00:00:00 → 00:00:03เราจะมาพูดคุยเรื่องโรคหลงตัวเองอาการทาง
00:00:03 → 00:00:06จิตเวทที่ทำร้ายความสัมพันธ์คนรอบข้างคุณ
00:00:06 → 00:00:09ผู้ชมได้รู้กันไปแล้วนะคะว่าเบื้องต้น
00:00:09 → 00:00:11เป็นอย่างไรและตอนนี้เราจะมาพูดคุยกับ
00:00:11 → 00:00:14จิตแพทย์ค่ะแพทย์หญิงเต็มหทัยนาคเทวร
00:00:15 → 00:00:17จิตแพทย์ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพจิตโรงพยาบาล
00:00:18 → 00:00:20นวเวชสวัสดีค่ะ
00:00:20 → 00:00:28[เพลง]
00:00:28 → 00:00:31อาจารย์
00:00:31 → 00:00:35ขอเริ่มที่คำถามแรกเลยนะคะอาจารย์โรคหลง
00:00:35 → 00:00:38ตัวเองมีความสัมพันธ์กับโรคทางจิตเวทอื่น
00:00:38 → 00:00:41ๆหรือไม่อย่างไรคะเอ่อโรคของตัวเองนะคะ
00:00:41 → 00:00:44สามารถพบโรคร่วมได้ก็คือโรคซึ้งเศร้าอ่ะ
00:00:44 → 00:00:47ค่ะเนื่องจากว่าบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง
00:00:47 → 00:00:50เนี่ยเขามักจะมีความชื่นชมหรือว่าการรู้
00:00:51 → 00:00:53ถึงคุณค่าหรือความรักตัวเองหรือที่เรียก
00:00:53 → 00:00:55ว่า Self esteem เนี่ยค่อนข้างต่ำอ่ะค่ะ
00:00:55 → 00:00:57ดังนั้นแล้วมักจะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเอง
00:00:57 → 00:01:00เนี่ยแย่หรือตัวเองเนี่ยไม่ได้มีมีคุณค่า
00:01:00 → 00:01:02มากพออารมณ์ส่วนใหญ่ลึกๆเนี่ยจะเป็น
00:01:02 → 00:01:05อารมณ์เศร้าค่ะดังนั้นแล้วก็จะมีความ
00:01:05 → 00:01:07เสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่านะ
00:01:07 → 00:01:10คะอาจารย์ขาอันที่จริงแล้วทุกคนเนี่ยมี
00:01:10 → 00:01:13อาการของโรคหลงตัวเองอยู่ในตัวแล้วหรือ
00:01:13 → 00:01:16เปล่าคะอาจารย์การหลงตัวเองหรือว่าความ
00:01:16 → 00:01:18หลงตัวเองเนี่ยจริงๆแล้วอ่ะสามารถพบได้ใน
00:01:18 → 00:01:21คนทั่วไปนะคะแต่เมื่อไหร่ที่เราจะ
00:01:21 → 00:01:24วินิจฉัยว่าคนเนี้ยมีอาการหลงตัวเองที่
00:01:24 → 00:01:26ผิดปกติไปอันเนี้ยจะต้องให้แพทย์เป็นผู้
00:01:26 → 00:01:29วินิจฉัยและจะมีความแตกต่างกันนะคะ
00:01:30 → 00:01:32ระหว่างความหลงตัวเองในคนที่มีบุคลิกภาพ
00:01:32 → 00:01:36ปกติกับคนที่มีบุคลิกภาพผิดปกติโดยคนที่
00:01:36 → 00:01:39มีบุคคลิกภาพผิดปกติที่หลงตัวเองเนี่ยเขา
00:01:39 → 00:01:43จะมีการสร้างตัวตนในอุดมคติขึ้นมาค่ะเช่น
00:01:43 → 00:01:46ตัวตนที่รู้สึกว่าตัวเองดีดีเวอร์ดีเลิศ
00:01:46 → 00:01:49เลอมากกว่าคนอื่นเพื่อที่จะปกปิดตัวตนที่
00:01:49 → 00:01:52เขารู้สึกว่าไม่มั่นใจและอีกอย่างเนี่ย
00:01:52 → 00:01:54เขาจะต้องการการยอมรับหรือว่าการ
00:01:54 → 00:01:57คอนเฟิร์มตัวตนในอุดมคติตรงนี้ของเขาด้วย
00:01:57 → 00:02:00อ่ะค่ะแต่ลึกๆแล้วเนี่ยเขารู้นะคะว่าตัว
00:02:00 → 00:02:02ตนในอุดมคติของเขาอ่ะกับตัวตนที่แท้จริง
00:02:03 → 00:02:05อ่ะมันมีความแตกต่างกันมากดังนั้นแล้วอ่ะ
00:02:05 → 00:02:08มันจะทำให้การรับรู้คุณค่าของตัวเองของ
00:02:08 → 00:02:11เขาเนี่ยต่ำก็คือเมต่ำซึ่งจะต่างกับคนที่
00:02:12 → 00:02:15มีบุคคลิกภาพปกติแต่หลงตัวเองซึ่งคนกลุ่ม
00:02:15 → 00:02:19เนี้ยจะมีเซีนที่ยังดีอยู่ค่ะแล้วคนกลุ่ม
00:02:19 → 00:02:22ไหนที่เข้าข่ายมีอาการเป็นโรคลงตัวเองคะ
00:02:23 → 00:02:26เราสามารถสังเกตได้เบื้องต้นง่ายๆนะคะจาก
00:02:26 → 00:02:29เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลค่ะ
00:02:29 → 00:02:31เพราะฉะนั้นนั้นคนกลุ่มเนี้ยเขามักจะมี
00:02:31 → 00:02:33ปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่าง
00:02:33 → 00:02:36บุคคลเนื่องจากว่าเขาจะไม่สามารถเข้าใจ
00:02:36 → 00:02:38หรือว่าเห็นอกเห็นใจคนอื่นได้อ่ะค่ะอีก
00:02:38 → 00:02:41ทั้งเขายังมักจะแสดงตัวโอ้อวดว่าตัวเองดี
00:02:41 → 00:02:44หรือว่าเหนือกว่าคนอื่นอ่ะดังนั้นแล้วมัน
00:02:44 → 00:02:46ก็แน่นอนเลยว่ามันจะยากมากที่จะมีความ
00:02:46 → 00:02:49สัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นนะค่ะอาจารย์ขา
00:02:49 → 00:02:52แล้วการที่เรารักแล้วก็ชื่นชมตัวเองเนี่ย
00:02:52 → 00:02:56ถือว่าเราเข้าขายโรคหลงตัวเองมั้ยคะอค่ะ
00:02:56 → 00:02:58เป็นคำถามที่ดีมากเลยค่ะการรักตัวเองหรือ
00:02:58 → 00:03:01ว่าเ Love เนี่ยเป็นคุณสมบัติที่ดีนะคะ
00:03:01 → 00:03:04และก็เป็นคุณสมบัติพื้นฐานในการพัฒนาจิต
00:03:04 → 00:03:07ใจของมนุษย์ที่เป็นปกติค่ะดังนั้นแล้วทุก
00:03:07 → 00:03:10คนก็ควรจะมีการรักตัวเองแต่จะบอกว่าเอ๊ะ
00:03:10 → 00:03:12เรารักตัวเองมากน้อยแค่ไหนต้องยังไงเนี่ย
00:03:12 → 00:03:15มันไม่สามารถชี้วัดได้อ่ะค่ะแต่การรักตัว
00:03:15 → 00:03:18เองอ่ะมันจะแตกต่างจากความหลงตัวเองตรง
00:03:18 → 00:03:21ที่ว่าการรักตัวเองของเราเนี่ยมันจะทำให้
00:03:21 → 00:03:23ตัวเราและคนอื่นไม่เดือดร้อนค่ะต่างจาก
00:03:23 → 00:03:27การที่เป็นโรคหลงตัวเองนะคะแล้วปัจจัยที่
00:03:27 → 00:03:30ทำให้เกิดโรคหลงตัวเองเนี่ยคืออะไรอ่ะคะ
00:03:30 → 00:03:33อาจารย์ปัจจัยหลักๆเลยเนี่ยมีอยู่ 3
00:03:33 → 00:03:36ประการนะคะ 1 เลยก็คือเรื่องของความ
00:03:36 → 00:03:38สัมพันธ์หรือว่าการเลี้ยงดูในครอบครัวค่ะ
00:03:38 → 00:03:41ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญและเป็นปัจจัยหลัก
00:03:41 → 00:03:44ที่สุดค่ะอ่าเราจะพบโลกหลงตัวเองได้ใน
00:03:44 → 00:03:47ครอบครัวที่พ่อแม่มีลักษณะการเลี้ยงดู 3
00:03:47 → 00:03:50แบบด้วยกันนะค่ะ 1 ก็คือพ่อแม่ที่ตามใจ
00:03:50 → 00:03:53หรือโอ๋มากเกินไปจนเด็กคนนั้นเนี่ยรู้สึก
00:03:53 → 00:03:56ว่าเขาเป็นคนพิเศษสมควรได้รับการทวีทหรือ
00:03:56 → 00:03:58การดูแลที่มันเหนื่อกว่าคนอื่นนะค่ะอ่ะ
00:03:58 → 00:04:02อีกแบบนึงก็ก็จะเป็นพ่อแม่ที่ละเลไม่ใส่
00:04:02 → 00:04:04ใจเด็กไปเลยก็จะทำให้เด็กคนเนี้ยมีทักษะ
00:04:05 → 00:04:07ในการเห็นอกเห็นใจหรือเข้าใจผู้อื่นได้
00:04:07 → 00:04:10น้อยก็จะเพิกเฉยคนอื่นไปเลยค่ะกับอีกแบบ
00:04:10 → 00:04:13นึงก็จะเป็นพ่อแม่ที่ค่อนข้างจะดุเป็นคน
00:04:13 → 00:04:16ช่างตำหนิอย่างเงี้ยค่ะทำให้เด็กเารู้สึก
00:04:16 → 00:04:18ว่าเอ๊ะเค้าไม่เชื่อมั่นในตัวเองเค้าไม่
00:04:18 → 00:04:22ดีหรือเปล่าเาก็เลยต้องพยายามสร้างตัวตน
00:04:22 → 00:04:25ที่มันเหมือนมีความมั่นใจมากลบเกลื่อนน่ะ
00:04:25 → 00:04:27ค่ะความรู้สึกเปอะบางภายในอาจจะเป็น
00:04:27 → 00:04:30บุคลิกที่โอ้อวดหรือว่าหยิ่งผยองในตัวเอง
00:04:30 → 00:04:33เค่ะอ่าส่วนปัจจัยที่ 2 นะคะก็คือเป็น
00:04:33 → 00:04:36เรื่องของพันธุกรรมอย่างที่หมอได้กล่าวไป
00:04:36 → 00:04:38ตั้งแต่ข้อแรกว่าทายาทของผู้ที่เป็นโรค
00:04:38 → 00:04:41ของตัวเองเนี่ยก็สามารถที่จะมีบุคลิกแบบ
00:04:41 → 00:04:44นี้ได้ด้วยส่วนข้อที่ 3 ก็คือเรื่องของ
00:04:44 → 00:04:47สมองของเราค่ะสมองเนี่ยก็จะพบว่ามีความ
00:04:47 → 00:04:50ผิดปกติของการทำงานของสาในสมองบางอย่าง
00:04:50 → 00:04:53อ่ะค่ะซึ่งจะทำให้มีพฤติกรรมอารมณ์หรือ
00:04:53 → 00:04:56ว่าความคิดที่ผิดปกติไปนะคะแล้วพฤติกรรม
00:04:56 → 00:04:59แบบไหนที่เขาขายว่าเป็นโรคหลวงตัวเองคะ
00:05:00 → 00:05:03ค่ะการที่เราจะวินิจฉัยว่าคนๆนึงเนี่ย
00:05:03 → 00:05:06เป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเองได้
00:05:06 → 00:05:09นะคะจะมีเกณฑ์การวินิจฉัยทั้งหมด 9 ข้อ
00:05:09 → 00:05:12ถ้าเกิดว่าคนนึงเนี่ยมีไปละ 5 ข้อค่ะก็
00:05:12 → 00:05:15สามารถวินิจฉัยได้อ่ะค่ะข้อแรกเลยนะคะ
00:05:15 → 00:05:18บุคคลพวกเนี้ยจะมีลักษณะของความมั่นใจที่
00:05:19 → 00:05:21สูงเกินปกติคิดว่าตัวเองมีความสำคัญมาก
00:05:21 → 00:05:25กว่าปกติค่ะข้อที่ 2 ก็คือคนกลุ่มเนี้ย
00:05:25 → 00:05:28มักจะเอ่อเพ้อฝันอ่ะค่ะหรือว่าหมกมุ่น
00:05:28 → 00:05:32อยู่ในอำนาจความฉลาดความงามอ่ะค่ะข้อที่ 3
00:05:32 → 00:05:35นะคะคนกลุ่มเนี้ยต้องการการยกย่องเชิดชู
00:05:35 → 00:05:38ชื่นชมที่มันมากกว่าปกติอ่ะค่ะข้อที่ 4
00:05:38 → 00:05:40ก็คือคนกลุ่มเนี้มักจะรู้สึกว่าตัวเองอ่ะ
00:05:40 → 00:05:43เป็นคนที่พิเศษกว่าคนอื่นนะค่ะข้อที่ 5
00:05:43 → 00:05:46นะคะคนกลุ่มเนี้มักจะขาดเรื่องของความ
00:05:46 → 00:05:48เห็นอกเห็นใจแล้วก็เข้าใจคนอื่นค่ะข้อที่
00:05:48 → 00:05:506 ก็คือคนกลุ่มเนี้ยมักจะรู้สึกว่าตัว
00:05:50 → 00:05:53เองมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่นแล้วก็ข้อ
00:05:53 → 00:05:56ที่ 7 คนกลุ่มนี้มักจะเอาเปรียบคนอื่นนะ
00:05:56 → 00:05:59คะข้อที่ 8 คนกลุ่มนี้เนี่ยมักจะอิจฉาคน
00:05:59 → 00:06:01อื่นหรือคิดว่าคนอื่นอิจฉาเราอ่ะแลข้อสุด
00:06:01 → 00:06:04ท้ายคนกลุ่มเนี้ยมักจะมีท่าทีที่ดูหยิ่ง
00:06:04 → 00:06:07ผยองหรือว่ายสอ่ะค่ะอาจารย์คะแล้ววิธี
00:06:07 → 00:06:11สังเกตคนใกล้ตัวว่าเป็นโรคหลงตัวเองนั้น
00:06:11 → 00:06:14ทำอย่างไรได้บ้างคะค่ะเอ่ออย่างที่หมอ
00:06:14 → 00:06:16กล่าวไปเบื้องต้นนะคะโรคหลงตัวเองเนี่ยมี
00:06:16 → 00:06:19ลักษณะอาการถึง 9 แบบด้วยกันแต่ว่าการโดด
00:06:19 → 00:06:22เด่นที่เราสามารถสังเกตได้เนี่ยก็คือ
00:06:22 → 00:06:24เรื่องของการที่เขาอ่ะจะเห็นว่าตัวเองอ่ะ
00:06:24 → 00:06:27เป็นจุดศูนย์กลางของโลกใบนี้อ่าแล้วก็รู้
00:06:27 → 00:06:30สึกว่าตัวเองอ่ะดีเด่นหรือว่าสำคัญกว่าคน
00:06:30 → 00:06:33อื่นและก็ต้องการการยกย่องชชูหรือการตอบ
00:06:33 → 00:06:35สนองมากกว่าคนอื่นและที่สำคัญน่ะเขาจะไม่
00:06:35 → 00:06:38สามารถเห็นอกเห็นใจหรือว่าเข้าใจคนอื่น
00:06:38 → 00:06:41ได้เลยค่ะคนที่เป็นโรคหลงตัวเองจะส่งผล
00:06:41 → 00:06:45เสียอย่างไรบ้างคะค่ะประเด็นแรกเลยเนี่ย
00:06:45 → 00:06:48ก็คือส่งผลเสียกับตัวเขาเองนั่นแหละค่ะ
00:06:48 → 00:06:50เนื่องจากว่าเขาอ่ะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคน
00:06:50 → 00:06:54พิเศษใช่มยคะเขาก็เลยต้องการการที่คนอื่น
00:06:54 → 00:06:57แสดงกับเขาอ่ะว่าเขาเป็นคนพิเศษนะต้องการ
00:06:57 → 00:06:59การตอบสนองแบบนั้นแต่เมื่อไหร่อ่ะที่เขา
00:06:59 → 00:07:02ไม่ได้การรับตอบสนองแบบนั้นน่ะหรือว่าเค
00:07:02 → 00:07:04ถูกปฏิเสธอ่ะค่ะตรงเนี้ยจะทำให้เขารู้สึก
00:07:04 → 00:07:07ไม่มีความสุขอ่ะค่ะมันเหมือนเป็นการทำลาย
00:07:07 → 00:07:10เ S esteem ของเขาถ้าในภาษาจิตวิทยาจะ
00:07:10 → 00:07:13เรียกว่า narcissistic injury ค่ะข้อที่
00:07:13 → 00:07:162 ก็คือว่าเค้ากลุ่มเนี้ยมักจะมีปัญหาใน
00:07:16 → 00:07:19เรื่องของความสัมพันธ์เนื่องจากว่าตัวเขา
00:07:19 → 00:07:21เองเนี่ยต้องการความสัมพันธ์หรือความรัก
00:07:21 → 00:07:24ที่มันเป็นอุดมคติมากอ่ะแต่เขาไม่สามารถ
00:07:24 → 00:07:27ที่จะเข้าใจอีกฝ่ายได้หรือว่าเห็นใจอีก
00:07:27 → 00:07:29ฝ่ายได้ดังนั้นเขาก็ไม่สามารถรักษาความ
00:07:29 → 00:07:32สัมพันธ์ได้เช่นกันน่ะค่ะ 3 นะคะก็คือเขา
00:07:32 → 00:07:34จะทำให้คนรอบข้างเนี่ยรู้สึกไม่มีความสุข
00:07:35 → 00:07:37รู้สึกอึดอัดหรือว่ารู้สึกด้อยฆ่าตัวเอง
00:07:37 → 00:07:40ไปด้วยเนื่องจากว่าตัวเขาเองอ่ะจะไม่ยอม
00:07:40 → 00:07:42รับความผิดอะไรเลยแล้วก็โยนความผิดให้คน
00:07:42 → 00:07:45อื่นด้วยดังนั้นแล้วถ้าคนอื่นจะมาแนะนำ
00:07:45 → 00:07:46หรือให้เขาปรับปรุงตัวเนี่ยเขาจะไม่
00:07:46 → 00:07:49ปฏิบัติอ่ะค่ะดังนั้นแล้วคนรอบข้างก็จะ
00:07:49 → 00:07:52รู้สึกเป็นทุกข์ไปด้วยค่ะแล้ววิธีการ
00:07:52 → 00:07:54บำบัดรักษาโรคหลงตัวเองจะต้องทำอย่างไร
00:07:55 → 00:07:58บ้างคะค่ะมีด้วย 2 ประเด็นด้วยกันนะคะข้อ
00:07:58 → 00:08:00แรกที่มีความสำคัญสคัญมากเลยก็คือการทำ
00:08:00 → 00:08:04จิตบำบัดค่ะอ่ะเราจะเน้นที่จิตบำบัดส่วน
00:08:04 → 00:08:07บุคคลเป็นหลักนะคะจะทำให้คนไข้เนี่ยได้
00:08:07 → 00:08:09เข้าใจเรื่องของพัฒนาการทางจิตใจตั้งแต่
00:08:09 → 00:08:12วัยเด็กของเขาอ่ะค่ะที่มีความผิดปกติ
00:08:12 → 00:08:15เมื่อเขาเข้าใจตรงนี้แล้วอ่ะเขาก็จะได้
00:08:15 → 00:08:18พัฒนาเรื่องของจิตใจของเขาไปในทางที่ดี
00:08:18 → 00:08:20ยิ่งขึ้นพัฒนาเรื่องของพฤติกรรมไปในทาง
00:08:20 → 00:08:23ที่ดียิ่งขึ้นค่ะส่วนอีกแบบก็คือเป็นการ
00:08:23 → 00:08:26ทำจิตบำบัดแบบกลุ่มอ่ะค่ะเพื่อให้เขา
00:08:26 → 00:08:29เนี่ยเกิดโอกาสที่จะรู้รู้จักการแบ่งปัน
00:08:29 → 00:08:32หรือว่ารู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่นค่ะ 2 ก็
00:08:32 → 00:08:35คือการใช้ยานะคะการใช้ยาเนี่ยเราจะใช้ยา
00:08:35 → 00:08:39รักษาตามอาการของแต่ละคนไปอ่าเช่นยาต้าน
00:08:39 → 00:08:42เศร้าคลายกังวลในคนที่มีความรู้สึกเศร้า
00:08:42 → 00:08:44หรือว่ายาที่ควบคุมอารมณ์ในคนที่มีอาการ
00:08:44 → 00:08:47เด่นเรื่องของความหงุดหงิดคุมพฤติกรรมยาก
00:08:47 → 00:08:51อ่ะค่ะอาจารย์คะคำถามสุดท้ายค่ะแล้วจะทำ
00:08:51 → 00:08:55อย่างไรให้เรามีสุขภาพใจที่ดีคะหมอจะ
00:08:55 → 00:08:59เริ่มที่ตัวของคนไข้ก่อนนะคะด้วยโรคบุ
00:08:59 → 00:09:01พลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเองเนี่ยมันเป็น
00:09:01 → 00:09:04เรื่องของความเชื่อของคนน่ะค่ะที่มีความ
00:09:04 → 00:09:07บิดเบือนไปอ่ะดังนั้นยากมากเลยที่จะทำให้
00:09:07 → 00:09:09คนไข้กลุ่มเนี้ยเกิดการตระหนักรู้ว่าเอ๊ะ
00:09:09 → 00:09:13เคมีความผิดปกติเควรได้รับการดูแลนะดัง
00:09:13 → 00:09:16นั้นแล้วคนรอบๆข้างค่ะควรจะช่วยพูดคุยทำ
00:09:16 → 00:09:19ให้เขาเกิดการตระหนักรู้ว่าเนี่ยพฤติกรรม
00:09:19 → 00:09:22ของเขานะมันทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่คน
00:09:22 → 00:09:25รอบข้างและที่สำคัญเลยถ้าเราทำให้เขารู้
00:09:25 → 00:09:27ได้ว่าไอ้สิ่งที่เขาเป็นเนี่ยมันทำให้
00:09:27 → 00:09:29เกิดความเดือดร้อนแก่ตนเองเนี่ยงนะค่ะเคค
00:09:29 → 00:09:33จะอยากที่จะมารักษาหรือว่าอยากที่จะมาดู
00:09:33 → 00:09:35แลตัวเองมากยิ่งขึ้นค่ะเพราะคนกลุ่มนี้
00:09:35 → 00:09:37เขาก็อยากจะรักตัวเองในทางที่ถูกต้อง
00:09:37 → 00:09:40เหมือนกันน่ะนะคะส่วนอีกด้านนึงถ้าเกิดคน
00:09:40 → 00:09:42รอบข้างอ่ะที่ได้รับผลกระทบอ่ะไม่สามารถ
00:09:42 → 00:09:45ที่จะโนมนาวเข้ามาได้ในทันทีหรือว่าใน
00:09:45 → 00:09:48ช่วงเวลาอันใกล้นะคะหมอแนะนำว่าให้คนรอบ
00:09:48 → 00:09:50ข้างเนี่ยดูแลจิตใจตัวเองเหมือนกันอ่า
00:09:50 → 00:09:53เช่นอาจจะฝึกปฏิเสธด้วยวิธีที่ละมุน
00:09:53 → 00:09:56ละม่อมอ่อนโยนหรืออาจจะต้องหาสังคมอื่นๆ
00:09:56 → 00:09:59ที่สามารถเยียวยาพูดคุยดูแลจิตใจของเรา
00:09:59 → 00:10:03ได้อค่ะขอบคุณนะคะสำหรับการรับชมรายการ
00:10:03 → 00:10:06TNN Health ค่ะและอย่าลืมค่ะกด
00:10:06 → 00:10:09Subscribe กดไลค์กดแชร์ในทุกช่องทาง
00:10:09 → 00:10:12ออนไลน์ของ TNN ช่อง 16 ค่ะเพื่อที่จะไม่
00:10:12 → 00:10:16พลาดการรับชมรายการสดคลิปวีีดีโอที่น่าสน
00:10:16 → 00:10:18ใจของทาง TNN นะ
00:10:18 → 00:10:21คะ