00:00:00 → 00:00:03คุณผู้ชมเชื่อหรือไม่คะว่าปัจจุบันค่ะคน
00:00:03 → 00:00:06ที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดอาจจะมีความเสี่ยง
00:00:06 → 00:00:08เป็นเรื่องของโรคฮิคิโคโมริ
00:00:08 → 00:00:13ได้โรคฮิคิโคโมริสามารถพบได้มากขึ้นในคน
00:00:13 → 00:00:16เมืองที่อาศัยอยู่ในมหานครหรือเมืองใหญ่ๆ
00:00:16 → 00:00:19อย่างเช่นกรุงเทพฯได้เช่นกันเนื่องจาก
00:00:19 → 00:00:21สภาพสังคมเมืองในปัจจุบันที่เต็มไปด้วย
00:00:21 → 00:00:24ปัญหาทั้งรถติดและเพื่อนร่วมสังคมที่ไม่
00:00:24 → 00:00:27เป็นมิตรทำให้คนเมืองหลายคนชอบที่จะเก็บ
00:00:27 → 00:00:30ตัวอยู่ในห้องหรือคอนโดเงียบๆคนเดียว
00:00:30 → 00:00:33นอกจากนี้สภาพการอยู่อาศัยของคนเมืองที่
00:00:33 → 00:00:36ส่วนใหญ่พักอาศัยตามคอนโดหรือห้องเช่า
00:00:36 → 00:00:39ซึ่งทำให้ไม่ได้พบปะพูดคุยกับผู้อื่นมาก
00:00:39 → 00:00:42นักจึงอาจทำให้เกิดอาการของฮิคิโคโมริที่
00:00:42 → 00:00:45หนักขึ้นจึงถึงขั้นอาจป่วยเป็นโรคซึม
00:00:45 → 00:00:49เศร้าขึ้นได้และอย่างที่หมอดาวกล่าวไปนะ
00:00:49 → 00:00:52คะว่าโรคฮิคิโคโมริค่ะส่วนหนึ่งก็คือมา
00:00:52 → 00:00:54จากเรื่องของความผิดหวังและผิดหวังแล้ว
00:00:54 → 00:00:57ยังไม่พอนั่นก็คือเป็นเรื่องของการโทษตัว
00:00:57 → 00:01:00เองเมื่อโทษตัวเองก็ยิ่งผิดหวังยิ่งผิด
00:01:00 → 00:01:03หวังยิ่งโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าสำหรับ
00:01:03 → 00:01:06ตรงนี้นะคะเราจะจัดการกับเรื่องของการโทษ
00:01:06 → 00:01:09ตัวเองอย่างไรบ้างเมื่อรู้สึกผิดหวังเสีย
00:01:09 → 00:01:12ใจได้แต่อย่าซ้ำเติมตัวเองค่ะเมื่อผิด
00:01:12 → 00:01:14หวังก็เป็นธรรมดานะคะที่เราจะรู้สึกเสีย
00:01:14 → 00:01:18ใจเราสามารถแสดงออกว่าเสียใจได้ใครที่รู้
00:01:18 → 00:01:21สึกเศร้ามากๆก็สามารถที่จะร้องไห้เพื่อ
00:01:21 → 00:01:23ให้ตัวเองเนี่ยรู้สึกผ่อนคลายลงค่ะแต่
00:01:23 → 00:01:26สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือการเอาแต่โทษหรือซ้ำ
00:01:26 → 00:01:29เติมตัวเองวนไปค่ะเช่นคิดว่าคงจะไม่เป็น
00:01:29 → 00:01:33แบบนี้ถ้าเราทำแบบนี้การเอาแต่คิดซ้ำเติม
00:01:33 → 00:01:36ตัวเองจะทำให้เรารู้สึกแย่และก้าวผ่าน
00:01:36 → 00:01:39ความผิดหวังไปไม่ได้เลยสักทีค่ะเพราะ
00:01:39 → 00:01:42ฉะนั้นหยุดคิดโทษตัวเองแล้วเปิดใจยอมรับ
00:01:42 → 00:01:45ความจริงที่เกิดขึ้นเรายังสามารถเติบโต
00:01:45 → 00:01:48และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้อีกมากมายอยู่ที่
00:01:48 → 00:01:51mindset ของเราเองนะคะว่าเราจะมองมันใน
00:01:51 → 00:01:54มุมไหนเรียนรู้จากความผิดพลาดเราทุกคน
00:01:55 → 00:01:57ต่างก็สามารถทำความผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น
00:01:57 → 00:02:00ค่ะเราจึงควรทำความเข้าใจว่าการที่เราทำ
00:02:00 → 00:02:03สิ่งที่ผิดพลาดไม่ได้หมายความว่าเราเป็น
00:02:03 → 00:02:06คนล้มเหลวหรือไม่เอาไหนความผิดพลาดคือ
00:02:06 → 00:02:09เป็นครูที่ดีจะช่วยให้เราได้เรียนรู้ว่า
00:02:09 → 00:02:13วิธีไหนใช้ได้ผลและวิธีไหนที่ไม่เวิร์ค
00:02:13 → 00:02:15การเรียนรู้จากการผิดพลาดจะนำบทเรียน
00:02:15 → 00:02:18เหล่านั้นมาปรับปรุงตัวเองก็จะช่วยแก้ไข
00:02:18 → 00:02:21จุดบกพร่องและป้องกันไม่ให้เราทำผิดพลาด
00:02:21 → 00:02:25ซ้ำอีกในคราวหน้ารับผิดชอบในสิ่งที่ทำบาง
00:02:25 → 00:02:28ครั้งเราก็เอาแต่โทษสิ่งรอบตัวเป็นสาเหตุ
00:02:28 → 00:02:31ที่ทำให้เราผิดพลาดเช่นเราอาจโทษคุณพ่อ
00:02:31 → 00:02:34คุณแม่ที่ไม่ยอมปลุกให้ตื่นเช้าจนทำให้
00:02:34 → 00:02:37เราต้องตื่นสายค่ะทั้งๆที่ถ้าพิจารณาถึง
00:02:37 → 00:02:39สาเหตุที่แท้จริงแล้วที่เราตื่นสายก็
00:02:39 → 00:02:42เพราะตัวเราเองนี่แหละค่ะเพราะฉะนั้นก่อน
00:02:42 → 00:02:45จะโทษสิ่งต่างๆรอบตัวเราก็ควรคิดให้ถี่
00:02:45 → 00:02:47ถ้วนก่อนและรอบด้านนะคะว่าความผิดพลาดที่
00:02:47 → 00:02:51เกิดขึ้นมันมาจากตัวเราหรือสิ่งรอบข้าง
00:02:51 → 00:02:54กันแน่เพราะถ้าเราผ่านโทษสิ่งต่างๆรอบตัว
00:02:55 → 00:02:58แบบไม่มีเหตุผลไม่ลืมหูลืมตาค่ะสุดท้าย
00:02:58 → 00:03:02เราจะกลายเป็นคนที่ยอมรับความจริงไม่ได้
00:03:02 → 00:03:05การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นจะทำให้เรา
00:03:05 → 00:03:08รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองรู้สึกด้อย่าไปจน
00:03:08 → 00:03:11ถึงท้อแท้และสิ้นหวังมากๆค่ะความคิดพวก
00:03:11 → 00:03:14นี้จะวนเวียนอยู่ในหัวเราไม่หยุดเลยและทำ
00:03:14 → 00:03:17ให้เราไม่สามารถก้าวผ่านความผิดหวังไปได้
00:03:17 → 00:03:21สิ่งที่เราควรทำคือพยายามทำสิ่งต่างๆให้
00:03:21 → 00:03:24ดีที่สุดในแบบฉบับของตัวเราเองหยุดได้ให้
00:03:24 → 00:03:27หยุดคิดอย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคน
00:03:27 → 00:03:30อื่นเลยเพราะมันมีแต่จะทำให้ทอแท้และหมด
00:03:30 → 00:03:35พลังที่จะทำตามเป้าหมายที่วางไว้ค่ะค่ะ
00:03:35 → 00:03:38สุดท้ายนะคะไม่ว่าเราจะมีความเครียดอะไร
00:03:38 → 00:03:41อย่างไรนะคะต้องบอกเลยค่ะว่าหลายๆครั้ง
00:03:41 → 00:03:43ที่เราเก็บมันไว้กับตัวเราเพราะว่าเรา
00:03:43 → 00:03:47อยากเอ่อที่จะทบทวนหรือว่าดูแลตัวเองแก้
00:03:47 → 00:03:49ไขด้วยตัวเองแต่สิ่งที่เราทำอยู่มันอาจ
00:03:49 → 00:03:52ไม่ถูกต้องเพราะว่าการที่เราเนี่ยเก็บเอา
00:03:52 → 00:03:55ไว้กับตัวเองนั้นไม่ได้ระบายออกมานะคะรวม
00:03:55 → 00:03:57ไปถึงว่ามันเหมือนกับภายเรืออยู่ในอ่าง
00:03:57 → 00:04:00อ่ะค่ะมันจะทำให้ปัญหาเนี่ยอยู่แค่ตรง
00:04:00 → 00:04:03นั้นไม่สามารถแก้ได้การพูดคุยการที่แลก
00:04:03 → 00:04:06เปลี่ยนแชร์ไอเดียแชร์ความรู้สึกกันกับคน
00:04:06 → 00:04:09อื่นจะเป็นส่วนที่ช่วยในการจัดการแก้ไข
00:04:09 → 00:04:12ปัญหาได้ดีขึ้นหลายครั้งปัญหาเนี่ยมันไม่
00:04:12 → 00:04:14ใช่เกิดกับเราคนเดียวค่ะมันเกิดกับคนอื่น
00:04:14 → 00:04:17ด้วยแล้วเขาก็มีวิธีในการจัดการเอาตัวรอด
00:04:17 → 00:04:20และเมื่อเราไปแชร์ไอเดียตรงนี้กับเขาเรา
00:04:20 → 00:04:23ก็จะได้เห็นออวิธีการเอาตัวรอดวิธีการจัด
00:04:23 → 00:04:26การมันก็มีอีกนะยิ่งเราพูดคุยกับคนที่พูด
00:04:27 → 00:04:30คุยได้นะคะก็จะยิ่งทำให้เราเนี่ยสสมารถหา
00:04:30 → 00:04:33ทางออกได้ในการแก้ไขปัญหานอกจากนี้ค่ะก็
00:04:34 → 00:04:36มีวิธีนะคะในการปรึกษาซึ่งเราสามารถ
00:04:36 → 00:04:39ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ได้รวมถึงมีสาย
00:04:39 → 00:04:42ด่วนของกรมสุขภาพจิตก็คือ
00:04:42 → 00:04:451323 ที่สำคัญเลยเราจะต้อง detect หรือ
00:04:45 → 00:04:48ว่าตรวจจับตัวเองได้ว่าเอ๊ะจริงๆตอนเนี้ย
00:04:48 → 00:04:51เรามีภาวะความเครียดหรือมีอะไรที่เรารับ
00:04:51 → 00:04:53มือไม่ได้หรือเปล่าหนึ่งในนั้นค่ะก็คือ
00:04:53 → 00:04:56การคัดกรองตัวเองปัจจุบันมีแบบคัดกรองมาก
00:04:56 → 00:04:58มายนะคะยกตัวอย่างค่ะจากคณะแพทยศาสตร์
00:04:58 → 00:05:01รามาธิก็ดีนะคะจะเป็นแบบคัดกรองที่เรา
00:05:01 → 00:05:04สามารถสแกน QR coe จากหน้าจอมือถือค่ะ
00:05:04 → 00:05:06แล้วก็สามารถทำแบบทดสอบแล้วแล้วก็ประเมิน
00:05:06 → 00:05:09ตัวเองว่าเราเนี่ยเข้าข่ายภาวะไหนถ้า
00:05:09 → 00:05:12เครียดมากประกอบกับว่าภาวะชีวิตเนี่ยเรา
00:05:12 → 00:05:14ประเมินตัวเองแล้วอกินก็ไม่ได้นอนก็ไม่
00:05:14 → 00:05:17ได้แนะนำว่าไปพบบุคลากรทางการแพทย์หรือ
00:05:17 → 00:05:20ว่าจิตแพทย์พูดคุยก็จะยิ่งช่วยทำให้เรา
00:05:20 → 00:05:23เนี่ยหายตรงจุดนี้ในเร็ววันค่ะแล้วเราจะ
00:05:23 → 00:05:26รู้ตัวได้อย่างไรว่าตัวเราเนี่ยเป็นเพียง
00:05:26 → 00:05:29คนที่มีนิสัยชอบเก็บเนื้อเก็บตัวนะคะหรือ
00:05:29 → 00:05:32จะมีลักษณะของที่เรียกว่า introvert แต่
00:05:32 → 00:05:36ไม่ได้ถึงกับภาวะที่แยกตัวออกจากสังคม
00:05:36 → 00:05:40เลยคนที่เป็นอินเวิร์ตจะมีลักษณะดังนี้จะ
00:05:40 → 00:05:43เป็นคนที่มีโลคส่วนตัวสูงระมัดระวังในการ
00:05:43 → 00:05:46ใช้คำพูดคำจาและนิ่งลึกทำให้ดูเหมือนเป็น
00:05:46 → 00:05:50คนเก็บตัวพูดน้อยชอบทำกิจกรรมเงียบๆหรือ
00:05:50 → 00:05:52กิจกรรมที่มีกลุ่มคนน้อยๆเช่นอ่านหนังสือ
00:05:53 → 00:05:56วัดรูปตกปลาเดินป่าดูหนังฟังเพลงที่ห้อง
00:05:56 → 00:05:59สิ่งที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกับคนที่เป็น
00:05:59 → 00:06:01อินเวิร์ตคือการเข้าใจว่าคนกลุ่มนี้มัก
00:06:02 → 00:06:05ไม่ค่อยพูดและเก็บตัวแท้จริงแล้วไม่ใช่
00:06:05 → 00:06:07เลยค่ะคนที่เป็นอินโทรเวิร์ตหลายคนมี
00:06:07 → 00:06:11ทักษะในการพูดพรีเซนงานได้ดีและยังชื่น
00:06:11 → 00:06:13ชอบการออกไปท่องเที่ยวพบปะผู้คนอยู่
00:06:13 → 00:06:16เหมือนกันและถ้าเมื่อไหร่ที่อินเวจะต้อง
00:06:16 → 00:06:19พบเจอกับสังคมกลุ่มใหญ่โดยเฉพาะคนแปลก
00:06:19 → 00:06:22หน้าจะใช้พลังงานมากเป็นพิเศษและจะพูด
00:06:22 → 00:06:25น้อยตรงข้ามเมื่ออยู่กับคนรู้จักสำหรับคน
00:06:25 → 00:06:28ที่มีลักษณะ extrovert คือกลุ่มคนที่มัก
00:06:28 → 00:06:31ถูกมองว่าพูดเก่งชอบมีปฏิสัมพันธ์มนุษย์
00:06:31 → 00:06:33สัมพันธ์ดีและมีแรงกระตือรือร้นมากกว่าคน
00:06:33 → 00:06:36อินโทรเวิร์ตดังนั้นกิจกรรมของคนกลุ่มนี้
00:06:36 → 00:06:39จึงชื่นชอบการออกไปปาร์ตี้ท่องเที่ยวพบปะ
00:06:40 → 00:06:43ผู้คนกิจกรรมอะไรก็ได้ที่พบปะผู้คนค่ะ
00:06:43 → 00:06:45เนื่องจากนิสัยที่ไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ
00:06:45 → 00:06:48ชอบค้นหาอะไรใหม่ๆจึงไม่แปลกที่เวิร์จะ
00:06:48 → 00:06:52ชอบเข้าหาผู้คนทำให้รู้จักคนมากมายหลาย
00:06:52 → 00:06:55ประเภทกว้างขวางมีความรู้รอบตัวเยอะรู้
00:06:55 → 00:06:57ว่าการเข้าหาคนแบบนี้ต้องทำตัวอย่างไรมี
00:06:58 → 00:07:00ความมั่นใจสูง
00:07:00 → 00:07:02และในความเป็นจริงแล้วนะคะมนุษย์เราเนี่ย
00:07:02 → 00:07:05มีทั้งความเป็น introvert ก็คืออยู่ตัวคน
00:07:05 → 00:07:08เดียวใช้ความคิดเงียบๆและ Extra World
00:07:08 → 00:07:10คือการพบปะผู้คนทั้งนี้ทั้งนั้นค่ะเราควร
00:07:10 → 00:07:13จะ Balance หรือว่าสร้างสมดุลให้ดีโดยที่
00:07:13 → 00:07:16ในบางขณะเนี่ยเราจำเป็นจะต้องอยู่กับตัว
00:07:16 → 00:07:19เองทบทวนตัวเองว่าเราทำอะไรอยู่นะคะมี
00:07:19 → 00:07:21กิจกรรมที่เป็นของตัวเองหรือที่เรียกว่า
00:07:21 → 00:07:24มี Time ก็คือคืนกำไรชีวิตให้ตัวเองบาง
00:07:24 → 00:07:27ครั้งการนั่งเงียบๆการชาร์จพลังนะคะการทำ
00:07:27 → 00:07:30อะไรผ่อนคลายเราอาจจะมองว่านั่นคือ
00:07:30 → 00:07:32introvert แต่แท้จริงแล้วมันก็คือมี Time
00:07:32 → 00:07:35การที่เราให้เวลากับตัวเองอย่างแท้จริงใน
00:07:35 → 00:07:38ส่วน extrovert ค่ะคือการพบปะเรียนรู้ผู้
00:07:38 → 00:07:41คนจริงๆตรงจุดนี้มันก็จำเป็นนะคะที่เรา
00:07:41 → 00:07:43เนี่ยยังอยู่ในสังคมที่ยังต้องมีการแลก
00:07:43 → 00:07:46เปลี่ยนเรียนรู้และที่สำคัญคือการช่วย
00:07:46 → 00:07:48เหลือเกื้อกูลกันค่ะไม่มีใครหรอกค่ะที่
00:07:48 → 00:07:51สามารถที่เราจะลุยเดี่ยวได้จริงๆทั้งนี้
00:07:51 → 00:07:54ทั้งนั้นค่ะการที่เรามีคนอยู่แวดล้อมนั้น
00:07:54 → 00:07:56นะคะเราก็ต้องจัดสมดุลเช่นเดียวกันให้คน
00:07:56 → 00:07:59ที่อยู่แวดล้อมเรานั้นไม่มาท็อกซิกหรือ
00:07:59 → 00:08:02ว่ามาทำให้เราสูญเสียความเป็นส่วนตัวสูญ
00:08:02 → 00:08:05เสียมี Time หรือสูญเสียเวลาของตัวเองมาก
00:08:05 → 00:08:08เกินไปจะ introvert หรือ extrovert มาก
00:08:08 → 00:08:11น้อยแค่ไหนแต่สุดท้ายแล้วเราต้องกลับมา
00:08:11 → 00:08:14จัดสมดุลในชีวิตของเราให้ดีให้มันพอเหมาะ
00:08:14 → 00:08:17พอดีกันเพื่อที่เราจะได้อยู่กับตัวเอง
00:08:17 → 00:08:19อย่างมีความสุขและเพื่อที่จะได้อยู่กับคน
00:08:19 → 00:08:23อื่นอย่างมีความสุขด้วยค่ะขอบคุณนะคะ
00:08:23 → 00:08:26สำหรับการรับชมรายการ TNN Health ค่ะและ
00:08:26 → 00:08:30อย่าลืมค่ะกด Subscribe กดไลกดแชร์ในทุก
00:08:30 → 00:08:33ช่องทางออนไลน์ของ TNN ช่อง 16 ค่ะเพื่อ
00:08:33 → 00:08:37ที่จะไม่พลาดการรับชมรายการสดคลิปวดีโอ
00:08:37 → 00:08:40ที่น่าสนใจของทาง TNN นะ
00:08:41 → 00:08:44คะ