00:00:35 → 00:00:38มาค่ะเริ่มต้นรายการวันนี้ด้วยช่วงหมอคุยข่าวนะคะ
00:00:38 → 00:00:44ช่วงนี้ของเราสนับสนุนโดย Allvite นวัตกรรมเพื่อความกระจ่างใสจากประเทศเกาหลี
00:00:45 → 00:00:50ส่วนถ้าใครอยากได้เคล็ดลับดีๆในการดูแลสุขภาพต้องดูข่าวช่วงนี้เลยคุณหมอขา
00:00:50 → 00:00:53เป็นข่าวเศร้าอีกแล้วซึ่งแบบ อือหือ
00:00:53 → 00:00:57พอเราเห็นในโซเชียลแล้วก็เป็นข่าวมา ตามเว็บข่าวแล้วก็หน้าหนังสือพิมพ์ด้วยนะคะ
00:00:57 → 00:01:03ของสาวชาวชลบุรีนะคะ เธออายุ 25 ปี เบญจเพศพอดีเลยคุณหมอขา
00:01:03 → 00:01:06ยังเด็กอยู่เลย / ใช่ มีอาการปวดเรื้อรังค่ะ
00:01:06 → 00:01:12ปวดนู่น ปวดนี่ ส่วนใหญ่ก็จะปวดศรีษะ แต่ว่าก็ซื้อยามารับประทานเอง
00:01:12 → 00:01:15เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็มๆ / ค่ะ
00:01:15 → 00:01:21สุดท้ายค่ะเธอปวดมากเลยนะคะ แล้วก็มีอาการหายใจไม่ออกอะไรอย่างงี้
00:01:21 → 00:01:27พี่สาวพาส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายก็หัวใจวายและเสียชีวิตในที่สุดนะคะ
00:01:27 → 00:01:34คุณหมอระบุสาเหตุการตายว่าเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายจากการซื้อยามารับประทานเอง
00:01:35 → 00:01:40วันนี้ก็เลยต้องเอามาคุยกันเรื่องนี้เกี่ยวกับอาการปวดของน้องซึ่งน้องเขาเป็นไมเกรน
00:01:40 → 00:01:44แล้วก็ซื้อยามารับประทานเอง 1 ปีเต็ม
00:01:44 → 00:01:51คือจริงๆหมอว่าข่าวนี้ดีมากเพราะว่าถือเป็นอุทาหรณ์ของคนที่เวลาที่เป็นอะไรแล้วไม่ยอมไปหาหมอ
00:01:51 → 00:01:58แล้วก็ซื้อยามารับประทานเอง ยากลุ่มที่เป็นยารับประทานเพื่อแก้ปวดมันมีหลายกลุ่มมาก / ค่ะ
00:01:58 → 00:02:01โดยเฉพาะยากลุ่มที่รักษาไมเกรนเนี่ย
00:02:01 → 00:02:08มันมีทั้งยาตัวที่จำเพาะต่อการรักษาไมเกรนและกลุ่มที่เป็นยาแก้ปวดธรรมดา
00:02:08 → 00:02:10ซึ่งแต่ละอันมันมีผลข้างเคียง
00:02:10 → 00:02:14แล้วก็ถ้าสมมุติว่าเราใช้ยากลุ่มที่จำเพาะต่อไมเกรนเนี่ย
00:02:14 → 00:02:18แต่ว่าถ้าเกิดว่าไปใช้ในกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง
00:02:18 → 00:02:21อาจจะเกิดผลข้างเคียงได้เลยคุณแนน
00:02:21 → 00:02:25ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราต้องมาทำความรู้จักกันแล้ว เกี่ยวกับโรคไมเกรน
00:02:25 → 00:02:28ไมเกรนจริงๆมันคืออะไรคะคุณหมอขา
00:02:28 → 00:02:32ไมเกรนจริงๆก็คือเป็นโรคปวดศรีษะแบบหนึ่ง
00:02:32 → 00:02:35ซึ่งเกิดจากระบบการทำงานของพวกระบบไฟฟ้าในร่างกาย
00:02:35 → 00:02:41เพราะมนุษย์เราเนี่ยสมองก็ทำงานสื่อสารโดยใช้กลุ่มระบบไฟฟ้าที่ผิวสมอง
00:02:41 → 00:02:46แล้วก็ทำให้เกิดการกระตุ้นการทำงานที่ไวกว่าคนปกติ
00:02:46 → 00:02:51แล้วก็ทำให้เกิดกระแสไฟที่วิ่งไปตามผิวของกระแสสมองเนี่ย
00:02:51 → 00:02:53อย่างรวดเร็วผิดปกติ / ค่ะ
00:02:53 → 00:02:57ทำให้เกิดการไหลเวียนของระบบเลือดในสมองเปลี่ยนไป
00:02:57 → 00:03:00มันก็ไปกระตุ้นระบบของเส้นประสาทที่ทำให้เกิดอาการปวด
00:03:00 → 00:03:05จากการหลั่งสารสื่อประสาทแล้วทำให้มีการขยายตัวของหลอดเลือด
00:03:05 → 00:03:11เพราะฉะนั้นกลุ่มคนไข้ไมเกรนเนี่ยจะปวดศรีษะเป็นแบบ ตุบ ตุบ ตุบ คุณแนนเคยปวดไหม
00:03:11 → 00:03:15ก็เลยกลายเป็นการปวดศรีษะที่มีความรุนแรงค่อนข้างสูง
00:03:15 → 00:03:20ขนาดแค่เดินหรือได้ยินเสียงอะไรดังๆ
00:03:20 → 00:03:23ก็ทำให้เกิดการปวดศรีษะมากขึ้น
00:03:23 → 00:03:31มันก็เลยเป็นความทรมานที่ทำให้คนเนี่ยไปหาวิธีการรักษาตัวเองโดยการใช้ยาแก้ปวด
00:03:31 → 00:03:36แต่ว่าคุณแนนรู้ไหมจริงๆแล้วการปวดศรีษะไมเกรนถือว่าพบบ่อย
00:03:36 → 00:03:40รองจากการปวดศรีษะแบบที่เกิดจากกล้ามเนื้อ
00:03:40 → 00:03:43แล้วก็ไมเกรนมักจะพบในผู้หญิงมากกว่า
00:03:43 → 00:03:49เพราะว่าบางทีเราพบว่าก่อนผู้หญิงจะมีประจำเดือนบางคนใช้อาการไมเกรนเป็นตัวบอก / ค่ะ
00:03:49 → 00:03:52มันเป็นอาการก่อนมีประจำเดือน ใช่
00:03:52 → 00:03:56อีกประการนึงที่เราพบได้ก่อนคนไข้ที่เป็นไมเกรน
00:03:56 → 00:04:00ก็จะมีเรื่องของการเห็นแสงผิดปกติ
00:04:00 → 00:04:07บางทีก็จะเห็นแสงเป็นวูบวาบ หรือบางทีเห็นเป็นแสงซิกแซก ทั้งแบบมีสีหรือไม่มีสีก็ได้
00:04:07 → 00:04:10หรือบางทีก็จะเห็นภาพผิดปกติเป็นภาพมืด
00:04:10 → 00:04:14อย่างเนี้ยเป็นต้น หรือบางทีอาจจะเห็นภาพบิดเบี้ยวไป
00:04:14 → 00:04:21ซึ่งเป็นอาการที่เราพบได้ เป็นอาการเตือนเขาเรียกว่าออร่าก่อนอาการไมเกรน
00:04:21 → 00:04:27แต่ว่าในกลุ่มของคนส่วนใหญ่ก็จะเป็นขึ้นมาเลยโดยที่ไม่มีอาการเตือนมาก่อน
00:04:28 → 00:04:34ปวดศรีษะไมเกรนลักษณะที่เราพบบ่อย ลักษณะเฉพาะของเขาคือเขามักจะเป็นข้างเดียว
00:04:34 → 00:04:38แต่ว่าไม่จำเป็นว่าจะเป็นข้างนั้นเสมอไป / ค่ะ
00:04:38 → 00:04:44ซึ่งจริงๆแล้วสารตุ้บๆของมันเนี่ย ลักษณะมันคล้ายกับภาวะที่เส้นเลือดเต้น / ค่ะ
00:04:44 → 00:04:49โดยเฉพาะอย่างยิ่งมักจะมีอาการร่วมคือคลื่นไส้อาเจียน
00:04:50 → 00:04:54เวลาปวดมันไม่ได้ปวดหัวอย่างเดียว บางทีปวดมาที่กระบอกตา
00:04:54 → 00:04:56อย่างที่เขาบอกว่าไมเกรนลงตา / ค่ะ
00:04:56 → 00:05:01ถ้าอย่างนั้นเนี่ยอาการที่เราพอจะแยกได้เองเบื้องต้น
00:05:01 → 00:05:05ว่าไอปวดแบบเนี้ยมันปวดไมเกรน มันต่างจากปวดทั่วๆไป เราสังเกตตัวเองได้ไหมคะคุณหมอ
00:05:05 → 00:05:10ก็คือแบบเมื่อกี้ที่หมอบอกเลยนะคะว่าหนึ่งคุณอาจจะมีออร่ามีสัญญาณเตือนมาก่อนไหม
00:05:11 → 00:05:17หรือไม่มีสัญญาณเตือน คุณปวดขึ้นมาเลย ซึ่งพวกนี้แล้วบางทีอาจจะมีการปวดตุ้บๆข้างเดียว / ค่ะ
00:05:17 → 00:05:20แล้วก็มีอาการขึ้นไส้อาเจียนร่วมด้วย
00:05:20 → 00:05:22ซึ่งจริงๆแล้วพอเป็นกลุ่มเหล่านี้ปุ๊บ
00:05:22 → 00:05:29คือจริงๆไม่อยากให้ซื้อยาทานเอง ควรจะวินิจฉัยว่าคุณเป็นไมเกรนแน่ๆหรือเปล่า
00:05:29 → 00:05:33คุณเป็นจริงหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามันเป็นอาการเรื้อรัง
00:05:33 → 00:05:36อันนี้ต้องระวัง สาเหตุมันเกิดจากการที่มีการขยายตัวของหลอดเลือด
00:05:36 → 00:05:41เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยยาก็จะเป็นยาหดหลอดเลือด / ค่ะ
00:05:41 → 00:05:45งั้นพอเป็นยาหดหลอดเลือดเนี่ย มันก็จะมีผลข้างเคียงได้
00:05:46 → 00:05:52กลุ่มยาเนี่ยก็จะมีกลุ่มอะไรบ้าง Ergotamine กลุ่ม Triptans นะ
00:05:52 → 00:05:56ตัวพวกนี้เนี่ยเป็นยาเฉพาะที่ใช้ในการรักษาไมเกรนโดยเฉพาะเลย
00:05:56 → 00:05:58เพราะว่ามันทำให้การขยายตัวของหลอดเลือดลดลง
00:05:58 → 00:06:04งั้นถ้าสมมุติว่าคนมีปัญหาโรคหัวใจอยู่โดยที่ไม่รู้
00:06:04 → 00:06:06หรือคนมีโรคประจำตัวอะไรอื่นโดยที่ไม่รู้
00:06:06 → 00:06:09มันก็อาจจะเกิดปัญหาอันตรายขึ้นมาได้
00:06:09 → 00:06:11โดยที่เราไม่รู้ตัว / ค่ะ
00:06:11 → 00:06:14นอกจากนี้แล้วเนี่ยยังสามารถจะมีผลแทรกซ้อนจากยาแก้ปวดธรรมดาได้
00:06:14 → 00:06:19เพราะบางทีเวลาเขาปวดเป็นประจำเขาก็อยากที่จะแก้ปัญหาเบื้องต้นโดยการรับประทานยาแก้ปวด
00:06:19 → 00:06:24อาจจะเป็นยาในกลุ่มพาราเซตามอลหรือยากลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์คือกลุ่ม NSAIDs
00:06:24 → 00:06:27พวกนี้เวลาทานเยอะๆ พาราเซตามอลก็มีผลต่อตับ
00:06:27 → 00:06:30ถ้าเป็นกลุ่ม NSAIDs ก็มีผลต่อไต ต่อตับต่อไตได้
00:06:30 → 00:06:34หมอว่าเราควรที่จะดูแลตัวเองให้แข็งแรง
00:06:34 → 00:06:39แล้วก็พยายามสังเกตแล้วก็หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่จะทำให้เกิดอาการปวดศรีษะ
00:06:39 → 00:06:43บางคนเนี่ยพอนอนไม่เป็นเวลา ตื่นไม่เป็นเวลา
00:06:43 → 00:06:49ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้ หรือบางคนในช่วงมีประจำเดือนก็อาจจะเกิดปัญหาได้
00:06:49 → 00:06:52อีกอันนึงคือในกลุ่มของคนที่รับประทานอาหารบางประเภท / ค่ะ
00:06:52 → 00:06:55อาจจะทำให้เกิดการกระตุ้นไมเกรนขึ้นมาได้
00:06:55 → 00:06:59หรือบางคนรับประทานแอลกอฮอล์แล้วกระตุ้นไมเกรนก็มี
00:06:59 → 00:07:05ยกตัวอย่างเช่น อาจจะทานกลุ่มของไวน์ บรั่นดี เบียร์ แล้วกระตุ้นให้เกิดไมเกรน
00:07:05 → 00:07:09เราต้องสังเกตว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นของเราแล้วก็พยายามหลีกเลี่ยง
00:07:09 → 00:07:13นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้เป็นประจำ / ค่ะ
00:07:13 → 00:07:20คือหมอจะบอกจริงๆแล้วเนี่ยถ้าเรามีอาการปวดศรีษะเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นไมเกรนหรือสาเหตุอะไรก็ตาม
00:07:20 → 00:07:27พบแพทย์ดีกว่า เพราะว่าบางทีมันมีโรคร้ายแรงที่มาด้วยอาการปวดศรีษะ
00:07:27 → 00:07:33และถ้าเราเพิกเฉย หรือเราใช้โดยการปิดบังอาการโดยการรับประทานยาแก้ปวด
00:07:33 → 00:07:37มันอาจจะทำให้โรคที่เรามีอยู่มันมีอาการรุนแรงขึ้นก็ได้
00:07:37 → 00:07:43นี่ค่ะ สำคัญที่สุดตรงนี้นะคะ ไม่ว่าจะเจ็บป่วยอะไร จะเล็กๆน้อยๆก็อย่ามองข้าม
00:07:43 → 00:07:45แล้วก็อย่าไปซื้อยาทานเองนะคะ
00:07:45 → 00:07:52เพราะคิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวก็หาย พบแพทย์ ตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจะได้รับประทานยาและก็ทำการรักษาอย่างถูกต้องนะคะ
00:07:52 → 00:07:55ดูแลร่างกายกันให้แข็งแรงทุกคนนะคะ
00:07:55 → 00:08:01เขยิบจากเรื่องข้างใน เดี๋ยวช่วงหน้าเราจะคุยกันเรื่องข้างนอกที่เราเห็นกันบ้างคุณหมอขา
00:08:01 → 00:08:04วันนี้คุณหมอจะมาชวนเราคุยกันถึงเรื่องของผมด้วย
00:08:04 → 00:08:08คุณหมอบอกเอาไว้ว่าผมดี๊ดี / ดีไซน์ได้
00:08:08 → 00:08:13นี่แหละค่ะจะดีไซน์ยังไงและจะดีได้ขนาดไหนช่วงหน้ากลับมาคุยกันค่า
00:09:01 → 00:09:03ได้เวลาของหมอชวนคุยกันแล้วนะคะ
00:09:03 → 00:09:09วันนี้เราจะชวนทุกคนมาดูแลเป็นพิเศษในส่วนของเส้นผม
00:09:09 → 00:09:13เพราะคุณหมอบอกว่าผมดี๊ดี ดีไซน์ได้
00:09:13 → 00:09:20เพราะฉะนั้นเราก็ต้องbackwardไปอีกฝั่งนึงค่ะว่าอ่าวแล้วอะไรที่มันทำให้ผมของเราไม่ดี๊ไม่ดีเลยอะคะคุณหมอขา
00:09:20 → 00:09:26คุณแนนดูสมัยนี้สิคนเนี่ยเปลี่ยนทรงผมกันเป็นว่าเล่น
00:09:26 → 00:09:29แล้วดูทรงผมแต่ละทรง โอ้โห / จริง
00:09:29 → 00:09:37ไหนจะอิทธิพลจากเกาหลี คุณแนนดูเปลี่ยนสีผม ดูตามมิวสิควิดีโอไหมพวกนักร้องคุณแนน
00:09:37 → 00:09:42สีแบบเดี๋ยวสีเขียว สีฟ้า สีแดง
00:09:42 → 00:09:48เปลี่ยนทรงผมกันเป็น / บางคนเป็นยูนิคอร์นเลยค่ะหลากสีบนผมตัวเอง
00:09:49 → 00:09:52และยิ่งสมัยนี้คุณแนน นอกจากเทรนด์ที่มันเปลี่ยนเร็วแล้วเนี่ย
00:09:52 → 00:09:56คนสมัยนี้ยังทำผมเองได้ด้วย / จริงค่ะ
00:09:56 → 00:10:01ไหนจะเปิดยูทูปดู คุณจะถักเปียยังไง คุณจะทำผมยังไง
00:10:01 → 00:10:06เทคโนโลยีทั้งหลายแหล่ ที่ช่วยทำให้เราแบบม้วนได้ หรือรีดผมให้ผมตรง
00:10:06 → 00:10:12โหเยอะมาก มันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมดีๆก็เลยเสีย
00:10:14 → 00:10:20ก็เพราะเทรนด์ความงามที่มันอัพไปล้ำไปไกลในทุกๆวัน แล้วคนสามารถเป็นช่างผมให้ตัวเองได้
00:10:20 → 00:10:25เดี๋ยวคนนี้อาทิตย์นี้ผมสั้น พอมาอีกอาทิตย์นึงผมยาว / ไปต่อผมอีก
00:10:27 → 00:10:33สุดๆเลยอะ / ก็คือหลากหลายวิธีที่เรามาเพิ่มความงามให้กับเราเนี่ยแหละ
00:10:33 → 00:10:39ที่มันทำร้ายทำให้ผมของเราไม่ดี ซึ่งการที่เราทำผมบ่อยๆด้วยหลากหลายวิธีแบบเนี้ย
00:10:39 → 00:10:41มันทำร้ายผมเรายังไงบ้างคะคุณหมอ
00:10:41 → 00:10:45มันก็ทำให้ผมเราร่วง ทำให้ผมเราร่น
00:10:45 → 00:10:51เรายิ่งไปกระทำอะไรกับผมเท่าไหร่ โดยเฉพาะยกตัวอย่างเช่น มัดผม
00:10:51 → 00:10:58มันก็เป็นทรงที่มีการดึงรากผม แล้วก็ดึงอยู่แนวเดิมทุกวันตลอดเวลา
00:10:58 → 00:11:01ก็คือแหวกตรงนี้ให้มันลงไปเรื่อยๆ
00:11:01 → 00:11:05ก็เลยเกิดภาวะผมร่วงหรือเกิดภาวะผมบาง
00:11:05 → 00:11:08ที่มาจากการดึงรั้งได้
00:11:08 → 00:11:14อย่างที่บอกว่าคุณจะเห็นหนังศรีษะเยอะขึ้น เห็นผมร่นขึ้นไป
00:11:14 → 00:11:17โดยเฉพาะบริเวณด้านข้าง โดยเฉพาะบริเวณขมับ
00:11:17 → 00:11:21หรือบางคนก็อาจจะมีแดงๆเกิดขึ้นก็ได้
00:11:21 → 00:11:26หรือคันก็ได้เหมือนกัน ถ้าเกิดดึงมากๆจนกระทั่งมันเกิดการอักเสบ
00:11:26 → 00:11:31แล้วก็คุณแนนเห็นไหมคนบางคนเนี่ยรอยแสกผมกว้าง
00:11:31 → 00:11:36แล้วก็บางคนเนี่ยพอถูกดึงออกไปมากๆ กลายเป็นแผลเป็นไม่ขึ้นอีกแล้ว
00:11:36 → 00:11:42เลี่ยงไปเลยตรงนั้น เพราะฉะนั้นการสังเกตุผมที่ร่วงก็มีความสำคัญ
00:11:42 → 00:11:49แต่ว่าไม่ได้บอกให้ตื่นตระหนก เพราะว่าจริงๆอย่าลืมว่าผมคนเราเนี่ยมันร่วงได้วันนึง 50 - 100 เส้น
00:11:49 → 00:11:55เยอะอยู่แต่ว่ามันร่วงโดยธรรมชาติมันก็จะคืนกลับมาเหมือนเดิม
00:11:55 → 00:11:59ปัญหาคือร่วงไม่ธรรมชาติที่มาจากการดึงนี่แหละ
00:11:59 → 00:12:04ไม่ว่าจะไดร์ผม ไม่ว่าจะต่อผม คนที่ใส่วิกตลอดเวลา
00:12:04 → 00:12:09หรือคนที่ไว้ผมยาวมากๆ ยืดผม / ค่ะ
00:12:09 → 00:12:17อันนี้ก็มีผลนะคะ ก็จะทำให้การกระทำต่อรากผมเนี่ย บางทีมันเกิดการอักเสบ
00:12:18 → 00:12:20คือถ้ามันร่วงแล้วขึ้นมาใหม่ มันก็โอเค
00:12:20 → 00:12:26แต่ว่าไอผมร่วงแบบไม่ขึ้นมาใหม่เนี่ย ที่เกิดจากการดึงรั้งเนี่ยพบบ่อยมาก
00:12:26 → 00:12:30โดยเฉพาะนักแสดง โดยเฉพาะแดนเซอร์
00:12:30 → 00:12:37หรือบางคนอย่างเช่นเป็นนักกีฬา ซึ่งเขาจะต้องคอยมัดผมไว้เวลาเล่นกีฬา
00:12:37 → 00:12:44หรือบางทีคุณแนนแบบแค่มัดแบนอย่างเนี้ย ไอตัวป้องกันเหงื่อเนี่ยอยู่ตลอดเวลา
00:12:44 → 00:12:50มันก็มีผลต่อระบบไหลเวียนผิว มีผลต่อการดึงรั้ง แล้วก็ทำให้เกิดภาวะผมร่วงที่มันถาวรได้
00:12:50 → 00:12:53ถ้าอย่างงั้นมันต้องแก้ ต้องช่วยซ่อมแล้ว
00:12:53 → 00:12:58คุณจะต้องเลิกพฤติกรรมเหล่านั้น
00:12:58 → 00:13:06นอกจากจะเปลี่ยนลักษณะของทรงผมที่มีการดึงรั้งแล้ว เราอาจจะต้องมีการใช้พวกสารอาหารบางอย่าง
00:13:06 → 00:13:11ช่วยให้หนังศรีษะมันมีสารอาหารเยอะขึ้นนะ
00:13:11 → 00:13:15ช่วยให้ระบบไหลเวียนของหนังศรีษะดีขึ้น แล้วก็ลดการอักเสบ
00:13:15 → 00:13:21ก็จะทำให้เหมือนกับเราใส่ปุ๋ยให้รากผมมันอยู่ คืออยากให้พอดึงรั้งไปปุ๊บรากผมมันตาย
00:13:21 → 00:13:25ถ้าคุณถักเปียเป็นประจำทุกวันคุณก็ต้องเปลี่ยน / เปลี่ยนบ้าง
00:13:25 → 00:13:29เปลี่ยนบ้าง อาจจะเปลี่ยนเป็นรัดหลวมๆบ้าง หรือเปลี่ยนปล่อยผมบ้างอะไรอย่างเงี้ย
00:13:29 → 00:13:34หรืออยากถักเปียจริงๆก็ต้องถักแบบหลวมๆ อย่าถักให้มันแน่นเกินไป
00:13:34 → 00:13:38แต่ว่ามันมีอีกคุณแนน มันมีแบบว่าบางคนเนี่ย
00:13:38 → 00:13:45ก็อาชีพ หรือบางคนเนี่ยก็ต้องอะมีตัวช่วย / ต้องสวยต้องดูดี
00:13:46 → 00:13:51ถ้าเขาเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วมันจะแก้ยังไงเนี่ยแหละ ตัวช่วยที่คุณหมอพูดจะเป็นอะไร
00:13:51 → 00:13:57แต่ตอนนี้พักสักครู่ก่อน เดี๋ยวช่วงหน้าเราจะมาทำผมให้ดี๊ดีนะคะ จะดีไซน์แบบไหนเดี๋ยวกลับมาติดตามกันค่า