00:00:00 → 00:00:03โรคมะเร็งเป็นสิ่งที่น่าขนลุกและก็ลึกลับ
00:00:03 → 00:00:07ในระหว่างพยายามที่จะศึกษาและเข้าใจมัน เพื่อหาวิธีการที่ดีขึ้นในการกำจัดมัน
00:00:07 → 00:00:09เราก็ได้ค้นพบความขัดแย้งทางชีวภาพ
00:00:09 → 00:00:12ที่ยังคงหาคำตอบไม่ได้ จนถึงทุกวันนี้
00:00:13 → 00:00:15สัตว์ที่มีขนาดใหญ่ ดูเหมือนจะมีภูมิต้านทานต่อโรคมะเร็ง
00:00:16 → 00:00:17ซึ่งมันไม่สมเหตุสมผลเลย
00:00:17 → 00:00:20ยิ่งสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ปริมาณของมะเร็งก็ควรจะมากตาม
00:00:21 → 00:00:26เพื่อที่จะรู้ว่าทำไม ก่อนอื่นเราต้องมาดูลักษณะของโรคมะเร็งก่อน
00:00:33 → 00:00:36เซลล์ของเรา คือหุ่นยนต์โปรตีน
00:00:36 → 00:00:38ที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนเป็นร้อยๆ ล้านชิ้น
00:00:39 → 00:00:41ทำงานตอบสนองไปตามปฏิกิริยาทางเคมีเท่านั้น
00:00:41 → 00:00:43เซลล์สร้างและแยกส่วนโครงสร้าง
00:00:43 → 00:00:46รักษาการเผาผลาญเพื่อสร้างพลังงาน
00:00:46 → 00:00:49หรือสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ที่แทบจะสมบูรณ์แบบ
00:00:49 → 00:00:53เราเรียกปฏิกิริยาทางเคมีที่ซับซ้อนเหล่านี้ว่า วิถีเมแทบอลิซึม(metabolic pathways)
00:00:53 → 00:00:56มันคือโครงข่ายทางชีวเคมีที่ทำงานอยู่บนอีกโครงข่าย
00:00:56 → 00:00:59ทำงานเป็นลำดับต่อเนื่องกัน ขึ้นไปเป็นชั้น ๆ
00:00:59 → 00:01:02โดยส่วนใหญ่ แทบจะสามารถที่จะรับรู้สัญญาณจากจิตใต้สำนึกได้
00:01:02 → 00:01:05ถึงอย่างนั้น พวกมันก็ยังคงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
00:01:05 → 00:01:06จะกระทั่ง...
00:01:06 → 00:01:08มันไม่ได้เป็นไปอย่างนั้น
00:01:08 → 00:01:13จากปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเป็นพันๆ ล้านครั้ง ในหลายๆ พันโครงข่ายทำงานด้วยกัน เป็นเวลาผ่านไปหลายปี
00:01:13 → 00:01:15คำถามไม่ใช่ว่า ถ้ามันเกิดความผิดพลาดล่ะ?
00:01:16 → 00:01:17แต่คือ มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ต่างหาก?
00:01:17 → 00:01:21ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มเลวร้าย
00:01:22 → 00:01:24เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดสิ่งเลวร้ายจนควบคุมไม่ได้
00:01:24 → 00:01:28เซลล์ของเรานั้น มีสวิตซ์กดเอาไว้สำหรับฆ่าตัวตาย
00:01:28 → 00:01:31แต่ว่า สวิตซ์ฆ่าตัวตายนั้น มันก็ไม่ได้ทำงานสมบูรณ์แบบเสมอไป
00:01:31 → 00:01:34ถ้าสวิทซ์ทำงานผิดพลาด เซลล์นั้นก็จะกลายเป็น เซลล์มะเร็ง
00:01:34 → 00:01:38โดยส่วนใหญ่นั้น ก็จะถูกกำจัดโดยระบบภูมิคุ้มกัน อย่างรวดเร็ว
00:01:38 → 00:01:40แต่ว่านี่เป็น การแข่งขันด้วยจำนวน
00:01:40 → 00:01:46ถ้าให้เวลามากพอ เซลล์ก็จะเกิดความผิดพลาดมากพอ โดยไม่ทันสังเกต จนเริ่มแบ่งตัวเองให้มีจำนวนมากขึ้น
00:01:46 → 00:01:49สัตว์ทุกชนิด ต้องรับมือกับปัญหานี้โดยทั่วกัน
00:01:49 → 00:01:53โดยทั่วไปแล้ว เซลล์ของสัตว์ทุกชนิดจะมีขนาดเท่ากัน
00:01:54 → 00:01:56เซลล์ของหนู ก็ไม่ได้มีขนาดเล็กกว่าเซลล์ของคุณหรอก
00:01:56 → 00:02:00แค่จำนวนเซลล์ทั้งหมดของมัน มีน้อยกว่าเฉยๆ และมีอายุขัยที่สั้นกว่า
00:02:00 → 00:02:02จำนวนเซลล์ที่น้อยกว่า และอายุขัยที่สั้นกว่านั้น
00:02:02 → 00:02:06แปลว่า มีโอกาสน้อยกว่า ที่เกิดความผิดพลาดหรือเซลล์เกิดการกลายพันธ์
00:02:07 → 00:02:09หรืออย่างน้อยมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น
00:02:09 → 00:02:11มนุษย์มีชีวิตยืนยาวกว่าหนูถึง 50 เท่า
00:02:11 → 00:02:14และมีจำนวนเซลล์มากกว่าถึง 1000 เท่าของหนู
00:02:14 → 00:02:18แต่ถึงจะอย่างนั้น มนุษย์กับหนูกลับมีอัตราการเกิดมะเร็งที่เท่ากัน
00:02:18 → 00:02:25น่าแปลกเข้าไปอีก เมื่อวาฬสีน้ำเงิน ที่มีเซลล์มากกว่ามนุษย์ถึง 3000 เท่า กลับไม่มีมะเร็งเกิดขึ้นเลย
00:02:26 → 00:02:28นี่คือ ความขัดแย้งของพีโต (Peto's Paradox)
00:02:28 → 00:02:33ซึ่งก่อให้เกิดความสับสนที่ว่า สัตว์ขนาดใหญ่ จะเกิดโรคมะเร็งได้น้อยมากๆๆ กว่าที่มันควรจะเป็น
00:02:34 → 00:02:37นักวิทยศาสตร์คิดว่า มีคำตอบ 2 ข้อหลักๆ ที่สามารถอธิบายความขัดแย้งนี้ได้
00:02:38 → 00:02:40การวิวัฒนาการ และ hypertumor
00:02:40 → 00:02:44ข้อที่ 1 วิวัฒนาการ หรือ กลายเป็นส่วนหนึ่งของมะเร็ง
00:02:45 → 00:02:49สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ ได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ 600 ล้านปีที่แล้ว
00:02:49 → 00:02:51สัตว์มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
00:02:51 → 00:02:56หมายถึงเซลล์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงมีโอกาสมากขึ้นที่เซลล์จะเกิดความผิดพลาด
00:02:57 → 00:03:01ดังนั้น เผ่าพันธ์จึงต้องมีการเสริมการป้องกันมะเร็งให้ดียิ่งขึ้นเสมอ
00:03:01 → 00:03:03เผ่าพันธ์ไหนไม่ทำ ก็จะสูญพันธ์ลงไป
00:03:03 → 00:03:06แต่โรคมะเร็ง ไม่ใช่แค่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้น
00:03:06 → 00:03:08มันคือกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดจากแต่ละส่วนประกอบ
00:03:08 → 00:03:12และ การกลายพันธ์ของยีนบางตัว ภายในเซลล์ๆหนึ่ง
00:03:13 → 00:03:15ยีนเหล่านั้นเรียกว่า proto-oncogenes
00:03:16 → 00:03:18และเมื่อมันกลายพันธ์ นั่นแหละข่าวร้าย
00:03:19 → 00:03:24อย่างเช่น ด้วยการกลายพันธ์ุได้อย่างเหมาะสม เซลล์จะเสียความสามารถให้การทำลายตัวเอง
00:03:24 → 00:03:27การกลายพันธ์ุอีกอย่าง ก็พัฒนาความสามารถในการพรางตัว
00:03:28 → 00:03:31อีกอย่างก็ ร้องขอทรัพยากร
00:03:31 → 00:03:34อีกอย่างนึง คือแบ่งตัวเองให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
00:03:34 → 00:03:37ยีน oncogene เหล่านี้ก็มีคู่ปรับอยู่เหมือนกัน
00:03:37 → 00:03:39นั่นคือ Tumor Supressor gene
00:03:39 → 00:03:42พวกมันคอยป้องกันการเกิดการกลายพันธุ์ที่ผิดปกติ
00:03:42 → 00:03:45หรือสั่งให้เซลล์ทำลายตัวเอง ถ้าหากมันว่าเกินกว่าที่จะแก้ไขไปแล้ว
00:03:46 → 00:03:49กลายเป็นว่า สัตว์ที่มีขนาดใหญ่มียีนเหล่านี้อยู่จำนวนมาก
00:03:50 → 00:03:55ด้วยเหตุนี้ เซลล์ของช้างจำเป็นต้องใช้การกลายพันธ์ุจำนวนมากกว่าเซลล์ของหนู ถึงจะมีเนื้องอกเกิดขึ้น
00:03:55 → 00:03:56พวกมันไม่ได้มีภูมิต้านทาน
00:03:56 → 00:03:58แต่ฟื้นฟูสภาพได้ดีว่า
00:03:58 → 00:04:04การปรับตัวนี้ อาจจะแลกมาด้วยอะไรบางอย่าง แต่นักวิจัยก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร
00:04:04 → 00:04:10บางที Tumor suppressor ทำให้ช้างแก่ตัวเร็วขึ้น หรือฟื้นตัวจากบาลแผลได้ช้าลง
00:04:10 → 00:04:11เรายังไม่รู้
00:04:12 → 00:04:16แต่คำตอบของความขัดแย้งนี้ อาจจะเป็นอะไรบางอย่างที่ต่างออกไป
00:04:16 → 00:04:17Hypertumors
00:04:17 → 00:04:20คำตอบข้อที่ 2 Hypertumors
00:04:20 → 00:04:22ใช่ ตามนั้นเลย
00:04:23 → 00:04:27Hypertumors ตั้งชื่อล้อตาม Hyperparasite ที่หมายถึง ปรสิต ของ ปรสิต
00:04:28 → 00:04:30Hypertumors ก็คือ เนื้องอก ของ เนื้องอก
00:04:31 → 00:04:34เหล่าเซลล์มะเร็งนั้น อาจจะสามารถแตกคอกันได้
00:04:34 → 00:04:40โดยปกติแล้ว เซลล์จะทำงานร่วมกันเพื่อก่อตัวเป็นอวัยวะ, เนื้อเยื่อ หรือ เป็นองค์ประกอบของระบบภูมิคุ้มกัน
00:04:41 → 00:04:43แต่เซลล์มะเร็งนั้นเห็นแก่ตัว
00:04:43 → 00:04:45และทำงานเพื่อผลประโยชน์ระยะสั้นของตัวเองเท่านั้น
00:04:46 → 00:04:48ถ้าพวกมันทำสำเร็จ มันจะกลายเป็นเนื้องอก
00:04:48 → 00:04:51กลุ่มก้อนเซลล์มะเร็งขนาดใหญ่ ที่กำจัดทิ้งได้ยาก
00:04:52 → 00:04:54กว่าจะเป็นเนื้องอกนั้น ก็ไม่ได้ง่าย
00:04:55 → 00:05:00เซลล์มะเร็งเป็นล้านๆ เซลล์เพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วนั้น จะต้องใช้ทรัพยากรและพลังงานเป็นจำนวนมาก
00:05:00 → 00:05:05สารอาหารที่พวกมันสามารถแย่งชิงมาจากร่างกาย เริ่มเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต
00:05:05 → 00:05:10ดังนั้น เนื้องอกจึงหลอกให้ร่างกายสร้างเส้นเลือดขึ้นมาใหม่ เชื่อมต่อโดยตรงไปยังเนื้องอกเลย
00:05:10 → 00:05:12เพื่อป้อนอาหารให้กับสิ่งที่กำลังฆ่าตัวมันเอง
00:05:12 → 00:05:16ด้วยธรรมชาติของเซลล์มะเร็ง อาจจะกำลังเป็นหายนะแก่พวกมันเอง
00:05:17 → 00:05:19เซลล์มะเร็งมีความไม่เสถียรเป็นพื้นเดิมอยู่แล้ว
00:05:20 → 00:05:22ดังนั้นพวกมันก็ยังคงกลายพันธ์ุต่อไปเรื่อยๆ
00:05:22 → 00:05:24บางตัวก็กลายพันธ์ุเร็วเพื่อน
00:05:24 → 00:05:26ถ้าพวกมันเป็นอย่างนี้ต่อไปซักพัก
00:05:26 → 00:05:30ณ จุดๆนึง เซลล์มะเร็งซักตัวหนึ่งที่เป็นตัวสำเนา ที่มาจากตัวสำเนา ที่มาจากตัวเซลล์ต้นแบบ
00:05:30 → 00:05:33อาจจะเริ่มคิดว่าตัวมันเองนั้นเป็นตัวต้นแบบ
00:05:33 → 00:05:35แล้วก็เลิกให้ความร่วมมือกับ กลุ่มเซลล์มะเร็งต้นแบบที่มันจากมา
00:05:35 → 00:05:40ซึ่งหมายความว่า เซลล์มะเร็งกลุ่มแรกนั้น กลายเป็นศัตรูของมันทันที
00:05:40 → 00:05:43แล้วต่อสู้เพื่อแย่งชิงสารอาหารและทรัพยากร
00:05:43 → 00:05:47ดังนั้น เซลล์มะเร็งกลุ่มใหม่ก็จะสามารถสร้าง Hypertumors ได้
00:05:48 → 00:05:51แทนที่จะช่วยเหลือ พวกมันตัดเส้นเหลือที่หล่อเลี้ยงมะเร็งตัวเก่าที่สร้างมันมา
00:05:52 → 00:05:55ซึ่งทำให้มะเร็งตัวเก่าขาดสารอาหารตาย
00:05:55 → 00:05:57มะเร็งกำลังฆ่ามะเร็ง
00:05:57 → 00:05:59กระบวนการนี้ สามารถเกิดขึ้นซ้ำไป ซ้ำมา
00:06:00 → 00:06:04และนี้อาจจะเป็นการป้องกันมะเร็งไม่ให้เป็นปัญหา ในอวัยวะขนาดใหญ่
00:06:04 → 00:06:09เป็นไปได้ว่า สัตว์ขนาดใหญ่อาจมี hypertumors มากกว่าที่เราคิด
00:06:09 → 00:06:11แค่มีขนาดไม่ใหญ่พอที่จะแสดงอาการ
00:06:11 → 00:06:16ซึ่งก็เป็นไปได้ เพราะว่า เนื้องอก 2 กรัม คิดเป็น 10% ของน้ำหนักตัวของหนู
00:06:16 → 00:06:20น้อยกว่า 0.002% ของมนุษย์
00:06:20 → 00:06:24และ 0.000002% ของวาฬน้ำเงิน
00:06:25 → 00:06:29โดยที่เนื้องอกทั้งสาม มีจำนวนการแบ่งตัวที่เท่ากัน และมีจำนวนเซลล์ที่เท่ากัน
00:06:29 → 00:06:34ดังนั้นวาฬน้ำเงินอาจจะเต็มไปด้วยมะเร็งก้อนเล็กๆ แต่ก็ไม่ต้องแคร์อะไร
00:06:34 → 00:06:38มีคำตอบอื่นอีกสำหรับอธิบายความขัดแย้งของพีโต
00:06:38 → 00:06:39เช่น ความแตกต่างของระดับการเ ผาผลาญพลังงาน
00:06:39 → 00:06:42หรือโครงสร้างเซลล์ที่แตกต่างกัน
00:06:42 → 00:06:43แต่ตอนนี้ พวกเรายังไม่รู้
00:06:43 → 00:06:45นักวิทยาศาสตร์ กำลังแก้ไขปัญหานี้อยู่
00:06:46 → 00:06:51หาคำตอบว่าสัตว์ขนาดใหญ่สามารถปรับตัวเข้ากับโรคที่ร้ายแรงที่สุดโรคนึงที่เรารู้จักได้อย่างไร
00:06:51 → 00:06:54ก็จะสามารถเปิดทางสู่วิธีการรักษาแบบใหม่
00:06:55 → 00:06:58มะเร็งนั้นเป็นอะไรที่ท้าทายมาโดยตลอด
00:06:58 → 00:07:01วันนี้ ในที่สุดเราก็เริ่มเข้าใจมันแล้ว
00:07:01 → 00:07:05และต่อไป ในสักวันนึง เราก็อาจจะเอาชนะมันได้