00:00:00 → 00:00:02เครื่องดื่มคาเฟอีนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
00:00:02 → 00:00:04เลยสำหรับคนวัยทำงานเพราะดื่มแล้วช่วย
00:00:04 → 00:00:08กระตุ้นการทำงานของสมองทำให้รู้สึกสดชื่น
00:00:08 → 00:00:11หัวแล่นทำงานได้ลื่นไหลขึ้นโดยเครื่อง
00:00:11 → 00:00:14ดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนยอดนิยมคงหนี
00:00:14 → 00:00:17ไม่พ้นกาแฟและชาเขียวมัจฉะเมื่อไม่นานมา
00:00:17 → 00:00:20นี้มีงานวิจัยที่ชีว่าแม้ในมัจฉะจะมี
00:00:20 → 00:00:23ปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟแต่สามารถทำให้
00:00:23 → 00:00:27สมองตื่นตัวได้ยาวนานกว่าหากลองเปรียบ
00:00:27 → 00:00:29เทียบปริมาณของคาเฟอีนที่อยู่ในเครื่อง
00:00:29 → 00:00:32ดื่มทั้ง 2 ชนิดจะพบว่าชายเขียวมัจฉะจะมี
00:00:32 → 00:00:36ปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟถึง 4 เท่าโดย
00:00:36 → 00:00:40ในกาแฟ 100 กรัมจะมีคาเฟอีน 40 มกรขณะที่
00:00:40 → 00:00:44ในชา 100 กรัมจะมีคาเฟอีนราว 10 กรัม
00:00:44 → 00:00:46เพราะฉะนั้นกาแฟจะให้คาเฟอีนที่สูงกว่า
00:00:46 → 00:00:49ชามมัจฉะมากแม้จะบริโภคในปริมาณที่เท่า
00:00:49 → 00:00:50กันก็
00:00:50 → 00:00:54ตามในงานวิจัยที่ศึกษากระบวนการการออก
00:00:54 → 00:00:56ฤทธิ์ของสารคาเฟอีนในเครื่องดื่มทั้ง 2
00:00:56 → 00:00:59ชนิดระบุว่าระยะเวลาที่ใช้ในการดูดซึมคา
00:00:59 → 00:01:03คาเฟอีนให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันร่างกาย
00:01:03 → 00:01:06ของเราสามารถดูดซึมคาเฟอีนจากกาแฟในกระแส
00:01:06 → 00:01:09เลือดภายในเวลาเพียง 15-30 นาทีเท่านั้น
00:01:09 → 00:01:12ฤทธิ์ของคาเฟอีนจะอยู่ในกระแสเลือดต่อไป
00:01:12 → 00:01:15อีก 2-3 ชั่วโมงนั่นทำให้เรารู้สึกกระปี้
00:01:15 → 00:01:18กระเป่าเร็วมากหลังจากที่ดื่มกาแฟสาเหตุ
00:01:18 → 00:01:21เพราะคาเฟอีนจะเข้าไปปิดกั้นการทำงานของ
00:01:21 → 00:01:24อะดีโนซีนซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำให้
00:01:24 → 00:01:27เรารู้สึกง่วงซึมและอ่อนล้าเมื่ออินสิน
00:01:27 → 00:01:30ไม่ทำงานเราจึงรู้สึกตื่นตัวเป็นอย่างมาก
00:01:30 → 00:01:33แต่เมื่อฤทธิ์ของคาเฟอีนหมดลงก็จะกลับมา
00:01:33 → 00:01:37ง่วงซึมอีกครั้งในคนที่ติดกาแฟอย่างหนัก
00:01:37 → 00:01:40จึงต้องดื่มกาแฟวันละ 3-4 แก้วเพื่อให้
00:01:40 → 00:01:42ร่างกายตื่นตัวอยู่
00:01:42 → 00:01:45เสมอในทางกลับกันการดูดซึมคาเฟอีนจากชา
00:01:46 → 00:01:49เขียวมัจฉะจะใช้เวลานานกว่ามากเนื่องจาก
00:01:49 → 00:01:52ในมัจฉะมีกรดอะมิโนที่ชื่อแอลทีอีซึ่ง
00:01:52 → 00:01:55เป็นตัวสกัดให้คาเฟอีนออกฤทธิ์ได้ช้าลง
00:01:55 → 00:01:57การดุดซึมคาเฟอีนจึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อย
00:01:57 → 00:02:00ไปทำให้ในชามมัจฉะซึซึ่งมีปริมาณคาเฟอีน
00:02:00 → 00:02:03น้อยกว่ากาแฟมากแต่กลับอยู่ในกระแสเลือด
00:02:03 → 00:02:07ได้นานราว 4-6 ชมงผลคือคนที่ดื่มจะรู้สึก
00:02:07 → 00:02:11ตื่นตัวได้นานขึ้นมีงานวิจัยมากมายที่
00:02:11 → 00:02:13ระบุว่าการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณที่พอดี
00:02:14 → 00:02:16มีประโยชน์ต่อสุขภาพเนื่องจากคาเฟอีนมี
00:02:17 → 00:02:19สรรพคุณช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองเพิ่ม
00:02:20 → 00:02:22การเผาผลาญพลังงานและไขมันและลดความ
00:02:22 → 00:02:25เสี่ยงของโรคมะเร็งแต่สำหรับคนที่ดื่ม
00:02:25 → 00:02:29กาแฟมากเกินไปหากไม่ได้รับคาเฟอีนร่างกาย
00:02:29 → 00:02:33จะเข้าสู่ภาวะถอนคาเฟอีนมีอาการปวดหัว
00:02:33 → 00:02:37ง่วงนอนคลื่นไส้และใจสั่นชาเขียวมัจฉะจึง
00:02:37 → 00:02:39เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการลด
00:02:39 → 00:02:43การบริโภคกาแฟแต่ไม่ส่งผลให้เกิดภาวะถอน
00:02:43 → 00:02:46คาเฟอีนอย่าลืมกดติดตามที่ n&h ทุกช่อง
00:02:46 → 00:02:49ทางออนไลน์เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:02:49 → 00:02:51คุ้มกันรู้ทัน
00:02:51 → 00:02:54โรค