00:00:01 → 00:00:04ครับสวัสดีครับนายแพทย์สุกรีสมานไทยนะ
00:00:04 → 00:00:07ครับเป็นแพทย์อายุรกรรมด้านประสาทและสมอง
00:00:07 → 00:00:08นะครับอาจารย์ที่โรงพยาบาลสินแพทย์
00:00:08 → 00:00:11รามอินทราครับ
00:00:11 → 00:00:14เราจะพอรู้กันอยู่บ้างแล้วนะครับว่าโอกาส
00:00:14 → 00:00:17เป็นศูนย์เกือบครึ่งในคนสูงอายุที่อายุ 80
00:00:17 → 00:00:19ปีทำยังไงเราไม่อยากเป็นหนึ่งในคนที่
00:00:19 → 00:00:22เรียกว่าป่วยเป็นอัลไซเมอร์ 1 เป็นเรื่อง
00:00:22 → 00:00:24ที่เราชอบหลงลืมกันคือการนอนการนอนหลับ
00:00:24 → 00:00:27ตอนกลางคืนให้ได้เป็นระยะเวลาประมาณ 8
00:00:27 → 00:00:30ชั่วโมงทุกวันโดยเฉพาะการนอนหลับคร่อมใน
00:00:30 → 00:00:33ช่วง 4 ทุ่มถึงตี 5 ตรงนี้เป็นช่วงเวลา
00:00:33 → 00:00:37ที่สำคัญการหลับลึกในช่วงเวลานี้จะมี
00:00:37 → 00:00:40คลื่นสมองเรียกว่า slowave ซึ่งจะช่วยส่ง
00:00:40 → 00:00:43ผลให้สมองได้มีการซ่อมแซมตัวเองการหลับ
00:00:43 → 00:00:46ลึกเป็นการที่เราได้กำจัดขยะและของเสีย
00:00:46 → 00:00:49ออกจากสมองด้วยเช่นกันนะครับเพราะฉะนั้น
00:00:49 → 00:00:53นอนดึกนอนน้อยนอนเปลี่ยนเวลานอนตื่นบ่อยๆ
00:00:53 → 00:00:55เราพบว่ามีความสัมพันธ์กับโอกาสการเกิด
00:00:55 → 00:00:58อัลไซเมอร์ในอนาคตได้เหมือนกันข้อ 2 นะ
00:00:58 → 00:01:01ครับคือเรื่องอาหารมันจะมีทั้ง 2 ส่วนคือ
00:01:01 → 00:01:04อาหารน้อยเกินไปกับมากเกินไปส่วนที่น้อย
00:01:04 → 00:01:07เกินไปอย่างเช่นคนที่กินโปรตีนน้อยมากๆคน
00:01:07 → 00:01:09ที่กินผักน้อยมากๆคือมีการขาดวิตามินและ
00:01:09 → 00:01:12โปรตีนหลายๆอย่างอีกส่วนหนึ่งคืออาหารมาก
00:01:12 → 00:01:14เกินไปเราก็เลี่ยง 3 อย่างปีศาจ 3 ตัวเธอ
00:01:14 → 00:01:18ไม่สมองเสื่อมง่ายคือเกลือสีขาวแป้งๆที่
00:01:18 → 00:01:21มีการแปรรูปเยอะๆแล้วก็น้ำตาลให้พยายามลด
00:01:21 → 00:01:24ลงโดยเฉพาะเราอายุมากขึ้นและตั้งแต่ช่วง
00:01:24 → 00:01:26อายุ 30-40 ปีเป็นต้นไปตัวที่ 3 นะครับ
00:01:27 → 00:01:29คือการ Exercise เราจะงงว่าการออกกำลัง
00:01:29 → 00:01:31กายกล้ามเนื้อไปเกี่ยวอะไรกับสมองนะครับ
00:01:31 → 00:01:35การศึกษาพบว่าการออกกำลังกายเพียงแค่
00:01:35 → 00:01:37อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วันวันละสักประมาณ
00:01:37 → 00:01:4120-30 นาทีเป็นต้นไปจะทำให้ร่างกายมีการ
00:01:41 → 00:01:44หลั่งสารเคมีหลายๆอย่างนะครับการออกกำลัง
00:01:44 → 00:01:46กายกล้ามเนื้อถึงจุดหนึ่งจะทำให้สมอง
00:01:46 → 00:01:48เนี่ยหลั่งสารตัวหนึ่งเรียกว่า bbns
00:01:48 → 00:01:50Brain de Life New bluetooth
00:01:50 → 00:01:53profitter ตัวนี้จะทำให้เส้นใยประสาท Den
00:01:53 → 00:01:56Drive และแอกซอนในสมองงอกงามกิ่งก้าน
00:01:56 → 00:01:58สาขาของต้นไม้ต่อมาตัวที่ 4 เป็นผลงาน
00:01:58 → 00:02:00วิจัยในช่วง
00:02:00 → 00:02:03นั่นคือการทำสมาธิการทำสมาธิไม่จำเป็น
00:02:03 → 00:02:06ต้องเป็นศาสนาพุทธเขาเรียกเป็น My full
00:02:06 → 00:02:09netitation คือเป็นการมีสติรู้ลงเป็น
00:02:09 → 00:02:12ปัจจุบันการนั่งสมาธิอย่างนั่งปล่อยวาง
00:02:12 → 00:02:15เฉยจะกำหนดยุบหนอพองหนอจะกำหนดลมหายใจ
00:02:15 → 00:02:18เข้าออกหรือว่าจะนับอะไรก็ตามนะครับแล้ว
00:02:18 → 00:02:22ตามรู้ดูใจไปเรื่อยๆว่าคิดก็รู้ว่าคิดหลง
00:02:22 → 00:02:24ก็รู้ว่าหลงนะครับรู้สึกหงุดหงิดก็รู้สึก
00:02:24 → 00:02:27หงุดหงิดแค่นี้แค่เพียงวันละเฉลี่ย 20
00:02:27 → 00:02:31นาทีเขาพบว่าตัวเซลล์สมองต่างๆจะมีการ
00:02:31 → 00:02:34ฟื้นฟูมีการซ่อมแซมและลดความเสี่ยงในการ
00:02:34 → 00:02:37เป็นอัลไซเมอร์ได้ครับต่อมาเป็นอีก 4 ข้อ
00:02:37 → 00:02:40ซึ่งมีงานวิจัยเสริม 1 การเรียนรู้ใหม่ๆ
00:02:40 → 00:02:43เรื่อยๆไปเรียนเขาทำสักใหม่ๆเป็นไปเรียน
00:02:43 → 00:02:47ทำอาหารนะครับไปเรียนเล่นบ่อยเกมการเรียน
00:02:47 → 00:02:49รู้ใหม่ๆเรื่อยๆในตอนช่วงเราไม่ได้เป็น
00:02:49 → 00:02:52อัลไซเมอร์นะเริ่มตั้งแต่เป็นปัจจุบันจะ
00:02:52 → 00:02:54ช่วยให้ตัวสมองของเราเนี่ยมีการเชื่อมต่อ
00:02:54 → 00:02:57มีการใส่แบบมากขึ้นไซแนปต่างๆใยประสาทที่
00:02:57 → 00:03:00เรามีไว้เยอะๆในช่วงที่เราแข็งแรงนี่เอง
00:03:00 → 00:03:03นะครับจะเป็นตัวปกป้องไม่ให้เราเกิดสมอง
00:03:03 → 00:03:06เสื่อมในอนาคตได้นะครับข้อที่ 2 จะมาค่อน
00:03:06 → 00:03:08ข้างต่อเนื่องกันก็คือการไม่อยู่คนเดียว
00:03:08 → 00:03:12การเข้าสังคมการที่เราเข้าสังคมเราเป็น
00:03:12 → 00:03:14รู้จักเพื่อนใหม่ๆเรามีความสัมพันธ์มี
00:03:14 → 00:03:17ความสุขกับการรู้จักเพื่อนใหม่ๆตรงนี้ทำ
00:03:17 → 00:03:20ให้เราได้เขาฮอร์โมนออกซิโทซินทำให้เกิด
00:03:20 → 00:03:22vdnf ซึ่งเป็น Growth Factor ให้เซลล์
00:03:22 → 00:03:24สมองและงอกงามจะเป็นตัวช่วยลดการเกิด
00:03:24 → 00:03:27อัลไซเมอร์อีกทางหนึ่งข้อที่ 7 เขาเรียก
00:03:27 → 00:03:32cospital คือจิตวิทยาเชิงบวกคนที่มีการ
00:03:32 → 00:03:35ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ฟูมฟายไม่ทุกข์
00:03:35 → 00:03:38ทรมานกับอดีตไม่รู้สึกวิตกกังวลในอนาคต
00:03:38 → 00:03:41คือคนที่มีลักษณะ Positive cycology
00:03:41 → 00:03:43เหล่านี้มีความเสี่ยงที่เกิดเป็น
00:03:43 → 00:03:46อัลไซเมอร์เนี่ยน้อยกว่าคนที่เฝ้าฟูมไฟ
00:03:46 → 00:03:48หรือซึมเศร้าอยู่เนี่ยและข้อที่ 8 นะครับ
00:03:48 → 00:03:51ก็คือเกี่ยวกับร่างกายของเราและต้องดูแล
00:03:51 → 00:03:54ร่างกายและโรคพื้นฐานของเราเขาบอกว่าคน
00:03:54 → 00:03:57ที่ไม่ได้ดูแลร่างกายปล่อยให้พวกโรคอ้วน
00:03:57 → 00:04:02ความดันไขมันเบาหวานผอมเกินไปอ้วนเกินไป
00:04:02 → 00:04:05คุมความดันได้ไม่ดีน้ำตาลสูงคอเลสเตอรอล
00:04:05 → 00:04:08ในเลือดสูงมากๆคนกลุ่มนี้โอกาสเกิด
00:04:08 → 00:04:11อัลไซเมอร์ตอนอายุ 670 สูงมากๆเพราะ
00:04:11 → 00:04:14ฉะนั้นตั้งแต่อายุ 35 ปีหรือ 40 ปีควร
00:04:14 → 00:04:16เริ่ม check up ว่าคุณมีเบาหวานหรือ
00:04:16 → 00:04:18เปล่าคอเลสเตอรอลสูงหรือเปล่าอ้วนเกินไป
00:04:18 → 00:04:22หรือเปล่านะครับมีไขมันสูงแล้วหรือยังและ
00:04:22 → 00:04:24ควรจะออกกำลังกายลดน้ำหนักควบคุม
00:04:24 → 00:04:26คอเลสเตอรอลและไขมันแล้วก็น้ำตาลของเรา
00:04:26 → 00:04:30ตั้งแต่ช่วงอายุ 340 เป็นต้นไปเลยเพื่อลด
00:04:30 → 00:04:32โอกาสเกิดอัลไซเมอร์ในอนาคตครับ
00:04:32 → 00:04:38[เพลง]