00:00:00 → 00:00:01มี
00:00:01 → 00:00:04[เพลง]
00:00:04 → 00:00:05[ปรบมือ]
00:00:05 → 00:00:08การดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการรักษา
00:00:08 → 00:00:11ด้วยเคมีบำบัดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งการ
00:00:11 → 00:00:14รักษาด้วยเคมีบำบัดเป็นการรักษาโรคมะเร็ง
00:00:14 → 00:00:17โดยการให้ยาเพื่อทำลายหรือหยุดยั้งการ
00:00:17 → 00:00:20เจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
00:00:20 → 00:00:23วัตถุประสงค์ของการให้เคมีบำบัด
00:00:23 → 00:00:28เพื่อรักษาให้หายขาดกรณีที่ 1 ภายหลังจาก
00:00:28 → 00:00:31การผ่าตัดรักษาแพ้พิจารณาให้ยาเคมีบำบัด
00:00:31 → 00:00:34เป็นการรักษาเสริมโดยมีเป้าหมายเพื่อ
00:00:34 → 00:00:38เพิ่มโอกาสหายขาดให้สูงขึ้นลดโอกาสการ
00:00:38 → 00:00:41กลับมาเป็นซ้ำของโรคมะเร็งมากกว่าการผ่า
00:00:41 → 00:00:43ตัดเพียงอย่างเดียวเช่นมะเร็งเต้านม
00:00:43 → 00:00:46มะเร็งลำไส้ใหญ่มะเร็งปอด
00:00:46 → 00:00:50กรณีที่ 2 กรณีที่ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่
00:00:50 → 00:00:54แทนอาจพิจารณาใช้ยาเคมีบำบัดก่อนการผ่า
00:00:54 → 00:00:58ตัดเพื่อช่วยลดขนาดของก้อนลงจนทำให้สาร
00:00:58 → 00:01:01ระยะแพทย์สามารถผ่าตัดก็เนื้อเพลงได้หมด
00:01:01 → 00:01:05กรณีที่ 3 โรคมะเร็งบางชนิดที่ใช้การ
00:01:05 → 00:01:08รักษาด้วยการฉายรังสีเป็นหลักเช่นมะเร็ง
00:01:08 → 00:01:12ที่ศีรษะและลำคอการให้ยาเคมีบำบัดพร้อม
00:01:12 → 00:01:15กับการถ่ายรังสีจะช่วยให้ประสิทธิภาพการ
00:01:15 → 00:01:19รักษาดีขึ้นนอกจากนี้ในโลกมะเร็งหลายชนิด
00:01:19 → 00:01:22สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการใช้ยาเคมี
00:01:22 → 00:01:25บำบัดเพียงอย่างเดียวเช่นมะเร็งเม็ดเลือด
00:01:25 → 00:01:29ขาวมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมะเร็งลูกอัณฑะ
00:01:29 → 00:01:32วัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอาการและประคับ
00:01:32 → 00:01:35ประคองโรคสำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะแรก
00:01:35 → 00:01:38กระจายแทนให้ยาเคมีบำบัดเพื่อบรรเทาอาการ
00:01:39 → 00:01:41จากโรคมะเร็งเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพ
00:01:41 → 00:01:44ชีวิตที่ดีขึ้น
00:01:44 → 00:01:48การเลือกใช้ยาเคมีบำบัดในการรักษาผู้ป่วย
00:01:48 → 00:01:52มะเร็งการเลือกใช้ยาเคมีบำบัดขนาดยาและ
00:01:52 → 00:01:55ชนิดของยาเคมีบำบัดล้วนมีความสำคัญด้วย
00:01:55 → 00:01:58ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกสูตรยาเคมีบำบัด
00:01:58 → 00:02:01ได้แก่ชนิด the Rings ระยะของโรคมะเร็ง
00:02:01 → 00:02:06อายุสภาพร่างกายโรคประจำตัวรวมถึงประวัติ
00:02:06 → 00:02:10การรักษาโรคมะเร็งในอดีตรูปแบบการให้ยา
00:02:10 → 00:02:13เคมีบำบัดการให้ยาเคมีบำบัดมีหลายรูปแบบ
00:02:13 → 00:02:16ขึ้นกับชนิดของโรคมะเร็งและสูตรยาเคมี
00:02:17 → 00:02:19บำบัดส่วนมากเป็นยาฉีดร่วมกับสารน้ำทาง
00:02:19 → 00:02:22หลอดเลือดดำนอกจากนี้ยังมีแบบรับประทาน
00:02:23 → 00:02:26หรือฉีดเข้าทางน้ำไขสันหลังระยะเวลาการ
00:02:26 → 00:02:30ให้ยาเคมีบำบัดรอบระยะเวลาการให้ยาขึ้น
00:02:30 → 00:02:33กับชนิดของโรคมะเร็งและสูตรยาเคมีบำบัด
00:02:33 → 00:02:37ซึ่งโดยทั่วไปจะให้ยาทุก 2-4 สัปดาห์ต่อ
00:02:37 → 00:02:40ครั้งระยะเวลาเฉลี่ย 4 ถึง 6 เดือนต่อ 1
00:02:40 → 00:02:45สูตรการรักษาผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดยา
00:02:45 → 00:02:48เคมีบำบัดจะผ่านทางกระแสเลือดและกระจายไป
00:02:48 → 00:02:51ทั่วร่างกายไปออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งและ
00:02:51 → 00:02:55เซลล์ปกติอื่นๆในร่างกายโดยเซลล์ปกติที่
00:02:55 → 00:02:58มีการผลัดเซลล์และแบ่งตัวได้เร็วก็จะมีผล
00:02:58 → 00:03:02กระทบจากยาเคมีอาดังกล่าวเช่นเซลล์เม็ด
00:03:02 → 00:03:04เลือดทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดต่ำกว่าปกติ
00:03:04 → 00:03:08ได้เซลล์เยื่อบุตันทางเดินอาหารตั้งแต่ใน
00:03:08 → 00:03:11ช่องปากจนถึงลำไส้ใหญ่ส่วนล่างทำให้เกิด
00:03:11 → 00:03:14ลายในเยื่อบุต่างๆรวมถึงอาการท้องเสีย
00:03:14 → 00:03:18เซลล์ในระบบสืบพันธุ์อาจทำให้มีภาวะมี
00:03:18 → 00:03:21บุตรยากและเซลล์บริเวณรูขุมขนของเส้นผม
00:03:21 → 00:03:25ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงโดยผลกระทบดัง
00:03:25 → 00:03:28กล่าวมักเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้นจาก
00:03:28 → 00:03:32นั้นจะกลับสู่สภาพปกติภายหลังการรักษาผล
00:03:32 → 00:03:35ข้างเคียงจากยาเคมีบำบัดเกิดตั้งแต่ในขณะ
00:03:35 → 00:03:38ที่ได้รับยาหรือเกิดภายหลังได้รับยาเป็น
00:03:38 → 00:03:40ชั่วโมงหรือหลายๆสัปดาห์หลังจากการให้ยา
00:03:40 → 00:03:44แอร์โดยขึ้นกับชนิดของยาเคมีบำบัดที่ใช้
00:03:44 → 00:03:47และสภาพผู้ป่วยผู้ป่วยแต่ละรายที่ได้รับ
00:03:47 → 00:03:50ยาเคมีบำบัดชนิดเดียวกันอาจเกิดผลข้าง
00:03:50 → 00:03:53เคียงที่มีความรุนแรงแตกต่างกันได้แต่ผล
00:03:53 → 00:03:55ข้างเคียงของยาเคมีบำบัดเกือบทั้งหมด
00:03:55 → 00:04:00สามารถฟื้นตัวหรือรักษาให้ดีขึ้นจนหายได้
00:04:00 → 00:04:03อยู่ข้างเคียงที่พบบ่อย 1 กดไขกระดูกโดย
00:04:03 → 00:04:07ในช่วงของการให้ยาเคมีบำบัดจะพบการลดลง
00:04:07 → 00:04:11ของเม็ดเลือดต่างๆได้แก่เม็ดเลือดขาวต่ำ
00:04:11 → 00:04:14ทำให้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเม็ดเลือด
00:04:14 → 00:04:17แดงต่ำทำให้มีอาการอ่อนเพลียเหนื่อยง่าย
00:04:17 → 00:04:21เกร็ดเลือดต่ำทำให้มีเลือดออกง่ายเม็ด
00:04:21 → 00:04:24เลือดขาวและเกล็ดเลือดจะลดจำนวนลงถึง
00:04:24 → 00:04:27ระดับต่ำสุดภายในระยะเวลา 7 ถึง 14 วัน
00:04:27 → 00:04:31และเม็ดเลือดแดงจะลดสู่ระดับต่ำสุดภายใน
00:04:31 → 00:04:34ระยะเวลา 3 ถึง 4 สัปดาห์หลังจากได้ยา
00:04:34 → 00:04:37เคมีบำบัดหลังจากนั้นจะค่อยๆเพิ่มจำนวน
00:04:37 → 00:04:41สู่ระดับปกติหากชนิดของยาเคมีบำบัดมีความ
00:04:41 → 00:04:44เสี่ยงสูงมากในการกดไขกระดูกแพนจะพิจารณา
00:04:44 → 00:04:47ให้ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวเพื่อป้องกัน
00:04:47 → 00:04:50ภาวะแทรกซ้อนจากเม็ดเลือดขาวต่ำได้
00:04:50 → 00:04:532 คลื่นไส้อาเจียนความรุนแรงของอาการ
00:04:53 → 00:04:56คลื่นไส้อาเจียนขึ้นอยู่กับสูตรยาเคมี
00:04:56 → 00:04:59บำบัดและสภาพผู้ป่วยโดยอาการคลื่นไส้
00:04:59 → 00:05:02อาเจียนคุณสามารถแบ่งเป็นแบบเฉียบพลันคือ
00:05:02 → 00:05:05เกิดภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับยาเคมี
00:05:05 → 00:05:09บำบัดและระยะหลังจาก 24 ชั่วโมงและอาจ
00:05:09 → 00:05:11เกิดจากประสบการณ์คลื่นไส้อาเจียนจากยา
00:05:11 → 00:05:15เคมีบำบัดในครั้งก่อนๆเมื่อทราบว่าจะต้อง
00:05:15 → 00:05:18ให้ยาเคมีบำบัดเห็นหรือได้กลิ่นยาเคมี
00:05:18 → 00:05:21บำบัดก็จะกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้
00:05:21 → 00:05:26อาเจียนได้แต่ในปัจจุบันมียาหลายชนิดที่
00:05:26 → 00:05:28สามารถช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้
00:05:28 → 00:05:31ดีหากผู้ป่วยได้รับยาป้องกันอาการอาเจียน
00:05:31 → 00:05:35ตั้งแต่ครั้งแรกของการให้ยาเคมีบำบัดอาจ
00:05:35 → 00:05:38ลดหรือไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนตลอดระยะ
00:05:38 → 00:05:40เวลาการรักษาเลย
00:05:40 → 00:05:453 ผมร่วงผมร่วงเกิดจากยาเคมีบำบัดบาง
00:05:45 → 00:05:48ชนิดเท่านั้นความแรงหรือประสิทธิภาพของยา
00:05:48 → 00:05:51เคมีบำบัดไม่มีความสัมพันธ์กับอาการผม
00:05:51 → 00:05:54ร่วงซึ่งผมร่วงนั้นไม่ได้เป็นอันตรายต่อ
00:05:54 → 00:05:57ชีวิตแต่ส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย
00:05:57 → 00:06:01อาการผมร่วงจะเริ่มใน 2 3สัปดาห์หลังจาก
00:06:01 → 00:06:04ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดอาการผม
00:06:04 → 00:06:07ร่วงจัดยาเคมีบำบัดเป็นภาวะที่เกิดชั่ว
00:06:07 → 00:06:11คราวเท่านั้นผมจะเริ่มขึ้นหลังจากสิ้นสุด
00:06:11 → 00:06:14การรักษาไม่ควรทำสีผมหรือใช้สารเคมี
00:06:14 → 00:06:18รุนแรงขณะให้ยาเคมีบำบัดเงินจากอาจส่งผล
00:06:18 → 00:06:22ต่อสุขภาพผมและทำให้ผมร่วงมากขึ้นได้
00:06:22 → 00:06:274 ภาวะเบื่ออาหารและรับรู้รสชาติอาหาร
00:06:27 → 00:06:30เปลี่ยนไปยาเคมีบำบัดส่วนใหญ่ทำให้ผู้
00:06:30 → 00:06:33ป่วยไม่อยากอาหารและเกิดการเปลี่ยนแปลงใน
00:06:33 → 00:06:36การรับรู้รสชาติทำให้รับประทานอาหารได้
00:06:36 → 00:06:39น้อยลงหากคุณแรงมากจนผู้ป่วยรับประทาน
00:06:39 → 00:06:42อาหารไม่ได้อาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร
00:06:42 → 00:06:45และน้ำหนักลดได้ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้น
00:06:45 → 00:06:48ชั่วคราวและดีขึ้นไม่ได้ยาเคมีบำบัดครบ
00:06:48 → 00:06:52แล้วการให้รับอาหารอย่างเพียงพอเป็นสิ่ง
00:06:52 → 00:06:54จำเป็นสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเพื่อต่อสู้กับ
00:06:54 → 00:06:57โรคมะเร็งและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ
00:06:57 → 00:07:025 อาการเจ็บถ้าเป็นแผลในปากและคอผู้ป่วย
00:07:02 → 00:07:05ที่มีภาวะอักเสบเยื่อบุปากอาจทำให้เกิด
00:07:05 → 00:07:08แผลในช่องปากและลำคอในผู้ป่วยที่มีอาการ
00:07:08 → 00:07:12รุนแรงหากลืนอาหารได้ลำบากเป็นแผลเลือด
00:07:12 → 00:07:15ออกหรือติดเชื้อซ้ำได้ซึ่งอาการดังกล่าว
00:07:15 → 00:07:19เกิดขึ้นชั่วคราวมักจะเกิดในวันที่ 5-14
00:07:19 → 00:07:22หลังจากได้รับยาเคมีบำบัดและเป็นอยู่
00:07:22 → 00:07:26ประมาณ 2-3 สัปดาห์อาการจะหายสนิทเมื่อ
00:07:26 → 00:07:29เสร็จสิ้นการให้ยาเคมีบำบัดในช่วงที่มี
00:07:29 → 00:07:32แผลในช่องปากและลำคอสามารถบรรเทาได้โดย
00:07:32 → 00:07:35การใช้ยาพ่นหรือยาชาอมรวบปากเพื่อลดความ
00:07:36 → 00:07:38เจ็บปวดขณะรับประทานอาหาร
00:07:38 → 00:07:426 ท้องผูกอาการท้องผูกสามารถพบว่าประมาณ
00:07:42 → 00:07:44ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมะเร็งปัจจัยเสี่ยง
00:07:44 → 00:07:48ต่ออาการท้องผูกได้แก่การได้รับยาแก้ปวด
00:07:48 → 00:07:53กลุ่มโอปิออยด์เช่นมอร์ฟีนผู้ป่วยที่ไม่
00:07:53 → 00:07:57ค่อยลุกเดินผู้ป่วยที่นอนติดเตียงรับ
00:07:57 → 00:08:00ประทานอาหารที่ไม่มีใยอาหารทานน้ำหรือไม่
00:08:00 → 00:08:04หรือขาดน้ำยาแก้คลื่นไส้อาเจียนบางชนิดก็
00:08:04 → 00:08:06อาจทำให้ท้องผูกได้
00:08:06 → 00:08:117 ท้องเสียอาการท้องเสียอาจพบร่วมกับ
00:08:11 → 00:08:14ท้องอืดหรือปวดท้องได้ซึ่งพบได้ 3 ใน 4
00:08:14 → 00:08:17ของผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดเนื่องจาก
00:08:17 → 00:08:21ยาเคมีบำบัดทำลายเซลล์เยื่อบุลำไส้ปัจจัย
00:08:21 → 00:08:24เสี่ยงที่ทำให้ผู้ป่วยท้องเสียได้แก่ยา
00:08:24 → 00:08:27เคมีบำบัดบางชนิดการได้รับการฉายแสงร่วม
00:08:27 → 00:08:31กับการได้รับยาเคมีบำบัดพร้อมกันท้องเสีย
00:08:31 → 00:08:34อาจมีผลทำให้เกิดภาวะขาดน้ำและความไม่
00:08:35 → 00:08:38สมดุลของเกลือแร่ในร่างกายดังนั้นผู้ป่วย
00:08:38 → 00:08:40ที่มีอาการท้องเสียควรแจ้งแพทย์หรือ
00:08:41 → 00:08:43พยาบาลเพื่อทำการรักษา
00:08:43 → 00:08:481-8 ผลต่อระบบสืบพันธุ์ยาเคมีบำบัดบาง
00:08:48 → 00:08:50ชนิดมีผลต่อเซลล์สืบพันธุ์ทั้งเพศชายและ
00:08:50 → 00:08:54หญิงทำให้ความต้องการทางเพศลดลงเกิดภาวะ
00:08:54 → 00:08:58มีบุตรยากดังนั้นหากผู้ป่วยมีความต้องการ
00:08:58 → 00:09:01ในการมีบุตรต้องแจ้งแพทย์ผู้รักษาเพื่อ
00:09:01 → 00:09:05ให้คำแนะนำในการเก็บอสุจิหรือไข่ก่อนให้
00:09:05 → 00:09:06ยาเคมีบำบัด
00:09:06 → 00:09:09การปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
00:09:09 → 00:09:13และญาติผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดจะมี
00:09:13 → 00:09:16ระดับยาที่สูงในเลือดและสามารถขับออกทาง
00:09:16 → 00:09:20ร่างกายทั้งทางปัสสาวะอุจจาระและอาเจียน
00:09:20 → 00:09:23ซึ่งจะเกิดการระคายเคืองหากสัมผัสร่างกาย
00:09:23 → 00:09:28ได้และยาส่วนใหญ่จะถูกขับออกหมดภายใน 48
00:09:28 → 00:09:32ชั่วโมงดังนั้นผู้ป่วยที่กำลังได้รับยา
00:09:32 → 00:09:35เคมีบำบัดและหลังได้รับยา 48 ชั่วโมงควร
00:09:35 → 00:09:39ปฏิบัติดังนี้ล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่
00:09:39 → 00:09:42ทุกครั้งหลังจากใช้ห้องน้ำและเช็ดด้วย
00:09:42 → 00:09:46กระดาษให้แห้งมีผู้ดูแลผู้ป่วยควรสวมถุง
00:09:46 → 00:09:49มือแบบใช้ครั้งเดียวทุกครั้งที่ทำความ
00:09:49 → 00:09:52สะอาดและล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทุก
00:09:52 → 00:09:56ครั้งกดชักโครก 2 ครั้งปิดฝาชักโครกทุก
00:09:56 → 00:09:59ครั้งที่กดเพื่อไม่ให้กระเด็น
00:09:59 → 00:10:03หากอาเจียนควรทำความสะอาดอย่างน้อย 2 รอบ
00:10:03 → 00:10:07เสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนของผู้ป่วยควรซัก 2
00:10:07 → 00:10:10ครั้งไม่ควรซักร่วมกับเสื้อผ้าของผู้อื่น
00:10:10 → 00:10:13และหักยังสามารถทราบได้ทันทีควรเก็บใส่
00:10:13 → 00:10:17ถุงพลาสติกและปิดให้มิดชิดหากใช้ผ้าอ้อม
00:10:17 → 00:10:19ผู้ใหญ่แบบใช้แล้วทิ้งถ้าหรือแผ่นอนามัย
00:10:19 → 00:10:23สอนนำไปทิ้งถังขยะควรรวมในถึง Plus ให้
00:10:23 → 00:10:28มิดชิดควรคุมกำเนิดโดยใช้ถุงยางอนามัยทุก
00:10:28 → 00:10:31ครั้งที่มีเพศสัมพันธ์นอกจากนั้นยัง
00:10:31 → 00:10:34สามารถตรวจพบยาได้ในสารคัดหลั่งในช่อง
00:10:34 → 00:10:39คลอดและอวัยวะเพศชายการปฏิบัติตัวขณะได้
00:10:39 → 00:10:42รับยาเคมีบำบัดที่โรงพยาบาลระวังไม่ให้
00:10:42 → 00:10:46ตำแหน่งที่แทนถ้าเปรียบชื้นระวังไม่ให้มี
00:10:46 → 00:10:51สายหักพับงอหรือดึงรั้งหากมีอาการปวดแสบ
00:10:51 → 00:10:56ร้อนแดงเจ็บหรือบวมบริเวณที่แทนเข็มต้อง
00:10:56 → 00:10:59รีบแจ้งพยาบาลทันทีระหว่างทำกิจวัตรประจำ
00:10:59 → 00:11:04วันเช่นอาบน้ำเดินนั่งควรระวังไม่ให้
00:11:04 → 00:11:07เลือดไหลย้อนกลับเข้าสายน้ำเกลือเพราะอาจ
00:11:07 → 00:11:10ทำให้เกิดการอุดตันของลิ่มเลือดในสายได้
00:11:11 → 00:11:15การปฏิบัติตัวหลังได้รับยาเคมีบำบัด 1
00:11:15 → 00:11:18อาหารปัจจุบันนี้ยังไม่มีหลักฐานทางการ
00:11:18 → 00:11:21แพทย์ใดๆที่สนับสนุนว่าการไม่รับประทาน
00:11:21 → 00:11:25อาหารบางชนิดสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ดัง
00:11:25 → 00:11:29นั้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมี
00:11:29 → 00:11:31สารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ในผู้ป่วยที่
00:11:31 → 00:11:35ได้รับยาเคมีบำบัดจึงมีความสำคัญมากเพื่อ
00:11:35 → 00:11:37ทำให้ผลการรักษาดีที่สุดและมีคุณภาพชีวิต
00:11:37 → 00:11:41ที่ดีขึ้นอาหารที่แนะนำควรเป็นอาหารที่
00:11:41 → 00:11:44ปรุงสุกสะอาดไม่รับร่างร้านอาหารที่ไม่
00:11:44 → 00:11:48สูบเช่นหอยนางรมปลาดิบซื้ออาหารสุกสุกดิบ
00:11:48 → 00:11:54ๆหรือของหมักดองเช่นแหนมปลาร้ากออ้อยส้น
00:11:54 → 00:11:58ตำและยำต่างๆเป็นต้นรวมทั้งหลีกเลี่ยงการ
00:11:58 → 00:12:01รับประทานผักและผลไม้สดชั่วคราวการรับ
00:12:01 → 00:12:05ประทานผักต้องผ่านความร้อนต้องล้างและปอก
00:12:05 → 00:12:08เปลือกผลไม้ก่อนรับประทานทุกครั้งเนื่อง
00:12:08 → 00:12:11จากผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดอาจทำให้
00:12:11 → 00:12:13เกิดภาวะเม็ดเลือดต่ำหากได้รับเชื้อโรค
00:12:13 → 00:12:17จากอาหารที่ไม่สุกสะอาดจะทำให้มีโอกาสติด
00:12:17 → 00:12:22เชื้อรุนแรงได้ 2 การดูแลตนเองควรล้างมือ
00:12:22 → 00:12:25ให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังจากที่
00:12:25 → 00:12:27เข้าห้องน้ำทุกครั้ง
00:12:27 → 00:12:30หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วยหรือแหล่งชุม
00:12:30 → 00:12:34ชนแออัดถ้าจำเป็นต้องออกจากบ้านควรใส่ผ้า
00:12:34 → 00:12:37ปิดปากป้องกันเชื้อโรคเสมอแปรงฟันให้
00:12:37 → 00:12:40สะอาดด้วยขนแปรงอ่อนนุ่มและม่วนปากทุก
00:12:40 → 00:12:42ครั้งหลังรับประทานอาหารตัดเล็บให้สั้น
00:12:42 → 00:12:45และสระอะถ้าตัดไม่ควรซื้อยารับประทานเอง
00:12:45 → 00:12:49เนื่องจากยาบางชนิดมีผลรบกวนการทำงานของ
00:12:49 → 00:12:52เกล็ดเลือดการทำงานของไตและอาจทำให้มี
00:12:52 → 00:12:55เลือดออกทางเดินอาหารได้
00:12:55 → 00:12:59อาการที่ต้องมาโรงพยาบาลที่ต้องพบแพทย์
00:12:59 → 00:13:02เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร็วในสถาน
00:13:02 → 00:13:05พยาบาลที่ใกล้ที่สุดอีกไข้สูงมากกว่า 38
00:13:05 → 00:13:09องศาเซลเซียสหรือหนาวสั่นควรมาถึงโรง
00:13:09 → 00:13:12พยาบาลภายใน 3 ชั่วโมงหลังมีไข้มีอาการ
00:13:12 → 00:13:18ผิดปกติเช่นไอเจ็บคอปวดท้องถ่ายเหลวเจ็บ
00:13:18 → 00:13:23ทวารหนักปัสสาวะแสบขัดหรือขุ่นหรือกระปิด
00:13:23 → 00:13:28กระปอยมีแผลอักเสบบวมแดงร้อนหรือมีหนอง
00:13:28 → 00:13:32มีแผลในช่องปากที่รุนแรงจนส่งผลต่อการ
00:13:32 → 00:13:35เดินอาหารและน้ำลำบากคลื่นไส้อาเจียนหรือ
00:13:35 → 00:13:39ท้องเสียรุนแรงจนมีภาวะขาดน้ำเช่นน้ำมืด
00:13:39 → 00:13:43เป็นลมหรือผู้ป่วยมีระดับความรู้สึกตัว
00:13:43 → 00:13:47เปลี่ยนต่อไปซึมลงอาการระบบอื่นๆนอกจาก
00:13:47 → 00:13:49อาการดังกล่าวข้างต้นที่มีความรุนแรงมาก
00:13:49 → 00:13:54ขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นปวดศีรษะรุนแรงสูญ
00:13:54 → 00:13:56เสียการทรงตัวเป็นต้น
00:13:56 → 00:13:59การตรวจติดตามภายหลังจากได้รับการรักษา
00:13:59 → 00:14:02ด้วยยาเคมีบำบัดอย่างครบถ้วนมีส่วนสำคัญ
00:14:02 → 00:14:05ในการเฝ้าติดตามการดำเนินโรคของผู้ป่วย
00:14:05 → 00:14:09ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์ถึงตาราง
00:14:09 → 00:14:12นัดตรวจติดตามและอาการที่ควรมาพบแพทย์โดย
00:14:12 → 00:14:15ละเอียดเพื่อประสิทธิภาพในการรักษามะเร็ง
00:14:15 → 00:14:19และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย