อนว่าไอ้
00:01:27 → 00:01:29ที่เครื่อง CC สแกนมันมองมองเห็นเนี่ยมัน
00:01:29 → 00:01:32คือคราบผลักชนิดแข็งที่มีหินปูนเกาะแล้ว
00:01:32 → 00:01:35นะครับนึกภาพเหมือนกำแพงปูนที่แข็งโป๊ก
00:01:35 → 00:01:38เลยแต่สิ่งที่มันมองไม่เห็นเลยก็คือพลัก
00:01:38 → 00:01:41นิ่มที่ยังไม่มีหินปูนมาเกาะซึ่งไอ้เจ้า
00:01:41 → 00:01:43นี่แหละครับคือตัวร้ายในระยะเริ่มต้นเลย
00:01:43 → 00:01:46เป็นจุดกำเนิดของโรคหลอนเลือดแข็งตัวแล้ว
00:01:46 → 00:01:50เจ้า CAC สแกนเนี่ยมองไม่เห็นมันครับพอ
00:01:50 → 00:01:53เรารู้แบบนี้แล้วมันก็น่ากังวลใช่มั้ย
00:01:53 → 00:01:55ครับแล้วความกังวลนี่แหละครับที่นำเราไป
00:01:55 → 00:01:59สู่การศึกษาชิ้นสำคัญมากๆเป็นยางวิจัย
00:01:59 → 00:02:01เรื่องหัวใจสเกลใหญ่เลยนะจากประเทศ
00:02:01 → 00:02:04เดนมาร์กที่เขาตั้งใจจะมาไขปริศนาเรื่อง
00:02:04 → 00:02:07ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่นี้โดยเฉพาะเลยแล้ว
00:02:07 → 00:02:10ที่บอกว่างานวิจัยนี้น่าทึ่งเนี่ยมันไม่
00:02:10 → 00:02:13ใช่แค่คำถามที่เขาตั้งนะครับแต่คือขนาด
00:02:13 → 00:02:19ของมันคือเขาศึกษาในคนจำนวนมากถึง 23,77
00:02:19 → 00:02:22คนเยอะมากนะครับแล้วที่สำคัญไปกว่านั้น
00:02:22 → 00:02:25คือทุกคนในกลุ่มเนี้ยมีคะแนนหินปูนในหลอด
00:02:26 → 00:02:28เลือดเป็น 0 เหมือนกันหมดเลย
00:02:28 → 00:02:31โจทย์ของนักวิจัยเนี่ยชัดเจนมากมีอยู่ 3
00:02:31 → 00:02:34ข้อหลักๆครับข้อแรกเลยเขาอยากรู้ว่าไอ้
00:02:34 → 00:02:37เจ้าคอเลสเตอรอลตัวร้ายหรือ LDL สูงๆ
00:02:37 → 00:02:40เนี่ยมันไปเกี่ยวอะไรกับพลักที่มองไม่
00:02:40 → 00:02:43เห็นหรือเปล่าข้อ 2 แล้วถ้ามันเกี่ยวกัน
00:02:43 → 00:02:46จริงความเกี่ยวดองนี้มันบอกอะไรเราเกี่ยว
00:02:46 → 00:02:49กับโรคหัวใจในอนาคตได้มั้ยและสุดท้าย
00:02:49 → 00:02:52ปัจจัยเรื่องอายุเนี่ยมันเข้ามามีผลกับ
00:02:52 → 00:02:56เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหนเอาล่ะครับแล้วผล
00:02:56 → 00:03:00ที่ออกมาเป็นยังไงบอกเลยว่าน่าสนใจมาก
00:03:00 → 00:03:03ครับเรามาดูกันดีกว่าว่าข้อมูลชุดใหญ่นี้
00:03:03 → 00:03:07เขาค้นพบอะไรกันบ้างนี่คือตัวเลขแรกที่พอ
00:03:07 → 00:03:10เห็นแล้วต้องหยุดคิดเลยครับ 1.21 2 1
00:03:10 → 00:03:13เท่ามันแปลว่าอะไรมันแปลว่าทุกๆหน่วยของ
00:03:13 → 00:03:16คอเลสเตอรอล LDL ที่เพิ่มขึ้นในเลือดเรา
00:03:16 → 00:03:19เนี่ยโอกาสที่จะมีไอ้เจ้าพลักนิ่มซ่อน
00:03:19 → 00:03:24อยู่มันก็เพิ่มขึ้นไปด้วยถึง 21% โอ้โห
00:03:24 → 00:03:27นี่คือหลักฐานชิ้นแรกเลยนะที่มัดตัว LDL
00:03:27 → 00:03:30กับความเสี่ยงที่มองไม่เห็นแต่เดี๋ยวก่อน
00:03:30 → 00:03:33ครับยังไม่จบแค่นั้นดูตัวเลขต่อไปนี่สิ
00:03:33 → 00:03:37ครับน่ากังวลกว่าเดิมอีก 1.28 28 เท่า
00:03:37 → 00:03:39เพราะตัวเลขนี้มันไม่ใช่แค่โอกาสที่จะมี
00:03:39 → 00:03:41พลักซ่อนอยู่แล้วนะครับแต่มันคือความ
00:03:41 → 00:03:44เสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจจริงๆใน
00:03:44 → 00:03:47อนาคตเลยนะที่เพิ่มขึ้นถึง 28% ทุกครั้ง
00:03:48 → 00:03:51ที่ LDL มันสูงขึ้นคือตัวเลขนี้มันกระทบ
00:03:51 → 00:03:54กับชีวิตเราโดยตรงเลยครับเพราะฉะนั้นนะ
00:03:54 → 00:03:56ครับประเด็นสำคัญที่สุดจากข้อมูลตรงนี้ก็
00:03:56 → 00:04:00คือต่อให้ผลสแกนจะออกมาสวยหรูเป็น 0 เลย
00:04:00 → 00:04:03นะแต่ถ้าระดับ LDL มันสูงความเสี่ยงมันก็
00:04:03 → 00:04:06ยังเพิ่มขึ้นอยู่ดีครับพูดง่ายๆคือคะแนน
00:04:06 → 00:04:09ที่ดูเพเfคไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยง
00:04:09 → 00:04:12จากคอเลสเตอรอลจะหายไปและทีนี้เรามาถึง
00:04:12 → 00:04:15ส่วนที่ผมว่ามันพีคที่สุดของงานวิจัยนี้
00:04:15 → 00:04:19แล้วครับนั่นก็คือเรื่องของอายุครับซึ่ง
00:04:19 → 00:04:22กลายเป็นเหมือนกุญแจดอกสำคัญเลยที่จะไข
00:04:22 → 00:04:25ปริศนาทั้งหมดนี้สิ่งที่ข้อมูลมันโชว์ให้
00:04:25 → 00:04:28เราเห็นเนี่ยชัดเจนมากเลยครับลองดูที่
00:04:28 → 00:04:31กลุ่มคนที่อายุน้อยที่สุดนะคือกลุ่มที่
00:04:31 → 00:04:34ไม่เกิน 45 ปีจะเห็นเลยว่าความเชื่อมโยง
00:04:34 → 00:04:37ระหว่าง LDL กับพลักที่ซ่อนอยู่เนี่ยมัน
00:04:37 → 00:04:40แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มนี้เลยครับคือความ
00:04:40 → 00:04:43เสี่ยงมันพุ่งขึ้นไปเกือบ 1.4 4 เท่า
00:04:43 → 00:04:46แล้วความเชื่อมโยงนี้มันก็จะค่อยๆลดลงใน
00:04:46 → 00:04:49กลุ่มคนที่อายุเยอะขึ้นไปแล้วข้อมูลเนี้ย
00:04:49 → 00:04:52มันบอกอะไรเรามันกำลังบอกเราว่าเรื่อง
00:04:52 → 00:04:55เนี้ยมันไม่ใช่แค่ค่า LDL ณวันนี้พรุ่ง
00:04:55 → 00:04:59นี้ครับแต่มันคือภาระที่สะสมมาตลอดชีวิต
00:04:59 → 00:05:02คือการที่ร่างกายของเราต้องเผชิญกับ LDL
00:05:02 → 00:05:05สูงๆเป็นเวลานานๆนานๆนี่แหละครับคือ
00:05:05 → 00:05:08ปัจจัยที่สำคัญที่สุดเลยในช่วงเริ่มต้น
00:05:08 → 00:05:11ของการเกิดโรคหัวใจพอเราเอาข้อมูลทั้งหมด
00:05:11 → 00:05:14มาปฏิบกันเราก็จะเห็นภาพใหญ่ที่มัน
00:05:14 → 00:05:16เปลี่ยนมุมมองของเราต่อเรื่องสุขภาพหัวใจ
00:05:16 → 00:05:20ไปเลยครับนี่คือบทสรุปสำคัญที่อยากให้จำ
00:05:20 → 00:05:22ไว้เลยนะและเพื่อให้เรื่องนี้มันชัดเจน
00:05:22 → 00:05:25ที่สุดนะครับผมขอยกคำพูดจากทีมวิจัยมาปิด
00:05:25 → 00:05:28ท้ายตรงนี้เลยเขาสรุปไว้อย่างนี้ครับว่า
00:05:28 → 00:05:31การควบคุมคอเลสเตอรอล LDL ในระยะยาวยังคง
00:05:32 → 00:05:34มีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในกลุ่มคน
00:05:34 → 00:05:37อายุน้อยแม้ว่าผลคะแนน CAC จะออกมาเป็น 0
00:05:37 → 00:05:40ก็ตามโอ้โหนี่คือคำยืนยันที่หนักแน่นที่
00:05:40 → 00:05:42สุดแล้วล่ะครับงั้นเรามาสรุปสรุปกันให้
00:05:42 → 00:05:44เห็นภาพชัดๆอีกทีนะครับว่าเรื่องทั้งหมด
00:05:44 → 00:05:48นี้มันสำคัญยังไงข้อแรกเลยคะแนน CAC เป็น
00:05:48 → 00:05:510 เนี่ยมันเป็นแค่ภาพถ่ายณจุดๆนึงไม่ใช่
00:05:51 → 00:05:55ตั๋วฟรีตลอดชีพนะครับ 2 การสแกนแบบนี้มัน
00:05:55 → 00:05:59พลาดสัญญาณเตือนภายในระยะเริ่มต้นไปได้ 3
00:05:59 → 00:06:02LDL สูงก็ยังคงเป็นตัวการสำคัญเสมอไม่
00:06:02 → 00:06:05ว่าผลสแกนจะเป็นยังไงแล้วสุดท้ายข้อนี้
00:06:05 → 00:06:07สำคัญมากๆโดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่
00:06:07 → 00:06:10อยากมีสุขภาพดีไปนานๆเลยครับเรื่องราว
00:06:10 → 00:06:12ทั้งหมดที่เราคุยกันมาวันนี้เนี่ยมันเลย
00:06:12 → 00:06:15ทิ้งคำถามสำคัญไว้ให้เราทุกคนกลับไปคิด
00:06:15 → 00:06:18ต่อนะครับว่าถ้าเรามองไปถึงสุขภาพในระยะ
00:06:18 → 00:06:22ยาวจริงๆอะไรมันสำคัญกว่ากันครับระหว่าง
00:06:22 → 00:06:25ภาพถ่ายสุขภาพสวยๆณวันนี้กับเรื่องราว
00:06:25 → 00:06:28สุขภาพทั้งชีวิตที่ค่อยๆถูกเขียนขึ้นมาใน
00:06:28 → 00:06:31ทุกๆวัน
00:06:31 → 00:06:34>> สวัสดีครับยินดีต้อนรับสู่การคุยเจาะลึก
00:06:34 → 00:06:37เรื่องสุขภาพหัวใจกันนะครับวันนี้เรามี
00:06:37 → 00:06:40หัวข้อที่เอ่ออาจจะทำให้หลายคนมองเรื่อง
00:06:40 → 00:06:43คอเลสเตอรอลเปลี่ยนไปเลยคือเราจะมาดูกัน
00:06:43 → 00:06:47ว่าเจ้า LDL หรือที่เรียกกันว่าไขมันเลว
00:06:47 → 00:06:49เนี่ยมันยังส่งผลต่อความเสี่ยงโรคหัวใจ
00:06:49 → 00:06:52ได้ยังไงแม้ว่าผลตรวจหาแคลเซียมหรือว่า
00:06:52 → 00:06:55หินปูนในหลอดเลือดหัวใจจะออกมาแบบไซสเลย
00:06:55 → 00:06:58เป็น 0 หรือค่า CAC = 0 นะครับข้อมูล
00:06:58 → 00:07:01ที่เราจะคุยกันวันนี้ก็สดใหม่มากครับมา
00:07:01 → 00:07:03จากงานวิจัยขนาดใหญ่เลยตีพิมพ์ใน European
00:07:03 → 00:07:06Heart Journal เมื่อสิงหาคม 2025 เร็วๆ
00:07:06 → 00:07:09นี้เองขอไปดูข้อมูลจากทะเบียนผู้ป่วยโรค
00:07:09 → 00:07:11หัวใจของเดนมาร์กตะวันตกเลยนะครับทีนี้
00:07:11 → 00:07:14เราจะมาสำรวจกันว่างานวิจัยนี้มันบอกอะไร
00:07:14 → 00:07:17เราที่ซ่อนอยู่บ้างโดยเฉพาะในกลุ่มอายุ
00:07:17 → 00:07:21ต่างๆแล้วทำไมไอ้ค่า CIC = 0 ที่พอได้
00:07:21 → 00:07:23ยินแล้วเราก็เออสบายใจจังมันอาจจะยังไม่
00:07:23 → 00:07:25ใช่ภาพรวมทั้งหมดของสุขภาพหัวใจก็ได้นะ
00:07:26 → 00:07:28ครับวันนี้เราก็มีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยขยาย
00:07:28 → 00:07:31ความเรื่องนี้กันครับปกติเลยเนี่ยเวลาเรา
00:07:31 → 00:07:33พูดถึงค่าแคลเซียมในหล่อเลือดหัวใจหรือ
00:07:33 → 00:07:35CAC เนี่ยถ้าผลออกมาเป็น 0 คุณหมอก็มัก
00:07:35 → 00:07:38จะบอกว่าเออสบายใจได้ความเสี่ยงระยะสั้น
00:07:38 → 00:07:41ต่ำอยู่แล้วบางทีอาจจะยังไม่ต้องรีบกินยา
00:07:41 → 00:07:44ลดไขมันอย่างพวกสตินอะไรแบบนั้นใช่มั้ย
00:07:44 → 00:07:45ครับ
00:07:45 → 00:07:48>> ใช่ค่ะนั่นเป็นความเข้าใจทั่วไปเลยซึ่งก็
00:07:48 → 00:07:51ไม่ผิดนะคะค่า CC ที่เป็น 0 เนี่ยเป็น
00:07:51 → 00:07:53สัญญาณที่ดีมากๆในแง่ของความเสี่ยงระยะ
00:07:53 → 00:07:57สั้นๆแต่คำถามที่งานวิจัยชิ้นนี้เขาจุด
00:07:57 → 00:08:00ประเด็นขึ้นมาก็คือแล้วไอ้คราบพลักหรือ
00:08:00 → 00:08:03คราบไขมันที่มันเกาะผนังหลอดเลือดชนิดที่
00:08:03 → 00:08:06มันยังไม่มีแคลเซียมมาเกาะล่ะคะคือเรา
00:08:06 → 00:08:08ต้องเข้าใจก่อนว่าโรคหลอดเลือดแดงแข็ง
00:08:08 → 00:08:12หรือแทรสisเนี่ยมันคือการที่ไขมัน
00:08:12 → 00:08:15คอเลสเตอรอลแล้วก็สารอื่นๆมันค่อยๆสะสม
00:08:15 → 00:08:18พอกพูนอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดงทำให้หลอด
00:08:18 → 00:08:21เลือดมันตีบลงกระบวนตาลเนี้ยมันเริ่มได้
00:08:21 → 00:08:23ตั้งแต่อายุยังไม่เยอะเลยนะคะแล้วช่วงแรก
00:08:23 → 00:08:26ๆพลักพรุ่งเนี้ยมันจะนิ่มๆยังไม่มี
00:08:26 → 00:08:29แคลเซียมคำถามก็คือว่าในเมื่อยังไม่มี
00:08:29 → 00:08:32แคลเซียมแล้วระดับ LDL สูงๆเนี่ยมันยัง
00:08:32 → 00:08:35สร้างปัญหาอยู่มยโดยเฉพาะในคนที่อายุน้อย
00:08:35 → 00:08:37ๆที่เรามักจะคิดว่าเอ้ยยังห่างไกลโรคหัว
00:08:37 → 00:08:38ใจอยู่เลย
00:08:38 → 00:08:43>> อ๋ออ๋อครับเข้าใจแล้วครับคือ CC มัน
00:08:43 → 00:08:46เหมือนจับได้แค่พลักที่มันแข็งมีหินปูน
00:08:46 → 00:08:49เกาะแล้วแต่ตัวปัญหาจริงๆมันอาจจะเริ่ม
00:08:49 → 00:08:52ก่อตัวมาก่อนหน้านั้นนานแล้วในรูปแบบที่
00:08:52 → 00:08:55ยังไม่มีแคลเซียมแล้วงานวิจัยนี้เขาไป
00:08:55 → 00:08:56ศึกษาเรื่องนี้ยังไงครับ
00:08:56 → 00:08:59>> ค่ะเขาทำการศึกษาในกลุ่มคนจำนวนมากนะคะ
00:08:59 → 00:09:03เกือบๆ 24,000 คนในเดนมาร์กตะวันตกคน
00:09:03 → 00:09:06กลุ่มนี้มีลักษณะร่วมกันคือเขามีอาการบาง
00:09:06 → 00:09:09อย่างที่ทำให้แพทย์สงสัยว่าอาจจะเป็นโรค
00:09:09 → 00:09:12หลอดเลือดหัวใจแต่พอไปตรวจวัดแคลเซียม
00:09:12 → 00:09:15แล้วเนี่ยกลับได้ค่า CAC = 0 ทุกคนเลย
00:09:15 → 00:09:18ทีนี้แทนที่จะหยุดแค่นั้นนะคะเขาก็ส่งคน
00:09:18 → 00:09:20กลุ่มนี้ไปตรวจให้ละเอียดขึ้นอีกด้วย
00:09:20 → 00:09:23เครื่อง Xray คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ
00:09:23 → 00:09:26หรือ CCTA ซึ่งเทคนิค CCTA เนี่ยมันดี
00:09:26 → 00:09:29กว่าการตรวจแคลเซียมปกติตรงที่มันสามารถ
00:09:29 → 00:09:32เอ่อมองเห็นคราบพลักชนิดที่ยังนิ่มๆที่
00:09:32 → 00:09:34ยังไม่มีแคลเซียมเกาะได้ด้วยค่ะ
00:09:34 → 00:09:38>> โหน่าสนใจมากเลยครับคือใช้เทคเทคโนโลยี
00:09:38 → 00:09:41ที่ละเอียดขึ้นไปอีกขั้นเลยเพื่อจะหาคำ
00:09:41 → 00:09:44ตอบแล้วกลุ่มตัวอย่างนี่อายุประมาณเท่า
00:09:44 → 00:09:45ไหร่ครับ
00:09:45 → 00:09:47>> ผู้สูงอายุก็มีส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงค่ะ
00:09:47 → 00:09:51ประมาณ 61% แล้วเขาก็ติดตามคนกลุ่มนี้ไป
00:09:51 → 00:09:54นานพอสมควรเฉลี่ยประมาณ 7 ปีกว่าๆเลยค่ะ
00:09:54 → 00:09:57เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้างโดย
00:09:57 → 00:10:01ที่วัดทั้งระดับ LDLC ตอนเริ่มต้นแล้วก็
00:10:01 → 00:10:04ตรวจหาพลักชนิดไม่มีแคลเซียมด้วย CCTA
00:10:04 → 00:10:07แล้วก็ติดตามดูว่าสุดท้ายแล้วเนี่ยมีใคร
00:10:07 → 00:10:09เกิดปัญหาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจจริง
00:10:09 → 00:10:12ๆบ้างเช่นหัวใจวายเฉียบพลันหรือว่าต้องไป
00:10:12 → 00:10:14ทำบอลลูนขยายเส้นเลือดอ่ะค่ะ
00:10:14 → 00:10:17>> ครับแล้วผลออกมาเป็นยังไงบ้างครับตกลงว่า
00:10:17 → 00:10:21ในกลุ่มที่ CAC = 0 เนี่ยเอ่อเจอปัญหา
00:10:21 → 00:10:24พลักที่ซ่อนอยู่เยอะมห
00:10:24 → 00:10:27>> ผลที่ได้นี่แหละค่ะที่น่าสนใจมากๆข้อค้น
00:10:27 → 00:10:30พบแรกเลยก็คือแม้ว่าทุกคนจะมี CSC = 0
00:10:30 → 00:10:34นะคะแต่พอไปส่องด้วย CCTA ปรากฏว่ามีถึง
00:10:34 → 00:10:3511%
00:10:35 → 00:10:36>> 11% เลยเหรอครับ
00:10:36 → 00:10:40>> ใช่ค่ะประมาณ 1 ใน 9 คนเลยนะคะที่มีคราบ
00:10:40 → 00:10:42พลักชนิดไม่มีแคลเซียมซ่อนอยู่ในหลอด
00:10:42 → 00:10:43เลือดหัวใจ
00:10:43 → 00:10:47>> โหไม่น้อยเลยนะครับแสดงว่าค่า CAC = 0
00:10:47 → 00:10:49นี่ก็ไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดเราจะสะอาด
00:10:50 → 00:10:53เอี่ยม 100% เสมอไปแล้วระดับ LDL มัน
00:10:53 → 00:10:55เกี่ยวกับการเจอพลั๊กที่ซ่อนอยู่นี้ยังไง
00:10:55 → 00:10:56บ้างครับ
00:10:56 → 00:10:58>> เกี่ยวโดยตรงเลยค่ะมีความเชื่อมโยงที่ชัด
00:10:58 → 00:11:01เจนมากคือยิ่งระดับ LDLC สูงเท่าไหร่
00:11:01 → 00:11:04โอกาสที่จะเจอพลักชนิดไม่มีแคลเซียมนี้ก็
00:11:04 → 00:11:06ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้นถ้าดูเป็นตัวเลขทาง
00:11:06 → 00:11:09สถิตสถิติที่เรียกว่า adjusted ratio
00:11:09 → 00:11:12หรือ AOR ที่มีการควบคุมปัจจัยอื่นๆแล้ว
00:11:12 → 00:11:15นะคะค่ามันอยู่ที่ 1.21 21 ต่อระดับ LDL
00:11:16 → 00:11:19ที่สูงขึ้นทุก 1 มลมต่อลิตรหรือ mmol นะ
00:11:19 → 00:11:22คะแปลง่ายๆก็คือโอกาสเจอพลชนิดนี้สูงขึ้น
00:11:22 → 00:11:26ประมาณ 21% สำหรับ LDL ที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1
00:11:26 → 00:11:28หน่วยเมื่อเทียบกับคนที่มี LDL ต่ำกว่า
00:11:28 → 00:11:29ค่ะ
00:11:29 → 00:11:32>> เดี๋ยวๆนะครับตรงนี้รู้สึกว่ามันจะมี
00:11:32 → 00:11:34ประเด็นที่น่าสนใจขึ้นไปอีกเพราะเหมือน
00:11:34 → 00:11:37ว่าความเชื่อมโยงเนี้ยมันไม่ได้เท่ากันใน
00:11:37 → 00:11:39ทุกช่วงอายุใช่มั้ครับเหมือนเคยเห็นว่าใน
00:11:39 → 00:11:41คนอายุน้อยๆนี่จะชัดเจนเป็นพิเศษเลย
00:11:41 → 00:11:45>> ถูกต้องเลยค่ะนี่เป็นจุดที่งานวิจัยนงยำ
00:11:45 → 00:11:48มากๆคือในกลุ่มคนที่อายุน้อยกว่าหรือเท่า
00:11:48 → 00:11:52กับ 45 ปีความสัมพันธ์นี้แข็งแรงมากจริงๆ
00:11:52 → 00:11:56ค่า LOR พุ่งไปถึง 1.39 เลยนะคะหรือพูด
00:11:56 → 00:11:59ง่ายๆคือโอกาสเจอพลักเพิ่มขึ้นถึง 39%
00:11:59 → 00:12:03ต่อ LDL ที่สูงขึ้นทุก 1 หน่วยแต่พอไปดู
00:12:03 → 00:12:05ในกลุ่มที่อายุเยอะขึ้นอย่างเช่นมากกว่า
00:12:05 → 00:12:0960 ปีค่า AOR นี้กลับลดลงเหลือแค่ 1.11
00:12:09 → 00:12:121 ค่ะคือโอกาสเพิ่มขึ้นประมาณ 11%
00:12:12 → 00:12:15>> โอ้โหต่างกันเยอะเหมือนกันนะครับทำไมล่ะ
00:12:15 → 00:12:19ครับทำไมในคนอายุน้อยที่ LDL สูงถึง
00:12:19 → 00:12:21สัมพันธ์กับการมีพลักชนิดไม่มีแคลเซียม
00:12:21 → 00:12:24มากกว่าคนอายุเยอะล่ะครับทั้งๆที่คนอายุ
00:12:24 → 00:12:25เยอะน่าจะสะสมมานานกว่า
00:12:25 → 00:12:29>> เป็นคำถามที่ดีมากเลยค่ะลองนึกภาพตามนะคะ
00:12:29 → 00:12:32ในคนอายุน้อยถ้า LDL สูงมันอาจจะเพิ่ง
00:12:32 → 00:12:35เริ่มกระบวนการสร้างพลพลั๊กที่เกิดขึ้นก็
00:12:35 → 00:12:38เลยยังเป็นแบบนิ่มๆยังไม่มีแคลเซียมซึ่ง
00:12:38 → 00:12:41ซีซ C จะตรวจเจอได้แต่ CAC ตรวจไม่เจอใน
00:12:41 → 00:12:44ขณะที่คนอายุมากขึ้นถึงแม้ LDL อาจจะไม่
00:12:44 → 00:12:47ได้สูงเข้าตอนหนุ่มสาวแล้วแต่พลักที่มัน
00:12:47 → 00:12:49สะสมมานานมันอาจจะเริ่มมีแคลเซียมมาเกราะ
00:12:49 → 00:12:52แล้วหรืออาจจะมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่ส่ง
00:12:52 → 00:12:54ผลต่อการเกิดพลักมากกว่าแค่เรื่อง LDL
00:12:54 → 00:12:57อย่างเดียวก็ได้ค่ะถ้าจะให้เห็นภาพชัดๆนะ
00:12:57 → 00:13:01คะในกลุ่มอายุน้อยกว่า 45 ปีคนที่ LDL
00:13:01 → 00:13:04สูงมากๆเลยคือมากกว่า 4.3 3 มลิโมโปลิ
00:13:04 → 00:13:07เนี่ยมีโอกาสเจอพลักชนิดไม่มีแคลเซียมมาก
00:13:07 → 00:13:10กว่าคนที่ LDL ต่ำๆน้อยกว่า 2.5
00:13:10 → 00:13:13มลิโมปลิตรถึง 2.69 69 เท่า
00:13:13 → 00:13:14>> โอ้โห 2 เท่ากว่าเลย
00:13:15 → 00:13:17>> ใช่ค่ะซึ่งมันสูงกว่ากลุ่มอายุอื่นอย่าง
00:13:17 → 00:13:19ชัดเจนเลยมันเหมือนกับว่า LDL สูงในวัย
00:13:19 → 00:13:22หนุ่มสาวนี่แหละคือตัวการสำคัญมากๆในการ
00:13:22 → 00:13:24เริ่มสร้างพลักระยะแรกสุดเลยค่ะ
00:13:24 → 00:13:27>> เข้าใจแล้วครับเหมือนกับการจับสัญญาณตืน
00:13:27 → 00:13:30ภัยตั้งแต่เนิ่นๆเลยในกลุ่มที่ดูเหมือนจะ
00:13:30 → 00:13:33ยังไม่น่ามีปัญหาอะไรทีนี้พอเรารู้แล้ว
00:13:33 → 00:13:37ว่า LDL สูงมันสัมพันธ์กับพลักที่ซ่อน
00:13:37 → 00:13:40อยู่แม้จะยังไม่มีหินปูนคำถามสำคัญต่อมา
00:13:40 → 00:13:43ก็คือแล้วไอ้พลักที่มองไม่เห็นด้วยวิธี
00:13:43 → 00:13:46ตรวจมาตรฐานเดิมๆเนี้ยมันอันตรายจริงๆแค่
00:13:46 → 00:13:49ไหนครับมันนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจจริงๆ
00:13:49 → 00:13:52อย่างเช่นหัวใจวายหรือว่าต้องไปทำบอลลูน
00:13:52 → 00:13:54ทำ bypass หรือเปล่าครับ
00:13:54 → 00:13:57>> คำตอบก็คือใช่ค่ะงานวิจัยนี้เขาติดตามผล
00:13:57 → 00:14:00ต่อไปแล้วก็พบว่าถึงแม้ค่า CAC จะเป็น 0
00:14:00 → 00:14:04นะคะแต่ระดับ LDL ที่สูงขึ้นก็ยังคงเป็น
00:14:04 → 00:14:06ตัวทำนายความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์โรค
00:14:06 → 00:14:09หลอดเลือดหัวใจหรือ CHD ในอนาคตได้อยู่ดี
00:14:09 → 00:14:09ค่ะ
00:14:10 → 00:14:12>> เสี่ยงมากขึ้นแค่ไหนครับเพราะจะบอกเป็น
00:14:12 → 00:14:13ตัวเลขคร่าวๆได้ไหมครับ
00:14:13 → 00:14:17>> โดยรวมนะคะทุกๆ 1 มลิมperลิตตอร์ของ LDL
00:14:17 → 00:14:20ที่สูงขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงสัมผัสหรือ
00:14:20 → 00:14:23relative risk ต่อการเกิด CHD ในอนาคต
00:14:23 → 00:14:27ประมาณ 28% ค่ะค่าทางสถิติที่เรียกว่า
00:14:27 → 00:14:29adjusted hazard ratio หรือ AHR เนี่ย
00:14:29 → 00:14:32อยู่ที่ 1.28 28 ซึ่งค่านี้มันหมายถึง
00:14:32 → 00:14:35ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจในอนาคตเพิ่ม
00:14:35 → 00:14:39ขึ้นราวๆ 28% สำหรับ LDL ที่สูงขึ้นทุก 1
00:14:39 → 00:14:42หน่วยเมื่อเทียบกับคนที่มี LDL ต่ำกว่า
00:14:42 → 00:14:45ตลอดช่วงเวลาที่ติดตามผลประมาณ 7 ปีนะค่ะ
00:14:45 → 00:14:49>> แล้วความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น 28% นี่มัน
00:14:49 → 00:14:51พุ่มอายุเลยหรือว่าเจอแค่ในกลุ่มไหนเป็น
00:14:52 → 00:14:52พิเศษครับ
00:14:52 → 00:14:55>> จุดนี้น่าสนใจมากค่ะคือความเสี่ยงที่
00:14:55 → 00:14:57เพิ่มขึ้นนี้พบได้ในทุกกลุ่มอายุที่ทำการ
00:14:57 → 00:15:00ศึกษาเลยนะคะไม่เว้นแม้แต่กลุ่มอายุน้อย
00:15:00 → 00:15:04คือน้อยกว่า 45 ปีซึ่งมีค่า AHR สูงถึง
00:15:04 → 00:15:061.37 37 หรือคิดเป็นความเสี่ยงเพิ่ม
00:15:06 → 00:15:08ขึ้น 37% ด้วยซ้ำไปค่ะ
00:15:08 → 00:15:12>> แต่เอ๊เดี๋ยวนะครับถ้า LDL สูงมันเพิ่ม
00:15:12 → 00:15:14ความเสี่ยงชัดเจนขนาดนี้ในทุกกลุ่มอายุ
00:15:15 → 00:15:19เลยแม้แต่ในคนอายุน้อยที่ CAC = 0 ทำไม
00:15:19 → 00:15:23แนวทางปฏิบัติส่วนใหญ่ถึงยังบอกว่าถ้า CAC
00:15:23 → 00:15:26= 0 อาจจะยังไม่ต้องรีบรักษาล่ะครับมัน
00:15:26 → 00:15:27มีมุมมองอื่นอีกหรือเปล่าครับ
00:15:27 → 00:15:31>> มีค่ะและนี่คือจุดที่ต้องทำความเข้าใจให้
00:15:31 → 00:15:34ดีมากๆเลยเราต้องแยกแยะระหว่างความเสี่ยง
00:15:34 → 00:15:37สัมพั Relative Risk กับความเสี่ยง
00:15:37 → 00:15:41สบูรณ์ absolute risk นะคะไอ้ค่า H 1.28
00:15:41 → 00:15:44หรือ 1.37 37 ที่เราคุยกันไปเมื่อกี้มัน
00:15:44 → 00:15:47คือความเสี่ยงสัมผัสที่เพิ่มขึ้นมันบอก
00:15:47 → 00:15:50เราว่าคนที่ LDL สูงเทียบกับคนที่ LDL
00:15:51 → 00:15:53ต่ำมีความเสี่ยงมากกว่ากี่เปอร์เซ็นต์
00:15:53 → 00:15:56ซึ่งอันนี้มันมีนัยยะสำคัญทางสถิติแน่นอน
00:15:56 → 00:15:57ค่ะ
00:15:57 → 00:15:57>> แต่
00:15:57 → 00:15:59>> แต่มีอะไรต่อครับ
00:15:59 → 00:16:02>> แต่ถ้าเราไปมองที่ความเสี่ยงสัหรือโอกาส
00:16:02 → 00:16:06จริงๆที่คนๆหนึ่งในกลุ่ม CAC = 0 นี้จะ
00:16:06 → 00:16:09เกิดโรคหัวใจขึ้นมาภายใน 10 ปีข้างหน้า
00:16:09 → 00:16:12ตัวเลขมันยังถือว่าต่ำอยู่นะคะโดยรวมแล้ว
00:16:12 → 00:16:15อยู่ที่ประมาณ 1.6% 6% เท่านั้นเองค่ะ
00:16:15 → 00:16:17ซึ่งมันใกล้เคียงกับความเสี่ยงของคนทั่ว
00:16:17 → 00:16:20ไปที่ไม่มีอาการอะไรเลยแล้วก็ถูกจัดว่า
00:16:20 → 00:16:22เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำอยู่แล้วค่ะ
00:16:22 → 00:16:25>> อ๋อเข้าใจแล้วครับคือถึงแม้ว่า LDL สูงจะ
00:16:25 → 00:16:28ทำให้เสี่ยงมากกว่าคน LDL ต่ำก็จริงแต่
00:16:28 → 00:16:32โอกาสเกิดโรคจริงๆในภาพรวมของคนกลุ่ม CAC
00:16:32 → 00:16:35= 0 ทั้งหมดเนี่ยมันยังน้อยมากๆอยู่คือ
00:16:35 → 00:16:38ประมาณไม่ถึง 2 คนใน 100 คนในรอบ 10 ปี
00:16:38 → 00:16:41แบบนี้ใช่มั้ยครับถูกต้องค่ะดังนั้นถ้า
00:16:41 → 00:16:43เราเชื่อมโยงเรื่องนี้กับภาพรวมที่ใหญ่
00:16:43 → 00:16:47ขึ้นการค้นพบนี้มันกำลังบอกเราว่าแม้ความ
00:16:47 → 00:16:50เสี่ยงระยะสั้นของคนที่ CAC = 0 จะดู
00:16:50 → 00:16:54ต่ำมากๆก็ตามแต่การมี LDL สูงตั้งแต่อายุ
00:16:54 → 00:16:56อย่างน้อยๆมันเหมือนการสะสมแต้มความ
00:16:56 → 00:16:59เสี่ยงไปเรื่อยๆตลอดชีวิตน่ะค่ะการที่เรา
00:16:59 → 00:17:01มองข้าม LDL สูงในคนอายุน้อยเพียงเพราะ
00:17:01 → 00:17:04ว่า CAC = 0 อาจจะหมายถึงการปล่อยให้
00:17:04 → 00:17:07ความเสี่ยงมันค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
00:17:07 → 00:17:09กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็อาจจะสายไปแล้ว
00:17:09 → 00:17:13>> อืมเป็นประเด็นที่สำคัญมากเลยครับเรื่อง
00:17:13 → 00:17:16การมองความเสี่ยงในระยะยาวเนี่ยแล้วในทาง
00:17:16 → 00:17:18ปฏิบัติล่ะครับงานวิจัยนี้เขาเจออะไร
00:17:18 → 00:17:20เกี่ยวกับเรื่องการรักษาบ้างครับคนที่
00:17:20 → 00:17:23ตรวจเจอพลักซ่อนอยู่เนี่ยเขาได้รับการ
00:17:23 → 00:17:24รักษาทันท่วงทีกันมั้ย
00:17:25 → 00:17:27>> ตรงนี้ก็มีเรื่องน่าคิดเหมือนกันค่ะเขา
00:17:27 → 00:17:29เรียกว่าเป็นช่องว่างในการรักษาหรือ
00:17:29 → 00:17:32ทรีatment gap คือพบว่าคนที่ตรวจเจอพลัก
00:17:32 → 00:17:35ชนิดไม่มีแคลเซียมด้วย CCTA เนี่ยมีแนว
00:17:35 → 00:17:38โน้มที่จะได้รับยาลดไขมันอย่างสตินแล้วก็
00:17:38 → 00:17:40ยาแอสเปอร์ินมากกว่าคนที่ไม่เจอพลักก็
00:17:40 → 00:17:42จริงนะคะทั้งก่อนแล้วก็หลังการตรวจตรวจ
00:17:42 → 00:17:45>> อ้าวฟังดูเหมือนจะดีนี่ครับแสดงว่าพอเจอ
00:17:45 → 00:17:47พลักหมอก็ให้ยา
00:17:47 → 00:17:50>> ใช่ค่ะแต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าไม่ใช่ทุกคน
00:17:50 → 00:17:53ที่เจอพลักแล้วได้ยาหรือว่าได้ยาเร็วพอ
00:17:53 → 00:17:57ค่ะข้อมูลมันชี้ว่ามีแค่ประมาณ 36% หรือ
00:17:57 → 00:18:00ราวๆ 1 ใน 3 ของคนที่เจอผลักเท่านั้นที่
00:18:00 → 00:18:03ได้เริ่มกินยาสตาตินภายใน 6 เดือนหลังจาก
00:18:03 → 00:18:04ที่ตรวจเจอค่ะ
00:18:04 → 00:18:06>> อ้าวแล้วอีกเกือบ 2 ใน 3 แล้วครับเกิด
00:18:06 → 00:18:07อะไรขึ้น
00:18:07 → 00:18:10>> นั่นน่ะสิคะและที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ
00:18:10 → 00:18:12พอไปดูเฉพาะกลุ่มที่เกิดเหตุการณ์การโรค
00:18:12 → 00:18:14หัวใจขึ้นมาจริงๆในระหว่างที่ติดตามผล
00:18:14 → 00:18:17อยู่พบว่าประมาณ 1 ใน 3 ของคนกลุ่มนี้
00:18:17 → 00:18:20เพิ่งจะมาได้เริ่มกินยาสตีนหลังจากที่
00:18:20 → 00:18:21เกิดเรื่องไปแล้ว
00:18:21 → 00:18:24>> โอ้โหฟังดูน่าเสียดายโอกาสในการป้องกัน
00:18:24 → 00:18:27มากๆเลยนะครับคือมีข้อมูลเตือนภัยอยู่ตรง
00:18:27 → 00:18:29หน้าแล้วแต่กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่าง
00:18:29 → 00:18:32เต็มที่มันเป็นเพราะอะไรได้บ้างครับความ
00:18:32 → 00:18:34ตระหนักรู้ของแพทย์หรือผู้ป่วยเองหรือว่า
00:18:34 → 00:18:37แนวทางการรักษาตอนนั้นมันยังไม่ชัดเจน
00:18:37 → 00:18:39สำหรับกลุ่ม CAC เท่ากับศูนย์ที่เจอพลัก
00:18:39 → 00:18:40แบบนี้ครับ
00:18:40 → 00:18:42>> หรือความไม่แน่ใจในแนวทางปฏิบัติสำหรับคน
00:18:42 → 00:18:45ไข้กลุ่มนี้ที่ดูเหมือนว่าความเสี่ยง
00:18:45 → 00:18:48สมบูรณ์จะต่ำแต่กลับมีหลักฐานของโรคใน
00:18:48 → 00:18:50ระยะเริ่มต้นซ่อนอยู่ซึ่งงานวิจัยนี้ก็
00:18:50 → 00:18:53เหมือนมาชี้ให้เห็นว่าเราอาจจะต้องกลับมา
00:18:53 → 00:18:55ทบทวนเรื่องนี้กันใหม่อีกทีค่ะ
00:18:55 → 00:18:57>> แต่เรื่องมันยังไม่จบแค่นั้นใช่ไหมครับ
00:18:57 → 00:19:00เหมือนจะมีอีกประเด็นที่ฟังดูย้อนแย้งนิด
00:19:00 → 00:19:04ๆแต่ก็น่าสนใจมากๆเกี่ยวกับว่าจริงๆแล้ว
00:19:04 → 00:19:06ใครคือกลุ่มที่เกิดโรคหัวใจมากที่สุดใน
00:19:06 → 00:19:07การศึกษานี้
00:19:07 → 00:19:10>> ใช่เลยค่ะนี่คือสิ่งที่นักวิจัยเรียกว่า
00:19:10 → 00:19:12Paradox หรือความย้อนแย้งนั่นเองคือกลาย
00:19:12 → 00:19:15เป็นว่าเหตุการณ์โรคหลอดเลือดหัวใจส่วน
00:19:15 → 00:19:18ใหญ่ในการศึกษานี้ประมาณ 70-75%
00:19:18 → 00:19:21กลับเกิดขึ้นในกลุ่มคนที่ตอนแรกตรวจไม่พบ
00:19:21 → 00:19:24คราบพลักชนิดไม่มีแคลเซียมใดๆเลยด้วยซ้ำ
00:19:24 → 00:19:27ในการสแกน CTCTA ครั้งแรก
00:19:27 → 00:19:31>> อ้าวไงเป็นอย่างงั้นล่ะครับไหนว่า LDL
00:19:31 → 00:19:34สูงสัมพันธ์กับพลักแล้วพลักก็สัมพันธ์กับ
00:19:34 → 00:19:37โรคแล้วทำไมคนที่ดูเหมือนจะสะอาดที่สุด
00:19:37 → 00:19:40กลับเกิดเรื่องมากที่สุดล่ะครับงงเลยครับ
00:19:40 → 00:19:43ค่ะเป็นคำถามที่นักวิจัยเขาก็พยายามหาคำ
00:19:43 → 00:19:46อธิบายกันอยู่นะคะมีมีความเป็นไปได้หลาย
00:19:46 → 00:19:49อย่างเลยอย่างแรกอาจจะเป็นข้อจำกัดของ
00:19:49 → 00:19:52CCTA เองที่ถึงแม้จะละเอียดกว่า CAC ก็
00:19:52 → 00:19:55จริงแต่ก็อาจจะยังมองไม่เห็นพลักที่เพิ่ง
00:19:55 → 00:19:59เริ่มก่อตัวจริงๆหรือว่าเล็กมากๆได้ 2
00:19:59 → 00:20:02อาจจะมีการวินิจฉัยกล้ามเนื้อหัวใจตาย
00:20:02 → 00:20:04หรือ MI ที่คลาดเคลื่อนไปหรืออาจจะเกิด
00:20:04 → 00:20:07จากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่หลอดเลือดแข็งตัว
00:20:07 → 00:20:10โดยตรงเช่นมีลิ่มเลือดอุดตันจากที่อื่น
00:20:10 → 00:20:13หรือผนังหลอดเลือดเกิดฉีกขาดเอง 3 คืออาจ
00:20:13 → 00:20:15จะมีการเกิดพลักขึ้นมาใหม่หรือว่าพลัก
00:20:15 → 00:20:17เดิมมันแย่ลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลา
00:20:17 → 00:20:20ระหว่างที่ตรวจ CCTA ไปแล้วกับตอนที่เกิด
00:20:20 → 00:20:22เหตุการณ์ซึ่งมันอาจจะห่างกันหลายปีก็ได้
00:20:22 → 00:20:22ค่ะ
00:20:23 → 00:20:25>> หมายความว่าถึงแม้จะตรวจไม่เจออะไรเลยใน
00:20:25 → 00:20:29ตอนแรกทั้ง CAC และพลักแบบไม่มีแคลเซียม
00:20:29 → 00:20:32ก็ยังวางใจไม่ได้ 100% อยู่ดี
00:20:32 → 00:20:34>> ถูกต้องค่ะข้อสรุปจากประเด็นที่ดูย้อน
00:20:34 → 00:20:38แย้งนี้นะคะก็คือการมี CAC = 0 และไม่
00:20:38 → 00:20:41เจอพลักด้วย CCT A เนี่ยเป็นสัญญาณที่ดี
00:20:41 → 00:20:44มากๆความเสี่ยงมันต่ำมากจริงๆค่ะแต่มันก็
00:20:44 → 00:20:47ยังไม่ใช่ศูนยคือยังมีโอกาสเกิดปัญหาได้
00:20:47 → 00:20:49อยู่เพียงแต่ว่าต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆมากเท่า
00:20:49 → 00:20:50นั้นเองค่ะ
00:20:50 → 00:20:52>> นี้มันบอกอะไรกับเรากันแน่เกี่ยวกับ
00:20:52 → 00:20:56เรื่อง LDL กับ CAC = 0
00:20:56 → 00:21:01>> ค่ะสรุปสั้นๆก็คืออย่างนี้นะคะ 1 CAC =
00:21:01 → 00:21:050 ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไปค่ะมันแค่
00:21:05 → 00:21:09บอกว่ายังไม่มีหินปูนมาเกาะแต่ไม่ได้หมาย
00:21:09 → 00:21:13ความว่าจะไม่มีพลักชนิดนิ่มๆซ่อนอยู่ 2
00:21:13 → 00:21:18LDL ยังคงมีความสำคัญแม้ CAC เท่ากับ 0
00:21:18 → 00:21:22โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนอายุน้อยๆระดับ LDL
00:21:22 → 00:21:25ที่สูงสัมพันธ์อย่างชัดเจนกับการมีพลัก
00:21:25 → 00:21:29ชนิดไม่มีแคลเซียมที่ซ่อนอยู่ค่ะ 3 LDL
00:21:29 → 00:21:32สูงทำนายความเสี่ยงระยะยาวได้ถึงแม้ความ
00:21:32 → 00:21:35เสี่ยงสัมบูรณ์ในระยะสั้นๆของกลุ่ม CAC =
00:21:36 → 00:21:390 จะต่ำแต่ LDL สูงก็ยังคงเพิ่มความ
00:21:39 → 00:21:42เสี่ยงสัมผัสที่จะเกิดโรคหัวใจในอนาคตได้
00:21:42 → 00:21:46อย่างมีนัยยะสำคัญในทุกกลุ่มอายุเลย 4
00:21:46 → 00:21:49อย่ามองข้าม LDL ในคนอายุน้อยเพียงเพราะ
00:21:49 → 00:21:52ว่า CAC = 0 ไม่ควรทำให้เราชะล่าใจ
00:21:52 → 00:21:56เกี่ยวกับระดับ LDL ค่ะโดยเฉพาะในคนอายุ
00:21:56 → 00:21:58น้อยเพราะมันคือการสะสมความเสี่ยงไป
00:21:58 → 00:22:00เรื่อยๆตลอดชีวิต
00:22:00 → 00:22:02>> ชัดเจนเลยครับฟังดูแล้วเหมือนเราต้องปรับ
00:22:02 → 00:22:05มุมมองเรื่องนี้กันพอสมควรเลยแล้วทั้งหมด
00:22:05 → 00:22:08นี้มันส่งผลต่อแนวทางการดูแลสุขภาพหัวใจ
00:22:08 → 00:22:11ในปัจจุบันยังไงบ้างครับเราควรจะต้อง
00:22:11 → 00:22:13เปลี่ยนวิธีคิดหรือว่าวิธีปฏิบัติตัวกัน
00:22:13 → 00:22:13มั้ครับ
00:22:14 → 00:22:16>> ดิฉันคิดว่ามันมีนัยยะสำคัญหลายอย่างเลย
00:22:16 → 00:22:19ค่ะอย่างแรกก็คือเราอาจจะต้องระมัดระวัง
00:22:19 → 00:22:22มากขึ้นแบบการใช้ค่าแคลเซียมสกoringเท่า
00:22:22 → 00:22:24กับ 0 เพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจว่าจะ
00:22:24 → 00:22:26เริ่มป้องกันโรคหัวใจอย่างจริงจังเมื่อ
00:22:26 → 00:22:29ไหร่โดยเฉพาะในคนนายยุทธน้อยๆที่มี LDL
00:22:29 → 00:22:32สูงการรอจนกระทั่งแคลเซียมมันไม่เป็น
00:22:32 → 00:22:34ศูนย์อีกต่อไปแล้วอาจจะช้าเกินไปสำหรับ
00:22:34 → 00:22:37การป้องกันที่ดีที่สุดก็ได้ค่ะงานวิจัย
00:22:37 → 00:22:39นี้มันเหมือนกระตุต้นให้เรากลับมาให้ความ
00:22:39 → 00:22:42สำคัญกับระดับ LDL มากขึ้นแม้ในคนที่
00:22:42 → 00:22:45แคลเซียมสกoringเท่ากับ 0 ก็ตามโดยเฉพาะ
00:22:45 → 00:22:48ในคนอายุน้อยที่ LDL สูงถึงแม้ความเสี่ยง
00:22:48 → 00:22:51สบูรณ์ระยะสั้นจะต่ำเราอาจจะต้องเริ่มคุย
00:22:51 → 00:22:53กันเรื่องกลยุทธ์การลด LDL ตั้งแต่เนิ่นๆ
00:22:53 → 00:22:55เลยซึ่งอาจจะเริ่มจากการปรับเปลี่ยน
00:22:55 → 00:22:57ไลฟ์สไตล์การกินอาหารอย่างเข้มข้นก่อน
00:22:57 → 00:22:59แล้วถ้ายังไม่ได้ผลจริงๆค่อยพิจารณา
00:22:59 → 00:23:02เรื่องยาต่อไปอีกประเด็นนึงที่สำคัญคือ
00:23:02 → 00:23:05เรื่องของเวลาค่ะการที่งานวิจัยนี้ติดตาม
00:23:05 → 00:23:09ผลนานมากบางคนเกิน 10 ปีมันยิ่งตอกย้ำว่า
00:23:09 → 00:23:12ระยะเวลาที่เรามี LDL สูงสะสมอยู่ในร่าง
00:23:12 → 00:23:15กายหรือ cumulative exposure เนี่ยมัน
00:23:15 → 00:23:18สำคัญมากๆจริงๆต่อการเกิดโรคในระยะยาวดัง
00:23:18 → 00:23:20นั้นการจัดการ LDL ตั้งแต่อายุยังน้อยจึง
00:23:20 → 00:23:23เหมือนเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพหัวใจที่ดี
00:23:23 → 00:23:26ในอนาคตนะคะและสำหรับบางคนโดยเฉพาะคนที่
00:23:26 → 00:23:28มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆร่วมด้วยการกลับมา
00:23:28 → 00:23:31ตรวจ CIA ซ้ำในอีกหลายปีข้างหน้าก็อาจจะ
00:23:31 → 00:23:33เป็นประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงที่
00:23:33 → 00:23:35อาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ค่ะ
00:23:35 → 00:23:38>> ครับฟังดูแล้วเหมือนกับว่าเราต้องมองภาพ
00:23:38 → 00:23:41รวมแล้วก็มองไปในระยะยาวให้มากขึ้นนะครับ
00:23:41 → 00:23:44การตรวจสุขภาพหัวใจด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
00:23:44 → 00:23:47อาจจะยังไม่เพราะจริงๆต้องดูปัจจัยอื่นๆ
00:23:47 → 00:23:49ประกอบกันโดยเฉพาะเจ้า LDL นี่ที่ดู
00:23:49 → 00:23:52เหมือนจะเป็นผู้ร้ายเงียบๆได้เลยแม้ในคน
00:23:52 → 00:23:54ที่ผลตรวจเบื้องต้นจะดูดีก็ตาม
00:23:54 → 00:23:57>> ใช่เลยค่ะหัวใจสำคัญก็คืออย่าเพิ่งวางใจ
00:23:58 → 00:24:00แค่ผลตรวจแคลเซียมออกมาเป็นศูนยนะคะโดย
00:24:00 → 00:24:03เฉพาะถ้าคุณยังอายุน้อยอยู่เพราะว่าไขมัน
00:24:03 → 00:24:06LDL สูงๆมันอาจจะกำลังสร้างปัญหาอย่าง
00:24:06 → 00:24:09เงียบเงียบอยู่ในหลอดเลือดของเราก็ได้แม้
00:24:09 → 00:24:12ว่าจะยังไม่เป็นหินปูนให้เห็นก็ตามผล CAC
00:24:12 → 00:24:15= 0 นั้นน่าสบายใจในระยะสั้นค่ะแต่มัน
00:24:15 → 00:24:18ไม่ใช่บทสรุปทั้งหมดของสุขภาพหัวใจในระยะ
00:24:18 → 00:24:19ยาวแน่นอน
00:24:19 → 00:24:21>> ครับข้อมูลวันนี้ต้องบอกว่าเข้มข้นแล้วก็
00:24:21 → 00:24:24เปิดมุมมังใหม่ๆให้เราได้เยอะเลยครับก่อน
00:24:24 → 00:24:26ที่เราจะจากกันไปมีอะไรอยากจะฝากทิ้งท้าย
00:24:26 → 00:24:29ให้ผู้ฟังได้ลองนำไปคบคิดต่อมั้ยครับ
00:24:29 → 00:24:33>> อืไอ้ประเด็นนึงที่น่าคิดต่อนะคะคือต้อง
00:24:33 → 00:24:36ไม่ลืมว่างานวิจัยที่เราคุยกันวันนี้
00:24:36 → 00:24:39เนี่ยเนี่ยเค้าศึกษาในกลุ่มคนที่มีอาการ
00:24:39 → 00:24:41น่าสงสัยเกี่ยวกับโรคหัวใจอยู่แล้วทำให้
00:24:41 → 00:24:45ต้องมาตรวจละเอียดคำถามที่ตามมาก็คือแล้ว
00:24:45 → 00:24:47ผลลัพธ์เหล่านี้มันจะเอาไปปรับใช้กับคน
00:24:47 → 00:24:50ทั่วไปที่ไม่มีอาการอะไรเลยแต่ไปตรวจ
00:24:50 → 00:24:54สุขภาพประจำปีแล้วบังเอิญเจอว่า CAC = 0
00:24:54 → 00:24:58ได้มากน้อยแค่ไหนโดยเฉพาะในคนอายุน้อยๆ
00:24:58 → 00:25:00ที่ไม่มีอาการเลยแต่ตรวจเลือดแล้วเจอว่า
00:25:00 → 00:25:04LDL สูงมากแต่ CAC เป็น 0 เราควรจะให้
00:25:04 → 00:25:06ความสำคัญกับการจัดการ LDL ของเขาเร็ว
00:25:06 → 00:25:08กว่าแนวทางปัจจุบันหรือเปล่าเมื่อเรา
00:25:08 → 00:25:11คำนึงถึงภาระความเสี่ยงที่มันสะสมไป
00:25:11 → 00:25:14เรื่อยๆตลอดชีวิตของคนนึงนะคะนี่เป็นคำ
00:25:14 → 00:25:17ถามใหญ่ที่ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม
00:25:17 → 00:25:19แล้วก็น่าจะเป็นประเด็นสำคัญมากๆในการดู
00:25:19 → 00:25:22แลสุขภาพเชิงป้องกันในอนาคตเลยค่ะ
00:25:22 → 00:25:24>> เป็นคำถามที่น่าสนใจแล้วก็ท้าทายมากๆเลย
00:25:24 → 00:25:27นะครับคงต้องรอติดตามงานวิจัยในอนาคตกัน
00:25:27 → 00:25:30ต่อไปสำหรับวันนี้ข้อมูลที่เราเจาะลึกกัน
00:25:30 → 00:25:33ก็ครบถ้วนแล้วนะครับขอบคุณที่ติดตามครับ
00:25:33 → 00:25:35สวัสดีครับ
00:25:35 → 00:25:53[เพลง]