00:00:00 → 00:00:03สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาชวนคุยเกี่ยวกับ
00:00:03 → 00:00:06งานวิจัยหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature
00:00:06 → 00:00:09aging เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงต่อความ
00:00:09 → 00:00:12เสื่อมของสมองของเราโดยในงานวิจัยจาก
00:00:12 → 00:00:15มหาวิทยาลัยออกฟอร์ดได้ทำการเก็บรวบรวม
00:00:15 → 00:00:17และวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วม UK
00:00:17 → 00:00:21biobank มากกว่า 500,000 คนโดยนักวิจัย
00:00:21 → 00:00:24ได้ติดตามพวกเขาเป็นเวลา 12 ปีและตรวจสอบ
00:00:24 → 00:00:26ปัจจัยเสี่ยง 15 อย่างที่สามารถปรับ
00:00:26 → 00:00:31เปลี่ยนได้ได้แก่ BMI ความดันโลหิตระดับ
00:00:31 → 00:00:34คอเลสเตอรอลระดับน้ำตาลในเลือดการสูบ
00:00:34 → 00:00:38บุหรี่การดื่มแอลกอฮอล์กิจกรรมทางกายการ
00:00:38 → 00:00:43ศึกษาอาหารการนอนหลับภาวะซึมเศร้าความ
00:00:43 → 00:00:47เครียดการได้ยินการสูญเสียการมองเห็นและ
00:00:47 → 00:00:51การปฏิสัมพันธ์ทางสังคมนะครับและนักวิจัย
00:00:51 → 00:00:54ก็ได้พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มความ
00:00:54 → 00:00:56เสี่ยงต่อสภาวะสมองเสื่อมมากที่สุด 3
00:00:57 → 00:01:01อันดับแรกก็คือโรคเบาหวานลพิษทางอากาศและ
00:01:01 → 00:01:04การดื่มแอลกอฮอล์ตามลำดับนะครับโดยอันดับ
00:01:04 → 00:01:07ที่ 1 คือโรคเบาหวานโดยผู้ป่วยโรคเบาหวาน
00:01:07 → 00:01:10เนี่ยจะมีโอกาสสมองเสื่อมเร็วกว่าคนปกติ
00:01:10 → 00:01:12ถึง 2 เท่าเลยนะครับสาเหตุหลักเนี่ยก็มา
00:01:12 → 00:01:15จากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงไปส่งผลต่อ
00:01:15 → 00:01:18ระบบประสาทและหลอดเลือดในสมองอันดับที่ 2
00:01:18 → 00:01:21คือมลพิษทางอากาศแน่นอนว่าทั้งจากการ
00:01:21 → 00:01:25จราจรและจากฝุ่นละออง PM 2.5 ทั้ง 2
00:01:25 → 00:01:27อย่างเนี่ยจะไปส่งผลต่อระบบทางเดือนหายใจ
00:01:27 → 00:01:30และระบบประสาทของเรานะครับซึ่งไปเพิ่มการ
00:01:30 → 00:01:33กระตุ้นการอักเสบในสมองได้อันดับที่ 3
00:01:33 → 00:01:36คือการดื่มแอลกอฮอล์โดยแอลกอฮอล์จะเป็น
00:01:36 → 00:01:39พิษต่อสมองโดยเฉพาะเซลล์ประสาทในฮิปโป
00:01:39 → 00:01:42แคมปัสซึ่งมีความสำคัญต่อความทรงจำและการ
00:01:42 → 00:01:45เรียนรู้และแอลกอฮอล์ยังไปรบกวนการส่ง
00:01:45 → 00:01:48สัญญาณของสารซื่อประสาททำให้ส่งผลต่อความ
00:01:48 → 00:01:52คิดความจำและการประสานงานอีกด้วยนะครับ
00:01:52 → 00:01:54และถ้าเรามาสังเกตดูดีๆเนี่ยทั้ง 3
00:01:55 → 00:01:57ปัจจัยนี้มักจะเป็นปัจจัยที่ใครหลายๆคน
00:01:57 → 00:02:00มักจะมองข้ามไม่ให้ความสำคัญกับการจัดการ
00:02:00 → 00:02:02กับปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆใช่มั้ย
00:02:02 → 00:02:05ครับซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็ล้วนเป็นผลมาจาก
00:02:05 → 00:02:08พฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรานั่นเองนะครับ
00:02:08 → 00:02:11ตั้งแต่โรคเบาหวานที่เกิดจากการกินอาหาร
00:02:11 → 00:02:15ที่มีน้ำตาลสูงไขมันสูงใยอาหารต่ำและมี
00:02:15 → 00:02:19กิจกรรมทางกายที่น้อยเกินไปปัญหามลพิษทาง
00:02:19 → 00:02:21อากาศที่เกิดจากควันพิษรถยนต์โรงงาน
00:02:22 → 00:02:25อุตสาหกรรมและการเผาไม้ต่างๆการดื่ม
00:02:25 → 00:02:28แอลกอฮอล์ที่ไม่ควบคุมปริมาณการดื่มให้ดี
00:02:28 → 00:02:31หลายคนก็ดื่มเพื่อเพื่อคายเครียดหรือ
00:02:31 → 00:02:34เพื่อจะได้หนีจากปัญหาทำให้เกิดเป็นนิสัย
00:02:34 → 00:02:36การดื่มเป็นประจำเมื่อเกิดความเครียดหรือ
00:02:36 → 00:02:39ปัญหานั่นเองนะครับทีนี้แล้วเราจะรับมือ
00:02:39 → 00:02:42กับปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้ยังไงนะครับ
00:02:42 → 00:02:45จริงๆต้องบอกก่อนว่าการที่เราจะรับมือกับ
00:02:45 → 00:02:47ปัจจัยเสียงเหล่านี้เนี่ยเราต้องเริ่มทำ
00:02:47 → 00:02:50ตั้งแต่เนิ่นๆนะครับและจริงๆก็ไม่ได้เป็น
00:02:50 → 00:02:53วิธีรับมือซะทีเดียวนะครับแต่จริงๆคือ
00:02:53 → 00:02:56เป็นการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในระยะยาว
00:02:56 → 00:02:59ของเรานะครับและไม่ใช่การที่ต้องเจอกับ
00:02:59 → 00:03:02ปัญญหาก่อนแล้วถึงจะทำนะครับโดยเราเนี่ย
00:03:02 → 00:03:05สามารถทำได้โดยการปรับตั้งแต่พฤติกรรมการ
00:03:05 → 00:03:09กินเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ให้มากขึ้น
00:03:09 → 00:03:12กินโปรตีนให้ถึงเพิ่มผักผลไม้เข้าไปใน
00:03:12 → 00:03:15มื้ออาหารนะครับลดการกินอาหารที่มีน้ำตาล
00:03:15 → 00:03:19เพิ่มเติมหรือมากเกินไปเพิ่มกิจกรรมทาง
00:03:19 → 00:03:22กายออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอดยเลิก
00:03:22 → 00:03:25กิจกรรมที่เราชอบได้เลยนะครับเลือก
00:03:25 → 00:03:27กิจกรรมที่เราเนี่ยสามารถทำได้เป็นประจำ
00:03:27 → 00:03:30อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์หลีกเลี่ยง
00:03:30 → 00:03:33มลพิษทางอากาศใส่แมสตลอดเวลาตอนออกไปข้าง
00:03:33 → 00:03:36นอกถ้าเป็นไปได้เนี่ยการมีเครื่องเฝ้า
00:03:36 → 00:03:39อากาศในบ้านก็จำเป็นนะครับและอีกเรื่องก็
00:03:39 → 00:03:41คือการควบคุมปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์อาจจะ
00:03:42 → 00:03:44เลือกการดื่มในโอกาสพิเศษไม่ถี่ไม่บ่อย
00:03:44 → 00:03:47เกินไปนะครับการปรับพฤติกรรมเหล่านี้
00:03:47 → 00:03:49เนี่ยไม่ได้ช่วยแค่ป้องกันความเสื่อมของ
00:03:49 → 00:03:52สมองเท่านั้นนะครับแต่ยังส่งผลดีต่อ
00:03:52 → 00:03:55สุขภาพโดยรวมของเราอีกด้วยนะครับงานวิจัย
00:03:55 → 00:03:58นี้เนี่ยก็เป็นอีกงานวิจัยหนึ่งที่ย้ำ
00:03:58 → 00:04:00เตือนให้เราเห็นถึงความสำคัญของการมีวิถี
00:04:00 → 00:04:03ชีวิตที่สุขภาพดีนะครับทั้งเพื่อลดความ
00:04:03 → 00:04:06เสี่ยงต่อสภาวะสมองเสื่อมและเพื่อมี
00:04:06 → 00:04:09สุขภาพโดยรวมที่ดีด้วยเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:04:09 → 00:04:12ถ้าเราเห็นถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่
00:04:12 → 00:04:14ดีเนี่ยเราก็ต้องเริ่มปรับพฤติกรรมการใช้
00:04:14 → 00:04:17ชีวิตให้ดีขึ้นตั้งแต่ตอนนี้เลยนะครับสุด
00:04:17 → 00:04:20ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณท่านผู้ชมท่านผู้ฟัง
00:04:20 → 00:04:23ที่ติดตามกันจนมาถึงตอนนี้แล้วเจอกันใน
00:04:23 → 00:04:28Episode ต่อไป
00:04:28 → 00:04:31ครับ
00:04:31 → 00:04:34'