00:00:00 → 00:00:01ก้างปลาติดคอ
00:00:01 → 00:00:05น่ากลัวมากๆ ถ้าเกิดท่านมีอาการก้างปลาติดคอ
00:00:05 → 00:00:07แล้วไม่สามารถเอาออกได้
00:00:07 → 00:00:11และยังไม่พอ มันมีสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเลย
00:00:11 → 00:00:16ถ้าท่านทำพวกนี้จะทำให้ก้างปลานั้นยิ่งอันตรายเข้าไปอีก
00:00:24 → 00:00:27สวัสดีครับ ผมหมอท๊อป และนี่คือ DOCTOR TOP Channel
00:00:27 → 00:00:30รายการสุขภาพที่จะสนุกและมีสาระ
00:00:31 → 00:00:35วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง ก้างปลาติดคอ
00:00:35 → 00:00:39น่ากลัวมากๆ ถ้าเกิดท่านมีอาการก้างปลาติดคอ
00:00:39 → 00:00:41แล้วไม่สามารถเอาออกได้
00:00:41 → 00:00:45และยังไม่พอ มันมีสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเลย
00:00:45 → 00:00:47ทั้งหมด 6 ข้อด้วยกัน
00:00:47 → 00:00:52ถ้าท่านทำพวกนี้จะทำให้ก้างปลานั้นยิ่งอันตรายเข้าไปอีก
00:00:52 → 00:00:53ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:00:53 → 00:00:56กด Subscribe และกดกระดิ่ง
00:00:56 → 00:00:58สำหรับท่านที่มีเวลาน้อย
00:00:58 → 00:01:02ผมแนะนำให้ข้ามไปดูที่ 3 นาทีหลัง ผมสรุปไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
00:01:02 → 00:01:05และถ้าท่านมีเวลาขอให้ย้อนกลับมาดู
00:01:05 → 00:01:07เพราะว่ามันมีรายละเอียดอย่างอื่นอีก
00:01:07 → 00:01:11ท่านจะได้นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด
00:01:11 → 00:01:14สำหรับท่านที่พร้อมแล้ว เราไปพร้อมๆ กัน
00:01:14 → 00:01:186 สิ่งห้ามทำเมื่อก้างปลาติดคอ
00:01:18 → 00:01:216 สิ่งนี้ห้ามทำเด็ดขาดเลย
00:01:21 → 00:01:24ก้างปลาติดคอผมว่าพบได้บ่อยมากๆ เลย
00:01:24 → 00:01:26แล้วก็มีความทุกข์ทรมานมาก
00:01:27 → 00:01:30ส่วนใหญ่แล้ว ผมใช้คำว่าส่วนใหญ่แล้ว 90%
00:01:30 → 00:01:33จะหลุดไปได้เองภายใน 24 ชั่วโมงเลย
00:01:34 → 00:01:37เพราะก้างปลาโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นก้างปลาเล็กๆ
00:01:37 → 00:01:42และมักจะติดอยู่บริเวณแถวๆ คอยหอยหรือลำคอส่วนต้น
00:01:42 → 00:01:44และมักจะหลุดออกไปได้ด้วยตนเอง
00:01:44 → 00:01:49แต่อย่างไรก็ตามมี 10-20% ที่มันไม่ยอมหลุดออกไปเอง
00:01:49 → 00:01:53และถ้าท่านทำ 6 อย่างนี้จะอันตรายมาก
00:01:53 → 00:01:58อย่างแรก ไม่ควรเอาสิ่งของแหย่เข้าไปในคอ
00:01:58 → 00:02:00เพื่อเอาก้างปลาออก
00:02:00 → 00:02:04ให้ท่านได้ภาพก้างปลาที่ทิ่มไปอยู่ตามส่วนต่างๆ
00:02:04 → 00:02:08เช่น ต่อมทอนซิล คอหอย หลอดลม
00:02:08 → 00:02:10หรือว่าอะไรก็ตามที่อยู่ในบริเวณลำคอของท่าน
00:02:10 → 00:02:16แล้วท่านเอานิ้วมือหรือเอาไม้ เอาปากกาแหย่เข้าไปในคอ
00:02:16 → 00:02:18มันไม่มีทางที่จะไปดึงก้างปลาออกได้
00:02:18 → 00:02:20มันเป็นไปไม่ได้
00:02:20 → 00:02:22ข้อแรกคือท่านมองไม่เห็นก้าง
00:02:22 → 00:02:25ข้อที่ 2 คือนิ้วของท่านหรืออุปกรณ์ที่เข้าไป
00:02:25 → 00:02:29ถ้ามันไม่ได้มีตัวหนีบตัวคีบมันก็ดึงออกไม่ได้
00:02:29 → 00:02:33มันยิ่งจะไปกด ยิ่งจะไปทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น
00:02:33 → 00:02:38ถ้าของที่ท่านเอาใส่ปากเข้าไป มีความแหลมคม มีความแข็ง
00:02:38 → 00:02:40อาจจะทะลุเลย
00:02:40 → 00:02:44ถ้าทะลุคอ ทะลุหลอดลมขึ้นมานี่อาการหนักกว่าเดิม
00:02:45 → 00:02:49หรือบางครั้งเขี่ยไปเขี่ยมาโชคดีหรือเปล่าก็ไม่รู้
00:02:49 → 00:02:53ไปโดนไอ้ก้างทิ่มอยู่ทิ่มลึกเข้าไปอีก
00:02:53 → 00:02:57แทนที่คุณหมอจะเอาออกได้ง่ายๆ ก็ยิ่งเอาออกยาก
00:02:57 → 00:02:59อันนี้ก็อันตรายมากๆ เลย
00:02:59 → 00:03:03มันจะทำให้ทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่างแย่ลง
00:03:03 → 00:03:06เพราะฉะนั้นไม่แนะนำให้เอามือของเรา
00:03:06 → 00:03:11หรืออุปกรณ์เข้าในปากเพื่อดึงก้างปลาออกมา
00:03:11 → 00:03:17มาต่อกันที่ข้อที่ 2 ไม่ควรบีบคอหรือกดข้อที่ด้านนอก
00:03:17 → 00:03:22เพื่อพยายามเค้นๆ ให้ก้างปลาออกมา เพราะอะไร
00:03:22 → 00:03:26ให้ท่านนึกสภาพก้างปลามันทิ่มอยู่ในลำคอ
00:03:26 → 00:03:30ท่านไปกดคออยู่ข้างเดียว กดไปกดมาอย่างนี้
00:03:30 → 00:03:31ก้างปลามันจะออกได้ไหม
00:03:31 → 00:03:33มันก็ออกไม่ได้
00:03:33 → 00:03:36มันก็เป็นความพยายามเพราะว่าเรารำคาญ
00:03:36 → 00:03:40เราอยากจะเอามันออกมา แต่จริงๆ แล้วมันไม่ออก
00:03:40 → 00:03:44และไม่พอ ไอ้การกดแบบนี้จะยิ่งทำให้เรา
00:03:44 → 00:03:47คออักเสบ ปวด เจ็บ ทุกข์ทรมานยิ่งขึ้นไปใหญ่
00:03:47 → 00:03:50ทำให้อาการยิ่งแย่ลงนั่นเอง
00:03:51 → 00:03:54มาต่อกันที่ข้อที่ 3 ที่ห้ามทำ
00:03:54 → 00:03:57ห้ามปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป
00:03:57 → 00:04:01คือก็ต้องบอกว่าภายใน 24 ชั่วโมง มันอาจจะหลุดไปได้
00:04:01 → 00:04:02ผมขอแนะนำงี้แล้วกัน
00:04:02 → 00:04:05โดยส่วนใหญ่ถ้าท่านทานอาหารแล้ว
00:04:05 → 00:04:08วันนี้พอวันรุ่งขึ้นยังมีอาการอยู่
00:04:08 → 00:04:10แนะนำให้ไปหาแพทย์แล้ว
00:04:10 → 00:04:13เพราะเมื่อไหร่ก็ตามก้างปลาที่ปักอยู่ในบริเวณลำคอของท่าน
00:04:13 → 00:04:15เกิน 24 ชั่วโมง
00:04:15 → 00:04:21โอกาสที่จะมีการติดเชื้อบริเวณรอยแผลสูงขึ้นเรื่อยๆ
00:04:21 → 00:04:25เมื่อมีการติดเชื้ออาจจะมีหนองเกิดขึ้น เกิดเป็นหนองในลำคอ
00:04:25 → 00:04:28ถ้าโชคดีอาจจะเป็นแค่หนองเล็กๆ
00:04:28 → 00:04:31แต่ถ้าโชคร้ายอาจจะเป็นหนองเซาะไปทั่วลำคอ
00:04:31 → 00:04:34ซึ่งอาจจะทำให้เสียชีวิตได้
00:04:34 → 00:04:39บางรายก้างที่ตำอยู่ในคอทะลุไป
00:04:39 → 00:04:42แล้วก็เน่าทำให้หลอดลมหลอดอาหารเน่า
00:04:43 → 00:04:46เน่าทีละนิดๆ จนเป็นรูทะลุ เข้าไปในทรวงอก
00:04:46 → 00:04:49เข้าไปในช่องอก ทำให้อาหารหลายไปในช่องอก
00:04:49 → 00:04:53ถึงขั้นเสียชีวิต อันนี้อันตรายมากๆ
00:04:53 → 00:04:56ห้ามเด็ดขาด ถ้ามีอาการเกิน 24 ชั่วโมงแล้ว
00:04:56 → 00:04:58ผมแนะนำให้ไปแพทย์
00:04:58 → 00:05:03ผมบอกเลยว่าโดยส่วนใหญ่เอาออกได้ไม่ยากมากเกินไป
00:05:03 → 00:05:06มาต่อกันที่ข้อห้ามข้อที่ 4 กันบ้าง
00:05:06 → 00:05:11ข้อห้ามที่ 4 ก็คือไม่แนะนำให้กลืนของชิ้นใหญ่ๆ ไป
00:05:12 → 00:05:15เพื่อคาดหวังให้ก้างนั้นหลุดออกมา
00:05:15 → 00:05:20ก็ต้องบอกว่าน่าจะเป็นสิ่งที่เราทำกันบ่อยๆ ใช่ไหม
00:05:20 → 00:05:22เช่น ปั้นข้าวเหนียวก้อนใหญ่ๆ กลืนเข้าไป
00:05:23 → 00:05:27กลืนน้ำเยอะๆ เข้าไป เพื่อจะให้มันดันตัวก้าง
00:05:27 → 00:05:31หรือบางคนก็กินผลไม้ เช่น กล้วย กินไปทีแบบครึ่งลูก
00:05:31 → 00:05:34แล้วกลืนลงไปเลยเพื่อให้มันดัน
00:05:34 → 00:05:38ก็ต้องบอกว่าโดยส่วนใหญ่แล้วค่อนข้างอันตราย
00:05:38 → 00:05:41อาจจะมีบางท่านที่โชคดีแล้วมันหลุดลงไปได้
00:05:41 → 00:05:46ต้องบอกว่าเวลาที่ก้างปลาตำคอเรา
00:05:46 → 00:05:50มันจะทำอยู่ในส่วนต้น อยู่ในส่วนแถวต่อมทอนซิล
00:05:50 → 00:05:53เพียงท่านแค่เอาน้ำมากลั้วคออย่างนี้
00:05:53 → 00:05:54ใส่เข้าไปแล้วก็กลั้ว
00:05:57 → 00:06:02แล้วก็บ้วนออกมาอย่างนี้ มีโอกาสหลุดแล้ว 60-70%
00:06:02 → 00:06:07การคืนของแข็งเข้าไป ถ้าโชคดีก็ไม่มีอันตรายอะไร
00:06:07 → 00:06:11แล้วก็อาจจะหลุดได้ แต่ถ้าโชคร้ายโดยเฉพาะในเด็ก
00:06:11 → 00:06:16ในเด็กก้างปลาติดคอก็พบได้เรื่อยๆ มีข่าวมาเรื่อยๆ
00:06:16 → 00:06:19ปั้นข้าวเหนียวก้อนใหญ่กลืนเข้าไปอุดหลอดลมเสียชีวิต
00:06:19 → 00:06:22กินกล้วยไปคำใหญ่อุดหลอดลมเสียชีวิต
00:06:22 → 00:06:26สำลักออกมาเข้าปอดติดเชื้อในปอดเสียชีวิต
00:06:26 → 00:06:31เพราะฉะนั้นไม่แนะนำให้พยายามจะกลืนอะไรใหญ่ๆ เข้าไป
00:06:31 → 00:06:33อย่างมากผมให้กลืนน้ำแล้วกัน
00:06:33 → 00:06:36แต่ถ้าให้ดีที่สุดก็คือการกลั้วคอ
00:06:36 → 00:06:38กลืนน้ำเข้าไป กลั้ว
00:06:40 → 00:06:48อย่างนี้จะช่วยได้ในการที่จะเอาก้างเล็กๆ ออกมาจากลำคอ
00:06:48 → 00:06:50มาต่อกันที่ข้อที่ 5 บ้าง
00:06:50 → 00:06:56กินน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรดเพื่อหวังให้ไปละลายก้างปลา
00:06:56 → 00:06:59บางคนก็กินน้ำมะนาว บางคนก็กินน้ำส้มสายชู
00:06:59 → 00:07:02อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด น้ำสัปปะรด น้ำมะละกอ
00:07:02 → 00:07:04เพื่อเป็นหวังให้มันละลาย
00:07:05 → 00:07:08ให้ท่านลองดู ให้เอาก้างปลา
00:07:08 → 00:07:11เดี๋ยววันนี้ไปลองเอาก้างปลา แล้วก็ไปหย่อน
00:07:11 → 00:07:14เอาแบบบีบมะนาวเลย 3 ลูก หย่อนดู
00:07:14 → 00:07:16แล้วพรุ่งนี้มาดูมันจะละลายไหม
00:07:16 → 00:07:18ผมบอกเลยมันไม่ละลายหรอก
00:07:18 → 00:07:21แปลว่าอะไร แปลว่าเวลาเรากินน้ำมะนาวเข้าไป
00:07:21 → 00:07:24หรือกินของเปรี้ยวๆ เข้าไปเพื่อหวังให้มันละลาย
00:07:24 → 00:07:27มันจะละลายไหม ขนาดแช่ไว้ทั้งคืนมันยังไม่ละลายเลย
00:07:27 → 00:07:29แล้วกลืนไปนิดเดียวมันจะละลายไหม
00:07:29 → 00:07:31มันก็ไม่น่าจะละลายถูกต้องไหม
00:07:31 → 00:07:33แถมยังทำให้แสบคอ ระคายเคืองคอ
00:07:33 → 00:07:38การอักเสบบริเวณที่ก้างปลาตำยิ่งเป็นมากขึ้น
00:07:38 → 00:07:41ยิ่งแสบร้อนท้องกลายเป็นโรคกระเพาะซ้ำไปอีก
00:07:41 → 00:07:44กรดไหลย้อนก็รุนแรงขึ้น อันตรายจริงๆ
00:07:44 → 00:07:48ในการทานสารที่มีฤทธิ์เป็นกรดต่างๆ
00:07:48 → 00:07:51เพื่อหวังให้ก้างปลาละลายหายไป
00:07:51 → 00:07:53มาต่อกันที่ข้อสุดท้าย ข้อที่ 6
00:07:54 → 00:08:00ห้ามกลัวการไปพบแพทย์เพื่อนำก้างปลาออก
00:08:00 → 00:08:04ผมบอกเลยว่าสมมุติ 10 คน ไปพบแพทย์
00:08:04 → 00:08:097 คน แค่อ้าปากแล้วแพทย์เอาไฟส่อง
00:08:09 → 00:08:12แล้วก็ที่หนีบหนีบออกแล้ว 10 คน 7 คนเอาออกแล้ว
00:08:12 → 00:08:14อีก 3 คน อาจจะต้องส่องกล้อง
00:08:14 → 00:08:162-3 คน อาจจะต้องส่องกล้อง
00:08:16 → 00:08:21ซึ่งไม่ได้ยากเย็นอะไร 10-15 นาที ก็เอาออกได้แล้ว
00:08:21 → 00:08:24เพราะฉะนั้นอย่ากลัวการไปหาแพทย์
00:08:24 → 00:08:28ถ้าสงสัย ถ้าเจ็บ ถ้าทุกข์ทรมาน รีบไปเลย
00:08:28 → 00:08:31ปัจจุบันมีการรักษาที่ดีมากๆ แล้วก็ปลอดภัยมากๆ
00:08:31 → 00:08:34อย่าไปรอเสี่ยเพราะว่าการเสี่ยงหรือว่าการรอ
00:08:34 → 00:08:38อาจจะทำให้ท่านเสียใจไปตลอดชีวิต
00:08:39 → 00:08:42คราวนี้ผมขออนุญาตสรุป
00:08:42 → 00:08:466 สิ่งที่ห้ามทำเมื่อก้างปลาติดคอ
00:08:46 → 00:08:49อย่างที่บอกไปว่าก้างปลาติดคอโดยส่วนใหญ่แล้ว
00:08:49 → 00:08:54ติดอยู่ที่ทางเดินอาหารตรงบริเวณคอส่วนต้นเท่านั้นเอง
00:08:54 → 00:08:59การกลัวน้ำหายมากกว่าครึ่ง
00:08:59 → 00:09:01สามารถทำให้ก้างปลาหลุดออกไปได้แล้ว
00:09:01 → 00:09:04เพราะฉะนั้นอย่าไปทำอะไรแปลกๆ
00:09:04 → 00:09:09มาที่ข้อแรกก่อนเลย ไม่ควรเอาสิ่งของแหย่เข้าไปในลำคอ
00:09:09 → 00:09:11ให้ท่านคิดง่ายๆ ท่านจะหยิบของชิ้นนึง
00:09:11 → 00:09:14ท่านจะต้องคีบมัน หนีบมัน ถูกต้องไหม
00:09:14 → 00:09:17ท่านเอาของเข้าไปอยู่ในลำคอ มองก็ไม่เห็นก้าง
00:09:17 → 00:09:20ท่านจะหยิบมันออกมาได้ไหม มันออกไม่ได้หรอก
00:09:20 → 00:09:22มีแต่จะแทงคอหอยให้มันทะลุ
00:09:22 → 00:09:25ให้ทุกข์ทรมาน ให้อันตรายซะเปล่าๆ
00:09:25 → 00:09:27อันนี้อันตรายมากๆ ข้อแรก
00:09:27 → 00:09:33มาต่อกันข้อที่ 2 ไม่ควรที่จะบีบคอ ดันคอ เพื่อให้ก้างมันหลุด
00:09:33 → 00:09:37ก้างมันอยู่ข้างใน บีบคอ ดันคอข้างนอก มันไม่หลุดหรอก
00:09:37 → 00:09:41มันจะยิ่งทำให้คออักเสบ เจ็บ ทรมาน กันไปซะเปล่าๆ
00:09:41 → 00:09:43เพราะฉะนั้นแล้วข้อ 2 ก็ไม่ควรทำ
00:09:43 → 00:09:45มาต่อกันที่ข้อที่ 3
00:09:46 → 00:09:51ทนมาก เป็นคนอดทน ไม่ยอมไปพบแพทย์
00:09:51 → 00:09:55ก็คือปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปมากกว่า 24 ชั่วโมง
00:09:55 → 00:09:59ข้อที่ 3 คือ ปล่อยทิ่งไว้นานเกินไปมากกว่า 24 ชั่วโมง
00:09:59 → 00:10:03เพราะว่าเมื่อเลย 24 ชั่วโมงไปแล้ว โอกาสติดเชื้อก็จะสูง
00:10:03 → 00:10:07เมื่อติดเชื้อก็อาจจะเกิดหลอดลมทะลุ หลอดอาหารทะลุ
00:10:07 → 00:10:11ซึ่งจะทำให้เกิดอาการติดเชื้อในช่องอกได้
00:10:11 → 00:10:14และทำให้ถึงขั้นเสียชีวิต อันตรายจริงๆ
00:10:14 → 00:10:20มาต่อกันที่ข้อที่ 4 บ้าง ไม่แนะนำให้กลืนของชิ้นใหญ่ๆ ลงไป
00:10:20 → 00:10:23เพื่อดันให้ก้างปลาหลุด เพราะอะไร
00:10:23 → 00:10:26เพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วมันหลุดได้เอง
00:10:26 → 00:10:28แค่ท่านกลั้วน้ำในคอ
00:10:28 → 00:10:33และการกินของเข้าไป เช่น ข้าวเหนียวก้อนใหญ่ๆ
00:10:33 → 00:10:37หรือว่ากล้วยชิ้นใหญ่ๆ ถ้าท่านโชคก็อาจจะไม่เป็นไร
00:10:37 → 00:10:41แต่ถ้าท่านโชคร้ายไอ้ข้าวเหนียวหรือกล้วยอุดหลอดลม
00:10:41 → 00:10:45อุดคอหายใจไม่ออก เสียชีวิตเป็นเจ้าชายนิทรากันมาเยอะแล้ว
00:10:45 → 00:10:47ออกข่าวเรื่อยๆ ระมัดระวังอันตราย
00:10:47 → 00:10:51โดยเฉพาะเด็กๆ เขาหลอดลมเล็กนิดเดียว
00:10:51 → 00:10:53หลอดอาหารเล็กนิดเดียว เข้าไปปุ๊บ อุดเสียชีวิตเลย
00:10:53 → 00:10:56ห้ามเด็ดขาด !
00:10:56 → 00:10:58แล้วมาต่อกันที่ข้อที่ 5
00:10:59 → 00:11:04กลืนน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรดเพื่อหวังจะให้ก้างปลาละลาย
00:11:04 → 00:11:05ให้ท่านนึกภาพ
00:11:05 → 00:11:08แนะนำให้ท่านลองเอาน้ำมะนาวแบบเข้มข้นเลยนะ
00:11:08 → 00:11:12อันนี้เป็นกรดชัดเจนเลยนะ แล้วก้างปลาใส่ไป
00:11:12 → 00:11:15ทิ้งไว้สักคืนนึง มาดูสิพรุ่งนี้มันละลายหรือเปล่า
00:11:15 → 00:11:17มันไม่ละลายหรอก เพราะฉะนั้นอะไร
00:11:17 → 00:11:20เพราะฉะนั้นการกลืนน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรด น้ำมะนาว
00:11:20 → 00:11:23น้ำส้มสายชู น้ำสับปะรด
00:11:23 → 00:11:26แล้วมันผ่านก้างแค่แป๊บเดียว ก้างมันจะละลายไหม
00:11:26 → 00:11:29มันก็ไม่ละลาย ยิ่งจะทำให้มีอาการแสบ
00:11:29 → 00:11:32ระคายเคืองบริเวณลำคอมากขึ้น
00:11:32 → 00:11:34ให้การติดเชื้อ ให้การอักเสบรุนแรงขึ้น
00:11:34 → 00:11:36ให้กรดไหลย้อน ให้โรคกระเพาะเป็นหนักมากขึ้น
00:11:36 → 00:11:38ไม่แนะนำให้ทำ
00:11:38 → 00:11:40และข้อสุดท้ายข้อที่ 6 ไม่แนะนำให้ทำเลยคือ
00:11:40 → 00:11:42กลัวการไปพบแพทย์
00:11:42 → 00:11:46ห้ามกลัวเด็ดขาดเลย เพราะว่าท่านไปพบแพทย์
00:11:46 → 00:11:5010 คน 7 คน 5-10 นาที เอาออกแล้ว เสร็จแล้ว
00:11:50 → 00:11:54แพทย์ให้ท่านอ้าปากส่องไฟเอาที่หนีบหนีบออกมาแล้ว
00:11:54 → 00:11:58ติดอยู่ตรงทอนซิลแค่นั้นเอง ง่ายมาก
00:11:58 → 00:12:02อาจจะมีอีก 2-3 คน ที่มันอยู่ลึกมากอาจจะต้องส่องกล้อง
00:12:02 → 00:12:0715 นาที เสร็จแล้ว ถ้ามันไม่ยากมหาศาลจนเกินไป
00:12:07 → 00:12:10เพราะฉะนั้นแนะนำให้มาพบแพทย์แต่เนิ่นๆ
00:12:10 → 00:12:14อย่าปล่อยทิ้งไว้หลายๆ วัน อันตรายมากๆ
00:12:14 → 00:12:18และนี่ก็คือ 6 สิ่งห้ามทำเมื่อก้างปลาติดคอ
00:12:18 → 00:12:21ก็ขอให้ทุกท่านไม่มีก้างปลาติดคอดีกว่า
00:12:22 → 00:12:24ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:12:24 → 00:12:27กด Subscribe และกดกระดิ่ง สวัสดีครับ