00:00:01 → 00:00:042025 อ่ะมีอะไรใหม่บ้างยาที่หมอจะพูด
00:00:05 → 00:00:08ทั้งหมดในวันเนี้ยปัจจุบันมี 4 ตัว 3 ตัว
00:00:08 → 00:00:13แบบปากกา 1 ตัวแบบหลอดเลือดจับที่ตัวสาร
00:00:13 → 00:00:17CGRP โดยตรงก็คือ
00:00:17 → 00:00:19แกคิumaptinisumapฉีดเข้าหลอดเลือดดำดริบ
00:00:19 → 00:00:22เข้าหลอดเลือดดำยาอมใต้ลิ้นตัวGพนบางที
00:00:22 → 00:00:25เราฉีดตัวนี้ไปไม่เวิร์คอ่ะเราลองสวิตช์
00:00:25 → 00:00:27ไปตัวนี้ก็อาจจะมีโอกาสในการเพิ่ม
00:00:27 → 00:00:30ประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ยามากขึ้นอันนี้
00:00:30 → 00:00:33คือเป็นยาป้องกันไมเกรนแบบเก่าห้ามซื้อยา
00:00:33 → 00:00:36ทานเองนะคะกลุ่มพวกนี้อันตรายค่ะใช้ side
00:00:36 → 00:00:38เอฟเฟคก็คือผลข้างเคียงถ้าคนกินพาราระวัง
00:00:38 → 00:00:41เรื่องตับคนกินเอนเซตระวังเรื่องไตคนกิน
00:00:41 → 00:00:44เออเกาะทริปแทนระวังเรื่องหัวใจตัวไหนดี
00:00:44 → 00:00:46ยังไงไม่ดียังไงเราควรเหมาะกับตัวไหนยัง
00:00:46 → 00:00:50ไงแล้วก็เมื่อไหร่ที่เราควรจะสวัสดีค่ะ
00:00:50 → 00:00:52หมอนุ่มแพทย์หญิงสุภมาศวิบูลสุขสารแพทย์
00:00:52 → 00:00:54เฉพาะทางระบบประสาทและสมองค่ะวันนี้นะคะ
00:00:54 → 00:00:57ก็มาไลฟ์กันอีกครั้งนะคะในคุยเรื่องสมอง
00:00:57 → 00:01:00กับหมอนุ่มกับเรื่องอัปเดตการรักษาไมเกรน
00:01:00 → 00:01:03สำหรับปี 2025 ค่ะก็คำเตือนวัตถุประสงค์
00:01:03 → 00:01:07ของไลฟ์นี้ก่อนคือที่มาพูดเนี่ยอยากให้คน
00:01:07 → 00:01:11ไข้ไมเกรนทุกคนที่เขา้าต้องรักษาหรือว่า
00:01:11 → 00:01:13ยังไม่ได้รู้ตัวว่าจะต้องไปรักษาเนี่ยมี
00:01:13 → 00:01:16ข้อมูลมีภาพในหัวเบื้องต้นก่อนว่าเอ่อ
00:01:16 → 00:01:19ปัจจุบันเนี่ยการรักษาไมเกรนเนี่ยเรามี
00:01:19 → 00:01:22แนวทางการดูแลคนไข้แบบยังไงนะคะมียาอะไร
00:01:22 → 00:01:24ที่ใช้บ้างนะคะเพราะว่าเอ่อคิดว่าเวลาไป
00:01:24 → 00:01:26เจอคุณหมอแต่ละทีเนี่ยอาจจะไม่ได้มีโอกาส
00:01:26 → 00:01:29ที่จะแบบฟังหรือว่ารู้จักยาทุกๆตัวที่เรา
00:01:29 → 00:01:32ใช้อยู่นะคะซึ่งบางทีเราก็อาจจะแบบเอ๊ะ
00:01:32 → 00:01:34ไม่รู้ว่าเอ๊ะทำไมเราก็ต้องกินยาตัวนี้
00:01:34 → 00:01:36หรือว่าได้ยามาแล้วเนี่ยเราจะต้องกินยัง
00:01:36 → 00:01:38ไงหรือว่าจะต้องกินไปนานแค่ไหนเพราะอย่าง
00:01:38 → 00:01:40แบบที่เจอมาบ่อยๆก็คือบางทีเราได้ยาป้อง
00:01:40 → 00:01:43กันไมเกรนมาเป็นกลุ่มยาการชักยาความดัน
00:01:43 → 00:01:45แบบเนี้ยค่ะคนไข้ก็นึกว่าอ่ะคุณหมอให้
00:01:45 → 00:01:47เพราะว่าความดันสูงหรือเปล่าพอเห็นว่าตัว
00:01:47 → 00:01:49เองความดันปกติก็เลยหยุดกินไปแต่จริงๆ
00:01:49 → 00:01:51เนี่ยก็คือคุณหมอให้ในแง่ของการป้องกัน
00:01:52 → 00:01:54ไมเกรนก็มีก็เลยทำให้เหมือนแบบหยุดการ
00:01:54 → 00:01:57รักษาไปก่อนโดยที่ยังไม่ได้ดีขึ้นเพราะ
00:01:57 → 00:01:59ฉะนั้นไลฟ์นี้นะคะหมอก็เลยเหมือนแบบอยาก
00:01:59 → 00:02:02จะเหมือนมาพูดภาพรวมของยาให้ฟังกันมาก
00:02:02 → 00:02:05กว่าไม่ได้มีสปอนเซอร์ใดๆนะคะไม่ได้มาบอก
00:02:05 → 00:02:08ว่าตัวใดดีและก็ตัวใดไม่ดีถ้าเกิดใครที่
00:02:08 → 00:02:10แบบเอ่อยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่า
00:02:10 → 00:02:13เป็นไมเกรนเนี่ยอันนี้นะคะฟังคลิปนี้
00:02:13 → 00:02:15เนี่ยก็อย่าเพิ่งคิดเอาเองว่าเอ๊ะเราเป็น
00:02:15 → 00:02:17ไมเกรนหรือเปล่าแล้วก็ไปเอาตัวอย่างยาไป
00:02:17 → 00:02:19ซื้อมารับประทานนะคะอันนั้นอันตรายควรจะ
00:02:19 → 00:02:22ไปตรวจก่อนปรึกษาแพทย์หรืออย่างน้อยก็คือ
00:02:22 → 00:02:25เภสัชากรว่าเอออาการเราเนี่ยเข้าขายได้มย
00:02:25 → 00:02:27แล้วก็ควรจะเลือกใช้ยาอะไรฉะนั้นอย่าซื้อ
00:02:27 → 00:02:33ยาทันเองปี 2025 อ่ะมีอะไรใหม่บ้างอันแรก
00:02:33 → 00:02:36เลยเป็นเรื่องของคอนเซปตการรักษาไมเกรน
00:02:36 → 00:02:39ค่ะอย่างในตอนปีที่แล้วเนี่ยหมอจะพูดถึง
00:02:39 → 00:02:42อันนึงค่อนข้างเยอะในไมเกรนก็คือเรื่อง
00:02:42 → 00:02:45ของตัวสารนึงที่ทำให้เราปวดหัวไมเกรนก็
00:02:45 → 00:02:48คือตัว CGRP ซึ่งคนไข้ไมเกรนหลายคนเนี่ย
00:02:48 → 00:02:51ตอนนี้ก็เริ่มรู้จักละมันก็เหมือนเป็นอ่า
00:02:51 → 00:02:53สารสนึงแหละที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เราปวด
00:02:53 → 00:02:56ไมเกรนอันที่ 2 ก็คือเรื่องของยาใหม่ใน
00:02:56 → 00:02:58ประเทศไทยเมื่อกี้ที่บอกไปละก็จะมี
00:02:58 → 00:03:00ธันวาคมปีที่แล้วมีตัวยาดิบหลอดเลือดดำ
00:03:00 → 00:03:03เข้ามานะคะเป็นยาป้องกันแล้วก็พฤษภาคมปี
00:03:03 → 00:03:04นี้ก็คือมีตัวยาที่เป็นยาอมใต้ลิ้นที่
00:03:05 → 00:03:07เป็นทั้งแก้ปวดแล้วก็ป้องกันเราก็มาฟัง
00:03:07 → 00:03:10กันคร่าวๆนะคะว่ามันเป็นยังไงก็มาทบทวน
00:03:10 → 00:03:12กันคร่าวๆว่าแล้วลักษณะอาการปวดหัวไมเกรน
00:03:12 → 00:03:15เป็นยังไงล่ะมักจะปวดข้างเดียวนำมาก่อน
00:03:15 → 00:03:18ตอนหลังเนี่ยปวด 2 ข้างได้นะแต่ขอว่าแบบ
00:03:18 → 00:03:21อ่ะมีข้างนึงนำมาก่อนแล้วก็จะมีความแบบ
00:03:21 → 00:03:24สลับข้างได้แต่ว่าทุกคนเนี่ยส่วนใหญ่จะมี
00:03:24 → 00:03:27ปวดข้างใดข้างนึงเด่นกว่าบางคนแบบปวดซ้าย
00:03:27 → 00:03:29เด่นกว่าบางคนปวดขวาเด่นกว่าแต่ก็จะมีการ
00:03:29 → 00:03:32สลับข้างกันได้ในบางครั้งแล้วก็ลักษณะของ
00:03:32 → 00:03:35อาการปวดเนี่ยถ้าเป็นแบบตุบๆเหมือนหลอด
00:03:35 → 00:03:36เลือดเต้นเนี่ยก็จะค่อนข้างบ่งชี้เป็น
00:03:36 → 00:03:39ไมเกรนยกเว้นว่าคนที่เป็นมานานๆเป็นมา
00:03:39 → 00:03:42หลายๆปีอันนั้นก็ความปวดก็จะเปลี่ยนแปลง
00:03:42 → 00:03:45ไปละก็จะเริ่มเป็นแบบตึงๆตื้อๆอะไรก็หลาก
00:03:45 → 00:03:47หลายได้แต่ว่าถ้าเอาว่าเป็นใหม่ๆจริงๆอ่ะ
00:03:47 → 00:03:50มักจะเป็นข้างเดียวแล้วปวดตุ๊บๆแล้วก็
00:03:50 → 00:03:52ลักษณะของอาการปวดเนี่ยจะค่อนข้างรุนแรง
00:03:53 → 00:03:55แบบปวดปุ๊บอ่ะทำอะไรต่อไม่ได้ไม่ได้ปวด
00:03:55 → 00:03:58แบบมึนๆตรวจจะเครียดไปนอนอะไรอย่างเงี้ย
00:03:58 → 00:04:00แบบเ่อนอนไม่พออะไรแบบเนี้ยแต่ว่าจะป่วน
00:04:01 → 00:04:03แบบค่อนข้างที่แบบปวดเสร็จปุ๊บจะรู้สึก
00:04:03 → 00:04:05คลื่นไส้ผอึดพอมอยากจะอาเจียนแล้วก็รู้
00:04:05 → 00:04:07สึกว่าต้องหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ตอนนั้นๆ
00:04:07 → 00:04:09เช่นทำงานอยู่ก็ต้องไปพักไปนอนพักหรือว่า
00:04:09 → 00:04:11ถ้าอยู่แบบกลางแจ้งหรือว่าเดินอยู่อะไร
00:04:12 → 00:04:14เงี้ยก็ต้องกลับไปนอนอะไรแบบนี้เลยนะคะ
00:04:14 → 00:04:16เพราะว่ามันจะเป็นการปวดที่ค่อนข้าง
00:04:16 → 00:04:19รุนแรงแล้วก็ปวดค่อนข้างนานค่ะคือถ้าเกิด
00:04:19 → 00:04:21สมมุติว่าเราไม่ทำอะไรกับเค้าเนี่ยคนที่
00:04:21 → 00:04:23เป็นครั้งแรกเนี่ยบางทีปวดขึ้นมาทีปวด
00:04:23 → 00:04:26เกินแบบหลายชั่วโมงเลย 3-4 ชั่วโมงขึ้นไป
00:04:26 → 00:04:28แล้วถ้าเราไม่ได้กินรีบกินยาแก้ปวดอ่ะปวด
00:04:28 → 00:04:30ไปได้นานถึง 2-3 วันเลยแต่ว่าถ้าคนที่
00:04:30 → 00:04:32เป็นบ่อยๆเขาจะเริ่มรู้แล้วว่าอย่าปล่อย
00:04:32 → 00:04:34ทิ้งไว้ถ้ายิ่งปล่อยไว้เนี่ยมันก็ยิ่งปวด
00:04:34 → 00:04:36อยู่ดีเพราะฉะนั้นเนี่ยเขาก็จะรีบแบบว่า
00:04:36 → 00:04:38จัดการอะไรสักอย่างละตอนหลังๆอาการปวดอาจ
00:04:38 → 00:04:41จะดูแบบสั้นลงไม่ถึง 3 วันแล้วก็จะมี
00:04:41 → 00:04:43ลักษณะที่สำคัญอันนึงเลยก็คือเรื่องของ
00:04:43 → 00:04:47ตัวแพ้แสงแล้วก็แพ้เสียงเป็นยังไงนะคะก็
00:04:47 → 00:04:50คืออย่างแปกติเวลาเราเจอแสงจ้าเนี่ยคน
00:04:50 → 00:04:52ทั่วไปก็อาจจะรู้สึกว่าแสงนี้จ้านะคะแต่
00:04:52 → 00:04:53ว่าถ้าเป็นคนไมเกรนเนี่ยก็จะคือรู้สึกว่า
00:04:53 → 00:04:56มันน่ะจ้ามากกว่าปกติรู้สึกตาสู้แสงไม่
00:04:56 → 00:04:59ได้เลยรวมไปถึงเสียงด้วยเช่นเราคุยกันแบบ
00:04:59 → 00:05:03เนี้ยคุยกันปกติหรือว่าอยู่ในที่ที่คนแบบ
00:05:03 → 00:05:04เสียงดังบวกเบรกโวยวายนิดนึงเนี่ยคน
00:05:04 → 00:05:06ธรรมดาก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าเป็นคนไมเกรนจะ
00:05:06 → 00:05:08รู้สึกว่าเสียงนี้มันดังมากๆแล้วก็แบบ
00:05:08 → 00:05:10ยิ่งทำให้เขาปวดหัวมากยิ่งขึ้นฉะนั้นอัน
00:05:10 → 00:05:13นี้ก็จะเป็นลักษณะของไมเกรนนะคะปวดมักจะ
00:05:13 → 00:05:16ปวดข้างเดียวปวดตุบๆปวดค่อนข้างแรงปวดนาน
00:05:16 → 00:05:19แล้วก็มักจะมีคลื่นไส้อาเจียนแพ้แสงแพ้
00:05:19 → 00:05:22เสียงร่วมด้วยรวมไปถึงมักจะมีตัวกระตุ้น
00:05:22 → 00:05:24ที่ค่อนข้างชัดเจนนะคะเช่นอาจจะเป็นอากาศ
00:05:24 → 00:05:28ร้อนแดดจ้ากิติ่นฮอร์โมนช่วงประจำเดือน
00:05:28 → 00:05:32ความเครียดอดนอนซึ่งหลายๆคนเนี่ยก็จะมี
00:05:32 → 00:05:34ตัวกระตุ้นแบบเคยใครเคยมีตัวกระตุ้นอัน
00:05:34 → 00:05:36ไหนอันนั้นก็จะมักจะเป็นตัวกระตุ้นเดิมๆ 3
00:05:36 → 00:05:38เราจะบอกว่าคนไข้คนเนี้ยเป็นไมเกรนมักจะ
00:05:38 → 00:05:41ไม่ได้ปวดหัวมาครั้งแรกถ้าปวดหัวครั้งแรก
00:05:41 → 00:05:43ในชีวิตปวดมากปวดรุนแรงแบบนี้เรายังไม่
00:05:43 → 00:05:45บอกว่าคนไข้เป็นไมเกรนส่วนใหญ่คนไข้เนี่ย
00:05:45 → 00:05:49มักจะต้องมีอาการปวดเดิมๆซ้ำๆเพราะว่าเรา
00:05:49 → 00:05:50จะเห็นว่าไมเกรนน่ะปวดทีคือปวดไม่ค่อย
00:05:50 → 00:05:52เกิน 2-3 วันใช่มั้ยคะเพราะฉะนั้นเนี่ยคน
00:05:52 → 00:05:55ไข้ส่วนใหญ่อ่ะต่อให้ปวดแรงก็จริงอ่ะ 2
00:05:55 → 00:05:58วัน 3 วันหายไม่ได้ไปตรวจแต่มาอีกแล้วก็
00:05:58 → 00:06:00คล้ายๆเดิมอีกเพราะฉะนั้นเนี่ยอ่าถ้า
00:06:00 → 00:06:02วินิจฉัยจริงๆเนี่ยเราเอา 5 ครั้งขึ้นไป
00:06:02 → 00:06:04แต่โดยปกติเนี่ยพอสักแบบ 3-4 ครั้งเนี่ย
00:06:04 → 00:06:06บางคนก็เริ่มรู้แล้วว่าเราอ่ะเริ่มน่าจะ
00:06:06 → 00:06:09ปวดหัวแบบตัวกระตุ้นเดิมๆซ้ำๆแบบนี้เฉพาะ
00:06:09 → 00:06:11อย่างถ้าเป็นผู้หญิงเนี่ยช่วงรอบประจำ
00:06:11 → 00:06:13เดือนอะไรอย่างเงี้ยเราจะเจอบ่อยมากที่
00:06:13 → 00:06:15สำคัญเนี่ยคืออยากให้รู้ว่าไมเกรนนะคะ
00:06:15 → 00:06:20เป็นโรคทางสมองที่ซับซ้อนใช้คำว่าโรคทาง
00:06:20 → 00:06:23สมองนะไม่ใช่ว่าแบบไมเกรนเป็นแค่โรคปวด
00:06:23 → 00:06:27หัวทั่วไปแบบเอ่อเครียดอดนอนแล้วปวดหัวนะ
00:06:27 → 00:06:29คะไม่ใช่แบบนั้นปกติเนี่ยพอคนเข้าใจว่า
00:06:29 → 00:06:31เออเราเครียดเราอดนอนแล้วเป็นไมเกรนเนี่ย
00:06:31 → 00:06:33เราก็จะเหมือนแบบคิดว่ามันไม่ได้รุนแรง
00:06:33 → 00:06:35อะไรหรอกแต่จริงๆพอเรารู้ว่ามันเป็นโรค
00:06:35 → 00:06:37ทางสมองเนี่ยคำว่าโรคทางสมองก็คือว่าถ้า
00:06:37 → 00:06:40เกิดเราปล่อยให้มันเป็นซ้ำๆอ่ะค่ะแล้ว
00:06:40 → 00:06:42เป็นบ่อยๆเป็นเรื่อยๆนะคะสิ่งที่เกิดขึ้น
00:06:42 → 00:06:44คือมันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของสมองเลยที่
00:06:44 → 00:06:47ทำให้เราจะมีความไวของตัวกระตุ้นมากยิ่ง
00:06:47 → 00:06:49ขึ้นระบบประสาทในการรับรู้ความเจ็บปวดใน
00:06:49 → 00:06:51ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปนะคะเหมือนเกิดการ
00:06:51 → 00:06:53แบบเปลี่ยนแปลงของ Brain Change เปลี่ยน
00:06:53 → 00:06:56แปลงของสมองไปเลยจะรู้สึกว่าเอ๊ะไม่ต้อง
00:06:56 → 00:06:58มีตัวกระตุ้นเราก็ปวดหัวเองได้แล้วนะคะ
00:06:58 → 00:07:01รวมไปถึงการนำไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆด้วย
00:07:02 → 00:07:03ที่แบบเจอร่วมกันบ่อยอย่างเช่นเรื่องของ
00:07:03 → 00:07:05โรควิตกกังวลโรคซึมเศร้าเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:07:05 → 00:07:08ไมเกรนเป็นโรคทางสมองที่ถ้าเป็นเยอะอย่า
00:07:08 → 00:07:10ปล่อยทิ้งไว้นะคะยิ่งปล่อยทิ้งไว้เนี่ย
00:07:10 → 00:07:13มันจะยิ่งอันตรายและก็ที่สำคัญคือหลังๆ
00:07:13 → 00:07:16เนี่ยก็จะเริ่มมีงานวิจัยอ่ะที่บ่งชี้มาก
00:07:16 → 00:07:18ขึ้นว่าถ้าเกิดเราเป็นไมเกรนเยอะๆเป็น
00:07:18 → 00:07:22ไมเกรนบ่อยๆเนี่ยแล้วเติดตามไปทำ MRI
00:07:22 → 00:07:25ถ่ายภาพสแกนสมองของคนที่เป็นไมเกรนก็จะพบ
00:07:25 → 00:07:28ว่ามีบางตำแหน่งของสมองเนี่ยที่เนื้อสมอง
00:07:28 → 00:07:31อ่ะไม่เหมือนเดิมนะคะรวมไปถึงเอ่อความ
00:07:31 → 00:07:34เสี่ยงของการเกิดโรคพวกเ่อหลอดเลือดสมอง
00:07:34 → 00:07:36บางอย่างเพิ่มมากขึ้นมากกว่าคนปกติด้วย
00:07:36 → 00:07:39ฉะนั้นเนี่ยคอนเซปตคือไมเกรนคือโรคสมองนะ
00:07:39 → 00:07:41คะที่ต้องรักษาฉะนั้นพอเป็นโรคสมองเนี่ย
00:07:41 → 00:07:44เราก็มาดูกันคร่าวๆก่อนทำไมถึงเป็นไมเกรน
00:07:44 → 00:07:46ล่ะทำไมถึงมีอาการปวดหัวตุบๆล่ะอันนี้นะ
00:07:46 → 00:07:49คะจะค่อนข้างแบบเ่อลงลึกนิดนึงถ้าใครที่
00:07:49 → 00:07:51อยากฟังเรื่องยาเดี๋ยวเราจะข้ามสิปตรงนี้
00:07:51 → 00:07:54ไปเลยแต่หมออ่ะอยากให้เห็นภาพนิดนึงเพราะ
00:07:54 → 00:07:56ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับยาที่เราจะใช้นี่
00:07:56 → 00:07:59แหละค่ะจะได้เข้าใจนะคะว่าทำไมแบบเออเรา
00:07:59 → 00:08:02เราต้องใช้ยากลุ่มไหนอะไรยังไงก็ภาพนี้นะ
00:08:02 → 00:08:05คะก็จะเป็นการเอ่อแสดงว่าสมองของเราเนี่ย
00:08:05 → 00:08:07เกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อเวลาเราเจอตัว
00:08:07 → 00:08:09กระตุ้นอย่างเช่นตรงอ่าอย่างเงี้ยลูกศร
00:08:09 → 00:08:12ภาพข้างล่างตรงสมองก่อนจะเห็นว่าเขาชี้
00:08:12 → 00:08:14เห็นว่าถ้าเกิดเวลามันมีแสงเข้ามามีกลิ่น
00:08:14 → 00:08:17เข้ามาหรือว่ามีเสียงหรือรวมถึงปัจจัย
00:08:17 → 00:08:19เซensoryภายในก็คือเรื่องของพวกความ
00:08:19 → 00:08:23เครียดอดนอนเอ่อกินอาหารไม่ตรงเวลาเอ่อ
00:08:23 → 00:08:26ฮอร์โมนประจำเดือนอะไรต่างๆเนี่ยพอมันรับ
00:08:26 → 00:08:29เข้ามาส่งเข้ามาปุ๊บเนี่ยสมองระบบประสาท
00:08:29 → 00:08:31ของเราอ่ะค่ะจะเกิดการกระตุ้นนะคะเกิดการ
00:08:31 → 00:08:33รับรู้นะคะถามว่าแล้วทำไมถึงกระตุ้นล่ะ
00:08:33 → 00:08:36อันเนี้ยสาเหตุการเกิดไมเกรนเนี่ยยังไม่
00:08:36 → 00:08:38มีใครทราบแน่ชัดนะคะว่าทำไมคนนี้ถึงเป็น
00:08:38 → 00:08:40คนนี้ถึงไม่เป็นนะคะเพราะว่าแต่ว่าเชื่อ
00:08:40 → 00:08:42ว่าส่วนหนึ่งเนี่ยเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม
00:08:42 → 00:08:43เพราะว่าคนไมเกรนส่วนใหญ่ก็มักจะมี
00:08:43 → 00:08:45ประวัติครอบครัวเป็นเกี่ยวข้องกับสภาพแวด
00:08:45 → 00:08:47ล้อมแล้วก็เกี่ยวข้องกับผู้หญิงเอ่อ
00:08:47 → 00:08:49ฮอร์โมนเพศหญิงนะคะเพราะว่าไมเกรนส่วน
00:08:49 → 00:08:50ใหญ่เป็นในผู้หญิงนะคะอย่างเช่นเรื่องของ
00:08:50 → 00:08:53พวกเอสโตรเจนต่างๆนะนะคะเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:08:53 → 00:08:54โอเคคนเป็นไมเกรนน่ะแสดงว่าสมองเขาคมี
00:08:54 → 00:08:57ความไวต่อตัวกระตุ้นมากกว่าคนปกติแล้วล่ะ
00:08:57 → 00:08:59ทีนี้พอเวลามีตัวกระตุ้นเข้ามานะคะสิ่ง
00:08:59 → 00:09:02ที่เกิดขึ้นนะคะก็คือจะเกิดขึ้นเอ่อตาม
00:09:03 → 00:09:05รูปบนนะคะเดี๋ยวเดี๋มาวาดให้ดูแล้วกัน
00:09:05 → 00:09:08เนาะก็คือพอเรามีแบบอ่าพอเรามีอ่ะสมมุติ
00:09:08 → 00:09:12ว่ามีแสงอาทิตย์ละกันเข้ามานะคะมันจะเกิด
00:09:12 → 00:09:14การกระตุ้นสมองพอเกิดการกระตุ้นสมองเสร็จ
00:09:14 → 00:09:17เนี่ยตรงปลายประสาทอ่ะค่ะตรงปลายประสาท
00:09:17 → 00:09:19อันเนี้ยจะเป็นปลายประสาทปกติปลายประสาท
00:09:19 → 00:09:21เราอ่ะค่ะมันจะมีสารสืบประสาทอยู่ข้างใน
00:09:21 → 00:09:24อย่างนี้นะคะข้างในก็จะมีสารสื่อประสาท
00:09:24 → 00:09:27แบบนี้อย่างงี้อย่างงี้นะคะตรงเนี้ยเรา
00:09:27 → 00:09:32เรียกว่า C G R P ถามว่าเกิดอะไรขึ้น
00:09:32 → 00:09:34พอเวลามีตัวกระตุ้นเข้ามาอันนี้นะคะ
00:09:34 → 00:09:36สมมุติเป็นผนังหลอดเลือดอันนี้ก็คือจะ
00:09:36 → 00:09:42เป็นตัวรับตัวรับ CGRP อ่ะสมมุติว่ามีตัว
00:09:42 → 00:09:45กระตุ้นเข้ามาปุ๊บนะคะมีแสงแดดเข้ามาปื๊บ
00:09:45 → 00:09:47ไปกระตุ้นระบบประสาทแล้วนะมันจะทำให้ไอ้
00:09:47 → 00:09:50ตัวสารตรงเนี้ยค่ะปล่อยออกมาถูกปล่อยออก
00:09:50 → 00:09:53มาจากปลายประสาทแบบนี้อันนี้นะคะก็คือ
00:09:53 → 00:09:57CGRP แล้วก็จะไปจับกับตัวรับที่ผนังหลอด
00:09:57 → 00:10:01เลือดสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือพอเกิดการ
00:10:01 → 00:10:03กระตุ้นระบบประสาทส่งสัญญาณประสาทแบบนี้
00:10:03 → 00:10:06นะคะมันก็จะไปออกฤทธิ์ที่ผนังหลอดเลือด
00:10:06 → 00:10:08ของเราอันนี้สมมุติเป็นผนังหลอดเลือดของ
00:10:08 → 00:10:11เรานะคะให้เกิดการขยายตัวพอผนังหลอดเลือด
00:10:11 → 00:10:16ขยายตัวนึกภาพตามอ่ะค่ะก็คือตุบๆเหมือน
00:10:16 → 00:10:19ลูกโป่งอ่ะที่แบบถูกเป่าให้ขยายอ่ะค่ะ
00:10:19 → 00:10:21แล้วก็หดแล้วก็ขยายแล้วก็หดแล้วขยายเพราะ
00:10:21 → 00:10:25ฉะนั้นเนี่ยก็คือเอ่อพอเวลามีตัวกระตุ้น
00:10:25 → 00:10:28ระบบประสาทหลัง CGRP CGRP ไปออกฤทธิ์ที่
00:10:28 → 00:10:31ผนังหลอดเลือดเกิดการขยายตัวแล้วก็เกิด
00:10:31 → 00:10:34ความปวดขึ้นมาเป็นตุบๆๆฉะนั้นสาร CGRP
00:10:34 → 00:10:37ถึงมีความสำคัญมากในไมเกรนนอกจาก CGRP จะ
00:10:37 → 00:10:40ทำให้หลอดเลือดขยายตัวแล้ว CGRP ยังทำให้
00:10:40 → 00:10:43เกิดขบวนการที่สำคัญทั้งหมด 3 อย่างอัน
00:10:43 → 00:10:46แรกก็คือหลอดเลือดขยายตัวเมื่อกี้อันที่ 2
00:10:46 → 00:10:49คือกระตุ้นความเจ็บปวดในร่างกายคือตัวเขา
00:10:49 → 00:10:51เนี่ยมันจะไปกระตุ้นแบบการส่งสัญญาณ
00:10:51 → 00:10:54ประสาทความปวดอ่ะค่ะทำให้เรามีเอ่อความ
00:10:54 → 00:10:57เจ็บปวดในร่างกายคือร่างกายคนเราเวลาจะ
00:10:57 → 00:10:59รับรู้ความเจ็บปวดมันก็จะต้องมีการอ่ามี
00:10:59 → 00:11:00ตัวกระตุ้นเข้ามาแล้วมีการส่งสัญญาณต่อ
00:11:00 → 00:11:02อ่ะค่ะแล้วก็สุดท้ายอันที่ 3 คือทำให้
00:11:02 → 00:11:05เกิดการหลักอักเสบอักเสบของระบบประสาทใน
00:11:05 → 00:11:09ในระบบประสาทเอ่อไตมิโนวasสcularาร system
00:11:09 → 00:11:10แล้วก็ในสมองของเราตรงเนี้ยเพราะฉะนั้น
00:11:10 → 00:11:12เนี่ยจะเห็นว่ามันไม่ใช่แค่หลอดเลือดขยาย
00:11:12 → 00:11:15ตัวนะแต่ถ้าเกิดเราปล่อยทิ้งไว้ให้ไมเกรน
00:11:15 → 00:11:17ถูกกระตุ้นนานๆถูกกระตุ้นบ่อยๆอ่ะค่ะสิ่ง
00:11:17 → 00:11:19ที่เกิดขึ้นคือมันเหมือนมันมีการอักเสบ
00:11:19 → 00:11:21อยู่ตลอดตลอดเวลาค่ะฉะนั้นใบเกณบางคน
00:11:21 → 00:11:23เนี่ยก็จะรู้ว่าเออแบบพอหายปวดหัวไปแล้ว
00:11:23 → 00:11:27อ่ะมันยังไม่จบมันรู้สึกเหมือนมันช้ำ
00:11:27 → 00:11:30เหมือนแบบไปผ่านสมรภูมิการลบอะไรมาสัก
00:11:30 → 00:11:32อย่างแบบแตะศีรษะไม่ได้เลยมันจะรู้สึกแบบ
00:11:32 → 00:11:34เจ็บๆช้ำๆมากก็เป็นเพราะว่าบางทีเนี่ยเรา
00:11:34 → 00:11:36ปล่อยให้การอักเสบตรงเนี้ยมันเกิดขึ้นนาน
00:11:36 → 00:11:40เกินไปแล้วก็มีการเอ่อกระตุ้นความเจ็บปวด
00:11:40 → 00:11:42ที่ค่อนข้างเยอะมากพอแล้วอ่ะลุกลามไปแบบ
00:11:43 → 00:11:46เยอะมากพอละแล้วพอมันหยุดเนี่ยมันก็เลย
00:11:46 → 00:11:48เกิดผลตามมาได้นะคะที่เหมือนเป็นระยะตาม
00:11:48 → 00:11:51หลังของอาการปวดศีรษะไมเกรนนะคะซึ่งเราจะ
00:11:51 → 00:11:53ไม่ลงลึกกันในวันนี้ทีนี้เนี่ยก็เลยอยาก
00:11:53 → 00:11:56ให้รู้จักว่าเออพอมันมี CGRP ตรงนี้แหละ
00:11:56 → 00:11:59ยาปัจจุบันเนี่ยการรักษาไมเกรนใหม่ๆใน
00:11:59 → 00:12:02ปัจจุบันเลยเขาถึงมาโฟกัสที่ตรงเนี้ยค่ะ
00:12:02 → 00:12:05ที่ตรงสาร CGRP อ่ะเพราะว่าเขารู้ว่า 1
00:12:05 → 00:12:08คนไข้ที่เป็นไมเกรนตอนไมเกรนกำเริบสาร
00:12:08 → 00:12:12CGRP สูงขึ้นโอเคพอหายปวดหัวตัวเนี้ยก็
00:12:12 → 00:12:15จะลดลงไปอันนี้สำหรับคนที่เป็นไมเกรนไม่
00:12:15 → 00:12:18บ่อยแต่ถ้าคนที่เป็นบ่อยๆนะนึกภาพแบบปวด
00:12:18 → 00:12:20ทุกวันเลยแบบปวดไมไเกรนแล้วก็หายแล้วก็
00:12:20 → 00:12:22ปวดอีกแล้วก็หายแล้วก็ปวดอีกแล้วก็หายมัน
00:12:22 → 00:12:26ก็จะเหมือนแบบ CGRP ขึ้นลงขึ้นลงขึ้นลง
00:12:26 → 00:12:30แต่ไม่เคยลงแบบลงสุดเลยคือแบบสมมุติว่า
00:12:30 → 00:12:32อ่ะสมมุติว่าคนเป็นแบบเป็นน้อยๆเนี่ยคือ
00:12:33 → 00:12:35คนที่เป็นแบบเป็นน้อยๆนะคะเป็นไม่บ่อยปวด
00:12:36 → 00:12:40น้อยๆกับปวดแบบถี่ๆนะคะอันนี้ปวดถี่ทีอัน
00:12:40 → 00:12:43นี้ปวดน้อยๆนะอ่ะถ้าเราไปเจาะดูระดับ CGRP
00:12:43 → 00:12:46ของคนไข้ตอนที่เขาปวดหัวเนี่ย CGRP มันจะ
00:12:46 → 00:12:50ขึ้นแล้วพอตอนที่เขาหายปวดหัว CGRP จะลด
00:12:50 → 00:12:56ลงนะคะแต่ถ้าคนที่เป็นไมเกรนถนะคะเวลาเรา
00:12:56 → 00:12:59ดูตาม CGP ของคนไข้มันจะเป็นแบบนี้ปวดหัว
00:12:59 → 00:13:04ขึ้นกำลังจะหายละกำลังจะลงปวดใหม่อีกนะคะ
00:13:04 → 00:13:08กำลังจะหายละอีก 2 วันปวดใหม่อีกนะคะ
00:13:08 → 00:13:10กำลังจะลงปวดใหม่อีกเพราะฉะนั้นสิ่งที่
00:13:10 → 00:13:14เกิดขึ้นคือระดับ CGRP ไม่เคยกลับมาสู่
00:13:14 → 00:13:16ภาวะปกติอีกเลยสมองของเราเหมือนถูก
00:13:16 → 00:13:18กระตุ้นตลอดเวลาแล้วก็มีการอักเสบตลอด
00:13:18 → 00:13:21เวลาอันนี้ถึงมีความสำคัญมากๆว่าถ้าเกิด
00:13:21 → 00:13:24คนไข้ไมเกรนปล่อยไว้ปวดถี่ๆมากๆจะทำให้
00:13:24 → 00:13:26เขาปวดเรื้อรังและต่อให้ไม่มีตัวกระตุ้น
00:13:27 → 00:13:30เนี่ยเขาก็จะมีอาการปวดหัวได้หรือเจอตัว
00:13:30 → 00:13:33กระตุ้นแค่น้อยๆอย่างเช่นเมื่อก่อนนี่
00:13:33 → 00:13:36โอ้โหถ้าจะเจอแดดก็คือต้องแบบแดดแรงจ้าอ
00:13:36 → 00:13:39ร้อนมากหลังๆคือแค่ขับรถแสงเข้าตาปวดเลย
00:13:39 → 00:13:42อะไรอย่างเงี้ยก็อธิบายได้กลไกตรงนี้แหละ
00:13:42 → 00:13:45งั้นก็อ่ะให้เห็นภาพว่าการเกิดไมเกรนมัน
00:13:45 → 00:13:47เป็นโรคของสมองนะแล้วก็มีสารสำคัญที่อัน
00:13:47 → 00:13:51นึงที่เราเรียกว่า CGRP ทีนี้เนี่ย 2025
00:13:51 → 00:13:54ละ CRP จะไม่ใช่พระเอกคนเดียวอีกต่อไปฟัง
00:13:54 → 00:13:57ไว้เพลินๆเพราะว่าหมอว่าในในมุมของในทาง
00:13:57 → 00:13:58แพทย์เองหรือว่าในอะไรเองมันก็อยู่ยัง
00:13:58 → 00:14:00อยู่ในขั้นตอนของงานวิจัยแต่อยากให้รู้
00:14:00 → 00:14:03ว่าสารที่เกี่ยวข้องกับการเกิดระบบขบวน
00:14:03 → 00:14:06การตรงเมื่อกี้นอกจาก CGRP แล้วมันยังมี
00:14:06 → 00:14:08สารอื่นๆอีกมากมายเลยไม่ว่าจะเป็นสารการ
00:14:08 → 00:14:11อักเสบต่างๆเช่นพวกกลุ่มแบบ VIP
00:14:11 → 00:14:14ไนติอกไซด์ Substance Pาแต่ถ้าคนที่จะ
00:14:14 → 00:14:17เป็นเหมือนแบบพระเอกกับนางเอกคู่กับ CG
00:14:17 → 00:14:21CGRP อ่ะก็คือเขาเรียกว่าพาแคAPนะอันนึง
00:14:21 → 00:14:23พระเอกอาจจะ CGRP นางเอกอาจจะเป็นแบบ
00:14:23 → 00:14:26พาแคapพาแคapสำคัญยังไงอันเนี้ยตอนเนี้ย
00:14:26 → 00:14:30พาแคAPอยู่ในระหว่างงานวิจัยแล้วว่ายาที่
00:14:30 → 00:14:33ไปออกฤทธิ์กับการลดพาแคapเนี่ยอาจจะช่วย
00:14:33 → 00:14:37รักษาคนไข้ไมเกรนได้อีกทางจากภาพเนี่ยคือ
00:14:37 → 00:14:39เขาก็จะเปรียบเทียบให้เห็นว่าเวลาเค้าทด
00:14:39 → 00:14:42ลองคนไข้ไปเนี่ยการฉีดสาร CGRP ให้คนไข้
00:14:42 → 00:14:44คนนึงก็คือทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ปวด
00:14:44 → 00:14:46เป็นแบบไมเกรนได้แล้วก็มีสิ่งต่างๆที่
00:14:46 → 00:14:48เหมือนไมเกรนตามมาอย่างเงี้ยอารมณ์แปร
00:14:48 → 00:14:51ปรวนเวียนหัวอะไรอย่างเงี้ยในขณะเดียวกัน
00:14:51 → 00:14:54ไอ้ตัวพาแขบเองนี้ก็เหมือนกันถ้าคนไข้ได้
00:14:54 → 00:14:56มีระดับตัวนี้ที่สูงขึ้นนะคะก็ทำให้เกิด
00:14:56 → 00:14:58อาการปวดหัวไมเกรนได้เหมือนกันเลยเพราะ
00:14:58 → 00:15:01ฉะนั้นก็เลยอยากให้รู้ไว้คร่าวๆจริงๆว่า
00:15:01 → 00:15:04โอเค CGP ไม่ใช่ตัวเดียวต่อไปแต่ว่าทุก
00:15:04 → 00:15:06อย่างเนี่ยมันยังอยู่ในขั้นตอนของการอ่า
00:15:06 → 00:15:09งานวิจัยแต่ว่าที่ยาที่มีอยู่ในปัจจุบัน
00:15:09 → 00:15:11ทั้งหมดณตอนนี้ที่จะพูดถึงในวันนี้ที่
00:15:11 → 00:15:13เป็นยากลุ่มใหม่ๆเนี่ยก็จะยังเป็นยาที่ไป
00:15:13 → 00:15:17ออกฤทธิ์ที่ CGRP โดยตรงทีนี้แล้วทำไมถึง
00:15:17 → 00:15:18เป็นไมเกรนถึงจะต้องฟังคลิปนี้แล้วถึงจะ
00:15:19 → 00:15:22ต้องรักษาล่ะหมออ่ะรักษาคนไข้ไมเกรนมา
00:15:22 → 00:15:25เยอะมากมากๆนะคะแล้วก็พบว่าจริงๆอ่ะคนไข้
00:15:25 → 00:15:29ไมเกรนน่ะอย่างในคนไทยเองอ่ะเอาจริงๆเรา
00:15:29 → 00:15:32เชื่อว่าคนไทยเป็นไมเกรนประมาณ 10 ล้านคน
00:15:32 → 00:15:35นะคะถึงไม่แปลกใจเลยนะที่ทุกคนจะต้องมี
00:15:36 → 00:15:38เพื่อนเป็นไมเกรนหรือคนที่ฟังอยู่เราเอง
00:15:38 → 00:15:41ก็เป็นไมเกรนหรือคุณผู้ชายมีแฟนเป็น
00:15:41 → 00:15:45ไมเกรนเยอะมากเยอะมากจนเราแทบจะมองแบบก็
00:15:45 → 00:15:47ไมเกรนน่ะเหมือนแบบเหมือนเป็นโรคทั่วไป
00:15:47 → 00:15:48อ่ะเหมือนเป็นหวัดเป็นอะไรแบบเนี้ยแต่
00:15:48 → 00:15:51จริงๆมันไม่ใช่คือไมเกรนจากภาพที่หมอ
00:15:51 → 00:15:53อธิบายมาข้างต้นมันมีความซับซ้อนมากกว่า
00:15:53 → 00:15:56นั้นทีนี้เนี่ยเอ่อเวลาหมอเจอรักษาคนไข้
00:15:56 → 00:15:59ไมเกรนมันเหมือนเป็นปลายทางอ่ะค่ะแบบว่า
00:15:59 → 00:16:01คนไข้ที่มาหาหมอส่วนใหญ่เนี่ยมักจะเป็นคน
00:16:01 → 00:16:04ไข้ไมเกรนเรื้อรางไปแล้วเป็นไมเกรนที่
00:16:04 → 00:16:07สมองติดยาแก้ปวดไปแล้วก็คือใช้ยาแก้ปวด
00:16:07 → 00:16:09เยอะมากๆจนสุดท้ายอ่ะไอ้ตัวยาแก้ปวดเนี่ย
00:16:09 → 00:16:11มันย้อนกลับมาทำให้เขาปวดหัวเพิ่มมากขึ้น
00:16:11 → 00:16:14เองเป็นไมเกรนที่มีโรคร่วมไปแล้วไม่ว่าจะ
00:16:14 → 00:16:18เป็นวิตกกังวลซึมเศร้าหรือเป็นไมเกรนที่
00:16:18 → 00:16:22ใช้ยาอะไรก็ไม่ได้ผลละหรือมีผลข้างเคียง
00:16:22 → 00:16:24จากการใช้ยาทีนี้ถามว่าเราแบบเราจะทำยัง
00:16:24 → 00:16:28ไงอ่ะคือมามารักษากันตอนตอนปลายทาง 1
00:16:28 → 00:16:30รักษายากแล้วก็ใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะ
00:16:30 → 00:16:32ฉะนั้นเนี่ยสิ่งที่อยากให้ทุกคนเห็นภาพ
00:16:32 → 00:16:34คือแล้วเราจะทำยังไงให้ตอนที่เราเป็น
00:16:35 → 00:16:38ไมเกรนตั้งแต่น้อยๆแบบเป็นไม่บ่อยนานๆที
00:16:38 → 00:16:41เป็นทีอ่ะเราถึงจะมีวิธีการดูแลตัวเองยัง
00:16:41 → 00:16:47ไงหรือมีวิธีแบบสังเกตตัวเองยังไงว่าแบบ
00:16:47 → 00:16:49เนี้ยไม่ได้แล้วนะกินยาเองไม่ได้แล้วนะไป
00:16:49 → 00:16:52ซื้อยาเองอีกต่อไปไม่ได้แล้วจะไปหาคุณหมอ
00:16:52 → 00:16:55เพราะว่าอย่างอันเนี้ยก็คือหมออยากโชว์
00:16:55 → 00:16:56ให้เห็นว่าจริงๆอ่ะคนไข้ไมเกรนทุกคนไม่
00:16:56 → 00:16:59ได้เป็นเรื้อรังส่วนใหญ่เป็นแบบชั่วคราว
00:16:59 → 00:17:02ด้วยซ้ำแล้วก็จะมีกลุ่มน้อยๆที่จะเป็น
00:17:02 → 00:17:05เรื้อรังโดยปัจจัยเนี่ยที่คนที่เป็นชั่ว
00:17:05 → 00:17:08คราวมีโอกาสกลายเป็นไมเกรณเรื้อรังได้
00:17:08 → 00:17:11ปัจจัยที่จะมาทำให้เค้าอ่ะเป็นเรื้อรัง
00:17:11 → 00:17:13ได้มากยิ่งขึ้นนะคะต่อให้อ่ะต่อให้ไม่ทำ
00:17:13 → 00:17:16อะไรเลยนะสมมุติต่อให้แบบดูแลตัวเองดีมาก
00:17:16 → 00:17:18ไม่ได้กินยาอะไรเยอะมากมายด้วยคนที่เป็น
00:17:18 → 00:17:20ชั่วคราวเนี่ยมีโอกาสที่กาจะกลายเป็น
00:17:20 → 00:17:24เรื้อรังเนี่ยได้ประมาณ 3% ใน 1 ปีนะคะ
00:17:24 → 00:17:26ถือว่าเป็นตัวเลขน้อยแต่ถามว่าไอ้ตัวเลข
00:17:26 → 00:17:29ตรงเนี้ยมันจะเยอะขึ้นถ้าเรามีปัจจัยมา
00:17:29 → 00:17:30กระตุ้นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญเลย 1
00:17:30 → 00:17:32เรื่องของความถี่ของอาการปวดเมื่อไหร่ที่
00:17:33 → 00:17:35เราเป็นไมเกรนแบบน้อยๆแล้วเราล้มปวดบ่อย
00:17:35 → 00:17:37ขึ้นบ่อยขึ้นบ่อยขึ้นสมองของเราจะไวต่อ
00:17:37 → 00:17:39ตัวกระตุ้นมากยิ่งขึ้นความถี่ส่วนใหญ่ก็
00:17:39 → 00:17:41คือเอาเกินประมาณสักสัปดาห์ละครั้งอ่ะค่ะ
00:17:41 → 00:17:43หรือเดือนนึงประมาณซัก 4 ครั้งขึ้นไป
00:17:43 → 00:17:46เนี่ยถือว่าเริ่มถี่ละสิ่งที่ตามมาจาก
00:17:46 → 00:17:49ความถี่คือการใช้ยาแก้ปวดไมเกนเป็นคนอ่า
00:17:49 → 00:17:51โรคปวดที่ค่อนข้างทรมานและรุนแรงเพราะ
00:17:51 → 00:17:54ฉะนั้นเนี่ยเวลาปวดมาทีอ่ะมันไม่ใช่แค่
00:17:54 → 00:17:56นอนพักอ่ะส่วนใหญ่ก็ต้องแบบกินยาแก้ปวด
00:17:56 → 00:17:59เพราะฉะนั้นพอปวดบ่อยขึ้นนะคะปวดเกิน 4
00:17:59 → 00:18:01ครั้งต่อเดือนอาตีง่ายๆว่าครั้งนึงเราก็
00:18:01 → 00:18:04กินยาซัก 2 เม็ดแล้วกันเม็ดเดียวเอาไม่
00:18:04 → 00:18:06ค่อยอยู่ 428 เท่ากับว่าเรากินยาประมาณ 8
00:18:06 → 00:18:09เม 10 เมต่อเดือนละเมื่อไหรแก้ปวดเกิน 10
00:18:09 → 00:18:11เม็ดต่อเดือนนะคะในบางตัวโดยเฉพาะยากลุ่ม
00:18:11 → 00:18:14ไมเกรตเกินติดกันเกิน 3 เดือนก็จะทำให้
00:18:14 → 00:18:16เรากลายเป็นไมเกรนเรื้อรังแล้วก็มีปวดหัว
00:18:16 → 00:18:18จากยาแก้ปวดแหละเพราะงั้นปัจจัยที่สำคัญ
00:18:18 → 00:18:20เลยที่ทำให้เรากลายเป็นไมเกนเรื้อรังคือ
00:18:20 → 00:18:22เรื่องของความถี่และการใช้ยาแก้ปวดนอกจาก
00:18:22 → 00:18:24นี้นะคะก็จะเป็นเรื่องของอ่าไลฟ์สไตล์
00:18:24 → 00:18:27ต่างๆเช่นเรื่องของความเครียดอดนอน
00:18:27 → 00:18:29พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการที่จะไมเกนกำเริบ
00:18:29 → 00:18:31เช่นแบบไปเจออาหารตัวกระตุ้นเดิมๆซ้ำๆ
00:18:31 → 00:18:33หรือรวมไปถึงน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่าง
00:18:33 → 00:18:35รวดเร็วด้วยนะคะอาการไม่ออกกำลังกายอะไร
00:18:35 → 00:18:38พวกเนี้ยเป็นปัจจัยที่มาส่งเสริมไมเกรน
00:18:38 → 00:18:40ให้เราเป็นหนักมากยิ่งขึ้นเพราะฉะนั้นก็
00:18:40 → 00:18:42เอ่อใครที่เป็นไมเกรนน้อยๆอยู่อ่ะเราต้อง
00:18:42 → 00:18:45พยายามคุมคุมยังไงให้เราแบบไม่กลายไปสู่
00:18:45 → 00:18:48ไมเรื้อรังอ่ะจะได้ไม่ต้องมาแบบรักษาด้วย
00:18:48 → 00:18:50ยากลุ่มที่จะพูดถึงในวันนี้ทีนี้ก็จะมา
00:18:50 → 00:18:53สู่เรื่องของยาการรักษาไมเกรนนะคะหมอจะ
00:18:53 → 00:18:56ปกติหมอก็จะบอกคนไข้เนาะการรักษาไมเกรน
00:18:56 → 00:18:59เนี่ยจริงๆไมเกรนทุกคนนะคะสิ่งที่ต้องทำ
00:18:59 → 00:19:02เลยนะสิ่งที่ต้องทำเลยทุกคนนะคะคือหลีก
00:19:02 → 00:19:06เลี่ยงตัวกระตุ้นแล้วก็เอ่อเรื่องของการ
00:19:06 → 00:19:09ปรับพฤติกรรมต่างๆอ่ะค่ะอย่างเช่นเอ่ออด
00:19:09 → 00:19:14นอนความเครียดกินอาหารให้ตรงเวลาการทำแบบ
00:19:14 → 00:19:16fastิ้นานๆอ่ะคนไข้ไมเกรนบางทีแบบหิวหรือ
00:19:16 → 00:19:17ยังไม่กินข้าวอะไรเงี้ยอันนี้ก็กระตุ้น
00:19:17 → 00:19:20ไมเกรนบ่อยเพราะฉะนั้นทุกคนนะทุกคนต้อง
00:19:20 → 00:19:22หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นแล้วก็ปรับพฤติกรรม
00:19:22 → 00:19:24ที่ช่วยได้อีกอย่างนึงเลยคือการออกกำลัง
00:19:24 → 00:19:26กายนะคะการออกกำลังกายนอกจากจะช่วยลดความ
00:19:26 → 00:19:28เครียดลดแล้วยังสามารถช่วยลดความถี่
00:19:28 → 00:19:30ไมเกรนด้วยพอเราทำทุกอย่างและทำทุกอย่าง
00:19:31 → 00:19:34และไม่ไหวยังปวดหัวอยู่ดีเราก็จะแบ่ง
00:19:34 → 00:19:36เลือกการใช้ยาออกเป็น 2 กลุ่มกลุ่มแรกเรา
00:19:36 → 00:19:40เรียกว่ายาแก้ปวดยาแก้ปวดเนี่ยก็คือชื่อ
00:19:40 → 00:19:44ของเขาก็บอกแก้ปวดกินเมื่อปวดเท่านั้นอัน
00:19:44 → 00:19:48ที่ 2 เราเรียกว่ายาป้องกันป้องกันนี่ก็
00:19:48 → 00:19:52คือมันปวดบ่อยอ่ะมันก็ไม่อยากให้แบบจะ
00:19:52 → 00:19:54ต้องมาปวดบ่อยอ่ะอย่างที่หมอบอกคือถ้า
00:19:54 → 00:19:56เกิดปวดเกิน 4-5 ครั้งต่อเดือนน่ะยังไง
00:19:56 → 00:19:58เราก็ใช้ยาเกินแน่ๆอยู่ละทำยังไงให้ปวด
00:19:58 → 00:20:00ถี่ลงไปน้อยกว่านั้นอันนี้ไม่ต้องพูดถึง
00:20:00 → 00:20:03คนที่ปวด 10-15 ครั้งต่อเดือนนะคะยังไงก็
00:20:03 → 00:20:06ใช้ยาเกินอยู่ละนะเราก็เลยต้องมาใช้ยา
00:20:06 → 00:20:08กลุ่มป้องกันไม่ให้ปวดกันก็คือลดของความ
00:20:08 → 00:20:11ถี่แล้วก็ลดความรุนแรงลงก็คือแบบอย่าง
00:20:11 → 00:20:13น้อยเวลาปวดมาเนี่ยก็ทำให้เราแบบเอ่อไม่
00:20:13 → 00:20:15ต้องกินยาแก้ปวดได้อะไรแบบเนี้ยยาป้องกัน
00:20:15 → 00:20:18เนี่ยก็จะเป็นยาที่เป็นยากลุ่มใหม่ๆที่จะ
00:20:18 → 00:20:20เป็นยา CGRP นี่แหละเพราะฉะนั้นยากล้อง
00:20:20 → 00:20:22ป้องกันเนี่ยหมอจะแบ่งออกเป็นอีก 3 อัน
00:20:22 → 00:20:27อันแรกคือยาแบบเก่าก่อนเดี๋จะพูดให้ฟังทบ
00:20:27 → 00:20:29ทวนกันเพราะว่าจริงๆยาแบบเก่าถือว่าก็ยัง
00:20:29 → 00:20:31เป็นยาที่แบบประสิทธิภาพค่อนข้างดีเลยนะ
00:20:31 → 00:20:34แล้วเราก็ใช้กับคนไข้ปริมาณมากด้วยนะคะ
00:20:34 → 00:20:36แต่ข้อเสียเขาคือผลข้างเคียงเยอะหน่อย
00:20:36 → 00:20:38เท่านั้นเองอันที่ 2 เราจะเรียกว่าเป็นยา
00:20:38 → 00:20:42ที่ออกฤทธิ์กับสาร CGRP นะคะก็คือจะเป็น
00:20:42 → 00:20:43ยายาฉีด
00:20:43 → 00:20:46CGRP สารเมื่อกี้ที่ต้องเกริ่นมารวมไป
00:20:46 → 00:20:49ถึงปัจจุบันเนี่ยตอนเนี้ยก็จะมีตัวเอ่อ
00:20:49 → 00:20:51กินอมใต้ลิ้นเนี่ยที่ก็ออกฤทธิ์ตรงนี้
00:20:51 → 00:20:54เหมือนกันที่เป็นตัวยากินก็คือตัว G แผน
00:20:54 → 00:20:58อันที่ 3 ก็คือจะเป็นวิธีแบบอื่นๆอื่นๆ
00:20:58 → 00:21:01เนี่ยเอ่อก็คือจะเป็นเรื่องของเช่นการฉีด
00:21:01 → 00:21:05ตัวโบทูมท็อกซินหรือเอ่อการใช้เครื่อง
00:21:05 → 00:21:09เครื่องอ่าเค้าเรียกอิเลectronic disice
00:21:09 → 00:21:11ต่างๆที่จะเป็นแบบกระตุ้นประสาทของเราตอน
00:21:11 → 00:21:14นี้ก็มีตัวเครื่องเข้ามาแล้วด้วยก็เดี๋ยว
00:21:14 → 00:21:16อาจจะไม่พูดถึงในวันนี้แล้วกันเพราะว่า
00:21:16 → 00:21:18เป็นอันที่เราอาจจะต้องแบบอปรึกษาคุณหมอ
00:21:18 → 00:21:20อยู่แล้วเราไปฉีดเองไม่ได้อยู่แล้วแต่ก็
00:21:20 → 00:21:23จะพูดถึงเน้นเรื่องของ 2 ตัวนี้ละกันอัน
00:21:23 → 00:21:28แรกก่อนเนาะยาป้องกันก่อนยาป้องกัน
00:21:28 → 00:21:32เนี่ยเอ่อใครต้องกินยาป้องกันใช้ยาป้อง
00:21:32 → 00:21:34กันอ่ะยาป้องกันเป็นแบบยากินยาฉีดเนี่ย
00:21:34 → 00:21:38ใครที่จะต้องกินยาป้องกันอันแรกคือปวดหัว
00:21:38 → 00:21:42มากกว่า 4 ครั้งต่อเดือนทำไมต้อง 4 ครั้ง
00:21:42 → 00:21:45ต่อเดือนหมออธิบายให้ฟังเมื่อกี้และว่า
00:21:45 → 00:21:47จำนวน 4 ครั้งต่อเดือนถือว่าเป็นจำนวนที่
00:21:47 → 00:21:50ความถี่เนี่ยค่อนข้างมาบ่อยแล้วมีโอกาส
00:21:50 → 00:21:53ที่เราจะใช้ยาแก้ปวดเยอะแล้วยาแก้ปวดนั้น
00:21:53 → 00:21:56จะย้อนกลับมาทำให้เราปวดหัวมากขึ้น 2 มี
00:21:56 → 00:22:00งานวิจัยที่เขา้าเก็บคนไข้คutพอย์คือ 4-6
00:22:01 → 00:22:04ครั้งต่อเดือนเนี่ยพบว่าใครที่ปวดหัวเกิน
00:22:04 → 00:22:07ประมาณช่วงเนี้ยติดตามไปเรื่อยๆมีโอกาส
00:22:08 → 00:22:10ที่จะปวดหัวถี่ขึ้นบ่อยขึ้นแล้วกลายกลาย
00:22:11 → 00:22:13เป็นไมเกนเลื้อหลังตัวเลข 4 ครั้งไม่ได้
00:22:13 → 00:22:17ตายตัวนะบางคน 3 บางคน 5 บางคน 6 ขึ้น
00:22:17 → 00:22:20อยู่กับอาการปวดหัวของแต่ละคนด้วยเช่นบาง
00:22:20 → 00:22:23คนแบบปวดเยอะก็จริงปวด 6 ครั้งแต่แบบปวด
00:22:23 → 00:22:25น้อยๆเบาๆไม่รบกวนชีวิตประจำวันเลยไม่ได้
00:22:25 → 00:22:27กินยาแก้ปวดด้วยแบบนั้นอาจจะยังไม่ต้อง
00:22:27 → 00:22:30ใช้ยาก็ได้แต่ในขณะเดียวกันบางคนปวดแค่ 2
00:22:30 → 00:22:33ครั้งแต่แอดมิทุกครั้งเลยทุกครั้งปวดคือ
00:22:33 → 00:22:35แบบทำอะไรไม่ได้เลยต้องไปนอนโรงพยาบาลฉีด
00:22:35 → 00:22:38ยาแบบนั้นต่อให้ไม่ถึง 4 ครั้งก็อาจจะ
00:22:38 → 00:22:41ต้องใช้ยาป้องกันเหมือนกันยากินนะคะยากิน
00:22:41 → 00:22:44หมอจะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลักๆสำหรับยา
00:22:44 → 00:22:49กินอันแรกคือยากัญชักอันที่ 2 คือ
00:22:49 → 00:22:55ยาความดันแล้วก็อันที่ 3 คือยาขยายหลอด
00:22:55 → 00:23:00เลือด 4 ยาคลาย
00:23:00 → 00:23:05เครียดแล้วก็ยาต้าน
00:23:05 → 00:23:10เศร้าแล้วก็สุดท้ายก็จะเป็นอื่นอื่นตัวยา
00:23:10 → 00:23:14กินอันใหม่ที่เป็นยาอมใต้ลิ้นน่ะจริงๆอ่ะ
00:23:14 → 00:23:16จะนับว่าเป็นยากินป้องกันก็ได้เพราะว่า
00:23:16 → 00:23:19มันเป็นกินเนาะมันก็จะเป็นตัวยตัวใหม่ก็
00:23:19 → 00:23:21คือตัวGพนหรืออาจจะไปจัดอยู่ในกลุ่มที่
00:23:22 → 00:23:24เป็นกลุ่มเดียวกับ CGRP ก็ได้เพราะว่าคือ
00:23:24 → 00:23:27กลุ่มยากิมกลุ่มเก่าแบบเนี้ย 4 อันแรกอ่ะ
00:23:27 → 00:23:29ไม่มีอันไหนที่ไปออกฤทธิ์กับ CGRP โดยตรง
00:23:29 → 00:23:32แต่ว่าจะไปออกฤทธิ์ในการลดสารสื่อประสาท
00:23:32 → 00:23:34บางตัวที่ทำให้ไมเกรนของเรามีความถี่ลดลง
00:23:34 → 00:23:37ได้เพราะฉะนั้นก็จะเป็นแบบเหมือนเอ่อเป็น
00:23:37 → 00:23:40ฤทธิ์แบบอ้อมๆแต่ถ้าถ้าเกิดอย่างแบบฤทธิ์
00:23:40 → 00:23:42ที่ออกลิตร CGRP โดยตรงก็จะเป็นส่วนใหญ่
00:23:42 → 00:23:44ก็จะเป็นกลุ่มยาฉีดเป็นหลักแล้วก็ถ้าเป็น
00:23:44 → 00:23:46ยาอมใต้ลิ้นตัวใหม่ก็จะเป็นตัวกลุ่ม G
00:23:46 → 00:23:49แผนเดี๋เรามาดูกันเอ่อหมอจะโชว์รูปให้ดู
00:23:49 → 00:23:52คร่าวๆนะอันนี้คือเป็นยาป้องกันไมเกรนแบบ
00:23:52 → 00:23:56เก่ารวมๆเอาไว้ให้เอ่อทราบแบบรวมๆไม่ได้
00:23:56 → 00:23:59ให้เอาไปซื้อเองนะย้ำนะคะห้ามซื้อยาทาน
00:23:59 → 00:24:03เองนะคะกลุ่มพวกนี้อันตรายค่ะจะเห็นว่า
00:24:03 → 00:24:05แบบเป็นยากันชักอย่างเงี้ยถ้าเรากินแล้ว
00:24:05 → 00:24:07เราแบบไม่ได้มีแพทย์คอยดูว่าเอ้ยเรากิน
00:24:07 → 00:24:09เหมาะสมมั้ยปริมาณเหมาะสมหรือยังนะคะอัน
00:24:09 → 00:24:11นี้อันตรายมากๆหรือยาความดันเองอย่าง
00:24:11 → 00:24:13เงี้ยก็ต้องคอยดูความดันด้วยหรือว่าอย่าง
00:24:13 → 00:24:15กลุ่มยาต้านเศร้าอะไรต่างๆมันก็จะต้องกิน
00:24:15 → 00:24:18ตามข้อบ่งชี้ที่ให้ดูภาพเนี่ยคือให้เห็น
00:24:18 → 00:24:22ภาพรวมคร่าวๆมากกว่าว่าคนไข้ที่รักษา
00:24:22 → 00:24:25ไมเกรนก่อนหน้านี้จะมีกลุ่มนึงที่ไปหาคุณ
00:24:25 → 00:24:29หมอด้วยเรื่องไมเกรนและได้ยาเหล่าเนี้ยมา
00:24:29 → 00:24:33และคนไข้ก็จะสงสัยว่าทำไมต้องกินยากัญชัก
00:24:33 → 00:24:35ยากันชักเป็นหนึ่งในยาป้องกันไมเกนแบบ
00:24:35 → 00:24:38เก่าที่ถือว่าประสิทธิภาพดีมากถ้าจัดคลาส
00:24:38 → 00:24:40ให้ก็ถือว่าเป็นคลาส A เลยป้องกันได้ค่อน
00:24:40 → 00:24:42ข้างดีเลยโดยตัวที่เราใช้บ่อยๆก็จะเป็น
00:24:42 → 00:24:45พวกพีราamกับวาพูic acid 2 ตัวเนี้ยกัน
00:24:45 → 00:24:49ไมเกรนได้ดีมากๆแต่ข้อเสียเยอะคือผลข้าง
00:24:49 → 00:24:51เคียงจะค่อนข้างเยอะกินแล้วส่วนใหญ่ก็จะ
00:24:51 → 00:24:54แบบมึนงงนะคะบางคนอย่างอาจจะมีปัญหา
00:24:54 → 00:24:57เรื่องรู้สึกว่าความจำแย่ลงแบบคิดอะไรช้า
00:24:57 → 00:24:59ลงอะไรแบบเนี้ยได้นะคะหรืออย่างตัววาโพic
00:24:59 → 00:25:02acซิดก็จะมีเรื่องของน้ำหนักขึ้นอ้วนเอ่อ
00:25:02 → 00:25:05ขนขึ้นหรือเอ่อมือสั่นอะไรแบบเนี้ยเพราะ
00:25:05 → 00:25:08ฉะนั้นก็จะถือว่าเป็นยาที่มีผลข้างเคียง
00:25:08 → 00:25:11แต่ในอดีตเนี่ยตอนที่เรายังไม่มีกลุ่มยา
00:25:11 → 00:25:14ใหม่ๆเข้ามาก็ถือว่าเป็นยาที่ใช้แบบเป็น
00:25:14 → 00:25:17หลักเลยในการคุมไมเกรนคนที่เป็นหนักๆได้
00:25:17 → 00:25:20ผลค่อนข้างดีมากๆถ้ากินยาไปจนถึงแบบไต่
00:25:21 → 00:25:24ระดับขนาดได้เหมาะสมส่วนใหญ่ที่คนไข้ส่วน
00:25:24 → 00:25:26ใหญ่ที่หยุดการรักษาไปก่อนเนี่ย 1 คือมี
00:25:26 → 00:25:28ผลข้างเคียงเยอะจนทนไม่ไหวบางทีกินไปได้
00:25:28 → 00:25:32เดือน 2 เดือนไม่ไหวแล้วแบบง่วงเบอมากแบบ
00:25:32 → 00:25:34รู้สึกคิดช้าอะไรเงี้ยก็ไม่กล้ากลับไปบอก
00:25:34 → 00:25:36คุณหมอนะคะก็คือหยุดยาไปก็เลยทำให้แบบ
00:25:36 → 00:25:40ไมเกรนกลับไปเป็นถีขึ้นนะคะแล้วก็เอ่อบาง
00:25:40 → 00:25:44คนก็กินได้ 2 เดือนหายและเพราะยามันก็ถือ
00:25:44 → 00:25:46ว่าคุมไมเกรนได้ค่อนข้างดีเลยแบบหายปวด
00:25:46 → 00:25:48หัวก็เลยคิดว่าเอ้อน่าจะหยุดยาได้ก็เลย
00:25:49 → 00:25:50หยุดยาไปก่อนนะคะซึ่งจริงๆแล้วการรักษา
00:25:50 → 00:25:53ไมเกรนเนี่ยอาจจะต้องใช้เวลาที่นานพอ
00:25:53 → 00:25:55ระดับนึงนะคะอย่างน้อยๆเนี่ยน้อยๆเลยก็
00:25:55 → 00:25:58อย่างน้อยก็ตั้ง 3-6 เดือนขึ้นไปโดยนับ
00:25:58 → 00:26:00จากตอนที่เราคุมไมเกรนแล้วด้วยได้นะไม่
00:26:00 → 00:26:03ใช่ว่าตั้งต้นปวดแบบ 30 วันกินยาไป 3
00:26:04 → 00:26:05เดือนแล้วก็ยังปวด 20 วันแล้วนับว่าคุม
00:26:05 → 00:26:07ได้แล้วหยุดยาไม่ใช่แบบนั้นนะคะเรานับจาก
00:26:07 → 00:26:10จุดที่เราคุมอาการคนไข้ได้เพราะฉะนั้นมัน
00:26:10 → 00:26:14ก็ต้องกินยานานพอระดับนึงเลยทีนี้ข้อเสีย
00:26:14 → 00:26:17ของยากลุ่มเก่าๆเนี่ยก็จะก็จะเป็นผล
00:26:17 → 00:26:19เรื่องของผลข้างเคียงล่ะค่ะเขาเจอว่าติด
00:26:19 → 00:26:21ตามคนไข้ไปสมมุติว่าคนไข้ 100 คนที่ต้อง
00:26:21 → 00:26:23กินยาป้องกันไมเกรนอ่ะถือว่าเป็นไมเกรน
00:26:23 → 00:26:26ที่เป็นบ่อยละตามไปจริงๆเนี่ยคนที่กินได้
00:26:26 → 00:26:29จริงๆที่แบบผ่านพ้นผลข้างเคียงหรือว่า
00:26:29 → 00:26:31ปรับขนาดไปได้อย่างเหมาะสมเนี่ยไม่ถึง
00:26:31 → 00:26:3430-40% เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่อ่ะกลายเป็น
00:26:34 → 00:26:36ว่ากินแล้วกินไม่ได้แล้วหยุดกินไปก่อนก็
00:26:36 → 00:26:39เลยกลับไปสู่จุดแบบเดิมๆของไมเกรนก็คือ
00:26:39 → 00:26:42ว่าพอปวดปุ๊บก็ไปกินยาแก้ปวดเพราะว่าเคย
00:26:42 → 00:26:44เหมือนรักษาแล้วมันไม่ดีขึ้นจนกระทั่งแบบ
00:26:44 → 00:26:47สะสมนานพอก็กลายเป็นแบบติดยาแก้ปวดไปอะไร
00:26:47 → 00:26:50แบบนี้ก็อันนี้ก็จะเป็นยาแบบเก่าจะมีแบบ
00:26:50 → 00:26:53อ่า 5 กลุ่มหลักๆล่ะค่ะเนาะกลุ่มที่ทุกคน
00:26:53 → 00:26:56น่าจะเคยทานก็คือตัวฟูนาริซีนขยายหลอด
00:26:56 → 00:26:58เลือดเทาแดงอันเนี้บอกว่าคนไมเกรนส่วน
00:26:58 → 00:27:01ใหญ่ก็จะรู้จักอันนี้นะคะจริงๆมันอยู่ใน
00:27:01 → 00:27:04กลุ่มยาป้องกันนะหลายคนน่ะจะได้มาในตอน
00:27:04 → 00:27:06ที่แบบเอาไปกินตอนที่แบบปวดหัวปวดหัว
00:27:06 → 00:27:08เวียนหัวอะไรเงี้ยเราคิดว่าเป็นยาแก้ปวด
00:27:08 → 00:27:11อ่ะค่ะคือฤทธิ์เค้าเนี่ยก็ช่วยลดปวดได้
00:27:11 → 00:27:13แหละแล้วก็ลดอาการเวียนหัวตอนปวดหัวได้
00:27:13 → 00:27:14แต่ว่าถ้าเกิดเราสามารถแบบกินทุกวันเนี่ย
00:27:15 → 00:27:18ก็จะเป็นตัวที่คุมอาการได้เหมือนกันส่วน
00:27:18 → 00:27:20ยาความดันอะไรแบบนี้อันนี้ก็เราก็ขึ้น
00:27:20 → 00:27:23อยู่กับคนไข้ถ้าเกิดแบบคนไข้มีความดันสูง
00:27:23 → 00:27:26เราก็มักจะอยากจะเลือกใช้ยาเหล่านี้เพราะ
00:27:26 → 00:27:29ว่าอ่าก็เหมือนได้ประโยชน์ 2 อย่างอ่ะค่ะ
00:27:29 → 00:27:31ได้คุมทั้งไมเกรนไปด้วยแล้วก็คุมความดัน
00:27:31 → 00:27:33คนไข้ไปด้วยหรืออย่างยาต้านเศร้าต่างๆยา
00:27:33 → 00:27:36คายเครียดต่างๆเนี่ยถ้าใครมีปัญหาไมเกร
00:27:36 → 00:27:39แล้วหลับนอนไม่หลับหรือว่าอารมณ์ก็เครียด
00:27:39 → 00:27:42ด้วยมีปัญหาเรื่องแบบอ่าวิตกกังวลด้วยเรา
00:27:42 → 00:27:44ก็จะเลือกใช้ยากลุ่มนี้ซึ่งก็ถือว่าได้ผล
00:27:45 → 00:27:47ค่อนข้างดีเหมือนกันเลยเพราะฉะนั้นยากิน
00:27:47 → 00:27:49ป้องกันไมเกรนแบบเก่าเนี่ยหมอว่ามันยังมี
00:27:49 → 00:27:52ประโยชน์อยู่ยิ่งโดยเฉพาะคนที่มีปัญหา
00:27:52 → 00:27:54หลายๆเรื่องนอกเหนือจากไมเกรนจะเห็นว่า
00:27:54 → 00:27:57แบบอ่ะถ้าเรามีความดันเรามีอารมณ์ผิดปกติ
00:27:57 → 00:27:59เรามีเวียนหัวเรามีอะไรอย่างเงี้ยการใช้
00:27:59 → 00:28:01ยากลุ่มพวกเนี้ยก็ถือว่ายังค่อนข้างได้
00:28:01 → 00:28:03ประโยชน์ข้อเสียอย่างเดียวเลยคือเรื่อง
00:28:03 → 00:28:06ของผลข้างเคียงแล้วก็จะต้องเลือกใช้ให้
00:28:06 → 00:28:08เหมาะสมกับแต่ละคนเพราะฉะนั้นยากลุ่มนี้
00:28:08 → 00:28:10ก็คือจะต้องแบบปรึกษาคุณหมอนะคะคุณหมอ
00:28:10 → 00:28:12เค้าก็จะเป็นคนพิจารณาเลือกให้ว่าเออเรา
00:28:12 → 00:28:15แบบมีโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่ามีข้อห้าม
00:28:15 → 00:28:16ของการใช้ยาตัวไหนมั้เพื่อจะเลือกให้
00:28:16 → 00:28:19อย่างปลอดภัยแล้วก็เหมาะสมนะคะมาสู่ตัว
00:28:19 → 00:28:22อันที่ 2 ก็คือยาฉีดก็จะอยู่ในตรงกลุ่ม
00:28:22 → 00:28:26นี้และยาฉีด CGRP ตรงนี้ยาฉีดตรงนี้นะ
00:28:26 → 00:28:30ปัจจุบันมี 4 ตัว 4 ตัวอันแรกเลยมาเมือง
00:28:30 → 00:28:33ไทยตัวแรกเลยก็คือ ERUMAP ต่อมาก็จะเป็น
00:28:33 → 00:28:38Freมีซumapแล้วก็จะเป็นแกคาีซAPแล้วก็สุด
00:28:38 → 00:28:41ท้ายที่เข้าไทยเมื่อธันวาคมปีที่แล้วก็
00:28:42 → 00:28:45คือที่จะเป็นตัวยาเข้าหลอดเลือดดำตัวแรก
00:28:45 → 00:28:46นะคะก็คือ
00:28:47 → 00:28:52Ftinี
00:28:52 → 00:28:55Zaptinี Zumap ก็มี 4 ตัวนะ 3 ตัวแบบ
00:28:55 → 00:29:00ปากกา 1 ตัวแบบหลอดเลือดชื่อเค้าเห็นมยจะ
00:29:00 → 00:29:03เป็นแมพๆแๆนะคะก็คือเป็นmonโนโลalanบอี้
00:29:03 → 00:29:06ที่จะไปออกฤทธิ์กับ CGRP นี่ก็จะเป็นตัว
00:29:06 → 00:29:12อย่างปากกาแล้วก็รูปยา 4 ตัวนี้อ่าจะมี
00:29:12 → 00:29:16ถ้าแยกกันว่าอืมต่างกันยังไงอ่ะรูปแบบของ
00:29:16 → 00:29:20การฉีดก่อน 3 ตัวแรกเป็นปากกาปากกาก็คือ
00:29:20 → 00:29:23จะแบบฉีดทางหน้าท้องแบบแบบเนี้ยอ่าหน้าตา
00:29:23 → 00:29:25ปากกาก็จะเป็นประมาณประมาณแบบเนี้ยค่ะ
00:29:25 → 00:29:28เนาะเป็นประมาณแบบเนี้ยนะ
00:29:28 → 00:29:33คะก็คือแบบเปิดมาก็จะเหมือนแบบเปิดฝาออก
00:29:33 → 00:29:35มาก็จะเป็นแบบอย่างเหมือนซ่อนเข็มไว้ข้าง
00:29:35 → 00:29:38ในวางทางหน้าท้องหรือหน้าขาหรือต้นแขน
00:29:38 → 00:29:40อะไรอย่างเงี้ยแต่ว่าส่วนใหญ่ก็ฉีดทาง
00:29:40 → 00:29:42หน้าท้องหรือหน้าขาหมาว่าก็จะเจ็บน้อย
00:29:42 → 00:29:45กว่าเพราะว่าเนื้อก็จะเยอะหน่อยการฉีดก็
00:29:45 → 00:29:48คือกดลงไปก็จะคล้ายๆกับแบบเอ่อยาฉีดเบา
00:29:48 → 00:29:52หวานยาฉีดที่บางคนกระตุ้นไข่อะไรอย่าง
00:29:52 → 00:29:54เงี้ยค่ะก็จะอยู่ในกลุ่มคล้ายๆกันรูปแบบ
00:29:54 → 00:29:57ของปากกาก็คือเขาทำออกมาสำหรับให้เหมือน
00:29:57 → 00:30:00แบบคนไข้ถ้าเป็นต่างประเทศนะคะก็คือคนไข้
00:30:00 → 00:30:04นำไปฉีดเองได้นะหรือในไทยเองก็ตามที่บาง
00:30:04 → 00:30:07ทีไม่ไม่สะดวกเดินทางมาในไปในที่เอ่อสถาน
00:30:07 → 00:30:09พยาบาลคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มียาฉีด
00:30:09 → 00:30:11เงี้ยเราก็สามารถให้คนไข้ฉีดเองที่บ้าน
00:30:11 → 00:30:13ได้เหมือนกันเพราะว่าออกแบบมาซะแบบค่อน
00:30:13 → 00:30:18ข้างปลอดภัยฉีดง่าย 3 ตัวนี้ข้อดีข้อเสีย
00:30:18 → 00:30:20แตกต่างกันยังไงเดี๋ยวเราเล่าให้ฟังอตัว
00:30:20 → 00:30:22นึงก่อนอีกตัวนึงก็คือตัวที่แบบเหมือนตัว
00:30:22 → 00:30:25เข้าใหม่เข้าใหม่เนี่ยก็จะเป็นตัวไม่ใช่
00:30:25 → 00:30:29ปากกาละปากกาก็จะเป็นตัวเนี่ยค่ะคือตัวยา
00:30:29 → 00:30:33เนี่ยก็จะเป็นเหมือนยาที่จะต้องเอาไปผสม
00:30:33 → 00:30:34นะคะผสม
00:30:34 → 00:30:37ในน้ำเกลืออีกทีนึงฉะนั้น 4 ตัวนี้อ่าถ้า
00:30:37 → 00:30:40ถ้าแยกจากกันในรูปแบบของการฉีดก็ 3 ตัว
00:30:40 → 00:30:42แรกเป็นปากกาคนไข้อาจจะฉีดเองได้แต่ว่า
00:30:42 → 00:30:44บางทีก็ให้แพทย์ฉีดก็ดีกว่าแต่อีกแบบนึง
00:30:44 → 00:30:46ก็คืออันนี้ฉีดเองไม่ได้ต้องเป็นแบบผสมใน
00:30:46 → 00:30:49น้ำเกลือแล้วก็ให้ทางหลอดเลือดดำถามว่า 4
00:30:50 → 00:30:53ตัวนี้คนไข้ชอบมาถามคำถามที่แบบเจอบ่อยๆ
00:30:53 → 00:30:56เอ่อคำถามที่บเจอบ่อยๆสำหรับคนไข้ไมเกรน
00:30:56 → 00:30:59เลยเมื่อไหร่จะต้องใช้ยาฉีดล่ะคะฉีดตัว
00:30:59 → 00:31:03ไหนดีฉีดนานมั้ยหายเลยมั้ยถ้าหยุดฉีดจะ
00:31:03 → 00:31:06กลับมาปวดมยฉีดยาแล้วไม่ดีขึ้นจะทำยังไง
00:31:06 → 00:31:09อันเนี้จะเป็นอะไรที่แบบว่าแทบจะต้องตอบ
00:31:09 → 00:31:11คำถามแทบทุกคนนะคะเพราะว่ามันก็เป็นยา
00:31:11 → 00:31:14ใหม่ดังนั้นก็วันนี้ก็ถือโอกาสแบบมาเล่า
00:31:14 → 00:31:15ให้ฟังกันเลยอันแรกก่อนเมื่อไหร่จะต้อง
00:31:15 → 00:31:19ใช้กลุ่มพวกกลุ่มยาฉีดกลุ่มยาฉีดเนี่ยถือ
00:31:19 → 00:31:20ว่าเป็นยาที่ไปออกฤทธิ์กับ CGRP เมื่อกี้
00:31:20 → 00:31:22ที่เล่าให้ฟังเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:31:22 → 00:31:25ประสิทธิภาพของเขาถ้าเทียบกับยาแบบเก่ายา
00:31:25 → 00:31:28กินแบบเก่าที่โชว์ให้ดูถือว่าประสิทธิภาพ
00:31:28 → 00:31:31ค่อนข้างดีกว่าในการลดอาการปวดความถี่
00:31:31 → 00:31:34ไมเกรนทั้งความถี่แล้วก็ความรุนแรงเพราะ
00:31:34 → 00:31:37ฉะนั้นคนที่จะต้องฉีดยาคือใคร 1 ก็คือคน
00:31:37 → 00:31:39ที่ต้องได้ยาป้องกันนั่นแหละค่ะคนที่ต้อง
00:31:39 → 00:31:41ได้ยาป้องกันก็คือแบ่งออกเป็น 2 แบบแบบ
00:31:41 → 00:31:44ปวดไม่บ่อยมากก็คือปวดประมาณเกิน 4 ครั้ง
00:31:44 → 00:31:46ต่อเดือนแต่อาจจะยังไม่เกินประมาณสซัก
00:31:46 → 00:31:4910-15 ครั้งกับปวดเรื้อรังก็คือปวดเกิน
00:31:49 → 00:31:5215 ครั้งต่อเดือนกลุ่มเนี้ยต้องได้ยา
00:31:52 → 00:31:56ป้องกันถ้าคำว่าได้ยาป้องกันก็คือแสดงว่า
00:31:56 → 00:31:59ฉีดยาได้หมดทุกคนเลยนะในกลุ่มเนี้ยแบบที่
00:31:59 → 00:32:01ปวดเกิน 4 ครั้งต่อเดือนขึ้นไปแล้วถ้าจะ
00:32:01 → 00:32:04ใช้ยาฉีดในการป้องกันไมเกรนสามารถใช้ได้
00:32:04 → 00:32:07เพียงแต่ว่าคนที่เขาปวดน้อยๆเนี่ยบางที
00:32:07 → 00:32:10แบบด้วยเอ่อยาฉีดเนี่ยราคามันยังค่อนข้าง
00:32:10 → 00:32:13สูงถามว่าคุ้มกันมยก็ต้องดูกันอีกทีนึง
00:32:13 → 00:32:15บางทีกลุ่มเนี้ยใช้ยากินเนี่ยบางทีก็เอา
00:32:15 → 00:32:18อยู่และลดความถี่ลงได้ก็อาจจะไม่ได้
00:32:18 → 00:32:20จำเป็นจะต้องสเต็ปไปใช้หญ้าฉีดแต่ถ้าคน
00:32:20 → 00:32:22ที่เป็นไมเกรนเรื้อรังไปแล้วเนี่ยเอ่อ
00:32:22 → 00:32:26ส่วนใหญ่ถ้าแนะนำเนี่ยคือมักจะต้องเริ่ม
00:32:26 → 00:32:30ต้นด้วยกลุ่มยาฉีดเพราะว่ากว่าเราจะเอาคน
00:32:30 → 00:32:34ความถี่ของคนไข้ไมเกนลดลงได้อ่ะปกติเวลา
00:32:34 → 00:32:36เราฉีดไปนะถ้าเราปวดหัวอยู่สมมุติ 20 วัน
00:32:36 → 00:32:39หรือ 30 วันไม่ใช่ฉีดวันนี้พรุ่งนี้เหลือ
00:32:39 → 00:32:430 ไม่มีนะคะยายังไม่ได้แบบขนาดนั้นส่วน
00:32:43 → 00:32:45ใหญ่เราเน้นที่การลดความถี่ลงก่อนเอาให้
00:32:45 → 00:32:49ได้แบบสัก 50-70% ก่อนเช่นตั้งต้นปวด 20
00:32:49 → 00:32:51วันฉีดไปเดือนหน้าเหลือไม่เกิน 10 วัน
00:32:51 → 00:32:54อย่างเงี้ยถือว่าแนวโน้มดีและนะคะแต่ก็มี
00:32:54 → 00:32:56บางคนจริงๆที่ตอบสนองดีมากๆแล้วแบบฉีดไป
00:32:56 → 00:32:59แบบ 20 วันแล้วเหลือแบบ 2 วัน 3 วันเลยก็
00:32:59 → 00:33:02มีแต่ว่าก็แล้วแต่คนอีกนะคะเพราะว่าตัว
00:33:02 → 00:33:04กระตุ้นของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันปัจจัย
00:33:04 → 00:33:06เรื่องของการติดยาแก้ปวดก็จะเป็นอีก
00:33:06 → 00:33:09ปัจจัยนึงที่จะทำให้เอ่อดูว่าเราจะตอบ
00:33:09 → 00:33:11สนองดีกับยาฉีดมากน้อยแค่ไหนฉะนั้นเมื่อ
00:33:11 → 00:33:13ไหร่ที่จะต้องฉีดยาก็คือคนที่ต้องได้ยา
00:33:13 → 00:33:15ป้องกันนั่นแหละค่ะก็คือคนที่ฉีดยาได้
00:33:15 → 00:33:17เพียงแต่ว่าเราจะเริ่มยาฉีดเป็นตัวแรกเลย
00:33:18 → 00:33:20หรือเราจะลองไปยากินก่อนอันนี้ก็อาจจะดู
00:33:20 → 00:33:24ที่ความรุนแรงความถี่แล้วก็ดูว่ามีการติด
00:33:24 → 00:33:26ภาวะเอ่อภาวะติดยาแก้ปวดร่วมด้วยหรือไม่
00:33:26 → 00:33:29ถ้าแนวโน้มไปในทางที่ปวดเรื้อรังปวดแบบ
00:33:29 → 00:33:32เกิน 10-15 ครั้งต่อเดือนปวดแล้วมีภาวะ
00:33:32 → 00:33:34ติดยาแก้ปวดร่วมด้วยอันนี้ก็จะเป็นแนว
00:33:34 → 00:33:37โน้มการฉีดยาก็จะมีประโยชน์มากกว่าเพราะ
00:33:37 → 00:33:39ว่าเอ่ออย่างถ้าแบบอย่างในต่างประเทศ
00:33:39 → 00:33:42อย่างเงี้ยค่ะสมมุติว่าเมื่อก่อนเนี่ยตอน
00:33:42 → 00:33:44สมัยที่แบบ 4-5 ปีที่แล้วเนี่ยเขาอาจจะ
00:33:44 → 00:33:47ยังแบบแนะนำว่าโอเคคนไข้กินยาอย่างน้อย
00:33:47 → 00:33:502-3 ตัวขึ้นไปแล้วไม่ได้ผลอ่ะค่อย
00:33:50 → 00:33:52เปลี่ยนมาเป็นกลุ่มยาฉีดแต่ปัจจุบัน
00:33:52 → 00:33:54คอนเซปตการรักษาไมเกรนก็คือเปลี่ยนไปยิ่ง
00:33:54 → 00:33:58เราแบบยิ่งเรากดไมเกรนลดความถี่ลงได้เร็ว
00:33:58 → 00:34:00เท่าไหร่แสดงว่าสมองของเราอ่ะหยุดขบวนการ
00:34:00 → 00:34:02กันการอักเสบได้เร็วมากเท่านั้นนะคะเพราะ
00:34:02 → 00:34:04ฉะนั้นเราอยากได้ยาที่มีประสิทธิภาพสูง
00:34:04 → 00:34:07สุดก่อนในการแบบลดความถี่ลดความรุนแรงลง
00:34:07 → 00:34:09อย่างรวดเร็วเลยเพราะแบบสมมุติว่าคนไข้
00:34:09 → 00:34:12ปวด 20 วันอย่างเงี้ยเราฉีดยาปุ๊บลดลงเลย
00:34:12 → 00:34:14แต่ถ้าเกิดสมมุติว่าเราปรับยากินน่ะค่ะยา
00:34:14 → 00:34:17กินน่ะมันต้องค่อยๆปรับมันไม่ได้สามารถ
00:34:17 → 00:34:19แบบปรับตู้มเดียวได้เพราะว่าเรื่องผลข้าง
00:34:19 → 00:34:22เคียงอย่างสมมุติว่าหมอจะให้ยาโทพิราเมด
00:34:22 → 00:34:25เนี่ยจะต้องค่อยๆให้จาก 25 มลกรัเป็น 50
00:34:25 → 00:34:28เป็น 75 อะไรเงี้ยซึ่งส่วนใหญ่พอเกิน 50
00:34:28 → 00:34:30บางทีก็ทนผลข้างเคียงไม่ไหวละพอพอเราค่อย
00:34:30 → 00:34:33ๆปรับแบบนั้นน่ะเราเหมือนตามไมเกรนไม่ทัน
00:34:33 → 00:34:36น่ะค่ะไมเกรนนำไปก่อนะอ่ะยาก็ค่อยๆไต่มา
00:34:36 → 00:34:39อย่างเงี้ยค่ะมันก็เลยทำให้เหมือนแบบการ
00:34:39 → 00:34:42รักษาดูอาจจะไม่ค่อยได้มีประสิทธิภาพเท่า
00:34:42 → 00:34:44ที่ควรแต่ถ้าคนที่เป็นน้อยๆอันเนี้ยไม่
00:34:44 → 00:34:46เป็นปัญหาเลยงั้นก็โอเคใครที่ต้องฉีดยาก็
00:34:47 → 00:34:49คือคนที่ต้องกินยาป้องกันหรือว่าได้ยา
00:34:49 → 00:34:52ป้องกันนี่แหละค่ะอันที่ 2 ฉีดตัวไหนดี
00:34:52 → 00:34:57ฉีดตัวไหนดีเนี่ยก็มันมี 4 ตัวถามว่าจาก
00:34:57 → 00:35:00งานวิจัยจริงๆทั้ง 4 ตัวเนี่ย
00:35:00 → 00:35:03ไม่มีใครเขาเทียบกันนะว่าตัวที่ 1 ดีกว่า
00:35:03 → 00:35:06ตัวที่ 2 ดีกว่า 3 1 ดีกว่า 3 ไม่มีงาน
00:35:06 → 00:35:09วิจัยที่เอามาเทียบกันตรงๆขนาดนั้นส่วน
00:35:09 → 00:35:13ใหญ่ก็จะทำของตัวเองว่าเอ่อฉีดตัวนี้
00:35:13 → 00:35:15เทียบกับคนที่ไม่ฉีดยาลดไมเกรนลงได้กี่
00:35:15 → 00:35:18เปอร์เซ็นต์ของแต่ละตัวกันไปก็ต้องบอกว่า
00:35:18 → 00:35:22หมอว่านะในข้อมูลของยาค่ะด้วยตัวข้อมูล
00:35:22 → 00:35:24ของยาทั้ง 4 ตัวเราไม่สามารถเอา
00:35:24 → 00:35:26เปอร์เซ็นต์มาวัดกันได้เพราะว่าการเก็บ
00:35:26 → 00:35:30งานวิจัยแต่ละรอบเนี่ยมันก็มีข้อจำกัดของ
00:35:30 → 00:35:33คนไข้ของการควบคุมปัจจัยอะไรบางอย่าง
00:35:33 → 00:35:34เพราะฉะนั้นเราจะดูเทียบกับคนที่ไม่ได้
00:35:34 → 00:35:36ฉีดยามากกว่าทั้ง 4 ตัวจริงๆเนี่ย
00:35:36 → 00:35:39ประสิทธิภาพถือว่าไม่ได้แตกต่างกันอย่าง
00:35:39 → 00:35:43แบบมีอะไรที่แบบโดดเด่นกว่าอะไรแต่จะมี
00:35:43 → 00:35:46แบบข้อแตกต่างเล็กๆน้อยๆมากกว่าคือทั้ง 4
00:35:46 → 00:35:49ตัวใช้รักษาไมเกรนได้แหละแล้วก็
00:35:49 → 00:35:51ประสิทธิภาพดีแล้วก็ลดความถี่แล้วก็ความ
00:35:52 → 00:35:55รุนแรงไมเกรนลงอ่ะได้เยอะแต่ก็จะมีบาง
00:35:55 → 00:35:58อย่างเช่นอ่าตัวนี้อาจจะท้องผูกหน่อยตัว
00:35:58 → 00:36:01นี้เจ็บเจ็บกว่าหน่อยตัวนี้อย่างยาตัวดิบ
00:36:01 → 00:36:04เข้าหลอดเลือดดำแบบเนี้ยสะดวกดีเพราะฉีด 3
00:36:04 → 00:36:06เดือนครั้งถ้าเป็นปากกาก็จะฉีดเดือนละ
00:36:06 → 00:36:09ครั้งหรือโอเคมันมีปากกาบางตัวที่ฉีด 3
00:36:09 → 00:36:14เดือนครั้งได้แต่คนไข้มักไม่นิยมเพราะ
00:36:14 → 00:36:17เหมือนโดนโดนโดน 3 ทีในครั้งเดียวค่ะมัน
00:36:17 → 00:36:20ก็จะเจ็บมากอะไรแบบนี้ก็จะไม่ค่อยนิยมแต่
00:36:20 → 00:36:22ปัจจุบันถ้าเกิดสมมุติว่าคนที่แบบเดินไม่
00:36:22 → 00:36:25สะดวกเดินทางมาเราก็อาจจะ shift ไปใช้ตัว
00:36:25 → 00:36:27ที่เข้าหลอดเลือดดำไปเลยเพื่อที่จะได้แบบ
00:36:27 → 00:36:30นานๆทีฉีดทีหรืออย่างบางตัวก็จะมีข้อมูล
00:36:30 → 00:36:34ในคนไข้ปวดคลาสเตอร์ด้วยบางตัวจะรักษา
00:36:34 → 00:36:37อาการไมเกรนเวียนหัวได้ดูจะดีกว่าตัวอื่น
00:36:37 → 00:36:41หรือบางตัวใช้รักษาอาการซึมเศร้าในไมเกรน
00:36:41 → 00:36:44ดูแบบมีข้อมูลที่เด่นกว่าตัวอื่นอะไรแบบ
00:36:44 → 00:36:47นี้เพราะฉะนั้นเนี่ยจริงๆก็เหมือนเรารู้
00:36:47 → 00:36:49ไว้คร่าวๆมากกว่าว่ายาทั้งหมดปัจจุบัน
00:36:49 → 00:36:52เนี่ยมันมี 4 ตัวแล้วนะส่วนใครจะเหมาะกับ
00:36:52 → 00:36:56อะไรคุณหมอเขาน่าจะคุยแล้วก็เลือกให้
00:36:56 → 00:36:59เหมาะสมกับแต่ละคนโดยส่วนตัวหมอเองเนี่ย
00:36:59 → 00:37:02หมอก็จะดูที่คนไข้เป็นหลักนะว่าโอเคเป็น
00:37:02 → 00:37:04ยังไงแบบมีโรคประจำตัวอะไรบ้างปวดถี่แค่
00:37:04 → 00:37:08ไหนแล้วก็มีข้อห้ามของการใช้ยาบางอย่าง
00:37:08 → 00:37:09มั้ยเช่นแบบเป็นโรคท้องผูกเรื้อรังอยู่
00:37:09 → 00:37:11แล้วหรือเปล่าอะไรแบบเนี้ยค่ะก็จะมีมา
00:37:11 → 00:37:13เป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจเลือกให้คน
00:37:13 → 00:37:16ไข้แล้วถามว่าแบบอ้าแล้วถ้าเลือกตัวนี้ไป
00:37:16 → 00:37:18แล้วแล้วเกิดมันไม่เวิร์คล่ะคะอะไรอย่าง
00:37:18 → 00:37:21เงี้ยเอ่อไม่เป็นไรนะคะจริงๆเราแบบสามารถ
00:37:21 → 00:37:25เลือกการใช้ยาตัวใดตัวนึงเนี่ยก่อนได้
00:37:25 → 00:37:28แล้วเราก็จะวัดผลการตอบสนองหลังฉีดอีกที
00:37:28 → 00:37:31นึงส่วนใหญ่ถ้าเกิดตอบสนองดีก็คือลดความ
00:37:31 → 00:37:33ปวดลดลงของหมอถ้าในงานวิจัยเขาก็จะเอา
00:37:33 → 00:37:36ประมาณสักแบบ 50% 70% แต่บอกว่าโดยส่วน
00:37:36 → 00:37:38ตัวที่หมอฉีดมาบอกว่าถ้าเราเลือกกลุ่มยา
00:37:38 → 00:37:41ฉีดเรานะส่วนใหญ่มันต้องลงไปเกินกว่านั้น
00:37:41 → 00:37:44น่ะต้องแบบ 80 90% น่ะค่ะแล้วก็ลองวัดผล
00:37:44 → 00:37:46กันฉีดไป 3 เดือนวัดผลอีกทีนึงถ้าไม่ได้
00:37:46 → 00:37:50ผลตามนั้นเราสามารถสวิตช์ไปใช้ตัวอื่นได้
00:37:50 → 00:37:52ก็อาจจะมีโอกาสเพิ่มประสิทธิภาพกันมาก
00:37:52 → 00:37:55ขึ้นถามว่าทำไมสวิตช์แล้วถึงช่วยเพราะว่า
00:37:55 → 00:37:58เอ่อยา 4 ตัวเนี่ยจริงจริงไปออกลิสที่
00:37:58 → 00:38:00CGRP เหมือนกัน
00:38:00 → 00:38:04แต่มันแตกต่างกันนิดหน่อยอย่างอ่าเมื่อ
00:38:04 → 00:38:07กี้ที่หมอวาดรูปให้ดูก็จะเป็นเอ่อตรงนี้
00:38:07 → 00:38:11เป็นปลายประสาทเดี๋นะโอเคตรงนี้นะเป็น
00:38:11 → 00:38:14ปลายประสาทอันนี้คือสาร CGRP ที่ถูกหลั่ง
00:38:14 → 00:38:16ออกมานะ
00:38:16 → 00:38:18คะอันนี้คือ
00:38:18 → 00:38:21CGRP แล้วเวลา CGRP เนี่ยจะไปออกฤทธิ์
00:38:21 → 00:38:24ได้เนี่ยมันก็จะต้องมีตัวรับนะคะตัวรับ
00:38:24 → 00:38:27อันนี้คือตัวรับนะคะตัว
00:38:27 → 00:38:30ครับนะคะก็จะเป็นอย่างเงี้ยออกฤทธิ์ที่
00:38:30 → 00:38:32แบบปลายประสาทออกฤทธิ์ที่ผนังหลอดเลือด
00:38:32 → 00:38:34อะไรก็แล้วแต่สารสื่อประสาททุกตัวในสมอง
00:38:34 → 00:38:37ของเราอ่ะค่ะมันไม่ได้เป็นสารโดดๆอ่ะเป็น
00:38:37 → 00:38:39สารเสร็จแล้วต้องมีตัวรับแล้วแปรผลส่ง
00:38:39 → 00:38:41สัญญาณต่อนะคะเพราะทุกอันจะมีสารแล้วก็มี
00:38:41 → 00:38:44ตัวรับความแตกต่างของยา 4 ตัวนี้ก็จะมี
00:38:44 → 00:38:47อยู่ก็คือถ้าเกิดสมมุติว่าเป็นยาฉีดตัว
00:38:47 → 00:38:51แรกสุดเลยนะตัวแรกอีูapเลยapจับตรงนี้
00:38:51 → 00:38:54ค่ะapจับที่ตัว
00:38:54 → 00:38:59รับในขณะขณะที่ 3 ตัวที่ตามมาภายหลังจับ
00:38:59 → 00:39:03ที่ตัวสาร CGRP โดยตรงก็คือตัว
00:39:03 → 00:39:06Freemanomap แล้วก็ตัว
00:39:06 → 00:39:12แกคomapแล้วก็รวมไปถึงตัวยาฉีดเข้าหลอด
00:39:12 → 00:39:14เลือดดำก็คือตัว
00:39:14 → 00:39:16FtinumAP
00:39:16 → 00:39:22โอเคจะเห็นว่าตำแหน่งสุดท้าย final สาร
00:39:22 → 00:39:25CGP ลดลงเหมือนกันแต่ตำแหน่งของการจับ
00:39:25 → 00:39:27มันมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อยเพราะ
00:39:27 → 00:39:29ฉะนั้นเนี่ยบางทีเราฉีดตัวนี้ไปไม่เวิร์ค
00:39:29 → 00:39:32อ่ะเราลองสวิตช์ไปตัวนี้ฉีดตัวนี้ไม่
00:39:32 → 00:39:34เวิร์คสวิตช์มาตัวนี้อะไรอย่างเงี้ยก็อาจ
00:39:34 → 00:39:36จะมีโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพในการออก
00:39:36 → 00:39:39ฤทธิ์ยามากขึ้นเพราะว่าเราก็ไม่รู้ว่าใน
00:39:39 → 00:39:42สมองของแต่ละคนเนี่ยเขาจะมีแบบอสาสารเยอะ
00:39:43 → 00:39:45มากหน่อยหรือว่าการออกฤทธิ์ของกับยาแต่ละ
00:39:45 → 00:39:47ตัวเนี่ยจะแตกต่างกันยังไงฉะนั้นก็โอเค
00:39:47 → 00:39:50ถ้าเกิดฉีดตัวนึงไปแล้วไม่ได้ผลสามารถแบบ
00:39:50 → 00:39:52เปลี่ยนเป็นการฉีดตัวอื่นได้นะคะบางคนแบบ
00:39:52 → 00:39:55ท้อไปเลยแบบที่เคยเจอคือบางทีแบบว่าอุ๊ย
00:39:55 → 00:39:57คิดแล้วว่าแบบโอโหแบบเป็นรักษาไมเกนฉี่ไป
00:39:57 → 00:39:591 เดือนแล้วแบบอ้าวมันไม่ได้ผลอย่าง
00:39:59 → 00:40:01เงี้ยซึ่งจริงๆ 1 เดือนมันอาจจะยังไม่ได้
00:40:01 → 00:40:03ออกฤทธิ์ได้ขนาดนั้นนะคะแล้วก็หยุดการ
00:40:03 → 00:40:06รักษาไปกลับไปสู่การกินยาแก้ปวดใหม่อะไร
00:40:06 → 00:40:08อย่างเงี้ยก็อยากให้ดูแบบอ่าจริงๆแล้ว
00:40:08 → 00:40:11เนี่ยเราสามารถเปลี่ยนตัวได้นะคะแล้วก็มี
00:40:11 → 00:40:13ต้องฉีดระยะเวลาที่นานพอถึงจะแบบเราถึงจะ
00:40:13 → 00:40:15แปรผลได้ว่าคนไข้อ่ะตอบสนองหรือไม่ตอบ
00:40:16 → 00:40:19สนองกับตัวใดตัวนึงแล้วก็เอ่อคำถามที่เจอ
00:40:19 → 00:40:21บ่อยอีกก็คือเรื่องของแบบว่าฉีดแล้วหาย
00:40:21 → 00:40:24เลยมยหรือว่าแบบถ้าหยุดฉีดไปจะกลับมาเป็น
00:40:24 → 00:40:26มนะคะอันนี้นะคะก็คือตอบรวมๆจริงๆอ่ะหลัก
00:40:26 → 00:40:29การรักษาไมเกรนคือเราทำให้สมองของเราที่
00:40:29 → 00:40:32มันไวต่อตัวกระตุ้นมากๆเนี่ยลดความไวลง
00:40:32 → 00:40:34เพราะฉะนั้นเนี่ยเรารักษาไมเกรนให้ไม่ปวด
00:40:35 → 00:40:39หัวเรารักษาไมเกรนให้สงบได้แต่เราไม่
00:40:39 → 00:40:42สามารถไปเปลี่ยนความไวของสมองต่อตัว
00:40:42 → 00:40:44กระตุ้นนั้นๆในคนไข้ไมเกรนได้เพราะว่า
00:40:44 → 00:40:47อันเนี้ยมันเป็นเรื่องของเจนติกพันธุกรรม
00:40:47 → 00:40:50บางอย่างหรือว่าเรื่องของตัวเอ่อการทำงาน
00:40:51 → 00:40:53ในระบบประสาทของคนนั้นที่มันไวมากกว่า
00:40:53 → 00:40:55ปกติเช่นเปรียบให้เห็นง่ายๆเหมือนคนไข้
00:40:55 → 00:40:57ที่เป็นโรคภูมิแพ้อะไรแบบเนี้ยสมมุติว่า
00:40:57 → 00:41:01คนไข้แพ้ฝุ่นไรฝุ่นน่ะเราคงแบบคนไข้แบบ
00:41:01 → 00:41:04แพ้ไรฝุ่นมากจนแบบอน้ำมูกไหลตลอดเวลาหรือ
00:41:04 → 00:41:07อะไรแบบเนี้ยคุณหมอเขาก็จะให้ยาแก้แพ้พ่น
00:41:07 → 00:41:11ยากำจัดไรฝนเงี้ยจนคนไข้ไม่มีอาการภูมิ
00:41:11 → 00:41:14แพ้ได้แต่ถ้าวันนึงอ่ะแล้วคนไข้แบบหาย
00:41:14 → 00:41:16สนิทไปแล้วแล้วแต่ว่าไปเจอตัวกระตุ้นใหม่
00:41:16 → 00:41:18ๆเข้าอ่ะจะไปเจอไรฝุ่นแบบโหดมเข้าไปเลย
00:41:18 → 00:41:20อ่ะมันก็ยังมีโอกาสที่แบบจะมีน้ำมูกอะไร
00:41:20 → 00:41:22เงี้ยได้อยู่คอนเซปตจะคล้ายๆกันคือคนไข้
00:41:22 → 00:41:25ไมเกรนเนี่ยความไวของสมองภาวะที่เขาไวต่อ
00:41:25 → 00:41:28ตัวกระตุ้นเนี่ยมันเป็นภาวะที่คนๆนั้น
00:41:28 → 00:41:31เนี่ยไวกว่าคนปกติอยู่แล้วแต่ถ้าแค่แบบ
00:41:31 → 00:41:34ว่ามันบางครั้งมันจะอยู่ในจุดที่ไวมากอ่ะ
00:41:34 → 00:41:38ไวแบบไม่มีเหตุผลเอ่อเจออะไรนิดนึงก็คือ
00:41:38 → 00:41:40ไวไปหมดแล้วอ่ะอันนั้นน่ะใช้ชีวิตไม่ได้
00:41:40 → 00:41:44ปวดหัวทุกวันซึมเศร้าเครียดแบบมีปัญหา
00:41:44 → 00:41:45เรื่องงานหรือที่ทำงานอย่างเงี้ยแน่นอนนะ
00:41:45 → 00:41:47คะเพราะฉะนั้นเรารักษาเนี่ยคือเรารักษา
00:41:47 → 00:41:50ให้คนไข้กลับไปใช้ชีวิตได้ปกติอย่างมี
00:41:50 → 00:41:54ความสุขคุณภาพชีวิตดีขึ้นแล้วไม่ปวดหัว
00:41:54 → 00:41:57เท่าที่คุมได้นานที่สุดเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:41:57 → 00:42:01ยิ่งคุมได้นานเท่าไหร่ให้เราห่างหายจาก
00:42:01 → 00:42:03อาการถูกกระตุ้นแล้วอาการปวดหัวได้นาน
00:42:03 → 00:42:06เท่าไหร่โอกาสที่จะกลับมาถูกกระตุ้นเนี่ย
00:42:06 → 00:42:08ก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้นเดี๋ยวนี้นะคะเขาก็
00:42:08 → 00:42:10เลยแนะนำแล้วว่าถ้าเกิดสมมุติว่าอย่างใช้
00:42:10 → 00:42:14กลุ่มยาฉีดเนี่ยถามว่าต้องฉีดนานแค่ไหน
00:42:14 → 00:42:17ไม่มีตัวเลขไตตัวสำหรับแต่ละคนแต่ฉีดจน
00:42:17 → 00:42:19กว่าจะคุมอาการคนไข้ได้นานที่สุดเท่าที่
00:42:19 → 00:42:22เราจะทำได้นะคะถ้าตัดปัญหาหาเรื่องเอ่อ
00:42:22 → 00:42:24ค่าใช้จ่ายอะไรออกไปก่อนนะอย่างถ้าเป็น
00:42:24 → 00:42:27กลุ่มที่ปวดไม่ได้ปวดเรื้อรังมากก็แนะนำ
00:42:27 → 00:42:29ว่าอ่ะอย่างน้อยสัก 12 เดือนเลยละกันน่า
00:42:29 → 00:42:32จะเป็นระยะที่นานพอที่คนไข้จะไม่กลับมา
00:42:32 → 00:42:34ถูกกระตุ้นใหม่ละแต่ถ้าเป็นกลุ่มคนไข้
00:42:34 → 00:42:36เรื้อรังบางทีอาจจะต้องนานไปจนถึง 18
00:42:36 → 00:42:38เดือนเลยก็มีแต่โดยส่วนตัวเนี่ยส่วนใหญ่
00:42:38 → 00:42:41หมอก็จะประเมินทุก 3 เดือนน่ะค่ะก็คือถ้า
00:42:41 → 00:42:43เกิดคนไข้ตั้งต้นปวดกี่ครั้งเนี่ยแล้วเรา
00:42:43 → 00:42:44ก็ฉีดยา 3 เดือนแล้วเราก็ประเมินถ้าเกิด
00:42:45 → 00:42:47คนไข้ไม่ปวดหัวเลยเราอาจจะมีโอกาสที่แบบ
00:42:47 → 00:42:50เราอาจจะสวิตช์ไปใช้กลุ่มยากินหรือว่าใช้
00:42:50 → 00:42:53ยาอย่างอื่นที่มันแบบไม่อ่าให้มันเหมาะสม
00:42:53 → 00:42:55กับคนไข้มากขึ้นแต่ถ้าเกิดแบบเอ่อเป็น
00:42:55 → 00:42:57เยอะมากๆจริงๆอย่างเงี้ยอย่างน้อยก็ต้อง
00:42:57 → 00:42:59แบบ 6 เดือนแล้วก็ต้องดูอาการอีกทีนึงว่า
00:42:59 → 00:43:01ณตอนนั้นเนี่ยโรคเขาสงบแล้วหรือยังเพราะ
00:43:01 → 00:43:05ฉะนั้นคำว่าฉีดนานแค่ไหนแล้วแต่อาการตั้ง
00:43:05 → 00:43:07ต้นของแต่ละคนเลยแล้วก็คุมให้ได้นานที่
00:43:07 → 00:43:10สุดเท่าที่เราจะทำได้อย่างน้อยๆก็คือ
00:43:10 → 00:43:12ประมาณสัก 6 เดือนส่วนที่แบบว่าหยุดฉีด
00:43:12 → 00:43:16แล้วจะกลับมาปวดมยอันเนี้ยก็คือพอเราก็จะ
00:43:16 → 00:43:18เป็นคอนเซปตเมื่อกี้ก็คือพอเราคุมอาการคน
00:43:18 → 00:43:21ไข้ไมเกรนให้สงบแล้วอ่ะตอนที่อยู่ตรงสงบ
00:43:21 → 00:43:23แล้วอ่ะก็ถ้าคนไข้ไม่มีตัวกระตุ้นอะไร
00:43:23 → 00:43:25เข้ามาค่ะโอกาสที่มันจะถูกกระตุ้นแล้วปวด
00:43:25 → 00:43:28หัวใหม่เนี่ยมันก็ค่อนข้างยากแต่ในทาง
00:43:28 → 00:43:31กลับกันถ้าสมมุติว่าคนไข้แบบยังมีปัจจัย
00:43:31 → 00:43:33ที่มากระตุ้นได้ตลอดเวลาเช่นสมมุติว่าก
00:43:33 → 00:43:36ตัวกระตุ้นของเขาเป็นเรื่องของอ่าอดนอน
00:43:37 → 00:43:39ความเครียดแล้วะกันสมมุติรักษาหายละโรค
00:43:39 → 00:43:42วิตกกังวลซึมเศร้าหายละพอหยุดฉีดไปสักปี 2
00:43:42 → 00:43:46ปีเจอภาวะแบบเครียดรุนแรงมากสตสมีอะไรมา
00:43:46 → 00:43:49กระตุ้นบางอย่างถามว่ายังมีโอกาสกลับมา
00:43:49 → 00:43:53ปวดหัวได้ไหมได้แต่ใครที่เคยแบบหายปวดหัว
00:43:53 → 00:43:55จากไมเกนไปแล้วเท่าที่หมอสังเกตนะคะคนไข้
00:43:55 → 00:43:57อย่างสมมุติปวดแบบ 10-20 วันไปแล้วอ่ะ
00:43:57 → 00:44:00แล้วเาหายปวดจนเป็นแบบแทบจะใช้ชีวิตได้
00:44:00 → 00:44:03ปกติไปแล้วอ่ะพอเวลามันกลับมาปวดเนี่ยไม่
00:44:03 → 00:44:05ต้องรอให้ปวด 10 กว่าครั้งอ่ะค่ะคนไข้
00:44:05 → 00:44:07อยู่ไม่ได้ละเพราะว่าเคยแบบกลับไปใช้
00:44:07 → 00:44:09ชีวิตได้ปกติละเพราะฉะนั้นปวดไมเกรนกลับ
00:44:09 → 00:44:11มาแค่ไม่กี่ครั้งอ่ะปวดครั้งนึง 2 ครั้ง
00:44:11 → 00:44:13เขาจะเริ่มรู้แล้วว่าต้องมีอะไรผิดปกติ
00:44:13 → 00:44:15แล้วล่ะมีช่วงนี้เครียดเกินไปหรือเปล่า
00:44:15 → 00:44:17หรือว่าไปเจอตัวกระตุ้นหรืออะไรสักอย่าง
00:44:17 → 00:44:20อ่ะค่ะแล้วถ้าเรารักษากลับมารักษาได้เร็ว
00:44:20 → 00:44:23อ่ะค่ะโอกาสที่มันจะหายมันก็ง่ายกว่าแล้ว
00:44:23 → 00:44:25ก็ไม่ต้องไปใช้ยาได้นานๆเหมือนกับครั้ง
00:44:25 → 00:44:29แรกนะคะเพราะฉะนั้นเนี่ยยังไงอ่ะรักษาตอน
00:44:29 → 00:44:31อ่ารักษาก็ดีกว่าไม่รักษาค่ะยังไงตอนที่
00:44:31 → 00:44:33เรารักษาไปแล้วอ่ะมันจะไม่กลับไปสู่จุด
00:44:33 → 00:44:36เดิมอย่างแน่นอนแต่ก็ต้องแบบดูแลตัวเอง
00:44:36 → 00:44:40ด้วยนะคะแบบว่าเอ่อถ้าแบบเอาหายแล้วก็
00:44:40 → 00:44:45กลับไปดื่มแอลกอฮอล์อดนอนเอ่อสูบบุหรี่
00:44:45 → 00:44:47หรือว่าไปเจอปัจจัยตัวกระตุ้นแบบความ
00:44:47 → 00:44:49เครียดอะไรเยอะๆอย่างเงี้ยโอกาสมันก็จะ
00:44:49 → 00:44:52กลับมาได้ง่ายกว่าเมื่อกี้ก็จะมียากินแบบ
00:44:52 → 00:44:56เก่าใช่ไหมคะมียากินแบบเก่ามียาฉีด 4 ตัว
00:44:56 → 00:44:59อ่ะตัวใหม่ล่าสุดที่ว่าเพิ่งเข้ามา
00:44:59 → 00:45:03พฤษภาคมปีเนี้ยอยู่ตรงไหนจริงๆตัวเคเวอร์
00:45:03 → 00:45:06ก็คือถือว่าอยู่ในกลุ่มยากินป้องกันแต่ไป
00:45:06 → 00:45:09ออกฤทธิ์แบบเหมือนกลุ่มยาฉี่ CGRP แล้ว
00:45:09 → 00:45:12ตัวเขาเองอ่ะก็ยังเป็นตัวแก้ปวดไปด้วย
00:45:12 → 00:45:15เพราะฉะนั้นอันเนี้ยก็เลยจะเหมือนเป็นยา
00:45:15 → 00:45:18ตัวแรกเลยที่เป็นยาทั้งแก้ปวดแล้วก็เป็น
00:45:18 → 00:45:21ทางป้องกันถ้าเกิดเมื่อก่อนเนี่ยเวลาหมอ
00:45:21 → 00:45:25แล้วคนไข้มาหมอจะอธิบายคนไข้เสมอว่าเอ่อ
00:45:25 → 00:45:27เวลาเรารักษาไมเกรนมันจะมียา 2 กลุ่มนะคะ
00:45:27 → 00:45:30อันนึงคือแก้ปวดอันนึงคือป้องกันอ่ะป้อง
00:45:30 → 00:45:32กันเนี่ยเราให้เพื่ออะไรเพื่อลดความถี่ลด
00:45:32 → 00:45:34ความรุนแรงตึ๊ดๆแต่ถ้ากระเบิดเมื่อไหร่
00:45:34 → 00:45:37อาการปวดหัวกลับมาแล้วมันไม่หยุดได้ด้วย
00:45:37 → 00:45:40การนอนพักประคบเย็นหรืออะไรแล้วแต่เรา
00:45:40 → 00:45:42อย่าปล่อยให้มันปวดนานเราก็ต้องใช้ยาแก้
00:45:42 → 00:45:45ปวดเพราะฉะนั้นก็จะอธิบายอย่างเงี้ยว่ามี
00:45:45 → 00:45:48ป้องกันนะคะแล้วก็มีแก้ปวดแต่ตัวเนี้ยยา
00:45:48 → 00:45:50ที่เข้ามาใหม่ล่าสุดในกลุ่ม GP เนี่ย
00:45:50 → 00:45:53อันเนี้ยถือเป็นตัวแรกแล้วก็ตัวเดียวที่
00:45:53 → 00:45:56เขาออกฤทธิ์ 2 แบบคือคนที่เป็นน้อยๆเราก็
00:45:56 → 00:45:58ใช้ตัวเนี้ยแก้ปวดไปเลยจะได้ไม่ต้องไปกิน
00:45:58 → 00:46:01ยาแก้ปวดส่วนคนที่เป็นถี่หน่อยเราก็กิน
00:46:01 → 00:46:03แบบกินให้มันเหมือนแบบเป็นกินแบบเป็น
00:46:03 → 00:46:07ประจำอ่ะค่ะกินวันเว้นวันไปเลยเพื่อป้อง
00:46:07 → 00:46:09กันไปด้วยจะได้ไม่ต้องฉีดยาอ่ะถ้างั้นฟัง
00:46:09 → 00:46:12ดูแล้วก็ดูเหมือนจะดีใช่มั้ยก็ใช้ตัวนี้
00:46:12 → 00:46:14ไปเลยได้มยอะไรอย่างงี้จริงๆก็จะมีข้อ
00:46:14 → 00:46:17จำกัดของทางแก้ปวดแล้วก็ต้องของป้องกัน
00:46:17 → 00:46:19ของตัวนี้อยู่นะคะตอนนี้ก็ก็คือหมอก็ใช้
00:46:19 → 00:46:21กับรักษากับคนไข้มาประมาณ 6 เดือนเนี่ย
00:46:22 → 00:46:25จริงๆก็แบบปริมาณเคสค่อนข้างเยอะลำดับนึง
00:46:25 → 00:46:28เนี่ยถามว่าเวลาที่คนไข้ให้ข้อมูลกลับมา
00:46:28 → 00:46:30ค่ะว่าเออเวลาแก้ปวดเป็นยังไงแล้วป้องกัน
00:46:30 → 00:46:32เป็นยังไงนะคะอันนึงที่สังเกตได้คือ
00:46:32 → 00:46:34เรื่องของยาแก้ปวดก่อนถ้าเราจะใช้ตัวนี้
00:46:34 → 00:46:37เป็นยาแก้ปวดมันไม่ได้ออกฤทธิ์เร็วเท่า
00:46:37 → 00:46:39กับยาแก้ปวดกลุ่มเก่าๆเดี๋ยวหมอจะพูด
00:46:39 → 00:46:41เรื่องยาแก้ปวดต่อไปตัวนี้ไม่ได้ออกฤทธิ์
00:46:41 → 00:46:44เร็วมากคือตัวเขา้าออกเองอ่ะกว่าจะออกลิฟ
00:46:44 → 00:46:46พีคจริงๆอ่ะประมาณ 2 ช่โมงเพราะฉะนั้น
00:46:46 → 00:46:48หลายคนน่ะจะรู้สึกว่ากินยาไปแล้วไม่หาย
00:46:48 → 00:46:51ปวดถ้าเรากินช้าเกินไปเพราะฉะนั้นถ้าจะ
00:46:51 → 00:46:53เกิดจะกินน่ะเราต้องกินตั้งแต่ตอนที่จะ
00:46:53 → 00:46:56เริ่มปวดนะคะแบบว่าคือคอนเซปตอันเนี้ยจะ
00:46:56 → 00:46:59แบบเหมือนล้างคอนเซปตเก่าๆเลยอ่ะเมื่อ
00:46:59 → 00:47:01ก่อนคือยาแก้ปวดเนี่ยถ้ายิ่งกินเยอะมันจะ
00:47:01 → 00:47:04ยิ่งกลายเป็นติดยาใช่มั้คะเราก็จะต้องรอ
00:47:04 → 00:47:06แบบเออเหมือนปวดหัวระดับนึงทำอะไรทุก
00:47:06 → 00:47:08อย่างแล้วไม่ดีขึ้นอาจรีบกินเพื่อไม่ให้
00:47:08 → 00:47:11มันแบบปวดรุนแรงก็ต้องรอแบบระดับนึง
00:47:11 → 00:47:13คอนเฟิร์มก่อนแล้วเราก็ค่อยกินยาเพราะว่า
00:47:13 → 00:47:16ถ้าเกิดเราแบบปวดนิดนึงปุ๊บกินเลย
00:47:16 → 00:47:18อันเนี้ยติดยาแก้ปวดแน่นอนแต่อันนี้ก็จะ
00:47:18 → 00:47:20ต่างกันตรงที่ว่ามันจะเหมือนเป็นการป้อง
00:47:20 → 00:47:22กันน่ะค่ะแบบถ้าสมมุติว่าเรารู้สึกว่า
00:47:22 → 00:47:24เริ่มปวดนิดนึงปุ๊บนะเรากินไปเลยกินเพื่อ
00:47:24 → 00:47:26ให้ยาได้ออกฤทธิ์เต็มที่พลิกๆตอน 2
00:47:26 → 00:47:28ชั่วโมงแล้วมันจะได้ไม่ต้องกลับไปใช้ยา
00:47:28 → 00:47:31แก้ปวดอันนี้ก็เอ่อเป็นในเรื่องของแก้ปวด
00:47:31 → 00:47:34เนาะส่วนในเรื่องของป้องกันถามว่าอ้าวถ้า
00:47:34 → 00:47:36มันกินป้องกันได้แก้ปวดได้งั้นเราแทนยา
00:47:36 → 00:47:38ฉีดไปเลยได้มั้จริงๆแล้วเนี่ยถ้าคนที่
00:47:38 → 00:47:41เป็นเรื้อรังมากๆแบบเป็นแบบเกิน 15 ครั้ง
00:47:41 → 00:47:43ต่อเดือนอ่ะค่ะยังไงตัวกลุ่มยาฉีดจะมีข้อ
00:47:43 → 00:47:46มูลมากกว่าว่าจะสามารถช่วยในการรักษา
00:47:46 → 00:47:48กลุ่มไมเกนเรื้อรังได้ดีกว่าสำหรับกรณี
00:47:48 → 00:47:50ตัวนี้เนี่ยอาจจะเหมาะกับคนที่ยังเป็น
00:47:50 → 00:47:52ไมเกรนไม่ได้เรื้อรังมากก็คือเอาไม่เกิน
00:47:52 → 00:47:54สักประมาณ 10-15 วันต่อเดือนอะไรอย่าง
00:47:54 → 00:47:56เงี้ยยังพอไหวอยู่แต่ถ้าเกิดแบบ 20-30
00:47:57 → 00:47:58แล้วเนี่ยอาอันเนี้อาจจะเอาไม่อยู่เหมือน
00:47:58 → 00:48:00กันเพราะฉะนั้นเนี่ยก็มันก็มีข้อจำกัด
00:48:01 → 00:48:04หรือว่าข้ออะไรบางอย่างที่จะใช้ได้ดีกว่า
00:48:04 → 00:48:07บางตัวแล้วก็มีข้อจำกัดที่เอ่อยาบางตัวก็
00:48:07 → 00:48:09อาจจะยังดีกว่าเหมือนกันนะคะเพราะฉะนั้น
00:48:09 → 00:48:12ก็ต้องดูความเหมาะสมของแต่ละคนด้วยแต่ข้อ
00:48:12 → 00:48:14ดีของเขาคือหมอว่าใช้ค่อนข้างง่ายอ่ะค่ะ
00:48:14 → 00:48:16อย่างเช่นบางคนอย่างเงี้ยฉีดยาไม่สามารถ
00:48:16 → 00:48:18มาหาหมอได้หรืออะไรแบบนี้หรือจะเอาไปฉีด
00:48:18 → 00:48:20เองก็กลัวเข็มหรืออะไรอย่างเงี้ยมันก็
00:48:20 → 00:48:23เหมือนเป็นยารับประทานก็กินค่อนข้างง่าย
00:48:23 → 00:48:26จะอมใต้ลิ้นก็ได้อมบนลิ้นก็ได้อะไรอย่าง
00:48:26 → 00:48:28เงี้ยค่ะก็จะเป็นแบบเหมือนกินได้ทุกที่
00:48:28 → 00:48:30อ่ะคอนเซปตคือแบบไม่ต้องกินน้ำตามก็ได้
00:48:30 → 00:48:32เผื่อบางทีปวดหัวอยู่แล้วแบบไม่มีน้ำอะไร
00:48:32 → 00:48:33อย่างเงี้ยค่ะก็คือมันก็จะใช้ค่อนข้าง
00:48:33 → 00:48:36ง่ายนะคะข้อดีข้อเสียก็คือราคายังค่อน
00:48:36 → 00:48:38ข้างสูงมากเหมือนกันก็จะพอๆกับกลุ่มยาฉีด
00:48:38 → 00:48:40เลยเพราะฉะนั้นถ้าเกิดสมมุติว่าใครเป็นคน
00:48:40 → 00:48:42ที่เป็นแบบปวดเรื้อรังเราจะต้องฉีดยา
00:48:42 → 00:48:45เนี่ยบางทีเราก็เลือกใช้ยาฉีดไปก่อนแล้ว
00:48:45 → 00:48:48ก็เดี๋ค่อยมาแบบปรับเป็นยาอมใต้ลิ้นอะไร
00:48:48 → 00:48:51อีกทีแบบนี้ก็ได้เหมือนกันการรักษามันแบบ
00:48:51 → 00:48:54มันหลากหลายมากเลยอ่ะในปัจจุบันมันจะแบบ
00:48:54 → 00:48:56ไม่ใช่แค่ฟิกว่าเออคนนี้ต้องแบบนี้นะอะไร
00:48:56 → 00:48:59อย่างเงี้ยส่วนใหญ่จะอยู่ที่แบบอาการของ
00:48:59 → 00:49:02แต่ละคนเลยค่ะว่าเอิ่มปวดถี่มากน้อยแค่
00:49:02 → 00:49:06ไหนเค้ามีข้อจำกัดของการใช้ยาอะไรมีโรค
00:49:06 → 00:49:09ประจำตัวอะไรอะไรอย่างเงี้ยค่ะเนาะอืมก็
00:49:09 → 00:49:12อาจจะต้องให้คุณหมอเป็นพิจารณาเป็นรายๆไป
00:49:12 → 00:49:17สรุปให้ฟังคร่าวๆใหม่ก็จะมียาป้องกันมี 3
00:49:17 → 00:49:20แบบเดี๋ก่อนนะคะยาป้อง
00:49:20 → 00:49:27กันไมเกรนมี 3 แบบก็คือยากินแบบเก่าแล้ว
00:49:27 → 00:49:30ก็ยาฉีด
00:49:30 → 00:49:36CGRP แล้วก็อื่นๆนี่ยาฉีดก็จะเอ่อแล้วก็
00:49:36 → 00:49:40จะมีตัวGพนที่เป็นตัวใหม่โอเคส่วนอื่นๆ
00:49:40 → 00:49:43อันนี้พูดคร่าวๆก็คือมีตัว toxine ก็คือ
00:49:43 → 00:49:46ตัวที่เหมือนฉีดความงามอะไรอย่างเงี้ยค่ะ
00:49:46 → 00:49:48แล้วก็อีกอันนึงคือจะเป็นตัว device
00:49:48 → 00:49:50คร่าวๆก่อนโบทิท็อกซีนบอกกับใครอันเนี้ย
00:49:50 → 00:49:53เหมาะกับไมเกรนเรื้อรังเท่านั้นคนปวด
00:49:53 → 00:49:55ไมเกรนไม่เรื้อรังไม่เรื้อรังคือไม่เกิน
00:49:55 → 00:49:5815 วันเนี่ยตัวนี้ไม่มีข้อมูลไม่ใช่แบบ
00:49:58 → 00:50:01อุ้ยจริงๆเราปวดแบบ 10 วันอยากฉีดจังเลย
00:50:01 → 00:50:03อะไรอย่างเงี้ยจริงๆมันไม่ได้มีข้อมูลว่า
00:50:03 → 00:50:05จะช่วยป้องกันไมเกรนได้หรือเปล่าแต่ว่า
00:50:05 → 00:50:08ถามว่าฉีดได้มยคือหมอว่าตัวโบทิomท็อกซิน
00:50:08 → 00:50:10เนี่ยฤทธิ์ของเขา้าเนี่ยในการป้องกัน
00:50:10 → 00:50:12ไมเกรนมันก็จะออกฤทธิ์อยู่ 2 แบบแบบแรกก็
00:50:12 → 00:50:15คือตัวทำให้กล้ามเนื้อไม่เกรงเองอ่ะค่ะ
00:50:15 → 00:50:17อันที่ 2 ก็คือการยับยั้งสารสื่อประสาท
00:50:17 → 00:50:20ตรงบริเวณภายนอกสมองต่างๆนะคะเพื่อลดการ
00:50:20 → 00:50:22หลังสารสื่อประสาทเพราะฉะนั้นเนี่ยจริงๆ
00:50:22 → 00:50:24บางคนเนี่ยพอไม่ได้เป็นไมเกรนเรือรังแต่
00:50:24 → 00:50:26ว่ากล้ามเนื้อตึงมากๆกล้ามเนื้อขมับแบบ
00:50:26 → 00:50:28อะไรอย่างเงี้ยตึงมากๆก็อาจจะมีประโยชน์
00:50:28 → 00:50:30แต่ว่าถ้าโดยข้อบ่งชี้ของเขาจริงๆการฉีด
00:50:30 → 00:50:33โบทินท็อกซินเนี่ยต้องเป็นไมเกรนเรื้อ
00:50:33 → 00:50:35ร่างเท่านั้นถ้าเอาไมเกรนโดยเฉพาะส่วนตัว
00:50:35 → 00:50:38เนี่ยมันจะเป็นตัวที่เหมือนเป็นตัว
00:50:38 → 00:50:41เครื่องกระตุ้นแปะหน้าผากเอ่อจริงๆ
00:50:41 → 00:50:43เครื่องเนี่ยมีมานานมากและอย่างในต่าง
00:50:43 → 00:50:47ประเทศเนี่ยก็จะมีใช้กันมาแบบหลายปีมากๆ
00:50:47 → 00:50:49แล้วแต่ถ้าเป็นในไทยเนี่ยก็จะเพิ่งมีตัว
00:50:49 → 00:50:51ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ก็จะเป็นเครื่องเล็กๆ
00:50:51 → 00:50:53วันนี้ไม่ได้หยิบตัวอย่างมาให้ดูเนาะก็
00:50:53 → 00:50:56เอ่อแปะตรงหน้าผากแปะไว้แบบนี้เครื่อง
00:50:56 → 00:50:59เขา้าก็จะมีแบบปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาได้
00:50:59 → 00:51:01ซึ่งมันก็อาจจะสามารถใช้ได้ทั้งแบบในแง่
00:51:01 → 00:51:05ของการแก้ปวดเฉียบพานหรือว่าถ้าแปะทุกวัน
00:51:05 → 00:51:07ไปเลยก็เหมือนอาจจะช่วยป้องกันไปด้วย
00:51:07 → 00:51:08อะไรอย่าเงี้ยค่ะแต่ว่าข้อมูลในคนไทย
00:51:08 → 00:51:10อันเนี้ยถือว่ายังค่อนข้างจำกัดเพราะว่า
00:51:10 → 00:51:13หมอเองก็ยังไม่ได้แบบได้นำมาใช้ในการ
00:51:13 → 00:51:15รักษาคนไข้ที่แบบว่าใช้ต่อเนื่องจริงๆนะ
00:51:15 → 00:51:17คะอันนี้ก็ยังอยู่ในการเก็บข้อมูลอยู่นะ
00:51:17 → 00:51:19คะเพราะฉะนั้นเนี่ยก็เดี๋ยวอาจจะรอให้ข้อ
00:51:19 → 00:51:20มูลมันเยอะกว่านี้แล้วก็เดี๋ค่อยมาอัปเดต
00:51:21 → 00:51:23ให้ฟังกันอีกทีนึงก่อนแต่ก็ให้รู้ไวว่า
00:51:23 → 00:51:25เดี๋ยวนี้ก็จะมีอุปกรณ์อะไรต่างๆเหล่า
00:51:25 → 00:51:27เนี้ยเอามารักษาไลเกรนได้ด้วยคือถ้าเป็น
00:51:27 → 00:51:29เมื่อก่อนเนี่ยมันจะมีแต่ไอ้เครื่องใหญ่ๆ
00:51:29 → 00:51:32คือแบบใหญ่มากอ่ะค่ะของต่างประเทศพกให้คน
00:51:32 → 00:51:34ไข้อ่ะซื้อกลับบ้านแล้วก็แบบเหมือนมี
00:51:34 → 00:51:36อาการไมเก็ตปุ๊บก็กดช็อตอะไรแบบนี้ซึ่ง
00:51:36 → 00:51:38เครื่องนั้นเนี่ยอาจจะใช้ยากแล้วก็แล้วก็
00:51:38 → 00:51:41ราคาสูงมากก็ในไทยก็ไม่มีแต่ตอนนี้ก็จะมี
00:51:41 → 00:51:43เครื่องแบบเครื่องเล็กๆที่เอามาใช้ในการ
00:51:43 → 00:51:46แก้ปวดป้องกันไมเกรนมากยิ่งขึ้นอ่ะจบแล้ว
00:51:46 → 00:51:49สำหรับการป้องกันสรุปให้ฟังอีกรอบนึงก่อน
00:51:49 → 00:51:53ยาป้องกันไมเกรนไม่ได้ทุกคนจะต้องใช้
00:51:53 → 00:51:58สำหรับคนที่มีอาการปวดไมเกรนบ่อยๆปวดเกิน
00:51:58 → 00:52:02ประมาณสัก 4 ครั้งเป็นต้นไปเพื่อป้องกัน
00:52:02 → 00:52:06ไม่ให้เกิดการเกิดไมเกรนชั่วคราวไปเป็น
00:52:06 → 00:52:08ไมเกรนเรื้อรังและติดยาแก้ปวดเพราะฉะนั้น
00:52:08 → 00:52:12เนี่ยใครที่ปวดหัวไมเกรนฟังอยู่ตอนนี้
00:52:12 → 00:52:14เริ่มมีอาการปวดปวดกำเริบแบบเกินประมาณ
00:52:14 → 00:52:17สัปดาห์ละครั้งหรือ 4 ครั้งต่อเดือนหรือ
00:52:17 → 00:52:20เราเริ่มใช้ยาแก้ปวดเยอะเกินประมาณ 10-15
00:52:20 → 00:52:23เมตต่อเดือนแล้วแต่ชนิดยาแต่ว่าเอาคร่าวๆ
00:52:23 → 00:52:27ไว้ประมาณนี้ก่อนอันนี้นะคะต้องใช้ยาป้อง
00:52:27 → 00:52:29กันไมเกรนอย่าปล่อยให้กินยาแก้ปวดไป
00:52:29 → 00:52:32เรื่อยๆะตามไปเรื่อยๆเนี่ยอีก 2 ปี 3 ปี
00:52:32 → 00:52:34มีปัญหาแน่นอนนะคะสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ
00:52:34 → 00:52:36ติดยาแก้ปวดยาแก้ปวดไม่ได้ผลแล้วก็จะมีผล
00:52:36 → 00:52:39ข้างเคียงจากยาสำหรับยาป้องกันแบ่งออก
00:52:39 → 00:52:41เป็น 3 กลุ่มกลุ่มกินแบบเก่าก็ยังถือว่า
00:52:41 → 00:52:43ค่อนข้างดีมีประโยชน์โคุมไมเกนได้ค่อน
00:52:43 → 00:52:45ข้างดีแต่ติดเรื่องข้อเสียผลข้างเคียง
00:52:45 → 00:52:48เยอะอันที่ 2 เป็นยาที่อยู่ในกลุ่มยับ
00:52:48 → 00:52:50ยั้งสาร CGRP อันนี้คือยาใหม่ที่เรามา
00:52:50 → 00:52:54อัปเดตกันในวันนี้ก็จะมียาฉีดปากกา 3 ตัว
00:52:54 → 00:52:56ฉีดข้าวหลอดเลือดดำ 1 ตัวแล้วก็รวมไปถึง
00:52:56 → 00:52:59ยาอมใต้ลิ้นก็จะอยู่ในกลุ่มที่ยับยางสาร
00:52:59 → 00:53:02CGRP ตรงนี้แล้วก็วิธีการอื่นๆอ่ะต่อไป
00:53:02 → 00:53:04เดี๋ยวเราจะไปพาร์ทกันที่เป็นเรื่องของ
00:53:04 → 00:53:07การแก้ปวดกันยาวนิดนึงนะคะแต่ว่าแบบคิด
00:53:07 → 00:53:10ว่าทุกคนแบบน่าจะได้ประโยชน์อ่ะแล้วก็ให้
00:53:10 → 00:53:13เห็นภาพรวมอ่ะว่าทุกวันเนี้ยเรารักษา
00:53:13 → 00:53:15ไมเกนอะไรยังไงกันบ้างอ่ะค่ะหมอว่าแบบบาง
00:53:15 → 00:53:18ทีแบบเราไม่ถ้าเราไม่ได้รู้ภาพรวมคร่าวๆ
00:53:18 → 00:53:20เลยแล้วเวลาไปอ่ะบางทีมันก็จะแบบตัดสินใจ
00:53:20 → 00:53:22ในการรักษาลำบากนิดนึงเหมือนกันอ่าต่อไป
00:53:22 → 00:53:27มาเข้าสู่ยาแก้ปวดกันยาแก้ปวดนะคะแบ่ง
00:53:27 → 00:53:30กลุ่มก่อนนะ
00:53:30 → 00:53:36คะยาแก้ปวดยาแก้ปวดทานเมื่อปวดเท่านั้น
00:53:36 → 00:53:40ห้ามใช้ป้องกันยาหลักๆนะคะก็จะแบ่งออก
00:53:40 → 00:53:44เป็นเอ่อเอ่อมีกลุ่มอันแรกเลยก็คือกลุ่ม
00:53:44 → 00:53:48พาราธรรมดาเนี่ยแหละค่ะพาราอ่ะหมอให้คลาย
00:53:48 → 00:53:51กล้ามเนื้อไว้หน่อยด้วยแล้วกันอันที่ 2
00:53:51 → 00:53:54เราเรียกว่ากลุ่มแก้ปวดที่ไม่ใช่
00:53:54 → 00:53:57สเตียรอยด์หมอเขาเรียกว่าไปเลยให้ทุกคน
00:53:57 → 00:54:00น่ะรู้จักไปเลยก็คือย่อมาจาก nonoidal
00:54:00 → 00:54:03antiinflammatory drugs นะคะก็คือยาแก้
00:54:03 → 00:54:06ปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อันเนี้ยเป็นยาที่
00:54:06 → 00:54:08ทุกคนน่ะยังไงทุกคนในชีวิตเนี่ยต้องเคย
00:54:08 → 00:54:10ได้บ้างล่ะเพราะว่ามันจะเป็นยาในกลุ่มแก้
00:54:10 → 00:54:13ปวดลดอักเสบทั่วไปไม่ว่าจะเป็นปวดคอกปวด
00:54:13 → 00:54:16ประจำเดือนปวดเข่าปวดอะไรมักจะต้องไปร้าน
00:54:16 → 00:54:19ยามักจะต้องเคยได้กลุ่มนี้มากลุ่มที่ 3
00:54:19 → 00:54:22สำหรับไมเกรนเราเรียกว่าเอกอตามีนกลุ่ม
00:54:22 → 00:54:25เอกอคนที่เป็นมาเกนมานานๆก็จะรู้จักกลุ่ม
00:54:25 → 00:54:28นี้ดีแล้วก็กลุ่มใหม่ๆเราเรียกว่ากลุ่ม
00:54:28 → 00:54:32ทริปtrนทริปแทนก็ในไทยก็จะยังมีอยู่แค่ 2
00:54:32 → 00:54:35ตัวก็คือ er tran กับ sumip trend อ่า
00:54:35 → 00:54:39ก่อนจะที่จะถึงปีเนี้ยก่อนปีเนี้ยคนไข้จะ
00:54:39 → 00:54:41ชอบบอกว่าบางคนกินทริปแทนไปละแล้วแบบ
00:54:41 → 00:54:45เริ่มไม่ได้ผลคนใครจะชอบถามว่ามียาที่
00:54:45 → 00:54:49ใหม่กว่านี้มั้ยคะตอนต้นปีก็คืออันเนี้ย
00:54:49 → 00:54:51ใหม่สุดละสำหรับแก้ปวดไมเกรนแต่ปัจจุบัน
00:54:51 → 00:54:54ก็คือที่เป็นตัวอมใต้ลินที่บอกว่ามัน
00:54:54 → 00:54:57สามารถทั้งป้องกันได้แล้วก็จะมาแก้ปวดตรง
00:54:57 → 00:55:00นี้ได้ก็คือจะเป็นกลุ่มเราเรียกว่ากลุ่ม
00:55:00 → 00:55:05GP จริงๆเอ่อนอกจาก GP แล้วเนี่ยก็จะมี
00:55:05 → 00:55:09ตัวDทอันนี้ก็คือในไทยยังไม่ได้เอาเข้ามา
00:55:09 → 00:55:11เพราะฉะนั้นเราจะไม่พูดถึงกันเอาที่มี
00:55:11 → 00:55:14อยู่ในประเทศไทยตอนนี้ก่อน 5 กลุ่มหลักๆ
00:55:14 → 00:55:20พาราเซตเกอทิปแล้วก็ gpan เรามาดูกันว่า
00:55:20 → 00:55:23แต่ละตัวเนี่ยมีข้อดีข้อเสียแล้วก็มียา
00:55:23 → 00:55:26อะไรบ้างนะคะอันแรกก่อนเลยพาราเซตามอลนะ
00:55:26 → 00:55:29คะอันนี้โชว์สไลด์ให้ดูก็จะเป็นกลุ่ม
00:55:29 → 00:55:31พาราเซตามอลแล้วก็คลายกล้ามเนื้อที่มี
00:55:31 → 00:55:33พาราเซตามอลเพราะว่าคนไข้หลายคนส่วนใหญ่
00:55:33 → 00:55:35ก็ไม่ใช่ทานพาราอย่างเดียวอ่ะจะไปทานตัว
00:55:35 → 00:55:37ที่ผสมคลายกล้ามเนื้อด้วยโดยเฉพาะไมเกรน
00:55:37 → 00:55:39ที่มีกล้ามเนื้อเกร็งๆกลุ่มนี้นะคะก็ถือ
00:55:39 → 00:55:41ว่าเป็นกลุ่มยาแก้มแก้ป่วนแบบทั่วไปเลย
00:55:41 → 00:55:44อ่ะแบบเบสิคนะคะแก้ปวดลดค่ายทริกของกลุ่ม
00:55:44 → 00:55:47นี้ 1 ก็คือโอเคมันเป็นยาที่เหมือนเป็นยา
00:55:47 → 00:55:50สามัญประจำบ้านอ่ะหาซื้อได้ง่ายแล้วก็
00:55:50 → 00:55:52เอ่อเหมือนบางทีเราไม่แน่ใจว่าเราปวด
00:55:52 → 00:55:53ไมเกนหรือเปล่าหรือเราแค่ปวดกล้ามเนื้อ
00:55:53 → 00:55:56หรือว่าปวดหัวอะไรทั่วๆไปก็มักจะใช้กลุ่ม
00:55:56 → 00:55:59นี้ก่อนก็ถ้าเกิดคนที่เป็นน้อยๆก็มักจะ
00:55:59 → 00:56:03ได้ผลดีข้อเสียคือบางทีมันอ่อนไปค่ะเช่น
00:56:03 → 00:56:05เอ่อสำหรับไมเกรนเนี่ยถ้าจะใช้
00:56:05 → 00:56:07พาราเซิตามอลเนี่ยบางทีพาราซิตามอลโดส
00:56:07 → 00:56:09ต้องค่อนข้างสูงนะคะเช่นต้องกินแบบว่า
00:56:10 → 00:56:111,000 มิลกรัมขึ้นไปหรืออะไรเงี้ยแต่บาง
00:56:11 → 00:56:13คนไปกินเม็ดเดียวก็เลยอาจจะรู้สึกว่าไม่
00:56:14 → 00:56:16หายปวดแล้วทำให้ดีเลยการกินยาแก้ปวดอื่นๆ
00:56:16 → 00:56:18ไปด้วยอันที่ 2 คือด้วยความที่มันไม่ค่อย
00:56:18 → 00:56:21ได้ผลในคนไข้ไมเกรนที่ปวดรุนแรงจริงๆบาง
00:56:21 → 00:56:24หมอเคยเจอบางคนก็คือแบบเอาแต่พาราเพราะ
00:56:24 → 00:56:26ไม่กล้ากินอย่างอื่นเลยกลัวอันตรายก็คือ
00:56:26 → 00:56:29แบบพาราอย่างเดียวเลยพารา 2 เม็ดทุก 4
00:56:29 → 00:56:32วันนึงกินไปเกิน 10 เม็ดนะคะอันนี้เสี่ยง
00:56:32 → 00:56:34ต่อการกินยาพาราเกินขนาดนะคะซึ่งอาจจะทำ
00:56:34 → 00:56:36ให้ตับอักเสบเฉียบพันธุ์ได้เลยเพราะ
00:56:37 → 00:56:39ฉะนั้นอ่าการใช้ยากลุ่มนี้ก็จะเหมาะกับคน
00:56:39 → 00:56:42ที่ยังปวดน้อยๆปวดไม่มากปวดแบบไมเกรนอ่อน
00:56:42 → 00:56:46ๆปวดกล้ามเนื้อแต่ถ้าทานแล้วไม่หายอย่า
00:56:46 → 00:56:50อย่าฝืนอย่าฝืนใช้คือไมเกรนแบบบางทีการ
00:56:50 → 00:56:52อักเสบมันรุนแรงมันก็จะต้องใช้ตัวสเต็ป
00:56:52 → 00:56:56ถัดไปที่อ่าระงับปวดได้มากกว่าแล้วก็ต้อง
00:56:56 → 00:56:58ระวังในคนที่เป็นโรคตับส่วนยาคลายกล้าม
00:56:58 → 00:57:00เนื้อเองอันนี้ก็จะต้องระวังในคนผู้สูง
00:57:00 → 00:57:02อายุก็คือถ้าเกิดแบบบางคนอย่างเงี้ยมีคุณ
00:57:02 → 00:57:04แม่อายุแบบ 6-70 ขึ้นไปแล้วที่ยังเป็น
00:57:04 → 00:57:07ไมเกรนอยู่จริงๆปกติไมเกรนจะเป็นตอนอายุ
00:57:07 → 00:57:09น้อยแต่บางคนที่แบบเป็นยาวก็ก็คือเป็นไป
00:57:09 → 00:57:11จนถึงแบบอายุเยอะๆได้เลยอย่างเงี้ยใคร
00:57:11 → 00:57:13กล้ามเนื้อชอบกระตุ้นอาการสับสนในคนไข้
00:57:13 → 00:57:16ได้ก็ต้องระวังเหมือนกันต่อไปกลุ่มที่ 2
00:57:16 → 00:57:19นะคะก็คือกลุ่มแก้ปวดลดการอักเสบที่เรา
00:57:19 → 00:57:21เรียกว่าเอเซตเอเสกลุ่มนี้นี่คือยาเยอะ
00:57:21 → 00:57:24มากแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆก็คือยากลุ่ม
00:57:24 → 00:57:27เก่ากับยากลุ่มที่ไม่ค่อยกัดกระเพาะละ
00:57:27 → 00:57:29กลุ่มเนี้ยข้อเด่นเขาเลยคือกัดกระเพาะคน
00:57:29 → 00:57:31ไข้หลายคนจะรู้ว่ากินตอนท้องว่างไม่ได้
00:57:31 → 00:57:34เลยจะแบบแสบกระเพาะกดไหลย้อนก็มีตั้งแต่
00:57:34 → 00:57:39ยาไบูโพฟenเมฟamicaซidมาอกซนพวกนี้จะเป็น
00:57:39 → 00:57:41กลุ่มเก่านะตัวไดโคฟิคกลุ่มนี้ที่เป็น
00:57:41 → 00:57:44กลุ่มเก่าข้อดีคือออกฤทธิ์เร็วคนไข้
00:57:44 → 00:57:47ไมเกรนเนาะเวลาปวดจะปวดพีคอย่างรวดเร็ว
00:57:47 → 00:57:48ภายในไม่กี่ชั่วโมงเพราะฉะนั้นเราต้องการ
00:57:48 → 00:57:52ทยาที่ออกฤทธิ์เร็วถ้าเป็นกลุ่มเก่าเนี่ย
00:57:52 → 00:57:54ตัวที่ออกฤทธิ์เร็วมากๆเนี่ยออกลิฟตภายใน
00:57:54 → 00:57:56ประมาณสัก 15-20 นาทีได้เลยนะคะไม่เกิน
00:57:56 → 00:57:58ครึ่งชั่วโมงนะคะโดยเฉพาะอย่างกลุ่มที่
00:57:58 → 00:58:00เป็นถ้าเป็นนาอกเซนก็ต้องเป็นนาพอกซน
00:58:00 → 00:58:03โซเดียมกลุ่มไบูโพเฟนก็เป็นไบูโพฟenแบบ
00:58:03 → 00:58:05เจลหรือว่าอย่างกลุ่มที่เป็นไดโคฟinก็จะ
00:58:05 → 00:58:07เป็นแบบผงละลายน้ำอะไรเงี้ยคนไข้จะรู้ว่า
00:58:07 → 00:58:09กลุ่มแบบเนี้ยออกฤทธิ์เร็วมากข้อดีคือออก
00:58:09 → 00:58:14ฤทธิ์เร็วแต่ข้อเสียคือกัดกระเพาะเยอะและ
00:58:14 → 00:58:17กลุ่มนี้ถ้าทานมากๆอาจจะทำให้ค่าไตทำงาน
00:58:17 → 00:58:20ผิดปกติได้เอ่อในส่วนถ้าเป็นกลุ่มใหม่
00:58:20 → 00:58:24กลุ่มใหม่เนี่ยคนจะรู้จักในในมุมของการ
00:58:24 → 00:58:26ใช้ยาแก้ปวดอื่นๆเช่นปวดข้อปวดเข่าอะไร
00:58:26 → 00:58:29เงี้ยจะได้จะได้ยามานะคะเช่นตัวอทอิคอก
00:58:29 → 00:58:32เอ่อตัวซิคอกิอะไรพวกนี้จะลงท้ายด้วยแบบ
00:58:32 → 00:58:3510 กลุ่มเนี้ยข้อดีคือไม่ค่อยกัดกระเพาะ
00:58:35 → 00:58:38ละแต่ออกฤทธิ์ช้าพอออกฤทธิ์ช้าก็ไม่ค่อย
00:58:38 → 00:58:40เหมาะกับไมเกรนเท่าไหร่บางทีแบบกินไปแล้ว
00:58:40 → 00:58:43แบบชั่วโมงนึงยายังไม่ออกฤทธิ์เลยเราก็
00:58:43 → 00:58:44ปวดไมเกรนมากขึ้นเรื่อยๆก็สุดท้ายก็ต้อง
00:58:45 → 00:58:47ไปทานยาซ้ำหรือว่าทานยาตัวอื่นอยู่ดี
00:58:47 → 00:58:50เพราะฉะนั้นถ้าจะเลือกใช้ก็ต้องดูแหละว่า
00:58:50 → 00:58:52ไมเกรนของเราเนี่ยส่วนใหญ่เวลามันปวดขึ้น
00:58:52 → 00:58:55มาแล้วอ่ะเราปวดพีคไประดับไหนภายในแบบกี่
00:58:55 → 00:58:57นาทีเราพอแบบกินยาที่ออกฤทธิ์ช้าได้มั้ย
00:58:57 → 00:58:59หรือว่าเราจะต้องใช้ยาที่ออกฤทธิ์เร็วเลย
00:58:59 → 00:59:02เรามีโรคกระเพาะหรือเปล่าเรามีข้อห้ามของ
00:59:02 → 00:59:04การใช้ยากลุ่มนี้หรือเปล่าเช่นค่าไตมี
00:59:04 → 00:59:06ปัญหาหรือเปล่าส่วนใหญ่กลุ่มนี้เนี่ยหมอ
00:59:06 → 00:59:09ก็จะให้เป็นสเต็ปแบบสเต็ปกลางๆก็คือบางที
00:59:09 → 00:59:13คนไข้อ่ะปวดไม่มั่นใจเอ๊ะกล้ามเนื้อหรือ
00:59:13 → 00:59:16แบบจะไมเกรนและปวดแบบก็มากกว่ากล้ามเนื้อ
00:59:16 → 00:59:17นะเริ่มรู้สึกเหมือนแบบตึ๊บๆแล้วแต่ก็ยัง
00:59:17 → 00:59:20ไม่ถึงขั้นแบบตุบๆหรืออาเจียนอะไรอย่าง
00:59:20 → 00:59:23เงี้ยค่ะจะไปกินกลุ่มไมเกรนเลยก็เอ๊เยอะ
00:59:23 → 00:59:25เกินไปหรือเปล่าอะไรแบบเนี้ยส่วนเดี๋เรา
00:59:25 → 00:59:27ก็จะเริ่มด้วยกลุ่มนี้ได้ถ้าเราเป็นน้อยๆ
00:59:27 → 00:59:29เนี่ยก็เอาอยู่แต่ถ้าเกิดไม่อยู่เนี่ยก็
00:59:29 → 00:59:32อาจจะต้องใช้ยาที่แรงขึ้นไปอีกก็คือจะ
00:59:32 → 00:59:34เป็นกลุ่มกลุ่ม 3 กับกลุ่ม 4 อ่าอันนี้ก็
00:59:34 → 00:59:36คือเป็นตัวอย่างของตัวกลุ่มเอนไซเศษที่
00:59:36 → 00:59:39บอกว่าเป็นกลุ่มใหม่อ่าต่อไปก็คือจะเป็น
00:59:39 → 00:59:41กลุ่ม 3 กลุ่ม 3 ก็คือจะเป็นยากลุ่มแก๊บ
00:59:41 → 00:59:45ปวดไมเกรนตรงๆและนะคะก็คือมีฤทธิ์หดหลอด
00:59:45 → 00:59:47เลือดเนาะตอนต้นเราบอกและไมเกรนหลอดเลือด
00:59:47 → 00:59:50ขยายกลุ่มพวกนี้คือมีฤทธิ์หดหลอดเลือด
00:59:50 → 00:59:53เพราะฉะนั้นถ้าไม่ใช่ไมเกรนเช่นปวดกล้าม
00:59:53 → 00:59:56เนื้อออฟฟิศsyนrมปวดหัวจากอย่างอื่นอย่า
00:59:56 → 00:59:59มาใช้ยากลุ่มพวกนี้อันตรายเดี๋จะได้ผล
00:59:59 → 01:00:01ข้างเคียงที่เยอะมากเกินไปยาแก้ปวดกลุ่ม
01:00:01 → 01:00:04เออกตามีนนี้นะคะอยู่ในประเทศไทยมานานมาก
01:00:04 → 01:00:07แบบใช้กันมาหลายสิบปีมากมากคนไข้ไมเกรน
01:00:07 → 01:00:09ที่เป็นมาเกิน 10-20 ปีจะต้องเคยกินยา
01:00:09 → 01:00:12กลุ่มพวกนี้หมดเลยก็จะมีตั้งแต่แบบพวก
01:00:13 → 01:00:16โทฟาโก ala ไแกนคาเฟอร์กออะไรที่แบบเป็น
01:00:16 → 01:00:19แบบกลุ่มมันจะลงท้ายด้วยหน้ากล่องอ่ะเขา
01:00:19 → 01:00:22จะเขียนว่าเป็นแบบเอกอตามีนน่ะค่ะข้อดี
01:00:22 → 01:00:24ของยากลุ่มนี้ก่อนบอกว่าเป็นกลุ่มหดหลอด
01:00:24 → 01:00:26เลือดที่ออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็วนะคนไข้ส่วน
01:00:26 → 01:00:29ใหญ่อ่ะกินแล้วหายปวดได้ภายในประมาณไม่
01:00:29 → 01:00:32เกินครึ่งชั่วโมงแต่ว่าข้อเสียหลักๆเลยก็
01:00:32 → 01:00:34คือเรื่องของการหดหลอดเลือดที่แบบไม่จำเ
01:00:34 → 01:00:37เพาะนี่แหละค่ะคือจริงๆเราอยากจะหดหลอด
01:00:37 → 01:00:39เลือดที่มันเกี่ยวข้องกับอาการปวดไมเกรน
01:00:39 → 01:00:42แต่สิ่งที่เราเลือกไม่ได้คือบางทีมันไปขด
01:00:42 → 01:00:44หลอดเลือดส่วนปลายเช่นปลายมือไปขัดเท้า
01:00:44 → 01:00:47ด้วยหลายคนกินเนี่ยก็จะรู้ว่าชามือหรือ
01:00:47 → 01:00:49ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือไปขดหลอดเลือดหัว
01:00:49 → 01:00:53ใจเพราะฉะนั้นใครที่มีความเสี่ยงเรื่อง
01:00:53 → 01:00:56หัวใจนะคะไม่ว่าจะเป็นมีแบบปัจจัยเสี่ยง
01:00:56 → 01:00:58มากๆเช่นมีเบาหวานความดันไขมันถึงแม้จะ
01:00:58 → 01:01:00ไม่รู้ว่าเป็นหัวใจหรือเปล่าแต่ว่าปัจจัย
01:01:00 → 01:01:02พวกเนี้ยเสี่ยงเยอะมากๆยิ่งโดยเฉพาะถ้ามี
01:01:02 → 01:01:05คนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจด้วยอันนี้ต้อง
01:01:05 → 01:01:07ระวังมากๆเลยเพราะว่าบางทีเนี่ยเรากินยา
01:01:07 → 01:01:09ไปมันอาจจะทำให้หลอดเลือดหัวใจของเรา
01:01:09 → 01:01:11เนี่ยตีบชั่วคราวได้ซึ่งก็อาจจะทำให้มี
01:01:11 → 01:01:13อาการเหมือนหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพันได้
01:01:13 → 01:01:16เลยแล้วก็ที่ต้องระวังอีกอันนึงก็คือการ
01:01:16 → 01:01:19ตีกันกับยาอื่นๆน่ะค่ะอย่างเมื่อก่อนที่
01:01:19 → 01:01:22จะมีข่าวว่าแบบพอกินยากลุ่มพวกนี้เยอะๆ
01:01:22 → 01:01:26แล้วแบบตัดแขนตัดขามือดำเท้าดำอะไรอย่าง
01:01:26 → 01:01:29เงี้ยค่ะส่วนใหญ่เองเนี่ยโดยตัวยาเองถ้า
01:01:29 → 01:01:32กินเม็ด 2 เม็ดเนี่ยมักไม่ทำให้เกิดแต่จะ
01:01:32 → 01:01:35เกิดเมื่อไปตีกับยากลุ่มอื่นๆที่เจอเจอ
01:01:35 → 01:01:37บ่อยๆเลยก็คือพวกกลุ่มยาต้านเชื้อราบางที
01:01:37 → 01:01:41เราแบบบางคนอ่ะเชื้อราเป็นเป็นเล็บที่
01:01:41 → 01:01:43เชื้อราอะไรเงี้ยก็ไปซื้อยาฆ่าเชื้อรามา
01:01:43 → 01:01:45กินอะไรแบบเนี้ยค่ะแล้วกินตุ๊ตัวนี้ด้วย
01:01:46 → 01:01:48ก็จะเอ่อมีโอกาสตีกันมากขึ้นหรือยาฆ่า
01:01:48 → 01:01:50เชื้อเองนี่แหละค่ะบางทีแบบเป็นหวัดเจ็บ
01:01:50 → 01:01:53คอแล้วไปได้ยาฆ่าเชื้อในกลุ่มที่ตีกับยา
01:01:53 → 01:01:56กลุ่มนี้เพราะฉะนั้นถ้าใครเป็นไมเกรนจะ
01:01:56 → 01:01:59กินยาฆ่าเชื้ออะไรก็แล้วแต่ควรบอกเภสัต
01:01:59 → 01:02:01ว่าเรากินยากลุ่มนี้อยู่ด้วยหรือคือเภสั
01:02:01 → 01:02:03เขาจะได้เลือกยาที่มันไม่ตีกันให้อย่าไป
01:02:04 → 01:02:05ซื้อยาฆ่าเชื้อตัวเองแล้วก็ไปซื้อยาอัน
01:02:06 → 01:02:08นี้เองแบบคนละร้านกันเพราะว่าเพศะเขาก็จะ
01:02:08 → 01:02:10ไม่รู้ว่าเรากินยาอยู่นะคะหรือทางที่ดีก็
01:02:10 → 01:02:12คือไปหาคุณหมอเลยดีกว่าแล้วก็อีกอันนึงก็
01:02:12 → 01:02:15คือจะเป็นยากลุ่มต้านพวกไวรัสต่างๆอ่ะค่ะ
01:02:15 → 01:02:17ไวรัส HIV หรืออะไรอย่างเงี้ยอันนี้ก็จะ
01:02:17 → 01:02:20มีโอกาสตีกับยากลุ่มนี้เยอะแล้วก็ตัวยา
01:02:20 → 01:02:22กลุ่มนี้เองเนี่ยก็จะเป็นยาที่ติดยาแก้
01:02:22 → 01:02:25ปวดได้ค่อนข้างแบบเยอะด้วยความที่มันเ่อ
01:02:25 → 01:02:28กินแล้วหายเร็วคนไข้ส่วนใหญ่พอเป็นไมเกรน
01:02:28 → 01:02:30ระยะแรกๆเนี่ยก็จะรู้แล้วอ่าเราเป็น
01:02:30 → 01:02:34ไมเกรนพอมีอาการปุ๊บก็ไปซื้อยากินซื้อยา
01:02:34 → 01:02:36กินอะไรอย่างเงี้ยค่ะส่วนใหญ่ก็จะกินกัน
01:02:36 → 01:02:39ไปเพลินๆพอกินเดือนนึงเกิน 10 เม็ดแล้ว
01:02:39 → 01:02:41ติดๆกันเกิน 3 เดือนขึ้นไปจะเริ่มมีภาวะ
01:02:41 → 01:02:44medication overuse hea ก็คือปวดหัว
01:02:44 → 01:02:46จากการใช้ยาแก้ปวดขนาดแทนนะคะเพราะซึ่ง
01:02:46 → 01:02:48หมออ่ะเจอจากกลุ่มเนี้ยค่อนข้างเยอะ
01:02:48 → 01:02:51เนื่องจากเป็นยาที่ใช้มานานนะคะแล้วก็ตอบ
01:02:51 → 01:02:54สนองดีคนไข้ก็เลยแบบชินกับการแบบซื้อติด
01:02:54 → 01:02:56บ้านไว้อ่ะเดือนละกล่อง 2 กล่อง 2 กล่อง
01:02:56 → 01:02:59อะไรเงี้ยมาหาอีกทีก็คือตอนที่เริ่มไม่
01:02:59 → 01:03:02ค่อยตอบสนองหรือมีผลข้างเคียงเยอะๆเช่น
01:03:02 → 01:03:04กินไปแล้วที่แบบชามากมากอะไรแบบเนี้ยค่ะ
01:03:04 → 01:03:07ก็คือค่อยมาหาหมอนเพราะฉะนั้นถ้าใครกิน
01:03:07 → 01:03:09กลุ่มนี้นะต้องระวัง 1 เราต้องไม่มีโรค
01:03:09 → 01:03:14หัวใจ 2 ห้ามใช้ยาเกินขนาดเกินขนาดในที่
01:03:14 → 01:03:18นี้เนี่ยถ้าไปเขียนตามข้างกล่องจริงๆบาง
01:03:18 → 01:03:21ทีเขาค้าให้กินได้ทุก 6 ชมงทุก 4 ช่มงเลย
01:03:21 → 01:03:24อ่ะก็คือแบบบางคนก็ไปเอ่อกินตามนั้นน่ะ
01:03:24 → 01:03:27แบบวันนึง 4 เม็ดอ่ะค่ะจริงๆนะโอเค 4
01:03:27 → 01:03:29เม็ดมันอาจจะไม่เกินในวันนั้นแต่เวลาเกิน
01:03:30 → 01:03:32ขนาดของกลุ่มเนี้ยที่จะแบบว่าไม่เลือดไม่
01:03:32 → 01:03:35ไปเลี้ยงส่วนปลายเนี่ยคือเอาห้ามเกิน 10
01:03:35 → 01:03:38เม็ดในสัปดาห์ด้วยนะคะไม่ใช่แค่ 10 เม็ด
01:03:38 → 01:03:40ต่อเดือนนะบางคนอัดไปเลยแบบ 4 เม็ด 3 วัน
01:03:40 → 01:03:42อย่างเงี้ยเกินแล้วนะคะอันนี้เสี่ยงต่อ
01:03:42 → 01:03:45การเกินขนาด 10 เม็ดในสัปดาห์ด้วยแล้วก็
01:03:45 → 01:03:4710 เม็ดต่อเดือนด้วยที่จะทำให้ติดยาแก้
01:03:47 → 01:03:51ปวดนะเอาง่ายๆก็คือห้ามกินกันแบบเกิน 1
01:03:51 → 01:03:53แผงอ่ะค่ะ 1 แผงมี 10 เม็ดนะถ้าจะกินหรือ
01:03:53 → 01:03:56ใครกินอยู่ให้รู้ด้วยถ้ากินเกิน 10 เม็ด
01:03:56 → 01:03:58เมื่อไหร่อันนี้ต้องหาหมอแล้วต่อมาก็จะ
01:03:58 → 01:04:01เป็นยากลุ่มที่เป็นแก้ปวดไมเกรนเหมือนกัน
01:04:01 → 01:04:04พัฒนามาจากยากลุ่มเก่าเมื่อกี้นะกลุ่ม
01:04:04 → 01:04:07เก่าเมื่อกี้ใช้กันมาแบบว่า 4-50 ปีขึ้น
01:04:07 → 01:04:11ไปอ่ะ 30 ปีขึ้นไปกลุ่มนี้น่าจะอีกมีใน
01:04:11 → 01:04:15ไทยประมาณสัก 10-20 ปีละกันที่คนไข้จะ
01:04:15 → 01:04:18เริ่มแบบรู้จักยากลุ่มทริปแทนมากขึ้น
01:04:18 → 01:04:20กลุ่มนี้ใครจำชื่อยาไม่ได้นะแต่ลักษณะ
01:04:20 → 01:04:23เด่นของเขาคือเขาจะมีกล่องนึงแค่ 2 เม็ด
01:04:23 → 01:04:26หรือไม่ก็แค่ไม่เกิน 4 เม็ดแล้วแต่ยี่ห้อ
01:04:26 → 01:04:30ก็คืออีiptrนแล้วก็ sumip trนที่เขาให้มา
01:04:30 → 01:04:33แค่เนี้ยเพราะว่าวันนึงอ่ะอ่ะห้ามใช้เกิน
01:04:33 → 01:04:36เท่านี้เค้ากลัวคนไข้ใช้เกินขนาดเขาก็เลย
01:04:36 → 01:04:39แบบทำมาสำหรับแบบแผงนึงแค่ 2 เม็ดแผงนึง 4
01:04:39 → 01:04:42เม็ดเพื่อที่จะได้กินไม่เกินวันนึง 1
01:04:42 → 01:04:44กล่องเท่านั้นอย่าไปคิดว่าแบบอุ๊ยทำไมให้
01:04:44 → 01:04:46น้อยจังก็เลยซื้อมา 10 กล่องซะเลยอะไร
01:04:46 → 01:04:48อย่างเงี้ยอันนี้ไม่ควรข้อดีของยากลุ่ม
01:04:48 → 01:04:51นี้ก่อนยากลุ่มนี้ยังมีฤทธิ์ไปออกหดหลอด
01:04:51 → 01:04:53เลือดคล้ายๆกับกลุ่มเออกตามีนเพราะฉะนั้น
01:04:54 → 01:04:56เนี่ยก็จะแก้ปวดไมเกรนได้ค่อนข้างเร็ว
01:04:56 → 01:04:59เหมือนกันแต่อาจจะช้าถ้าคนไข้ส่วนใหญ่บอก
01:04:59 → 01:05:01ว่าคนไข้บอกว่าช้ากว่าตัวเออกอาจจะประมาณ
01:05:01 → 01:05:05สัก 30 นาที 45 นาทีแต่ข้อดีของเขาคือไอ้
01:05:05 → 01:05:07ที่ว่าฤทธิ์หดหลอดเลือดส่วนปลายค่ะไม่ว่า
01:05:07 → 01:05:09จะเป็นแบบปลายมือปลายเท้าหรือว่าหลอด
01:05:09 → 01:05:11เลือดหัวใจอ่ะเขาน้อยกว่าน้อยกว่ากลุ่ม
01:05:12 → 01:05:15เอกอแล้วก็เป็นการจับแบบจับไม่จับไม่แน่น
01:05:15 → 01:05:18เท่าเออกอหมายความว่าสมมุติว่าบังเอิญโชค
01:05:18 → 01:05:21ร้ายจริงๆคนไข้กินเออกอหรือกินทริปแทน
01:05:21 → 01:05:23เข้าไปแล้วมีโรคหัวใจแล้วเกิดแบบกล้าม
01:05:23 → 01:05:26เนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพันขึ้นมาเนี่ยพอ
01:05:26 → 01:05:29หยุดยาปุ๊บเนี่ยเออก็จะมดฤทธิ์เนี่ยนาน
01:05:29 → 01:05:31มากเป็นวันอะไรอย่าเงี้ยค่ะในขณะที่แบบ
01:05:31 → 01:05:33ตัวกลุ่มพรุทิปแทนเนี่ยเนี่ยยังหมดฤทธิ์
01:05:33 → 01:05:35ได้เร็วกว่าั้นถ้าเกิดเรื่องมาจริงๆก็ยัง
01:05:35 → 01:05:38แบบโอเคค่อนข้างปลอดภัยกว่าแล้วก็ยาจะ
01:05:38 → 01:05:40อยู่ออกฤทธิ์ยาวกว่าเช่นเออก่อนจะอยู่
01:05:40 → 01:05:42ประมาณ 6 ชม.เพราะฉะนั้นวันนึงอ่ะบางที
01:05:42 → 01:05:45มันต้องกินซ้ำพอกินซ้ำเสร็จก็เสี่ยงต่อ
01:05:45 → 01:05:47การกินเกินขนาดละแต่กลุ่มพวกนี้มันอาจจะ
01:05:47 → 01:05:50อยู่ไปได้ซักแบบประมาณวันนึงหรือ 12 ชม.
01:05:50 → 01:05:52ขึ้นไปอะไรเงี้ยเพราะฉะนั้นก็โอกาสกินซ้ำ
01:05:52 → 01:05:55ใน 1 วันก็น้อยกว่าก็จะใช้ปริมาณยาที่
01:05:55 → 01:05:58เหมือนน้อยกว่าแต่ราคาก็สูงกว่ากลุ่มแรก
01:05:58 → 01:06:01แล้วก็ติดยาง่ายเหมือนกันนะตัวนี้ก็ห้าม
01:06:01 → 01:06:03ใช้เกิน 10 เมต่อเดือนเหมือนกันเมื่อไหร่
01:06:03 → 01:06:07ที่ใช้เกิน 10 เม็ดก็จะมี MOH ภาวะเอ่อ
01:06:07 → 01:06:09ปวดหัวจากยาแก้ปวดเกินขนาดได้เหมือนกัน
01:06:09 → 01:06:13อีกแล้วก็ข้อเสียอีกอันนึงของตัวนี้คนไข้
01:06:13 → 01:06:16หลายคนเนี่ยจะบอกว่ากินยาหายปวดหัวแต่
01:06:16 → 01:06:20ทรมานมากค่ะคือเอ่อเค้าจะมีผลข้างเคียง
01:06:20 → 01:06:23เรื่องแบบความกระสับกระส่ายผะดผะอมหรือ
01:06:23 → 01:06:26ว่าคนไข้จะรู้สึกว่าแบบบางทีกินแล้ว
01:06:26 → 01:06:28เหมือนเป็นโรคหัวใจหวิวๆไปเลยหรือว่า
01:06:28 → 01:06:30เปรี้ยเปรี้ยแบบไม่มีแรงไปเลยอ่ะคือต้อง
01:06:30 → 01:06:33ไปนอนพักแล้วตื่นมาก็ค่อยดีขึ้นแล้วก็
01:06:33 → 01:06:35ค่อยหายไมเกรนอะไรอย่างเงี้ยค่ะนะไม่ใช่
01:06:35 → 01:06:37ทุกคนนะคะแต่ว่าก็เจอได้ค่อนข้างบ่อย
01:06:37 → 01:06:39เพราะฉะนั้นผลข้างเคียงมันจะค่อนข้างเยอะ
01:06:39 → 01:06:42นิดนึงกลุ่มเนี้ยก็ทั่วโลกเนี่ยก็ต้องถือ
01:06:42 → 01:06:44ว่าอ่ะเป็นกลุ่มยารักษาไมเกรนที่ค่อนข้าง
01:06:44 → 01:06:47แบบเป็นแก้ปวดที่ค่อนข้างใหม่ล่าสุดแล้ว
01:06:47 → 01:06:50แหละก่อนหน้าที่จะมียาตัวอมใต้ลิ้นน่ะนะ
01:06:50 → 01:06:52คะแล้วก็เขาก็เจอว่าคนไข้อ่ะต่อให้กิน
01:06:52 → 01:06:55กลุ่มนี้แล้วอ่ะก็คือทนทนข้างเคียงก็ไม่
01:06:55 → 01:06:57ค่อยไหวแล้วก็มีโอกาสที่ยังแบบใช้ยาแก้
01:06:57 → 01:07:00ปวดเกินขนาดค่อนข้างเยอะรวมไปถึงคนไข้โรค
01:07:00 → 01:07:02หัวใจเองหรือว่าที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจ
01:07:02 → 01:07:05เยอะๆเองจะใช้ยากลุ่มนี้ก็ต้องระวัง
01:07:05 → 01:07:07เหมือนกันก็จะเป็นข้อจำกัดของยาแก้ปวด
01:07:07 → 01:07:10กลุ่มเก่าๆอีกกลุ่มนึงอ่าอันนี้หมอไม่ได้
01:07:10 → 01:07:12เขียนไปในตอนแรกแต่ว่าอยากจะโชว์ให้ดูก็
01:07:12 → 01:07:15คือเรื่องของตัวกลุ่มแก้ปวดที่เป็นopีอil
01:07:15 → 01:07:18opอยคืออนุพันธ์มอร์ฟีนในท้องตลาดเนี่ย
01:07:18 → 01:07:22ส่วนใหญ่ในไทยเนี่ยเนี่ยก็จะสีหน้าตา
01:07:22 → 01:07:25ประมาณเนี้ยค่ะสีเหลืองเขียวเป็นแคปซูล
01:07:25 → 01:07:27เหลืองเขียวส่วนใหญ่แต่ก็โอเคบางยี่ห้อ
01:07:27 → 01:07:28เป็นเม็ดอะไรอย่างเงี้ยแต่ว่าส่วนใหญ่เลย
01:07:29 → 01:07:33อ่ะที่เห็นมาหน้าตาจะประมาณนี้อันเนี้ยขอ
01:07:33 → 01:07:36ไว้นิดนึงนะคะคือถ้าเป็นไมเกรนจริงๆนะวัน
01:07:37 → 01:07:39นี้เราคุยกันเรื่องไมเกรนถ้าเป็นปวดหัว
01:07:39 → 01:07:42ไมเกรนจริงๆอ่ะเวลาใช้ยาแก้ปวดมา 3-4
01:07:42 → 01:07:44สเต็ปแรกอ่ะไม่ว่าจะเป็นพาราเซตเอ่อเออ
01:07:44 → 01:07:46ทริปแทนอ่ะยังอยู่ในกลุ่มที่แบบใช้รักษา
01:07:46 → 01:07:50ไมเกรนได้แต่opีอ่ะค่ะทราาดเนี่ยมันไม่
01:07:50 → 01:07:53ได้รักษาไมเกรนอ่ะไม่ได้ไปยุ่งกับกลไกการ
01:07:54 → 01:07:56อักเสบหรืออะไรในคนไข้ปวดไมเกรนเลยนะคะ
01:07:56 → 01:07:59เพราะฉะนั้นขออย่างนึงว่าถ้าวันเนี้ยใคร
01:07:59 → 01:08:03ที่แบบเป็นไมเกรนน่ะแล้วปวดหัวแล้วใช้ยา
01:08:03 → 01:08:06แก้ปวดกลุ่มนี้อยู่เพื่อแก้ปวดไมเกรนวัน
01:08:06 → 01:08:10เนี้ยอย่างน้อยนะคะสิ่งที่ได้ไปคืออย่า
01:08:10 → 01:08:15ใช้ในการแก้ปวดไมเกรนเพราะติดยาง่ายมาก
01:08:15 → 01:08:19และรักษาการติดยายากกว่ากลุ่มแรกแรกอีก
01:08:19 → 01:08:21เพราะฉะนั้นอันเนี้ยคืออยากให้คนไข้รู้
01:08:21 → 01:08:24ไว้ว่ามันไม่ใช่ยาแก้ปวดไมเกรนนะแต่เค้า
01:08:24 → 01:08:27อ่ะคือเค้าก็เป็นยาแก้ปวดที่ดีเหมาะกับ
01:08:27 → 01:08:31เคสบางเคสเช่นปวดมะเร็งปวดเอ่อเส้นประสาท
01:08:31 → 01:08:34หรือปวดอะไรที่แบบปวดค่อนข้างรุนแรงหรือ
01:08:34 → 01:08:37ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่ะอย่างเช่นคนไข้มีโรค
01:08:37 → 01:08:39ประจำตัวจริงๆเช่นกินเอเสตไม่ได้เพราะ
01:08:39 → 01:08:42เป็นโรคกระเพาะหรือมีค่าไตเสื่อมกินเออกอ
01:08:42 → 01:08:44ก็ไม่ได้กินทิปแทนไม่ได้เพราะเป็นโรคหัว
01:08:44 → 01:08:47ใจโอเคอ่ะเราอาจจะแบบหยวนๆหยวนใช้กลุ่ม
01:08:48 → 01:08:50เนี้ยเนี่ยเพื่อแก้ปวดไมเกรนให้แต่ถ้าใคร
01:08:50 → 01:08:53ที่ไม่ได้มีข้อห้ามเหล่านี้อยากให้หยุด
01:08:53 → 01:08:56ใช้ก่อนที่จะเอ่อมีภาวะติดยาแก้ปวดแล้วก็
01:08:56 → 01:08:59รักษายากมากๆอีกอันนึงเลยที่ต้องระวัง
01:08:59 → 01:09:02แล้วต้องมาเอ่อให้ทุกคนรู้จักกันคือเรา
01:09:02 → 01:09:05เรียกว่าเป็นยาแก้ปวดแบบผสมผสมคือในยา
01:09:05 → 01:09:08เม็ดนึงเนี่ยมีมากกว่า 1 ตัวอย่างตัวด้าน
01:09:08 → 01:09:10ซ้ายอันเนี้ยหมอเจอคนไข้กินบ่อยอันนี้ไม่
01:09:11 → 01:09:14มีขายในไทยแต่ขายอยู่ในต่างประเทศนะคะ
01:09:14 → 01:09:17แล้วคนไข้หลายคนก็จะแบบโอเคแบบมีโอกาสไป
01:09:17 → 01:09:18ต่างประเทศหรือว่ามีใครซื้อมาให้เนี่ยก็
01:09:19 → 01:09:21จะกินตัวนี้ตัวกระปุกแดงๆเนี่ยก็จะเป็น
01:09:22 → 01:09:25แอสไพinผสมกับตัวอเซตามิโนเฟนผสมกับตัว
01:09:25 → 01:09:28คาเฟอีนเพราะฉะนั้นเนี่ยยาในยา 1 เม็ด
01:09:28 → 01:09:30เนี่ยมียาถึง 3 ตัวอย่างเงี้ยเราเรียกว่า
01:09:30 → 01:09:34ยากลุ่มแบบผสมนะคะข้อดีคือด้วยความที่พอ
01:09:35 → 01:09:38เรากินยาหลายตัวมันก็จะหายปดค่อนข้างเร็ว
01:09:38 → 01:09:41แหละแต่ข้อเสียคือเราก็จะติดยาง่ายมาก
01:09:41 → 01:09:43เหมือนกันไม่เหมือนกับการกินพาราแยกตัว
01:09:43 → 01:09:45กินเอเซตแยกตัวอะไรแบบนี้นะคะเพราะถ้า
01:09:45 → 01:09:48เป็นยากลุ่มแบบผสมเราก็จะเอาให้ไม่เกิน 10
01:09:48 → 01:09:51เมตเหมือนกันก็มีโอกาสที่จะปวดหัวจากยา
01:09:51 → 01:09:53แก้ปวดเกินขนาดแล้วกับอันด้านขวาเนี่ยอัน
01:09:53 → 01:09:56ด้านขวาเนี่ยจะเป็นตัวพาราเซตามอลบวกกับ
01:09:56 → 01:10:00ตัวทราาดทราาดก็คือไอ้ขาวเหลืองเอ้ยไม่
01:10:00 → 01:10:03ใช่เหลืองเขียวเหลืองเขียวเมื่อกี้แต่
01:10:03 → 01:10:07อันเนี้ยผสมพาราเข้าไปด้วยก็เหมือนกันคือ
01:10:07 → 01:10:09ถ้าเลือกได้อ่ะเลือกได้แล้วเป็นไมเกรนน่ะ
01:10:09 → 01:10:12เลือกได้อย่าไปเลือกเพราะฉะนั้นก็อย่าไป
01:10:12 → 01:10:14เลือกตัวนี้ด้วยเหมือนกันถ้าเกิดเป็นมี
01:10:14 → 01:10:16ตัวอื่นให้เราใช้อ่ะทีนี้ก็เลยจะเหมือน
01:10:16 → 01:10:20เป็นแบบว่าอ่ะผ่านมาทั้งหมดเนี่ยอธิบายยา
01:10:20 → 01:10:22มาทั้งหมดแก้ปวดเมื่อกี้แล้วถ้าเกิดเรามี
01:10:22 → 01:10:25ข้อห้ามของทุกตัวจริงๆล่ะคะเช่นกินพารา
01:10:25 → 01:10:29ไม่หายกินเอเศตไม่ได้เออกอดมีโรคหัวใจทิป
01:10:29 → 01:10:33แทนมีโรคหัวใจธมาดอไม่ให้ใช้ถ้าเมื่อก่อน
01:10:33 → 01:10:36ก็ต้องหยวนแต่ถ้าตอนนี้นะก็จะมียาแก้ปวด
01:10:36 → 01:10:37กลุ่มใหม่เราเรียกว่ากลุ่มใหม่ก็คือกลุ่ม
01:10:37 → 01:10:40GP เนี่ยเอ่อที่สามารถเอามาแก้ปวดในคน
01:10:40 → 01:10:43ไข้ที่มีข้อจำกัดที่กล่าวไปเบื้องต้นได้
01:10:43 → 01:10:45ซึ่งตัวจริงๆกลุ่ม GP ไม่ได้มียาแค่ตัว
01:10:45 → 01:10:47เดียวเอ่ออย่างในต่างประเทศจะมียาหลายตัว
01:10:47 → 01:10:52มากๆนะคะไม่ว่าจะเป็น GPro GP GP รวมไป
01:10:52 → 01:10:55ถึงตัว Sav Gpant ที่เป็นตัวพ่นเข้าจมูก
01:10:55 → 01:10:58แต่ในไทยเนี่ยเอ่อยังเพิ่งเข้าไทยตัว
01:10:58 → 01:11:00เดียวก็คือตัวอมใต้ลิ้นที่เป็นรีมPantน
01:11:00 → 01:11:02ส่วนตัวอื่นๆเนี่ยก็ต้องติดตามกันต่อไป
01:11:02 → 01:11:05อีกทีนึงตัวกลุ่มนี้จะมีที่เป็นแก้ปวด
01:11:05 → 01:11:08อย่างเดียวแล้วก็เป็นแก้ปวดและป้องกัน
01:11:08 → 01:11:10อย่างตัวที่เข้าไทยมาก็เป็นตัวที่เป็นแก้
01:11:10 → 01:11:12ปวดและป้องกันเพราะฉะนั้นเนี่ยสมมุติว่า
01:11:13 → 01:11:15เราใช้ยาแก้ปวดตามสเต็ปที่เมื่อกี้กล่าว
01:11:15 → 01:11:18มาเบื้องเบื้องต้นไปแล้วแล้วไม่หายหรือมี
01:11:18 → 01:11:21ข้อจำกัดอันเนี้ยก็จะเป็นอีกอันนึงที่
01:11:21 → 01:11:25โอเคเดี๋ยวนี้สมมุติคนไข้ไมเกรนมาแบบใช้
01:11:25 → 01:11:28ยาแก้ปวดอะไรดีคะก็เป็นอีกหนึ่งช้อยส์ที่
01:11:28 → 01:11:31น่าจะเอามาช่วยลดอาการปวดหัวคนไข้ได้แล้ว
01:11:31 → 01:11:34ก็ค่อนข้างปลอดภัยตัวนี้ใช้ในคนไข้ที่มี
01:11:34 → 01:11:37โรคหัวใจได้เไม่ได้มีความเสี่ยงของการ
01:11:37 → 01:11:40เอ่อหดหลอดเลือดโดยตัวฤทธิ์ยาที่บอกว่า
01:11:40 → 01:11:44มันไปยับยั้งสาร CGRP ตั้งแต่ต้นคลิป CGRP
01:11:44 → 01:11:47ทำให้หลอดเลือดขยายตัวยายาแก้ปวดตัวอื่นๆ
01:11:47 → 01:11:49เนี่ยที่เป็นเออทิปแทนก็คือรอหลอดเลือด
01:11:49 → 01:11:51ขยายตัวแล้วเราค่อยโหดแต่ถ้าเป็นยาใน
01:11:51 → 01:11:54กลุ่มสัน CGRP คือเขาจะไปยับยั้งตรงนี้
01:11:54 → 01:11:57ตั้งแต่แรกเพราะฉะนั้นคือการป้องกันไม่
01:11:57 → 01:12:00ให้หลอดเลือดขยายอ่ะค่ะยาตัวยาไม่ได้ไปหด
01:12:00 → 01:12:04หลอดเลือดตัวยาทำให้หลอดเลือดไม่ขยายตัว
01:12:04 → 01:12:06ฉะนั้นมันก็เลยแบบค่อนข้างปลอดภัยใช้ในคน
01:12:06 → 01:12:08ไข้โรคหัวใจได้นะคะผลข้างเคียงค่อนข้าง
01:12:08 → 01:12:10น้อยแต่ข้อเสียก็คืออย่างที่บอกคือมันอาจ
01:12:10 → 01:12:12จะออกฤทธิ์ช้ากว่าตุ่มกลุ่มแก้ปวดนะหมาย
01:12:12 → 01:12:15ความว่าแบบสมมุติว่าเราปวดหัวไมเกนตึ๊บ
01:12:15 → 01:12:16ขึ้นมาแล้วแล้วแล้วแบบไม่ทันแล้วอ่ะแบบ
01:12:16 → 01:12:20ตุบๆๆๆแล้วแบบจะอาเจียนอยู่ละอมเนี้ยอาจ
01:12:20 → 01:12:23จะรู้สึกว่าโอไม่เห็นหายเลยรอไปอีกแบบ 2
01:12:23 → 01:12:25ช่โมงอะไรแบบเนี้ยค่ะแต่ถ้าเกิดแบบเราอม
01:12:25 → 01:12:28ได้เร็วแบบว่าเออเจอตัวกระตุ้นวันนี้ไป
01:12:28 → 01:12:31เจอแดดแล้วแบบรูสละแบบเริ่มๆละตึ๊บละหรือ
01:12:31 → 01:12:34ว่าบางคนที่มีออร่าไมเกนออ่าเนี่ยก็จะดี
01:12:34 → 01:12:36ตรงที่เพราะว่าการที่มันมีออร่าเนี่ยแสดง
01:12:36 → 01:12:38ว่าสมองเราเริ่มถูกกระตุ้นละแล้วก็เริ่ม
01:12:38 → 01:12:40จะส่งสัญญาณมาข้างหน้าอย่างเงี้ยค่ะพอมี
01:12:40 → 01:12:43ออร่าปุ๊บเนี่ยจากprocสที่มันจะกระตุ้น
01:12:43 → 01:12:45ตรงนี้แล้วมาตรงเนี้ยแล้วเรารีบแบบให้ยา
01:12:45 → 01:12:47เพื่อหยุดยังขบวนการอักเสบตรงนั้นเนี่ย
01:12:47 → 01:12:50มันก็จะทำให้ไม่ปวดหัวต่อไปได้นะคะเพราะ
01:12:50 → 01:12:52ฉะนั้นใครมีออร่าเนี่ยก็จะค่อนข้างง่าย
01:12:52 → 01:12:54เพราะว่าแบบเราก็อมจากการที่มีออร่านี่
01:12:54 → 01:12:55แหละแต่ถ้าใครไม่มีเนี่ยมันอาจจะต้อง
01:12:55 → 01:12:57สังเกตอาการตัวเองนิดนึงว่าเอ้ยแบบเนี้ย
01:12:57 → 01:12:59ไมเกรนเรากำลังจะมาแล้วนะอะไรอย่างเงี้ย
01:12:59 → 01:13:02ค่ะก็จะสามารถใช้ยาได้เหมือนกันคนไข้ก็จะ
01:13:02 → 01:13:05ชอบมาถามนะว่ายาแก้ปวดแบบจะกินตัวไหนดี
01:13:05 → 01:13:07อะไรอย่างเงี้ยด้วยตัวทั้งหมดที่หมอพูดมา
01:13:07 → 01:13:10ค่ะมันมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันทีนี้ถาม
01:13:10 → 01:13:13ว่าแล้วยาแบบไหนล่ะที่เราจะกินแก้ปวด
01:13:13 → 01:13:16ไมเกรนเหมาะกับคนๆเราก็ต้องมาดูคุณสมบัติ
01:13:16 → 01:13:18ของยาก่อนคือไมเกรนเนี่ยเวลาปวดขึ้นมานะ
01:13:18 → 01:13:20คะสิ่งแรกที่จะต้องทำเหมือนกันทุกคนคือ
01:13:20 → 01:13:22พยายามเลี่ยงตัวกระตุ้นออกมาก่อนเช่นถ้า
01:13:22 → 01:13:23ตัวกระตุ้นเราเป็นแสงแดดเนี่ยเราก็พยายาม
01:13:23 → 01:13:25ไปอยู่ในที่มืดๆก่อนถ้าเป็นเสียงก็อยู่
01:13:25 → 01:13:28ที่เงียบๆบางคนอาจจะใช้การประคบเย็นเนี่ย
01:13:28 → 01:13:29ที่บริเวณหลอดเลือดที่รู้สึกมันกำลังขยาย
01:13:29 → 01:13:32ตัวเพื่อหดหลอดเลือดเนี่ยช่วยได้แต่ถ้า
01:13:32 → 01:13:34เราทำทุกอย่างไปแล้วเนี่ยแล้วมันยังปวด
01:13:34 → 01:13:37มากอยู่นะคะส่วนใหญ่ก็รอได้ประมาณสซัก
01:13:37 → 01:13:3915-20 นาทีเนี่ยแล้วถ้าเริ่มปวดมากอัน
01:13:39 → 01:13:41นี้ก็อาจจะต้องเริ่มพิจารณาการใช้ยาแก้
01:13:41 → 01:13:42ปวดละเพราะเรารู้ว่าถ้าเกิดเราปล่อยให้
01:13:43 → 01:13:45ไมเกรนปวดอ่ะค่ะเกินเดินไปเรื่อยๆอ่ะค่ะ
01:13:45 → 01:13:48ส่วนใหญ่อ่ะมันก็จะไม่จบมันไปต่อทีนี้ก็
01:13:48 → 01:13:50ยาวแล้วค่ะหลายชั่วโมงหรือว่าเป็นวันไป
01:13:50 → 01:13:52เลยแต่ถ้าเกิดแบบเราพยายามหยุดยั้งขบวน
01:13:52 → 01:13:55การอักเสบตรงนั้นได้เร็วอ่ะค่ะมันก็จะจบ
01:13:55 → 01:13:58เร็วทีนี้ยาที่จะเอามาแก้ปวดได้ดี 1 ก็
01:13:58 → 01:14:00คือเลยต้องเป็นยาที่ออกฤทธิ์เร็วผลข้าง
01:14:00 → 01:14:02เคียงน้อยแล้วก็กินแล้วก็อยู่ได้ค่อนข้าง
01:14:02 → 01:14:05ยาวไม่ต้องกินยาซ้ำๆบ่อยๆแล้วก็สามารถแบบ
01:14:05 → 01:14:07เ่าใช้ในคนที่มีโรคประจำตัวอะไรเงี้ยได้
01:14:07 → 01:14:10เพราะฉะนั้นถามว่าแล้วใครเหมาะกับอะไรล่ะ
01:14:10 → 01:14:12ก็แล้วแต่คนเลยค่ะถ้าเราแบบเป็นคนอายุ
01:14:12 → 01:14:15น้อยไม่มีโรคประจำตัวไม่มีโรคกระเพาะด้วย
01:14:15 → 01:14:17อยากได้ยาออกฤทธิ์เร็วอาการไมเกรนก็เป็น
01:14:17 → 01:14:19ไม่เยอะบางทีเราอาจจะเลือกใช้กลุ่มพวก
01:14:19 → 01:14:22เอเซตแค่นี้ก็เอาอยู่และในแต่ในขณะที่แบบ
01:14:22 → 01:14:25ถ้าอายุแบบเริ่มแบบ 4-50 เริ่มมีความ
01:14:25 → 01:14:26เสี่ยงโรคหัวใจอะไรอย่างเงี้ยจะใช้ยา
01:14:26 → 01:14:29กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อหัวใจแล้วก็อาจจะ
01:14:29 → 01:14:31กังวลแล้วก็อาจจะใช้ตัวที่ปลอดภัยมากขึ้น
01:14:31 → 01:14:33อะไรแบบนี้อันนี้นะคะหมอก็เลยจะสรุปไว้
01:14:33 → 01:14:36ให้ฟังคร่าวๆว่าแต่ละตัวเนี่ยการออกฤทธิ์
01:14:36 → 01:14:38มันเป็นยังไงอย่างตัวอันแรกสุดเลยคือ
01:14:38 → 01:14:40พาราเซตอลเนี่ยพาราเซตอลออกฤทธิ์ช้าก็
01:14:40 → 01:14:43ประมาณสักชั่วโมงนึงเซตเซตถ้าเป็นเเซต
01:14:43 → 01:14:45ฟอร์มออกฤทธิ์เร็วนะคะอันนี้จะค่อนข้าง
01:14:45 → 01:14:47เร็วไม่เกินครึ่งชั่วโมงแล้วก็ถ้าอย่าง
01:14:47 → 01:14:50กลุ่มเออทิปแพนทริปก็เผื่อๆไว้ประมาณสัก
01:14:50 → 01:14:5230- ชั่วโมงนึงเหมือนกันหรือถ้าเป็นยา
01:14:52 → 01:14:54แก้ปวดกลุ่มใหม่ก็คือจริงๆเขาบอกว่ามัน
01:14:54 → 01:14:56เริ่มออกฤทธิ์ตั้งแต่ 15 นาทีนะแต่ว่าจะ
01:14:56 → 01:14:59ไปพลิกจริงๆเนี่ย 2 ช่โมงซึ่งที่ใช้กับคน
01:14:59 → 01:15:01ไข้มาจริงๆคนไข้ก็บอกว่าส่วนใหญ่มันก็จะ
01:15:01 → 01:15:03แบบเกินชั่วโมงนึงอ่ะค่ะงั้นถ้าเทียบกับ
01:15:03 → 01:15:05กลุ่มพวกเอเสอะไรเงี้ยก็อาจจะไม่ได้ออก
01:15:05 → 01:15:07ฤทธิ์เร็วเท่าข้อดีก็คือมาดูที่ side
01:15:07 → 01:15:09เอฟเฟectSซฟเฟectก็คือผลข้างเคียงถ้าคน
01:15:09 → 01:15:11กินพาราระวังเรื่องตับคนกินเอนเสตระวัง
01:15:11 → 01:15:14เรื่องไต่คนกินเออเกาะทิปแทนระวังเรื่อง
01:15:14 → 01:15:17หัวใจในขณะที่ตัว GP เนี่ยจริงๆตับไตแล้ว
01:15:17 → 01:15:19ก็หัวใจเนี่ยถือว่าค่อนข้างปลอดภัยแต่ก็
01:15:19 → 01:15:21ระวังเรื่องปฏิกิริยาที่ตีกันกับยาบางตัว
01:15:21 → 01:15:23นะคะซึ่งอันนี้ก็เลยต้องแบบว่าห้ามซื้อยา
01:15:23 → 01:15:26กินเองต้องให้คุณหมอเป็นคนสั่งนะคะซึ่งโจ
01:15:26 → 01:15:28Gพนทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้มีซื้อยากินเอง
01:15:28 → 01:15:30ได้นะคะต้องเป็นแพทย์สั่งเท่านั้นอีกอัน
01:15:30 → 01:15:32นึงที่สำคัญคือช่องสุดท้ายคือเรื่องของ
01:15:32 → 01:15:34Medication Over Your TA ก็คือยาแก้
01:15:34 → 01:15:38ปวดหัวทุกตัวยิ่งกินยิ่งปวดคือถ้าเกิดเรา
01:15:38 → 01:15:40ใช้เยอะเกินขนาดอันนี้ก็ที่หมอเคยพูด
01:15:40 → 01:15:42เรื่องตัว Medication overuse ไปอย่าง
01:15:42 → 01:15:44ละเอียดละเอียดแล้วทีนี้เนี่ยถ้าเกิดใคร
01:15:44 → 01:15:46ที่กินยาแก้ปวดอยู่แบบเป็นไมเกรนแล้ว
01:15:46 → 01:15:48รักษาด้วยกันใช้ยาแก้ปวดอย่างเดียวอยู่
01:15:48 → 01:15:51ให้เฝ้าสังเกตตัวเองว่าเราใช้ยาเกินเรา
01:15:51 → 01:15:53หรือยังถ้าเกิน 10 เม็ดต่อเดือนเมื่อไหร่
01:15:53 → 01:15:55ถ้ากลุ่มเก่าอย่างเช่นพาราเอ็นเซตเนี่ย
01:15:55 → 01:15:57เราให้ 15 เม็ดแต่เอาแต่เอาจริงๆบอกว่า
01:15:57 → 01:16:00ไม่มีใครใช้ตัวเดียวค่ะคือหมายความว่าคือ
01:16:00 → 01:16:02คนส่วนใหญ่ใช้อ่ะใช้ผสมอยู่แล้วอันนี้ไม่
01:16:02 → 01:16:04หายใช้ตัวนี้ใช้อันนี้ไม่หายใช้ตัวนี้
01:16:04 → 01:16:07เพราะฉะนั้นถ้าเกิน 10 ถ้าเราไปเอาที่ 15
01:16:07 → 01:16:08เมตรส่วนใหญ่อ่ะเกินไปละเกินไปแล้วแล้ว
01:16:08 → 01:16:10ค่อยมารักษาจริงๆอ่ะหมอจะให้คนไข้ทุกคน
01:16:11 → 01:16:13คือเอาแบบไม่เกิน 10 อ่ะ 8 เม็ดนี่ก็ต้อง
01:16:13 → 01:16:16เริ่มแล้วว่าเราปวดถี่คนที่ปวดแบบไมเกรน
01:16:16 → 01:16:18แบบที่ดูแลตัวเองได้แล้วยังไม่ต้องใช้ยา
01:16:18 → 01:16:19ป้องกันก็คือควรจะปวดเดือนนึงครั้ง 2
01:16:19 → 01:16:22ครั้งอะไรแบบเนี้ยค่ะก็คือเราจะใช้ยาไม่
01:16:22 → 01:16:24เกิน 4-5 เมตอ่ะเพราะฉะนั้นถ้าเราเริ่ม
01:16:24 → 01:16:26ใช้เกิน 10 เมตรต่อเดือนก็จะต้องระวังละ
01:16:26 → 01:16:28แต่อันนี้ก็จะเป็นตัวGพpเนี่ยก็จะเป็นตัว
01:16:28 → 01:16:29เดียวที่แบบว่าด้วยความที่เขาเป็นยาแก้
01:16:29 → 01:16:32ปวดและป้องกันเขาเลยไม่มี MOH อันนี้ยิ่ง
01:16:32 → 01:16:34เรากินบ่อยเท่าไหร่เช่นสมมุติว่าเราปวด
01:16:34 → 01:16:35หัวประมาณสซักแบบ 8 ครั้ง 10 ครั้งอย่าง
01:16:35 → 01:16:39เงี้ยโอเคเราก็จะใช้ในแง่ของการแก้ปวดไป
01:16:39 → 01:16:41แต่พอแบบเราปวดบ่อยขึ้นน่ะแล้วเราใช้บ่อย
01:16:41 → 01:16:43ขึ้นใช้กันเป็นเหมือนเป็นป้องกันไปเลยก็
01:16:43 → 01:16:45คือกินวันเว้นวันไปเลยอันนี้ก็จะได้ฤทธิ์
01:16:45 → 01:16:47เป็นแบบการป้องกันแทนไปนี้ก็จะเป็นเหมือน
01:16:47 → 01:16:49เป็นอีกทางเลือกนึงของการรักษาไมเกนยุค
01:16:49 → 01:16:52เนี้ยค่ะที่แบบว่าโอเคคนที่จะใช้ยาแก้ปวด
01:16:52 → 01:16:54เยอะมากๆแล้วจะเกินขนาดจริงๆเราอาจจะต้อง
01:16:54 → 01:16:56มีการนำยากลุ่มพวกเนี้ยมาใช้สลับด้วย
01:16:56 → 01:16:58เพราะว่าหลายคนก็จะถามหมอว่าอ้าวแล้วถ้า
01:16:58 → 01:17:01เกิดแบบปวดหัว 20 วันน่ะให้หนูกินยา 10
01:17:01 → 01:17:03เม็ดแล้วอีก 10 วันหนูทำไงคะอะไรอย่าง
01:17:03 → 01:17:05เงี้ยค่ะอันเนี้ยก็จะเป็นแบบตัวที่เหมือน
01:17:05 → 01:17:08เป็นแบบอ่ะมาช่วยลดอาการคนไข้ได้อีกทาง
01:17:08 → 01:17:10นึงอะไรประมาณนี้เพราะฉะนั้นเนี่ยพอแบบ
01:17:10 → 01:17:13ถามว่าคนไข้จะชอบถามว่าอ้าแล้วกินตัวไหน
01:17:13 → 01:17:16สรุปกินตัวไหนคะหมอก็จะแบบว่าเออมันไม่มี
01:17:16 → 01:17:19ตัวไหนที่แบบดีที่สุดแมทที่สุดกับใครสุด
01:17:19 → 01:17:21ท้ายเราก็จะดูเรื่องของการออกฤทธิ์ยาโรค
01:17:21 → 01:17:25ประจำตัวแล้วก็ราคาด้วยนะยากลุ่มใหม่ๆ
01:17:25 → 01:17:28ทั้งหลายที่ออกฤทธิ์ที่ CGRP ถือว่าราคา
01:17:28 → 01:17:31ยังค่อนข้างสูงมากถ้าบางคนเนี่ยใช้ยา
01:17:31 → 01:17:33กลุ่มเดิมๆได้ดีอยู่แล้วหรือว่าไม่ได้มี
01:17:33 → 01:17:36ข้อจำกัดเนี่ยเราก็อาจจะไม่ได้จำเป็นจะ
01:17:36 → 01:17:38ต้องเปลี่ยนไปใช้ยาที่มันราคาสูงขึ้นแต่
01:17:38 → 01:17:40ถ้าเกิดคนที่มีโรคประจำตัวเยอะๆหรือมี
01:17:40 → 01:17:42ความเสี่ยอย่างที่จะแบบใช้ยาแก้ปวดเกิน
01:17:42 → 01:17:45ขนาดหรือว่าเอ่อค่อนข้างแบบโอเคเราพอแบบ
01:17:45 → 01:17:48ไหวอะไรอย่างเงี้ยค่ะมันก็การใช้ยานที่
01:17:48 → 01:17:49ออกฤทธิ์กับไมเกรนโดยตรงก็อาจจะมี
01:17:50 → 01:17:52ประโยชน์มากกว่าประมาณนั้นส่วนใหญ่หมอจะ
01:17:52 → 01:17:55ให้คนไข้อ่ะประเมินระดับความรุนแรงของ
01:17:55 → 01:17:57ไมเกรนคร่าวๆแล้วกันอย่างเช่นแบบเวลาเรา
01:17:57 → 01:18:00จะปวดไมเกรนขึ้นมาค่ะเราอาจจะสกอร์ตัวเอง
01:18:00 → 01:18:02คร่าวๆคือ 0-10 ถ้าเราปวดน้อยๆอ่ะปวดแบบ
01:18:02 → 01:18:05ประมาณสัก 3 แต้มเราอาจจะลองใช้กลุ่มแก้
01:18:05 → 01:18:08ปวดที่มันไม่ได้แรงมากเช่นแบบกลุ่มแรก
01:18:08 → 01:18:09พาราไข่กล้ามเนื้ออะไรอย่างเงี้ยได้แต่
01:18:10 → 01:18:11ถ้าเราปวดในอยู่ในระดับกลางๆเป็นต้นไปละ
01:18:12 → 01:18:14เริ่ม 4 แต้มถึงแบบ 7 แต้มอะไรเงี้ยเราก็
01:18:14 → 01:18:16อาจจะต้องใช้อย่างกลุ่มอย่างน้อยก็คือ
01:18:16 → 01:18:18ต้องเอเซล่ะหรือบางคนก็อาจจะชิไปใช้กลุ่ม
01:18:18 → 01:18:21แบบพวกเออกอดทิปแทนไปเลยแต่ถ้าเราปวดมา
01:18:21 → 01:18:23ถึงปุ๊บแล้วปวดรุนแรงอ่ะแล้วเราไปสเต็ป
01:18:23 → 01:18:26ตั้งแต่พารารอไปอีกชั่วโมงนึงกินเณรเศษ
01:18:26 → 01:18:28อะไรเงี้ยกลายเป็นว่าคนไข้อาเจียนออกไป
01:18:28 → 01:18:29หมดก่อนอยู่ละเพราะฉะนั้นถ้าเราปวดมาตั้ง
01:18:29 → 01:18:31ต้นแล้วเราก็ปวดแรงมากๆเลยเราก็อาจจะต้อง
01:18:31 → 01:18:34ใช้ยากลุ่มที่มันแรงขึ้นไปเลยก็คือพวกเออ
01:18:34 → 01:18:37แทนส่วนกลุ่มยาอมตลีนก็จะเป็นแบบว่าเริ่ม
01:18:37 → 01:18:39รู้ว่าตั้งแต่จะปวดอ่ะคือไม่ต้องรอ 0-10
01:18:39 → 01:18:41อ่ะค่ะเริ่มรู้ว่าตั้งแต่จะปวดก็คือกิน
01:18:41 → 01:18:43เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกำเริบหรือว่า
01:18:44 → 01:18:46เกิดอาการปวดไปเลยประมาณนี้แล้วก็สุดท้าย
01:18:46 → 01:18:50นะคะคือทั้งหมดทั้งปวงในวันนี้เนี่ยเรา
01:18:50 → 01:18:53อ่าพูดถึงเรื่องของยาเหมือนเดิมนะคะหมอ
01:18:53 → 01:18:55ไม่ได้ไม่ได้มีสปอนเซอร์ไม่ได้มีมาบอกว่า
01:18:55 → 01:18:59ตัวไหนดีไม่ดีอยากให้คนไข้รู้จากยาทั้ง
01:18:59 → 01:19:02หมดที่รัใช้การรักษาในไมเกรนในปัจจุบัน
01:19:02 → 01:19:06ว่ามียาป้องกันมียาแก้ปวดตัวไหนดียังไง
01:19:06 → 01:19:09ไม่ดียังไงเราควรเหมาะกับตัวไหนยังไงแล้ว
01:19:09 → 01:19:13ก็เมื่อไหร่ที่เราควรจะไปพบแพทย์ละเพื่อ
01:19:13 → 01:19:14รับการรักษาอย่างจริงจังแล้วก็สุดท้าย
01:19:14 → 01:19:17ไมเกรนทุกคนนะคะถ้าอยากหายไมเกรนนะยังไง
01:19:17 → 01:19:20ก็ต้องดูแลตัวเองไปฟังคลิปเพิ่มเติมได้
01:19:20 → 01:19:22คลิปนี้ก็คือได้อธิบายการดูแลตัวเองไว้
01:19:22 → 01:19:25อย่างละเอียดและก็คือแบบเนี่ยกินยาแก้ปวด
01:19:25 → 01:19:28ให้ถูกปรับพฤติกรรมใช้ชีวิตให้แบบไม่
01:19:28 → 01:19:30เสี่ยงต่อการเกิดไมเกรนน่ะค่ะกินอิ่มนอน
01:19:30 → 01:19:33หลับออกกำลังกายจดบันทึกอาการไมเกรนได
01:19:33 → 01:19:35diอารี่นี่เป็นอะไรที่แบบสำคัญมากๆเพราะ
01:19:35 → 01:19:37ว่าไม่งั้นคุณหมอเขาก็จะไม่รู้แล้วว่า
01:19:37 → 01:19:39ไมเกรนเราเป็นเลเวลไหนแล้วเราเองก็ไม่รู้
01:19:39 → 01:19:42ด้วยว่ากินยาเกินไปแล้วหรือยัง 4 ก็คือ
01:19:42 → 01:19:45ใช้ยาป้องกันรักษาให้อย่างถูกต้องสำหรับ
01:19:45 → 01:19:47คนที่ต้องได้ยาป้องกันและสุดท้ายที่เจอ
01:19:47 → 01:19:49บ่อยคืออย่าลืมรักษาโรคที่มาร่วมกันกับ
01:19:49 → 01:19:52ไมเกรนนะคะเช่นโดยเฉพาะวิตกกังวลและซึม
01:19:52 → 01:19:55เศร้าและภาวะปวดหัวจากยาแก้ปวดเกินขนาด
01:19:55 → 01:19:58เพราะว่าอันเนี้ยจะเป็นอันที่แบบหลายคน
01:19:58 → 01:20:00บอกว่าทำ 1-4 มาแล้วทำไมไมเกรนยังไม่หาย
01:20:00 → 01:20:03คะเพราะว่ายังไม่ได้รักษาเรื่องโรคร่วม
01:20:03 → 01:20:05ด้วยนะคะยังไม่ได้ถอนยาแก้ปวดยังไม่ได้
01:20:05 → 01:20:08เอ่อภาวะวิตกกังวลซึมเศร้ายังไม่ดีขึ้น
01:20:08 → 01:20:10อะไรอย่างเงี้ยเงแล้วหยุดยาไมเกรนเร็ว
01:20:10 → 01:20:13เกินไปก็ชอบย้อนให้กลับมากำเริบแล้วก็
01:20:13 → 01:20:16เป็นซ้ำได้ใหม่ไหนเราลองมาดูคอมเมนต์กัน
01:20:16 → 01:20:17ชั่วโมง
01:20:17 → 01:20:21ครึ่งสั้นกว่าเดิมนิดนึงนะคะของครั้งที่
01:20:21 → 01:20:25แล้วนี่ 2 ชมงเกือบๆ 2 ชมงคุณสิริกรนะคะ
01:20:25 → 01:20:29ยังอยู่มยอ่ะคุณศิริกรนะคะเป็นช่วงประจำ
01:20:29 → 01:20:31เดือนอากาศร้อนค่ะอันนี้ก็จะเป็นตัว
01:20:31 → 01:20:33กระตุ้นหลักของไมเกรนเลยเนาะผู้หญิงส่วน
01:20:33 → 01:20:36ใหญ่อ่ะค่ะมักจะมีไมเกรนตอนที่มีช่วงรอบ
01:20:36 → 01:20:38เดือนนะคะอันนี้ก็เป็นเหตุผลจากการที่มี
01:20:38 → 01:20:40ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงตอนที่เราจะมีประจำ
01:20:40 → 01:20:43เดือนน่ะค่ะโดยเฉพาะการตกของเอสโตรเจนนะ
01:20:43 → 01:20:45คะแล้วเวลาเป็นไมเกรนตามรอบเดือนนะจะเป็น
01:20:46 → 01:20:48ไมเกรนที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าปกติด้วยค่ะ
01:20:48 → 01:20:50หลายคนก็จะรู้ว่าเออไมเกรนตอนอื่นน่ะเจอ
01:20:50 → 01:20:53อากาศร้อนแล้วยังพอทนไหวนอนพักหายแต่ถ้า
01:20:53 → 01:20:55เป็นไมเกรนตอนประจำเดือนจริงๆเนี่ยส่วน
01:20:55 → 01:20:57ใหญ่จะปวดจนค่อนข้างรุนแรงและมักจะต้อง
01:20:57 → 01:21:00ทานยากลุ่มไมเกรนตามประจำเดือนนะคะจะแบ่ง
01:21:00 → 01:21:02ออกเป็นแบบเป็นไมเกรนใช่แค่เป็นไมเกรนตอน
01:21:02 → 01:21:05ประจำเดือนอย่างเดียวเลยเป็นrualไมเกรน
01:21:05 → 01:21:07อย่างเดียวเลยหรือเป็นไมเกรนที่มีปัจจัย
01:21:07 → 01:21:10ตัวกระตุ้นรุ่นอื่นๆด้วยแล้วก็โอเคตอน
01:21:10 → 01:21:12ฮอร์โมนเปลี่ยนก็มีด้วยอันนี้ต้องแยกกัน
01:21:12 → 01:21:14นิดนึงเพราะว่าถ้าเกิดเราเป็นไมเกรนที่
01:21:14 → 01:21:17เป็นแค่ประจำเดือนอันนั้นน่ะจะสามารถพอ
01:21:17 → 01:21:20ใช้ยาป้องกันเฉพาะช่วงแค่ที่ฮอร์โมนจะตก
01:21:20 → 01:21:22อ่ะค่ะได้นะคะมันอาจจะไม่ได้ต้องแบบรักษา
01:21:22 → 01:21:24เหมือนคนที่เขา้าเป็นรักษาแบบเป็นไมเกรน
01:21:24 → 01:21:27ถี่ๆบ่อยๆอ่ะค่ะที่เกิน 4 ครั้งต่อเดือน
01:21:27 → 01:21:30ถ้ามีอาการปวดประจำเดือนแล้วก็ปวดไมเกรน
01:21:30 → 01:21:31ช่วงมีประจำเดือนทุกเดือนอะไรอย่างเงี้ย
01:21:31 → 01:21:34ก็ลองปรึกษาคุณหมอได้นะคะเพราะว่าบางที
01:21:34 → 01:21:37แค่มีการกินยาป้องกันก่อนประจำเดือนจะมา
01:21:37 → 01:21:39สัก 2-3 3 วันเนี่ยก็จะช่วยให้คุณภาพ
01:21:39 → 01:21:41ชีวิตเราดีขึ้นได้สวัสดีค่ะคุณมิ้มเป็นมา
01:21:41 → 01:21:43จะ 10 ปีแล้วค่ะมีบางช่วงที่ดีขึ้น
01:21:43 → 01:21:45อาทิตย์ละครั้งแต่ว่าช่วงนี้กลับมาเป็น
01:21:45 → 01:21:48เยอะอีกแล้ววันเว้นวันก็จะเหมือนกับที่
01:21:49 → 01:21:51บอกไปนะคะว่าไมเกรนเป็นโรคที่พอถ้าเรามี
01:21:51 → 01:21:53ตัวกระตุ้นเข้ามาเมื่อไหร่อ่ะมันจะทำให้
01:21:54 → 01:21:57ไมเกรนของเราอ่ะฉี่ขึ้นถ้าสมมุติว่าเรา
01:21:57 → 01:21:59เป็นไมเกรนแบบเนี้ยส่วนใหญ่หมอจะแบบแบ่ง
01:21:59 → 01:22:02ไมเกรนคนไข้เป็นแบบเนี้ยอ่าอันเนี้ยเรา
01:22:02 → 01:22:06เรียกว่าภาวะตัวกระตุ้นคนไข้นะคะอันเนี้ย
01:22:06 → 01:22:09ภาวะตัวกระตุ้นกระตุ้นต่างๆที่คนไข้
01:22:09 → 01:22:13มีสมมุติว่าตัวกระตุ้นน้อยๆอ่ะไมเกรนอาจ
01:22:13 → 01:22:16จะมาแบบแค่เดือนละครั้งพอตัวกระตุ้นเริ่ม
01:22:16 → 01:22:19เยอะขึ้นก็จะเริ่มแบบ 1 ครั้ง 2 ครั้ง 3
01:22:19 → 01:22:24ครั้ง 4 ครั้งอ่ะพอช่วงเนี้ยโอ้โหเครียด
01:22:24 → 01:22:29หนักกินยาเยอะอากาศแปรปรวนฝุ่น PM 2.5 5
01:22:29 → 01:22:32มาก็จะเริ่มมาแบบอื้อหือถี่มากวันเว้นวัน
01:22:32 → 01:22:35เว้นวันและสุดท้ายก็คือถ้ามันเยอะมากพอ
01:22:35 → 01:22:38เนี่ยก็คือมาเกือบทุกวันเลยมาเกือบทุกวัน
01:22:38 → 01:22:40เลยแบบเกิน 15 ครั้งอย่างนี้ก็เรียกว่า
01:22:40 → 01:22:42ไมเกรนเรื้อร่างไปแล้วของคุณมิมเนี่ยที่
01:22:42 → 01:22:45บอกว่าเป็นมาจะ 10 ปีอ่ะค่ะช่วงที่เป็น
01:22:45 → 01:22:47อาทิตย์ละครั้งเนี่ยจริงๆยังถือว่าอยู่ใน
01:22:47 → 01:22:49กลุ่มนี้นะคะกลุ่มที่ปวดประมาณสัปดาห์ละ
01:22:49 → 01:22:54ครั้งยังไม่เคยกลับไปตรงนี้เลยซึ่งที่หมอ
01:22:54 → 01:22:56บอกไปเมื่อกี้ค่ะว่าจริงๆแล้วอ่ะคutพอยก็
01:22:56 → 01:22:58คือถ้าเราเริ่มปวดเกินสัปดาหครั้งหรือว่า
01:22:58 → 01:23:004-6 6 ครั้งต่อเดือนน่ะแสดงว่าสมองเรา
01:23:00 → 01:23:02อ่ะถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลามันไม่เคยมี
01:23:02 → 01:23:05ช่วงที่สมองเราไม่เจอตัวกระตุ้นเลยอ่ะค่ะ
01:23:05 → 01:23:08จึงทำให้มีความเสี่ยงพอตัวกระตุ้นสะสม
01:23:08 → 01:23:11ขึ้นเราจึงมาเป็นกลุ่มนี้ได้ง่ายตอนนี้
01:23:11 → 01:23:13ที่ปวดวันเว้นวันเนี่ยก็คืออยู่ประมาณตรง
01:23:13 → 01:23:16นี้ละแล้วกำลังจะไปตรงนี้ละเพราะฉะนั้นนะ
01:23:16 → 01:23:18คะแนะนำให้คุณมีมรักษาไมเกรนค่ะรักษา
01:23:18 → 01:23:21เพื่อกลับมาอยู่ตรงนี้นะคะแล้วเวลาเราเจอ
01:23:21 → 01:23:24ตัวกระตุ้นเนี่ยเราจะได้ไม่เสี่ยงต่อการ
01:23:24 → 01:23:27ปวดไมเกรนเยอะๆอีกที่ผ่านมาอาจจะอยู่ได้
01:23:27 → 01:23:29ด้วยตรงเนี้ยค่ะแต่ว่ายังไม่เคยทำให้
01:23:29 → 01:23:31ไมเกรนมันปวดน้อยลงไปกว่านี้เลยฉะนั้น
01:23:32 → 01:23:33เนี่ยมันก็เลยมีความเสี่ยงที่แบบพอเจอตัว
01:23:33 → 01:23:37กระตุ้นเข้าก็ไปต่อไปต่อไปต่อนะถ้าวันนี้
01:23:37 → 01:23:40ปวดวันเว้นวันแล้วก็คือเริ่มจะเข้าข่าย
01:23:40 → 01:23:43ไมเกรนเรื้อรังอยากให้รักษาไมเกรนนะคะลอง
01:23:43 → 01:23:45ปรึกษาคุณหมอสมองว่าแบบเออเราควรจะใช้ยา
01:23:45 → 01:23:47อะไรจะใช้ยากินจะใช้ยาฉีดหรืออะไรอย่าง
01:23:47 → 01:23:50เงี้ยค่ะหรือว่าถ้ายังไม่แบบสะดวกไปพบ
01:23:50 → 01:23:52แพทย์อ่ะค่ะสิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเลยให้
01:23:52 → 01:23:54รู้ว่าตอนเนี้ยไมเกรนเราเป็นถี่มากๆแล้ว
01:23:54 → 01:23:57ยาแก้ปวดอ่ะค่ะที่ใช้อยู่อ่ะค่ะถ้าจะใช้
01:23:57 → 01:23:59จริงๆอย่างปวดปวดวันเว้นวันถ้าเราปวด 15
01:23:59 → 01:24:02วันเนี่ยถ้าจะกินยาแก้ปวดทุกครั้งอ่ะผ่าน
01:24:02 → 01:24:04ไป 3 เดือนหลังจากเนี้ยจะมีภาวะสมองติดยา
01:24:04 → 01:24:06แก้ปวดร่วมด้วยเพราะฉะนั้นก็โอเคถ้าเกิด
01:24:06 → 01:24:09ยังไม่ไปหานะลิมิตการใช้ยาแก้ปวดให้ไม่
01:24:09 → 01:24:12เกิน 10 เม็ดก่อนถ้าทำไม่ได้หมายความว่า
01:24:12 → 01:24:14แบบมันเกินไปแล้วอ่ะแล้วมันปวดมากใช้
01:24:14 → 01:24:16ชีวิตไม่ได้แสดงว่ายังไงก็ต้องได้ยาป้อง
01:24:16 → 01:24:18กันค่ะนะคะอันนี้ก็จะได้รีบไปตรวจแล้วก็
01:24:18 → 01:24:20ในระหว่างนี้ที่ยังไม่ได้ยาป้องกันทำยัง
01:24:20 → 01:24:23ไงก็คือต้องพยายามแก้แก้ทุกอย่างเลยนอน
01:24:23 → 01:24:26ให้พอห้ามนอนดึกกินน้ำให้พอกินอาหารให้
01:24:26 → 01:24:28ตรงเวลาห้ามห้ามปล่อยให้หิวเลี่ยงอาหาร
01:24:29 → 01:24:32ที่กระตุ้นลองสังเกตดูพวกแบบอาหารผงชูรส
01:24:32 → 01:24:35ปิ้งย่างแบบเอ่อชีสช็อกโกแลตแอลกอฮอล์
01:24:35 → 01:24:37อาหารแปรรูปต่างๆอ่ะค่ะแบบพวกแชมไส้กรอก
01:24:37 → 01:24:39อะไรอย่างเงี้ยค่ะคือเลี่ยงให้หมดเลยแล้ว
01:24:39 → 01:24:42ก็ถ้ามีเวลาออกกำลังกายด้วยบางทีโอเคถ้า
01:24:42 → 01:24:44เราทำแค่ตรงเนี้ยปรับพฤติกรรมแล้วลดการ
01:24:44 → 01:24:47ใช้ยาแก้ปวดลงเราอาจจะกลับมาจุดที่เป็น
01:24:47 → 01:24:50น้อยๆได้คุณปอมค่ะคุณปอมหาหรือไทยปวดขมับ
01:24:51 → 01:24:53ทุกวันกินยาตัวไหนดีคะกินพาราไม่หายถ้า
01:24:53 → 01:24:56ปวดขมับทุกวันไปแล้วปวดแบบเนี้ยปวดบีบๆ
01:24:56 → 01:24:58รัดๆไปแล้วแล้วปวดปวดทุกวันไปแล้วนะคะเรา
01:24:58 → 01:25:00เรียกว่าเป็นปวดเรื้อรังและปกติถ้าปวด
01:25:00 → 01:25:03ขมับเนี่ยความตึงเนี่ยถ้ายังตอนเป็นไม่
01:25:03 → 01:25:05เรื้อรังเนี่ยส่วนไหนจะเป็นปวดมาจากกล้าม
01:25:05 → 01:25:08เนื้อหรือปวดแบบเราเรียกปวดหัวแบบกล้าม
01:25:08 → 01:25:11เนื้อตึงเครียดก็คือtensชัtensชัเนี่ย
01:25:11 → 01:25:14ส่วนใหญ่พาราเอาอยู่ทีนี้ถ้าเป็นทุกวันไป
01:25:14 → 01:25:17แล้วอ่ะคือมันกลายเป็นเรื้อรังและ
01:25:17 → 01:25:20อันเนี้ยต่อให้เป็นแค่เทนชัหรือเป็นกล้าม
01:25:20 → 01:25:22เนื้อพาราบางทีเอาไม่อยู่ละเพราะว่ามันมี
01:25:22 → 01:25:26ความขบวนการการอักเสบที่สมองเราไวกว่า
01:25:26 → 01:25:29ปกติไปแล้วจะคล้ายๆไมเกรนเรื้อรังเลยค่ะ
01:25:29 → 01:25:31คือคนไข้คนไข้ตั้งต้นจุดแรกเนี่ยบางคน
01:25:31 → 01:25:34ตั้งต้นจากtensionับางคนตั้งต้นจากไมเกรน
01:25:34 → 01:25:37ที่เป็นแบบชั่วคราวแต่พอแบบไปยาวๆขึ้นยาว
01:25:37 → 01:25:39ๆขึ้นยาวๆขึ้นกลายเป็นปวดแบบปวดวันเว้น
01:25:39 → 01:25:41วันๆเวๆๆแล้วทุกวันเนี่ยไอ้ตอนที่มันปวด
01:25:41 → 01:25:43ทุกวันไปแล้วเราจะเรียกใหม่แล้วว่าเป็น
01:25:43 → 01:25:46อาการปวดหัวปวดศีรษะแบบทุกวันแบบพวกเอ่อ
01:25:46 → 01:25:48chonic daily head ไปละซึ่งกลุ่มเนี้ย
01:25:48 → 01:25:51อาจจะเป็นไมเกรนจริงๆก่อนหน้านี้อาจจะเคย
01:25:51 → 01:25:52เป็นไมเกรนมาก่อนหรืออาจจะเป็นtensชั
01:25:52 → 01:25:55เรื้อรังมาก่อนก็ได้แต่สิ่งที่สำคัญที่มี
01:25:55 → 01:25:58ร่วมกันก็ก็คือว่าตอนเนี้ยมันมีภาวะสมอง
01:25:58 → 01:26:00ที่ไวมากกว่าปกติหรือมี central
01:26:00 → 01:26:02sensitization ไปละทำให้เราไวกว่าความ
01:26:02 → 01:26:06ปวดมากๆไม่ใช่แค่ปวดทั่วไปกินยาพาราหาย
01:26:06 → 01:26:09เพราะฉะนั้นถามว่ากินตัวไหนดีคะจะไม่เน้น
01:26:09 → 01:26:11ที่ใช้ยาแก้ปวดล่ะค่ะเพราะเมื่อไหร่ที่
01:26:11 → 01:26:13ใช้ยาแก้ปวดแล้วปวดทุกวันเดี๋ยวอีก 3
01:26:13 → 01:26:16เดือนผ่านไปเราจะวนกลับมาปวดหัวจากยาแก้
01:26:16 → 01:26:19ปวดเกินขนาดด้วยสิ่งที่ต้องทำคือต้องไป
01:26:19 → 01:26:22ใช้ยาป้องกันหรือไปแก้ที่ต้นเหตุใช้ยา
01:26:22 → 01:26:24ป้องกันคืออย่างในกลุ่มที่เป็นแบบโปรด
01:26:24 → 01:26:26ขมับอะไรเงี้ยเราก็อาจจะใช้ยากลุ่มยารับ
01:26:26 → 01:26:28ประทานที่เป็นกลุ่มแบบรักษาเส้นประสาท
01:26:28 → 01:26:30กล้ามเนื้ออะไรก็ได้ขึ้นอยู่กับอาการของ
01:26:30 → 01:26:33แต่ละคนแล้วก็ไปแก้ที่ต้นเหตุเช่นถ้ารู้
01:26:33 → 01:26:37ว่าไอ้ขมับเนี่ยตึงมาจากกล้ามเนื้อคอบาล
01:26:37 → 01:26:40หรือว่าเป็นคนที่กล้ามเนื้อตึงมากๆลองไป
01:26:40 → 01:26:43กายภาพก่อนไปกายภาพบำบัดก่อนไปยืดกล้าม
01:26:43 → 01:26:45เนื้อก่อนอ่าไปออกกำลังกายก่อนเพื่อให้
01:26:46 → 01:26:48ตรงนี้มันคายลงแล้วก็เอ่อหรือบางครั้ง
01:26:49 → 01:26:51เนี่ยนอกจากการกายภาพบำบัดเนี่ยบางทีก็จะ
01:26:51 → 01:26:54มีการฉีดยาอะไรอย่างเงี้ยค่ะซึ่งอันเนี้ย
01:26:54 → 01:26:56หมอว่าถ้าปวดทุกวันแล้วคงน่าจะต้องหาคุณ
01:26:56 → 01:26:59หมอและว่าเออเราน่าจะต้องรักษาแบบไหนดีนะ
01:26:59 → 01:27:01คะก็ไม่แนะนำให้ซื้อยากินเองละเพราะว่า
01:27:01 → 01:27:04เดี๋มันก็จะวนแบบเดิมอีกอ่ะสมมุติว่าอ่ะ
01:27:04 → 01:27:05งั้นลองไปเปลี่ยนไปกินยาแก้ปวดตัวเนี้ย
01:27:05 → 01:27:07แต่พอปวดทุกวันเดี๋ยวเราก็จะกินยาเกือบ
01:27:07 → 01:27:10ทุกวันแล้วเราก็อาจจะแบบปวดหัวจากยาแก้
01:27:10 → 01:27:13ปวดเกินขนาดได้เอ่อคุณนิตยาสนใจรักษา
01:27:13 → 01:27:16ไมเกรนแบบไหนดีคะอ่าเหมือนที่หมอบอกเมื่อ
01:27:16 → 01:27:18กี้นะคะก็คือจะขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้
01:27:18 → 01:27:21ก่อนว่าตอนเนี้ยคนไข้อยู่ในกลุ่มปวดเล
01:27:21 → 01:27:24ความถี่ระดับไหนนะคะเป็นแค่ปวดแบบเริ่ม
01:27:24 → 01:27:27ปวดปวดแบบชั่วคราวแต่เริ่มปวดเยอะก็คือ
01:27:27 → 01:27:29ปวดเกิน 4 ครั้งถึง 8 ครั้งหรือปวดถี่มาก
01:27:29 → 01:27:32ๆละเกิน 8 ครั้งและแต่ยังไม่เรื้อรังก็
01:27:32 → 01:27:35คือยังไม่เกิน 15 หรือเป็นเรื้อรังไปและ
01:27:35 → 01:27:37เกิน 15 ครั้งต่อเดือนแล้วก็มีภาวะติดยา
01:27:37 → 01:27:40แก้ปวดแล้วด้วยอันเนี้ยเราก็จะเลือกใช้ยา
01:27:40 → 01:27:43ที่แตกต่างกันลองให้ปรึกษาคุณหมอสมองดู
01:27:43 → 01:27:46ได้นะคะว่าเราควรจะเหมาะกับอาการแบบไหน
01:27:46 → 01:27:49รักษาแบบให้หายๆนานๆทีเป็นทีนึงก็ยังดี
01:27:49 → 01:27:52ค่ะเป็นมา 30 กว่าปีแล้วค่ะช่วงนี้ปวดวัน
01:27:52 → 01:27:55เว้นวันได้เลยค่ะเดี๋ยวยังไงไงเดี๋ยวอาจ
01:27:55 → 01:27:58จะให้อ่าน้องนะคะแนะนำไปอีกทีนึงสำหรับ
01:27:58 → 01:28:01คุณนิตยานะคะว่าเอ่อแบบเราจะสอบถามการ
01:28:01 → 01:28:03เบื้องต้นนะคะว่าคุณนิตยาน่าจะแบบเข้า
01:28:03 → 01:28:06ข่ายกับการรักษาแบบไหนแต่ว่าปกติเนี่ยถ้า
01:28:06 → 01:28:08ต่อให้เป็นปวดเรื้อรังแค่ไหนค่ะแต่ถ้า
01:28:08 → 01:28:10เป็นไมเกรนจริงๆนะขอให้รู้ว่าแบบส่วนใหญ่
01:28:10 → 01:28:12ถ้าได้รักษาจริงๆแล้วรักษาอย่างถูกต้อง
01:28:12 → 01:28:15อ่ะค่ะส่วนใหญ่จะอาการดีขึ้นได้จริงๆนะคะ
01:28:15 → 01:28:18เพราะว่าไเกนเป็นโรคที่รักษาง่ายเพราะว่า
01:28:18 → 01:28:20ปัจจุบันเรามียาค่อนข้างเยอะแต่มันก็
01:28:20 → 01:28:23รักษายากตรงที่ความเรื้อรังแล้วก็การตัว
01:28:23 → 01:28:25กระตุ้นเนี่ยแหละแต่อยากให้ให้มีความบอก
01:28:25 → 01:28:27ว่าแบบเดี๋ยวเนี้ยเอ่อการรักษามันดีขึ้น
01:28:27 → 01:28:31มากๆนะคะคนไข้ส่วนใหญ่ที่รักษาแล้วดีขึ้น
01:28:31 → 01:28:34เนี่ยก็เป็นกลุ่มปวดแบบปวดทุกวันกันเกือบ
01:28:34 → 01:28:36ทั้งนั้นเลยแล้วแบบหลายๆ 10 ปีด้วยแต่ว่า
01:28:36 → 01:28:39แต่ละคนก็อาจจะใช้ระยะเวลาการรักษาที่แตก
01:28:39 → 01:28:42ต่างกันเพราะว่าโรคร่วมแล้วก็ตัวกระตุ้น
01:28:42 → 01:28:45ก็อาจจะไม่เหมือนกันนะคะคุณน้ำอ้อเพสะ
01:28:45 → 01:28:48จ่ายavวaไมแกรนมาให้แต่เป็นยารักษาไม่ใช่
01:28:48 → 01:28:50ยาป้องกันใช่ค่ะตัวอาวาไมแกรนด์ก็คือจะ
01:28:50 → 01:28:54เป็นตัวแก้ปวดก็คือเอ่อระงับปวดเมื่อ
01:28:54 → 01:28:57กำเริบแล้วแต่ไม่ใช่ยาป้องกันทีนี้โดย
01:28:57 → 01:29:00เบื้องต้นน่ะค่ะเวลาคนเป็นไมเกรนที่เป็น
01:29:00 → 01:29:03น้อยๆปวดไม่เกินประมาณ 3-4 ครั้งต่อเดือน
01:29:03 → 01:29:05เราก็สามารถใช้ยาแก้ปวดในการระงับปวดได้
01:29:05 → 01:29:08ยังไม่ได้จำเป็นจะต้องใช้ยาป้องกันแต่ถ้า
01:29:08 → 01:29:09ทานตัวนี้แล้วเริ่มรู้สึกว่าปวดเกิน
01:29:09 → 01:29:12ประมาณ 4-5 ครั้งต่อเดือนหรือใช้ยาเริ่ม
01:29:12 → 01:29:15เกินประมาณ 8-10 เม็ดละแบบใช้เป็นประจำ
01:29:15 → 01:29:18ไม่ใช่แค่นานๆทีใช้ทีนี้นะคะอันนี้จะต้อง
01:29:18 → 01:29:21ปรึกษาคุณหมอเพื่อร่วมยาป้องกันร่วมด้วย
01:29:21 → 01:29:24ยาป้องกันเราจะไม่ให้คนไข้ไปซื้อที่ร้าน
01:29:24 → 01:29:26ขายยาเองเพราะว่าแต่ละคนเนี่ยจะเหมาะกับ
01:29:26 → 01:29:29แต่ละตัวไม่เหมือนกันก็ลองปรึกษาคุณหมอดู
01:29:29 → 01:29:33นะคะขอบคุณนะคะคุณหมอให้ข้อมูลน่าฟังมาก
01:29:33 → 01:29:36ค่ะขอบคุณเช่นกันนะคะอยู่กันจนจบเลยเดี๋
01:29:36 → 01:29:41ลองดูที่เอ่อ H ด้วยนะคะว่ามีคำถามขึ้นมา
01:29:41 → 01:29:47มยของHinินะคะมีคำถามมน้าเดี๋คุณทวีศินนะ
01:29:47 → 01:29:49คะบอกว่าคุณหมอครับเสียงวิงในหัวทำให้มึน
01:29:50 → 01:29:52หัวได้หรือเปล่าเสียงวิงไม่ได้ทำให้มึน
01:29:52 → 01:29:54หัวแต่เป็นอาการอาการร่วมกันค่ะคืออาการ
01:29:54 → 01:29:56เสียงวิ้งในหูอ่ะค่ะหรือที่เราเรียกว่า
01:29:56 → 01:30:00ทิัสนะคะก็เป็นหนึ่งในอาการของเอ่อหูผิด
01:30:00 → 01:30:03ปกติปกติเวลาเราเวียนมึนหัวเวียนศีรษะอ่ะ
01:30:03 → 01:30:06ค่ะเราก็จะมาจาก 2 ส่วนไม่สมองก็ตัวหู
01:30:06 → 01:30:08เพราะฉะนั้นเวลาคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องหู
01:30:08 → 01:30:10ไม่ว่าจะเป็นน้ำในหูไม่เท่ากันเส้นประสาท
01:30:10 → 01:30:13หูเสื่อมอะไรอย่างเงี้ยค่ะมักจะมีอาการ
01:30:13 → 01:30:16ทางหูร่วมด้วยหนึ่งในนั้นก็คือตัวทินิตัส
01:30:16 → 01:30:18เนี่ยแหละค่ะตัวเสียงวิ้งในหูนี่แหละหรือ
01:30:18 → 01:30:21ว่าบางคนอาจจะมาในลักษณะของเป็นแบบหูอื้อ
01:30:21 → 01:30:23แบบเหมือนเวลาเราขึ้นเครื่องบินหรือว่า
01:30:23 → 01:30:25เกิดการเปลี่ยนแปลงแรงดันเร็วๆแบบขึ้นตึก
01:30:25 → 01:30:27สูงๆเร็วๆอะไรเงี้ยแล้วที่มันรู้สึก
01:30:27 → 01:30:29เหมือนแบบมันอื้อๆเหมือนมีลมออกหูอ่ะค่ะ
01:30:29 → 01:30:32พวกเนี้ยเป็นอาการที่บอกว่าหูมีปัญหานะคะ
01:30:32 → 01:30:34ซึ่งก็เลยทำให้เรามึนหัวด้วยนะคะลอง
01:30:34 → 01:30:37ปรึกษาคุณหมอฮูคอจมูกได้นะคะถ้าเป็นอาการ
01:30:37 → 01:30:40แบบนี้ก็จะให้ไปเจอคุณหมอฮูเค้าจมูกก่อน
01:30:40 → 01:30:43ค่ะคนใกล้ตัวมีโรคประจำตัวเป็นความดันสูง
01:30:43 → 01:30:47จะมีปัญหามั้ยคะถ้ามีโรคประจำตัวเป็นความ
01:30:47 → 01:30:51ดันสูงในไมเกรนด้วยจริงๆถ้าปวดบ่อยนะคะ
01:30:51 → 01:30:54เราก็จะแนะนำการใช้ยาป้องกันในกลุ่มยา
01:30:54 → 01:30:56ความดันไปเลยเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นก 2
01:30:57 → 01:30:59ตัวก็คือเอ่อแทนที่เราจะต้องกินยาความดัน
01:30:59 → 01:31:02โลหิตสูงอยู่และเราก็เลือกหน่อยเลือกตัว
01:31:02 → 01:31:06ที่มีข้อมูลว่าช่วยป้องกันไมเกรนไปด้วย
01:31:06 → 01:31:08ซึ่งยาความดันทุกตัวไม่ได้มีข้อมูลในการ
01:31:08 → 01:31:11ป้องกันไมเกรนตัวที่มีใช้ในการป้องกัน
01:31:11 → 01:31:13ไมเกรนจะมีอยู่ 2 กลุ่มกลุ่มแรกก็คือจะ
01:31:13 → 01:31:16เป็นกลุ่มพวกBetackกอรนะคะอันนี้ก็จะลง
01:31:16 → 01:31:17ท้ายด้วยพวก
01:31:17 → 01:31:21แบบ metroporal lural อะไรพวกเนี้ยกลุ่ม
01:31:21 → 01:31:23นี้แต่ก็ก็ต้องระวังนิดนึงคือกลุ่มนี้มัน
01:31:23 → 01:31:24จะลดทั้งความดันแล้วก็ชีพจรลงได้เพราะ
01:31:24 → 01:31:27ฉะนั้นบางคนถ้าเกิดชีพจรเต้นไม่ได้เร็ว
01:31:27 → 01:31:28มากอยู่แล้วก็อาจจะต้องระมัดระวังหรือว่า
01:31:29 → 01:31:31คนที่เป็นหอบหืดกับอีกกลุ่มนึงที่ใช้ใน
01:31:31 → 01:31:33ไมเกรนเยอะๆก็จะเป็นปุกลุ่พวกแบบเค้า
01:31:33 → 01:31:37เรียกว่า a c i เป็นกลุ่มกลุ่มแบบกลุ่ม
01:31:37 → 01:31:39ซาตานกลุ่มแคนเดซตานอะไรอย่างเงี้ยค่ะอัน
01:31:39 → 01:31:41นี้อาจจะต้องให้คุณหมออ่ะที่จ่ายยาความ
01:31:41 → 01:31:43ดันให้เป็นคนจ่ายให้อีกทีนึงอย่าไปซื้อ
01:31:43 → 01:31:46เองแต่ก็แนะนำว่าถ้าเป็นความดันสูงอยู่
01:31:46 → 01:31:48แล้วอ่ะค่ะกินยาช่วยไมเกรนไปด้วยเนี่ยก็
01:31:48 → 01:31:51ได้ประโยชน์กับอีกอันนึงคือคนเป็นไมเกรน
01:31:51 → 01:31:52แล้วมีความดันสูงกว่านี้ต้องระวังเพราะ
01:31:52 → 01:31:55ว่าเวลาปวดหัวค่ะปวดไมเกรนมันปวดแบบปวด
01:31:55 → 01:31:57ค่อนข้างรุนแรงเพราะฉะนั้นเนี่ยเวลาปวด
01:31:57 → 01:32:01ไมเกรนแต่ละทีขึ้นมาความดันมันจะชอบแบบ
01:32:01 → 01:32:03ชูตขึ้นมาได้อ่ะค่ะแบบว่าจากเดิมเราอาจจะ
01:32:03 → 01:32:06อยู่ 130 แต่พอปวดหัวทีมัน 180 อะไรอย่าง
01:32:06 → 01:32:08เงี้ยอันนี้ก็อันตรายที่อาจจะเสี่ยงกับ
01:32:08 → 01:32:11พวกการที่ทำให้หลอดเลือดสมองโป่งพองแล้ว
01:32:11 → 01:32:13ก็แตกออกอะไรอย่างเงี้ยค่ะก็ควรคุมไมเกรน
01:32:13 → 01:32:16ไม่ให้กำเริบจะดีกว่าแล้วก็หรือว่าถ้ายัง
01:32:16 → 01:32:17ไม่เคยวินิจฉัยไมเกรนจริงๆอ่ะค่ะแล้วปี
01:32:17 → 01:32:20ปวดหัวแล้วมีความดันสูงจริงๆก็อย่าเพิ่ง
01:32:20 → 01:32:21คิดว่าเราเป็นไมเกรนอย่างเดียวหรือเปล่า
01:32:21 → 01:32:23นะคะอาจจะต้องแยกกับพวกโรคหลอดเลือดสมอง
01:32:24 → 01:32:27อื่นๆร่วมด้วยนะคะคุณกระต่ายนะคะบอกว่า
01:32:27 → 01:32:29ถ้าเราใช้ยาฉีดแล้วจำเป็นจะต้องใช้ยากิน
01:32:29 → 01:32:33อีกมั้ยคะจริงๆนะคะถ้าเราใช้ยาฉีดเนี่ย
01:32:33 → 01:32:36เราก็คือสามารถเลือกยาฉีดป้องกันเป็นยา
01:32:36 → 01:32:38หลักในการคุมไมเกรนได้เลยนะคะซึ่ง
01:32:38 → 01:32:40อันเนี้ยก็จะเหมาะกับคนที่ไม่ได้อยากกิน
01:32:40 → 01:32:43ยาทุกวันนะคะยายากินแบบเก่าเนี่ยเป็นยา
01:32:43 → 01:32:45ที่ต้องกินทุกวันอ่าแต่ยาฉีดอย่างเงี้ยก็
01:32:45 → 01:32:47จะฉีดเดือนละครั้งหรือ 3 เดือนครั้งถ้า
01:32:47 → 01:32:49เป็นน้อยๆส่วนใหญ่ก็ฉีดยาอย่างเดียวได้
01:32:49 → 01:32:54เลยแต่ถ้ามีข้อบ่งชี้ของยากินบางตัวเช่น
01:32:54 → 01:32:56อย่างคนที่มีโรคความดันสูงหรือว่าอย่าง
01:32:56 → 01:33:00แบบอ่าคนที่มีโรคซึมเศร้าร่วมด้วยอะไร
01:33:00 → 01:33:03อย่างเงี้ยอันนั้นอาจจะยังมีการใช้ยากิน
01:33:03 → 01:33:05เพื่อช่วยในเรื่องอื่นๆน่ะค่ะอย่างเช่น
01:33:05 → 01:33:07เรื่องอารมณ์เรื่องการนอนหลับเรื่องอะไร
01:33:07 → 01:33:10แบบเนี้ยค่ะเหมือนมาเป็นตัวเสริมมากกว่า
01:33:10 → 01:33:12แต่ถ้าเป็นไมเกรนไม่ได้เยอะแบบไม่ได้
01:33:12 → 01:33:14เรื้อรังมากนะคะส่วนใหญ่ยาฉีดก็ฉีดอย่าง
01:33:14 → 01:33:17เดียวไปเลยเพราะว่าหลายคนที่เลือกยาฉีดก็
01:33:17 → 01:33:19เพราะไม่อยากกินยาหรือถ้าเรายังเป็นน้อยๆ
01:33:19 → 01:33:21ไม่ได้เป็นเยอะแบบเกิน 15 ครั้งอะไรอย่าง
01:33:21 → 01:33:23เงี้ยแล้วก็ไม่อยากฉีดยาด้วยกลัวเข็มอะไร
01:33:23 → 01:33:25แบบเนี้ยก็อาจจะมาเลือกใช้ตัวที่เป็นยาอม
01:33:26 → 01:33:27ใต้ลิ้นก็ได้เหมือนกันนะคะเราเลือกกิน
01:33:27 → 01:33:29เป็นแบบกินป้องกันน่ะค่ะก็คือกินวันเว้น
01:33:30 → 01:33:32วันไปเลยก็ได้เหมือนกันอาจจะต้องลองคุย
01:33:32 → 01:33:36เรื่องของรายละเอียดของอาการแต่ละทีจบ
01:33:36 → 01:33:39แล้วมีคอมเมนต์เพิ่มเติมมยคะเดี๋ยวหมอดู
01:33:39 → 01:33:43อีกทีนึงนะน่าจะไม่มีและก็ขอบคุณทุกคนมาก
01:33:43 → 01:33:46ๆนะคะที่แบบว่าอยู่ฟังกันคือมันเยอะแหละ
01:33:46 → 01:33:50แล้วก็จริงๆถามว่าฟังไว้คงไม่ได้ต้องจำ
01:33:50 → 01:33:53ชื่อยาคงไม่ได้ต้องจำชื่อสารสื่อประสาทนะ
01:33:53 → 01:33:56คะแต่อยากให้เข้าใจคอนเซปตไมเกรนมากกว่า
01:33:56 → 01:33:59ว่าจริงๆแล้วไมเกรนมันเป็นโรคทางสมองที่
01:33:59 → 01:34:02เรามีกลไกอธิบายการเกิดความอาการปวดหัว
01:34:02 → 01:34:04ได้ชัดเจนเกี่ยวข้องกับสารสื่อประสาทที่
01:34:05 → 01:34:08สำคัญหลายตัวโดยเฉพาะตัว CGRP แล้วก็ยา
01:34:08 → 01:34:13ที่ใช้ปัจจุบันมียาอะไรบ้างมียาแก้ปวดมี
01:34:13 → 01:34:16ยาป้องกันแล้วก็มีทั้งกินแก้ปวดและป้อง
01:34:16 → 01:34:19กันอย่างเงี้ยค่ะคืออยากให้เห็นภาพรวม
01:34:19 → 01:34:21กว้างๆของการรักษามากกว่านะคะแล้วก็สุด
01:34:21 → 01:34:25ท้ายไมเกรนทุกคนนะคะก็อย่าลืมดูแลตัวเอง
01:34:25 → 01:34:28นะคะเราดูแลตัวเองเบื้องต้นเนี่ยเอ่อออก
01:34:28 → 01:34:31กำลังกายนอนให้พอนะคะกินอาหารให้เป็นเวลา
01:34:31 → 01:34:33หลีกเลี่ยงอาหารหรือว่าตัวกระตุ้นของเรา
01:34:33 → 01:34:36เนี่ยส่วนใหญ่ก็ดีขึ้นได้มากๆและแล้วก็จด
01:34:36 → 01:34:39อาการเพราะว่าถ้าเกิดเมื่อไหร่ที่เรา
01:34:39 → 01:34:42เริ่มเป็นบ่อยเป็นเยอะเริ่มจะใช้ยาเกิน
01:34:42 → 01:34:45เริ่มกินยาไม่ได้ผลเราก็จะได้รู้ว่าเรา
01:34:45 → 01:34:49อาจจะต้องไปพบคุณหมอแล้วนะคะก็สำหรับวัน
01:34:49 → 01:34:52นี้สวัสดี